[Fic Aquarion EVOL] Twins love You and me

ตอนที่ 2 : Chapter 1 :: พรหมลิขิต ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 พ.ค. 56

 

Chapter

 

1

 

พรหมลิขิต

 

 

                ชีวิตที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านมันน่าเบื่อ และไร้ค่าจริงๆ เลยนะ ฉันมักจะคิดแบบนี้อยู่เสมอ ฉันชื่อมิโคโนะ เกิดในตระกูลสุสึชิโระ ซึ่งเป็นตระกูลที่ทุกคนรู้จักโด่งดังไปทั่ว ฉันเติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่เรียกว่าลูกคุณหนู จะทำอะไรเขาก็ทำให้ ว่าด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ มันทำให้ฉันเป็นคนอ่อนแอ และ ก็ขี้กลัว ไม่กล้าออกไปข้างนอก ฉันน่ะ อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้จริงๆ นะ หรือเป็นเพราะฉันนั้นไม่มีพลังกันนะ...

            ตระกูลของฉัน ทุกคนล้วนมีพลังที่แตกต่างกันออกไป อย่างพี่ชายของฉัน คาเยน เขาเป็นคนที่สามารถมองเห็นนิมิตได้ ส่วนฉันเองตอนนี้ยังค้นพบตัวเองไม่เจอ ว่าด้วยพี่ชายของฉันแล้ว เขาเป็นคนที่คอยปกป้องฉันอยู่ตลอดเวลา ฉันมีความสุขนะที่เขาปกป้องฉัน ในทางกลับกัน ฉันเองก็อยากจะปกป้องคาเยนบ้าง เขาปกป้องฉันมากเกินไป แต่สิ่งที่ฉันขาดอยู่นั้นฉันรู้ดีว่าฉันขาด พลัง และ ความกล้า

            เอาเถอะ... พอคิดได้แบบนั้นแล้ว ฉันควรจะใช้โอกาสตอนนี้ออกนอกบ้านไปดูโลกภายนอกบ้าง โอกาสที่ว่าน่ะ คือตอนนี้คุณพ่อไปทำงานกว่าจะกลับก็เที่ยงคืน ส่วนคุณแม่ก็ไปต่างประเทศ คาเยนเองก็ไปซ้อมยิงปืน แค่กลับบ้านก่อนหัวค่ำก็พอน่า

            ฉันแอบบอกแม่นมว่าห้ามบอกใครเรื่องฉันออกนอกบ้าน และกำชับว่าถ้าคาเยนกลับมาให้บอกว่าฉันอยู่ในห้อง แม่นมเองก็อยู่ข้างฉันมาตั้งแต่เกิดแล้วเขาคงไม่ทรยศเราหรอกนะ

            เมื่อออกบ้านแล้วสถานที่แรกที่ฉันคิดจะไป ก็คิดไม่ออกนะ เพราะฉันเองไม่ (ค่อย) ได้ออกบ้านเลย ทำยังไงดีล่ะ อ้อ! ไปดูหนังเรื่องนภาร่ายรำแห่งอควาเรียดีกว่า เห็นว่าจะเข้าฉายอีกรอบนี่นา ว่าแต่... ทางไปโรงหนังมันไปทางไหนน่ะ ฉันรู้นะว่าโรงหนังมีที่เดียว เพราะเป็นเกาะเล็กๆ แต่เรื่องเทคโนโลยีน่ะ ทันสมัยพอๆ กับอเมริกาเลยล่ะ (นอกเรื่องละ -0-)

            ฉันเดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่ที่มีคนเยอะๆ เผื่อจะถามได้ว่าโรงหนังไปทางไหน มันก็จริงอยู่หรอกที่ฉันเดินไปแถวที่มีคนเยอะๆ แต่ทำไมถึงไม่กล้าทัก ไม่กล้าถามนะ... ฉันน่ะคงจะกลัวหรือปล่าวนะ... ในที่สุดก็ต้องมายืนมองแม่น้ำที่ล่องลอยไปตรงสะพานข้ามแม่น้ำล่ะนะ T^T

            แปะแปะแปะ

            ...เอาแล้วไงฝนเริ่มตก แล้วก็ตกแรงขึ้นด้วย ทุกคนต่างพากันหลบฝนส่วนฉันน่ะ คงได้แต่อยู่ที่เดิมล่ะ คงเป็นเพราะกลัวคนจำนวนมากๆ ...มากว่าฝนล่ะมั้ง ฮือๆๆๆ ฉันอยากจะเปลี่ยนตัวเองจริงๆ นะแต่ว่า ฉันก็ทำไม่สำเร็จอีกจนได้

