เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป #นิยายเรื่องนี้(ไม่ใช่)สายเถื่อน [YAOI] END

ตอนที่ 12 : เดอะแก๊งค์เสื้อช็อป : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    21 ก.ค. 59

NOTE : ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ



Chapter 12


จอมทัพยืนมองประตูห้องฝั่งตรงข้ามด้วยความไม่เข้าใจ สามวันแล้วที่ไม่ได้เจอคนตัวเล็กที่พักนี้เข้ามาอยู่ในวงจรชีวิตอยู่บ่อยๆ เขาไม่เข้าใจทุกอย่าง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำกับน้องแบบนั้น ทำไมสามวันแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า ทำไมน้องต้องวิ่งหนีผมออกไปแบบนั้น เขาทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ ไม่เข้าใจว่าทำไมสายตาที่มักจะไม่สนใจอะไรต้องมองหาคนตัวเล็กที่ชื่อใบไม้อยู่เสมอ

 

เมื่อวานการนัดกินข้าวของพักพวกกลุ่มเดิม รวมถึงกลุ่มของใบไม้ด้วย ตัวเขาเองก็หวังอยู่ลึกๆว่าวันนี้คงจะได้เห็นดวงหน้าใสๆที่มักจะประดับไปด้วยสีระเรื่อบนแก้มเนียนอยู่แทบตลอดเวลาที่ได้เจอจะมาด้วย แต่เปล่า เมื่อแม๊กซ์ เพื่อนขายาวของใบไม้ก้าวเข้ามาในร้าน ผมมองเลยไปด้านหลัง เผื่อจะมีใครบางคนเดินตามเข้ามา แต่ก็รู้สึกผิดหวัง ที่มีแค่แม๊กซ์เดียวเท่านั้นที่มา ไร้เงาคนที่อยากเจอแต่อย่างใด

  

และตัวเขาก็ไม่เข้าใจอีกว่าทำไมต้องอยากเจอ

 

เตวินที่ได้แต่มองเพื่อนยืนนิ่งๆ ทำหน้าคิดไม่ตกอย่างงงๆ เตวินมองเพื่อนไปสักพักก่อนจะมีประกายบางอย่างฉายออกมาเมื่อคิดได้ ไอ้จอมทัพมันต้องคิดถึงน้องใบไม้แน่ๆ พักนี้ไม่ได้เห็นหน้าใบไม้เลยมาสามวันเห็นจะได้ ไอ้เพื่อนตัวดีตอนแรกก็ทำตัวปกติอยู่หรอก แต่พอสองวันผ่านไปจอมทัพเริ่มทำตัวผิดปกติ ไม่ได้ผิดปกติผิดมนุษย์มนาเขาหรอก แต่ผิดปกติตามวิสัยมันนั่นแหละ

  

วันนั้นเป็นวันแรกที่รู้สึกว่าได้เข้าไปในคณะเศรษศาสตร์ เป็นครั้งแรกในชีวิตสามปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ถามว่าไปทำไมไม่รู้! ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเข้าไปในนั้นทำพระแสงอะไร!! หลังจากเรียนเสร็จ จอมทัพก็บอกว่าจะไปทำธุระแถวๆตึกสังคมฯหน่อย เขาได้แต่ถามเพื่อนว่ามีธุระอะไรที่ตึกสังคมฯวะ มึงเรียนวิศวะฯ จอมทัพก็ตอบสั้นๆ สไตล์มันว่า “เสือก” โอเค กูเข้าใจ อย่าตอกย้ำอะไรให้มากนัก

 

นั่นแหละครับ ในฐานะที่คบกันมาตั้งแต่เป็นหนอนน้อยๆ ไม่น้อยหรอกมัธยมละ ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เขาก็ขอตามติดมันไปด้วย เป็นห่วงจริงจริ๊งง ป่าวอยากรู้อยากเห็นอะไรทั้งนั้นแหละ พ่อแม่มันคงผิดหวังน่าดูที่เพื่อนอย่างเขาไม่ตามไปดูแลมัน เนอะ

 

จอมทัพก้าวเข้าไปในตึกคณะเศรษศาสตร์อย่างมั่นใจ ไม่รู้มันมั่นใจหรือไม่สนใจใครกันแน่ แน่นอนว่าการใส่เสื้อช็อปมาเดินเพ่นพ่านอยู่แถวนั้นคงไม่ใช่เรื่องปกติเท่าไหร่นัก นักศึกษาบางคนหันมาเห็นก็กระซิบกระซาบกัน ผมก็ได้แต่แจกจ่ายยิ้มให้ทุกคน แหม่ ก็เป็นคนของแคมปัสนี้อะนะ เข้าใจๆ เพื่อนข้างๆนี่ก็เป็นคนดัง แต่มันก็คงจะไม่รู้ว่ามันดังแค่ไหน เล่นไม่สนใจโลกขนาดนั้น

