[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 6 : [SF] ขวัญใจ : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 473 ครั้ง
    6 ก.พ. 62



ขวัญใจ เพราะเขาคือของขวัญ ของหัวใจ


ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสองปี
ชลธรยังไม่เคยเจอใคร...สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบได้อย่างขวัญใจสักคน




                วันจันทร์ กลางเดือนพฤษภาคม ท้องฟ้าครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตกลงมาในไม่ช้า นักศึกษาทยอยออกมาจากห้องแลป หลังเลิกเรียนวิชาสุดท้ายของวัน ร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังกว้างโดดเด่นกว่านักศึกษาคนอื่น ที่เดินออกมาจากลิฟท์ เรียกสายตาของเด็กปีหนึ่งสามคนที่นั่งจับกลุ่มอยู่หน้าร้านสหกรณ์ให้จดจ้องตาไม่กระพริบ
  
                “พี่ชลธรเดือนแพทย์ปะแก” เสียงเล็กๆเสียงแรกหันไปกระซิบเพื่อน ชะโงกมองดูมือถือที่กำลังกดเปิดเพจคิ้วท์บอยของมหาลัย

                “ใช่ว่ะแก ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีก” เจ้าของเสียงที่สองพยักหน้า มองเดือนคณะแพทย์ด้วยสายตาเป็นประกาย
เป็นบุญจริงๆที่ได้เจอคนดังของมหาลัย

                “ก็ งั้นๆ อะ” เสียงรั้นๆ ระคนหมั่นไส้ ดังมาจากเสียงที่สาม เจ้าของดวงตาตก ที่กำลังจ้องเขม็งไปยังร่างสูง ของเดือนคณะแพทย์หรือ ชลธร นอกจากส่วนสูงเท่ายอดดอยอินทนนท์ ขวัญใจ ว่าคนตรงหน้าก็ไม่เห็นจะมีอะไรโดดเด่น นี่ถ้าเดินผ่านกันตรงถนนคนเดินแถวบ้าน
ขวัญใจคงลืมหน้าเขาภายในสองนาที


                “อิขวัญแกเอาตาฝากไว้กับยายรึไงยะ” หญิงสาวง้างมือจะตบหัวเจ้าเพื่อนตัวเล็ก ข้อหาบังอาจมาว่าพี่ชลธรสุดหล่อของเธอ

                “ไข่มุก อย่าตบหัวเรา” เจ้าของส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบสี่เซนรีบยกมือขึ้นป้องกัน “เดี๋ยวเราไม่สูง”

                เกิดความเงียบขึ้นขณะหนึ่ง...อยากบอกเพื่อนเหลือเกินว่าเมิงหยุดสูงตั้งแต่ปอหกแล้วอิขวัญ

                ไข่มุกกรอกตามองบนเธอเดาว่าถ้าไม่อิจฉาในความหล่อของพี่เขา ก็คงเป็นความสูงที่เกินเอื้อม ให้ทายคงเป็นอย่างหลัง เพราะอิขวัญมันพูดอยู่ทุกวันว่ามันสูงที่สุดในกลุ่ม แต่ลองให้มันยืนดูเถอะ อิขวัญมันสูงได้แค่อกของพี่ชลธรเอง 

                เคยได้ยินพวกรุ่นพี่ที่คณะพูดให้ฟังอยู่ว่ามหาลัยเรามีเดือนอยู่คณะแพทย์ เป็นคนที่สอบได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆตอนสอบเข้าแพทย์ ภายนอกดูเป็นเนิร์ดๆเงียบๆ สมกับเรียนหมอ แต่ก็ย้อมผมสีแดงแบบที่พวกคณะแพทย์เขาไม่ทำกัน และขับเบนซ์สปอร์ตมามาลัยเพราะที่บ้านรวยมาก นามสกุลพี่เขาก็คือตระกูลผู้ดีที่เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมใหญ่อันดับต้นๆในไทย

                ไม่นึกว่าตัวจริง พี่ชลธรจะเหมือนพระเอกที่เดินออกมาจากละครหลังข่าว ได้ขนาดนี้


                พอพี่ชลธรเดินออกมาจากลิฟท์ธิดาก็สะกิดไข่มุกยิกๆ สองสาวบุ้ยใบ้ไปทางใต้อาคารที่มีร่างสูงของคุณชลธรยืนเต๊ะท่าเป็นพระเอกเอ็มวี เงยหน้ามองสภาพอากาศภายนอก ที่ฝนเทลงมาพร้อมลมกรรโชกแรง ทำให้เขาไม่สามารถเดินไปเอารถที่จอดไว้ตรงข้างสนามกีฬาได้

                ตอนนั้นเองที่พวกเธอหันไปเห็น เจ้าเพื่อนหางตาตกๆ หน้าตาเหมือนหมาหิวตลอดเวลา กำลังหยิบร่มสีส้มลายธนชาติออกมาจากกระเป๋า

                “เอางี้นะนังขวัญ ฉันจะพาแกไปกินบิงซู”
                “ฮะ ธิดาไม่โม้นะ”  
                “แต่แกต้องเอาร่มนี่ไปให้พี่เดือนเขายืม แล้วแกก็บอกพี่เขาว่าไข่มุกกับธิดาฝากมา”
                เจ้าของส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบสี่เซน ที่ฝันว่าจะสูงเกินร้อยแปดสิบมาตลอดทำปากคว่ำ

