OS/SF | FIC THE BOYZ |

ตอนที่ 4 : [Joylada] ซังเจค - Secret Love ซังเจค| Special part - Elevent - ความลับในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 พ.ค. 61

#ซคลซจ


open music : ความลับในใจ Ost. SOTUS The series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง


.
.
.

Secret Love ซังเจค
#ซคลซจ


- Elevent -




         ผมเอาแต่จ้องมองดูโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเผยให้เห็นข้อความแชทที่ผมกำลังคุยกับเค้กก่อนจะมองออกไปที่ห้องหน้าต่างห้องทำให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตายืนอยู่ใต้ต้นไม้ตรงประตูรั้วของหอพักที่ผมพักอาศัยอยู่


         หอพักของผมเป็นหอที่ไม่ค่อยมีที่หลบฝนเท่าไหร่นักถึงแม้ว่าจะมีให้หลบเพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังมีละอองฝนสาดเข้ามากระทบผิวและเสื้อผ้าให้เปียกชื้นได้


         ผมยืนมองดูอยู่ตรงหน้าต่างและเอาแต่ลังเลว่าจะไปหาเขาดีไหม เพราะพอมองหน้าเขาก็ทำให้นึกถึงข้อความที่เขาส่งมาให้แถมยังรู้สึกจี๊ดๆ ที่อกข้างซ้ายอย่างบอกไม่ถูกอีก


         'พี่น้องไง'


         แค่คำๆ เดียวก็มีผลต่อความรู้สึกของผมและผมก็ได้แต่ตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาคืออะไร?


         ยอมรับก็ได้ครับว่ารู้สึกเจ็บ มันเป็นอารมณ์เหมือนคนอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มบอกชอบด้วยซ้ำ


         ผมเคยเจ็บแบบนี้มาแล้วหลายครั้งหลายคราด้วยต้นเหตุก็คือผมคิดเออเองไปเองอยู่ฝ่ายเดียวดังนั้นครั้งนี้ผมจึงพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง แต่เพราะพี่กฤษณ์เขาดีกับผมตลอด คอยเข้ามาช่วยเหลือและวนเวียนอยู่ใกล้ๆ บางทีก็คิดนะครับว่าเจอหน้าพี่เขาบ่อยกว่าพนักงานเซเว่นที่อยู่หน้าหอผมเสียอีก


         ผมลังเลอยู่นานว่าจะลงไปหาเขาดีไหม แต่ผมก็อดเป็นห่วงพี่เขาไม่ได้เพราะตอนนี้ฝนเริ่มตกหนักมากขึ้นกว่าเดิม


         ผมตัดสินใจเดินไปหยิบร่มคันยาวสีเหลืองที่วางอยู่บนตู้เสื้อผ้าก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปหาคนที่ยืนรอผมอยู่ตรงข้างล่างนั้น


         ผมหยุดเดินอยู่ตรงข้างๆ เขา พลางยื่นร่มเข้าไปใกล้ๆ เพื่อกำบังสายฝนที่ตกลงมาและสาดใส่เขา เขาหันมาก่อนจะยิ้มร่าหน้าบานเมื่อเห็นหน้าของผม


         ตัวเปียกขนาดนี้ยังมีหน้ามายิ้มอีก


         ใช่ครับ จุดที่เขายืนอยู่ต่อให้เป็นใต้ต้นไม้ใหญ่ที่กำบังแสงแดดได้แต่ก็ไม่สามารถกำบังสายฝนที่สาดเข้ามา


         "เมฆหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม"


         เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามาในร่มคันที่ผมถืออยู่ ผมหลบสายตาเขาพลางยื่นด้ามร่มให้เขา เพราะผมแค่จะเอาร่มมาให้และขึ้นกลับห้องไป


         "เมฆ พี่ถามจริงๆนะ เมฆโกรธอะไรพี่เหรอ"


         "เปล่าครับ"


         "แต่เมฆไม่ยอมคุยกับพี่เลยนะแล้วดูตอนนี้สิ แค่หน้าพี่เมฆยังไม่มองเลย"