 

มันหยุดยืนลานหน้าคณะที่มีนักศึกษานั่งทำกิจกรรมกันอยู่ กวาดสายตามองไปรอบๆเหมือนจะหาอะไรบางอย่าง แต่พอหาไม่เจอ ก็เดินเข้าไปในตึก ในนั้นมีนักศึกษานั่งอยู่ประปราย มันกวาดสายๆช้าๆ ก่อนจะเดินหนีเข้าไปในลิฟต์อย่างไม่บอกไม่กล่าว ทิ้งเขาให้ยืนเก้ออยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดายสุดๆ ได้แต่ส่งยิ้มเก้อเขินไปให้สาวๆแถวนั้น นั่นแหละ ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าจอมทัพจะมาที่นี่ทำไม และจะขึ้นลิฟต์ไปทำไม

 

สายตาเพื่อนที่มักจะมองตรงไปข้างหน้าเสมอ แต่มันก็เปลี่ยนไปเมื่อสองสามวันมานี้จอมทัพมักจะกวาดสายตามองไปรอบๆเหมือนจะหาใครสักคน วันที่นัดสังสรรค์กัน จอมทัพก็ดูตื่นเต้นกว่าคนอื่น ตื่นเต้นที่ว่าคือพยักหน้าสองที (ปกติมันพยักหน้าทีเดียวเพื่อนก็ดีใจจะตายอยู่แล้ว) ยกยิ้มมุมปากจนเขาเองยังรู้สึกขนลุก และก้าวเดินฉับๆนำเพื่อนๆไปก่อน แบบนั้นแหละตื่นเต้น ถ้าไม่ตื่นเต้นคือจะเดินตามหลัง

 

แววตาของเพื่อนดูมีประกายขึ้นมาเล็กน้อยตอนที่ไปถึงร้าน ร้านเดิมที่ผมเคยเมานั่นแหละ วันนั้นจอมทัพหัวเสียจนเต็งหนึ่งยังขนลุก ส่วนคนอย่างผมด่าไปก็ไม่รู้สึก ไม่สำนึกอะไร ด่าไปก็เท่านั้น เช้าวันต่อมาผมต้องไปเก็บกวาดสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ผมคะยอกออกมา แถมยังโดนหอตักเตือนไปยกใหญ่ ถามว่าจอมทัพอะไรบ้าง สิ่งที่มันทำคือการลงไปแจ้งกับยามข้างล่าง พร้อมชื่อเลขที่ห้องของผมพร้อม นั่นแหละครับ เราเป็นเพื่อนรักกัน แต่อย่าออกนอกเรื่องไปมากกว่านี้เลย

 

ตาจอมทัพมันมีประกายบางอย่างขึ้น และฉายชัดขึ้นอีกเมื่อเห็นเด็กตากวางคนนั้น ก็แม๊กซ์นั่นแหละ เดินเข้ามาในร้าน แต่ก็ความประกายนั้นก็ดับวูบไปเมื่อเห็นว่าแม๊กซ์มาคนเดียว เพื่อนคนอื่นๆก็โอดครวญกันใหญ่ที่วันนี้จะไม่มีน้องสาวน่ารักอย่างเอมมาลินมาด้วย จะว่าไปแก๊งค์ก็น่ารักกันหมดเลยเนอะ มีน้องสาวน่ารัก น้องชายตัวเล็ก และ เจ้าเด็กตากวาง

 

นั่นแหละครับ มันดับวูบไป ไม่ได้ตาหม่นหมองอะไร แค่มันกลับมานิ่งเฉยเหมือนเดิม ผมทนไม่ไหวที่เห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ มันยืนนิ่งมองประตูห้องฝั่งตรงข้าม ที่มันเล่าให้ฟังแล้วว่าเป็นห้องของใบไม้มาพักใหญ่แล้ว มันนานไปแล้ว เขาทนไม่ไหวแล้ว จอมทัพเพื่อนยาก คุณมึงควรจะตระหนักและตรึกตรองสักนิดได้แล้วนะว่าก่อนหน้านี้กูบอกมึงว่าอะไร

 

เมื่อไหร่จะเข้าห้องวะ กูปวดขี้จะทนไม่ไหวแล้วนะ” ใช่แล้ว มันกำลังจะตีประตูเมืองแตกภายในเวลาไม่ช้านี้!

