เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป #นิยายเรื่องนี้(ไม่ใช่)สายเถื่อน [YAOI] END

ตอนที่ 31 : เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป : Chapter 30 END+เปิดจอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    21 ก.พ. 60

NOTE : ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ

 


Chapter 30

 

 

วันนี้เป็นอีกวันที่ครอบครัวทั้งสองครอบครัวของเราได้มาเจอกันอีกครั้งอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้านของผม วันนี้เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวพี่จอมทัพได้มาเยี่ยมที่บ้าน โต๊ะทานข้าวใหญ่ๆก็แคบไปถนัดตาเมื่อมีสมาชิกมาเพิ่มอีกห้าคน

 

ผมนั่งฟังเหล่าคุณแม่คุยกันก็ยิ้มตาม งานแบบนี้เจอกันทีไร ก็คงไม่พลาดเรื่องเมาท์ลูกๆกันทู๊กกที แล้วก็หัวเราะกันยกใหญ่เมื่อ พ่อของผมแกล้งเรียกพี่จอมทัพว่าคุณหนูเล็ก ถ้าปกติพี่คงทำหน้ามุ่ยๆใส่ แต่ตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มบางๆให้พ่อเท่านั้น 

 

“คุณหนูเล็ก”

 

“ครับ...พ่อ…” พี่รับคำ แล้วก็เรียกพ่อกลับว่าพ่อ เหมือนกัน ถ้าปกติพ่อคงขมวดคิ้วใส่ แต่ตอนนี้พ่อก็พยักเพยิดหน้าให้เท่านั้น คู่นี้เหมือนกันจะไม่ถูกกันนะ แต่เวลาเข้าขากันนี่หายไปพูดไปคุยกันตั้งนานเลย

 

“ขอบคุณนะที่เป็นธุระเรื่องใบไม้ให้ตลอดเลย”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมรับปากทุกคนแล้วว่าผมจะดูแลใบไม้ ไม่ว่าอะไรผมก็ทำได้อยู่แล้ว” พี่พูดกับพ่อ ประกายความแน่วแน่ในดวงตาดูเหมือจะทำให้พ่อพอใจอยู่ไม่น้อย มืออุ่นๆเข้ามากอบกุมมือผม พร้อมบีบเบาๆราวกับยืนยันคำพูดกับตัวผมเอง 

 

“ดี...ขอบคุณมากนะ” พ่อยิ้มแล้วพยักหน้า ก่อนจะขมวดคิ้วใส่แล้วพูดเสียงเข้ม “แต่ถ้าทำแบบที่พูดไม่ได้ คงรู้นะว่าจะเป็นยังไง!” ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ในขณะที่ทุกคนลอบมองสีหน้าของพี่จอมทัพ ตัวพี่เองก็ทำหน้าที่ลูกเขยที่ชอบยียวนพ่อตาได้อย่างดีเยี่ยม พี่รับด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมยกแขนวาดขึ้นโอบกับไหล่ของผม หันมามองผมด้วยรอยยิ้มและดวงตาที่ประกาย แล้วหันไปตอบพ่อด้วยคำพูดที่หนักแน่น

 

“ไม่ต้องห่วงครับ...ลูกชายของพ่อผมจะดูแลอย่างดีที่สุด พ่อเชื่อใจผมได้ครับ” ครอบครัวของผมได้ยินก็ได้แต่ยิ้มขำๆ ส่วนพ่อตอนแรกก็ขมวดคิ้วใส่ แต่ก็คลายสีหน้าลงที่ดูสบายๆมากขึ้น แล้วก็พูดในสิ่งที่ทำให้ผมได้แต่งงงวย

 

“ถ้าไม่เชื่อใจเรื่องที่ไปพูดกันคงไม่ตกลงหรอก”

 

ถึงผมจะแอบเขินอยู่ก็เถอะ แต่ก็อดจะไม่เข้าใจที่พ่อพูดอยู่ดี ผมหันไปถามพวกพี่สาว แต่พี่ๆก็ได้แต่ยิ้มให้เท่านั้น ผมหันไปมองพี่ พร้อมเขย่าๆที่แขนแข็งแรงนั่นแรงๆด้วยความอยากรู้ พร้อมช้อนตามองพี่เล็กน้อย เพราะรู้ว่ายังไงพี่ก็ต้องยอมบอกแน่นอน

 

“พี่ครับ…”  พี่หันมามองยกมือลูบหัวผมเล็กน้อย ผิดคาด...พี่ยิ้มให้เฉยๆแล้วหันไปคุยกับคนอื่นๆต่อแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

อะไรอะ นี่ผมอยากรู้จริงๆนะเนี่ย แต่ไม่มีใครบอกผมเลยแม้แต่พี่ ขนาดว่าผมช้อนตามองอ้อนแล้วนะ พี่ก็ไม่บอก แล้วถ้าผมอ้อนพี่มากกว่านี้ก็ดูจะเป็นการเสียมารยาทไปสักหน่อย ถ้าจะแสดงออกแบบที่อยู่กันสองคนกับทุกคนแบบนั้น ผมได้แต่ทำหน้ามุ่ย ค้อนขวับใส่พี่ ระวังไว้เถอะ...ผมจะทำให้พี่บอกผมให้ได้เลย

 

-------------------------------------------------------

 

 

“พี่ครับ...พี่จอมทัพครับ…” เจ้าเด็กดื้อโถมตัวเข้ามากอดก่ายร่างสูงที่เอนกายนอนดูทีวีอยู่ที่โซฟา พอใบไม้ออกมาจากห้องน้ำ ก็เอาตัวหอมๆมาคลอเคลียเขาอีกรอบ นี่กะว่าจะให้เขาใจอ่อนให้ได้เลย ร่างบางๆของใบไม้เกยทับร่างสูงไว้ ก่อนจะกดหัวกลมๆเข้ากับอกกว้าง แล้วสวมกอดเอวสอบแน่นๆ จอมทัพหัวเราะกับท่าทางแบบนั้นเล็กน้อย เรียกสายตาเคืองๆของใบไม้ได้ไม่ยาก

 

“พี่อ่า...พี่จอมทัพของใบไม้…”  จอมทัพก้มมองเด็กดื้อที่ตอนนี้ทำตัวอ้อนเพราะความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ตั้งแต่ขับรถออกจากบ้าน จนมาถึงห้องแล้วก็ทำตัวเป็นแมว คลอเคลียไปคลอเคลียมา จนผมเกือบจะพูดออกไปแล้วเชียว

 