            ค...คือว่า เอ่อ...คนข้างหลังสะกิดไหล่ฉัน

            ค... คะฉันรีบหันไปยังต้นเสียง

            ภาพที่ฉันเห็นคือผู้ชายรุ่นเดียวกัน มีผมสีส้มออกเหลืองเหมือนอัมพัน ประกอบกับดวงตาสีทับทิมออกม่วง กำลังกางร่มให้ฉัน ถ้าไม่รังเกียจ ช.. ช่วยให้ผมกางร่มให้คุณด้วยนะครับเขาพูดแล้วเบนหน้าหนีฉัน อย่างกับไม่กล้ามองหน้าฉันตรงๆ อย่างนั้นแหละ

            อย่าว่าแต่เขาไม่กล้ามองหน้าฉันเลยนะ... ฉันก็ไม่กล้ามองหน้าเขาเหมือนกันนั่นแหละ เอะ! เพิ่งมารู้สึก... ว่าฉันไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อย อย่างกับว่าฉันกับเขาเคยรู้จักกันมานานหลายปีอย่างนั้นแหละ ไม่... คงไม่หรอกมั้ง มันคงจะไม่โรแมนติกเหมือนในหนังเรื่องนภาร่ายรำแห่งอควาเรียหรอกน่า จะอยู่ในร่มของเขาแล้วขอให้ไปส่งที่โรงหนังมันก็ยังไงอยู่นะ

            ไม่สิ ฉันควรจะถามเขาว่ามีจุดประสงค์อะไรถึงให้ฉันมาอยู่ในร่มของเขามากกว่า

            คือว่า...เสียงของฉันและเขากำลังจะเอ่ยปากถามพร้อมกัน

            ช... เชิญก่อนเลยครับเขาหลบหน้าน้อยๆ

            คุณ... เอ่อ ช่างเถอะ พูดก่อนเลยฉันว่า

            ถ้าไม่รังเกียจ ...ช่วยบอกชื่อของคุณให้ผมได้ไหมครับ

       “มิโคโนะค่ะ... คุณล่ะฉันตอบแต่ชื่อ ส่วนนามสกุลยังไม่บอกจะดีกว่า กลัวว่าเขาจะรู้จักคาเยน แล้วเอาไปฟ้องเรื่องฉันแอบออกบ้านมาน่ะ...

            อมาตะครับ... โซระ อมาตะ

            ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนใจเต้นรัว หน้าแดงซ่านไปทั่ว ความรู้สึกนี้คือ... ตกหลุมรักหรอ ไม่สิคือฉันแค่คิดเองเออเองอัน แต่... ทำไมรู้สึกเหมือน อมาตะคุง เป็นเหมือนเรา

            อมาตะคุงฉันพยายามมองหน้าเขา

            คะ ครับ...เขาทำหน้าเหวอนิดนึงแล้วมองหน้าฉันตอบ

            จริงด้วย เขาหน้าแดง เหมือนกับฉัน หรือเขาเองก็... ไม่แน่เขาอาจจะไม่สบาย เอาเถอะ ยังไงก็ต้องถามให้ได้ล่ะว่าทำไมต้องมาทำดีกับฉันน่ะ ทำไม... ถึงมากางร่มให้ฉันล่ะอมาตะคุง

       “ร... เรื่องนั้นน่ะ ผม... ก็แค่อยากจะรู้จักคุณมิโคโนะ จริงๆ นะ ไม่ได้มีเจตนาร้ายนะครับ

       “ยะ...อยากรู้จักฉันหรอคะ

       “ครับเขาว่า สักพักก็เบนหน้าหนี

            อมาตะคุงน่ะ เป็นคนแรกเลยนะที่มาทัก ฉันน่ะ ดีใจมากเลยนะ

            ไม่ไหวแล้ว... มันจะลอย เอ่อคุณมิโคโนะช่วยถือร่มแล้วหันไปทางตรงข้ามผมทีนะครับอมาตะคุงบอกฉันแล้วยัดร่มใส่มือฉันแถมยังถือวิสาสะจับฉันหมุนไปด้านตรงข้ามกับเขา

            เป็นอะไรของเขานะ เมื่อกี้บอกจะลอย... จะบอกว่าตัวจะลอยงั้นหรอ ฮ่าๆๆ อะไรของเขาน่ะ ตลกละคนอะไรลอยตัวได้น่ะ ฉันหันหลังกลับไปมองเขา

            คะ..คุณมิโคโนะอย่ามองนะ!อามาตะคุงที่กำลังใส่แท่งเหล้กลงรอยเท้าบูทของเขาว่า

            อ่าว... แล้วทำไมต้องใส่แท่งเหล็กล่ะ แปลกคนชะมัด

            เห็นแล้วล่ะ อมาตะคุง ทำอะไรแปลกๆ น่ะ ไม่กลัวฟ้าผ่าหรอ ^^”