 

จอมทัพไม่ได้สนใจอะไร ล้วงกุญแจในกระเป๋าส่งมาให้แล้วก็เมินหน้ากลับไปจ้องประตูห้องตรงข้ามด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ เออ! กูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามึงจะจ้องอะไรนักหนา กูไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมไม่บอกกูวะ ว่ากุญแจห้องมึงดอกไหน ดูดิ มึงพกเชี่ยอะไรมาเป็นพวงขนาดนี้ บ้านมึงมีเป็นร้อยห้องหรือไง

 

กุญแจดอกไหนวะ

 

จอมทัพหันว่าขมวดคิ้วใส่พร้อมกับสายตาที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดเพื่อนตัวเองเต็มทน ยื่นมือไปคว้ากุญแจในมือเพื่อน หยิบดอกที่จะต้องไขแล้วส่งให้ทันที แล้วเบือนหน้ากลับไปเหมือนเดิมอย่างไม่ใส่ใจ เตวินรีบไขประตูเข้าไปทันทีแล้ววิ่งลิ่วไปที่ห้องน้ำ ทิ้งให้ตนยืนนิ่งอยู่แบบเดิม

 

จอมทัพระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะก้าวขาไปยืนอยู่ตรงหน้าห้องตรงข้าม ยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามที ก่อนจะยืนคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบรับ เรียวคิ้วคมขมวดเข้าหากันก่อนจะยกขึ้นเคาะอีกครั้ง แล้วผลที่ได้คือเงียบเหมือนเดิม ร่างสูงระบายลมหายใจออกมาแรงๆอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำแบบนี้ทำไม หมุนตัวหันกลับไปเพื่อจะเข้าห้อง ก็เจอเพื่อนที่ยืนเอาแขนเท้าขอบประตูมองตรงมาที่ตัวเอง

 

มึงเป็นหนักนะ” เตวินพูด จอมทัพได้แต่เลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูด

 

“.....??.....”

 

จอมทัพ มึงเป็นอะไรวะ

 

 “เหี้ยไร ขี้เสร็จแล้วรึไง” คิ้วคมขมวดเข้าหากัน ไม่เข้าใจคำพูดแปลกๆที่เพื่อนพูด ขายาวก้าวเข้าไปในห้องตัวเอง ผลักเตวินให้ออกจากหน้าประตู เดินเข้าไปเก็บของในห้องเงียบๆ ทิ้งให้เพื่อนต้องปิดประตูตามแล้วท้าวเอวอย่างไม่เข้าใจ  

 

พอดีมาเร็วเคลมเร็ว ปล่อยรวดเดียวหมด”  เตวินถอนหายใจออกมาแรงๆเมื่อเห็นเพื่อนไม่ตอบอะไร แถมยังหันมาตวัดตาใส่อีก เออ ไอ้นี่ กูเล่นมุขขนาดนี้ก็ขำกูหน่อยก็ได้ เป็นเพื่อนกันมานานบางทีมองตามึงก็รู้ใจแต่ตอนนี้กูไม่รู้ เป็นเหี้ยอะไรบอกกูสิ “มีไรบอกกูดิ

 

หงุดหงิดอะไรวะ?”

 

 “หงุดหงิดมึง” จอมทัพพูดออกมาเรียบๆแล้วหันไปมองเพื่อนนิ่งๆ เตวินเห็นแบบนั้นก็เบ้ปาก ยักไหล่ใส่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก่อนจะพาตัวเองไปนอนแผ่บนเตียงของเพื่อน

 

 “สอง สามวันมานี้ยังไม่เจอน้องใบไม้เลยเนอะ” พูดพลางเหล่เพื่อนที่เก็บของอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือปลายเตียง เห็นท่าทีที่ชะงักขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อเมื่อจับทางเพื่อนได้แล้ว “ไม่รู้ว่าไปไหน มึงพอจะรู้ไหม?”

 

มึงจะอยากรู้ไปทำไม

 

แหม น้องใบไม้ก็น่ารักดีออก กูก็อยากเจอบ้างสิ” เตวินพูดไปก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นเพื่อนหันมาตวัดตาใส่ทันทีเมื่อพูดจบ เหอะ มาถึงตอนนี้ ไม่ต้องอ้าปากกูก็รู้ละว่ามึงหงุดหงิดอะไร


มึงว่าน้องเขาน่ารักไหม มีเบอร์น้องปะ เขามาอยู่กับมึงตั้งวันนึง มึงน่าจะมีเบอร์น้องเขาบ้างนะ

 