จนแล้วจนรอดจอมทัพก็ยังไม่บอกเรื่องที่ใบไม้อยากรู้ซักที จนมือใหญ่เข้ามาลูกหัวกลมที่พิงกับอกตัวเอง ก่อนจะกดจมูกลงกลุ่มผมหอมนิ่ม แล้วเลยลงมากดจูบที่กระหม่อม นั่นทำให้ใบไม้ยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างได้ใจ ใบไม้เงยหน้าพร้อมช้อนตามองจอมทัพ ก่อนจะกดจูบเข้าไปที่คางของอีกฝ่ายเบาๆ จนจอมทัพต้องกระยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นความพยายามของใบไม้

 

นี่น้องคงคิดอะไรไม่ออกแล้ว จากกอดแขน เอาหัวถูไปมาที่ไหล่บ้างที่อกบ้าง จนตอนนี้มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่รู้จะหาท่าไม้ตายจากไหนมาล้วงความลับผมอีก ถ้าเป็นปกติผมคงเปิดปากบอกความลับจนหมดเปลือกแล้วนะ แต่นี่ไม่ได้ไง ถือเป็นรางวัลและกำไรให้กับผมละกัน 

 

“พี่…” ใบไม้พูดเสียงหวาน พลางปล่อยลมหายใจร้อนเข้ามาปะทะกับคอของผมพร้อมๆกับจมูกเล็กที่กำลังคลอเคลียอยู่จนผมต้องขนลุกไปหมด ผมต้องรีบหันมามองใบไม้ทันทีด้วยความไม่คาดคิด เมื่อคนตัวเล็กปีนขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก กับมือเล็กที่กอดคล้องที่คอผม ทั้งที่หน้าและใบหูแดงก่ำขนาดนั้น

 

แล้วผมต้องตาโตขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อริมฝีปากอิ่มประทับเข้ามากับริมฝีปากของผม แรงบดคลึงเบาๆที่ดูเหมือนจะไม่มั่นใจ แต่ผมคิดว่ามันช่างน่ารักมาก เจ้าตัวเล็กผงะถอยหลังเล็กน้อยเมื่อผมกดริมฝีปากรับแรงบดคลึงนั้น กลิ่นหอมกับรสหวานๆทำให้ผมอดใจไม่ไหว จนต้องกดท้ายทอยของอีกคนไว้ ลิ้นเล็กๆที่แตะริมฝีปากอย่างหยั่งเชิงอยู่ในทีก็ทำให้ผมต้องผละออกมามองใบไม้เล็กน้อย 

 

“ทำแบบนี้เดี๋ยวก็โดนกินหรอก” ใบไม้กัดริมฝีปากของตัวเองจนขึ้นสีแดง แก้มใสขึ้นสีระเรื่อเหมือนจะเขินอย่างหนัก ก่อนใบไม้จะช้อนตามองจอมทัพ แล้วพูดในสิ่งที่จอมทัพต้องอึ้ง

 

“ถ้าโดนพี่กิน แล้วพี่บอกความลับผมจะยอมให้พี่กินหมดตัวเลยก็ได้” พูดเสร็จก็หลับตาปี๋ลงกับอกกว้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็วาดแขนกอดเอวสอบแน่นเข้าไปอีก  อย่างนี้คงพูดจริงทำจริง ถ้าผมยอมตกลง ใบไม้คงจะข่มความเขินอย่างหนักเพื่อจะทำตามคำพูดของตัวเอง 

 

“พี่กินเราพี่ก็ต้องบอกเราใช่ไหม?”...รู้เลยว่านี่เป็นท่าไม้ตายท่าสุดท้าย ถ้าเป็นมือระเบิดก็คงเป็นระเบิดพลีชีพ

 

“อ...อื้ม..พี่...กิน...ผมไหม?” ให้ตาย นี่เป็นคำเชื้อเชิญที่น่ารักที่สุดเลย ใบไม้มองเหมือนจะไม่มั่นใจกับเขินอายอยู่มาก แก้มแดงๆกับปากอิ่มที่เคลือบด้วยน้ำใสๆนั่น ถ้าเป็นปกติผมต้องอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นแนบอก แล้วพาไปห้องนอน เพื่อ “ตะครุบ” คนตัวเล็กอย่างทันท่วงที แต่ในเวลานี้ ความลับที่เก็บไว้ก็ไม่สามารถที่จะบอกตอนนี้ได้เด็ดขาด

 

“ไม่เป็นไร...นี่ดึกแล้วนะ เราควร..” ยังไม่ทันที่จอมทัพจะพูดจบ ใบไม้ก็ผละตัวออกทันที มาถึงเวลานี้ ใบไม้ที่ทำตัวเป็นลูกแมวคอยเข้ามาคลอเคลียก็ทำหน้ามุ่ย ผุดตัวลุกขึ้นยืนแล้วย่ำเท้าปึงปังเข้าห้องนอนไปอย่างหัวเสีย

 

“งอนพี่แล้ว!!...คืนนี้นอนข้างนอกแล้วกัน!!!” พูดเสร็จก็ปิดประตูเสียงดัง ทิ้งให้จอมทัพนั่งหัวเราะเบาๆตามหลังไป ก็ไม่รู้หรอกนะว่างอนที่ผมไม่ยอมพูด หรืองอนที่ผมไม่ยอมกินเจ้าตัวกันแน่

 

ใบไม้ทิ้งตัวลงกับที่นอน ใบหน้าบึ้งตึงบ่งบอกถึงอารมณ์ได้อย่างดี ฟันคมขาวคบกับริมฝีปาก พลางกลั้นเสียงร้องของตนเอาไว้ แล้วออกแรงทุบหมอนของร่างสูงแรงๆเหมือนจะระบายอารมณ์

 

พี่นะพี่!! ทำถึงขนาดนั้นก็น่ารู้แล้วว่าอยากรู้แค่ไหน!! ผิดวิสัยคนหื่นอย่างพี่มาก...ถ้าผมทำอย่างนั้นแม้แต่นิด คนที่คลอเคลียก็จะเปลี่ยนจากผมเป็นพี่ ที่จะแปลงร่างเป็นผีปลาหมึกทันที แต่นี่อะไรกัน พี่ก็คงรู้ว่าผมคงจะเขินจนตัวแตกตายอยู่แล้ว ผมทำนู่นทำนี่ก็ได้แต่ยิ้มเฉย ลูบหัวบ้าง ลูบเอวบ้าง ไม่มีการบอกหรอกนะว่า พี่ไม่บอกเราหรอกนะ...ไม่ว่าเราจะทำอะไรพี่ก็ไม่มีทางบอกเรา หลอกจับหลอกลูบอยู่ได้

 

ถ้ารู้งี้นะ ไม่ข่มความอาย เอาตัวไปนั่งคร่อมพี่ขนาดนั้นหรอก ฮืออออ

 

“อ๊ากกกก จะบ้าตาย!! พี่บ้าๆๆๆๆ!!”