            คุณมิโคโนะครับ ขอร้องล่ะ อย่ายิ้มเลย ผม... ผมจะลอยว่าแล้วอมาตะคุงก็ลอยขึ้น

            หา? ลอยงั้นหรอ จริงๆ ด้วยเขาลอย เขาเป็นผีหรอ!? กรี๊ดดดดดดดดดดดดดฉันกรี๊ดออกมาดังลั่นแล้วเตรียมวิ่งหนี

            ตู่บบบ เสียงของวัตถุตกลงมาจากฟ้า ไม่ใช่ฝนล่ะค่ะ แต่เป็นอมาตะคุง อย่าหนีผมไปนะคุณมิโคโนะ ขอร้องล่ะผมไม่ใช่ผีนะเข้ารีบวิ่งเข้ามารั้งฉันไว้

            เขาจับมือ ของฉันไว้...

            ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณมิโคโนะต้องตกใจแต่ที่ผมลอยเมื่อกี้มันเป็นพลังครับ... ถ้าผมตื่นเต้นหรือเกิดอาการตกใจผมจะลอย ก็เลยต้องใส่แท่งเหล็กไว้ถ่วงน้ำหนักเขาจับมือฉันแน่นขึ้น

            ...อย่าทำฉันตกใจสิ อมาตะคุงฉันถอนหายใจ

            ขอโทษจริงๆ นะครับ ก็ผมบอกแล้วว่าให้คุณหันไป

       “ฉันขอโทษแล้วกันนะ ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วนี่ฉันมองท้องฟ้า

            นั่นสิครับ ...เขามองมือที่กำลังจับฉัน

            อะ...อมาตะคุง

            เอ้ย... ขอโทษจริงๆ นะครับ คือ... จะลอย จะลอยอีกแล้วเขารีบปล่อยมือฉัน แล้วตัวก็เริ่มลอยขึ้น

            เขาจับมือฉันก็ลอยแล้วหรอ... หืม หรือจับมือกับผู้หญิงกันคนอื่นก็ลอยกันแน่นะ... เขาอาจจะเป็นพวกโรคจิตก็ได้นะ ไปดีกว่า

            อมาตะคุง ขอบคุณมากเลยนะ สำหรับร่มน่ะ คือฉันว่าฉันกลับบ้านก่อนดีกว่าค่ะฉันวางร่มแล้วก็รีบเดินหนี

            ตู่บบบบ อา... นั่นเสียงของอมาตะที่ตกลงพื้นอีกแล้วล่ะ  เดี๋ยวก่อนครับคุณมิโคโนะอามาตะคุงรีบวิ่งมาขวาง

            เป็นเอามากเลยสินะอมาตะคุง ผมอยากติดต่อกับคุณมิโคโนะครับ ผมอยากจะคุยกับบคุณมิโคโนะอีก ถ้าคุณจะไปแล้วจริงๆ...เขาทำหน้าจริงจัง

            0.0ฉันมองหน้าเขาแบบอึ้งๆ ไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าจะมีคนอยากคุยกับฉันเท่านี้มาก่อน ฉันมองเขาผิด เขาไม่ใช่โรคจิตสักหน่อยเขาอยากคุยกับเราจริงๆ ฉันรู้สึกแบบนั้น

            เอ่อ... (. _.)เขาก้มหน้าลงน้อยๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังเขินอยู่

            หืม... เขาเขินหรอ เขินฉันเนี้ยนะ หรือเขินที่พูดไป?

       “คือว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะให้ติดต่อยังไงดี... ฉันไม่มีเมลหรือโทรศัพท์ใช้หรอกนะคะฉันบอกเขาตามตรง

            เห็นว่าฉันเป็นลูกคุณหนูก็เถอะ แต่... ฉันก็แทบไม่ได้เล่นของพวกนี้เลย เพราะตัวฉันเองก็ไม่มีเพื่อนที่จะคุยด้วยทำไมต้องมีโทรศัพท์ด้วยล่ะ

            ...งั้นหรอครับเขาทำหน้าสิ้นหวัง

       “...งั้นวันเสาร์ฉันจะรอคุณที่นี่เวลานี้ ต่อให้รออีกไปถึงหมื่นสองพันปีก็ตาม...ฉันพูดตามบทในหนังนภาร่ายรำแห่งอควาเรีย

            เอ่อ... -/////-อมาตะคุงดูเหมือนจะเชื่ออย่างที่ฉันพูดไปนะ

            ฮ่ะๆๆๆ ฉันก็แค่อยากลองพูดตามบทในหนังเรื่องนภาร่ายรำแห่งอควาเรียเฉยๆ น่ะค่ะ

       “คุณเองก็เคยดูหรอกหรอครับเขาทำหน้าทึ่ง

            ก็ ปล่าวละค่ะ เห็นตัวอย่างหนังก็เลยเอามาพูดน่ะ ^^’ วันนี้ว่าจะไปดูหนังแต่หลงทางน่ะค่ะก็เลย..