จอมทัพไม่พูดอะไร ร่างสูงนั่งนิ่งมองมาทางเพื่อนด้วยสายตาที่ทำให้เตวินรู้สึกว่าขนที่แขนลุกเกรียวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ โถ่ ไม่รู้สึกอะไรทำไมต้องทำตาดุอย่างนั้น เตวินยักไหล่ขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะทำใจกล้าพูดต่อ

 

หน้าอย่างมึงคงจะไม่มีล่ะสิ หึ” พูดจบคิ้วคมๆของจอมทัพก็ขมวดฉับ แต่พูดไปก็รู้สึกเหมือนจะโดนเชือดอยู่รอมร่อ เตวินหลบสายตาดุๆของเพื่อนก่อนจะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา พลางกดลงไปยิกๆ “เฮ้อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูถามจากเด็กตากวางเอาก็ได้” ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์แล้วยกแนบหูทันที เตวินเงียบรอสายสักครู่ก่อนจะยิ้มขึ้นมาเมื่อปลายสายรับแล้ว ทิ้งให้จอมทัพนั่งงงๆกับคำพูดของเพื่อน ใครคือเด็กตากวาง?

 

สวัสดีครับ น้องตากวาง

 

/หยุดเรียกแบบนั้นสักทีเถอะ/ เตวินหัวเราะแผ่วๆเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดูท่าทางจะหงุดหงิดตอบกลับมา

 

หึ...ตอนนี้ไม่เรียกก่อนก็ได้ พอดีมีเรื่องรบกวนหน่อย

 

/มีอะไรครับ/

 

มีเบอร์น้องใบไม้ปะ ขอหน่อยสิ” พูดไปก็เหล่มองเพื่อนไปที่ดูท่าแล้วเริ่มจะนั่งไม่ติดไปเหมือนกัน

 

/ห๊ะอะไรนะ?/ ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ

 

ขอเบอร์ใบไม้หน่อย แต่เดี๋ยว....แปบนะ” พูดให้ปลายสายก่อนจะหันมาพูดกับเพื่อนที่นั่งจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว “จอมทัพ ขอกระดาษกับปากหน่อย” พูดเสร็จ จอมทัพก็หันไปคว้าอะไรบางอย่างก่อนจะลุกขึ้นมาหาเพื่อนที่ยื่นมือมารอรับของ แต่เปล่า แทนที่จะได้กระดาษกับปากกา แต่ร่างสูงของเพื่อนก้าวมาใกล้ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ที่แนบหูตัวเองอยู่ไปทันที ทิ้งให้เตวินได้แต่อ้าปากพะงาบๆอยู่แบบนั้น

 

ขอเบอร์ใบไม้” เสียงนิ่งๆที่กรอกลงไปทำให้แม๊กซ์ที่อยู่ปลายสายชะงักขึ้นมาไม่ได้ เตวินมองเพื่อนที่หันหลังให้อยู่ กดอะไรบางอย่างลงไปในโทรศัพท์ ก่อนจะอ้าปากค้างขึ้นมาทันทีเมื่อเพื่อนพูดอะไรบางอย่างกลับไป

 

มีที่อยู่ไหม?” ไอ้เชี่ยยยย มึงเอาจริงดิ จะไปบ้านเขาเลยเหรอ

 

แถวไหน อืม..อืม...” จอมทัพว่าพลางจดยิกๆลงไปในกระดาษบนโต๊ะ “นี่เบอร์นายใช่ไหม อืม ได้” แค่นั้น ก่อนจอมทัพจะกดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์กลับไปให้เพื่อนทันที เตวินได้แต่ลุกขึ้นมากระวีกระวาดรับ ไอ้นี่ ถ้าแม่งตกพื้นจะทำไง

 

แล้วเบอร์น้องอะ” จอมทัพไม่พูด หันมามองนิ่งๆใส่เพื่อนไม่พูดไม่จา แล้วหันกลับไป คว้ากระเป๋าเป้ใบเล็กขึ้นมาเดินไปที่ประตูทันที เห็นอย่างนั้นแล้วเตวินก็ลุกคว้ากระเป๋าของตัวเองบ้าง พลางเดินปิดไฟปิดพัดลมในห้องที่เจ้าของห้องที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย “เหี้ย รอกูด้วยดิ

 

ล็อคประตูให้ด้วย” เห็นไหม มันไม่ใส่ใจจริงๆ แม้จะล็อคประตูยังใช้เขาล็อคเลย เขาได้แต่รีบใส่รองเท้า ปิดล็อคประตูห้องเพื่อนก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนที่ก้าวฉับๆไปอย่างไม่คิดจะรอ

 

มึงจะไปบ้านน้องเขาจริงเหรอ?” จอมทัพไปหันมาได้แต่พยักหน้าให้เล็กน้อยเท่านั้น

 