 

ไฟในห้องที่ปิดลง พร้อมกับไฟหัวเตียงที่เปิดขึ้น และแรงยวบยาบด้านหลังทำให้ใบไม้หันไปมอง และนั่นทำให้ใบไม้คิดได้ว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างหนัก

 

“อะ...อื้มม” ปากอิ่มโดนกดจูบแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว พอคนจูบจูบหนำใจแล้วก็ผละออกมาส่งสายตาเจ้าเล่ห์ เสียงหัวเราะแผ่วๆเรียกความหมั่นไส้จากคนตัวเล็กได้มาก มือเล็กทุบลงบนอกกว้างแรงๆระบายอารมณ์ของตัวเอง

 

“หึหึ..”

 

“พี่บ้า..ออกไปเลยนะ คืนนี้นอนนอกห้อง!!” ใบไม้มองตาขวางลุกขึ้นมาชี้นิ้วไปที่ประตู หน้าตาน่ารักทำท่าดุขึ้นมา ตาโตๆนั่นน่ารักมากกว่าน่ากลัวเสียอีก

 

“อ่า...ใบไม้ไม่มีพี่กอดจะนอนหลับเหรอ” ได้ยินแบบนั้นใบไม้ก็ทำหน้าหยุดคิด ใบหน้าสองจิตสองใจแบบนั้นก็ทำให้จอมทัพอดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

“หึหึ…” เสียงหัวเราะทำให้ใบไม้หันไปมองตาขวางทันที ก่อนจะคว้าหมอนข้างแล้วตีใส่แขนร่างสูงแรงๆ

 

“อย่าหัวเราะนะ!!” ยิ่งขำก็ยิ่งโดนตีมากเท่านั้น ก่อนร่างสูงจะรวบคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอด แล้วกดจูบลงบนปากอิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว

 

“หึหึ…งอนที่พี่ไม่ยอมกินเราเหรอ?”

 

“จะบ้าเหรอ!!...ใครจะไปงอนเรื่องแบบนั้นกัน!!” คนในอ้อมกอดแว้ดออกมาเสียงดังพร้อมแก้มที่แดงก่ำ 

 

“ก็เห็นพอพี่ไม่กินเราก็สะบัดหน้างอนเฉย” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นคำถาม ใบไม้เม้มปากแน่นก่อนจะสะบัดหน้าแดงๆนั่นหนีอีกคนที่ส่งแววตาเจ้าเล่ห์มาให้ จอมทัพระบายลมหายใจเบาๆก่อนจะกดจูบที่กระหม่อมพร้อมเอ่ยคำง้อ

 

“คนดี…”

 

“ไม่ต้องยุ่งเลย...” ใบไม้ทำหน้ามุ่ยใส่ แต่ก็ยังซุกหน้าลงกับอกกว้าง ขยับตัวไปมาหาท่าที่สบายที่สุด

 

“เราจะรู้แน่ๆ...อีกไม่นานหรอก” จอมทัพก้มลงไปกระซิบกับคนในอ้อมกอด มองคนที่จ้องเขม็งใส่ปากอิ่มๆที่กำลังบ่นมุบมิบก็ทำให้จอมทัพต้องกดจูบลงไปอีกรอบ

 

“อื้มม...พอแล้ว! พี่...ผมง่วงแล้ว”

 

“ขอจูบอีกทีหน่อยน่า...เมื่อกี้ใครรุกพี่ก่อนน้า”

 

“พี่บ้า!!”

 

---------------------------------------------------------------------

 

 

เตวินมองคนที่นั่งเงียบ ทำหน้าเคร่งเครียด ปากกระจับเม้มแน่น เหงื่อไหล่ลงมาตามไรผมเพราะความกังวล เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เดินทางออกมาจนขับรถมาถึงที่นี่ ก่อนมือแกร่งจะยื่นไปจับมือเรียวสีน้ำผึ้งแล้วส่งแรงบีบเล็กน้อยราวกับให้ร่างโปร่งนั้นมั่นใจกับตัวเอง

 

ผมมองบ้านยกสูงแบบดั้งเดิมตรงหน้า บ้านนี้อยู่ติดกับถนนเล็กๆในหมู้บ้าน แบคกราวน์ด้านหลังเป็นทุ่งนาเขียวขจี ส่วนหน้าบ้านเป็นพืชผัก จะต้นไม้สูงที่เป็นไม้ผลกินได้ แล้วโดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่โตขึ้นมากลางบ้านแบบดั้งเดิมเรือนนี้ ดูปลอดโปล่งและสบายไม่น้อย

 

เป็นครั้งแรกที่แม๊กซ์พาเขามาเจอกับพ่อแม่ กับพ่อแม่เขาไม่ต้องห่วงหรอก เพราะแม๊กซ์คุยโทรศัพท์กับแม่เขามากกว่าตัวเขาเองเสียอีก ส่วนที่นั่งเครียดอยู่เนี่ย...แม๊กซ์ยังไม่ได้บอกพ่อแม่เลยว่ามีแฟนเป็นผู้ชาย… ผมส่งมือไปโอบแก้มนิ่มให้หันมามองผม ผมรู้ว่าแม๊กซ์ต้องเครียด เรื่องแบบนี้ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนหรอกที่จะยอมรับได้

 

“ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องเครียดอะไรทั้งนั้น...พี่ดูเหมือนคนไม่เอาอ้าวไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร แต่แม๊กซ์เชื่อใจพี่ได้นะ” 

 

“ผมแค่...กลัว…” ตากลมสวยราวกับกวางเริ่มน้ำตาคลอ มือเรียวยกขึ้นจับมือที่กุมแก้มตัวเองไว้ 

 

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น พี่จะอยู่ข้างเราเอง”

 

 แน่นอนว่ามาถึงที่นี่ผมพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ผมไม่เครียด ไม่กังวล เพราะถ้าเป็นคนข้างๆคงจะเป็นยิ่งกว่าผม

 

“ถ้าพ่อกับแม่ผมห้ามให้คบกับพี่ล่ะ...ผม..ฮึก...ผมคงทนไม่ได้” น้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาที่เขาหลงรักยิ่งทำให้เจ็บปวดมากกว่าเก่า เป็นครั้งแรกที่แม๊กซ์ร้องไห้เตวินค่อยๆเช็ดน้ำตาออกก่อนจะก้มหน้าพิงหน้าผากกับหน้าผากมน

 

“เชื่อใจพี่...พี่จะอยู่ข้างเรา ไม่ทิ้งเราไปไหนหรอก สัญญา..” เตวินจูบปรางแก้มใสเล็กน้อยแล้วถอยออกมาเมื่อหางตาเห็นคนที่กำลังเปิดประตูรั้วออกมา 

