[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 22 : [SF] ขวัญใจ : ตอนที่ 14 (200%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

           



 
         PA_riz : ตกลงเย็นนี้ ที่สโมฯหลังมอนะ


                ขวัญใจคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงหลังอ่านข้อความบังคับแกมข่มขู่จากน้องภาริส ที่นัดให้ไปเจอกันที่ร้านเหล้าหลังมอ ตาเรียวหันไปมองแฟนที่กำลังขับรถไปส่งที่หอสมุด เพราะวันนี้พี่ชลต้องขึ้นเวรพอดี ขวัญใจเลยขอให้พี่ชลพาไปส่งที่ห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบกับเพื่อน



                “ถึงห้องแล้วโทรหาพี่ด้วยนะ” เดือนแพทย์หันมาสั่ง 

                “...”

                “ขวัญใจ”

                “...”

                “ขวัญใจ”

                “หา
!” 


                ชลธรยิ้มเอ็นดูให้เจ้าคนถูกเรียกที่สะดุ้งตัวโยน เห็นขวัญใจกำลังก้มหน้าอ่านข้อความในโทรศัพท์อยู่  ขมวดคิ้วมุ่นจนหน้าผากยับ ก็นึกสงสาร ขวัญใจบอกว่าเปิดเทอมเมื่อไรอาจารย์จะมีพรีเทส หากสอบไม่ผ่านก็จะไม่ได้เข้าเรียนวิชานั้น คนตัวเล็กที่ไม่ได้ใช้ชีวิตปิดเทอมเหมือนเด็กมหาลัยคณะอื่นๆ คงจะเครียดน่าดู 


                “มีอะไรรึเปล่า” 

                “มี เอ้ย
! ไม่มีครับ”



                ปลายนิ้วคลอเคลียอยู่ตรงปลายจมูกรั้นของผู้โดยสาร ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


                “ตกลงว่ามีหรือไม่มีกันแน่” 



                ขวัญใจหลบตาวูบ พยายามคิดหาข้อแก้ตัวดีๆ ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังพี่ชลเรื่องภาริสเลย แต่ถ้าพี่ชลรู้ก็คงไม่ยอมให้ไป เผลอๆจะทะเลาะกัน แล้วพี่ชลคงไม่มีสมาธิทำงาน ขวัญใจไม่อยากทำให้พี่ชลไม่สบายใจเลย แล้วก็แค่ไปกินเหล้าให้มันเสร็จๆไปก็แค่นั้นเอง 



                “คุโด้ไลน์มาบอกว่าแท่งขนมเวย์โปรตีนที่เราซื้อมากิน โดนหนูแทะหมดเลย”

                “ขนม?เวย์?”

                “ที่คนเล่นกล้ามเขากินกันไงพี่ชล”




                ไม่ได้โกหกนะ ตอนเปิดถุงขนมยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมมันมีรูรั่ว ปรากฎมีหนูนอนนิ่งอยู่ในถุงเลยจ้า ดีที่วันนั้นคุโด้อยู่ด้วย ก็เลยจับหนูด้วยมือเปล่ามาย่างให้ขวัญใจกิน (ไม่ใช่แล้ว จับโยนไปนอกห้องต่างหาก) อยากเล่าให้ฟังไงว่ารูมเมทขวัญใจน่ะโหดแค่ไหน 



                “นี่เราเล่นกล้ามอยู่เหรอ” เห็นแฟนทำเป็นเลิกคิ้ว ยิ้มล้อเลียน ขวัญใจล่ะอยากจะหยิกเนื้อแขนแน่นๆของพี่เขาสักที 


                “ก็หนูมันแย่งเวย์เราไปกินไง กล้ามเรามันเลยไม่ขึ้นน่ะ”


                “อือฮึ”


                “แพงก็แพง เสียดายชะมัด” 


                “แล้วซื้อมาเท่าไร” 


                “รู้แล้วห้ามฟ้องแม่เรานะ” 


                “เท่าไรล่ะ”

                “สามพัน”


                “เดี๋ยวพี่โอนเงินให้ เอาไปซื้อใหม่”


                “...”


