เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป #นิยายเรื่องนี้(ไม่ใช่)สายเถื่อน [YAOI] END

ตอนที่ 14 : เดอะแก๊งค์เสื้อช้อป : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    1 ส.ค. 59

NOTE : ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ

 


 #

 



Chapter14

 

 

 

 

 

 

โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ของบ้านที่ปกติจะมีแต่สมาชิกของบ้านเท่านั้น แต่วันนี้กลับมีแขกเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหนึ่งคน ใบไม้เหลือบมองคนร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงทันทีที่ได้สบกับสายตาจับผิดของแม่ที่กำลังมองมาพอดี

 

 

 เรื่องมหัศจรรย์วันนี้ยกเว้นขนมแสนอร่อยของแม่แล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์แบบสุดๆ คือวันนี้แทนที่แขกจะเป็นเอมและแม๊กซ์ แต่พี่จอมทัพแทน ที่มาโผล่อยู่ในห้องนั่งเล่นในบ้านของเขา  ผมในตอนนั้นได้แต่ตัวแข็งค้าง หัวใจสั่นระรัวราวกับมันจะพุ่งออกมาจากอก ทั้งอึ้ง ทั้งสงสัย ทั้งไม่เข้าใจ  ไม่รู้ว่าพี่มาทำไมที่นี่ เมื่อผมถามก็ไม่มีใครบอกอะไร ก็จะมีเพียงเสียงหัวเราะคิกคักของพี่สาวที่แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่หยุดหัวเราะล้อเลียนเขาเสียที

 

 

เขาก็ไม่กล้าถามพี่ แล้วก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองพี่เลยสักนิด พ่อได้แต่ยิ้มบางๆให้แล้วบอกเดี๋ยวให้ไปคุยกันเอง พี่จะมาคุยอะไรกับผม? ทำไมพ่อต้องยิ้มตลอดเวลาแล้วถามซักไซ้พี่จอมทัพอยู่หลายครั้ง มันไม่ได้โจ่งแจ้งขนาดนั้นหรอก แค่คุยไปเรื่อยๆแล้วทำเป็นถามพี่ไปงั้นๆ ส่วนแม่ก็มองพี่ที มองผมทีเหมือนจะจับผิด จนกระทั่งพ่อชวนพี่ร่วมมื้อเที่ยงกับที่บ้านด้วย ต้องทำให้ผมได้มานั่งอยู่ข้างๆพี่แบบนี้

 

 

 “แล้วนี่จะไปมหาลัยฯกันยังไงล่ะ ให้พ่อไปส่งไหมลูก

 

 

พ่อเงยหน้าขึ้นมาถามผมกับพี่จอมทัพหลังจากที่พวกเรากินข้าวเสร็จและช่วยกันเก็บจานไปไว้ในครัว ผมหันไปเหลือบมองพี่เล็กน้อย แล้วต้องรีบกลับมาก้มลงตามเดิมเพราะหันไปสบตากับพี่พอดี หัวใจยังทำงานไม่ปกติเลย ถ้าเผลอจ้องไปมีหวังได้หัวใจวายแน่ๆ

 

 

 “เดี๋ยวผมพาใบไม้ไปเองครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ

 

 

พี่พูดจบผมก็หันขวับไปมองทันที จะให้ไปกับพี่สองคนเหรอ ไม่เอาหรอก! ถ้าแบบนั้นมีหวังต้องแวะเข้าโรงพยาบาลก่อน ไปเช็คความดันและหัวใจ ผมยังทำใจไม่ได้เลยนะ ก็..มันก็ไม่ได้คิดมากแล้วแต่จะให้ทำใจกล้ามั่นใจยังทำไม่ได้นี่

 

 

 “ไม่เป็นไร พ่อขับรถไปส่งได้ ปกติก็ไปส่งใบไม้อยู่แล้วจอมทัพก็เข้าใจทันทีว่าการเดินไปมหาวิทยาลัยของใบไม้คงไม่ได้ลำบากมากนัก เพราะว่าที่บ้านไปส่งนี่เอง ระยะทางจากนี่ไปก็ใช้ระยะเวลาพอสมควรเลยล่ะถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ

 

 

 “ผ...ผม ย..ยังไงก็ได้ครับ

 

 

ผมตอบออกไป แต่ก็ต้องทำหน้างอง้ำทันทีเมื่อพี่ใบตองที่อยู่ข้างๆหันมากระซิบข้างหูความจริงก็อยากไปกับเขานะสิ คิกผมอยู่ปากใส่พี่สาว สะบัดหน้าใส่งอนๆแล้วก็ต้องชะงักไป เมื่อหันไปอีกด้านก็เห็นพี่มองมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆที่ประดับที่มุมปากอยู่ก่อนแล้ว เอาอีกแล้ว รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว

 

 

จอมทัพว่าไง

 

 

คุณพ่อหันมาถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆลูกชายตัวเอง เรื่องนี้เขาเองก็ได้ยินมาบ้างตอนที่พี่ๆเขาแกล้งซักไซ้น้องกัน รวมถึงที่ตอนที่พี่สาวทั้งสี่คนเข้ามาในห้องทำงานพร้อมๆกับคุณนายของบ้านที่ถูกจับจูงเข้ามาอย่างไม่เข้าใจ พร้อมจับเข่าคุยเรื่องน้องชายกับคนเป็นพ่ออย่างเขา เป็นใบฉัตร พี่คนโตของบ้านที่ก้าวเข้ามาคุยกับเขาคนแรก พร้อมบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด สิ่งที่ลูกสาวทั้งสี่คนกังวลมากที่สุดคือ กลัวพ่อกับแม่รับสิ่งที่น้องเป็นไม่ได้

 

 

ตัวเขาในฐานะพ่อก็อดที่จะรู้สึกภูมิใจขึ้นไม่ได้เหมือนกันที่เห็นพี่น้องเขารักกันมากขนาดนี้ ใบไม้อายุค่อนข้างห่างจากพี่สาวทั้งสี่คนค่อนข้างมาก อย่างพี่สาวคนสุดท้ายอย่างใบตองก็ห่างกันถึง8ปีแล้ว แต่ก็ยังพยายามเข้ากับน้อง รักน้องและเสียสละให้เสมอ แน่นอนว่าโอ๋น้องกันสุดๆเหมือนกัน คุณนายของบ้านก็รู้สึกตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน และหันมามองผู้เป็นสามีอย่างกังวลว่าสิ่งที่ได้ยินจะทำให้สามีของเธอนั้นโกรธหรือไม่

 

 

ประมุขของบ้านอย่างพิชิต ก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย พอทุกคนเห็นอย่างนั้นก็ต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ เขาบอกกับลูกๆว่า เลี้ยงมากับมือนะ จะมองลูกตัวเองไม่ออกหรือยังไง ลูกเป็นยังไงเขาก็รับได้หมดนั่นแหละ เขาไม่ได้ปิดกั้นแล้วใบไม้ไม่ใช่คนปิดบังตัวเอง ตัวลูกเป็นอย่างไรก็จะแสดงออกมาแบบนั้น ยกเว้นเรื่องที่ต้องคิดที่มักจะเก็บไว้กับตัวเองทำให้พี่ๆและบุพการีอย่างเขาต้องเป็นห่วงเสมอ จนแม่และใบหม่อน ต้องตั้งวงนั่งจับเข่าพาใบไม้มาอบรมจิตวิทยากันยกใหญ่

 

 

ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆลูกชาย ถึงจะดูไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาแต่ก็ตอบรับอย่างสุภาพทุกครั้งที่ถูกถามและพูดคุยด้วย ตั้งแต่เจอหน้ามาไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิดแต่เมื่อกี้เขาเห็นตำตาว่าชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้กับลูกชายของตน ยิ้มไปจนถึงตาเลยด้วยซ้ำ สายตาจริงจังนั่นก็พอทำให้เขาดูไว้ใจได้ขึ้นเหมือนกัน มีแต่คนเป็นแม่ที่หวงลูกชายคนเล็กไปสักนิด จนผู้เป็นสามีต้องบอกให้ใจเย็นๆ ลดสายตาจับผิดและความกังวลลงไปบ้าง จับผิดและตัดสินคนมานักต่อนัก เรื่องแบบนี้เขาดูไม่ผิดแน่ๆ ต้องลองไว้ใจกันดู

 

 

ผมขอคุยกับน้องได้ไหมครับ

 

 

น้องที่ว่าก็คงไม่พ้นลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆกัน สาวๆในบ้านหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินสรรพนามที่ดูน่ารัก จอมทัพเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น ใบไม้ก้มหน้าเม้มปากและกำมือตัวเองแน่นอย่างคิดไม่ตก พี่จะพูดอะไรด้วยถึงได้มาถึงนี่เลย หรือพี่โกรธที่เขาหนีพี่มาวันนั้น ไม่เอาน่า ยังไม่อยากโดนพี่ทุ่มลงพื้นนะ จอมทัพที่มองคนที่คิดกับตัวเองอยู่นานก็ผายมืออก เชื้อเชิญพลางกดดันคนตัวเล็กอยู่ด้วย

 

 

