OS/SF | FIC THE BOYZ |

ตอนที่ 5 : [SF] นยูคยู/นิวคิว - Back to you (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 พ.ค. 61



ติดแท็กในทวิต
#ฟิคสั้นกัปปะ






ชานฮี x ชางมิน

- Back to You -

open music: Walkin' In Time - The boyz

เรื่องนี้มีพล็อตบางส่วนที่มาจาก @beer_KH129




1






         “กลับมาได้ไหม…”



         คำพูดร้องขอเอ่ยออกมาจากคนๆ หนึ่งเพื่อที่ต้องการให้คนตรงหน้าของเขากลับมา



         กลับมาหาเขา มองหน้าเขา และรักเขาเหมือนเดิม…



         “ชานฮี เราเหนื่อยแล้ว”



         คนตรงหน้าเขาเอ่ยออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่กำลังไหลลงมาอาบแก้มอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด เขาเหนื่อยกับการที่อีกฝ่ายไม่สนใจ… ไม่ใส่ใจ… ยิ่งอยู่กันไปมันก็ยิ่งทำให้ ชางมิน เจ็บหนักกว่าเดิม



         “เราขอโทษ…”



         คำพูดเหล่านั้นมิอาจทำให้อีกฝ่ายใจอ่อนได้แม้แต่น้อยแถมยังทำให้อีกฝ่ายร้องหนักกว่าเดิมและยังทำให้เสียงสะอื้นดังมากขึ้นกว่าเดิม ชานฮีที่ยิ่งได้เห็นน้ำตาของชางมินก็ยิ่งทำใจไม่ได้จึงรีบดึงคนตรงหน้าเข้าไปกอดและพูดแต่คำว่าขอโทษทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงคำพูดนั้นคงไม่สามารถช่วยให้คนตรงหน้าหยุดร้องไห้ได้เลย



         ชางมินพยายามดันตัวเขาถึงมันจะเหมือนกาวที่ติดหนึบแต่ชานฮีก็ยอมละกอดออก



         “โชคดีนะ”



         ชางมินพูดก่อนจะหันหลังให้ชานฮีแล้วเดินออกจากห้องไปโดยทิ้งให้ชานฮียืนอยู่ที่เดิมคนเดียว ชานฮีค่อยๆ นั่งลงบนเตียงพลางเอามือขยี้ผมตัวเองอย่างแรงก่อนจะสบถออกมาเบาๆ



         เขาไม่คิดเลยว่าการกระทำของเขาที่ผ่านมาจะทำให้เกิดเรื่องที่เขาไม่ต้องการให้เกิดมากที่สุดขึ้น ทั้งๆ ที่เขาก็รักชางมิน รักมากพอที่จะยอมเสียทุกๆ อย่างแต่ดูเหมือนเขาจะรักษาให้อยู่ข้างๆ ไม่เป็น...





         4 ปีผ่านไป




         ตอนนี้ผมโตขึ้นและเริ่มทำงานอย่างที่ใจของผมต้องการท่ามกลางกองเอกสารและแฟ้มมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะ ผมบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายก่อนจะทุบกำปั้นลงบนต้นคอตัวเองที่ตอนนี้เริ่มปวดจากการที่นั่งทำงานทั้งวัน



         ถ้าถามว่าไม่เบื่อเหรอที่ต้องมาทำงานหลังขดหลังแข็งแบบนี้ทั้งวันล่ะก็ บอกเลยครับว่าไม่เบื่อหรอก เพราะมันคืองานที่ผมชอบยังไงล่ะ



         ผมใช้มือที่ว่างอยู่หยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ถัดจากแป้นพิมพ์ หน้าจอบนโทรศัพท์ปรากฎข้อความมากมายจากแชทกลุ่มของผม กลุ่มนี้มีมาตั้งแต่สมัยมอปลายจนตอนนี้ต่างคนต่างทำงานมีหน้าที่ของตัวเองไปหมดแล้ว บางคนก็เตรียมร่อนการ์ดเชิญงานแต่งงานมาให้ ถ้าถามว่าผมอิจฉาไหม บอกตามตรงเลยนะครับว่า



         ไม่อิจฉาเลย...



