รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 17 : 8 (80%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    17 ธ.ค. 63

 

 

“เออ ช่างมัน เลิกสนใจมนได้แล้ว ในนี้มีส่งที่น่าสนใจกว่าเยอะเลย” เพื่อนจอมกะล่อนในกลุ่มชวนเปลี่ยนหัวข้อพร้อมทำหน้าตาหื่นกระหาย

หลังจากนั้นบรรยากาศบนโต๊ะก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กินดื่มกันอย่างสนุกสานาน พร้อมๆกับนั่งโปรยสเน่ห์และเช็คเรตติ้งไปในตัว มีบ้างที่ยังนั่งคุยเรื่องงานเรื่องธุรกิจ ส่วนมากจะเป็นการอวดของรักที่ไปประมูลและไปตามหามาได้ซะมากกว่า 

“โน้น เองเห็นเหมือนข้าเห็นไหมวะ” เพื่อนในกลุ่มชี้ชวนกันให้ดูกลุ่มสาวสวยที่นั่งกันอยู่อีกโซน

“อืม งานดี ใช้ได้ สายตาไม่เลว” สุดปรารถนายิ้มอย่างอารมณ์ดี ลืมเรื่องที่โมโหน่านนทีไปก่อนนั้น

“ข้าจอง”

“ของข้า”

“แต่ฉันเห็นก่อนนะเว้ย”

หลายเสียงยื้อแย้งกันแสดงตัวเป็นเจ้าของ แบบที่เจ้าตัวเขายังไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

“พวกเองจองอะไรกัน” น่านนทีที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงโต๊ะเพื่อนๆที่เริ่มจะได้ที่กันบ้างแล้ว

“โน้น” เพื่อนอีกคนส่งสายตาให้มองไปยังเป้าหมาย

“พวกมันกำลังแย่งกันอยู่”

“แล้วตกลงใครจะได้วะ” น่านนทีรอฟังคำตอบอย่างไม่ได้คาดหวัง

“ไม่รู้พวกมัน เห็นแย่งกันจะเอาๆ แต่ไม่เลิกคุยเรื่องอะไหล่เรือใหม่ของไอ้ปรารถซักที”

“ไอ้สุดได้เรือใหม่มาอีกรึ” น่านนทีหันไปถาม

“ไม่รู้มัน เห็นมันโม้ว่าได้นั้นนี่มาเต็มเลยจากการไปเดินดูงานเมื่อบ่ายอะ”

“อ่อ สมใจมันละ” น่านนทียิ้ม

“ไอ้น่าน ไหนเองว่าจะมาพรุ่งนี้” สุดปรารถนาหันมาหาเรื่องเพื่อนทันที

“ข้าพูดซักคำหรือยังว่ามาวันพรุ่งนี้”

“ไอ้” สุดปรารถนาล้วงมือลงไปในแก้ว ปาน้ำแข็งที่หยิบขึ้นมาได้ใส่เพื่อนทันที แต่เพื่อนกันคงรู้กัน น่านนทีก้มหลบให้พ้นทางเจ้าก้อนน้ำแข็งที่ลอยมาอย่างกะทันหัน

            

“เห้ย” เสียงอุทานดังขึ้น

 น่านนทีและสุดปรารถนามองหน้ากันทำท่าทางตกใจ รีบหันหลับไปดูทันที

“ขอโทษครับ ขอโทษที เพื่อนผมไม่ทันระวัง” น่านนทีกล่าวขออภัยแขกที่นั่งอีกโต๊ะอย่างรู้สึกผิด

“คุณ” เสียงอุทานเบาๆ ดังขึ้นมาหลังจากที่เงยหน้าขึ้นมาจากการเก็บก้อนน้ำแข็งออกจากตัก

“ไม่เป็นไรครับ แต่ระวังหน่อยก็ดี” เป็นก้องภพที่เอ่ยออกมาแทนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ

น่านนทีทำท่าจะลุกเดินเข้าไปหาด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าจะเจอเมธาวีที่นี้ กลับโดนเพื่อนตัวดีเข้ามาขวาง อย่างเอาเป็นเอาตาย เห็นเขาเป็นโรคจิตชอบวิ่งเข้าหาผู้หญิงหรือไง ทำไมต้องทำท่าตกอกตกใจขนาดนั้น ฉุดกระชากลากถูกจนเพื่อนในกลุ่มนึกว่าจะมีเรื่องกับโต๊ะข้างๆ