                “ทำไมธิดากับไข่มุกไม่เอาไปให้เองอะ”
                “ก็แกเป็นคนทำให้พี่เขาไม่หันมามองหน้าพวกฉันอะ”
                “เพราะธิดาอ้วนรึปะ..โอ๊ย หยิกแก้มเราทำไมอ่า”
                “ตอนแกหนักเจ็ดสิบโล ฉันยังไม่ล้อแกเลยนะอิขวัญ”
                “โอ๊ย มัวแต่ทะเลาะกัน พี่จะไปแล้วเนี่ย”

                ไข่มุกที่เห็นท่าไม่ดีรีบดุนหลังเจ้าของร่มสีส้มแป๊ดให้รีบเดินออกไป ขวัญใจถอนหายใจดังเฮือก พยามเดินช้าๆยิ่งกว่าตอนไปเดินจงกรมกับม๊า พอมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเจ้าของแผ่นหลังที่กำลังก้มหน้ากดเครื่องมือสื่อสาร ก็ยื่นมือไปดึงชายเสื้อนักศึกษาของพี่เขาเบาๆ

                ตอนนั้นเอง ที่ชลธรเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์

                “นี่ๆเอาร่มเราไปไหม” พอโดนจ้องหน้า ขวัญใจที่ลมหายใจสะดุด ก็ลืมพูดชื่อเพื่อนไปเลย  

                ดวงตาคมมองคนตัวขาว ผมสีน้ำตาลสว่างเข้ากับใบหน้า ริมฝีปากบางสั่นระริก เพราะลมฝนที่พัดเกรียว มองแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่าเป็นเจ้าเด็กคนที่จับกลุ่มนินทาเขาเสียงดัง ตอนนั้นชลธรก็ไม่ได้สนใจมองหน้าชัดๆ เกือบลืมหน้าไปแล้ว เพราะคนตรงหน้าเป็นคนหน้าจืดๆ ไม่มีอะไรให้จดจำ นอกจากหางตาตกๆ ที่ทีแรกก็น่าหมั่นไส้ แต่พอเจ้าตัวเอาร่มมายื่นให้ หางตาตกๆนั้นกลับดูไม่น่าเกลียด ออกไปทางน่าเอ็นดูซะอย่างนั้น

                “แล้วน้องจะไปไง”

                เขาเหลือบมองป้ายชื่อที่มีคำว่า ขวัญใจ เขียนอยู่บนรูปเม็ดยาสีเขียวที่ห้อยอยู่บนคอของคนตัวเล็ก
                รู้ทันทีว่าอยู่คณะเภสัช ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เด็กปีหนึ่งทุกคนจะต้องห้อยป้ายชื่อตามคณะที่ตัวเอง อย่างเทคนิคการแพทย์จะเป็นป้ายฟิล์ม คณะพละสีเขียว ศิลปกรรมสีขาว อย่างสีเขียวมะกอกรูปเม็ดยาก็คณะเภสัช ยกเว้นคณะแพทย์ที่ไม่ต้องห้อยป้าย

                “ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวติดร่มเพื่อนไป”

                รอยยิ้มลูกหมาถูกส่งมาโดยที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัว พอยิ้มออกมาแล้วก็คงจะเป็นขวัญใจของใครได้อยู่หรอก เพราะมองเพลินชลธรเลยไม่ทันได้ตั้งตัวตอนที่เด็กขวัญใจยัดร่มสีส้มลายธนาคารธนชาติใส่มือเขา แล้วหันหลังวิ่งไปด้วยความรีบร้อน ฝ่าสายฝนกรรโชกแรง ข้ามถนนไปยังอีกฝั่ง

                “เฮ้ยยย น้องงง” ชลธรตะโกนเรียก ถือร่มพร้อมกับสาวเท้าวิ่งตามเจ้าของแผ่นหลังเล็กๆในเสื้อนิสิตแขนยาวที่เปียกฝน จนเสื้อขาวแนบกับแผ่นหลัง ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสองปี ชลธรยังไม่เคยเจอใครยอมลำบากตัวเองเพื่อเขา ทั้งทีคิดว่าจะไม่ชอบแล้วแท้ๆ แต่ก็โดนขโมยความประทับใจไปอย่างง่ายดาย

             หากทว่า...
                “ใบพัดครับ ขวัญใจขอติดร่มไปด้วยได้มั้ย”
                “ได้สิ แล้วร่มนายไปไหนอะ”
                “ไม่ได้เอามาครับ
J


                ชลธรยืนกางร่มอยู่อีกฝั่งของถนน มองดูอดีตเจ้าของร่มธนชาติสีส้ม ที่วิ่งเข้าไปหาเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่ชลธรรู้จักดี
                เธออยู่ปีหนึ่งชื่อ ใบพัด เป็นดาวคณะแพทย์
                ทีแรกก็นึกขอบคุณน้องขวัญใจอยู่หรอกที่เสียสละร่มตัวเองให้เขา แต่พอรู้ว่าแท้จริงแล้วไอ้เด็กนั่นมันมีจุดประสงค์แอบแฝง  จุดยิ้มร้ายก็ถือกำเนิดขึ้นบนริมฝีปากเดือนคณะแพทย์ปีห้า