 

“ไปเถอะ...พ่อแม่ท่านคงสงสัยว่าใครมากัน”

 

เตวินเป็นคนแรกที่เปิดประตูลงไปตามด้วยแม๊กซ์ ทั้งสองสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสองที่มองมาที่เตวินอย่างแปลกใจ 

 

“มาทำไมไม่บอกแม่เล่าไอ้หมา กับคงกับข้าวไม่ได้ซื้อไว้ให้ลูกเลย” สำเนียงเหน่อตามประสาคนต่างจังหวัด คุณแม่วัยกลางคนใส่ทองเส้นหนาเข้ามาดึงแก้มลูกชายแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

“ระวังไว้เถอะแม่...ตู้เย็นเราคงโดนกวาดหมด” ชายวัยกลางคนเข้ามาสมทบแม่อีกคน “แล้วนี่ใคร...เพื่อนเหรอ เอ้าๆ ไว้พระๆ ขึ้นไปบนบ้านก่อนไปกินน้ำเย็นๆนะลุกนะ” เตวินสวัสดีอีกครั้งที่พ่อของแม๊กซ์ทัก คุณพ่อเข้าตบหลังเจวินเบาๆก่อนจะพากันขึ้นไปบนบ้าน

 

“ไอ้ต้อมมันไปช่วยพระบินฑบาตมาเมื่อเช้า คงจะมีขนงขนมให้ลูกกินก่อนนะ เดี๋ยวแม่ให้มันไปซื้อของมาให้เพิ่มแล้วตอนเญ้นไปตลาดนัดที่วัดกัน” เตวินฟังคุณแม่ของบ้านนั่งพูดกับลูกชายบนแคร่กลางบ้าน เรื่องของกินไม่หยุด รู้แล้วว่าแม๊กซ์นี่คงมีนิสัยกินเก่งมาตั้งแต่แรกแล้ว และคงเป็นมาตั้งแต่เด็กด้วย

 

“ไม่เป็นไรหรอกแม่...ถ้าหิวเดี๋ยวขับรถออกไปซื้อเองก็ได้” พอมาถึงตรงนี้เตวินต้องตาโตขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินสำเนียงเหน่อของแม๊กซ์ครั้งแรก หน้าตาแม๊กซ์ดูดีขึ้นมาเล็กน้อยคงจะคลายความกังวลมาไปได้บ้าง แล้วต้องนั่งตัวตรงทันทีเมื่อคุณแม่หันมาถาม

 

“แล้วพ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครล่ะหื้ม แหม...หน้าตาหล่อเหลาเชียวถ้ามีลูกสาวคงจะยกให้”

 

 เตวินชะงักไปเล็กน้อยกับคำหลัง ถ้าจะเอาลูกชายเนี่ยจะยกให้ไหมคร้าบบ แม๊กซ์หันมามองหน้าเล็กน้อย ผมก็ยิ้มให้อย่างสบายใจ

 

“ผมชื่อเตวิน เป็นรุ่นพี่ของแม๊กซ์ครับแม่...เห็นแม๊กซ์บอกแม่อายุหกสิบแล้ว ความจริงดูยังสาวอยู่เลยนะครับ” คุณยิ้มกว้าง ทำท่าตีชายหนุ่มเบาๆ

 

“ก็พูดไป...พ่อกำนันยังบอกแม่หน้าแก่ทุกวัน”

 

“เอ้าแม่นี่...พ่อบอกตอนไหนเล่า” 

 

เตวินนั่งฟังครอบครัวคุยกันยิ้มๆ ดูแม๊กซ์เหมือนจะสบายใจขึ้นเหมือนกัน ท่าทางกังวลเริ่มหายไป แต่อยู่ดีๆก็หน้าถอดสีเมื่อคุณพ่อคุณแม่วกเข้ามาเรื่องแฟน

 

“นี่...แล้วไอ้หมาเนี่ยมันมีแฟนไหม แม่ว่ามันต้องแอบแฟนไว้แน่เลย” คุณแม่หวังจะเห็นแก้มสีแดงๆของลูกชายแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้ากังวลของลูก

 

 “เป็นอะไรเล่าลูก..ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ”

 

“แม่...คือ…”

 

“อย่าบอกนะว่าทำผู้หญิงท้อง!” คุณแม่เอามือทาบอกทำหน้าตกใจก่อนจะควานหายาดมมาดมทันทีเมื่อรู้สึกลมจับจนคุณพ่อต้องเข้ามาช่วยพยุงกับแม๊กซ์

 

“ปะ...ป่าว…” แม๊กซ์อ้ำอึ้ง นั่นยิ่งทำให้พ่อแม่สงสัยเข้าไปอีก

 

“แล้วเรื่องอะไรล่ะลูก บอกแม่เขาไปสิ” คุณพ่อบอกลูกชาย แม๊กซ์หันไปหาเตวินเล็กน้อยอย่างปรึกษา ก่อนจะเป็นเตวินแทนที่ลงมานั่งขุกเข่าบนพื้น

 

“คืองี้ครับ….” เสียงของเตวินเรียกความสนใจของทุกคนได้อย่างดี เตวินสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะตอบออกมาด้วยความจริงจัง “ผมกับแม๊กซ์เป็นแฟนกันครับ”

 

เสียงทั้งหมดเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงนกเสียงกา และลมที่พัดผ่านมา พ่อแม่ของแม๊กซ์นิ่งงันจ้องมองมาที่เตวินด้วยความไม่เชื่อ แม๊กซ์ที่นั่งข้างแม่เริ่มกัดปากตัวเองจนแดง สายตาไม่เข้าใจของพ่อแม่ทำให้น้ำใสๆไหลลงมาบนแก้ม

 

คุณพ่อลุกขึ้นไปนั่งที่แคร่อีกตัวแล้วนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิด พลางขมวดคิ้วจ้องมองผู้ชายที่นั่งอยู่บนพื้นตรงหน้า ที่เงยหน้ามองลูกชายตัวเองที่กำลังร้องไห้อยู่ด้วยสายตาที่...เหมือนจะอยากเข้าไปเช็ดน้ำตาของลูกชายตัวเองเต็มแก่ ท่ามหลางความเงียบนั้น คุณแม่ได้ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของลูกชายตัวเองเบาๆก่อนจะส่งยิ้มให้

 

“แม่ก็ตกใจนะ...แต่ก็พยายามจะเข้าใจ ลูกแม่เป็นคนดีเรียนก็เก่ง ไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว ลูกจะเป็นยังไงก็เป็นเถอะลูก เป็นคนดีก็พอนะ” แม๊กซ์ฟังแล้วก็เข้าไปสวมกอดแม่ของตัวเองแน่น มือเหี่ยวย่นยกขึ้นมาลูบหลังลูกชายเบาๆ โดยมีเตวินนั่งมองยิ้มๆอย่างสบายใจ

