รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 15 : 7 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    13 ธ.ค. 63

 

 

นอกจากจะไม่มีหุ้นในเครือแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ได้เพียงน้อยนิด เพราะสมบัติทั้งหมดถูกยกให้กับทายาทตัวจริง บวรเกียรติคงไม่อยู่เฉยๆเป็นแน่ๆ ดังนั้นเรื่องที่น่านนทีโดนแอบลอบทำร้ายมาตลอด อาจเป็นฝีมือของคนใกล้ตัวคนนี้ก็ได้

“ผมว่า รอบนี้มันตามคุณเมย์นะครับ” เมธีที่กลับมาจากคุยกับตำรวจนั่งลงคุยกับเขาเหมือนเรื่องปกติทั่วไป

“งั้นรึ” น่านนทีนั่งจิบเครื่องดื่มไปด้วยใช้ความคิดไปด้วย

“ครับ เพราะคนของเราที่จับมาได้บอกว่าเป็นแค่ลูกกะจ๊อกทั่วไป รับงานไม่เลือก เลยไล่หาต้นตอไม่ได้เลย” เมธีอธิบายต่อ

“เค้นต่อก็เสียเวลาเปล่าซินะ” เขาวางแก้วลง หันหน้ามาคุยกันอย่างเพิ่มความจริงจังมากยิ่งขึ้น

“ครับ”

“เจ้าปรารถหละ ส่งขาวอะไรมาหรือยัง เรื่องที่มันอาสาทำหนะ” เขาวางแก้วแต่หยิบมือถือขึ้นมาแทน นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้อุบายหลอกมา

“คุณปรารถบอกยังไม่ว่างครับ” คราวนี้เมธียกแก้วขึ้นมาจิบอย่างไม่ได้สนใจหน้าคนฟัง

“อ้าวไอ้นี่ ตอนรับปากนี่แข็งขันเชียว”

“ก็ควรจะชินได้แล้วนะครับ” เมธีตอบน่าตายไม่ได้สนใจอะไร

“ไอ้นี่ เดี๋ยวปั๊ด” เมธีรีบลุกขึ้นทันทีเพราะรู้ว่าน่านนทีจะทำอะไรหลังจากพูดจบ

 

“พี่ ราบรื่นดีใช่ไหม” ดาริกาทักทายพี่ใหญ่ทันทีที่มาทำงาน

“ดีจ๊ะ” เมธาวีหยุดคิดชั่วครู่ก่อนตอบ

“แล้วนั้นกำลังทำอะไรอะพี่ เห็นกองเต็มโต๊ะเลย”

“โปรเจคแรกไง”

“โห ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ แต่เอะ ทำไมถึงพูดว่าโปรเจคแรกหละ มีหลายตัวรึ” หยกที่เดินเข้ามาพร้อมเบิ้ลและเอ็มถามขึ้นมาอย่างพร้อมกัน

“ใช่ เห็นว่าให้ทำ 3 ชิ้นนะ” เธอกล่าวปกติ เลย

“ขอละเอียดกว่านี้ได้ไหมพี่ จะได้เตรียมตัวถูก” เบิ้ลโพล่งออกไปตามนิสัย

“รอมาครบๆ กันก่อน จะได้ไม่ต้องพูดเรื่องเดิมหลายๆ รอบ”

“รออะรอได้พี่ แต่ว่ารอบนี้ไม่มีอะไรติดไม้ตืดมือกลับมาด้วยหรอ” เบิ้ลถามหาของฝากอีกรอบ

“ไม่มีเลยอะ ขอโทษที”

“ว๊า” เด็กๆ ทำหน้าเซ็ง

“ไอ้พวกเห็นแก่ของฟรี” ดาริกาเหน็บทันที 

รอไม่ถึงยี่สิบนาทีก้องภพก็ถึงที่ทำงาน สมาชิกทีมการตลาดเอก็อยู่กันครบกันแล้ว หัวหน้าทีมก็รีบแจ้งรายละเอียดให้ทุกคนในทีมทราบทันที พร้อมทั้งให้แต่ละคนระดมความคิดช่วยกันในการคิดคอนเซ็ปและรูปแบบงานชิ้นนี้ จากปกติที่ทำงานดีกันอยู่แล้ว แต่งานนี้มีเดิมพันค่อนข้างสูงนั้นคือตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด ที่ควรจะเป็นของหัวหน้าทีม แต่ก็มีอุปสรรค ดังนั้นทุกคนจึงต้องตั้งใจเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

ใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์ในการเพิ่มลดส่วนที่คิดว่าเหมาะสมกว่า และเป็นมติที่น่าพอใจของทุกคนในทีม ขั้นต่อไปคือการเดินหน้าเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้มีความถูกต้องและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน

 