ใบไม้ลุกตามไป แต่ก่อนจะออกไปจากห้องอาหาร เสียงพี่ใบหม่อนก็เรียกคนตัวเล็กไว้ แล้วมอบรอยยิ้มให้น้องชายก่อนจะย้ำเตือนสิ่งที่พูดกับน้องอยู่เสมอว่า

 

 

อย่าคิดเยอะ อย่าคิดไปเอง สงสัยก็ถามเลยนะ เก็บมาคิดเองก็ไม่สู้คุยกันตรงๆหรอก

 

 

ใบไม้พยักหน้ารับ แล้วเดินออกไปตามหลังคนร่างสูงไปพร้อมพยายามท่องสิ่งที่พี่สาวพูดเมื่อครู่ให้จดจำลงไปในใจ ห้ามคิดเยอะนะใบไม้ แกคิดเยอะอยู่เป็นประจำ ตอนนี้ไม่ได้ พี่มาถึงบ้านขนาดนี้เราต้องถามเลย ให้รู้กันไปเลย แต่ถ้าคำตอบมันไม่ดีล่ะ? พี่อาจจะสนุกเฉยๆ วันนี้ก็อาจจะมาคุยกันให้รู้เรื่องว่าห้ามคิดเข้าข้างตัวเอง พี่คิดกับเราแค่น้องงี้เหรอ? โอ๊ย พอเลยใบไม้ ผมยกมือขยี้ผมตัวเองแรงๆ เผลอคิดมากอีกแล้ว ห้ามคิดมาก!! ห้าม!! เด็ดขาด!!

 

 

เสียงหัวเราะแผ่วๆตรงหน้าก็ต้องทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง พี่จอมทัพยืนมองผมแล้วหัวเราะขำกับสายตาที่ผมไม่อาจขาดเดาได้ ผมได้แต่เดินก้มหน้าไปหาอย่างรับชะตากรรม เอาล่ะเป็นไงเป็นกัน ห้ามถอยแล้ว

 

 

พี่...อยากคุยอะไรกับผมเหรอครับ?”

 

 

เรื่องวันนั้นน่ะ

 

 

เอ๋?...วันไหนเหรอครับ

 

 

จอมทัพยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็กตรงหน้า หัวกลมๆเอียงเล็กน้อย พร้อมขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช่ความคิด ก่อนแก้มแดงๆจะเห่อขึ้นมา ก็ทำให้เขารู้แล้วว่าคนตัวเล็กคงคิดออกแล้วว่าเหตุการณ์ที่พูดคืออะไร ขายาวก้าวเข้าหาคนตรงหน้า ก่อนจะเป็นใบไม้เบิกตาตกใจแล้วรีบถอยหนี จอมทัพชะงักทันทีแล้วเมื่อตัดสินใจเดินเข้าใจอีก ใบไม้ก็ถอยกรูดหนีเขาห่างออกไปทันที และจอมทัพก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

วันนั้น ไม่ชอบให้พี่ทำแบบนั้นใช่ไหม....เป็นใบไม้ที่เงียบไป ดวงหน้าใสพยายามอย่างยิ่งที่จะก้มหลบสายตาของคนตัวสูงกว่าที่เหมือนจะมองมาอย่างคาดคั้นและดูเหมือนจะหม่นลงอยู่เหมือนกัน พอเห็นว่าใบไม้เงียบแบบนั้นจอมทัพเลยพูดต่อใบไม้รู้สึกไม่ดีเหรอ....ถ้ารังเกียจ พี่...ขอโทษนะ

 

 

น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปทำให้ใบไม้ต้องเงยหน้ามามองคนที่ตัวสูงกว่า ดวงตาเป็นประกายอบอุ่นของพี่ก็เปลี่ยนไป ทำไมกัน? พี่คิดว่าเขารังเกียจเหรอ? ไม่จริงน่า เขาไม่ได้รังเกียจพี่สักหน่อย เขาชอบพี่ต่างหาก พี่นั่นแหละที่มาแกล้งเขาสนุกเล่นๆ ผมต่างหากที่ต้องทำท่าทางแบบนั้นไม่ใช่พี่สักหน่อย

 

 

พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆจอมทัพมองคนที่ยืนนิ่งเงียบไม่ตอบรับคำพูดของเขา เอาจริงๆ กำลังใจของเขาหมดลงตั้งแต่เห็นใบหน้าตื่นตกใจของใบไม้แถมยังไม่พูดและหลบหน้าเขาตลอดเวลา ทำหน้าคิดหนักตอนที่เขาจะขอคุยด้วย พอเขายิ้มให้ก็รีบหลบหน้า ถอยหนีเขาเหมือนรู้สึกหวาดกลัวและรังเกียจ เขาสังเกตน้องตลอดพี่ไม่ได้ตั้งใจที่ทำให้รู้สึกไม่ดี....แต่ พี่ตั้งใจทำแบบนั้นกับใบไม้นะ