 

“เฮ้อ..ยังไงแกก็เป็นลูก ตระกูลเราคงไม่ล่มหรอกยังมีไอ้เบนซ์กับไอ้ต้อมอีก มันคงมีหลานให้พ่อได้”

 

“ผมขอโทษนะครับ” แม๊กซ์หันไปขอโทษพ่อทันที เพราะรู้มาตลอดว่าพ่ออยากมีหลาน...แต่เขาคงมีให้พ่อไม่ได้แล้ว

 

“ไม่ต้องๆ...ลูกไม่ผิดนะแม๊กซ์” คุณพ่อหันไปตบไหล่ลูกชาย ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มที่มองลูกชายตัวเองตาหวาน “แล้วไอ้หนุ่มคนนี้ว่าไง...แนะนำตัวหน่อยไหม”

 

“เอ่อ...ครับ สวัสดีครับ ผมชื่อเตวิน เรียนอยู่ปีสามวิศวะฯเครื่องกลครับ….” แล้วอีกหลายอย่างที่เตวินภูมิใจนำเสนอตัวเองอย่างสุดฤทธิ์ จากที่แม๊กซ์ร้องไห้..ก็กลายมาเป็นต้องกรอกตามองอย่างเหนื่อยใจกับความหลงตัวเองของแฟน

 

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ว่าอะไรแล้วจะยอมรับพ่อหนุ่มหรอกนะ”พ่อตาพูดอย่างไว้ท่า  เตวินได้ยินก็หันไปยิ้มแหยๆกับแม๊กซ์ แล้วก็ต้องรีบลุกพรวดพราดทันทีเมื่อคุณพ่อตากวักมือเรียกตัวเองให้เดินตามไปหน้าบ้าน “เรียนวิศวะฯใช่ไหม…”

 

“ค..ครับ…”

 

“ดี...ฉันจะประกาศตามสายว่าที่บ้านกำนัลให้ซ่อมรถฟรี ทำได้ไหม?” เตวินพยักหน้าเร็วๆ แหม่...ขืนตอบว่าทำไม่ได้มีหวังโดนเฉดหัวออกจากบ้านแน่

 

“แต่...ผมจะซ่อมเท่าที่ทำได้นะครับ เพราะผมมีแค่อุปกรณ์เบื้องต้นที่พกติดรถมา ส่วนถ้าบางคันถ้าจำเป็นต้องเข้าอู่ใหญ่ผมก็จะแนะนำให้ไปอู่ใหญ่นะครับ”

 

“เออน่า..เรื่องอุปกรณ์ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวไปอู่ของหมู่บ้าน อันไหนมันทำไม่ได้ก็ให้เข้าอู่ใหญ่ไป หนักสุดก็รถเกี่ยวข้าวกับล่ะมั้ง” ร...รถเกี่ยวข้าว เตวินอ้าปากค้าง...แล้วหันไปมองแม๊กซ์ที่ยิ้มแหยมาให้กับแม่ยายที่ยิ้มกว้างส่งมาให้อย่างให้กำลังใจ…

 

“สู้นะลูก...เดี๋ยวกลับมาแม่จะทำกับข้าวไว้ชุดใหญ่ให้เลย” เอ้อ...ยังดีที่แม่ยายยังให้กำลังใจ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน จะขอลูกชายเขาก็ต้องสู้สิวะ เรียนมาขนาดนี้ละ ถือว่าฝึกงานไปในตัวละกัน

 

 

-------------------------------------------------------------------------

 

 

“ฮ้าาา...พี่ครับบบ....วิวสวยมากเลยย” 

 

เจ้าเด็กดื้อเปิดประตูวิ่งลงไปทันทีที่ถึงที่หมาย จอมทัพเปิดประตูตามมาก็ส่ายหัวเมื่อใบไม้นอนกลิ้งไปกับพื้นหญ้าที่เป็นสวนดอกไม้ นอนได้สักพักก็ลุกขึ้นวิ่งไปดูปลาในบ่อเล็กๆในสวน

 

“โอ๊ะ...พี่ครับ น้ำเย็นมากเลย...พี่ดูๆๆๆ ตรงนี้มีปลาด้วย” จอมทัพเดินเอื่อยๆตามไป ก่อนจะหลุดขำคนตัวเล็กที่คุยกับปลาเป็นตุเป็นตะ “เจ้าปลาทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ น้ำเย็นมากเลยนะ...อยู่ตรงนี้ไม่หนาวเหรอ”

 

“กลัวมันหนาวก็จับไปผิงไฟสิ อุ่นๆหอมๆ กำลังดีเลย”

 

“ใจร้าย…” ใบไม้หันมาค้อนหนึ่งที แล้ววิ่งต่อไปยังสวนส้มหลังบ้าน เพราะตัวบ้านสูงกว่าพอมองลงไปก็เป็นสวนส้มที่เรียงกันเป็นแถว ลูกสีส้มๆของมันเพิ่มความสวยงามเข้าไปอีก ใบไม้ตาวาวขึ้นมา ยิ้มร่าเหมือนเด็กไม่มีผิด

 

“พี่...พี่ส้มออกผลเต็มเลยยย โอ๊ะ...ดอกอะไรแปลกๆ พี่ครับ...พี่..” อีกสารพัถ หลายอย่างที่เจ้าตัวตื่นเต้้น เรียกพี่ครับๆๆ ไม่หยุด คนตัวเล็กวิ่งไปวิ่งมารอบบ้าน ตื่นเต้นตั้งแต่วิวสวยๆกับลมหนาวๆ ถึงแม้กระทั่ง ต้นไม้เล็กๆที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อน 

 

“เหนื่อยเลยล่ะสิ” จอมทัพเจ้าไปนั่งข้างใบไม้ที่นั่งหอบหมดแรงอยู่หน้าบ้าน แหงสิ วิ่งไปสิ่งมาไม่หยุด “เข้าไปข้างในไหม...คนดูแลเปิดบ้านไว้รอแล้ว” พอพูดไม่ทันขาดคำใบไม้ก็วิ่งเข้าไปทันที ทิ้งให้จอมทัพเดินส่ายหัว แล้วหิ้วกระเป๋ากับของเข้ามาคนเดียว

 

“พี่จอมทัพดูสิ...วิวสวยมากเลยครับ…” ใบไม้หันมายิ้มแฉ่งทันทีที่เห็นวิวจากระเบียงชั้นสองของบ้าน จอมทัพเข้าไปกอดเอวบางไว้แล้วก้มลงหอมแก้มเบาๆ