                ถึงตอนนี้ชลธรก็ยังขอยืนยัน
               
ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสองปี
            ชลธรยังไม่เคยเจอใคร...สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบได้อย่างขวัญใจสักคน




                ภาพนั้นตกอยู่ในสายตาของธิดาและไข่มุกตั้งแต่เริ่ม สองสาวยกมือขึ้นทาบอก เริ่มต้นสวดบทแผ่เมตตาให้เพื่อนในใจตั้งแต่ตอนที่พี่ชลธรเขาวิ่งตามออกไป จนพี่เขาไปหยุดยืนอยู่กลางถนน กางร่มมองนังขวัญใจวิ่งดุ๊กๆไปขออาศัยร่มของใบพัด
                ทั้งมหาลัยเขารู้กันหมด ก็คงจะมีอยู่คนเดียวที่ไม่รู้...

                “แกๆบอกอีขวัญดีมั้ย ว่าคนที่มันให้ร่มไปเมื่อกี้ กำลังตามจีบคนที่มันไปขออาศัยร่มเขา”

                หรือก็คือพี่ชลธร กำลังตามจีบใบพัด ทั้งสองเหมาะสมกันดีเพราะเป็นดาวเดือนของมหาลัย แต่ในส่วนของขวัญใจเพื่อนของเธอนั้น..

                “คิดว่าบอกไปแล้วมันจะรู้เรื่องมั้ย”

                 ธิดากับไข่มุกมองตากัน โดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาก็รู้คำตอบ สมองปลาทองอย่างขวัญใจถูกสร้างขึ้นมาให้รู้จักแต่กินอิ่มนอนหลับ

                ทั้งที่พี่ชลธรก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น น้องขวัญคนซื่อก็ดันวิ่งไปจีบคนของพี่เขาแบบไม่รู้อะไรเลย ธิดากับไข่มุกไม่อยากจะคิดว่าต่อไปจะเอาหน้าเพื่อนไปซ่อนตรงไหนเวลาไปแอบส่องพี่ชลธร

                “เห้อ อิขวัญเอ๊ยยย”
                “เลิกคบกับมันเถอะพวกเรา”


















1


ขวัญใจเคยคิดว่าการสอบเอนทรานซ์เป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิต
จนกระทั่งวันที่ได้รู้ว่าคู่แข่งของหัวใจ เป็นเดือนมหาลัยปีห้า




            สัปดาห์แรกของการเปลี่ยนสถานะจากเด็กมัธยมปลายเป็นนิสิตปีหนึ่ง ขวัญใจแทบอยากจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านทุกวัน

            ในคืนแรกที่ม๊าโทรมาถามว่าอยู่หอเป็นยังไงบ้าง คนตัวเล็กก็ตอบกลับไปว่า

           
คืนแรกไฟดับคับม๊า ..แล้ว

       ก็เกิดเรื่องราวอีกร้อยแปดพันประการที่ขวัญใจต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าจะเล่าให้ม๊าฟังหมด ทีแรกขวัญใจไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียนที่นี่ แต่เขาอยากเรียนคณะเภสัช เพื่อนบอกว่ามหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่แถวอโศก ขวัญใจก็เลยเลือก แต่ตอนสอบติดไปปฐมนิเทศที่คณะ รุ่นพี่กลับบอกว่าต้องเรียนที่นครนายกหกปี ขวัญใจอกสั่นขวัญแขวนเขาอยู่กรุงเทพฯมาตลอดชีวิตอยู่ดีๆต้องออกจากบ้านมาใช้ชีวิตอยู่หอถึงหกปี คิดไว้แล้วว่าจะซิ่ว แต่ม๊าบอกว่าไหนๆก็สอบติดแล้วให้เรียนไปก่อน ปีหน้าค่อยสอบใหม่ ขวัญใจเลยจำใจย้ายเข้ามาอยู่หอ

            ที่นี่มืดเร็วกว่าที่กรุงเทพฯมาก โรงอาหารมีอยู่ใกล้ๆกับหอพักชายและหญิง นอกจากโรงอาหารและแฟมิลี่มาร์ทเล็กๆก็ไม่มีอะไรอีก เซเว่นที่ใกล้ที่สุดต้องปั่นจักรยานออกไปหน้าหอ ส่วนตลาดหลังมออยู่ห่างออกไปสองกิโล พอหลังห้าโมงเส้นทางออกไปหลังมอก็มืดยิ่งกว่าถ้ำ สองทุ่มสามทุ่มชาวบ้านก็เข้านอนกันหมด มองจากหอไปจะเห็นเพียงแสงไฟริบหรี่ ไม่กี่ดวง วันแรกๆที่มา เคยปั่นจักรยานไปตลาดกับเพื่อน ขากลับมีงูเลื้อยจากพงหญ้าตัดผ่านหน้า ขวัญใจต้องกระโดดลงจากจักรยาน ขาไม่มีเรี่ยวแรงปั่นกลับ สรุปคืนนั้นต้องจูงจักรยานกลับหอ กว่าจะถึงก็เหงื่อแตกเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอนมา

            โชคยังดีที่ไข่มุกเพื่อนสมัยมัธยมก็สอบติดมหาลัยเดียวกัน เวลาขวัญใจเศร้าไข่มุกก็จะคอยปลอบ


            “นายเคยบอกว่าอยากเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว” ไข่มุกพูดพลางลูบหลัง ขวัญใจที่นั่งน้ำตาไหล เพราะโดนแมลงกัดจนผื่นขึ้นเต็มตัว “มาอยู่ที่นี่นายจะได้พิสูจน์ตัวเองให้ม๊าเห็น ว่านายโตเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว เข้าใจป้ะ ถึงจะไม่ได้กล้ามใหญ่ แต่ก็เข้มแข็ง เป็นหัวหน้าครอบครัวได้ เป็นลูกผู้ชายต้องสมาร์ท ต้องเท่ห์ ต้องทำให้ผู้หญิงเขาเห็นว่าสามารถเลี้ยงดูเขาได้ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้แต่งงานมีลูก เข้าใจรึเปล่า”

          “แต่เราไม่ได้อยากแต่งงาน ไม่ได้อยากมีลูก”


          ขวัญจำได้ว่าตัวเองตอบไข่มุกไปแบบนั้น ทั้งตาที่บวมแดง และน้ำตาคลอ ถ้าต้องพิสูจน์ความแมนด้วยการโดนแมลงกัด ขวัญใจไม่แต่งงานก็ได้ แต่ผ่านมาแค่อาทิตย์เดียวขวัญใจก็เปลี่ยนความคิด


            วันนั้นเป็นคืนเฟรชชี่ไนท์ มีการจัดกิจกรรมประกวดดาวเดือนที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งมหาลัย ท่ามกลางคนหน้าตาสวยๆหล่อๆตัวแทนจากทุกคณะ ขวัญใจมองไม่เห็นใครเลยนอกจากผู้ประกวดหมายเลข
7 ดาวคณะแพทย์...

            เธอชื่อ ใบพัด

            ตอนที่ขวัญใจเห็นใบพัดบนเวที ขวัญใจก็รู้เลยว่า คนนี้แหละ..แม่ของลูก


            จากที่เคยตื่นไปเรียนให้จบไปวันๆ รอวันซิ่ว ขวัญใจกลายเป็นคนมีเป้าหมายมากขึ้น ทุกเช้าจะต้องปั่นจักรยานไปจอดหน้าหอหญิง รอรับใบพัดไปส่งที่คณะ แต่ก็โชคไม่ดีเท่าไรเพราะไปทีไรก็เจอแต่เพื่อนใบพัด ที่บอกว่าใบพัดไปกับรุ่นพี่แล้ว แต่ขวัญใจก็ไม่ท้อ ขนาดธิดากับไข่มุกยังชมเลยว่า


           
นายนี่มีความพยามดีนะ ถึงแม้จะไม่มีความหวังเลยก็เถอะ

            ฟังดูแปลกๆ แต่ขวัญใจถือว่าชมแล้วกัน















            เช้าวันเสาร์ ขวัญใจเลือกหยิบเสื้อยืดสีเหลืองมาใส่ คู่กับกางเกงยีนส์ขาดเข่า ร่างบางก้มลงสวมรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สคู่เก่า ที่ใส่จนส้นสึก แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อใหม่

            อาทิตย์นี้ขวัญใจไม่ได้กลับบ้าน ต้องอยู่อ่านหนังสือเตรียมสอบวัดระดับ ร่างบางเลือกไปกินข้าวที่โรงอาหารใกล้หอ เพราะเป็นสัปดาห์ปลายเดือน ขวัญใจมีเงินเหลือพอดีห้าวัน เลยไปกินฟุ่มเฟือยที่หลังมออย่างเพื่อนไม่ได้

      
ทางไปโรงอาหารเดินจากหอชายไปไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึง แต่ทุกวันขวัญใจจะข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อเฉียดไปใกล้ๆหอหญิง ตั้งแต่วันที่เดินมาส่งใบพัดเข้าหอ ก็จำได้ขึ้นใจว่าห้องของเธออยู่ชั้นสี่ของหอเจ็ด ทุกคืนแค่ออกมายืนดูหลังคาหอพักของใบพัด ก็ยิ้มออกมาได้เหมือนคนบ้า ทุกเช้าแค่ได้เดินผ่านหอพัก แม้ไม่ได้เห็นหน้าหัวใจมันก็สดชื่น


            หากวันไหนโชคดี อย่างเช่นวันนี้ ที่ขวัญใจใส่สีเหลืองตามตารางสีมงคล
            ร่างเล็กเกือบสะดุดตัวหนอนหน้าคะมำ เมื่อจู่ๆก็เจอใบพัดใส่ชุดลำลองเดินออกมาจากหอ พอเห็นขวัญใจเธอก็เอ่ยทัก


            “อยู่นี่นี่เอง”

            คนแอบชอบหัวใจพองโต รีบเดินเข้าไปหา

            “อาทิตย์นี้ใบพัดไม่กลับบ้านเหรอ”