                ยิ่งพี่ชลใจดีกับขวัญใจแบบนี้ ขวัญใจยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก ..วันหลังขวัญใจจะชดใช้ให้พี่ชลนะ 


                “สบายใจรึยังครับ”  

                “ขอบคุณนะพี่ชล” 


                ก่อนเปิดประตูลงจากรถ คนตัวเล็กก็ชะโงกหน้าไปจุ๊บเบาๆตรงมุมปากของคนพี่ มันไม่ใช่การจูบแต่เหมือนชลธรโดนปลาดตอดปากมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เขานั่งตัวแข็ง ใจเต้นแรงเป็นเด็กหัดมีความรัก ยิ่งเจ้าคนที่ขโมยจูบกันโต้งๆหันมาจ้องเขาตาแป๋ว ชลธรยิ่งเขินจนไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหน 



                “พี่ชล เขินเราเหรอ”


                “ไม่..ไม่น่าจะใช่”


                “ทำเหมือนไม่เคยโดนจูบไปได้” 


                แน่ะ พอเห็นเขาทำตัวไม่ถูก ไอ้ตัวแสบมันยิ่งได้ใจ แบบนี้มันต้องจับมาสั่งสอนซะหน่อย


                “งั้นคงต้องให้ขวัญใจช่วยสอนพี่หน่อย”


                “...”


                “ว่าจูบจริงๆมันเป็นยังไง”     


                “
อื้อ”



                แล้วมันก็กลายเป็นขวัญใจซะเอง ที่ได้เรียนรู้จูบจริงๆจากเดือนแพทย์ คนตัวเล็กครางอื้อในลำคอเพราะหายใจไม่ทัน และถ้าชลธรไม่ต้องรีบไปขึ้นเวรล่ะก็ เขาคงจะไม่ปล่อยขวัญใจลงไปจากรถจริงๆ 


                แล้วดูเอาเถอะ โดนจูบก็ตั้งหลายครั้ง พอผละออกไปจากอ้อมกอดเขาทีไร แฟนเขาเป็นต้องหน้าแดงทุกครั้งไป


                “พะพอก่อนนะพี่ชล”


                แล้วไอ้ท่าทางยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำลายตรงริมฝีปากน่ะ 

                ใครมันจะไปอดใจได้วะ 


































- - - - - - - 10% - - - - - - 









                กว่าพี่ชลจะยอมปล่อยลงจากรถ ขวัญใจก็นับไม่ทันแล้วว่าถูกคนตัวโตจูบไปกี่ครั้ง ถ้าพี่พยาบาลไม่โทรมาตามเสียก่อน ขวัญใจว่าพี่ชลคงไม่ยอมปล่อยขวัญใจไปง่ายๆแน่

 
                พอคล้อยหลังบีเอ็มของเดือนแพทย์ ขวัญใจก็โบกพี่วินนั่งซ้อนกลับหอ ไปอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ ถึงจะไม่เต็มใจไปกับน้องภาริส แต่หากไปร้านเหล้าทั้งชุดนิสิตคงถูกพี่การ์ดกันตัวไม่ให้เข้าไปข้างใน


                สโมฯหลังมอเป็นร้านเหล้าเล็กๆ ที่เป็นแหล่งรวมตัวของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอันห่างไกลจากความเจริญ เช่นมอที่ขวัญใจอยู่ ที่ภาริสนัดร้านสโมฯไม่ใช่เพราะร้านมีดนตรีสด หรือเหล้าอร่อย แต่เพราะเป็นร้านเหล้ากึ่งคลับร้านเดียวในย่านนี้ ตอนกลางวันก็จะเปิดเป็นร้านกาแฟ พอตกกลางคืนก็ปิดไฟ เอาดนตรีมาเล่น เสิร์ฟเหล้า เบียร์ หรือแม้แต่ยาดอง ของท้องถิ่น ถ้าอยากชิมก็ขอเจ้าของร้านกินได้ 



                ถึงจะเป็นคนแมนๆเตะบอลกัน แต่ขวัญใจก็ไม่ค่อยถูกกับแอลกอฮอล์เท่าไรนัก มาสโมฯครั้งล่าสุดก็หลายเดือนก่อน ตอนอกหักจากใบพัด พี่รหัสเป็นคนพามา แต่พอเห็นขวัญใจสั่งน้ำส้มมาดื่มในร้านเหล้า พี่เขาเลยพาขวัญใจไปนั่งร้านนมข้างๆแทน 