 

“ชอบไหม...หื้ม?” ใบไม้หันมายิ้มแล้วพยักหน้าให้แรงๆ คางคมได้รูปเคยไว้บนไหล่แคบพลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนของน้ำหอมตัวโปรดที่คนรักใช้ “ตอนเช้าสวยกว่านี้อีก...พระอาทิตย์ขึ้นตรงนี้ด้วยนะ”

 

ใบไม้ได้ยินก็ตาโต ร้องว้าวออกมา แต่นั่งดูวิวได้ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ วันนี้น่าเสียดายที่มาช้าไปหน่อย จนมาถึงเกือบจะเย็นแบบนี้ เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะเมื่อคืนพี่เอาแต่หื่นทั้งคืนจนไม่ได้นอน จะกินผมก็ไม่ได้เพราะกลัวต้องบอกความลับ มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ก่อนสอบยันปิดเทอมเลย  พอทำไมได้ก็ต้องมากวนทั้งคืนแทนจนตื่นสายกันแบบนี้

 

“พี่จะตื่นมาดูกับผมไหม” จอมทัพพยักหน้า แล้วหัวเราะเบาๆเมื่อเจ้าตัวเล็กเข้ามากอดเอวพร้อมถูหัวกลมๆลงบนอก “ขอบคุณนะครับที่พามา ผมชอบมากเลย”

 

“ดีแล้วที่เราชอบ...ไปกินข้าวกันเถอะ...คุณลุงที่ดูแลคงเตรียมไว้ให้แล้ว จะได้อาบน้ำแล้วพักผ่อนกัน เราคงเหนื่อย” จอมทัพดันหลังแคบให้เดินตามกันมา เจ้าเด็กดื้อยิ้มรับแล้วเดินตามอย่างไม่อิดออด คงหิวจริงๆแหละนะ ไม่งั้นไม่เดินตามแบบนี้หรอก “กินเยอะๆนอนให้สบาย พรุ่งนี้เช้ามีเรื่องรอเราอยู่”

 

ใบไม้เอียงคอมองจอมทัพเล็กน้อย ร่างสูงกว่าก็ทำไม่สนใจแล้วเดินนำหน้าคนตัวเล็กออกไป ใบไม้ได้แต่เอียงคอทำหน้าสงสัยอยู่แบบนั้น คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง 

 

ใบไม้นั่งสะลึมสะลือพิงอกกว้างมองท้องฟ้าตอนเช้ามืดบนเก้าอี้สานตัวใหญ่ คนตัวเล็กซุกเข้ากับอกกว้างเล็กน้อยเมื่อลมหนาวพัดเข้ามา จอมทัพกระชับผ้าห่มมากขึ้นแล้วรวบใบไม้เข้ามากอดแน่นๆ

 

“เข้าไปรอข้างในไหม” ใบไม้ส่ายหัว  ตาปรือๆมองท้องฟ้าตรงหน้าอย่างรอคอย จนในที่สุด เวลาที่รอก็มาถึง คนตัวเล็กขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้มองภาพตรงหน้าชัดๆ

 

แสงจากขอบฟ้าค่อยๆละเลียดใบไม้ทีละใบๆ จนในที่สุดมันก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาบนขอบฟ้า แสงสีทองที่ระทบกับน้ำค้างบนต้นไม้และใบหญ้าทำให้ผืนดินข้างหน้าดูระยิบระยับสวยมากกว่าเก่า ใบไม้ค่อยๆฉีกยิ้มขึ้นมา ตากลมมองสิ่งสวยงามข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น

 

“สวยมากเลยนะครับ..” ใบไม้พูดขึ้นมา ก่อนจะจะตาโตเมื่อเห็นอะไรบางอย่างระยิบระยับตรงหน้า มันไม่ใช่บนผืนหญ้าแต่อยู่ตรงหน้าเลย ใบไม้หันไปมองจอมทัพอย่างตื่นตะลึง แล้วหันมามองสิ่งที่อยู่ในมือใหญ่อีกครั้ง

 

“พี่…” ผมแทบพูดไม่ออกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือพี่จอมทัพชัดๆ แหวนวงเล็กที่มีเพชรเม็ดงามอันเล็กๆประดับอยู่ 

 

“นี่แหละความลับของพี่...พี่ไปขอหมั้นเรากับพ่อแม่เราแล้วนะ แล้วท่านก็ตกลงด้วย” จอมทัพพูดจบก็สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของใบไม้ทันที แล้วลูบมันเบาๆพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

“ผม..ผมดีใจมากเลย…” มือเล็กลูบมันเบาๆ รอยยิ้มค่อยๆเผยออกมาพร้อมกับดวงตาที่มีน้ำตาคลอ ก่อนจะเข้าสวมกอดเอวสอบของอีกคนแน่น “ผมไม่นึกด้วยซ้ำว่าจะมาไกลขนาดนี้ ทั้งที่ตอนแรกเป็นแค่คนแอบชอบพี่แท้ๆ”

 

คนแอบชอบ...แล้วเพิ่มความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ จากคนไม่รู้จัก กลายเป็นว่าอยู่ห้องตรงข้ามกัน ได้คุยกัน ยิ้มให้กัน จับมือกัน รักกัน...เรื่องราวต่างๆมันเริ่มต้นจากคำว่าแอบชอบ จนตอนนี้มันก็ไม่จำเป็นต้องเก้บความรู้สึกในใจอีกต่อไปแล้ว

 

“ไม่หรอก พี่ก็แอบชอบเรา…” 

 

“เอ๋??” คำพูดนั้นทำให้ใบไม้ต้องฉงนเป็นอย่างมาก จอมทัพหัวเราะเบาๆกับใบหน้างงๆก่อนจะคว้าเอวเล็กมากอดไว้อีกครั้ง

 

“จริงๆก็ ไม่ขนาดนั้น เห็นเรายืนจ้องหน้าทำหน้าอึ้งๆแบบนั้นก็น่ารักดี ไหนจะตอนเขินที่โรงอาหารอีก เพื่อนพี่มันรู้กันทั้งนั้นแหละ ว่าพี่สนใจเรา ไม่งั้นตอนนั้นที่ร้านอาหารเราคงไม่ได้นั่งตรงข้ามมองตากันหรอก”

 

“จ..จริงเหรอครับ…” นี่เป็นเรื่องใหม่ที่ผมพึ่งรู้เลยนะเนี่ย! ว่าที่ผ่านมาพี่ก็ชอบผมเหมือนกัน

 

“พี่ไม่สบายจริงมันก็ใกล้หายแล้วแหละ แต่ไอ้เตวินก็วางแผนให้ไม่ต้องไปเรียน เพราะรู้ว่าถ้าเรารู้เรื่องเข้าเราต้องรีบมาหาพี่แน่ซึ่งมันก็จริง…” ยิ่งกว่าความลับอีกเรื่องนี้!! นอกจากจะชอบผมเหมือนกัน แต่ยังอยู่ในการวางแผนของเพื่อนด้วย อะไรเนี่ยย...

