รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 22 : 10 (75%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    27 ธ.ค. 63

 

เดิมทีหลังจากที่คนใกล้ชิดรู้แล้วว่าทายาทตัวจริงของคุณชลธีที่จะมาบริหารเครือเลิศบูรณะต่อนั้นไม่ใช่บวรแน่นอน แต่คือทายาทคนเดียวที่อยู่ต่างประเทศที่กำลังจะกลับมา น่านนทีก็ไม่ได้ต้องการมาแสดงตัวหรืออวดตัวว่าตนเองคือตัวจริง ผกาและบวรจึงยังคงเชิดหน้าในสังคมต่อ และพยายามให้หลายๆคนเข้าใจว่าพวกเขาเหล่านั้นคือคนที่จะรับช่วงต่อ 

แม้ว่าคนใกล้ชิดจะรู้ว่าผกาและบวรไม่ใช่ตัวจริงแต่ก็ยังมีคนอื่นๆ อีกมากที่ไม่รู้ว่าสองคนนั้นคือผู้อาศัยร่มเงาของเลิศบูรณะเท่านั้นเอง

“แล้วนายบวรหละครับ” เมธีเงยหน้ามาถาม

“เราขาดทุนไปเท่าไหร่”

“คร่าวๆ เกือบสี่สิบล้านในเวลาแค่ครึ่งเดือนครับ”

“เอาคืนจากมันมาเป็นสองเท่า แค่อย่าให้ถึงตายก็พอ”

เมธีรู้ทันทีว่าจะต้องไปจัดการอย่างไร เพราะถ้าให้ไปขู่เอาเงินคืนมาคงไม่ได้ เพราะคนอย่างบวรไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ใช่อยู่เขาอาจไม่ได้อะไรจากการแบ่งพินัยกรรม แต่ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในรั้วเลิศบูรณะ น่านนทีรู้ดีว่าสองแม่ลูกนี้กอบโดยไปมากเท่าไหร่ เขารู้มาตลอดแต่เชื่อใจคนเป็นพ่อว่าสามารถจัดการได้ ดังนั้นถ้าจะต้องมีการเช็คบิลเอาคืน และเชื่อว่าทำได้ไม่ยาก 

“ให้เป็นคุณนายมีหน้ามีตาในสังคมดีๆ ไม่ชอบ” 

“เอาตามที่ผมว่าเลยนะครับ”

“นายจัดการเลย ฉันอนุญาต”

แล้วต่างคนก็ต่างจัดการเรื่องที่อยู่ในมือของตัวเองอย่างขมักเขม่น ไม่นานก็แยกย้ายกันไปทำธุระที่ตัวเองว่าจะทำก่อนหน้านี่

 

Dali_da : เจ้ ยุ่งไหม

MayV : สติกเกอร์สงสัย

Dali_da : อยากคุยด้วยอะ

MayV : ว่ามา

Dali_da : ไม่อยากพิมพ์อะเจ้ อยากคุย

MayV : ก็เดินมาคุยซิ 

            เมธาวีเริ่มหงุดหงิด

Dali_da : เที่ยงนี้เจ้ออกไปหาอะไรกินกับดานะ เดี๋ยวจะคุยตอนนั้น

MayV : อยากทำงานมากกว่า

Dali_da : แปปเดียว แปปเดียวจริงๆ

            สติกเกอร์ขอร้อง

MayV : เค

 

แล้วเวลาที่ดาริการอคอยก็มาถึง ระหว่างทางที่เดินออกจากบริษัทเพื่อไปหาอะไรกิน มีสายตาหลายๆ คู่มองมายังเธอและเมธาวี พอหันไปมองก็แสร้งหันไปทางอื่น ทำเหมือนไม่ได้มองพวกเธอ ดาริการู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่เมธาวีที่ยังไม่ได้รู้เรื่องยังไม่ทันได้สังเกตอะไร เพราะปกติเธอก็ไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างจากคนอื่นมากเท่าไหร่ สนใจเรื่องงานมากกว่า 

“ตกลงเลือกได้ยังจะกินร้านไหน” เมธาวีเริ่มทนไม่ไหวเพราะเดินผ่านร้านของกินหลายร้านแล้วแต่ดาริกายังเดินนำไปเรื่อยๆ ด้วยความรีบเร่ง

“ใกล้ถึงแล้วเจ้” เธอหันมาตอบทั้งที่เท้ายังคงจ้ำเดิน

“ร้านอะไร ทำไมต้องมาไกลขนาดนี้”

“มาเถอะ รับรอง”

“แต่พี่ไม่มีเวลามากนะ”

“ใกล้ถึงแล้วพี่ ข้างหน้านี่เอง” ดาริกาเดินย้อนกลับมาควงแขนคนเป็นพี่เพื่อไม่ให้หันหลักลับ

 

ระหว่างที่รออาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟ ดาริกาที่หันซ้ายหันขวาเช็ครอบข้างก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาหาเมธาวีพร้อมเอามือป้องปาก