 

 

ใบไม้เบิกตาขึ้นทันทีอย่างตกใจ ต...ตั้งใจทำแบบนั้นเหรอ คือ...ตั้งใจที่จะเอาตัวมาแทบจะแนบชิดกับเขาน่ะนะ ที่...ทะ...ที่ริมฝีปากกระทบกับจมูกเขาตอนพี่พูด ที่พี่โอบเอวเขา แล้วอะไรไม่รู้อีกสาระพัด พี่ตั้งใจเหรอ? ทำไมล่ะ พี่ทำแบบนั้นทำไม

 

 

ใบไม้อาจจะไม่ชอบจนถึงขั้นเกลียดพี่ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นพี่ก็อยากจะขอโทษผมไม่ได้เกลียดพี่สักหน่อย พี่มองผมด้วยสายตาที่ผมไม่เข้าใจพร้อมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แต่รอยยิ้มมันไม่ใช่แบบที่ผมเห็นประจำ ประกายในตาของพี่หายไปแล้วพี่ขอโทษนะใบไม้

 

 

จอมทัพนิ่งเงียบ เหมือนจะรอให้คนตรงหน้าพูดอะไรออกมาบ้าง จนแล้วจนรอดคนตรงหน้าก็ยังนิ่งเงียบเหมือนเดิม เขาหันหลังกลับทันที ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ใบไม้ได้แต่มองคนร่างสูงที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆอย่างกระวนกระวาย พี่ยังไม่ได้ฟังผมพูดเลยนะ ก็...ก็...ผมไม่รู้จะต้องทำยังไงนี่ สิ่งที่พี่พูดว่าตั้งใจนั่นผมยังไม่รู้เลยว่าคืออะไร แล้วพี่ก็คิดว่าผมเกลียดพี่ ซึ่งผมเปล่า แล้วผมก็รีบวิ่งตามทันทีที่ตัดสินใจได้

 

 

พี่ครับ! พี่จอมทัพ!!จอมทัพชะงัก ก่อนจะหันมองคนตัวเล็กที่วิ่งตามเขามาก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้า ปากอิ่มเล็กเบะออกมา พร้อมส่งสายตางอนๆใส่คนตัวสูงที่กำลังยืนมองด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

พี่น่ะ เอาแต่พูดๆๆ ไม่ยอมรอฟังผมบ้างเลยเอาจริงๆก็พอรู้ตัวเองอยู่ว่ามัวแต่เงียบ ก็เขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรนี่ ก็...ก็ แค่พี่เดินเข้ามาใกล้ผมก็เขินแล้ว จะเอาแรงที่ไหนไปพูดได้เล่า ผมเม้มปากแน่น ข่มความเขินและความเห่อร้อนบนใบหน้า ก้าวออกไปยืนใกล้ๆกับพี่มากขึ้น เอาวะ เป็นไงเป็นกัน

 

 

ที่จริง...ผมไม่ได้เกลียดพี่นะ...ไม่ได้รังเกียจหรือไม่ชอบด้วย...แต่...ต..แต่..คือ คือ...มัน...เอ่อ....ใบไม้เหลือบมองคนตัวสูงกว่าที่กำลังจ้องมองและฟังเขาอย่างตั้งใจก่อนจะหลับตาปี๋แล้วพูดออกมาผมเขิน!

 

 

เสียงหัวเราะเบาๆต้องทำให้ใบไม้เงยหน้าขึ้นก่อนจะมอบค้อนวงโตให้ทันที ทีตะกี้ทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอย ทีพอทำเขาเขินได้ก็มาหัวเราะใส่  ดวงหน้าใสงอง้ำหนักขึ้นไปอีกเมื่อเสียงหัวเราะและรอยยิ้มยังไม่หายไปจากใบหน้าคม ทีงี้มายิ้มล้อเลียนเขาได้ เหอะ!

