เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป #นิยายเรื่องนี้(ไม่ใช่)สายเถื่อน [YAOI] END

ตอนที่ 9 : เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    11 ก.ค. 59

NOTE : ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ

 


Chapter 9         



            ผมนั่งเท้าคางมองคนป่วย ที่หมดฤทธิ์ไปแล้วกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง หลังกินโจ๊กเสร็จพี่ก็หาเรื่องแกล้งผมให้เขินอีกจนได้ ผมก็ได้แต่เอายาจับกรอกปากพี่แก้เขิน ถึงจะอย่างนั้นก็ยังหัวเราะขำผมอีก

 

ผมยกมือขึ้นอังหน้าผากคนป่วยก่อนจะนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อพบว่าความร้อนยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด  ขนาดนี้ยังทำเป็นเก่งหาเรื่องแกล้ง แล้วก็มากวนประสาทคนอื่นอยู่ได้ เห็นเงียบๆแบบนั้น ก็นึกไม่ถึงว่าจะพูดมากแล้วก็ขี้แกล้งแบบนี้ พี่มักจะหาคำพูดมาหยอกให้ผมได้เขินอยู่เรื่อย ฉะนั้นถ้าตามพี่ไม่ทันก็คงต้องได้เขินตายแน่ๆ เลยต้องหาคำมาตอกกลับพี่บ้างไม่งั้นก็คงได้ใจมาหาเรื่องแกล้งกันแบบนี้

 

“ไอ้พี่บ้า” ว่าแล้วใบไม้ก็แลบลิ้นใส่ร่างสูงหนึ่งที

 

 พี่นอนหลับแบบนี้ก็ดี จะได้แอบมองได้ถนัดๆหน่อย ดูสิ... จมูกก็โด๊งโด่ง คิ้วก็ไม่หนาไม่บางไป คมกำลังดี ปากหยักที่แอบห้อยนิดหน่อยก็ดี เวลามันยกยิ้มขึ้นมาทีไรก็ทำให้ใจของใบไม้เต้นรัวตลอด ไรหนวดเขียวๆที่ขึ้นก็ทำให้พี่ดูแบดมากขึ้น สันกรามก็..โอ๊ย ทำไมพี่เป็นแบบนี้นะ ถ้าส่องกระจกแล้วจะคิดว่าตัวเองเป็นยังไงนะ จะคิดว่าตัวเองหล่อแค่ไหน

 

ใบไม้ไม่รู้หรอกว่าหน้าตัวเองเคลิ้มแค่ไหน ไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ไม่รู้หรอกว่าตัวเองยื่นมือขึ้นไปเขี่ยจมูกโด่งของคนตรงหน้าตอนไหน ไม่รู้ว่าตัวเองผุดรอยยิ้มน่ารักๆขึ้นมา รู้แค่ว่าตัวเองหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกแล้ว

 

“พี่อันตรายกับหัวใจผมมากๆเลยรู้ไหม”

 

“............”

 

“รู้ตัวไหมเนี่ยว่าทำผมหัวใจเต้นแรงได้มากขนาดนี้”

 

“............”

 

“แถมยังจะมาทำตัวให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองอีก”

 

“.............”

 

“ร้ายกาจจริงๆ”

 

พูดอย่างนั้นก็จัดการบีบจมูกโด่งไปเบาๆ แหม่ ก็ไม่กล้าทำแรงหรอก เดี๋ยวตื่นขึ้นมาพี่ก็จะมาหาเรื่องแกล้ง ไม่ได้พักผ่อนกันพอดี แล้วผมจะต้องมาอดทนกับความเขินของตัวเองอีก

           

                ผมเดินไปเปิดตู้เย็น คว้าเอาแผ่นเจลลดไข้ออกมา ก่อนจะเอาไปวางบนหน้าผากของพี่ ความเย็นที่กระทบลงบนผิวหนังทำให้พี่สะดุ้งขึ้นมาเบาๆ แล้วปรือตามองผมเล็กน้อย ผมได้แต่ยิ้มให้พี่แล้วบอกให้พี่นอนไปเหมือนเดิม

 

            “ไม่เป็นไรนะครับ วางไว้แบบนี้พี่จะได้หายเร็วๆ”

 

            พี่ไม่ว่าอะไรแค่หลับตาลงแล้วหลับไปเหมือนเดิม ท่าทางแบบนั้นทำให้ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ก็พี่เหมือนเด็กเลย แถมยังดูน่ารักมากๆอีกต่างหาก  โชคดีแค่ไหนที่ผมมาเห็นอีกด้านหนึ่งของพี่แบบนี้

 