         พอผมฟังประโยคสุดท้ายจบผมก็ค่อยๆเลื่อนสายตามามองหน้าพี่กฤษณ์ด้วยแววตาที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ เพราะมันเป็นสายตาที่เศร้า กังวล สับสน ปะปนกันไปหมด


         "ผมไม่ได้โกรธอะไรพี่หรอก ผมแค่..." ผมตอบออกไปด้วยเสียงแผ่วเบาก่อนจะเว้นประโยคสุดท้ายที่พยายามพูดอยู่ในลำคอเพราะไม่อยากให้เขาได้ยิน "โกรธตัวเอง"


         ผมเห็นว่าฝนเริ่มตกหนักขึ้นจึงชวนให้พี่กฤษณ์เข้าไปในหอก่อนแต่ด้วยที่ตรงเคาน์เตอร์ใต้หอพักมีคนอื่นนั่งอยู่เต็มไปหมด ผมจึงพาพี่เขาขึ้นไปที่ห้องผมแทน


         ที่ผมโกรธตัวเองเพราะผมดันไปหวั่นไหวโดยไม่รู้จักห้ามใจตัวเอง ถึงแม้ว่าจะพยายามห้ามเท่าไหร่แต่เหมือนหัวใจกลับยิ่งต่อต้านมากขึ้นเท่านั้น...


.
.
.


         "เอาไปเช็ดผมสิ"


         ผมยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้เขาที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นกลางห้องเพื่อให้เช็ดผมที่เปียกจากละอองน้ำฝน


         สภาพของเขาเหมือนลูกหมาตกน้ำเลย


         "เมฆ ยิ้มอะไรเหรอ"


         ผมหุบยิ้มแทบไม่ทันเพราะดันเผลอยิ้มหัวเราะออกมาเบาๆ กับสภาพของเขาตอนนี้ ปกติจะเป็นรุ่นพี่ที่ทำตัวเท่หรือเรียกง่ายๆว่าเก็กอยู่ตลอดเวลานั่นเอง


         ผมนั่งลงกับพื้นตรงหน้าพี่เขาพลางหยิบโน๊ตบุ๊คสีแดงตัวโปรดที่วางอยู่บนเตียงมาวางลงบนตักเพื่อที่จะทำงานและยังไม่ลืมที่จะหยิบแว่นสายตากลมกรอบเหล็กสีน้ำตาลเข้มมาใส่


         พออยู่ในสภาพแบบนี้แล้วรู้สึกเกร็งกว่าเดิมอีกครับเพราะผมพึ่งนึกขึ้นได้ว่าอยู่กับเขาแค่สองต่อสอง!


         "เมฆ..."


         เสียงเรียกเบาๆจากคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำให้ผมละสายตาจากจอโน๊ตบุ๊คขึ้นมามองหน้าเขาพร้อมกับหัวใจที่เต้นด้วยจังหวะที่แรงกว่าเดิม


         "พี่ขอถามอะไรจากเมฆได้ไหม"


         น้ำเสียงที่ดูจริงจังของเขายิ่งทำให้หัวใจของผมเต้นเร็วขึ้นเพราะผมไม่รู้ว่าคำถามนั้นจะเป็นไปตามที่ผมคิดหรือไม่หรือก็อาจเป็นเพราะผมกลัวคำถาม...


         "เมฆ...ชอบพี่หรือเปล่า"


         คำถามที่ผมไม่อยากตอบดูเหมือนจะหลุดออกมาจากปากของเขาแล้ว ผมมองสบตากับแววตาคู่นั้นมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกหัวใจจะหลุดออกมาเพราะมันเต้นแรงจนเกินไป


         ผมเงียบไม่ตอบอะไรพลางก้มหน้าทำงานต่อแต่จู่ๆ พี่กฤษณ์ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้และยื่นหน้าเข้ามาจนเลยจอโน๊ตบุ๊คและนั่นเกือบทำให้ผมใจหายวูบเพราะการกระทำของเขาที่ยื่นหน้าเข้ามาจนหน้าระหว่างเราห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตร


         "จะไม่ตอบคำถามพี่เหรอ"


         ผมทำเป็นไม่สนใจและก้มหน้าทำงานต่อเช่นเดิมและพยายามคุมเจ้าหัวใจที่ตอนนี้กำลังดื้ออยากจะออกมาวิ่งเล่น


         เปรี้ยง!


         เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นอยู่เหนือหัวทำให้ผมสะดุ้งโหยงพร้อมกับหลับตาและนั่งขดตัวเบาๆ กอดโน๊ตบุ๊คทันที แหงสิเพราะผมเป็นคนกลัวเสียงฟ้าร้องจึงไม่แปลกถ้าผมจะแสดงท่าทางกลัวแบบนั้นออกมา


         "เมฆกลัวเหรอ"


         ผมไม่พูดและพยักหน้าขึ้นลงเป็นการตอบแทน พี่กฤษณ์คว้าโน๊ตบุ๊คออกจากตักของผมไปวางลงบนเตียงก่อนจะถือวิสาสะยื่นแขนมาโอบกอดผมทันที


         ตึกตึกตึก


         "เบากลัวบ้างหรือยัง"


         ไอ้เหี้ยเอ๊ยยย ใจผม....ㅠ///ㅠ


         ผมนั่งนิ่งไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะมันเกร็งจนแทบขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย


         เปรี้ยง!


         เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นอีกครั้งทำให้ผมเผลอเอื้อมมือไปกอดตอบพี่กฤษณ์อย่างไม่ได้ตั้งใจ เขายกมือขึ้นมาลูบหัวของผมอย่างแผ่วเบาโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา


         อบอุ่น...


         ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาส่งผ่านเข้ามาหาผมผ่านการกอดจนทำให้รู้สึกอบอุ่นและค่อยๆเริ่มสบายใจขึ้น


         "พี่ตอบคำถามของผมได้ไหม"


         ผมพูดอย่างอุดอู้ออกมา ที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ชัดนั้นเพราะว่าตอนนี้หน้าของผมซุกอยู่ในอ้อมกอดของพี่เขา


         พอพูดบรรยายแบบนี้ไปผมก็ยิ่งอายจังครับที่คุณรู้ว่าผมถูกกอด ;-;


         "ได้สิ เมฆจะถามอะไรเหรอ"


         ผมเงียบอยู่สักพักว่าจะถามมันออกไปดีไหมเพราะผมกลัวคำตอบที่มันจะเหมือนเดิมอย่างที่ผมเคยเจอมา


         "พี่ชอบผมหรือเปล่า"


         ในที่สุดผมก็ถามออกไปโดยที่ยังไม่ได้ให้คำตอบกับคำถามของพี่เขาก่อนหน้านี้ พี่กฤษณ์เงียบไปสักพักเพราะคงกำลังคิดคำตอบที่ทำให้ผมเจ็บน้อยที่สุดแน่ๆ


         "ทำไมเมฆถึงถามแบบนั้นล่ะ"


         "..."


         มันเป็นประโยคที่ทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เขาไม่ได้คิดอะไรกับผมเลยเพราะมันเป็นประโยคเดียวกันกับที่ผมเคยเจอก่อนหน้านี้ก่อนที่คนเหล่านั้นจะพูดต่อว่าไม่ได้คิดอะไรกับผมแม้แต่น้อย...


