OS/SF | FIC THE BOYZ |

ตอนที่ 2 : [Joylada] ซังเจค - Secret Love ซังเจค| Special part - Four - รับน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 พ.ค. 61


#ซคลซจ



open music: Suzy - Ring my bell [thai ver.] cover by Jeaniich



- Four -




         วันนี้ก็เป็นวันรับน้องภาคแล้ว ผมทั้งรู้สึกเครียดและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะว่ามันเป็นงานใหญ่อีกหนึ่งงานที่ผมต้องพบเจอในระหว่างที่เรียนอยู่ปีสาม และแน่นอนการจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้ผมทุ่มเทกับมันมากถึงมากที่สุด


         ผมเดินลงมาจากหอโดยมีคนหนึ่งยืนรออยู่ คนนั้นคือ 'จันทร์เจ้า' นั่นเอง เมื่อเขาเห็นผม เขาก็รีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงและเดินเข้ามาหาและช่วยยกกระเป๋าที่ใส่อุปกรณ์เล่นเกมส์ที่พวกผมนั่งทำกันเมื่อวานโดยมีพี่กฤษณ์ช่วยทำ


         "นั่งแท็กซี่นะ" จันทร์เจ้าเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินออกไปโบกแท็กซี่ที่กำลังขับผ่าน ในเวลาตีสี่แบบนี้บนถนนก็จะมีรถที่ขับผ่านไปมาน้อยกว่าปกติ


         เมื่อมาถึงจุดนัดพบก็พบว่ามีเพื่อนคนอื่นๆมายืนรอและกำลังจัดเตรียมของต่างๆขึ้นรถบัสที่ทางภาคได้จัดเตรียมไว้ให้


         "เมฆ ทางนี้ๆ" เสียงดังขึ้นมาจากทางโต๊ะม้าหินที่ถูกตั้งอยู่ถัดจากจุดที่คนอื่นๆยืนอยู่ 'เค้ก' นั่นเป็นชื่อของคนที่เรียกผมเมื่อกี้


         "เหลืออะไรให้กูช่วยบ้าง" ผมถามเมื่อเดินมาถึง


         "ขนของอีกนิดหน่อยก็ไม่มีไรแล้ว"


         ระหว่างที่รอเวลาลงทะเบียนพวกผมก็เดินขนของไปมาแล้วเช็คของนู่นนี่นั่นนิดหน่อยจนถึงเวลาตีห้าครึ่งซึ่งเป็นเวลานัดและรถบัสจะออกในเวลาหกโมงเช้า


         "ทุกคนขึ้นรถกันมาหมดแล้วใช่ไหม" จันทร์เจ้าตะโกนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนเดินขึ้นรถมาหมดแล้ว


         ค่ายภาคนี้จะรวมทุกชั้นปีในป.ตรีของภาคดังนั้นจึงไม่แปลกถ้าจะมีพี่ปีสี่มาร่วมค่ายนี้ด้วย การจัดค่ายนี้จะใช้เวลาสองวันหนึ่งคืน



         ระหว่างเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเพื่อทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่พวกผมได้ติดต่อไป มันก็ต้องมีจังหวะดนตรีบนรถสิ มันถึงจะเรียกว่าเป็นทริปค่ายที่สนุก



         เมื่อคิดได้เช่นนั้น ผมจึงหยิบกีต้าร์ตัวโปรดที่แบกมาค่ายด้วยขึ้นมาทันทีและนั่นทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างหน้า คนนั้นคือ 'พี่กฤษณ์' เดินตรงมาทางผม


         "เมฆจะเล่นกีต้าร์เหรอ"


         "ใช่ครับ"


         "ไหนลองเล่นมาสักเพลงสิ พี่อยากฟัง"


         ผมวางมือเพื่อจับคอร์ดกีต้าร์และเริ่มดีด เสียงกีต้าร์ดังไปทั้งคันรถพร้อมกับเสียงร้องของผมและพี่กฤษณ์...


         ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทุกคนถึงไม่ยอมมาร้องร่วมกับพวกผมแล้วปล่อยให้ผมร้องกับพี่เขาอยู่แค่สองคน


         "พี่ขอเล่นบ้าง"


         ยังไม่ทันที่ผมร้องเพลงที่สองจบ พี่กฤษณ์ก็ถือวิสาสะดึงกีต้าร์ไปเล่นแทน เพลงที่พี่เขาร้องก็คือ 'คืนข้ามปี'


         ระหว่างที่เขาดีดกีต้าร์ไปร้องเพลงไป ผมก็มองเขาอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจของผมน่ะ


         กำลังเต้นแรง...


         ไม่นานนักรถก็จอดตรงลานจอดรถของอุทยาน พวกเราทุกคนเดินลงมาและจัดแถวให้เป็นระเบียบเพื่อที่จะเดินไปยังบริเวณปลูกต้นไม้ซึ่งอยู่ด้านในโดยมีพนักงานของทางอุทยานเป็นคนนำทางไป


         ระหว่างทางที่เดินผมก็ยกกล้องขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของค่ายและกิจกรรมนี้ไว้โดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังแอบถ่ายรูปผมอยู่


         "เมฆๆๆๆ มาถ่ายกูหน่อยดิ่"


         เสียงไอ้เค้กดังขึ้นมาจากทางข้างหลังของผม เมื่อผมหันไปก็พบว่าพวกกลุ่มเดอะแก๊งเด๋อก็โพสท่ารอผมเป็นที่เรียบร้อยยกเว้นจันทร์เจ้าที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนเท่าไหร่


         "จันทร์ รีบมาเข้าเฟรมเร็ว"


         ผึ้ง ตะโกนพร้อมกับกวักมือเรียก จันทร์เจ้าก็พยักหน้าตอบก่อนจะวิ่งเข้ามาให้อยู่ในเฟรม แล้วตัวกูล่ะครับเพื่อน แหม ถึงผมอยากเป็นตากล้องในวันค่าย ผมก็ยังอยากมีรูปตัวเองอยู่นะ

         

         "พี่กฤษณ์ๆ ถ่ายรูปให้พวกผมหน่อย"


         ฮาร์ท ตะโกนเรียกพี่เขาที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไหร่ แค่ได้ยินชื่อพี่เขาผมก็รู้สึกแปลกๆซะแล้วสิ


         หลังจากที่พี่เขาถ่ายรูปให้ ทุกคนก็เดินกรูเข้าไปดูรูปที่พี่เขาถ่าย ส่วนผมก็ยืนอยู่ที่เดิมและเช็ครูปในกล้องโดยไม่ได้สนใจอะไร


         แชะ


         ผมเงยหน้ามองต้นเสียงก็พบว่าผมถูกพี่เขาแอบถ่าย เขาส่งยิ้มหวานมาให้ผม ผมจึงหันกลับมาดูรูปในกล้องต่อ


         ไม่ใช่เพราะว่าผมเขินพี่เขาหรอกนะ! ก็แค่...ไม่กล้ามองหน้าพี่เขาตรงๆต่างหาก


         "น้องจะไปถ่ายรูปตรงนั้นไหม"


         "ถ่ายครับ แต่ว่าตอนนี้ขอเวลานอกแปบนึง"


         พูดเสร็จผมก็รีบก้มลงทันทีเพราะว่าตอนนี้เท้าของผมโดนมดแดงกัดยังไงล่ะ


         "เป็นไรหรือเปล่า พี่ช่วยไหม"


         "ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ"


         "มา พี่ช่วยดีกว่า ยื่นกล้องมาเร็ว"


         "ครับ"


         ผมยอมทำตามโดยยื่นกล้องไปให้เขาถือก่อนที่เขาจะหยิบยาหม่องออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างที่เขาสะพายมาด้วย