            “วันจันทร์เรามีสอบ เพื่อนเลยมาติวที่ห้องกันเต็ม” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม ดูจากใต้ตาคล้ำๆ ขวัญใจว่าเมื่อคืนใบพัดคงอ่านหนังสือจนดึก แต่ถึงจะดูเหมือนคนไม่ได้นอน แต่ใบพัดก็ยังน่ารัก หน้าใบพัดเล็กนิดเดียว ขนตางอนยาว ผมม้าเหนือคิ้ว ทำให้ใบพัดหน้าเหมือนตุ๊กตา ยิ่งมองนาน ขวัญใจเหมือนจะละลาย “นี่เราจะลงไปซื้อเสบียงมาตุนไว้ ไม่รู้คืนนี้จะได้เลิกกี่ทุ่ม”

            คนที่อยากทำคะแนนได้ฟัง ก็รีบขันอาสา

            “ให้เราไปช่วยถือนะ”

            “เอางี้มั้ย ขวัญใจก็ช่วยไปซื้อให้ใบพัดหน่อย” พูดแล้วก็ยิ้มอ้อนๆ แล้วคนใจอ่อนเป็นช็อคโกแลตจะปฏิเสธอะไรได้ “ขอเป็นเจ้าหลังมอนะที่มีขายไก่ทอดราดซอส ไซส์เอ็กซ์แอลเอามาเยอะๆเลย แล้วก็โค้กซีโร่โหลนึงกับโค้กธรรมดาอีกโหลนึง ขอแบบแช่เย็นด้วยนะ”


            ใบพัดขอทั้งทีมีหรือขวัญใจจะทำให้ไม่ได้ ขวัญใจรีบร้อนกลับมาที่หอ จากทีแรกตั้งใจจะไปหาข้าวกิน คนตัวเล็กก็รีบขึ้นควบจักรยานตัวเองอย่างไว แม้จะต้องขี่จักรยานตากแดดตอนเที่ยงวัน ก็เหมือนปั่นจักรยานอยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิ
25 องศา







            เจ้าของส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบสี่เซ็นที่สวมกางเกงยีนส์ขาดเข่าก้าวฉับๆเข้ามาในร้านขายไก่ทอดที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ตอนที่ขวัญใจเปิดประตูถูกลมตีหน้าจนผมสีน้ำตาลปลิวไปคนละทาง คนตัวเล็กยืนหอบขณะกวาดสายตามองป้ายราคาที่แขวนไว้หลังเคาน์เตอร์

            คำนวณราคาไก่ทอดราดซอสไซส์
XL กับน้ำโค้กสองโหล เงินที่ต้องจ่ายจำนวนพอกินข้าวไปได้ทั้งสัปดาห์ แต่ขวัญใจก็ยังยิ้มเต็มแก้ม ตอนที่ควักธนบัตรทั้งกระเป๋าให้พนักงาน เขาไม่ได้เสียดายเงินเลย เทียบกับการที่ขวัญใจได้ทำคะแนนให้ใบพัดพอใจ

            “อ้าว นังขวัญ”

            ทีแรกไข่มุกคิดว่าตนเองตาฝาด เพราะข้อความที่ขวัญใจไลน์มาบอกว่ามากินข้าวด้วยไม่ได้ ยังค้างอยู่บนหน้าจอ แต่ตอนที่ร่างบางของเพื่อนหันขวับกลับมา ก่อนจะผงะถอยหลังตอนที่เธอรีบเดินเข้าไปหา

            ไข่มุกเหลือบตามองถุงใส่ไก่ทอดร้อนๆที่พนักงานยกมาวางตรงหน้า ก่อนจะถามเพื่อนรักเสียงเรียบ

            “แกบอกไม่มีเงินกินข้าวไม่ใช่เหรอ”

            ขวัญใจเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอบไลน์เพื่อนไป ชักหน้าซีด  

            “อ๋อ..เอ้อ..คือ..เรา..ซื้อไปให้ใบพัดน่ะ”

            “หมดเนี่ยนะ”


            มองขวัญใจพยักหน้า พร้อมรอยยิ้มภูมิใจเหมือนลูกหมา ไข่มุกล่ะอยากจะเอื้อมมือไปหยิกเนื้อขาวๆของเพื่อนตัวเล็กให้ช้ำ เธอหรี่ตามองเจ้าคนที่โดนเขาหลอกเท่าไรก็ไม่จำอย่างนึกระอา ที่ขวัญใจบอกไม่มีเงินกินข้าวไข่มุกก็เชื่ออย่างนั้นจริงๆ ให้เดานะเงินค่าไก่ทอดวันนี้คงเป็นเงินสำหรับกินข้าวทั้งอาทิตย์ แล้วนังขวัญใจก็ต้องต้มมาม่ากินเพื่อประทังชีวิตตลอดอาทิตย์


            “แล้วขวัญใจกินอะไรรึยัง” เธอถามเสียงอ่อน คำตอบที่ได้ก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด

            “เดี๋ยวเราไปกินกับใบพัด”