         ผมค่อยๆ ดันตัวพี่กฤษณ์ให้ผละกอดออก เขาถอยออกมาตามแรงที่ผมดันก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามผม


         "เมฆ...น้องร้องไห้ทำไม"


         พอผมได้ยินดังนั้นผมจึงรีบเอามือปาดคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอยู่ออกทันที ถ้าพี่เขาไม่ทักผมคงไม่รู้ตัวแน่ๆ ว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่


         "ปะ..เปล่าครับ ไม่มีอะไร"


         "จะไม่มีอะไรได้ไงก็น้องร้องไห้อยู่เนี่ย"


         พูดอย่างเดียวไม่พอเขาก็เอามือมาจับที่แก้มของผมก่อนจะปาดนิ้วเพื่อเช็ดคราบน้ำตาออกอย่างเบามือแต่ยังไม่ทันเช็ดทั้งหมดมือของเขาก็ถูกผมปัดออก


         "พี่กลับไปเถอะ มันดึกแล้ว"


         "ไม่เอาอย่างนี้ดิ่เมฆ เมฆเป็นอะไร แล้วร้องไห้ทำไม"


         ผมส่ายหน้าเชิงเป็นคำตอบ


         "เพราะพี่ใช่ไหม"


         ผมเงียบไม่ตอบอะไร


         "ถ้าเมฆไม่พูดออกมาพี่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเมฆโกรธอะไรพี่"


         เขาจ้องมองผมด้วยแววตาจริงจังและความรู้สึกที่เขาส่งผ่านมาทางสายตาผมเดาไม่ออกจริงๆว่ามันคืออะไร


         "ที่ผมถามว่าพี่ชอบผมหรือเปล่า...เพราะการกระทำของพี่มันทำให้ผมคิดว่าพี่แอบชอบผมหรือเปล่า ไหนจะส่งข้อความมาหาบ่อยๆ คอลด้วยกันตลอดเมื่อมีเวลา ไหนจะอิโมค่อนรูปหัวใจหลังประโยคบอกฝันดีนั่น มันก็ยิ่งทำให้ผมคิดว่าพี่...อาจจะชอบผม"


         ผมร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังพลางมองหน้าพี่เขาอย่างไม่กะพริบตา


         "ถ้าพี่ไม่พูดออกมาผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าพี่คิดยังไงกับผม เพราะการกระทำทุกอย่างที่พี่ทำกับผม..." ผมเงียบไปสักพักก่อนจะพูดประโยคถัดไป "...มันทำให้ผมคิดไปไกลและหวั่นไหวกับพี่"


         พี่กฤษณ์นิ่งไปสักพักกับประโยคที่ผมพูดออกมาก่อนจะโผเข้ามากอดผมอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับกระชับกอดแน่นกว่าเดิม


         "พี่ชอบน้องเมฆ"


         ผมชะงักไปแปบหนึ่งกับคำตอบที่ได้รับมาเพราะผมไม่คิดว่ามันจะเป็นคำตอบที่เกินความคาดหมายของผม


         "ชอบมาก ชอบมานานแล้วแต่พี่ไม่รู้จะพูดมันออกมายังไงเพราะพี่ไม่กล้าที่จะบอกชอบน้องตรงๆ เวลาน้องถามว่าทำไมถึงอยากคุย ทำไมถึงอยากคอล ทำไมถึงอยากเจอ ทำไมถึงคิดถึง นั่นเป็นเพราะพี่ชอบน้องทั้งนั้น"


         "ไอ้พี่บ้า..."


         ผมพูดออกมาเบาๆก่อนจะกอดตอบพี่เขาแถมยังร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่น้ำตาที่เกิดจากความเสียใจแต่เป็นน้ำตาที่เกิดจากความดีใจ


         "เลิกงอแงได้แล้วนะ"


         เขาพูดพร้อมกับลูบหัวของผมอย่างอ่อนโยนและอบอุ่น


         "คืนนี้ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม"


         "ไม่เอา"


         "แต่ฟ้ายังร้องอยู่นะ"


         ผมครุ่นคิดอยู่สักพักว่าระหว่างฟ้าร้องกับพี่กฤษณ์อันไหนน่ากลัวกว่ากัน


         "ผมอยู่คนเดียวได้"


         แน่นอนครับว่าผมเลือกธรรมชาติที่น่าจะอันตรายน้อยกว่า ._.