            งะ.. งั้นให้ผมไปส่งคุณมิโคโนะ ดูหนังได้ไหมครับ ผมน่ะ ชอบเรื่องนี้มากเลยล่ะครับ

       “...คงจะไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ขืนไปดูตอนนี้กลับบ้านค่ำต้องโดนสวดยาวแน่ๆ เลย

       “งั้นขอให้ผมเล่าให้คุณมิโคโนะฟังได้ไหมครับ

            ตอนนี้บ่ายสามแล้วนะอมาตะคุง ฉันคงต้องกลับบ้านก่อน เอาไว้เป็นเสาร์หน้าแล้วกันนะคะว่าแล้วฉันรีบเดินหนีเขา

            มันอันตรายนะครับคุณมิโคโนะ ให้ผมเดินไปส่งคุณนะครับอมาตะวิ่งตามหลังมา

            ขอร้องล่ะค่ะ อย่าตามฉันมาเลยนะว่าแล้วฉันก็รีบวิ่งหนีเขา

            อันที่จริงฉันเองก็อยากจะให้ไปส่งอยู่หรอก แต่ถ้าเกิดคาเยนมาเห็นเข้าล่ะก็เป็นเรื่องแน่ จริงอยู่ที่เขากลับมาตอนเย็นๆ ประมาณบ่ายห้าโมง ฉันไม่อยากคุยกับอมาตะคุงยาวไปกว่านี้เพราะกลัวติด เขาคงไม่คิดมากหรอกนะ เฮ้อ ไอ้เราก็ไม่อธิบายให้เขารู้เนอะ เขาน่าจะฟังอยู่ แต่ก็นะ มันเสี่ยงที่จะเล่าต่างหาก อย่างที่เคยบอกว่าถ้าคาเยนรู้เรื่องฉันออกไปนอกบ้านล่ะก็นะ ตายแน่ๆ

            หลังจากเดินไปเดินมารู้สึกว่าตัวเองก็หลงทางอีกแล้วสิ เฮ้อ... ให้ตายสิ รู้งี้ให้เขาแนะนำทางก่อนซะก็ดี แล้วถนนพวกนี้ยังไงเนี่ย ทำไมมันถึงโทรมขนาดนี้ บรรยกาศก็หดหู่แบบแปลกๆ

            มาคนเดียวหรอ

       งานเข้าแล้วไงมิโคโนะ เธอคงจะไม่โชคร้ายขนาดที่จะมาเจอกับคนไม่ดีหรอกนะ ฉันยังไม่อยากโดนรุมโทรมนะ!! ฮือๆๆๆ ฉันทำใจหันไปยังต้นเสียงนั้น

            มันแตกต่างกับตอนแรกที่เจอกับอมาตะคุง น่ากลัว... ไม่อบอุ่น ทำไม ร่างกายมันขยับไม่ได้ ร่างกายมันสั่น ไม่ไหว...กลัว

       “ฮึๆๆ ดูท่าจะเป็นคุณหนูซะด้วยเสียงที่สองดังขึ้น

            ฉันตอบกลับไม่ได้แม้แต่จะส่งเสียงก็ทำไม่ได้ แค่ส่งเสียงให้ใครช่วยก็ไม่กล้าแล้ว อมาตะ... ถ้าเป็นอมาตะคุงละก็ ถ้าฉันให้เขาไปส่งฉันที่บ้านเท่านั้น ทำไมฉันถึงตัดสินใจอะไรโง่ๆ ขนาดนั้นนะ แค่พูดชื่อมาตะคุงเท่านั้น เขาก็อาจจะมา ไม่สิ ตอนนี้ฉันต้องมีสติ จะมามัวแต่กลัวไม่ได้ คิดสิคิด มิโคโนะ ทำไมเธอคิดไม่ออกล่ะ จะแกล้งตายตรงนี้เลยดีมั้ย ไม่ได้... ทำแบบนั้นก็โดนจับตัวไปอยู่ดี คาเยน... คาเยน... แต่ตอนนี้คาเยนกำลังฝึกยิงปืนอยู่ ถ้าฉันมีพลังจิตละก็นะ ฉันจะเรียกคาเยนมา... แต่ฉันไม่มี ถ้าเกิดฉันพบพลังของตัวเองสักนิดก็คงดี T^T

       ฮึ่ย! ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดอะไรแบบนั้น คิดสิ พวกนั้นกำลังจะเข้ามา ใครก็ได้ช่วยที ฮือๆๆๆๆๆๆ พูดไม่ออกจริงๆ นะ

            น่ารักดีนี่หว่าเสียงที่สามเดินเข้ามาใกล้จับคางฉัน

            น่ากลัวที่สุด!