                เด็กหนุ่มหน้าคม คิ้วเข้ม โผล่เข้ามาในร้านสวมเสื้อยืดคอกลม กางเกงยีนส์ เป็นชุดไปรเวทง่ายๆ แต่แต่งออกมาแล้วดูดีจนคนในร้านหันไปมองตาม



                ขวัญใจรู้สึกขัดใจเล็กน้อย วันนี้ก็แต่งตัวจัดเต็มแล้ว แต่ออร่าความเท่ห์ในสายตาสาวๆ ดูจะเทียบไม่ติดกับภาริสที่แต่งตัวง่ายๆ ก็กลายเป็นเป้าสายตา น้องภาริสทำให้คนตัวเล็กนึกถึงแฟนที่ป็นเดือนแพทย์ หากพี่เขามาอยู่ที่นี่ก็คงฮอทไม่แพ้ ไม่สิ พี่ชลฮอทกว่าอยู่แล้ว เพราะหล่อกว่าภาริสหลายเท่า




                “ดื่มไม่ได้เหรอ”


                พอภาริสเดินมาถึงโต๊ะที่รุ่นพี่นั่งอยู่ ก็หันมาถาม เขาเห็นแค่น้ำส้มแก้วเดียววางอยู่ตรงหน้าขวัญใจ


                “ก็รอสั่งพร้อมนายนี่ไง” 



                วินาทีนั้น จะบอกว่าแพ้แอลกอฮอล์ ก็กลัวน้องมันหัวเราะเยาะเอา ขวัญใจจึงโพล่งออกไปอย่างไม่มีทางเลือก


                “ของผมเอาบลูฮาวาย แล้วนายเอาอะไร”


                เหลือบมองอันที่ราคากลางๆ แล้วสั่งออกไปมั่วๆ


                “ผมขอเป็น..มอ..มอจิโต้ครับ”


                “ใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย”


                “ฮะๆๆ นานๆได้มาดื่มทีก็ต้องเอาให้คุ้มหน่อยสิ” ขวัญใจหัวเราะแห้งๆ ตาเรียวหลุกหลิกมองซ้ายขวา 
กำลังนึกว่าภาริสมาชมขวัญใจทำไม เห็นในภาพมอจิโต้เป็นน้ำใสๆหวานๆเหมือนน้ำผลไม้ปั่น มันคงไม่แรงเท่าไรหรอกมั้ง


                “ปกติพี่ชลไม่ชอบให้ดื่มเหรอ” 

                “แค่ก 


                ขวัญใจแทบสำลักน้ำส้ม ตอนภาริสถามเสียงเพลงมันดังขึ้นมาพอดี เลยไม่แน่ใจว่าได้ยินผิดไปรึเปล่า เมื่อกี้ภาริสพูดถึงพี่ชล หรือขวัญใจหูฝาดไปเองกันแน่ 


                “เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ” 


                “ฉันถามว่า พี่ที่คณะเขาไม่ค่อยพามาเลี้ยงร้านนี้เหรอ”


                “อ๋อ ก็มาบ้าง” 


                แล้วภาริสก็ถามอีกหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่คณะ ประกวดดาวเดือนที่สัญญากันเอาไว้ จากที่ตอนแรกรู้สึกอึดอัด ขวัญใจก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น น้องภาริสเองถึงจะชอบทำตัวกวนเบื้องล่างขวัญใจอยู่หลายเรื่อง แต่พอได้นั่งคุยกันจริงๆแล้ว ก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร 



                ที่ชวนมากินเหล้าด้วยก็เพราะอยากสนิทกับขวัญใจให้มากขึ้น แบบคนเป็นพี่เป็นน้องกัน  สมัยที่ภาริสเรียนเมืองนอก ก็ชวนเพื่อนๆไปแฮงค์เอาท์แบบนี้ มันทำให้สนิทกันได้เร็วขึ้น