         "โอเค แต่ถ้ากลัวก็แชทมาบอกนะ เดี๋ยวพี่มาหาทันทีเลย"


         ผมพยักหน้าตอบหลังจากที่ผละกอดแล้ว


         ให้ตายเถอะครับ ยิ่งพูดเรื่องกอดผมก็ยิ่งเขิน ;//;


         เปรี้ยง!


         แต่ดูเหมือนธรรมชาติจะไม่น่ารักใจดีกับผมเลยเพราะครั้งนี้ดูเหมือนจะร้องตลอดและดังมากกว่าเดิมเสียอีก


         และที่ฟ้าร้องฟ้าผ่าเมื่อกี้ทำให้ผมเผลอกอดพี่กฤษณ์จากด้านหลังระหว่างที่พี่เขากำลังจะเดินออกจากห้องไป


         เป็นผู้ชายก็กลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าเหมือนกันนะครับ ㅠ__ㅠ


         "ไหนบอกอยู่ได้ไง"


         พี่กฤษณ์พูดแซวพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาหลังจากที่ผมรีบปล่อยมือออกจากเอวของเขา


         น่าอายชะมัด


         "ผะ..ผมอยู่ได้ พี่รีบกลับเถอะ ก่อนที่มันจะตกหนักมากกว่านี้"


         ผมเอ่ยพร้อมกับหยิบร่มสีเหลืองให้พี่เขาก่อนจะดันให้ออกจากห้องไป


         คนที่ถูกดันออกมาให้อยู่ตรงหน้าประตูมองร่มคันยาวสีเหลืองออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข


.
.
.
.

         "มึงหายไปไหนมาวะไอ้กฤษณ์"


         เมื่อเดินมาถึงห้องเจ้าเพื่อนร่วมห้องตัวดีก็โผล่หน้าออกมาจากห้องของตัวเองทันที


         "ไปหาเมฆมา"


         มันหันไปมองดูนาฬิกาที่ติดกับผนังไว้ก่อนจะหันกลับมามองผมอีกครั้ง


         "ตีหนึ่งครึ่งเนี่ยนะ ไปกล่อมน้องนอนหรือไง"


         "เสือก"


         "เอ้า! ไอ้สัด กูถามดีๆ"


         "ไปง้อเมฆมา"


         "แล้วเป็นไง"


         ผมยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับยกไหล่เป็นการตอบแทนคำพูด


         คุณรู้ไหมครับว่าหลังจากที่ผมบอกชอบเมฆไปแล้วมันเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย แล้วหลังจากนี้ผมก็จะทำให้มันชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เพราะผมชอบเมฆมากจริงๆ

.
.
.
.




tbc.



#ซคลซจ



talk with writer

         เย้ๆ พี่กฤษณ์บอกชอบเมฆแล้ว หลังจากที่ป๊อดและกากมานาน 5555555 แล้วยังไปกอดเมฆแบบนี้อีกอยากจะตีพี่กฤษณ์จริงๆ
         หลายคนอาจจะรำคาญที่พี่กฤษณ์กากไม่กล้าบอกชอบ ไรต์เองก็รำคาญเหมือนกันค่ะแถมหงุดหงิดด้วย5555555 เพราะในชีวิตจริงมันมีค่ะคนแบบนี้ แสดงออกทุกอย่างยกเว้นบอกชอบมันก็น่าอึดอัดและหงุดหงิดที่ต้องรอคำบอกชอบเนี่ย /ขนมจีนเว่อร์ ????
         ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านหรือหลงเข้ามานะคะ อยากจะกระซิบบอกว่านี่ครึ่งเรื่องแล้วค่ะ แหะๆ เผลอๆอาจจบไวกว่าที่คิด เอ๊ะ 55555 แล้วเจอกันตอนหน้าค่า??’•


ปล.พาร์ทไรท์เอาลงไว้ในจอยไว้แล้ว เพียงแค่เผื่อใครอยากอ่านในนี้ไรท์เลยเอามาเขียนไว้เพราะในนี้ไรท์จะมาอัพแบบ OS/SF ของ The boyz ไว้ในนี้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

13 ความคิดเห็น