            หญิงสาวพยักหน้า หลบทางให้เจ้าเพื่อนตัวเล็กเปิดประตูเดินไปยังจักรยานที่จอดไว้หน้าร้าน มองดูจักรยานที่ส่ายไปทั้งซ้ายทีขวาที เพราะแฮนด์ข้างหนึ่งถูกถ่วงไว้ด้วยโค้กกระป๋องสองโหล ส่วนอีกข้างขวัญใจใช้แขวนถุงไก่ ดูทุลักทุเลพิลึก ยิ่งตอนที่ถูกบีเอ็มขับแซงหน้าไป จักรยานเพื่อนเธอก็แทบเซลงข้างทาง
            ไข่มุกถอนหายใจ ภาวนาให้บุญที่ขวัญใจเคยทำไว้ ช่วยให้มันตาสว่างสักที

 


















       “ใบพัดเพิ่งลงไปเมื่อกี้นี้เอง เห็นบอกว่าพี่เดือนมหาลัยมารับไปกินกาแฟข้างล่างน่ะ”

            “...พี่เดือนมหาลัยเหรอ...”

            “อื้อ พี่เดือนปีห้าคนที่ดังๆไง..หล่อ..บ้านรวย..แถมยังใจดี.. ซื้อพิซซ่าจากคลองสิบมาฝากตั้งสามถาด”

            “ฝากเพื่อนๆเหรอ”

            คนเป็นเพื่อนใบพัดยิ้มแป้น เธอเหลือบตามองถุงใส่ไก่ทอดจากร้านหลังมอที่อยู่ในมือขวัญใจ ก่อนตอบเสียงเรียบ “ฝากใบพัดจ้ะ ..ก็พี่เขาจีบใบพัดอยู่ ขวัญใจไม่รู้เหรอ”

            “ขวัญใจมีธุระสำคัญรึเปล่า ให้เราโทรตามใบพัดมั้ย”

            “ไม่เป็นไร เราขอบใจมาก”



            ขวัญใจฝากไก่ทอดกับโค้กให้เพื่อนของใบพัด พวกเธอก็ยังดีชวนคนตัวเล็กอยู่กินด้วยกันก่อน แต่ขวัญใจในตอนนี้รู้สึกไม่หิวเลยขอตัวออกมาก่อน เดินลงบันไดหอพักจากชั้นสี่ลงมาถึงชั้นล่างสุดได้ยังไงขวัญใจก็ไม่รู้ตัว ร่างเล็กเดินไหล่ตก คิดว่าจะกลับหอไปต้มมาม่ากิน


            แต่สายตามันก็ดันบังเอิญมองเข้าไปในร้านคอฟฟี่ช้อปที่อยู่อีกฝั่งถนนพอดี


            ใบพัดนั่งอยู่ในนั้น เธอใส่ชุดเดรสสีชมพู ดูน่ารักสดใสยังกับคนละคนที่ขวัญใจเจอเมื่อเช้า ขาเล็กในกางเกงยีนส์ขาดเข่าก้าวฉับๆ รีบเข้าไปหา ลืมความหมองเศร้าเมื่อกี้ไปสิ้น

            แต่แล้วก็ต้องหยุดกึก ลมหายใจสะดุด


            ขวัญใจมองภาพใบพัดที่กำลังหัวเราะตาหยี ขณะที่มือใหญ่ของใครสักคนยีลงบนผมหน้าม้าของเธอ ตอนอยู่ด้วยกัน ขวัญใจยังไม่เคยเห็นใบพัดยิ้มให้แบบนี้สักที


            เหมือนมีก้อนบางอย่างมันดันขึ้นมาในอก มือเล็กกำกางเกงยีนส์แน่น ฟันเขี้ยวขบริมฝีปากจนเปล่งแดง ขวัญใจถอยมายืนหลังต้นไม้ฝั่งตรงข้ามร้านกาแฟ เท้าเล็กในผ้าใบคู่เก่า พยามอย่างยิ่งที่จะเขย่งมองไอ้คนที่มันทำให้ใบพัดยิ้มออกมาแบบนั้นได้ ขวัญใจอยากเห็นหน้าของผู้ชายคนนั้น ไอ้เดือนมหาลัยรูปหล่ออะไรนั่น แต่ม่านบังแสงอยู่ก็ถูกปลดลงมาบังร่างของเจ้านั่นจนมิด  


            ขวัญใจทิ้งตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ ใต้เงาต้นไม้ใหญ่ ตาเรียวก็ยังบังคับใจตัวเองไม่ไหว อดไม่ได้ที่จะเงยขึ้นมองใบพัด ...อยากเห็นใบพัดยิ้มแบบนั้นให้ขวัญใจสักครั้ง...

            จะเป็นไปได้มั้ยนะ...