            ช่วยด้วย ฉันพูดไม่ออก ฮือๆๆๆๆๆ

            วืดดด~

       “พวกแกอย่ามายุ่งกับผู้หญิงโสโครกคนเดียวของฉันนะ!!

       “อ๊ากกกกกกกกเสียงกรีดร้องของคนพวกนั้นดังขึ้น

            หรือว่านี่จะเป็นพลังของฉัน... ฉันฆ่าพวกนั้นหรอ... ไม่จริง ไม่กี้ฉันได้ยินเสียงของใครคนหนึ่ง เป็นเสียงที่คุ้นเคย... คาเยน!?

            ตู่บบบ...

       ฉันทรุดลงไปแต่ก็ไม่ถึงกับสลบหรอก แข่งขามันสั่นใจยืนไม่ได้ต่างหาก แต่ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก คาเยนมาช่วยฉันจริงๆ เกือบไปแล้วสิ จะด่าอะไรก็ด่าเถอะ ฉันไม่เกี่ยงแล้วล่ะ... ซีวี่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแบบนี้

ต้นเสียงที่ว่าคุ้นเคยนั้นไม่ใช่คาเยน แต่กลับเป็นผู้ชายวันเดียวกับฉัน หน้าตา... คล้ายกับอมาตะมาก ต่างกันแค่สีผิวที่คล้ำลงนิดนึง ตวงตาอย่างกับสัตว์ป่าสีอำพัน ผมสีแดงดั่งกุหลาบสีแดง (มันคล้ายแล้วหรอวะ -0-*)

            ซะ..ซี่วี่หรอ ใครคือซีวี่ฉันเอ่ยปากพูด

            อ้าว... ทำไมทีนี้ฉันถึงพูดออกมาได้ล่ะ ความรู้สึกน่ะ เหมือนอมาตะคุง ความรู้สึกที่เหมือนกับเคยผูกพันกันมานานหลายปี เขาอุ้มฉันขึ้นมาแล้วขมวดคิ้ว

            เมื่อหมื่นสองพันปีก่อนน่ะ เธอมีชื่อว่าซีวี่

            ซีวี่... ทำไมชื่อมันคล้ายๆ กับตัวเอกในเรื่องนภาร่ายรำแห่งอควาเรียล่ะฉันถามเขา ทั้งๆ ที่ปล่อยให้เขาอุ้มแบบนั้น เหตุผลง่ายๆ คือฉันลุกไม่ขึ้น...

            เขาไม่เป็นอันตราย ฉันรู้สึกได้

            ก็เธอคือซีวี่ไงล่ะ

            ฉันคือมิโคโนะ นี่คือชื่อของฉันนะ! นายเป็นใครกันฉันถาม

            มิโคโนะ... ฮ่าๆๆๆๆๆ ชื่อเชยเป็นบ้าเลยนะซีวี่ ฉันน่ะ ชื่อคางุระ เป็นอะโพโล่ของเธอไงล่ะซีวี่

       หืมมม มาดูถูกชื่อมิโคโนะที่แม่อุส่าตั้งให้ได้ยังไงกันนะ... แต่ก็เอาเถอะ ยกโทษให้แล้วกัน เห็นว่าช่วยฉันเรื่องเมื่อกี้หรอกนะ... T^T

       “ซี่วี่อีกแล้ว

       “ก็มิโคโนะมันตั้งสามพยางค์ เอ... หรือจะให้ฉันเรียกเธอว่ายัยผู้หญิงโสโครก

       “ซ..ซีวี่เถอะ ถ้างั้นน่ะ แล้วทำไมฉันต้องโสโครกด้วยเล่า

       “ก็กลิ่นเธอมันเหม็นสาบ ยิ่งเธอกลัวอะไรขึ้นมาล่ะก็ กลิ่นมันยิ่งแรงกว่านี้อีกนะรู้มั้ยคางุระสูดกลิ่นผมของฉัน