 

 

ผมต่างหากที่ต้องทำหน้าเศร้าใส่พี่...ไม่ใช่พี่สักหน่อยจอมทัพเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ใบไม้หายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดออกมาอีกครั้งพี่น่ะแกล้งผมแค่เล่นๆเฉยๆใช่ไหมล่ะ แค่คิดสนุกเฉยๆใช่ไหม

 

 

เปล่า พี่บอกแล้วว่าพี่ตั้งใจจอมทัพยิ้ม พลางยกมือขึ้นมาเกลียไรผมออกจากใบหน้าใส ใบไม้ที่ทั้งเขินทั้งไม่เข้าใจก็ได้แต่ก้มหน้างุดลงอย่างเขินๆ แกล้งให้หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว

 

 

ทำไมล่ะครับ ผมไม่เข้าใจจอมทัพลดมือลง สายตาอบอุ่นและจริงจังทอดมองคนตัวเล็กตรงหน้า มันชัดเจนจนใบไม้เห็นว่าดวงตาของจอมทัพกลับมาเป็นประกายเหมือนเดิมแบบที่เห็นเป็นประจำแล้ว

 

 

พี่ตั้งใจ ก็หมายถึงว่าไม่ได้แกล้งเล่นใบไม้ก็ยังมองมาอย่างไม่เข้าใจเช่นเดิม จอมทัพเริ่มคิดอย่างเร่งด่วนว่าจะพูดกับใบไม้อย่างไรให้เข้าใจในสิ่งที่เขาคิด หรือจะบอกแบบที่บอกกับเตวินดี? อืม...มันก็เข้าใจที่เขาคิด(เหรอ?) ฉะนั้นน้องก็คงเข้าใจด้วยมีคนถามว่าพี่คิดยังไงกับใบไม้….พี่บอกเขาว่า พี่ชอบความน่ารักแล้วใบไม้ก็น่ารัก

 

 

เอ๋??...” คนแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ เอียงคอมองถาม ใบไม้ยกมือลูกแก้มร้อนๆของตัวเองแก้เขิน ถึงจะเขินมากแค่ไหนที่โดนพี่ชมว่าน่ารักก็เถอะ แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี  พี่คิดว่าผมแค่น่ารักเหรอ? แล้วมันเกี่ยวอะไรอะ จอมทัพระบายลมหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นใบหน้าไม่เข้าใจของคนตัวเล็กตรงหน้า

 

 

เอ่อ...คือ...พี่คิดว่าใบไม้น่ารักอยู่คนเดียวคิ้วมนที่ขมวดนั่นทำให้จอมทัพระบายชมหายใจแรงๆอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรตัวพี่เองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พี่มาที่นี่เพราะใจอยากให้มา อยากบอกว่าพี่ไม่แค่แกล้งเล่นนะ พี่ตั้งใจ อยากเห็นเราเขิน อยากเห็นแก้มแดงๆของเรา มันดีมากจริงๆที่เห็นเราอยู่ใกล้ๆ พี่จริงจังนะ ถึงตอนนี้ความรู้สึกมันยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อพี่นะ พี่ไม่ได้แกล้งเราเล่นๆ

 

 

พี่พูดประโยคยาวเหยียดที่สุดที่ผมเคยได้ยินพี่พูดมาเลย ผมเบิกตากว้างขึ้น แล้วยืนอึ้งอยู่แบบนั้น หัวใจเต้นระรัวจนเหมือนจะกระเด็นออกมาจากอก ผมยกมือขึ้นกุมมันไว้ เพราะมันเต้นแรงจนรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก ตายแล้ว ผมต้องตายแน่ๆ พี่ทำอะไรกับหัวใจผม แก้มมันร้อนจนเหมือนจะระเบิดออกมาเหมือนกัน

 

 

ไม่เชื่อพี่เหรอ??...งั้นให้โอกาสพี่ได้ไหม...เรามาทำให้เรื่องนี้มันชัดเจนด้วยกันเถอะนะ

 

 

ผมเหมือนจะหยุดหายใจไปแล้ว สติหลุดล่องลอยไปไกลหลังจากที่พี่พูดจบ ผมมองมือที่ใหญ่กว่ายื่นมาอยู่ตรงหน้า ทั้งที่ใจตอบรับไปแล้วแต่ผมก็ยังคิดไม่ตก ผมกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง กังวลว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน จะเป็นแฟนกันไหม ผมกังวลจริงๆนะ ผมเงยหน้ามองตาพี่ พยายามค้นหาบางอย่างในดวงตา ผมเห็นแต่ประกายความอบอุ่นและความแน่วแน่ในดวงตาดวงนั้น ผมเชื่อพี่ได้ใช่ไหม?