            คนตัวเล็กถอนหายใจทิ้ง มองกลีบดอกของต้นพญาสัตบรรณที่กำลังร่วงหล่นลงบนมือ ตอนที่ลมพัดมา ความรู้สึกมากมายกำเนิดขึ้นในใจดวงเล็กๆ


            เขาหล่อ..เขารวย..เขาใจดี..แล้วยังเป็นถึงเดือนมหาลัย


            จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาอะไรไปสู้เขาได้ หากขวัญใจมีเพียงหัวใจ ใบพัดจะรับมั้ยนะ



           
           
ก็เคยคิดว่าการสอบเอนทรานซ์เป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิต
          จนกระทั่งวันที่ได้รู้ว่าคู่แข่งของหัวใจ เป็นถึงเดือนมหาลัยปีห้านี่แหละ


























 

 “พี่ชลมองอะไรเหรอคะ”
            “ครับ”
            “ก็ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วพัดพูด พี่ก็เอาแต่มองออกไปนอกร้าน อย่าบอกนะว่าแอบมองสาวที่ไหน”
  
            ชลธรไม่รู้จะตอบอย่างไรได้ เขาจึงฉีกยิ้ม แบบที่เพื่อนสนิทเขามันชอบเรียกว่า รอยยิ้มปีศาจ ก็เพราะใครเห็นก็เป็นอันต้องละลาย อย่างหญิงสาวตรงหน้าเป็นต้น ที่ใช้นิ้วเขี่ยปลายผม บิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

            ชายหนุ่มก็นึกแปลกใจตัวเอง ทั้งที่มีหญิงสาวหน้าตาน่ารัก อย่างกับตุ๊กตามานั่งอยู่ตรงหน้า แต่สายตาเขากลับไม่ได้จดจ้องอยู่ที่เธออย่างที่ควรจะเป็น ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่พยามชะเง้อคอมองมาทางนี้ จะกวนใจเขาได้ดีกว่าชุดวันพีช
เปิดไหล่ขาวๆที่ใบพัดใส่มา


            ที่จริง วันนี้เขามีนัดกับเพื่อนที่ร้านไก่ทอดหลังมอ ตอนที่นั่งรอองอาจเพื่อนสนิทอยู่ เสียงแหลมปรี๊ดที่เขาจำได้ เรียกสายตาให้หันไปมอง


            มองแวบเดียวชายหนุ่มก็จำหน้าอีกฝ่ายได้ทันที เขาหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านบังหน้า เงี่ยหูฟังบทสนทนาด้วยรอยยิ้มขำ เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนซื่อขนาดนี้ ตัวก็สูงไม่ถึงร้อยแปดสิบ แต่ใจนี่อยากเอื้อมไปถึงดาวคณะ จีบผู้หญิงเป็นรึเปล่าชลธรยังนึกสงสัย


            ชั่วโมงบินจัดว่าต่ำเรี่ยพื้น.. เงินเปย์สาวก็คงไม่พอ (ดูจากจักรยานที่เจ้าตัวขี่มา)

       แล้วยังริอาจมาเป็นคู่แข่งของ..คุณชลธร?

            คนหล่อของมหาลัยหัวเราะในลำคอ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไลน์ เขากดส่งข้อความไปสักไม่ถึงสิบวิ อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว



           
Baipat : พี่ชลจะมาหาที่หอเหรอคะ
        
C.Thor : ถ้าน้องใบพัดไม่ว่าง ก็ไม่เป็นไรนะครับ L


          รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก เขานับหนึ่งไม่ถึงห้าวิในใจ ข้อความใหม่ก็เด้งกลับมาอย่างรวดเร็ว


        
Baipat : ว่างค่ะ
         
Baipat : วันนี้ว่างทั้งวันเลย ^^
         
C.Thor : งั้นอีกห้านาที เจอกันที่คอฟฟี่ชอปใต้หอนะครับ
         Baipat : โอเคค่า
>.<



            ได้คำตอบเป็นที่พอใจ เขาก็โทรสั่งพิซซ่าเจ้าดังให้มาส่งถึงหน้าหอหญิง ใช้เงินกับเส้นสายนิดหน่อย พิซซ่าก็มาถึงก่อนที่ไอ้ตัวเล็กนั่นจะปั่นจักรยานไปถึงหอซะอีก


            ชลธรต่อให้อีกฝ่ายได้ปั่นจักรยานออกจากร้าน ก่อนขึ้นไปนั่งในบีเอ็มคันหรู เหยียบคันเร่งแซงเจ้าของจักรยานต๊อกต๋อยแบบไม่เห็นฝุ่น แอบมองกระจกหลัง เห็นจักรยานคันเล็กเกือบไถลลงข้างทางอย่างนึกขำ


            ถ้าเจ้าเด็กปีหนึ่งตาตี่นั่น สะกดคำว่า
คนละชั้นไม่เป็น
            เขาจะเป็นคนทำให้มันเห็นเอง





















            “สเป็คพี่ชลเป็นแบบไหนเหรอคะ”

            แม้จะเป็นถึงดาวคณะแพทย์ และเกือบได้เป็นแคสเป็นนางแบบที่เกาหลี ใบพัดก็ยังอยากได้ยินจากปากผู้ชายที่กำลังมาจีบเธอ ว่าตัวเธอเองมีค่าสูงส่งทัดเทียมกันในสายตาของเขา

            “สเป็คพี่เหรอ..”

            “...”

            “ตัวเล็กๆ...ผมสีน้ำตาล..ชอบทำหน้าขี้แย..”