         ที่ผมไม่อิจฉาคงเป็นเพราะผมไม่อยากมีความรักอีกครั้งแล้วล่ะมั้งครับ ก็นับตั้งแต่วันนั้น...ผมก็ไม่กล้ารักใครอีกเลย




         Hyunjae: วันนี้วันศุกร์ ไปตี้กันเว้ยยยย



         Kevin: มึงเลี้ยงนะ



         Hyunjae: ให้ท่านหัวหน้าซังยอนเลี้ยงเลยครับผมมมม



         Hyunjae: ไอ้ชานฮี รอบนี้มึงห้ามเบี้ยว




         ผมส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะกดแรงนิ้วลงไปบนจอโทรศัพท์




         Chanhee: เออๆ




         ร้านเหล้า




         นานหลายเดือนแล้วที่ผมไม่ได้มานั่งร้านเหล้าชิวๆ เพราะงานที่ผมต้องทำมันมีเยอะมากจนไม่มีเวลาว่างมานั่งคุยนั่งเล่าเรื่องราวให้พวกเพื่อนๆ กลุ่มนี้ฟังเลยบวกกับเวลาผมกลับมาในสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกนึกถึงใครบางคน…



         บางคนที่ผมอยากเจออีกครั้ง



         “อย่ามัวแต่ทำหน้าอย่างนั้นสิวะ มาเจอเพื่อนทั้งทีก็สนุกครึกครื้นหน่อยยย”



         ฮยอนแจเพื่อนสนิทของผมเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าของผมที่กำลังตายอยากอยู่ ผมไม่สนใจเสียงของมันก่อนจะยกแก้วน้ำที่ของเหลวภายในแก้วมีส่วนผสมระหว่างแอลกอฮอล์กับโซดาอยู่ยกดื่มรวดเดียวจนหมด



         “เฮ้ยมึง ใจเย็น”



         เควินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผมตะโกนใส่ผ่านเสียงดนตรีก่อนจะตบไหล่ฮยอนแจที่นั่งอยู่ข้างซ้ายของมันแต่ข้างขวาของผมเพื่อให้ฮยอนแจมาห้ามก่อนที่ผมจะยกดื่มอีกแก้ว



         ด้วยความที่ฮยอนแจเป็นเพื่อนรักที่ดีและเชื่อฟัง(?)จึงทำแย่งแก้วของผมไปแต่ยังไม่ทันที่เควินจะชม ไอ้ฮยอนแจก็ยกแก้วนั้นกรอกใส่ปากผมทันที



         “อยากแดกก็แดกไปเยอะๆ”



         ผมรีบดันมือฮยอนแจออกก่อนที่ผมจะสำลักไปมากกว่านี้



         “แค่กๆๆ”



         “มึงก็ไปแกล้งมัน”



         เควินรีบดึงตัวฮยอนแจให้กลับมานั่งลงที่เดิมก่อนที่มันจะแกล้งผมไปมากกว่านี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงคบกับคนแบบนี้เป็นเพื่อนได้



         ผมหยิบทิชชู่ที่เควินยื่นมาให้แล้วนำมาเช็ดปากและเสื้อที่เปื้อนแอลกอฮอล์ที่หกใส่จากเหตุการณ์เมื่อครู่



         “ชางมิน รอฉันด้วย”



         เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ผมหยุดชะงักการกระทำทุกอย่างทันที สิ่งที่ทำให้ผมหยุดนิ่งแบบนี้ไม่ใช่เพราะเสียงของผู้หญิงคนนั้นแต่เป็นชื่อที่เธอพูดออกมาต่างหาก



         “ชางมิน…”



         ผมหันหน้าไปมองพร้อมกับเอ่ยชื่อนี้ออกมาเบาๆ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็เดินตามเจ้าของชื่อไปในขณะที่ผมทำได้เพียงแต่มองตามแผ่นหลังของเขา



         แผ่นหลังทีแสนคุ้นเคย…



         “มึงมองอะไรวะ” ฮยอนแจเดินเข้ามากอดไหล่ผมก่อนจะมองไปทางจุดที่ผมมองอยู่ “คนนั้นดูคุ้นๆนะ”



         “เดี๋ยวกูมานะ”



         “เฮ้ย”



         ผมเดินตรงไปทางที่ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนที่อยู่ด้านหลังแม้แต่น้อย เพราะว่าตอนนี้ผมมีสิ่งที่ผมสนใจอยู่ตรงหน้าแล้ว



         “ชางมิน!” ผมเรียกชื่อพร้อมกับคว้าแขนของคนตรงหน้าจนทำให้ชางมินค่อยๆหันมาก่อนที่เขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ



         “ชานฮี...” เขาพูดชื่อของผมเบาๆในลำคอ



         “คนรู้จักเหรอ” ผู้หญิงที่เดินชางมินมาเอ่ยถามพร้อมกับมองผมสลับกับชางมินไปมา



         “ไม่ เราไปกันเถอะ” ชางมินปฏิเสธพลางหมุนตัวหันหลังให้ผมแต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปก็ถูกผมรั้งแขนไว้จนตัวของเขาเซมาทางผมเล็กน้อย



         “ผมขอคุยกับเขาแค่สองคนได้ไหม” ผมหันไปบอกผู้หญิงที่กำลังทำสีหน้ามึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะพยักหน้าหงึกๆแล้วเดินออกไป



         ผมรอให้ผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปจนลับตา ผมค่อยๆ ปล่อยมือออกจากข้อมือเขาที่ก่อนหน้านี้ผมได้รั้งไว้ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับคนตรงหน้า



         คนที่ผมรู้สึกคิดถึงมากที่สุด



         “เอ่อ...”



         ได้เจอหน้ากันทั้งทีผมกลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำทั้งๆที่มีคำพูดเป็นหมื่นล้านคำอยู่ในใจที่อยากจะบอกกับคนตรงหน้าแต่เหมือนคำพูดเหล่านั้นกลับถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ



         “สบายดีไหม”



         กลับเป็นฝ่ายตรงข้ามเสียแทนที่เป็นคนเริ่มบทสนทนา



         “อืม ก็ดี”



         หลังจากที่ผมตอบความเงียบก็เข้ามาอีกครั้ง ผมได้แต่มองหน้าของเขาราวกับสำรวจว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือชางมินจริงๆไม่ใช่ใครอื่น ยังไม่ทันที่สมองจะคิดอะไร ร่างของผมก็โผเข้าไปกอดเขาอย่างไม่รู้ตัว



         “ชานฮี ปล่อยเรา”



         ผมไม่ฟังคำขอร้องนั้นพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นด้วยความรู้สึกที่คิดถึงและโหยหามานาน



         สี่ปีมันนานจริงๆ…



         “ไม่ เราจะไม่ปล่อยให้ชางมินไปไหนอีกแล้ว”



         “ลืมเรื่องของเราไปเถอะนะชานฮี”



         ชางมินพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งพลางพยายามดันตัวผมให้ออกไป ถึงผมจะร่างเล็กแต่ก็มีแรงมากพอที่จะต่อต้านแรงของชางมินได้



         “คิดถึง…”



         ใช่ครับ ผมคิดถึงชางมิน ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาผมพยายามทำตัวให้ดูวุ่นวายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเอาความคิดในช่วงเวลาว่างไปคิดถึงคนๆนี้ เพราะยิ่งคิดถึงผมก็ยิ่งอยากตามหาเขาและอยากกลับไปอยู่ที่จุดเดิมถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากกลับมาหาผมก็ตาม



         “อืม เราก็คิดถึง”



         แค่คำๆเดียวก็ทำให้หัวใจของผมสั่นไปทั้งหัวใจและเกือบจะหลุดยิ้มออกมาถ้าเขาไม่พูดประโยคท้ายก่อน



         “แต่ตอนนี้เรามีแฟนแล้ว”



          ตอนนี้เหมือนทุกๆอย่างที่อยู่รอบตัวผมมันหยุดหมุนไปหมดรวมถึงความคิดของผมด้วย



         น่าตลกดีนะครับ ผมอยากกลับไปแต่พอเจอกันเขากลับมีแฟนแล้ว เหมือนพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งผมอยู่เลย



         ผมค่อยๆผละกอดและสบตาด้วยแววตาที่หมดหวังเพราะต่อให้ไปรอไปอีกสิบปี เขาก็คงไม่เลือกผมอีกเป็นครั้งที่สอง



         “ขอโทษนะ”



         ชางมินเอ่ยก่อนจะเดินหันหลังออกไปแล้วทิ้งให้ผมยืนอยู่ที่เดิมคนเดียวอีกครั้ง








tbc.


ติดแท็ก

#ฟิคสั้นกัปปะ

12/05/2561






Talk with me

มาถึงก็จากกันแล้วก็มาบังเอิญเจอกันอีก ฮือออออ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #4 craziioun (@craziioun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 22:48
    แงงงงงงงงงง เศร้าอะ สงสารคุณชานฮี ;----------------------------;
    #4
    0