มึงคิดดีแล้วเหรอ กูหมายถึง...มึงแน่ใจแล้วนะกับเรื่องนี้” เตวินหันไปมองซีกหน้าด้านข้างของเพื่อน แล้วก็พบถึงดวงตาที่นิ่งสงบบัดนี้ก็ดูเหมือนกำลังสับสน คิดอะไรบางอย่างอยู่

 

ถ้ามึงยังไม่แน่ใจ หรือมั่นใจ มึงก็กลับบ้านก่อน อย่าพึ่งไปเลย มึงไปคิดดีๆก่อน  ถ้ามึงมั่นใจแล้วหลังจากวันหยุดนี้มึงก็ไปหาเขาก่อนมานี่ก็ได้ พ่อกับแม่ท่านเขาก็พึ่งจะกลับมาบ้านนี่ มึงก็อยู่กับพวกท่านไปก่อนแล้วกัน แม่คงคิดถึงแกมาก”  

 

เตวินเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน มองเพื่อนที่พิงพนังลิฟต์อยู่อีกฝั่งที่นิ่งไปเหมือนจะคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ ตัวเขาเองก็เข้าใจเพื่อนว่าคงจะอยากไปหาใบไม้จริงๆ แต่ก็คิดว่าตัวเพื่อนเองก็ยังไม่รู้หรอกว่าจะไปหาน้องเขาทำไม ดูเหมือนมันจะไม่เข้าใจและยังไม่มั่นใจอะไรสักอย่างเลย ไปก็คิดว่าคงไม่มีอะไรดีขึ้น แต่เรื่องมันคงไม่ร้ายแรงหรอก

 

มันคงจะเร็วไปที่จะให้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง ในเมื่อสองคนนั้นเจอกันได้ไม่นาน แต่เขาก็ดูความคิดเพื่อนออกเหมือนกัน แฟนคนเก่าเธอแค่เข้ามาคุยไม่กี่วันแล้วก็ตกลงกัน ตอนเขาถามไอ้นี่ว่าเป็นแฟนกับเธอแล้วเหรอ ยังทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไร พยักหน้าเบาๆให้เท่านั้น ยิ้มให้แฟนคงนับครั้งได้ ถึงจะดูอ่อนโยน ทะนุถนอม รักกับเธอคนนั้นดีอยู่หรอก แต่แววตานิ่งเงียบของเพื่อนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก แล้วก็ดูไม่เจ็บปวดเท่าใดนักเมื่อรู้ว่าโดนเธอคนนั้นสวมเขา แล้วก็เลิกกันในที่สุด

 

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน มันไม่เคยยิ้มกับใครหรืออะไรที่ไม่ใช่เพื่อนหรือครอบครัวของมัน แต่วันนั้น จอมทัพก็ยิ้มกับคนน่าตาน่ารักอย่างที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองยิ้มบ่อยแค่ไหน  แววตาดูมีประกายวาววับจนอดที่จะมีแปลกใจกับเพื่อนไม่ได้ การเก็บไปคิดครั้งนี้ก็เพื่อให้ตัวจอมทัพเองได้เข้าใจตัวเองสักที ไม่มากก็น้อย แต่ก็ยังดีกว่าการที่จะมาสับสนกับตัวเองอยู่แบบนี้ คิดให้มั่นใจแล้วค่อยไปหาคงจะเป็นการที่ทำให้สถานการณ์ของสองคนนั้นดีขึ้นกว่านี้แน่นอน



________________________________________________



ใบไม้นั่งเท้าคางกับโต๊ะด้วยท่าทางเอื่อยๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ๆจนพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ชะงักมือที่ปลอกผลไม้อยู่เล็กน้อย ก่อนจะวางมีดลงแล้วหันไปสบตากับหญิงสาวอีกคนอย่างปรึกษากัน

 

 “ใบไม้ เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ” หญิงสาวที่นั่งข้างๆใบไม้ ยกมือขึ้นมาแตะแขนเล็กๆของน้องเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง

 

เปล่าครับพี่ใบหม่อน” แต่ถึงจะตอบอย่างนั้น ใบไม้ก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนที่จะฟุบลงไปกับโต๊ะ ใบหม่อนหันไปสบตากับน้องสาวออีกครั้ง พลางกระซิบเสียงเบาๆอย่างปรึกษากัน

 

 “พี่พูดออกมาเลยก็ได้” หญิงสาวทั้งสองคนหันมามองน้องชายเป็นตาเดียว ใบไม้เงยหน้าขึ้นมอง เกยคางเล็กๆไว้ที่แขน อยู่ใกล้แค่นี้ใครก็ได้ยิน นี่คิดว่าเขาไม่ได้ยินอย่างนั้นเหรอ