 

 

สุดท้ายรอยยิ้มกว้างของจอมทัพก็เผยออกมา พลางกระชับมือเล็กที่ยื่นมาจับมือตัวเองแน่น แก้มใสๆที่ขึ้นสีแดงจัดก็ทำให้จอมทัพอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปจับ นิ้วโป้งลูบไล้แก้มนิ่มไปมาแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนลงมาลูบที่ริมฝีปากอิ่ม ใบไม้ที่เขินจนตัวแทบแตก ก็ได้แต่ยืนนิ่งให้ร่างสูงลูบไล้ปากตัวเองอยู่แบบนั้น

 

 

นัยน์ตาประกายวาววับกับรอยยิ้มที่มุมปากของพี่ก็ทำให้คนตัวเล็กต้องได้เขินยิ่งกว่าเก่า เสียงหัวเราะหึในลำคอดังขึ้น ก็ทำให้ใบไม้เม้มริมฝีปากตัวเองแน่น แล้วก้มงุดหลบสายตาแพรวพราวนั่นทันที พี่บ้า!! นี่ขนาดอยู่ในบ้านเขาเองนะ เมื่อกี้ก็หงอยจนต้องสงสาร สุดท้ายก็มาทำตัวร้ายกาจอีกครั้งจนได้

 

 

อะแฮ่ม!

 

 

นั่นคือเสียงสวรรค์ของใบไม้ พ่อ(ตา)ที่ดูเหมือนจะทนไม่ไหวที่ต้องนั่งรอลูกชายและว่าที่ลูกเขย?อยู่เฉยๆ เมื่อได้พบทั้งสองคนเขาก็ต้องแกล้งกระแอมไอทันทีที่เห็นว่าลูกของตัวเองถูกมองด้วยสายตาแพรวพราวระยิบระยับ จนเขาทนไม่ไหว จอมทัพที่โดนพ่อของคนตัวเล็กกอดอกตีหน้าดุใส่ก็ได้แต่ลดมือลงแล้วถอยห่างคนตัวเล็ก พลางทำหน้าอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังส่งยิ้มให้ใบไม้อีกต่างหาก ไอ้นี่! คิดกระตุกหนวดเขาหรือไง!

 

 

นุ่นที่เดินตามสามีมาก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางหวงลูกของสามี ว่าแต่เธอว่าให้หยุดหวงลูกสักที ทีตัวเองก็นั่งกระสับกระส่าย ชะเง้อมองเจ้าลูกชายว่าเดินกลับมาหรือยัง จนสุดท้ายต้องลุกมาตาม แต่พอเห็นว่าจอมทัพยกมือขึ้นจับแก้มของลูกก็เดินฉับๆไม่คิดจะรอเธอแม้แต่น้อย เจ้าลูกชายที่เห็นพ่อขมวดคิ้วดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีก็รีบวิ่งมากอดแขนเอาอกเอาใจพ่อตัวเองทันที สามีว่าแต่เธอหวงลูก ตัวเองก็ไม่แพ้กันหรอก ดูท่าจะหนักกว่าเสียด้วย

 

 

เดี๋ยวขึ้นไปเก็บของนะลูก พ่อไปส่งเองนะ

 

 

คุณพ่อ(ตา) ที่ยกมือลูบหัวลูบหางพลางดึงรั้งโอบกอดให้เดินไปด้วยกัน ก็หันมามองว่าที่ลูกเขยอย่างเหนือกว่า  เหอะ คิดว่าใจดี ลองเชื่อใจแล้วจะยกให้หรือไง ไม่มีทางซะเถอะ แค่ผิดคาดที่ลูกชายตอบรับความของไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นเอง นุ่นที่มองตามไปก็ได้แต่หัวเราะกับความขี้หวงของสามี เธอยิ้มให้จอมทัพพลางตบบ่ากว้างของชายหนุ่มเบาๆแล้วเดินจากไป

 

 

ฝากลูกชายแม่ด้วยนะ

 

 

 

 

______________________________________________

 

 

 

 

คนตัวเล็กเงยหน้ามองคนที่เดินอยู่เคียงข้างแล้วก็ต้องรีบก้มกลบเมื่อสายตาคมที่ยังไม่หยุดระยิบระยับมองมาที่ตนพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากอยู่ก่อนแล้ว ครับ สุดท้ายผมก็ได้ไปมหาวิทยาลัยกับพี่สองคน โดยมีพ่อยืนเท้าเอว ขมวดคิ้วยืนส่งอยู่หน้าบ้านตอนเดินออกมา พ่อบ่นกระปอดกระแปดกับแม่ว่ากลัวผมลำบากอย่างนั้นอย่างนี้ ไปส่งผมตลอดทำไมจะไปไม่ได้ จะไปส่งก็ไม่มีใครให้ไป ทุกคนโดยเฉพาะพี่สาวก็ขยั้นคะยอให้ผมไปกับพี่จอมทัพเหลือเกิน

 

 