ใบไม้นี่โชคดีที่สุดเลยเนอะ

 

 

_____________________________________________________________________

 

 

จอมทัพตื่นขึ้นมาได้พักหนึ่งแล้ว  อาการปวดหัวก็ดูเหมือนจะลดลงไปเหมือนกัน  ร่างสูงนั่งพิงกับหัวเตียงเงียบๆ มองดูคนตัวเล็กที่นั่งหันหลังให้ อยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ  เจ้าตัวคงจะไม่รู้หรอกว่าตัวเขาตื่นแล้ว เพราะมัวแต่นั่งจดจ่อกับโทรศัพท์แล้วใส่หูฟัง หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว มือเล็กอีกข้างก็ส่งไอศกรีมเข้าปาก ใกล้ๆกันมีกล่องข้าววางอยู่

 

มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อคนตัวเล็กหัวเราะออกมาเสียงดัง นี่คงไม่รู้ว่าตัวเองหัวเราะดังแค่ไหนสินะ แต่นอกจากยิ้มแล้วร่างสูงก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่นั่งมองใบไม้อยู่แบบนั้น คิดอะไรไปคนเดียวเงียบๆ

 

วันที่มีคนตัวเล็กมายืนจ้องหน้าผม ผมยังจำได้อยู่เลย ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ตากลมๆเบิกค้างนิ่ง เจ้าตัวคงจะไม่รู้ว่าผมก็เห็น ผมไม่ได้คิดอะไร แต่ใบหน้าดูเอ๋อๆแบบนั้นก็ดูน่ารักดี และไม่คิดว่าจะเจอกันอีก แต่เมื่อไปถึงโรงอาหาร ก็มีคนตัวเล็กคนเดิม มานั่งจ้องหน้าผม เห็นแบบนั้นก็ได้แต่แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เป็นโอกาสให้ผมได้สำรวจคนตัวเล็กบ้าง

 

ตัวบางๆ ท่าทางดูเตี้ยกว่าผมอยู่ เพราะเจ้าตัวสูงกว่าเพื่อนผู้หญิงที่เดินด้วยกันเพียงเล็กน้อย ผมสีดำสนิท ผิวขาวเหลืองไม่ได้ขาวมาก ตาโต จมูกโด่งรั้น ปากชมพู แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ กับท่าทางละล้าละลัง ตอนรู้ตัวว่าโดนจับได้แล้วก็ดูน่ารัก

 

ในตอนนั้นผมได้แต่แปลกใจกับตัวเองที่ยิ้มออกมาได้ง่ายๆเพราะคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือครอบครัวแบบนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายิ้มออกมาทำไม รู้ตัวอีกทีก็ยิ้มออกไปแล้ว

 

            เพื่อนๆของผมก็คงจะสังเกตเห็นปฏิกิริยาแปลกๆของผม เตวินเป็นคนแรกที่ถามออกมาเมื่อนั่งมองผมมาสักพัก ก็รับรู้สิ่งที่เปลี่ยนไปของเพื่อนสนิทที่คบตั้งแต่มัธยมอย่างผม

 

            “อะไรทำให้เสือยิ้มยากอย่างมึงยิ้มวะ” ผมไม่ตอบอะไร แค่ยิ้มอยู่แบบนั้น แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กที่นั่งหน้าแดงอยู่เยื้องๆกัน มันเห็นแบบนั้นก็สงสายตาล้อเลียนมาให้ “กูรู้ละ”     

 

            มันเล้าให้ผมไปขอไลน์หรือขอเบอร์คนตัวเล็กเหมือนกัน แต่คิดว่าคนอย่างผมจะทำเหรอ ผมส่ายหัวออกมาแล้วบอกว่าไม่ได้คิดอะไร ไอ้นั่นก็เบะปากใส่ ส่งสายตาประมาณว่า กูไม่เชื่อมึงหรอก มาให้ แล้วผมก็เขกหัวมันไปหนึ่งที  ไม่คิดอะไรก็คือไม่คิดอะไร แล้วผมไม่คิดด้วยว่าเราจะได้เจอกันอีก

 

            ผมไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญหรือพรหมลิขิต อะไรทั้งนั้นหรอก แต่ความคิดเหล่านั้นตีกลับผมเข้ามา เมื่อในตอนเย็นผมเจอเพื่อนตัวสูงๆของคนตัวเล็ก โผล่เข้ามาในร้านที่เพื่อนๆผมชวนไปสังสรรค์กัน แนะนำตัวเสร็จก็บอกจะมีเพื่อนมาเพิ่มอีกสองคน อะไรดลจิตดลใจผมไม่รู้ให้แอบหวังว่า เด็กปากแดงที่นั่งจ้องหน้าเมื่อตอนกลางวันจะมาเช่นกัน