 

“ม..มัน..ผม..หัวใจเต้นแรงทุกครั้งเลยที่เจอพี่ ที่พี่ยิ้มให้”

 

“เพราะเราเขินแล้วน่ารัก พี่ก็เลยยิ่งยิ้ม” ใบไม้ได้ยินก็เกาแก้มเบาๆจอมทัพจับมือออกก่อนจะเปลี่ยนไปลูบแก้มนิ่มไปมาพลางอมยิ้ม “คนอะไรมีหลายอารมณ์ เดี๋ยวก็เขิน เดี๋ยวก็ดุ แถมยังดื้อยังขี้สงสัยอีก”

 

“พี่นั่นแหละชอบทำหน้าดุผม”

 

“เราดื้อไง...อย่างอนเลยน่า” ว่าแล้วก็หยิกแก้มแดงๆนั่นไปหนึ่งที แล้วโอบแก้มนิ่มให้มามองกัน ประกายอ่อนหวานในนัยน์ตาคมทำให้ใบไม้ยิ้มเขินอย่างอดไม่ได้ “ต่อไปนี้พี่เราก็จะเป็นคู่หมั้นกัน มันไกลกว่าที่พี่คิดไว้มาก...แต่...พี่จริงจังกับเรานะ พี่รักเรา การหมั้นกันก็เหมือนมันเครื่องยืนยันกับพ่อแม่เราว่าเราจะไม่เสียใจ”

 

“พี่ดีกับผมมากนะครับ ขอบคุณที่ทำให้ผมมีความสุข” ใบไม้ยิ้มให้ก่อนจะพูดต่อ “ในตอนแรกผมก็เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง ที่...ไม่กล้าที่จะชอบพี่ ขอบคุณที่ทำให้เสียงเรียกของหัวใจของผมเป็นจริง” มือเล็กทาบลงกับอกด้านซ้ายของจอมทัพ ก็พบว่ามันเต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับตัวเอง

 

“มันก็เป็นเสียงเรียกของหัวใจของพี่เหมือนกัน” จอมทัพกุมมือตอบ พลางจ้องไปใจดวงตาใสที่สะท้อนใบหน้าของตัวเองนั่นทำให้จอมทัพยิ่งมีความสุข เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะมันสะท้อนภาพตัวเขาอยู่ตลอด ใบไม้ก็เหมือนแสงแดดตอนนี้ที่ทำให้ฟ้าสีครามสดใสมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า ก็เหมือนผมคนนี้ที่ชอบทำตัวเย็นชา แต่ก็มีเด็กคนหนึ่งที่เข้ามาทำให้เขายิ้มได้มากกว่าเดิม

 

“ที่เราเคยถาม...ว่าทำไมพี่ยิ้มเก่งคุยเก่งมากกว่าที่เราคิด” จอมทัพก้มลงไปใกล้ๆ มันยิ่งทำให้ภาพของทั้งสองคนนั้นสะท้อนเข้าในดวงตาของกันและกันชัดขึ้นไปอีก ใบไม้ยิ้ม..จริงๆรู้เรื่องนี้แล้ว...แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากพี่เอง

 

“ทำไมเหรอครับ”

 

“เพราะเราทำให้พี่มีความสุข...แค่เราเข้ามาอยู่ในสายตา พี่ก็มีความสุขแล้ว” คนตัวเล็กยิ้มกว้างก่อนจะโถมตัวเข้ามากอดร่างสูงแน่น เสียงหัวเราะเบาๆสะท้อนเข้ามาในหูทำให้จอมทัพต้องหัวเราะตาม แล้วกระชับอ้อมกอดนั้นแน่นๆจนคนตัวเล็กร้องออกมาเบาๆ “มาสร้างอนาคตของเราให้ดียิ่งขึ้นเถอะนะ”

 

“ครับ…”

 

ถ้าใบไม้คือแสงแดดที่ทำให้โลกของจอมทัพสดใส...จอมทัพก็คือแสงแดดที่ทำให้ใบไม้อบอุ่นเช่นกัน

 

“เฮลโหลววว เพื่อนยากกก หวานกันอีกแล้ว” เสียงโหยหวนคุ้นหูดังขึ้นมาถึงระเบียงนั้นทำให้ทั้งสองคนต้องผละออกจากโลกสีชมพู ใบไม้เป็นคนแรกที่ไปเกาะระเบียงดู แล้วโบกมือให้เพื่อนทั้งสองคนแล้วเดอะแก๊งค์เสื้อช็อปอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอีกคนแบบหน้ามือกับหลังมือกันเลยทีเดียว

 

“ไอ้เตวิน!!...ใครเชิญพวกมึงมา” จอมทัพทำหน้าอารมณ์ใส่เพื่อน มันนี่เป็นมารผจญตั้งแต่เขาเป้นเด็กจนโตเลยได้นี่!!

 

“กูถามคุณหญิงแม่เองแหละ ทำมะ?? เพื่อนมาเที่ยวนี่ไม่ได้ไง?” พี่เตวินท้าวเอวมองเพื่อนที่ทำหน้ายักษ์อยู่บนระเบียงอย่างท้าทาย

 

“เออ!!” แล้วคนที่ทำหน้ายักษ์ก็ยังคงอารมณ์เสียของตัวเองได้เป็นอย่างดี

 

“เสียใจด้วย...กูมาถึงนี่แล้ว” พูดเสร็จก็วิ่งเข้ามาในบ้าน ตะโกนร้องเพลงยั่วอารมณ์เพื่อนดังลั่นบ้านไปหมด ใบไม้เข้าไปกอดเอวแล้วซบลงกับอกกว้างหวังว่าจะให้อีกคนจะใจเย็น

 

“พวกเพื่อนๆมาแล้ว...เราก็มาสนุกกันเถอะครับ เดี๋ยวงานกร่อยน้า” ใบไม้ยิ้มประจบ จอมทัพส่ายหัวใบไม้แล้วกดจูบที่หน้าผากหนึ่งทีแล้วจูงมือเล็กพากันลงไปหาเพื่อนด้านล่าง

 

เอมมาลินยืนกอดอกมองภาพด้านบนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะมองเลยลงมาอีกคู่ที่อยู่ด้านล่าง คนอย่างเอมมาลินมองใครไม่เคยพลาด เห็นสายตาของรุ่นพี่ทั้งสองคนนั้นแล้วก็รู้เลยว่าเพื่อนต้องมีความสุข...สาววายเห็นผู้ชายรักกันก็เป็นสุขใจ

 

“เอ่อ...พี่เอมครับ ร..เราเข้าบ้านกันไหมครับ” เอมหันไปมองรุ่นน้องตัวสูง เป็นน้องรหัสของหนึ่งในเดอะแก๊งค์ ใส่แว่นหนาดูท่าทางเรียบร้อยเด็กเรียนกำลังเกาท้ายทอยแก้เขิน เอมมาลินยิ้มหวานให้แล้วคว้ามือเด็กคนนั้นก่อนจะพากันเข้าไป เอมมาลินเป็นหมอดูให้เพื่อนมาแล้ว คราวนี้ก็อยากจะดูให้ตัวเองบ้าง บอกเลยว่าไม่พลาดแน่!