“เห้ยๆ อะไรของพวกเองเนี้ย” เพื่อนในกลุ่มรีบลุกขึ้นมารั้งทั้งคู่ไว้

“ปล่อยข้าซะทีกได้ไหมวะไอ้ปรารถ” น่านนทีพูดอย่างโมโห

 “แกห้ามไปต่อยโต๊ะข้างๆนะโว้ยไอ้น่าน” สุดปรารถนาพูดจบ เพื่อนทั้งโต๊ะก็พร้อมใจกันอุทานออกมา

“เห้ย”

“พวกขาเผลอแปปเดียว พวกเองถึงกับจะไปมีเรื่องเลยหรอวะ” เสียงจากเพื่อนในกลุ่ม

“นั้นดิวะ อย่ามีเรื่องกันเลย” เพื่อนอีกคนมาช่วยเจรจา

“มีเรื่องกับผีนะซิ มานี่เลยไอ้ตัวดี” น่านนทีดึงหูเพื่อนรักอย่างสุดปรารถนาอย่างแรงให้เดินตามเขาออกไปข้างนอกทันที

“เห้ยๆ น่าน เบาโว้ย เบาหน่อยโว้ย” สุดปรารถนาโวยวาย

“ไอ้น่านโว้ย นี่เมียนะโว้ย” เขายังโวยวายต่อไม่เลิก

 

“ผัวเมียทะเลาะกันหรอกหรอเนี้ย” หยกและเบิ้ลมองตามทำตาปริบๆ

“พี่รู้จักหรอ” ก้องหันหน้ามาทางพี่ใหญ่เพราะเห็นทำท่าเหมือนเจอคนรู้จักกัน

“อืม” เธอตอบแค่นั้น ก้องจึงไม่กล้าจะถามต่อ แล้วบรรยากาศในโต๊ะก็เงียบลงกะทันหัน

“ว๊า เสียบรรยากาศหมดเลย เจอทีมนั้นก็น่าจะเกินพอแล้ว ยังจะมาเจอเรื่องในครอบครัวคนอื่นอีก” ดาริกาบ่นกระปอดกระแปด

“พี่กลับก่อนนะ” เมธาวีสะพายกระเป๋าเดินออกไปเลย

ลูกทีมทุกคนได้แต่มองตาม ก้องภพจะเดินตามไปแต่เอ็มคว้าแขนไว้ก่อนเป็นเชิงห้าม

“ปล่อยไปเถอะ คงกำลังอารมณ์ไม่ดีหนะ” ดาริกาแจงน้องๆ

ก้องภพเข้าใจทันที เพราะโปรคเจคแรกที่จะใช้แข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งก็ส่อแววจะมีปัญหาซะแล้ว ข้อมูลประกอบการจัดทำก็ไม่สมบูรณ์ คู่แข็งก็แบคดีเหลือเกินแถมงานเขายังราบรื่นเดินไปไม่สะดุดเลยด้วย เป็นธรรมดาที่เมธาวีจะต้องเครียด นี่กว่าจะชวนออกมาข้างนอกได้ต้องกาเหตุผลสารพัดเพื่อที่จะดึงพี่ใหญ่ออกมาจากงานได้ เพราะตั้งแต่รู้ว่างานที่คิดเริ่มจะมีจุดบกพร่องมากขึ้นเรื่อยๆ พี่ใหญ่ก็หาวิธีแก้ปัญหาไม่ได้พักเลย เรื่องนี้ทำให้ทุกคนในทีมเป็นห่วงอย่างมาก

“ข้าผิดเองหวะ” เอ็มกล่าวอย่างรู้สึกผิด

“บ้า ใช่ที่ไหนกัน” ดาริการีบปลอบ

“เฮ่อ” หลายเสียงในโต๊ะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

 

“ปล่อยข้าได้รึยังวะ” สุดปรารถนาโอดครวญ

“ไอ้ตัวปัญหา แกรู้ไหมใครที่นั่งอยู่โต๊ะนั้น แกจะขวางทางข้าทำไมวะ” น่านนทีพูดอย่างหัวเสีย เพราะไม่คิดว่าจะโชคดีได้มาเจอกันแบบนี้

“ก็ แกไม่ใช่จะเข้าไปหาเรื่องเขาหรอกหรอ”