                กำลังนั่งฟังเพลงเพลินๆ ข้อความในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากคนที่น่าจะใกล้ลงเวรแล้ว ก็ทำขวัญใจสะดุ้งโหยง



                C.thorn : ถึงหอรึยังครับ


                ก้มอ่านข้อความ เงยหน้าขึ้นมองซ้ายมองขวา รู้สึกเสียวสันหลังพิกล แต่พี่ชลคงไม่โผล่มาที่นี่หรอก คนตัวเล็กจึงกัดฟัน พิมพ์ข้อความโกหกกลับไป



                KWANJAI : ถึงเมื่อกี้เลย


                C.thorn : แล้วกลับมายังไง กลับดึกทำไมไม่โทรเรียกพี่ไปรับ



                ขืนโทรเรียกพี่ชลมารับขวัญใจก็โป๊ะแตกกันพอดี นี่ตอนแอบออกจากหอมา ต้องหาหน้ากากมาพรางหน้าแทบตายเพราะกลัวใครจะมาเห็นเข้า


                KWANJAI : ไม่เป็นไรเลยพี่ชล เราติดรถเพื่อนมา แปบเดียวถึง


                ขวัญใจอมยิ้มก้มหน้าพิมพ์ต๊อกแต๊กๆ กดข้อความไปก็ยกค็อกเทลขึ้นมาดูดอึกใหญ่ มันเป็นน้ำผลไม้คงไม่เป็นไรมากหรอกมั้ง แล้วพอแอลกอฮอล์เข้าปากบวกกับความซนที่มีอยู่เดิม ก็เลยพิมพ์ข้อความที่ปกติไม่เคยพิมพ์หาแฟน แล้วกดส่งไปแบบมึนๆ



          KWANJAI : พี่ชลคิดถึงเราเหรอ 



          กว่าจะนึกขึ้นได้ ก็ตอนข้อความนั้น โชว์ว่าถูกอ่านแล้ว และแฟนตัวโตตอบกลับมา


          C.thorn : รู้ตัวก็ดี



                ขวัญใจหน้าร้อนอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดหรือเพราะการยอมรับกันโต้งๆแบบนี้ คนตัวเล็กหยิบค็อกเทลขึ้นมาซดอีกอึกใหญ่ จนมันลดลงไปครึ่งแก้ว ถ้าน้องมันถามว่าทำไมแก้มแดงก็จะบอกว่าเพราะกินเหล้าเข้าไปแล้วกัน




                จะว่าไป ค็อกเทลนี่เห็นน้ำสีหวานๆ รสชาติเหมือนน้ำผลไม้ ก็แรงเหมือนกันนะเนี่ย กินยังไม่ทันหมดแก้ว ขวัญใจก็ชักเริ่มมึนๆเหมือนกันแฮะ   



                “ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”


                ภาริสหรี่ตามองรุ่นพี่ตัวเล็ก ที่พอลุกขึ้นก็ทำท่าจะเซล้มลงไปกับโซฟา “เดินไปไหวมั้ยเนี่ย”


                จริงๆก็รู้สึกไม่ค่อยไหว แต่จะให้น้องมันมาช่วยประคองเดินไปห้องน้ำ ไอ้ที่เก๊กแมนมาทั้งหมดคงพังพินาศไม่เป็นท่า ขวัญใจเลยทำเป็นยักไหล่ ยิ้มแป้น


                “สบาย~”   



                และท่าทางเหมือนตาลุงขี้เมาเดินเซไปเซมาก็ทำคนมองอยู่หลุดหัวเราะออกมา สบายแต่เดินเป๋แบบนั้นเนี่ยนะ 


                จะไหวมั้ยวะเนี่ย



                ขวัญใจทำธุระในห้องน้ำอย่างทุลักทุเล เพราะเริ่มมึนหัวทุกอย่างเลยช้าไปหมด กว่าจะถอดกางเกง รูดซิปกางเกงขึ้นสำเร็จก็ต้องตบหัวเรียกสติตัวเองอยู่หลายครั้ง  