ด้านน่านนทีที่คอยสืบเรื่องที่เกิดขึ้น พบว่าเป็นไปอย่างที่เขาคาดเดาไว้ไม่มีผิด แต่ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้

“ครั้งนี้ผมว่าคุณบวรเล่นหนักไปนะครับ” เมธีออกความคิดเห็น

“มันก็ลอบกัดแบบนี้มานานแล้วไม่ใช่รึ” สุดปรารถนาแหล่มองน่านนทีขณะพูด

น่านนทีไม่ตอบแต่มองหน้าเพื่อนสนิทสลับไปมา

“ฉันก็คิดไว้แล้วแหละ ว่าซักวันมันจะต้องหาวิธีกำจัดฉันให้ได้” น่านนทีพูดเรียบๆ

“แต่ก็บังเอิญเกิ๊น มันน่าจะฉลาดเลือกใช้คนที่มีสมองมากกว่านี้หน่อยนะ”

“ไอ้ปกรณ์กับไอ้บวรมันก็พอๆ กันนั้นแหละ”

“อยากได้ของของคนอื่น”

 “หมายถึง คุณเมย์ของคุณน่านหรือครับ” เมธีล้อเลียน

“อะไรคือคุณเมย์ของคุณน่าน ยังไง เล่ามาไอ้เมย์” สุดปรารถนาทำตาลุกวาวทันที

“ไม่ใช่ผมก็แล้วกัน บอกกี่ทีแล้วให้เรียกชื่อเต็มๆ” เมธีจ้องหน้าเพื่อนอย่างคนมีอารมณ์

“เออๆ อย่างอลเลยนะเมนี่ บอกพี่สุดคนนี้ที คุณเมย์คือใครวะ” สุดปรารถนาล้อไม่เลิก

เมธีลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเดินไปจัดการกับเพื่อนปากมากที่อยู่อีกฝั่ง แต่โดนน่านนทียกมือห้ามศึกไว้ก่อน

“พอแล้ว พอแล้ว พวกแกนี่ยังไง โตกันขนาดนี้แล้ว ยังกัดกันไม่เลิกอีกหรอ”

“ไอ้น่าน!” สองเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน เหมือนไม่พอใจที่โดนเปรียบเทียบกับคำว่ากัด

น้อยคนนักที่จะได้เห็นภาพเมธีในมุมแบบนี้ เพราะปกติมักจะเป็นคนที่มีท่าทางสุขุมที่สุดในกลุ่มเพื่อนแล้วหากเปรียบกับทั้งสองคนนี้

น่านนที เมธี และสุกปรารถนา เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จนโตขึ้นก็ยังไปเรียนที่เดียวกันทั้งในและต่างประเทศ น่านนทีที่ถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีตั้งแต่ผู้เป็นมารดาเสียชีวิต และมีเมธีตามไปเป็นเพื่อนเล่นและคนคอยดูแลเขาไปพร้อมๆกัน ส่วนสุดปรารถนาฐานะทางบ้านร่ำรวยอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะตามเพื่อนรักทั้งสองไปเรียน

คบหาเป็นเพื่อนรักที่จริงใจต่อกันเสมอมา จนหลายคนคิดว่าทั้งสามคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกิดกว่าเพื่อน เมธีที่เป็น 1 ในกลุ่มคนที่ถูกยกขึ้นเป็น 1 ในบทสนทนาของหลายๆครั้ง รู้สึกโมโหและไม่พอใจเป็นอย่างมาก ปิดกับอีกทั้ง 2 คนที่ไม่ได้สนใจเสียงนินทาต่างๆ ตรงกันข้าม กับคิดเป็นเรื่องตลกเอาไว้อำกันเล่นเสมอมา

“สุด เมนี่ พอแล้วๆ นั่งลงเถอะ” น่านนทียกมือห้ามทั้ง 2 คน

“นี่ ไอ้น่าน” เมธีชี้หน้าเพื่อนอย่างเหลืออด

“เออ ขอโทษๆ พวกแกสองคนนั่งลงซะที แล้วก็มาช่วยข้าคิดว่าจะเล่นมันคืนยังไงดี”

พอเข้าโหมดจริงจัง คนที่กำลังจะวางมวยก็เริ่มเย็นลง นั่งคิดช่วยกันว่าจะจบเรื่องนี้ยังไงดี ปกรณ์ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นอันธพาล เสเพลแค่ไหน ทั้งสารเสพติดก็ไม่เว้นมันเอาหมด ถ้าไม่ติดว่าอาศัยบารมีพ่อ คงถูกจับติดคุกไม่ก็โดนคู่อริเก็บไปตั้งนานแล้ว ส่วนบวรลูกเลี้ยงของพ่อเขาเองที่ใครๆเข้าใจว่าเป็นทายาทของคุณชลธี เลิศบูรณะ ที่อยู่ดีๆก็ถูกเปิดเผยในวันเปิดพินัยกรรม ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับประธานใหญ่เลย มีความสัมพันธ์แค่เป็นลูกที่ติดภรรยามา เพราะในพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนว่า สมบัติทุกชิ้น เงินทองทั้งที่เป็นเงินสดและไม่เป็นเงินสดต้องเป็นของน่านนที เลิศบูรณะ บุตรชายเพียงคนเดียวเท่านั้น จะมีก็แค่บางส่วนเท่านั้นที่แบ่งในคุณผกา ในฐานะที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี

ปกรณ์ซึ่งตามเมธาวีอยู่ก่อนแล้ว และบวรที่อยากจะกำจัดน่านนทีเป็นทุนเดิม เรียกได้ว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็นโอกาสที่เข้าทางของทั้งสองคนมาก เพราะถ้าสำเร็จ ปกรณ์ก็จะได้เมธาวีไปอย่างที่เขาหมายมาด ส่วนบวรก็จะได้กำจัดตัวมารทีทำให้เขาต้องถูกลดความสำคัญจากคนรอบข้างจากที่เคยเป็นจุดสนใจมาตลอด

“เรื่องจัดการคน งานถนัดฉัน พวกแกไม่ต้องเหนื่อยหรอก แต่ฉันขอรู้หน่อยซิ คุณเมย์นี่ เมย์ไหนวะ” สุดปรารถนาถามอย่างสนใจ

“ถามกันเอาเอง เห็นเดินตามต้อยๆ” เมธีโยนให้น่านนทีทันที

“สวยไหม” สุดปรารถนาเอามาจับเข่าเพื่อนไว้ทั้งสองข้าง

“ของฉัน” น่านนทีกัดฟันตอบ 

“สวยแน่เลย” สุดปรารถนาหันมาขอความคิดเห็นจากเมธา

“ขยับออกห่างจากตัวข้าด้วย ก่อนจะกระเด็นไปนู้น” น่านนทียกขาข้างหนึ่งขึ้นมา

“หวงของนี่หว่า มีโมโหกลบเกลื่อนซะด้วย อยากเจอะอะ” สุดปรารถนายังล้อไม่เลิกแต่ก็รีบขยับตัวออกจากรัศมีขาเพื่อน

“ฝันไปเถอะ”

“ขนาดนั้น”

“เออ พอได้แล้ว ไปจัดการเรื่องที่แกเสนอหน้ารับไปทำให้สำเร็จเหอะ” น่านนทีเปลี่ยนเรื่องทันที

 

ตั้งแต่ได้รับโจทย์ในการแข่งขัน ทราบผลิตภัณฑ์ ทั้งทีมการตลาดเอและบีก็ตั้งหน้าตั้งตาคิดแบบงาน ออกแบบ จัดกา รวมทั้งข้อมูลและกรรมวิธีต่างๆ เรียกได้ว่าทั้งสองทีมกำลังอยู่ในช่วงของการซุ่มเก็บข้อมูลเลยก็ว่าได้

“พี่ หยกแอบไปสืบมา ข่าวว่าทีมนั้นเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว” หยกทำท่ากระซิบกระซาบกับดาริกา

“ห่ะ ทำไมไวขนาดนั้น” ดาริกาเสียงดัง

ทุกคนบนโต๊ะหันหน้ามามองสองสาวอย่างพร้อมเพรียง

“ขอโทษ ขอโทษทีจ้า ไม่มีอะไร” ดาริการีบออกตัวแบบอายๆ

ดาริกาค่อนข้างตกใจที่ทีมบีคิดงานเสร็จเร็วขนาดนี้ ถ้าให้เดาคงเป็นเพราะหัวหน้าทีมคนใหม่แน่ๆ ที่ทำให้ทีมบีใช้ระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่เมื่อตัดภาพมามองที่ทีมเอของตัวเองแล้วนั้นยอมรับว่ายังเหลืออีกหลายส่วนที่ยังหาข้อมูลมาสนับสนุนในบางประเด็นที่ทีมคัดเลือกมายังไม่ได้ ปัญหาใหญ่เลยไปตกที่เก็บข้อมูลมาสนับสนุน

“พี่ว่าข้อมูลส่วนนี้ยังน้อยไปนะ” เมธาวีออกความคิดเห็นทันทีหลังจากที่เอ็มนำเสนอข้อมูลที่ตนหามาได้จบ