         "มา เดี๋ยวพี่ทาให้"


         "เฮ้ยพี่ ไม่เป็นไร"


         "เออน่า"


         "ก็ได้ครับ"


         เกลียดตัวเองที่ปฏิเสธเขาไม่ได้เลยเพราะต่อให้ปฏิเสธไป เขาก็ยังยืนคำนอนคำเดิมว่าจะทาให้อยู่ดี


         "โดนกัดจนเท้าบวมขนาดนี้จะเดินไหวไหมเนี่ย"


         "คงเดินไหวอ่ะ พี่ไม่ต้องห่วงหรอก"


         "พี่ว่า ขึ้นหลังพี่ดีกว่า"


         "จะบ้าเหรอพี่ ไม่เอา"


         "มาเถอะ"


         พี่เขาตั้งท่ามาขนาดนี้ ผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากขี่หลังเขาอย่างเงียบๆ


         "เมฆเป็นไร"


         จันทร์เจ้ารีบเดินมาดูทันทีหลังจากที่เห็นว่าผมกำลังจะขี่หลังพี่กฤษณ์


         "เท้าบวมอ่ะ มดกัด" ผมตอบ


         "พี่กฤษณ์ เดี๋ยวผมแบกเมฆเองก็ได้ครับ"


         "ไม่เป็นไรๆ พี่แบกไหว"


         "แต่ว่า..."


         "ไม่เป็นไรจริงๆ จันทร์ไปถ่ายรูปคนอื่นต่อเถอะ เดี๋ยวพี่พาเมฆไปที่รถก่อน"


         "ครับ.."


         จันทร์เจ้าสีหน้าเปลี่ยนก่อนจะเดินไปยังกลุ่มที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้า


         "พี่กฤษณ์ ผมว่าไม่ต้องแบกแล้วก็ได้นะ เดี๋ยวมันก็หายแล้ว"


         พี่กฤษณ์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วคืนกล้องมาให้ผม


         คุณรู้อะไรไหมครับ พี่เขาน่ะเดินตามผมตลอดเลยตั้งแต่เริ่มเดินจนมาถึงบริเวณที่ปลูกต้นไม้ ถึงแม้ว่าเขาจะทำเป็นถ่ายรูปไปรอบๆแต่ทุกองศาที่ผมหันมองมักจะมีพี่เขาอยู่ในสายตาเสมอ


         เมื่อถึงเวลาตอนเย็นพวกผมก็ขึ้นรถแล้วตรงไปยังรีสอร์ทที่ได้จองไว้ พวกผมทำกิจกรรมต่างๆที่ห้องประชุมของรีสอร์ทแห่งนั้น เมื่อถึงเวลาเตรียมอาหารผมก็ปลีกตัวเองออกมาแล้วมายังจุดที่รีสอร์ทเขาได้เตรียมพื้นที่ทำอาหารไว้ให้


         ระหว่างที่ผมเริ่มเตรียมวัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหาร ไม่นานนักเด็กๆที่มาเข้าค่ายก็เริ่มออกมาจากห้องประชุมและเริ่มมาช่วยกันทำอาหารมื้อเย็นกันอย่างสนุกสนานถึงแม้ว่าจะมีคนทำไก่ทอดไหม้ก็ตาม



         "ลองชิมไหม"


         พี่กฤษณ์ยื่นจานไก่ทอดมาให้ผมที่กำลังนั่งหั่นผักอยู่ ผมเอื้อมมือไปหยิบมาชิ้นหนึ่งก่อนจะเอาเข้าปาก


         "อร่อยไหม"


         พี่กฤษณ์ถามด้วยท่าทางที่ลุ้นคำตอบ ก็แน่แหละเพราะเขาเป็นคนทอดเองกับมือ จะรอฟังรีวิวจากคนชิมก็ไม่แปลก


         "อร่อย"


         "อร่อยเพราะคนทำหล่อไง"


         ผมหัวเราะพร้อมเบ้ปากใส่พี่เขาไปหนึ่งที ใครจะไปคิดล่ะครับว่าพี่เขาก็หลงตัวเองเป็น


         เขาจะรู้ตัวไหมว่าการกระทำของเขาวันนี้มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกๆไป...