จนสุดท้ายผมก็ได้ไปกับพี่จอมทัพ หลังจากที่พี่จอมทัพสัญญาว่าครั้งต่อไปจะขับรถมารับเขาที่บ้านเอง แล้วพี่จอมทัพก็เหมือนคิดจะยั่วโมโหพ่อ พอเดินออกมาเล็กน้อย พี่ก็เอื้อมมือมาจับจูงมือผมให้เดินไปด้วยกัน ผมได้แต่หันไปมองพ่อที่ขมวดคิ้ว โดยที่แม่คอยจับแขนพ่อเอาไว้และลูบไปมาเหมือนจะบอกให้ใจเย็นๆ

 

 

 

ผมก้มมองมือใหญ่ที่กอบกุมมือของผมเอาไว้ไม่คลายตั้งแต่เดินออกมาจากบ้านขึ้นรถเมล์ต่อด้วยรถไฟฟ้า จนถึงตอนนี้ก็จะถึงหอแล้ว ก็ได้แต่แอบยิ้มออกมาเล็กน้อย ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันอยู่ในสถานะอะไร คุยกันหรือพิสูจน์หัวใจ? พิสูจน์หัวใจเหรอ? ฟังดูแล้วเขินแฮะ อยู่ดีๆก็รู้สึกถึงแรงดึงรั้ง ใบไม้เงยหน้ามองคนที่เดินนำอยู่งงๆ ก่อนจะเข้าใจทันทีเมื่อหยุดอยู่หน้าร้านอาหารร้านเดิมที่เราเคยมากิน

 

 

เรานั่งอยู่ที่โต๊ะเดิมที่เคยนั่ง ผมปล่อยให้พี่สั่งอาหารไปคนเดียว มองบรรยากาศของร้านไปพลางๆ เอาจริงๆตั้งแต่ออกมาจากบ้านเราทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยกันจริงๆสักที ผมก็เขินจนพูดไม่ออก ความอบอุ่นที่ทิ้งไว้จางๆทั้งมือ บนแก้มหรือแม้กระทั่งริมฝีปากของเขา เอ๊ะ!....อย่าคิดว่าพี่จูบผมเชียวนะ แค่จับปากผมก็แค่นั้นเอง

 

 

เสียงปิดเมนูในมือพี่ดังขึ้นมาเรียกสติของผม เขาหันไปมองพี่ที่สั่งอะไรกับบริกรเล็กน้อย ก่อนจะหันมายกแขนขึ้นเท้าคางกับโต๊ะ มองผมด้วยรอยยิ้มพร้อมกับส่งสายตาระยิบระยับแบบที่ผมไม่เข้าใจความหมาย และมันก็ช่างน่าขัดใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะหยุดมองแบบนี้สักที เขาเขินนะจะรู้บ้างหรือเปล่า

 

 

วันนี้ฝนไม่ตก เราเลยไม่ได้วาดกระจกเล่นเลยพี่ว่ายิ้มๆ ผมก็ได้แต่งงว่าพี่พูดถึงอะไร ก่อนจะร้องอ๋อออกมาทันทีที่นึกได้ วันนั้นฝนตกนี่เนาะ ผมก็เลยวาดกระจกเล่นแก้เบื่อ

 

 

ดีแล้วนี่ครับ พี่จะได้ไม่ต้องป่วยอีก

 

 

เสียสละเอาเสื้อช็อปไปคลุมให้ใครบางคน ก็ต้องป่วยเป็นธรรมดาว่าแล้วผมก็หน้าร้อนขึ้นมาทันทีที่นึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น พี่ยกยิ้มให้ก่อนว่าต่อแต่ก็นะ ถ้าใครบางคนยกร่มขึ้นมากางก็คงไม่ป่วยหรอกจริงไหมผมทำหน้ามุ่ยใส่พี่ทันทีที่พี่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ทำไมต้องพูดด้วยเล่า ยังแอบรู้สึกผิดไม่หายเลย

 

 

ผมดูแลพี่แล้วนะ ถือว่าหายกันพี่หัวเราะหึในลำคอ ผมก็ได้แต่มองอย่างสงสัย

 

 

 “ใครว่า คนดูแลหนีไปกลางคันแบบนั้นใช้ได้ที่ไหนพี่ยกยิ้ม ผมสัมผัสได้ถึงความร้ายกาจในดวงตา ผมมองหาทางรอดให้กับตัวเองอย่างเร่งด่วน ภาวนาเหลือเกินว่าให้บริกรมาเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะสักที แต่ก็โชคดีแค่ไหนที่มีโต๊ะกั้นนระหว่างเราไว้

 


ผมก้มลงหลบตาพี่ทันที ก้มมองมือตัวเองคิดหาเหตุผลให้ตัวเองรอดจากสถานการณ์เสี่ยงแบบนี้ ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย เพราะพี่นั่นแหละที่แกล้งผมจนต้องทำให้หลบหน้าไปแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะพี่

 

 