 

สาววายอย่างฉันกำลังจะสละคานตามพวกแกไปนะเพื่อนๆ

 

 

++++++++++ End++++++++++

 

 

 

Talk : จบแล้วววววววววววววววว ฮือออออออ

จริงๆจบนานแล้วว แต่เราอยากเคลียร์เล่มให้เสร็จก่อนค่อยโพส

เขียนมานานมากจริงๆค่ะ ลงครั้งแรก มิถุนายน ตอนนี้กุมภาพันธ์ 8 เดือนแน่ะ!!!

นิยายเรื่องนี้เราลากยาว จนการเขียนเราจากหน้ามือเป็นหยังมือเลยถ้าใครเคยอ่านเรื่องสั้นที่เราเคยลง

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เข้ามาเมนท์ ขอบคุณจริงๆค่ะ จากใจ

ส่วนเรื่องใหม่เขียนไปแล้ว และรื้อไปแล้ว ไม่โดนใจ ติดต่อไม่ออก 5555555

มีปัญหากับชื่อเรื่องมากๆเช่นกัน งานยากกับชื่อเรื่อง เรื่องนี้เพื่อนก็ตั้งให้ อยากจะขอบคุณเพื่อนอีกคน

รอติดตามกันด้วยนะคะ  

 

ส่วนเรื่องเล่ม รายละเอียดอยู่ในนี้ 

https://goo.gl/forms/c6VgVHXz9SURPheE2

ตอนพิเศษเป็นเรื่องราวของพี่จอมทัพกับน้องใบไม้ต่อจากนี้อีกหลายปีค่ะ

มีมุมมองของพี่และน้องแบบใหม่ๆ ใหม่มาก ตกใจเลยว่าทำไมถึงแกล้งน้องได้ลงคอขนาดนั้น555555

ใครที่ทำแบบสอบถามคราวที่แล้ว รบกวนทำอันนี้ด้วยน้า เราอาจจะส่งเมลแจ้งไปอีกทีหนึ่ง อ่าน ปล. ของเราด้วยย

แล้วเนื่องจากมีอยูาสองท่านที่ไม่ได้ใส่ช่องทางการติดต่อ เราไม่รู้จะติดต่อกลับยังไงนะคะTT รบกวนจองอันนี้ไปเลยค่า

#

อันนี้ปก ทำเองกับเมาท์ทื่อๆหนึ่งอัน 5555

 

 

 

ฝากเพจอีก เราไม่ค่อยคุย แต่ต่อไปนี้อาจจะคุยถ้ามีคนคุย เอ๊ะ?

https://www.facebook.com/Nocura-1707697319544508/?fref=ts

 

 

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ รอติดตามเรื่องต่อไปด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #397 Kim-kibom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 09:32
    น่ารักทุกคู่ อ่านเพลินมากค่ะ
    #397
    0
  2. #378 M2607 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:36
    จบแล้ววว สนุกมากเลยยินดีกับเอมด้วยที่จะลงจากคานแล้ว5555
    #378
    0
  3. #348 zerogross (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 13:28
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆๆอีกเรื่องค่ะ
    #348
    0
  4. #322 ningthanaporn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 14:42
    เอมคนมั่นกับหนุ่มแว่นคนเอ๋อ
    #322
    0
  5. #317 haruzen (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 16:39
    น่ารัก จากคนแอบมอง และแอบชอบ 😋😋
    #317
    0
  6. #316 Intelligence- (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 22:06
    งื้ออออ จบแล้ววว ชอบเรื่องนี้มากๆเลย ._. อบอุ่นสุดๆ ชอบความราบรื่นนี้ นิยายสบายๆ มีความสุข <3 เอมก็ได้มีคู่ด้วย เย่ๆ :)
    #316
    0
  7. #263 fern9774 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:00
    ทุกคนมีคู่ดูแล้วฟิน
    #263
    0
  8. #261 NSNKRW.. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 15:03
    อ่านเรื่องนี้แล้วมีความสุขมาก ยิ้มตลอดเลย จอมทัพอบอุ่นมากอ่ะ
    #261
    0
  9. #260 ชิชชิ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 17:46
    เอมมาลินจะมีคู่แล้วววว
    #260
    0
  10. #247 pomelozs (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 12:16
    ชอบตอนขอแต่งงาน มันคือดีมากจริงๆ ????
    #247
    0
  11. #240 Bameverthing (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 17:39
    น่ารักก จบสวยงามขอบคุณที่แต่งเรื่องสนุกน้าา แต้งกิ้วๆ
    #240
    0
  12. #221 Aaaa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:09
    จบแล้วขอบคุณนะคะที่ลงให้อ่าน
    #221
    0
  13. #186 Whatever it is (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:04
    จบแล้วววว สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #186
    0
  14. #178 Anazegious (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:07
    ลิ้งค์รายละเอียดเรื่องเล่มเข้าดูไม่ได้อ่ะค่ะ
    #178
    1
    • #178-1 Nocura(จากตอนที่ 31)
      12 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:11
      เราแก้ไขให้แล้วนะคะ ขอบคุณที่เตือนน้า
      #178-1
  15. #177 galaxy night (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:48
    หวานแหววแบบน้ำตาลเต็มจอออ ฮืออออ น่ารักกกกกกกกกกกกก
    #177
    0
  16. #176 noowiwie (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:34
    จบแล้วน่ารักมากๆ เลยยย ><
    #176
    0
  17. #175 Bambie>_< (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:14
    จบแล้วติดตามมาสักพัก งื้ออออ น่ารักจริมๆทั้งสองคู่
    สุดท้ายนี่ เอม สุดยอดค่ะ!!!
    #175
    0
  18. #174 Nok (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:09
    จบแล้ว ติดตามตลอด รอเรื่องต่อไปค่า
    #174
    0