         

 “เรากลับมาบ้าน พอว่างปุบก็มาทำหน้าเป็นหมาหงอยแบบนี้ ตอบมาสิว่าเป็นอะไร” ใบตองเลื่อนก้าวอี้เข้ามาใกล้ๆน้องชาย ยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ใบไม้ย่นจมูกใส่ พี่รู้แน่ว่าถ้าทำแบบนี้เดี๋ยวเขาก็คายความลับออกมา ไม่บอกหรอก ผมตามเกมพี่ทันนะ

 

 “ผมเปล่า” ใบไม้หลุบตาลงหลบสายตาดุๆจากใบตองพี่สาวที่สนิทกันมากที่สุด “แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย” เห็นอย่างนั้นใบตองก็หันไปเลิกคิ้วใส่พี่สาวทันที เห็นไหม พ้นซะที่ไหน

 

 “คิดมากอีกแล้วน่ะสิ พี่บอกแล้วว่าให้เลิกเป็นแบบนี้สักที เดี๋ยวก็เป็นโรคเครียดหรอกนะ หื้ม?” เสียงเตือนด้วยความหวังดีจากใบหม่อน เธอมองน้องชายที่ทำหน้าหงอยๆ แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อ เมื่อน้องชายพยักหน้าลงอย่างเข้าใจ  สุขภาพกายไม่ค่อยเป็นห่วงหรอก ถึงน้องชายจะดูตัวเล็กกว่าเด็กผู้ชายคนอื่นแต่สุขภาพกายก็แข็งแรง ห่วงแต่สุขภาพใจนี่สิ ชอบคิดมากทุกที

 

 “แล้วคิดมากอะไรล่ะ อย่าเก็บไว้คนเดียวเลย ปรึกษากันดีที่สุด” ใบตองหันมายิ้มให้กับน้องชาย แล้วหุบยิ้มทันทีเมื่อน้องชายยู่ปากใส่ พูดงึมงำว่าไม่บอกหรอก “เอ๊ะ โตแล้วริอาจมีความลับกันแล้วใช่ไหม ใช่สิ เดี๋ยวคงมีแฟนแล้ว คงลืมพี่แล้วใช่ไหม หื้มม” หญิงสาวเท้าเอวมองน้องชายที่ก้มงุดลงไปกับแขนทันทีที่พูดจบ


 “หึ...อย่างนี้แปลว่าพี่แฟนแล้วแหงๆ” ใบหม่อนหันมายักคิ้วใส่น้องสาวคนเล็กอย่างรู้กัน สุดท้ายใบไม้ก็ต้องลุกขึ้นมา ทำหน้างอง้ำใส่พี่สาวทั้งสองคนที่ส่งสายตาล้อเลียนอยู่ 

 

ผมเปล่านะ!” ใบหม่อนหรี่ตามาแก้มน้องชายที่อยู่ๆก็ขึ้นสีระเรื่อขึ้น ก่อนจะหยิกเบาๆไปหนึ่งที ดูสิ ปฏิเสธเสียงแข็งแต่หน้าแดงอย่างนี้เนี่ยนะ

 

 “จะให้เชื่อเหรอ ดูสิพี่ใบหม่อน ใบไม้หน้าแดงแจ๋เลย ฮ่าๆๆๆ”  ใบไม้หน้างอง้ำมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินพี่สาวหัวเราะเสียงดัง ส่วนพี่สาวอีกคนก็ยิ้มล้อเลียนมาให้ ทำไมต้องล้อด้วยเล่า พ้นจากยัยเอมก็มาเจอพี่สาว นี่ขนาดอยู่แค่สองคนนะ ถ้าอยู่ครบจะไม่โดนไปมากกว่านี้เลยหรือไง

 

 “ผมไม่มีจริงๆนะ! ไม่เชื่อถามเอมกับแม๊กซ์ดูสิ

 

 “หืม จริงสิ ใบไม้ไม่บอกพี่คงคิดไม่ถึงนะเนี่ย ขอบใจๆ น่ารักจังเลยน้า” ใบตองยกมือขึ้นบีบจมูกโด่งรั้นของน้องชายอย่างหมั่นเขี้ยว ได้ยินอย่างนั้นใบไม้ก็อยากจะตีปากตัวเองที่พูดออกไป ถ้าถามสองคนนั้น ต้องโดนแฉหมดเปลือกแน่! ไม่น่าเลยใบไม้ ทำไมต้องพูดด้วยนะ

 