 

            ความหวังผมก็สำเร็จ ผมเห็นดวงหน้าใสๆดวงเดิม เดินเข้ามาในร้าน ตากลมๆนั่นก็คงจะเห็นผม และผมก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอยิ้มออกไปอีกครั้งแล้ว เพื่อนๆหันหน้ามามองผมเล็กน้อย และมันก็ช่างทำงานกันเป็นทีมเหลือเกิน จัดที่นั่งให้คนตัวเล็กได้อยู่ตรงข้ามกับผมพอดี

 

            ผมไม่รู้ตัวว่าเผลอนั่งจ้องหน้าคนที่นั่งตรงข้ามกี่ครั้ง แต่เพื่อนของผมมันก็คงจะรู้ การทำงานเป็นทีมของพวกมันได้ผลเสมอ สุดท้ายผมก็รู้จักเขาได้จริงๆ ชื่อใบไม้ ชื่อดูน่ารักดีพอๆกับหน้าตา ผมได้แอบขำกับความคิดตัวเองอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าวันนั้นชมเขาน่ารักไปกี่ครั้ง รู้อีกทีก็เผลอนั่งจ้องหน้าเขาไปแล้ว

 

            ความบังเอิญไม่มีที่สิ้นสุด ในคืนนั้น ผมได้รู้ว่าอยู่หอเดียวกันกับใบไม้ ได้ขึ้นรถกลับพร้อมกัน ผมรู้ตัวอยู่ว่าเผลอทำหน้าดุใส่คนตัวเล็กให้กลัว แอบรู้สึกผิดที่ทำให้ไปยืนตัวลีบติดกับพนังลิฟต์ แต่ไอ้เพื่อนตัวดีก็น่าโมโหเหลือเกิน คงต้องจัดการมันก่อนที่จะสนใจอะไรอย่างอื่น

 

            เสียงคนเปิดประตูของห้องตรงข้ามดังขึ้นมา ไม่รู้อะไรดลใจให้หันไปมอง สุดท้าย ผมคิดว่าความบังเอิญนั้นมีอยู่จริง ผมเชื่อแบบนั้นไปแล้ว เมื่อเห็นว่าใครเปิดประตูออกมาจากห้องนั้น

 



            “พี่จอมทัพ”

 

 ผมสะดุ้งขึ้นจากความคิดตัวเอง ใบไม้นั่งอยู่ข้างเตียงมาจ้องหน้าผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ดวงตากลมที่จ้องมองมาทำให้ผมต้องจ้องกลับไป นัยน์ตาดำขลับมีภาพผมสะท้อนอยู่ในนั้นมันทำให้ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

            ผมรู้ตัวมาสักพักแล้ว ว่าคนคนนี้มีอิทธิพลต่ออะไรหลายๆอย่างของผมมากจริงๆ อย่างน้อยก็รอยยิ้ม ที่ผมมักเผยออกมาง่ายๆ

 

            “พี่ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ผมหันมาเห็นเรียกก็ไม่ตอบ”

 

            “สักพักแล้ว”

 

            “พี่ไม่ปวดหัวแล้วใช่ไหมครับ”

 

            “ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ” ผมยิ้มให้ใบไม้ คนตัวเล็กก็ยิ้มกว้างกลับมา ตากลมๆนั่นยี๋ลงไป พลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

 

            “ฮิฮิ ดีจัง ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย”  นี่เขาแกล้งจนทำให้รู้สึกผิดขนาดนั้นเชียวเหรอ

 

            “กินอะไรหรือยังเย็นแล้วนะ” ถามไปงั้นแหละ กลิ่นผัดกะเพราฟุ้งห้องแบบนี้ บนโต๊ะยังมีกล่องข้าว ใกล้ๆกันก็เป็นห่อไอศกรีม แล้วยังมีห่อขนมอีกห่อ แอบกินเก่งเหมือนกันนะเราน่ะ

 

            “กินแล้วครับ เย็นนี้พี่กินอะไรดีครับ”

 

            “เดี๋ยวลงไปหาอะไรกินเอง ไม่ต้องหรอก”

 

            “ไม่ได้ๆ ผมต้องดูแลพี่นะ”

 

            ได้ยินอย่างนั้นผมก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง จริงๆก็ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่แกล้งหาเรื่องให้ก็เท่านั้น ผมตัวร้อนนิดหน่อย(มั้ง) ไม่ได้ปวดหัวมากอย่างที่บอก มันเพลาลงๆแล้วตอนที่ใบไม้มาถึง อย่าให้ได้ยินถึงหูเชียว