“ผมก็ว่ามันยังขาดๆนะพี่” เบิ้ลเสริมอีกคน

“เพิ่มส่วนไหนดีพี่” เอ็มถามความคิดเห็นอย่างใจเย็น

ดาริกาสบตากันแล้วหันไปสนใจกระดานที่เอ็มนำเสนอทันทีหลังจากที่ไปหาข้อมูลมา

“เราจะโปรโมตกระดาษ ที่สำคัญเป็นกระดาษโน้ตลายการ์ตูนน่ารัก กลุ่มลูกค้าไม่น่าจะมีแค่นักเรียนนักศึกษานะ มีส่วนอื่นอีกไหม” ก้องภพถามบ้าง

“เพื่อนหยกก็ชอบใช้กันนะคะ เรียกบ้าก็ได้ กระดาษน่ารักๆ เนี้ย ถึงขั้นพรีออเดอร์จากต่างประเทศเลยก็มี”

“ขนาดนั้น” เอ็มหันไปถามอย่างไม่เชื่อหู

“จริง ราคาไม่เกี่ยงเลย ขอแค่ลายน่ารักถูกใจ” หยกย้ำคำตอบ

“จริงซิพี่ น้องสาวผมไถไอจีทุกวัน ซื้อทุกวัน ไม่รู้ใช้ทันไหม” เบิ้ลเสริมบ้างแบบงงๆ

“งั้นขอเวลาอีก 2 วัน รับรองครบ สามบูรณ์ สัญญา” เอ็มรับปากเรื่องข้อมูลผู้บริโภคอย่างแข็งขัน

“แล้วคนอื่น ๆหละ มีความคืบหน้าอะไรจะรายงานไหม” เมธาวีสบตาน้องๆทีละคน

“เรื่องรูปแบบ คอนเซ็ปยังเหมือนเดิมครับ เพราะเราเซตไว้กลางๆ รอแค่ชัดเจนว่ากลุ่มลูกค้านี่กว้างขนาดไหน จะได้ดันซีนนั้นขึ้นมาอีกหน่อย” ก้องภพที่รับผิดชอบในส่วนของการออกแบบ กำกับ

“ส่วนเรื่องของแบรนด์กระดาษที่ให้ไปศึกษามาก็อยู่ในนี้เลยค่ะ ดาปริ้นมาแจกทุกคนแล้ว เป็นบริษัทที่เปิดมาได้ไม่นาน แต่มีทุนเยอะทีเดียว” ดาริการายงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ

“แล้วเราสองคนหละ” ดาริกาหันไปถามเบิ้ลและหยก

“ผมพร้อมเสมอ พี่ก้องเริ่มเมื่อไหร่ ผมก็ได้เมื่อนั้น”

“หยกก็ด้วยค่ะ”

ใช้เวลาในการรายงาน เพิ่มเติม ปรับเปลี่ยนรายละเอียดนิดหน่อย ทุกคนก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง จะมีก็แต่เพียงหัวหน้าทีมที่ยังนั่งเครียดมองเอกสารตรงหน้า

“ทำไมทำหน้าเครียดจังเจ้” ดาริกาเอ่ยถาม

“ไม่มีอะไรหรอก”

“ไม่ต้องเครียดหรอกเจ้ เริ่มชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างแล้วนะพี่”

“พี่ก็หวังอย่างนั้น”

“อ้าว ทำไมพูดแบบนั้นหละ มีปัญหาอะไรที่เรายังไม่รู้หรอพี่”

“ไม่ๆ พี่แค่อยากได้ข้อมูลครบๆ จะได้สรุปไวๆ”

“ก็ เหลืออีก 2 วันไงพี่ เอ็มรับปากแล้ว”

“แต่อีกทีมเสร็จแล้วนะ” เมธาวีเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจ

“มิน่า ถึงทำหน้าเครียดอย่างนี้ เพราะเขาช้ากว่าเรามาตลอดใช่ไหมหละ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

“แล้วอย่างไหนกัน”

สองสาวพี่น้องมองหน้ากันไม่ยอมออกจากห้องประชุม

“แค่เททางไม่ถูก”

“ไม่เห็นต้องกลัว”

“บอกไม่ได้กลัวไง เรานี่ยังไง”

“เอางี้ เย็นนี้ไปตื๊ดกัน น้องเลี้ยงเอง” ดาริกาขยิบตาให้เมธาวี

“แหม แม่คุณ งานยังไม่เสร็จแล้วยังจะกล้า”

“ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งเครียดอยู่อย่างนี้นะเจ้ ไหนๆก็ต้องรอเอ็มอยู่ดี ไปเถอะ แก้เซ็ง”

“อยู่ไม่ดึกนะ” เมธาวีมีข้อแม้ก่อนไป

“ตามนั้น”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #8 mars15 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 04:03

    อย่าให้ไปเจอตัวปัญหาก็แล้วกัน ช่วงนี้มันยิ่งจ้องๆอยู่..แบบนี้ส่อแววว่าพี่น่านคงเหนื่อยอีกแล้ว

    #8
    0