 “จริงๆไม่ต้องถามหรอก ดูจากรูปการและการให้ปากคำของผู้ต้องสงสัยแล้วคงพอจะสรุปคดีได้แล้วมั้ง” เสียงของคนที่ดังมาจากข้างหลังทำให้ทุกคนต้องหันไป ก่อนใบไม้จะทำหน้างอง้ำใส่ผู้เป็นบิดาและพี่สาวคนโตที่ยืนอยู่ข้างกัน

 

 “พ่อก็เอากับพี่เขาด้วยเหรอครับ

 

นี่คิดจะเปิดปากเขาให้ได้เลยใช่ไหม ทำไมทุกคนต้องมาสงสัยแล้วล้อเลียนอยู่เรื่อยเลย ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะบอก หรือว่าเป็นความลับระดับชาติอะไรหรอก แต่มันเขินนี่นา จะให้พูดเหรอว่า ทุกคนครับ ผมแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งที่หล่อมาก แล้วรุ่นพี่คนนั้นก็ทำตัวใกล้ชิดจนลมหายใจรดหน้าผม อย่างนั้นเหรอ! แค่คิดยังเขินเลย! อย่าให้พูดเถอะ!

 

มีพยานด้วยนะคะ เหลือแต่หลักฐานมัดตัว” พี่สาวคนโตกล่าวเสริมผู้เป็นบิดาทันที แล้วสุดท้ายก็ไปรวมตัวกับหญิงสาวอีกสองคน ใบไม้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วฟุบลงกับโต๊ะทันทีอย่างหมดแรง ดูสิ ขนาดพี่สาวคนโตอย่างพี่ใบฉัตรที่เย็นดุจสายน้ำ นิ่งงัน แข็งแกร่งดุจหินผา ยังเล่นกับเขาด้วย

 

โถ่ ทุกคนอย่าล้อผมสิ ผมไม่ได้มีแฟนจริงๆนะ” ใบไม้ช้อนตามองพี่สาวทั้งสามคนแล้วก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งเมื่อทั้งสามคนทำหน้าไม่เชื่อกับคำพูดของน้องชายอย่างรุนแรง

 

เอาเถอะ อยากจะสอบปากคำจริงๆก็รอผู้หมวดเขากลับมาถึงบ้านก่อนแล้วกัน จะให้มาตัดสินเมื่อไหร่ก็บอกนะ” ผู้เป็นบิดายกยิ้มขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีกับสีหน้างอง้ำของลูกชายคนเล็ก ก่อนจะเดินมาลูบหัวลูกชายเล็กน้อยแล้วปลีกตัวออกไป “พ่อขึ้นไปเก็บของก่อนนะ

 

ได้ค่ะท่านอัยการ!!!” พี่สาวทั้งสามคนรับคำพร้อมกันก่อนจะหันมาส่งสายตาคาดคั้นให้กับน้องชายทันที

 

ผมจะเรียกทนาย ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดใช่ไหมครับพี่ใบฉัตร” ใบไม้ช้อนตามองพี่สาวทั้งสามคนอย่างอ้อนวอน แล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อพี่สาวคนโตอย่างใบฉัตรส่งสายตาหยุดลูกอ้อนของน้องชายไว้อย่างรู้ทัน

 

ในฐานะทนาย ลูกความต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังนะคะ” ใบฉัตรยกยิ้มเมื่อใบไม้ทำหน้างอง้ำทันทีที่รู้สึกว่าโดนต้อนจนสุดทาง

 

ต้องเล่าอีกจนได้ เฮ้อ… “โอเค...ผมจะเล่าแล้วห้ามล้อผมอีกนะ



_______________________________________________

 

         

 

ผมนอนมองเพดานนิ่งๆมาอย่างนี้พักใหญ่แล้ว หลังจากเล่าให้พี่สาวทั้งสามคนฟัง รวมถึงต้องให้ปากคำกับพี่ใบบัว พี่สาวคนรอง เป็นอีกคนที่สวมบทตำรวจนอกเวลางานสอบสวนเล่นตามน้ำกับผู้เป็นพี่สาวอีกสามคนของผม ท่าทีของพี่สาวทั้งสี่แตกต่างไปจากเพื่อนๆ แต่ก็ไม่มากนัก เนื่องจากทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้วเลยให้แต่คำแนะนำ เรื่องการคิดและการตัดสินใจต่างๆ รวมถึงสั่งสอนการใช้ชีวิตที่ดี

 