                พอได้ขับแอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปออกก็รู้สึกสดชื่นขึ้น ขวัญใจเปิดน้ำล้างหน้าล้างตา ยกมือขึ้นลูบหน้าที่มันแดงเป็นลูกตำลึง ก้มลงมองแขนก็เห็นผื่นเม็ดเล็กๆขึ้นมาตรงข้อพับ สักพักก็รู้สึกวูบวาบ แขนขาเริ่มอ่อนแรง มือเล็กยันอ่างล้างหน้าเอาไว้ ตอนนั้นเองที่ร่างเล็กหมุนตัวกลับตั้งใจจะเดินออกจากห้องน้ำ ดวงตาก็มืดสนิท แล้วร่างทั้งร่างก็ล้มลงไปกองกับพื้น
















                กลางดึกในคืนที่โรงพยาบาลไม่วุ่นวายมากนัก นักศึกษาแพทย์ปีห้ากำลังค้นหาแฟ้มของคนไข้ที่เขารับมาดูแลต่อจากอาจารย์ มันน่าจะอยู่สักแห่งบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสาร อีกไม่กี่นาทีก็ใกล้จะหมดเวรหมดกรรมแล้ว เขาตั้งใจจะเอาประวัติคนไข้ไปนั่งอ่านต่อที่ห้อง ต่อจากนี้หน้าที่ช่วงห้าทุ่มถึงเช้ามืดก็ให้ภีมพลมันจัดการ 



                แล้วตอนนั้นเอง มือถือที่เขาวางไว้ก็ตกลงมาบนพื้น โชคดีที่ชลธรติดฟิล์มเอาไว้ หน้าจอจึงไม่เป็นอะไร จู่ๆก็รู้สึกวูบวาบตรงกลางอก เขาไม่ใช่คนเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่พอมาเห็นหน้าจอที่ตั้งรูปขวัญใจเอาไว้ร้าวไปแถบหนึ่ง อยู่ๆก็รู้สึกใจคอไม่ดี กำลังจะกดโทรออกหาคนรัก เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นเสียก่อน



                “ฮัลโหล โทรมาเหมือนรู้เลยนะว่ากูกำลังจะลงเวรพอดี – มันเมามึงก็ขับรถไปส่งมันดิวะ – อะไรนะ มึงก็ขับไม่ไหว – แล้วไอ้ภีมล่ะ – อยู่กันครบเลยนะพวกมึง – เออๆ เดี๋ยวกูไปรับก็ได้ – ร้านอะไรนะ – สโมฯใช่ปะ”


                มันคงเป็นเพราะเขาวางโทรศัพท์ไว้ไม่ดีเอง เลยตกลงมาแบบนั้น 

                มันไม่มีอะไรหรอก 


                ชลธรปลอบใจตัวเอง คิดว่าป่านนี้ขวัญใจคงใกล้เข้านอนแล้ว เลยไม่อยากโทรไปปลุกแฟน คนตัวสูงสตาร์ทรถขับออกไปทางหลังมอ ไปรับพวกเพื่อนที่มันไปกินเหล้าจนหมดสภาพมาส่งหอให้แล้ว แล้วเขาจะส่งข้อความไปถามว่าพรุ่งนี้แฟนตัวเล็กอยากกินอะไร เดี๋ยวเขาจะพาไปตะลอนกินทั้งวัน ให้ขวัญใจพุงกางไปเลย ถือเป็นการชดเชยที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้



                คนหล่อของมหาลัยขับรถฮัมเพลงไปเรื่อยๆ จนรถเลี้ยวเข้ามาถึงตรงลานจอดรถของร้านสโมฯ รถบีเอ็มสีดำที่กำลังถอยสวนทางออกมาจากที่จอด ถูกลดกระจกฝั่งคนขับลง ไม่น่าเชื่อว่าคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยจะเป็น เด็กลูกครึ่งที่ชลธรรู้จักดี แต่สิ่งที่ทำให้เดือนแพทย์ชาวาบไปทั้งอกก็คือ เด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆในบีเอ็มคันนั้น ศีรษะเล็กที่เอียงแนบตรงท่อนแขนกำยำของภาริส ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแฟนของเขาเอง!!



