รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 1 : 1 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    27 พ.ย. 63

“กรี๊ด” สิ่งแรกที่ฉันอยากจะทำทันทีที่ตั้งสติได้ หลังจากที่ใช้เวลาในการปรับสายตาเข้ากับ แสงแดดอันร้อนแรงของเวลาใกล้เที่ยงที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดม่านไว้ แต่ทำไมถึงมีความรู้สึกว่าเอวหนักๆ เหมือนมีอะไรมาวางทับไว้ แล้วเพดานแบบนี้ วอลเปเปอร์แบบนี้ และเตียงนี่ ทุกอย่างไม่คุ้นในความรู้สึกของเธอเลย แต่เดี๋ยวนะ นี้ไม่ใช้ห้องของเธอ ไม่ใช่เตียงเธอหนิ

 แล้วไอ้ที่หนักๆ ที่เอวนี่ทำไมขยับได้หละ 

 นั่น! รัดแน่นกว่าเดิมอีก  

 ไม่เสียเวลาสงสัยนาน เมธาวีก้มลงไปยังสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดทันทีตั้งแต่ตื่นนอน 

 “นี่ นี่แขนใคร” คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจ แขนที่กำลังโอบกอดเธอจากด้านหลังว่าน่าตกใจแล้ว สภาพเธอตอนนี้น่าตกใจกว่า ว่าทำไมตัวเธอถึงไม่มีเสื้อผ้า และทำไมสภาพห้องถึงได้เละขนาดนี้

 “สติ สติ เมธาวี เธอต้องมีสติก่อน” เธอพยายามเรียกสติของตัวเองให้คืนมาอย่างครบถ้วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่รับรู้ได้ว่าเจ้าของมือเริ่มสงบลงแล้ว เธอเองก็นอนระลึกเช่นกันว่าทำไมเธอถึงได้มาอยู่บนเตียงที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ 

  เมื่อคืน ใช่ ใช่แน่ๆ เมื่อคืนเธอฉลองหนักไปหน่อย แต่สาบานได้ว่าเธอเคยดื่มได้มากกว่านี้แต่ก็ไม่เป็นแบบนี้นะ ไม่ใช่ว่าไม่เคยดื่ม แล้วเธอจะเมาเละจนไม่มีสติ มาโผล่ที่เตียงใครก็ไม่รู้แบบนี้ได้ยังไง

 ในขณะที่กำลังนอนคิด เจ้าของแขนที่พาดเอวเธอก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นอีก เพราะเขาคงรู้สึกได้ว่าหมอนข้างที่กอดนอนมาทั้งคืนไม่อยู่นิ่งๆอย่างที่ควรจะเป็น มือใหญ่เริ่มควานสะเปะสะปะไปเรื่อยอย่างคนงัวเงีย

 หมับ! เมธาวีรีบคว้ามือนั้นไว้ก่อนพร้อมกับทำตาโต เพราะไอ้มือที่ว่านั้นแทบจะวางแหมะลงบนหน้าอกเธออยู่แล้ว

เจ้าของมือปริศนาคงเริ่มรู้ตัวแล้วแหละ ว่าตนคงไม่ได้นอนกอดหมอนข้างอย่างที่เข้าใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าห้องตัวเองสว่างมาก และคิดว่าเมื่อคืนตนคงไม่ได้ปิดม่านก่อนเข้านอน เพราะหลังจากที่แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดตอนเช้า เขาก็ไม่ได้กลับเข้ามาที่ห้องอีกเลย จนตอนนี้

เขาผงกหัวขึ้นมาดูหมอนข้างที่ตนทั้งหนีบและกอดไว้แนบอกทั้งคืน สองสายตาประสานกันแบบไม่ทันตั้งตัว นาทีที่ทั้งสองเงยหน้าสบตากัน เหมือนฉากในละครไม่มีผิด ทั่งคู่นิ่งไปพร้อมกัน ก่อนที่จะมีเสียงหลุดออกจากปากของทั่งคู่

“คะ คุณ” คำพูดที่เพิ่งหลุดออกจากปากของคนทั่งคู่ หลังจากที่เรียกสติกลับมาได้

สายตาน่านนทีที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้าเหมือนตอนแรก ตอนนี้หลุบต่ำลงไปกว่าช่วงลำคอ

เมธาวีเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าเพราะเกิดช่องว่างของทั่งสอง ทำให้ผ้าห่มที่เคยอยู่บนตัวเธอล่นลงไปกว่าครึ่ง รีบปล่อยมือที่ตะครุบมือเขาไว้ เปลี่ยนเป็นมาดึงผ้าห่มคลุมร่างตัวเองทันที

“ผมอธิบายได้” น่านนทีที่เป็นฝ่ายเรียกสติตนเองกลับคืนมาได้ก่อนรีบอธิบาย

“ไม่จำเป็นค่ะ” เมธาวีรีบสวนกลับทันทีด้วยเสียงที่ค่อนข้างรั้น

“ฉันจะแต่งตัว” เธอบอกเสียงเรียบ

น่านนทีเหมือนจะยังไม่เข้าใจ จนเธอต้องใช้สายตาดุๆ บอกเขาว่าทั้งคุณและฉัน ไม่ได้ใส่เสื้อผ้ากันอยู่ทั้งคู่นะ รีบๆ ลุกออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอพูดออกมาก็คงจะประมาณนี้

“อ๋อ ได้ๆ” เข้าเพิ่งจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของเธอ ไม่ต้องรอให้หล่อนด่าด้วยสายตาซ้ำอีกรอบ เขารีบลุกไปหาชุดคลุมอาบน้ำที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้ามาสวมก่อน แต่เหมือนคนบนเตียงจะยังไม่พอใจ ใช้สายตาสั่งให้เขาออกไปให้พ้นจากห้องนี้