“ไอ้บ้า ข้าจะเข้าไปทักคุณเมย์”

“คุณเมย์ เมย์ไหนวะ” ปรารถทำหน้างงเหมือนลืมบทสนทนาก่อนหน้านั้นอย่างสิ้นเชิง

“เห้ย อย่าบอกนะว่าเป็นคุณเมย์คนเดียวกัน”

“เออ” น่านตอบอย่างเซงๆ

“อ้าว ข้าจะไปรู้ได้ยังไงวะ เห็นหน้าตาแกพร้อมบวกกับโต๊ะนั้นมาก แหมที่ไหนได้ อยากบวกอย่างอื่นนี่เอง”

“ไอ้ทะลึ่ง หุบปาก” น่านนทีพูดพร้อมกับเอามือล็อคคอเพื่อนเหมือนจะทำให้เจ็บเพื่อระบายอารมณ์

 

“แก ดูซิพ่อเทพบุตรสุดหล่อสองคนนั้นกำลังง้องอลกันอยู่แน่เลย”

“เสียดายของ” อีกเสียงแสดงความคิดเห็น

“เสียดายอะไรของแก”

“ก็คนนั้นไง ก่อนหน้าทำท่าจะมากะลิ้มกะเหลี่ยคุณรุจิรานั้นไง แกไม่เห็นหรอ”

“คนไหนวะ”

ทั้งโต๊ะหันไปมองตามมือที่ชี้ให้ดู รวมทั้งรุจิราที่ถูกเอ่ยชื่อขึ้นมาด้วย

“ไหนวะ คนไหน”

“นั้นไง กอดหอมกันอยู่นั้นไง”

หนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่อีกมุมของสถานบันเทิงชื่อดังย่านกลางกรุงชี้ไม้ชี้มือให้เพื่อนร่วมวงดู เพราะก่อนหน้านี้หนึ่งในนั้นทำทีมาเป็นขอชนแก้วบ้าง ขอเลี้ยงทั้งโต๊ะบ้างเพื่อที่จะขอเบอร์รุจิรา แต่ไหงอยู่ดีๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้ อารมณ์เหมือนโดนเมียจับได้ว่าแอบมาหลีสาว

“บอกแล้วไงไม่ให้เรียกคุณ เรียกรุ หรือพี่รุเฉยๆก็ได้” รุจิราบอกกับสมาชิก

“แหม ก็ไม่ชินนี่คะ รียกคุณสบายใจกว่าเยอะเลยนะคะ” สมาชิกท่าทางฉอเลาะที่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงกับหลานสาวประธานบริษัทตนถึงจะมีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน

“คุณอะไรกัน อย่าเรียกคุณเลยค่ะ รุรู้สึกแปลกๆ จะเรียกพี่หรือเรียกน้องเอาที่ตามสะดวกเลยนะคะ” รุจิราทำเสียงเบื่อ เพราะเธอเจอมาแบบนี้ตลอด เมื่อไหร่ที่ใครๆรู้ว่าเธอเป็นใครหรือเป็นอะไรกับใคร เธอก็จะโดนปฏิบัติต่างจากก่อนหน้าที่จะรู้ทันที ซึ่งเธอเองก็ไม่ชอบ ไม่ชอบให้ใครมาเข้าใจและเรียกเธอว่าเป็นเด็กเส้น และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เธอพยายามปฏิเสธที่จะเข้ามาทำงานในธุรกิจครอบครัว

“โอเคครับ/ค่ะ” สมาชิกที่เหลือขานรับทันที

“ว่าแต่ สองคนนั้นยังไงกันแน่” สมาชิกคนอื่นยังไม่เลิกสนใจ

“เสียดาย” สาวฉอเลาะคนเดิมยังไม่เลิกโอดครวญ

รุจิราหันไปมองคู่ที่กลายเป็นประเด็นสนทนาในวงเพราะตอนแรกเธอก็ยอมรับว่าเขาแปลกและกล้าดี ไม่ใช่แค่สุดปรารถนาคนเดียวแต่เป็นทั้งโต๊ะที่ผลัดกันลุกผลัดกันมาพยายามทำความรู้จักกับโต๊ะเธอ แน่นอนรูจิรารู้ดีว่าอะไรแบบนี้เป็นเรื่องทั่วไป ไม่พ้นการแข่งกันหลีสาวแน่นอน เธอชินแล้ว สมัยเรียนที่เมืองนอกเธอก็ไม่ใช่สีขาวสะอาดอะไร เที่ยว ปาร์ตี้ เธอเรียกได้ว่าเป็นสาวที่สายปาร์ตี้ไม่หลับไม่นอนเลยก็ยังไหว แต่พอกลับมาเมืองไทย เหมือนทุกอย่างจะอิ่มแล้ว หรืออาจจะเพราะอายุด้วยก็ไม่แน่ใจ