 

            “งั้นแล้วแต่ใบไม้เลย”

 

            “พี่เจ็บคอไหมอะ กินโจ๊กอีกดีไหมครับ”

 

            “ก็นิดหน่อยนะ” ว่าแล้วผมก็ทำแกล้งไออกไป ใบไม้เห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นมาลูบหลังผมทันที ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของผมหรอก

 

            “งั้นเดี๋ยวผมลงไปซื้อให้นะ พี่รอก่อนนะ”

 

           

            “เดี๋ยวพี่ไปเอง”

           

            ใบไม้ที่เห็นจอมทัพกำลังจะลุกขึ้นมาจากเตียงก็รีบดันไหล่ร่างสูงให้นอนลงไปทันที พร้อมส่งสายตาดุๆใส่ร่างสูง หารู้ไม่ว่าร่างสูงนั้นไม่มีความกลัวแม้แต่นิด ยกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วๆที่เรียกค้อนวงโตจากใบไม้อีกครั้ง ตัวอย่างกับลูกแมว คิดจะมาแหย่เสือหรือใบไม้

 

            “พี่พักผ่อนไปเถอะครับ ผมไปเอง”

 

ผมไม่ทันจะพูดอะไร ใบไม้ก็กระวีกระวาดรีบลุกขึ้นไป หยิบกระเป๋ากับโทรศัพท์ แล้วเปิดประตูออกไปทันที  ผมได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางเอาจริงเอาจังแบบนั้น ผมได้แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความฆ่าเวลา แน่นอนว่าขาดไอ้คนนี้ไม่ได้เตวิน มันส่งไลน์มาให้ แสดงว่ารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้แน่  พอเห็นข้อความ ผมก็อยากจะด่ามันจริงๆ

 

“ใบไม้ไปหามึงนะ”

“มึงเจอเขารึยัง”

“เหี้ยจอมทัพ ตอบกูดิ”

 “สัส ตอบบบบบบ”

“ไม่ตอบแบบนี้น้องเขาดูแลมึงดีใช่ปะะะ”

 “อิจฉาคนมีคนดูแลจริงจริ๊งงง”

“เพื่อนเราจะมีเมียและ”

“ต้องยินดีกันหน่อย”

 “เมียเหี้ยอะไร”

“มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คร่างกาย”

“ไม่ต้องนึกอายเป็นลูกผู้ชายต้องกล้า”

“ไอ้เหี้ยเตวิน”

“แหม่ๆ แหย่นิดหน่อยก็ไม่ได้”

“สัส”

"จะมีเมียทั้งที"

“อย่าลืมยืดอกพกถุงนะเพื่อน”

“พูดอะไรให้เกียรติน้องหน่อย”

“อย่าให้กูได้ยินมึงพูดอีกเป็นครั้งที่สอง”

“คร้าบบ กูขอโทษครับบ”

“หายแล้วใช่ปะมึง”

“ดีขึ้นแล้ว”

“มีคนดูแลก็ดีดี๊เนาะ หายไวหายคืน”

“อยากมีคนดูแลแบบพี่จอมทัพบ้างจังงง”

“หุบปากไป”

            “ครับ”

 


แล้วมันก็ไม่ตอบกลับมาอีกเลย ซึ่งนั่นก็ดีจริงๆเพราะจะไม่มีไอ้คนพูดมากมากวนประสาทอีก แต่ผมเห็นด้วยอย่างที่มันบอกนะ มีคนดูแลแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน

 

 

__________________________________________________________________________

 

 


ร่างเล็กเดินออกจากลิฟต์ มือข้างหนึ่งถือถุงโจ๊กที่ซื้อให้ร่างสูง ส่วนอีกข้างถือไอศกรีมดูดเลีย(?)อย่างเอร็ดอร่อย พลางฮัมเพลงแบบอารมณ์ดีสุดๆ ไม่อารมณ์ดีได้ไง วันนี้วันของใบไม้เชียวนะ

 

พี่ไม่สบาย ผมก็กลายเป็นคนดูแล ถึงข้ออ้างมันคือการรับผิดชอบ แต่ความจริงผมก็อยากจะดูแลพี่เหมือนกันนะ พอพี่พูดว่าให้ผมดูแลจนกว่าจะหาย ผมก็เลยยอมรับอย่างเต็มใจ(สุดๆ)

 