            หา นี่ฉันอาบน้ำใส่สบู่แล้วนะ มันจะเหม็นสาบอยู่หรอ เหม็นตรงไหน เสียมารยาท

       “ฉันน่ะ มีพลังสามารถทำให้สิ่งต่างๆ ไหลย้อนนะคางุระว่าแล้วก็เดินออกจากถนนซอยนั้น

            มันไม่ใช่คำตอบสักหน่อยฉันว่า

            ตอบไปแล้ว

            แล้วนี่นายจะพาฉันไปไหนฉันถามเขาในขณะที่เดินออกซอยนี้

            ฉันรู้ว่าเธออยากกลับบ้าน แล้วก็ไม่ต้องบอกทางบ้านให้ฉันหรอกนะ ถ้าเธอบอกฉันงงแน่ ให้ฉันไปส่งเธอจะดีกว่า

            งั้นก็แปลว่าเขารู้ที่อยู่ฉันน่ะสิ เพิ่งจะรู้จักกันก็รู้ที่บ้านฉันแล้วหรอ บ้าน่า... ไม่จริงง่ะ

            แล้วก็อย่ามาถามล่ะ ว่าฉันรู้ที่บ้านเธอได้ยังไง ฉันอาศัยกลิ่นของเธอน่ะเขาตอบ

            ดีนะที่ฉันไม่ค่อยออกบ้าน ไม่งั้นคงหลงอีกคนแน่เลย... เฮ้อ ฉันว่าฉันยืนได้แล้วนะ บอกเขาก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีคนมาเห็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ปล่อยฉันลงนะ

       “ซีวี่ ฉันน่ะ เกลียดเธอเอามากๆ เลยนะเขาปล่อยฉันลง

       “...แล้วทำไมต้องมาช่วยฉันล่ะฉันก้มหน้า

            ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าฉันน่ะ มีพลังสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้ไหลย้อนได้เขาจับมือฉันเดิน แล้วดมหากลิ่น

            ไหลย้อน... มันแปลว่าตรงข้าม... ตรงข้ามแปลว่า... แปลว่า... โกหกหรอ... ฉันเหม็นสาบ คือ ฉันหอม... เขาเกลียดฉัน คือ เขารักฉัน ? ว่าไงนะ เขารักฉัน บ้าน่า คนอย่างผู้ชายคนนี้น่ะ ไม่เห็นมีอาการเขินอายอะไรสักอย่าง รักอะไรกันเล่า

       “ถึงแล้วล่ะ หลังนั้นบ้านเธอใช่มั้ยเขาถาม

            ไม่ทันสังเกต ฉันก็มาถึงที่บ้านแล้วนี่ ไวจัง... เอ๊ะ แต่นั่นมัน คาเยน ! คาเยนกำลังเข้าไปในบ้าน

แม่นมครับมิโคโนะอยู่ไหมฉันได้ยินเสียงของเขาแว่วมา

ตายแล้วถ้าคาเยนไม่เห็นว่าฉันอยู่ในนั้นล่ะก็ตายแน่ ทำไงดีล่ะ ทำไงดีๆๆ ปีนขึ้นห้องเลยดีไหมนะ บ้าน่ะ... สูงขนาดนั้นปีนไม่ได้แน่ๆ แต่มันก็มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น หวังว่าแม่นมจะรั้งเขาไว้นะ

คือว่านะ คางุระ ขออะไรอย่างได้มั้ยนะ...

อะไรเขาหันมาถาม

ฉัน คือว่า... คือว่านายช่วยพาฉันปีนเข้าไปบนชั้นสองของบ้านได้มั้ย ถ้าคาเยนเห็นว่าฉันไม่อยู่ในบ้านฉันตายแน่ๆ เลย

ขึ้นหลังฉันคางุระลดตัวลง

ฉันบอกให้นายพาฉันปีนนะ

ฉันบอกให้เธอขึ้นก็ขึ้นสิ!เขาขึ้นเสียง

ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ขึ้นเสียงขนาดนี้คงมีไอเดียดีๆ อยู่ล่ะ (มั้ง) เอาเถอะ ขึ้นก็ขึ้น พอฉันขึ้นหลังเขาแล้วมันรู้สึกหวิวๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ

เขารีบปีนรั้ววิ่งไปที่หลังบ้าน บอกให้ฉันเกาะเขาดีๆ แล้วก็ขึ้นปีนต้นไม้ที่สูงพอๆ กับระเบียงชั้นสองที่อยู่ตรงห้องนอนของฉันพอดี คือตอนนี้ขึ้นมาอยู่บนต้นไม้แล้วปัญหาคือกลัวว่ากิ่งมันจะหัก นี่จะให้ฉันกระโดดลงระเบียงหรอ ไม่เอาด้วยหรอก มันห่างกันพอสมควรเลยนะนั่นน่ะ อยู่ๆ เขาก็กลายร่างเป็น... เป็น... เป็นหมาป่าสีดำ กรี๊ดดดดด (คืออยากจะกรีดร้องแต่กลัวคาเยนได้ยิน) แล้วก็กระโดดข้ามไปยังระเบียงห้องฉันแล้วก็กลับร่างเดิม

ฉันเองก็รีบเปิดหน้าต่างเพื่อเข้าห้องแล้วรีบตรงดิ่งไปนอนบนเตียง คางุระเองก็หาที่ซ่อน เร็วๆ สิ! คางุระ พี่กำลังจะมาแล้วนะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !

มิโคโนะ อยู่มั้ย พี่ขอเข้าไปได้มั้ยคาเยนที่เคาะประตูส่งเสียงพร้อมที่จะเปิดปรตู

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

เกิดอะไรขึ้นน่ะมิโคโนะ!คาเยนเปิดประตูเข้ามา

คือฉันไม่ได้กรี๊ดคาเยนหรอก คือตอนนี้คางุระน่ะกำลังกอดเอวฉันแล้วเอาหน้าทาบหน้าอกฉันอยู่นะสิ ถ้าคาเยนรู้ขึ้นมาฉันตายแน่ๆ ดีนะที่ห่มผ้าอยู่ไม่งั้นตาย ยิ่งมาเห็นสภาพที่ว่าคางุระกำลังเอาหน้าทาบหน้าอกคิดแล้วก็อยากจะกรี๊ดดังๆ

คะ...คาเยน ปล่าว... คาเยนออกไปก่อนได้มั้ย

อะไรอยู่ใต้ผ้าห่มของเธอน่ะมิโคโนะคาเยนมอง

มะ...หมอนกอดไงคาเยนฉันกล้าๆ กลัวๆ

ทำไมต้องตอบไม่เต็มเสียงแบบนี้ด้วย ไหนดูหน่อยว่ามันเป็นหมอนกอดจริงรึปล่าวคาเยนที่กำลังจะเปิดผ้าห่มว่า

คือฉะ... ฉันโป๊อยู่นะคาเยนแบบ... เหลือแต่ชุดชั้นในน่ะในที่สุดก็ต้องตอบประโยคไม้ตายแล้วสิ T^T

...ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ออกมาเจอกันที่ห้องนั่งเล่นนะคาเยนเดินออกห้องไป

ให้ตายสิปล่อยนะคางุระฉันมุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม

ไร้เสียงตอบกลับ... อย่าบอกว่าหลับไปแล้วน่ะ ...มาหลับในห้องฉันด้วยนะ เอาเถอะ ฉันต้องรีบออกไปแล้วล่ะไม่งั้นคาเยนสงสัยแน่ๆ เลย ฉันค่อยๆ แกะกอดคางุระ แล้วออกไปที่ห้องนั่งเล่น พอเปิดประตูออกไป... คาเยน...

อา... ให้ตายสิ เธอซ่อนใครไว้ในห้องคาเยนที่ (เพิ่งรู้) ว่าแอบฟังอยู่อีกฝากของประตูรีบเข้าไปในห้อง

ที่แรกที่เขาจะหาคือ เตียงอย่าให้เจอคางุระเลยสาธุๆๆๆ เมื่อเขาเปิดผ้าห่มแล้วก็เจอกับ! ความว่างปล่าว... ฉันถึงกับถอนหายใจ จากนั้นก็หาทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่เจอ

คางุระคงจะตื่นแล้วหนีออกไปสินะ ไวจัง... พลังของเขาน่ะ หวังว่าพรุ่งนี้ฉันจะได้เจอกับทั้งสองคนที่โรงเรียนเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่ฉันจะได้ไปเรียนวันพรุ่งนี้แล้วกันนะ... ก็พวกเขามีพลังนี่นา ทั้งอมาตะคุงและคางุระน่ะ...

มิโคโนะ วันนี้พี่ไปซ้อมยิงปืนมา... อยู่ๆ นิมิตของเธอมันก็ขึ้นมาในความคิดพี่

...

เธอมีเนื้อคู่สองคนนะ เลือกดีๆ ...สักคนนะ

หรือว่าจะเป็นอมาตะคุงกับคางุระ ...บังเอิญหรือปล่าวนะ ตลกละ โชคชะตาเล่นอะไรขำๆ น่ะไม่เห็นเข้าใจเลย แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง...