รุจิราส่ายหัวให้กับความคิดเรื่อยเปื่อยในหัวตัวเอง

“พี่รุเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

“อ๋อ เปล่าๆ”

“รู้จักหรอคะ”

“ไม่ค่ะ เห็นทุกคนมองตาม รุเลยมองบ้าง”

“แหมหล่อน น้องรุเธอเพิ่งกลับมาเมืองไทย จะไปทันรู้จักคนไปทั่วอย่างหล่อนได้ยังไง”

“แหมพี่ก็ คู่รักนั้นน้องไม่รู้หรอกค่ะ แต่ที่เหลือที่นั่งที่โต๊ะอะ น้องรู้ประวัติเชิงลึกเลยหละ”

รุจิราหันกลับไปมองโต๊ะของหนุ่มคู่รักที่ไม่ได้สนใจว่าปัญหาครอบครัวนั้นแก้กันได้ไหม นั่งคุยกันเฮฮาตามปกติ

“พี่รุเพิ่งจะกลับมา อาจจะยังมีรู้นะคะว่าหลายๆคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น มีแต่ตัวท็อปๆ ตัวพ่อของวงการเลยหละค่ะ ดาวรุ่งพุ่งแรงกันมาก ฐานะทางบ้านไม่ธรรมดาซักคน แล้วหน้าที่การงานของแต่ละคน เปิดดูหน้านิตยสารธุรกิจรับรอง เจอทุกเล่มมีทั้งทายาทเศรษฐี ลูกผู้มีอิทธิพลใหญ่ก็นั่งอยู่ในนั้นนะคะ”

“ข้อมูลเปะเวอร์” เพื่อนที่นั่งข้างแซวทันที

“ในนิตยสารไงคะคุณเพื่อน เราอยู่ในวงการอะไรคะ ต้องมีข้อมูลไว้บ้างซิ”

“โอ้ ไม่เห็นเป็นแบบนี้ตอนทำงาน” เพื่อนอีกคนได้ทีแซวใหญ่

“ฉันทำตลอด พวกแกไม่เคยเห็นเอง”

“แล้วสองคนนั้นหละ ลืมสืบงั้นซิ”

“ไม่มีข้อมูลในสารระบบฉันเลยอะ แต่ปล่อยไปเถอะ เพราะยังไงเขาก็จับคู่กันแล้วไง ที่เหลือที่นั่งอยู่นั้นมองต่อได้”

แล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั้งวง

“ไปสืบเพิ่ม ฉันอยากรู้”

“เพื่อ”

“ก็บอกว่าอยากรู้”

“พอเถอะ เลิกสนใจเขาได้แล้ว” รุจิราตัดบทเพราะเริ่มรำคาญที่เรื่องของคนอื่นจะมาเป็นประเด็นสำคัญในการมาฉลองครั้งนี้เกินไปแล้ว ทั้งที่วันนี้เธอตั้งใจมาเพื่อให้คนในทีมทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน รวมทั้งของเธอเองด้วย แม้ว่าเธอจะมีข้อมูลของแต่ละคนอยู่ในมือแล้วก็ตาม

 

---------------------------------

ไม่อยากจะบอกว่าตอนนี้ยาวมากกกกกก ไม่รู้ตอนแต่งคิดอะไรอยู่ 

จะอัพยังไงให้ไม่ยาวเฟื้อยเกินไป

ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันด้วยเด่อ สั้นไปยาวไป ปรับได้จ้า ^^

-รัก-

 

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #10 mars15 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 04:05

    เจอกันแบบไม่ประทับใจเสียเลย เพราะเพื่อนชอบเล่นไร้สาระแท้ๆ

    #10
    1
    • #10-1 ญากานต์ดา(จากตอนที่ 17)
      22 ธันวาคม 2563 / 21:47
      คงต้องหาคนไปจัดการเพื่อนตัวแสบแล้วเนอะ ^^!
      #10-1