.
.
.
.
.

         เช้าวันรุ่งขึ้นมาเยือน พวกผมก็รีบวิ่งลงมาเตรียมของเพื่อทำกิจกรรมตอนเช้าที่มีทั้งลูกโป่งที่ใส่น้ำ แป้งเด็ก และยังมีของอีกหลายๆอย่าง พวกผมขนของพวกนั้นไปยังชายหาดที่อยู่หน้ารีสอร์ทอย่างชุลมุนวุ่นวาย


         พอถึงเวลาเริ่มกิจกรรม เกมส์แรกก็คือเกมส์กะหล่ำปลี มันคือเกมส์ที่จะเขียนมิชชั่นลงบนกระดาษแล้วเอามาห่อเป็นชั้นๆเหมือนผักกะหล่ำปลีแล้วจะเปิดเพลงวนไปเมื่อเพลงหยุดตอนไหนแล้วก้อนกระดาษนั้นอยู่ที่ใคร คนนั้นก็ต้องแกะกระดาษชั้นนอกมาแล้วทำมิชชั่นนั้นๆ มิชชั่นแรกๆมันก็ง่ายๆทั่วไป แต่งหน้าคนนั้น ปะแป้งคนนี้


         แต่มันดันมาพีคตรงที่เมื่อเพลงหยุดก้อนกระดาษนั้นมาตกอยู่ตรงหน้าของผม!


         ผมค่อยๆแกะกระดาษแผ่นนอกสุดออกมาแล้วอ่านมันออกมา


         "ให้แต่งหน้าพี่กฤษณ์ชั้นปีสี่"


         อ่านจบผมกับเขาก็มองหน้ากันอย่างงงๆ แหงล่ะ เขาคงคิดว่าทำไมกูต้องมาโดนอะไรแบบนี้ และคนที่คิดมิชชั่นของเกมส์ก็คือไอ้เค้ก เจ้าเก่าเจ้าเดิมแถมมันยังเป็นคนคุมเกมส์นี้ด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะกำหนดคนที่ทำมิชชั่นนั้นได้


         ผมลุกมาหยิบลิปสติกและแป้งที่ถูกเตรียมไว้มาวางตรงหน้าพี่กฤษณ์ก่อนจะเผลอสบตากับพี่เขา


         จู่ๆผมก็รู้สึกร้อนที่หน้าขึ้นมาทันที แต่คงเป็นเพราะอากาศมันร้อนผมเลยรู้สึกแบบนั้น...


         หลังจากที่ผมแต่ง(ละเลง)หน้าพี่กฤษณ์เป็นที่เรียบร้อย ผมก็กลับมานั่งที่เดิม ในขณะที่คนอื่นๆยังคงหัวเราะกับฝีมือการแต่งของผมเพราะว่าตอนนี้หน้าของพี่กฤษณ์น่ะ น่าเกลียดที่สุดเลย ฮ่าๆๆ


         แก้มแดงด้วยสีของลิปสติกและปากที่ถูกทาให้เลยขอบปาก


         ถึงปากผมจะบอกว่าน่าเกลียดไปแต่ในใจของผมมันบอกว่า


         น่ารักชะมัด...