ขอบคุณนะคาเยน ว่าแต่พี่มีแค่นี้หรอ

...ก็แค่นี้แหละ

แต่ทำไมฉันมีความรู้สึกอย่างกับว่าคาเยนมีเรื่องอื่นจะคุยด้วยอย่างงั้นแหละ... วันนี้ขอฉันไปนอนในห้องพี่ได้มั้ยคาเยน

ยังไม่โตอีกหรอ... ได้สิเขายีหัวฉัน

^^;ฉันยิ้มเจื่อนๆ

หลังจากที่คุยกันเสร็จคาเยนกับฉันก็ทานข้าวในห้องครัวด้วยกันสองคน มันเป็นแบบนี้ตลอด ไม่เคยทานกับคุณพ่อหรือคุณแม่เลย... จะว่าไปถึงคุณพ่ออยู่ด้วย ฉันเองก็ไม่อยากจะทานกับท่านเท่าไหร่หรอก

พรุ่งนี้ไปโรงเรียนแล้วนะคาเยนเปิดปากคุยในระหว่างทานข้าว

อื้ม...ฉันขานตอบ

ตื่นเต้นไหม

อื้ม... แต่ฉันน่ะยังไม่รู้จักพลังของตัวเองเลยนะคาเยน

แต่ทางนั้นบอกว่ามีแน่ๆ ไม่เป็นไรน่าไม่เห็นต้องกังวลเลย

ฉันได้แต่ยิ้มแหยะๆ ให้เขา พูดถึงเรื่องโรงเรียน แล้วโรงเรียนเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันจะได้เข้าไปเรียนในไม่ใช้นี้แล้ว ก็คือโรงเรียนเกี่ยวกับคนที่มีพลังเหนือมนุษย์ อย่างคาเยนที่เห็นนิมิตก็จะได้อยู่ที่นั่น แต่ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะได้อยู่หรือปล่าว รู้แบบนี้ถามมาก็ดีสิ เฮ้อ พลาดอีกแล้วสิเรา...

ฉันยังไม่รู้พลังของตัวเองแต่ทางโรงเรียนได้ให้ความไว้วางใจกับตระกูลของฉันว่าฉันต้องมีพลังแน่นอนดังนั้นฉันก็เลยได้เข้าเรียน รู้สึกเหมือนฉันหลอกลวงยังไงก็ไม่รู้... แต่ถ้าคาเยนยืนกรานว่าฉันมีพลังฉันก็จะเชื่อ ที่นั่นเป็นโรงเรียนกินนอน แต่ที่คาเยนต้องกลับมาที่บ้านทุกวันก็เป็นเพราะฉัน เพราะเขาเป็นห่วงฉันนั่นเอง ความจริงฉันก็ไม่อยากจะทำให้คาเยนลำบากหรอก แต่เขาก็บอกว่าจะมาปกป้องฉัน ถ้าเกิดมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นจะได้แก้ไขโดยด่วน

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้ว ฉันก็อาบน้ำแต่งตัวเข้านอนในห้องคาเยน เราสนทนากันตามภาษาพี่น้อง แต่ดูเหมือนเรื่องที่เขาอยากจะบอกฉันก็ยังไม่ได้พูด... เอาเถอะ ไม่พูดไม่เป็นไร สักวันเขาก็ต้องมาบอกกันอยู่ดีนั่นแหละ

ฝันดีนะมิโคโนะ พรุ่งนี้ต้องเตรียมย้ายของไปที่โรงเรียนแล้วนะ นานๆ ทีจะได้กลับมาที่บ้าน แม่นมกับพ่อบ้านจะเฝ้าบ้านให้คาเยนกอดฉันพรางลูบหัว

ค่า~ ฝันดีค่าฉันลากเสียง

พอคิดถึงเรื่องตอนที่คางุระมาส่งฉัน... ฉันเพิ่งรู้นะว่ามีคนสามารถกลายร่างเป็นสัตว์ป่าได้ หรือเขาเป็นมนุษย์หมาป่า 0.0 ไม่หรอกๆๆ นี่ไม่ใช่เวลามาคิดนะ ต้องนอนสินอน พรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียนเช้าๆ

ว่าแต่อมาตะคุงก็เหมือนกันแหละ... ทำไมคางุระกับอมาตะคุงถึงได้เหมือนกันขนาดนั้นนะ เย้ย พอแล้ว ไหนบอกว่าจะนอนแล้วไง ยัยมิโคโนะ!

  



--------------------------------------------------------------------------------------

New Character : คาเยน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #12 ฮิมูโระ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:22
    56..57...58..59...60..61....62....63..... 7ปีแล้วนะไรท์ 😫😫 จะไม่มาต่อจริงๆหรอ!!
    #12
    0
  2. #8 mimmy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 19:15
    ม่วนแท้ๆๆๆ นี่ไม่ใช่ความบังเอิญที่เราได้เจอกัน 555555 สู้ๆนะไรเตอร์ จุฟๆ
    #8
    0
  3. #3 MR.QED (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 14:35
    สนุกมากเลยครับไรเตอร์ แต่งต่อเรื่อย ๆ นะครับ ^^
    #3
    0