พอเดินมาถึงหน้าห้องของจอมทัพ มือเล็กที่เอื้อมไปจับลูกบิดก็ชะงักขึ้นมา ก่อนจะยกขึ้นเคาะประตูไปสองสามที ถ้าเปิดเข้าไปเจอเซอร์ไพรส์อีกเหมือนตอนบ่าย ผมต้องตายแน่ๆ ฉะนั้นต้องบอกให้รู้ก่อน ไม่อยากเจออะไรที่ชวนหัวใจวายอีก

 

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับใบไม้ก็เคาะลงไปอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรเหมือนเดิม พี่คงหลับอยู่ละมั้ง ประตูก็ไม่ได้ล็อค เปิดเข้าไปเลยพี่คงไม่ว่า คิดได้อย่างนั้นใบไม้จึงตัดสินเปิดประตูเข้าไอย่างเงียบเชียบเพราะกลัวว่าจะไปกวนเวลาพักผ่อนของคนป่วย 

 

ร่างเล็กเดินเข้ามา ก็ไม่พบกับจอมทัพที่ควรจะนอนอยู่บนเตียง หัวกลมหันมองซ้ายมองขวา ชะโงกหน้าไปดูที่ระเบียงก็มี สงสัยอยู่ในห้องน้ำ ใบไม้พยักหน้ากับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินไปวางของที่ตัวเองซื้อมา พลางกินไอศกรีมอย่างสบายใจ พร้อมกับเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

 

“พี่ครับ ก..กิน...”

 

เสียงของใบไม้ที่หายไปในลำคอ ไอศกรีมที่อยู่ในมือร่วงลงไปอยู่กับพื้น เรี่ยวแรงที่หายไป แก้มร้อนขึ้นมาทันทีจนรู้สึกเหมือนมันจะระเบิด ตาเบิกกว้างกับร่างทั้งร่างที่เหมือนถูกสาปให้นิ่งงันอยู่แบบนั้น

 


ยิ่งกว่าเซอร์ไพรส์เมื่อตอนบ่ายอีก!

พี่ทำร้ายผมอีกแล้ว! ช่วยพาผมส่งโรงพยาบาลที!


___________________________________________________________________


Talk : ตัดฉับ! 555555555555

ตอนนี้คงจะรู้ความรู้สึกฝ่ายพี่จอมทัพกันบ้างแล้ว

พี่แกก็คงจะปิ๊งน้องเหมือนกันนั่นแหละ น้องน่ารักขนาดนั้นเนอะ

นิสัยพี่จอมทัพหลายๆอย่างเริ่มออกลาย

สิ่งที่พี่แสดงออกกับคนอื่นมันก็แค่ภาพลักษณ์ภายนอกนั่นแหละ

นิสัยจริงๆเวลาอยู่กับคนที่สนิทๆกับต่อจากนี้ต่างหาก

รออ่านกันด้วยนะคะ


ขอบคุณค่ะทุกคนและทุกคอมเมนท์นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #387 Kim-kibom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 22:21
    น้องหัวใจวายไป จะทำไง
    #387
    0
  2. #359 M2607 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 20:01
    สงสารใบไม้อ่ะโดนแอคแทคบ่อยเหลือเกิน5555
    #359
    0
  3. #331 Husky 'Baby (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:34
    พี่แกตั้งใจปะเนี่ยย น้องเห็นอาร้ายยย
    #331
    0
  4. #293 Intelligence- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:11
    ไอติม... 5555555555 พี่แม่งโคตรอ่อยเลยยยย
    #293
    0
  5. #276 nidnid2530 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:27
    ใบไม้เป็นไร เสียดายไอติม????????????????
    #276
    0
  6. #226 TRJKZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 10:57
    55555 ใบไม้จะหัวใจวายตายแล้ว555
    #226
    0
  7. #218 -worthwhile- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 12:53
    พี่จอมทัพจริงๆแล้วเป็นคนยังไงนะ -.-? แอบแบดหน่อยๆรึเปล่า 55555555 แต่ใบไม้น้องก็ทันคนอยู่นะ ทีมนายเอกกกก ><
    #218
    0
  8. #133 TaoHun DakHyo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 14:53
    ทัพโป๊เหรอใบไม้
    #133
    0
  9. #24 Pop nomsod (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 22:36
    คือไร๊~~~ แก้ผ้าเหรอออออ 
    #24
    0
  10. #23 FahSida (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 15:38
    อะไรจอมทัพเซอร์ไพรซ์ไรน้องอ่ะ ผ้าขนหนูผืนเดียว? ตัดได้ทำร้ายจิตใจ
    #23
    0
  11. #22 โซดาเองค่ะ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 14:44
    ต้องแก้ผ้าเดินออกมาจากห้องน้ำแน่ ๆ เลย ฟันธง 555
    #22
    0