“อ่อ ได้ๆ ขอโทษที งั้นผมไปรอข้างนอกนะ” เขารีบอธิบายกับเธอ แถมยังแอบสังเกตหน้าตาสาวเจ้าที่ทำหน้าเซงอยู่บนเตียงตัวเองด้วย

เมธาวีใช้เวลาในการเก็บชิ้นส่วนเสื้อผ้าแต่ละชิ้นที่กระจัดกระจายตามพื้นด้วยความเร่งรีบ จัดทรงผมพอเป็นพิธีให้ดูดีกว่าตอนที่ลุกจากเตียง แล้วรีบหากระเป๋าพร้อมกับเปิดประตูห้องนอนออกไปข้างนอกแล้วพบว่า นี่คือห้องพักบนตึกที่สูงพอสมควร เพราะวิวด้านนอกหน้าต่างเรียกได้ว่าเป็นห้องที่มีวิวสวยมากๆ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เธอคงใช้เวลาในการเดินสำรวจและดื่มด่ำความสวยงามของวิวข้างล่างจากห้องนี้นานพอสมควร ต่างจากห้องพักของตนที่เมื่อตอนหัวค่ำเอากระเป๋าเข้าไปเก็บเป็นอย่างมาก 

“คุณจะไปแล้วหรอ” น่านนทีรีบถามทันทีที่เห็นเธอสะพายกระเป๋าและหอบเสื้อคลุมออกจากห้องด้วยความรีบร้อน

“ใช่ ฉันจะไปแล้วค่ะ” เธอตอบเขาพร้อมๆกับเดินหารองเท้าอีกข้างที่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนของประตูทางออก

“แต่” เขาพูดยังไม่ทันจบประโยค เธอก็ตั้งท่าจะเปิดประตูออกไปจากห้องหลังจากที่ใส่รองเท้าอีกข้างเสร็จ

“แต่ผมเป็นครั้งแรกของคุณนะ” เขาตะโกนไล่หลังเธอ

เมธาวีหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตูออกมาได้เพียงเล็กน้อยเล็กน้อย มือบางนิ่งค้างไป แต่แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น และเธอก็ไม่ได้หันกลับมามองเข้า พร้อมกับเปิดประตูห้องออกไป และทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่รั้นเสมอต้นเสมอปลายของเธอว่า

“ฉันไม่ถือ”

 

ผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องนี้ไปนานแล้ว แต่เจ้าของห้องยังคงยืนจะลึงอยู่ที่เดิม เพราะประโยคที่ว่า “ฉันไม่ถือ” เนี้ยนะ ได้ยังไงกัน ตอนแรกเขากะจะนั่งคุย ตกลงกับเธอให้เข้าใจว่าที่มาที่ไปมันเป็นยังไง แล้วดูเธอทำกับเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ จะว่าหน้าตาเขาไม่น่าสนใจ ก็ไม่น่าจะใช่  เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจในเสน่ห์และหน้าตาของตนเองอยู่มาก หรือจะเป็นเพราะลีลาเมื่อคืน ที่เธอคงไม่ปลื้ม ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเมื่อคืนท่าทางเธอมีความสุขมาก หรือว่าฐานะ แต่เขาเป็นถึงท่าน ประธานใหญ่ของโรงแรมนี้และโรงแรมในเครือเลิศบูรณะอีกทั่วประเทศนะ ได้ยังไงกัน แต่ก็ใช่ว่าเธอจะรู้เรื่องราวของเขาหนิ เมื่อคืนเธอแทบจะไม่ได้พูดคุยหรือถามประวัติอะไรเลย

 ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ น่านนทีได้แต่ส่ายหัวแบบงงๆ ว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกหรือโวยวายเอะอะ อะไรเลยนะ

 “ฉันไม่ถือ ฉันไม่ถือนี่นะ” เขาทวนประโยคทิ้งท้ายที่เธอทิ้งไว้ก่อนออกจากห้องไปอยู่หลายรอบ พร้อมทั้งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน สาเหตุที่ทำให้ทั่งคู่มาลงเอยที่เตียงนี้ ในห้องแบบนี้

  “คุณจะไม่ถือได้ยังไง ก็ในเมื่อเมื่อคืนร้องซะลั่นห้องขนาดนั้น ผมปลอบคุณอยู่นานเลยนะคุณผู้หญิง” เขารำพึงรำพันกับตัวเองพร้อมเดินไปอาบน้ำเพื่อเรียกความสดชื่นกลับมาในห้องที่ผู้หญิงไม่ถือคนนั้นเพิ่งออกไป

  ที่นอนยับยู่ยี่หมอนผ้าห่มกระจัดกระจาย เครื่องใช้ในห้องตกระเนระนาดไปคนละทิศทาง ผลจากเหตุการณ์เมื่อคืน แสดงให้เห็นว่าคงไม่ใช่คืนที่ธรรมดาทั่วไป

   “เมธาวี เดชากิจ นักการตลาด ดีว้า ออร์แกไนเซอร์” เขาอ่านชื่อที่แสดงอยู่บนบัตรพนักงานขนาดมาตรฐานทั่วไป ที่ตกอยู่ใต้เตียง กองรวมๆกับหมอนและผ้าห่มบางส่วนที่มองอยู่ที่พื้นที่

 เขาอ่านมันซ้ำๆ เหมือนกำลังจัดเก็บในส่วนของความจำว่าไม่ควรลืม พร้อมกับยิ้มร้ายแบบมีแผนในใจ “ยัยผู้หญิงไม่ถือ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น