ทุกคนต่างพูดแตกต่างกันออกไป แต่ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอย่างคิดมากเด็ดขาด ก็อยากจะเลิกเป็นหรอกนะแต่มันก็ห้ามไม่ให้คิดไม่ได้นี่ รู้ตัวอีกทีก็คิดไปไกลแล้ว และดูเหมือนจะมีแต่พี่ใบบัวพี่สาวคนรองที่ดูจะมีน้ำโหขึ้นมานิดหน่อย บอกว่าจะมาจัดการกับพี่จอมทัพแน่ๆ ทุกคนได้แต่ห้ามปรามแล้วส่ายหัวกับอาการหวงน้องขึ้นหนัก เอาจริงๆพี่ใบบัวก็หวงทุกคนนั่นแหละ

 

ผมมีพี่สาวทั้งหมดสี่คน ผมเป็นน้องคนเล็ก ที่เป็นลูกหลง และเป็นผู้ชาย ผมค่อนข้างจะรู้สึกแตกต่างไปกับพี่ๆเล็กน้อยตอนเด็กๆ ด้วยช่องว่างทั้งทางเพศและอายุ แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ในเมื่อเราทั้งห้าคนรักกันและเข้ากันได้ดี แม่ผมมีผมตอนท่านอายุมากแล้ว ตอนเกิดผมเลยตัวเล็ก พอโตผมก็ตัวเล็กกว่าเพื่อน เลยโดนเพื่อนแกล้งตลอด พี่สาวทั้งสี่คนก็จะปกป้องผมอยู่เป็นประจำ

 

ผมหันมาเปิดโทรศัพท์ดูก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ เอมส่งข้อความมา ดูท่าจะหัวเสียน่าดู เพราะผมดันแกล้งลืมอุปกรณ์ความสวยความงานของเพื่อนที่ให้มาไว้บนรถตอนที่เอมขับรถมาส่งที่สถานีรถไฟฟ้า ก็แค่ไม่อยากทำนี่นา ผู้ชายที่ไหนเขาจะมาทำกันเล่า

 

ผมได้แต่คิดว่าสิ่งที่เอมพยายามจะให้ผมทำมันดีรึเปล่า จะได้ผลสักแค่ไหนกัน ในเมื่อพี่น่ะ…. “ไม่ๆๆ ห้ามคิดมากเด็ดขาด ห้าม!” ผมพยายามหายใจเข้าออกช้าๆ ไล่ความคิดเหล่านั้นออกจากสมองอย่างสุดความสามารถ แม้จะกลับมาอยู่บ้าน แต่พี่ยังมาวนเวียนอยู่ในสมองผมเสมอ ฮืออ… พยายามจะหยุดคิดแล้วนะ แต่ก็อดไม่ได้นี่ มือเล็กยกขึ้นมาขยี้ผมตัวเองแรงๆอย่างสุดจะทน



หยุดคิดถึงพี่สักทีเถอะใบไม้! แกจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ!!

 

______________________________________

Talk : อิพี่เริ่มนั่งไม่ติดดดด 

ตอนนี้ก็เริ่มรู้จักครอบครัวน้องกันบ้างแล้วนะคะ

กลัวมีคนงง ว่าใครเป็นพี่คนไหน 

1.พี่ใบฉัตร 2.พี่ใบบัว 3.พี่ใบหม่อน 4.พี่ใบตอง 5.น้องใบไม้

ครอบครัวนี้ใบกันทั้งครอบครัว 55555


ขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #362 M2607 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 20:42
    need ฉากสวีทแล้วค่ะ
    #362
    0
  2. #334 Husky 'Baby (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 11:42
    พี่จอมต้องเคลียร์ความรู้สึกตัวเองแล้วล่ะ ชัดเจนค่อยไปหาน้อง
    #334
    0
  3. #296 Intelligence- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 22:49
    อ้าววว พี่ สรุปมาบ้านเขาป่าว พี่สาวเขารอแล้วน่ะ 5555555
    #296
    0
  4. #135 TaoHun DakHyo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 15:19
    พี่น้องตัวบ.น่ารักทุกคนเลย

    พี่ทัพเลยอยู่เฉยไม่ได้แล้วซินะ
    #135
    0
  5. #53 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 16:28
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #53
    0
  6. #32 neonjuthamas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 12:56
    ท่านอัยการจะตัดสินว่าไงคะ งานนี้เราต้องรอผู้หมวดสินะ อืมมมม
    #32
    0
  7. #31 Bambie>_< (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 00:49
    ขำท่านอัยการ
    รอผู้หมวดมาสืบสวน
    แปลว่าพ่อรู้สินะ ฮ่าๆๆ
    #31
    0
  8. #30 FahSida (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 17:10
    อิพี่เป็นเอามาก 555+
    #30
    0
  9. #29 noonpanchanok (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 16:19
    ค้างง่าาาาาาาาาา มาต่อไวๆนั
    #29
    0