“เจ้ เจ้บอกน้องมานะ เจ้มีแฟนแล้วใช่ไหม”

เมธาวีช้อนตาขึ้นมามองทันที

“แค่อยากรู้ ว่าเจ้ไปมีแฟนตอนไหน ทำไมน้องไม่เห็นรู้เลย”

“ทำไมถึงถามอย่างนั้น”

“ตอบน้องมาก่อน”

“มีหรือไม่มีแล้วมันยังไง เราก็เห็นว่าพี่ไม่ได้คุยกับใครและไม่คิดที่จะคุยด้วยนะ”

ดาริกาคิดตามทุกประโยค เพราะเธอเข้าใจมาตลอดว่าพี่สาวคนนี้หวงความโสดของตัวเองมาก แถมยังเคยประกาศว่าอยู่คนเดียวสบายใจอยากทำอะไรก็ทำ ดูแลตัวเองได้ด้วย ถ้ามีแล้วไม่ได้มาสนับสนุนให้ดีขึ้น สู้อยู่คนเดียวต่อไปดีกว่า แล้วก็ไม่เคยเห็นจะยอมใจอ่อนกับหลายๆ รายที่เข้ามาจีบ ดาริกาจึงคิดว่าพี่สาวเธอน่าจะต้องเกาะคานทองเลี่ยมเพชรนี่ไว้อย่างแน่นหนาแน่นอน

“ก็” ดาริกาอึกอัก

“ว่ามา”

“เจ้ดูนี้” ดาริกายื่นโทรศัพท์ตัวเองให้ดู

เมธาวีหยิบโทรศัพท์มาอย่างไม่ได้คาดหวังอะไร ทันทีที่ก้มมองดูรูปในโทรศัพท์ชัดๆ เหตุการณ์ในวันนั้นก็วิ่งเข้ามา ภาพที่ตัวเธอเองยายามจะเดินด้วยขาทั้งสองข้างที่ยังไม่มั่นคงนัก น่านนทีที่พยายามเข้าไปช่วย แต่ก็โดนเธอปฏิเสธผลักออกอยู่เรื่อย จึงกลายเป็นภาพที่เหมือนทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันระหว่างทาง

“พี่ใช่ไหมคนในรูป”

“อือ”

“อือ อือแล้วยังไง ขอคำอธิบายเพิ่มด้วย” ดาริกาไม่เข้าใจคำตอบที่ไม่มีคำอธิบายเพิ่ม

“ก็ไม่ยังไง แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นหรอก ว่าแต่ไปได้ภาพมาจากไหนกัน”

“หยกนะซิ เอามาให้ดาดู”

“แล้วหยกไปได้มายังไงกัน” เมธาวีทำหน้าสงสัย

“เขาลือกันทั้งออฟฟิศเลย ว่าเจ้มีแฟนอยู่กินด้วยกันแล้วด้วย”

แค่กๆ เมธาวีที่กำลังดื่มน้ำสำลักทันที ดาริกาต้องรีบยื่นทิชชู่ให้

“อะนี่พี่” ดาริการีบยื่นทิชชู่ให้

“ว่าไงนะ ใครอยู่กินกับใคร”

“ก็พี่กับแฟนไง เขาบอกว่าอยู่กินกันแล้วแต่พี่ยังไม่พร้อมเปิดตัว บ้างก็ว่าเอ่อ”

“ว่าอะไร”

“พี่ เอ่อ”

“อะไร”

“เป็นบ้านเล็กเขาด้วยอะ เพราะแอบไปหากันแบบหลบๆ ซ้อนๆ”

“เอาเข้าไป”

“แล้วเรื่องจริงมันยังไงอะเจ้ อันนี้ถามจริง อยากรู้” ดาริกาเอามือเท้าคางรอคำตอบ

“ไร้สาระ เธอเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยรึ”

“ก็ไม่เชื่อไง แต่ภาพมันฟ้อง เลยต้องมาให้เจ้ยืนยันไง”

“ไม่มีอะไร”

“เอ้า ไม่มีได้ยังไง พลีส” ดาริกาทำท่าทางวิงวอน

“ก็ไม่ใช่ทั้งแฟนหรือบ้านเล็กบ้านใหญ่อะไรทั้งนั้น มันเป็นอุบัติเหตุ” เมธาวีอธิบายเหมือนเรื่องปกติทั่วไป

“ต่อซิเจ้ หยุดทำไม”

“จำที่เจ้ไปบรรยายที่ภูเก็ตได้ไหม”

ดาริกาพยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบว่าจำได้

“อือ นั้นแหละ”

“โว้ย อะไรของพี่เนี้ย ไม่เคลียร์เลย”

“ก็ไปบรรยาย แล้วเกิดอุบัติเหตุ ตอนนั้นกำลังจะไปโรงพยาบาล”