         หลังจากทำกิจกรรมยามเช้าเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ กินข้าวและเก็บของเพื่อกลับ แต่ก่อนกลับเราปล่อยให้ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัยและซื้อของฝากแถวๆรีสอร์ท


         เมื่อผมยังเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือผมจึงออกมาเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียวพร้อมกับพกกล้องถ่ายรูปมาด้วย


         ระหว่างที่ผมถ่ายรูปอยู่ก็หันไปเห็นรุ่นพี่คนเดิมมายืนถือกล้องแล้วเล็งมันมาทางผม


         ดูไม่ออกเลยครับว่าพี่เขากำลังแอบถ่ายรูปใครอยู่


         ผมขอสารภาพตามตรงนะว่าผมเองก็สงสัยว่าพี่เขามาจีบผมหรือเปล่าแต่เขาก็ไม่เคยพูดว่าจะมาจีบ ผมเลยไม่มั่นใจว่าการกระทำของเขาหมายถึงอะไร และผมก็ไม่อยากมโนไปคนเดียว คิดเองเออเองไปคนเดียว


         "เก็บของเสร็จแล้วเหรอ"


         "อื้อ"


         "แล้วมาเดินถ่ายรูปคนเดียวเหรอ"


         "แล้วเห็นคนอื่นไหมล่ะครับ"


         "เดี๋ยวนี้กวนตีนเหรอ"


         "ใช่"


         ผมตอบพร้อมกับหัวเราะไปด้วยก่อนจะกลับมาโฟกัสที่กล้องของตัวเอง


         "จริงสิ พี่ไม่ค่อยถ่ายรูปคนเลย ถ่ายแต่วิว"


         พี่กฤษณ์พูดพร้อมกับกดรูปในกล้องให้ดูเพื่อเป็นหลักฐาณว่าถ่ายแต่วิวจริงๆไม่ได้มโน


         "นั่นไง คนเยอะแยะเลย พี่ไปถ่ายสิ"


         ผมชี้ไปทางกลุ่มน้อง หมูกรอบ ที่กำลังเดินเล่นอยู่ที่ชายหาด


         "แต่พี่อยากถ่ายเมฆมากกว่า"


         ...


         พี่เขาว่ายังไงนะครับ ถ่ายผมเหรอ?


         "ฮ่าๆ พี่พูดเล่นๆ"


         พี่เขาหัวเราะกลบเกลือนออกมาเมื่อเห็นว่าผมนิ่งนานเกินไป


         เขาก็แค่พูดเล่นๆ แต่ทำไมคำพูดเล่นๆของพี่เขาทำให้ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้ล่ะ...


         ผมยิ้มตอบกลับพี่เขาก่อนจะเดินไปหาจันทร์เจ้าที่ยืนถ่ายรูปอยู่ไม่ไกลกับน้ำผึ้ง และทิ้งให้พี่ยืนอยู่คนเดียวตรงนั้นโดยที่ผมไม่รู้เลยระหว่างที่ผมเดินไปหาไอ้จันทร์ พี่เขามองตามหลังผมตลอด


         "ที่พี่บอกว่าพี่อยากถ่ายรูปเมฆ...พี่พูดจากใจจริงๆนะ"


.
.
.
.
.

#ซคลซจ


- end special part -


From Writer

         ไรท์จะบอกว่าคนที่แอบถ่ายเมฆไม่ได้มีคนเดียวนะ อิอิ ให้เดาว่ามีใครบ้าง แต่คงเดาไม่ยากหรอกเพราะมีไม่กี่คนเองที่จะแอบถ่ายได้
         อาจจะเขียนดูงงๆไปบ้างแต่ก็คงทำให้เข้าใจความรู้สึกของเมฆใช่ไหมคะ แหะๆ ถ้างงเดี๋ยวเราจะกลับมาแก้บรรยายใหม่ให้นะคะ แงงง
         ฝากติชมด้วยนะค้าบบบ ขอบคุณฮะ??’•

ปล.พาร์ทไรท์เอาลงไว้ในจอยไว้แล้ว เพียงแค่เผื่อใครอยากอ่านในนี้ไรท์เลยเอามาเขียนไว้เพราะในนี้ไรท์จะมาอัพแบ OS/SF ของ The boyz ไว้ในนี้นะคะ


moved update: 12/05/2561
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

13 ความคิดเห็น