 “ไม่เกี่ยวนะ เพราะพี่แกล้งผมต่างหาก ผมไม่ผิด แต่....ต..แต่ ถ้าพี่โกรธ ผม...เลี้ยงข้าวมื้อนี้เองก็ได้

 

 

พูดจบพี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ ผมได้แต่ทำหน้างอง้ำใส่ ทำไมต้องหัวเราะกันด้วยเล่า ผมมองพี่ที่นั่งลูบคางไปมาอย่างสงสัย นี่คงคิดหาเรื่องแกล้งให้เขาเขินอีกแน่ๆ ผมยังจำได้อยู่เลยที่พี่บอกว่าอยากเห็นเขาเขิน แต่ถ้าเขินตลอดผมก็ไม่ไหวนะครับ!

 

 

และเป็นอย่างที่ใบไม้คิด จอมทัพที่คิดจะแกล้งให้คนตัวเล็กเขินก็ลุกขึ้น เดินมาหยุดอยู่ข้างๆใบไม้ ก่อนจะก้มลงมาใกล้คนตัวเล็กที่เอนหลังหนีทันทีที่แขนแข็งแรงข้างหนึ่งเท้าไว้กับพนักพิงเก้าอี้ อีกข้างเท้าไว้กับโต๊ะ กักขังคนตัวเล็กไว้ในอาณาเขตของตัวเอง ถึงโต๊ะจะขวางเราไว้ แต่เชื่อเถอะ มันไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยสักนิด เพราะพี่เดินมาอยู่ตรงนี้แล้วไง

 

 

พี่ไม่อยากให้เราเลี้ยงข้าวหรอก พี่อยากได้อย่างอื่นต่างหากพูดจบก็ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ ผมหลับตาปี๋ เอนหลังจนมันแนบไปกับกระจกหนีลมหายใจร้อนๆที่เปารดหน้า และเสียงกระซิบเบาๆที่อยู่ข้างหู ใกล้จนคำนั้นสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทรู้ไหม คนผิดสัญญาต้องถูกลงโทษนะ

 


            จนแล้วจนรอด ลมหายใจที่เป่ารดแก้มก็หายไป ผมระบายลมหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อรู้สึกได้ว่าไออุ่นๆนั่นหายห่างไปจากตัวเอง ลืมตาอีกทีพี่ก็ไปนั่งอยู่ตรงข้ามแล้ว ดูสิ ลงทุนเดินมาถึงนี่เพื่อแกล้งเขาโดยเฉพาะ ผมตวัดตาค้อนมองพี่อย่างเคืองๆที่ทำอะไรไม่สนใจคนรอบข้างเลยสักนิด ก่อนจะรีบก้มงุดหลบแก้มแดงๆของตัวเอง เมื่อพี่เท้าคางมองผมด้วยสายตาพราวระยับอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก็มาพร้อมเสียงหัวเราะแผ่วๆและรอยยิ้มที่มุมปาก ร้ายกาจ! พี่ต้องคิดอะไรร้ายกาจอีกแน่ๆ!


 

____________________________________________

 

Talk : อิพี่คิดจะร้ายกับน้องเจ้าค่า อิอิ เขาก็คุยกันแล้วเนาะ

แต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่เป็นคนที่พิสูจน์หัวใจกันเท่านั้น

พี่ดูคิดร้ายกับน้องค่ะ แต่เปล่า พี่เขาแค่อารมณ์ดีเฉยๆ 5555555

 

 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #364 M2607 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 21:09
    อิพี่มีความร้ายกาจมาก5555
    #364
    0
  2. #298 Intelligence- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 23:22
    งือออ เขินแทนน้องแล้วอ่ะพี่ >< โอ้ยย หลงรัก ชอบมาก ละมุนนนนน
    #298
    0
  3. #136 TaoHun DakHyo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 15:22
    ชอบจังทำน้องเขินนิ  ตัวน้องจะแตกแล้วมั้ง
    #136
    0
  4. #55 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 17:15
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #55
    0
  5. #41 ++karnse it++ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:15
    ฮือออ ใบไม้น่ารัก
    #41
    0
  6. #40 noonpanchanok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 21:35
    พี่จอมทัพ 
    #40
    0
  7. #39 FahSida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 18:54
    ตายๆๆๆ พี่จอมคิดวางแผนฆ่าน้องใบไม้ใช่มั้ย คิดให้น้องมันเขินจนหัวใจวายตายเลยใช่มั้ย...! สารภาพมา
    #39
    0
  8. #38 Bambie>_< (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 18:33
    น่ารัก โครตน่ารักเลยยยน
    ฮืออออ โอ้ย ทำไม น่ารักแบบนี้!
    #38
    0