            “อะแฮ่ม” หญิงสาวกระแอมไอ เผลอชักสีหน้า จนชลธรที่ใจลอยไปไกลเรียกสติกลับมาได้ เขายิ้มละมุนให้หญิงสาว ที่ทำท่าจะก่อวอร์ ก่อนพูดแก้อย่างรวดเร็ว

            “ที่พี่มานั่งตรงนี้ ใบพัดยังต้องถามอีกเหรอครับ”


            ฝ่ามืออบอุ่นยกขึ้นมายีหัวเธอ ทำหญิงสาวที่กำลังงอนแก้มป่องหลุดยิ้มออกมาได้ ชลธรลอบถอนหายใจ ขณะปลดม่านบังสายตาลงมา ปิดไม่ให้เห็นแบบนี้ ทำให้เขาสามารถละความคิดจากเจ้าของใบหน้าเหงาหงอยที่นั่งซึมอยู่ข้างถนนได้
            ...คนแมนภาษาอะไร โดนแย่งจีบสาว แล้วมาทำหน้าขี้แย





















































- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เรื่องนี้เป็นคู่ชานแบคนะคะ แต่ตัวละครใช้ชื่อไทย
ชานยอล = ชลธร
ขวัญใจ = น้องแบคเอง
ฝากให้ความรักน้องเยอะๆๆๆนะคะ >.< 
ถ้าไม่สะดวกเม้นติดแท็ก #ขวัญใจชบ นะคะ
รออ่านคอมเม้นท์ของทุกคนอย่างใจจดใจจ่อเลยน้า 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 473 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1345 Byunlykat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 21:27
    เอ็นดูขวัญใจ
    #1,345
    0
  2. #960 ผู้หญิงของอปป้า ^^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 01:05
    เอ็นดูน้องขวัญใจก็พูดเถอะพี่ชล ทำมาเป็นแกล้งเขา หึยยยยยย
    #960
    0
  3. #947 qzmybear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:54
    ทำไมแกล้งน้องแบบนี้ ตีนะ
    #947
    0
  4. #879 SamirunSpirit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 19:57
    แกล้งน้อง! อิคนนิสัยเสีย!!!
    #879
    0
  5. #866 Ktzxxs (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:09
    แล้วก็ยังไม่ได้กินข้าวเลย
    #866
    0
  6. #820 aumnimnew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 22:29

    รู้เลยว่าอยู่ มศว องครักษ์ 55555

    #820
    0
  7. #769 POWEROFMONEY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:53
    พี่ชลร้ายอะแกล้งเด็ก
    #769
    0
  8. #740 dewwiizodiac (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:07
    ลืมยัยใบพัดอะไรนั่นซะน้องงง มาจีบพี่ชลธรดีกว่า
    #740
    0
  9. #721 tagza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:39
    สงสารน้อง
    #721
    0
  10. #702 llnplw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:01
    โอ๋เอ๋น้อง
    #702
    0
  11. #617 cuttt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:08
    เอ็นดูน้องขวัญใจ
    #617
    0
  12. #546 hunnnielu947 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:45
    น้องขวัญใจซึมเลยยย
    #546
    0
  13. #407 yamakawaii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 02:18
    ใบพัดแบบ...หลอกน้องขวัญของพี่ชัดๆ แย่ๆๆ
    #407
    0
  14. #400 OHAprilOH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 20:41
    แงงน้องขวัญใจ อย่าร้องนะ
    #400
    0
  15. #296 _GGP (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 13:32
    ฮือออ สงสารน้อง พี่ชลน้องไม่มีเงินกินข้าวละน้าา แงงง
    #296
    0
  16. #264 farexo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 10:27
    น่าร้ากกกกก
    #264
    0
  17. #263 rainywinter_days (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 17:46
    ไม่ชอบใบพัดเนยยยยย พี่ชลก็ร้าย สงสารน้องงแงงง
    #263
    0
  18. #262 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 13:34
    สงสารน้องแล้วหนูจะกินมาม่าทั้งอาทิตย์เลยหรอคะ แงงงลูกแม่
    #262
    0
  19. #261 CHNXK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 10:04
    พี่ชลธรโคตรน่าตีเลย แกล้งน้องงงง
    #261
    0
  20. #260 Fai Mananchaya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 00:53
    แงงงสนุกมากเลยค่ะ ทำไมพี่ชลร้ายขนาดเน้!! แล้วอย่ามาชอบน้องขวัญใจที่หลังแล้วกัน - -!
    #260
    0
  21. #259 ลูกเป็ดตัวเล็ก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:50
    ทำไมทำกับขวัญใจแบบนี้!!ใบพัดคืนเงินก่อนนนน
    #259
    0
  22. #258 Sepnposh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:21
    พี่ชลจงใจแกล้งน้องอะ
    #258
    0
  23. #257 inbaek1906 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 20:15
    สงสารน้อง น้องยิ่งไม่มีเงินกินข้าวอยู่ 😢
    #257
    0
  24. #255 marshmallow_2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:07
    น้องขวัญใจปั่นจักรยาน เงินก็หมด โถลูก พี้ชล จำไว้เลยนะ อยากเห็นตอนที่ชอบกัน55555555
    #255
    0
  25. #254 Renoir92 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 05:47

    ขี้แยแล้วก็มาปลอบน้องสิพี่ชล!!!

    #254
    0