“เห้ย พี่เป็นอะไรทำไมถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล” ดาริกาหน้าตื่นทันที

“เรื่องมันยาว เอาเป็นว่าเขาช่วยไว้ แล้วพาไปโรงพยาบาล แค่นั้น” เมธาวีเล่าเท่าที่เล่าได้ เพราะถ้ามากกว่านี้กลัวจะเผลอพูดเรื่องอื่นๆ แถมมาอีก

“อ้าว คนละเรื่องเลยอะดิ”

“ใช่ไง”

“แล้วข่าวมาไงละเนี้ย”

“ก็แค่เรื่องเม้ามอย ไม่ต้องไปใส่ใจ”

“แต่มันไม่ดีกับเจ้เลยนะ”

“พี่ยังไม่สนใจเลย ดาจะเก็บมาคิดทำไม”

“แต่”

“ไม่ต้องแต่ ไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมต้องไปดิ้นตาม ทำหน้าที่ของเราไปไง ถ้ามัวแต่เก็บทุกเรื่องราวที่คนอื่นเม้ากันเราคงเป็นบ้าพอดี เข้าใจไหม” เมธาวีสอนน้องรักไปในตัว

ที่จริงดาริกาควรจะชินกับเรื่องแบบนี้และชินกับนิสัยส่วนตัวของพี่ใหญ่เธอได้แล้ว เมธาวีเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเธอก็เป็นคนคิดมาก คิดเยอะกับทุกเสียงรอบตัวเธอนั้นแหละ แต่พอผ่านอะไรมาหลายๆ อย่าง ทั้งปัญหา อุปสรรค คนหลากหลายรูปแบบ จึงทำให้ทุกวันนี้เมธาวีแกร่งขึ้นทั้งกายและใจ บุคลิกเลยเป็นคนที่ค่อนข้างมีความมั่นใจในตัวเองสูง และดีที่เป็นคนเก่งและมีความสามารถด้วยจริงๆ เธอเลยเป็นดาวเด่นของบริษัทเสมอมา 

“เลิกสนใจได้แล้ว กินข้าวต่อเร็ว จะได้รีบกลับเข้าไปทำงาน” เป็นเมธาวีเตือนสติน้อง

ดาริกาเลิกสนใจเรื่องภาพในมือถือทันที เชื่อพี่สาวที่อธิบายให้เธอฟังทุกอย่าง

 

เมธาวีที่ปากบอกกับน้องว่าอย่าไปสนใจ แต่ในใจนี่คิดหาที่มาของภาพถ่ายมาก นี่แค่ภาพที่จะไปเกาะมันปูส์นะ ถ้าเป็นภาพที่เธอเข้าห้องเขาในสภาพที่เมามายแล้วกลับออกมาเช้าของอีกวันจะทำยังไง แล้วใครเป็นคนถ่ายภาพ ภาพมาได้ยังไง แล้วเรื่องจะไปกันถึงไหน ยิ่งคิดคิ้วก็ยิ่งขมวดกันเป็นปม

“รีบมาหรือเจ้” ดาริกาที่เห็นพี่ใหญ่ทำหน้ายุ่งระหว่างทานอาหาร

“อ่อเปล่า แค่กำลังคิดเรื่องโปรเจคตัวต่อไป”

“เออใช่ ลืมไปเลยว่ามาแล้ว”

“สามเดือน เราต้องชนะแน่นอนเจ้รอบนี้” ดาริการีบให้กำลังใจพี่ใหญ่

“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

เมธาวีบ่นในใจ ตัวไม่มาก็ยังมีข่าวมา ไม่ติดต่อมาสองสัปดาห์สงสัยถอดใจไปแล้ว หรือจะเป็นเขาเองที่เป็นคนปล่อยภาพ แล้วถ้าใช่เขาจะมาปล่อยช่วงนี้ช่วงที่เขาห่างเราไปทำไม ยิ่งคิดก็ยิ่งคิ้วขมวด แต่พอไม่คิดเรื่องน่านนที เธอก็ต้องมานั่งคิดเรื่องโปรเจคอีก ถ้ารอบนี้ทีมบีชนะก็จบเกมส์ รุจิราจะขึ้นนั่งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดอย่างไร้ข้อครหา 

“ขากลับขอแวะร้านกาแฟนะ”

“อือ เอาซิ” 

            ตั้งแต่ทางเข้าตึก ขึ้นลิฟต์ จนมาถึงออฟฟิศ เมธาวีและดาริกาถูกจับจ้องจากสายตาหลายคู่ บ้างก็หลบสายตาเมื่อดาริกาหันไปจ้องคืนบ้าง บ้างก็มองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดาริกาเริ่มโมโหว่าพวกข่าวลือเนี่ยน่าเบื่อจริงๆ เรื่องไม่มีมูล เล่าปากต่อปากจนทำให้คนอื่นลำบากใจ ผิดกับเมธาวีที่ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาใดๆ จากคนรอบข้างเลย เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น