                ชลธรกำพวงมาลัยแน่น รู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งติดลบสิบองศาสาดเข้ามาที่หน้า มันชาวาบตั้งแต่ปลายเส้นผมยันปลายเท้า ตาคมมองบีเอ็มคันนั้นที่ขับไกลออกไปอย่างเลื่อนลอย เมื่อก่อนเคยหักอกคนอื่นมาตลอด วินาทีนี้เข้าใจแล้วว่าโดนคนอื่นหักอกบ้างมันเป็นยังไง















- - - - - - - 50% - - - - - - 





















                ชลธรพยายามเพ่งสายตาไปยังค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจของคนไข้ กราฟหยึกหยักขึ้นๆลงๆ ที่ปกตินั่งดูแปบเดียวเขาก็วิเคราะห์ได้แล้วว่าคนไข้มีความผิดปกติอะไร แต่เวลานี้ยิ่งเพ่งกลับยิ่งแปรผลอะไรออกมาไม่ได้เลย รู้สึกเหมือนกราฟนั่นมันช่างหลอนประสาท คนไข้ควรรักษาแบบไหน ให้ยาอะไรก่อน ยาตัวไหนที่ต้องหยุดกิน ชลธรไม่มีสมาธิ จนต้องหลับตาลง นั่งถอนหายใจ


 
                ในที่สุดก็ลุกออกจากเก้าอี้ เดินไปหยิบกระป๋องเบียร์ที่แช่ไว้ในตู้เย็น เปิดประตูเดินออกจากห้องพัก ขึ้นบันไดหนีไฟไปยังชั้นดาดฟ้า หวังให้อากาศเย็นๆยามดึกกับเบียร์รสชาติเข้มๆ ช่วยให้อาการตึงเครียดของเขาได้คลายลงบ้าง แต่ภาพที่ยังติดตาอยู่ บวกกับข้อความโกหกคำโตทีได้รับจากแฟนก็ทำสมองของว่าที่นายแพทย์ตื้อไปหมด 



                ควันสีขาวถูกพ่นออกมาจากปลายบุหรี่ที่ติดไฟสีแดง ชลธรไม่ได้ติดบุหรี่ แต่จะสูบเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย ในเวลาที่สมองมันคิดอะไรไม่ออกอย่างเช่นเวลานี้ เสียงประตูเหล็กของดาดฟ้าถูกเปิดดังครืด ปลายหางตาคมเหลือบมองนิดหนึ่ง พอเห็นว่าเป็นภีมพลที่เดินขึ้นมา ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยทักตามมารยาท 



                “เคสคุณป้าคนนั้นกูรับมาดูแทนมึงแล้วนะ” 


                “ขอบใจ”


                “ทั้งเหล้าทั้งบุหรี่เลยเหรอวะเพื่อนกู”


                “เออ” 



                ภีมพลเอนหลังพิงระเบียง ปล่อยให้ลมเย็นๆพัดด้านหลัง เขาคงชื่นชมกับวิวบนชั้นดาดฟ้ามากกว่านี้ ถ้าเพื่อนรักไม่มายืนหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะทะเลาะกับแฟนจนต่างคนต่างแยกกันอยู่แบบนี้ 


                “ดูไม่ใช่มึงเลยนะไอ้ชล” 


                “แล้วกูต้องเป็นไงเหรอ”


                “มึงเป็นคนใจเย็น มีสติ และมีเหตุผล มึงไม่ใช่คนที่เห็นอะไรแล้วเก็บเอาไปคิดจินตนาการขึ้นมาเองโดยไม่คิดให้รอบคอบซะก่อน” 



                ชลธรหยิบบุหรี่อีกตัวขึ้นมาจุดสูบ เขาบี้ขี้บุหรี่ที่ร่วงลงบนพื้นด้วยปลายเท้า ที่จริงเขาไม่ชอบทำให้อะไรมันซับซ้อน หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับแฟนคนก่อนๆก็คงบอกเลิกไปอย่างไม่ลังเล แต่พอเป็นขวัญใจเรื่องที่ควรจะจัดการได้ง่ายๆ กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด



                เขาไม่อยากเป็นแฟนที่ไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่แทบจะมองออกหมดว่าภาริสคงจะใช้ลูกไม้อะไรบางอย่างหลอกล่อขวัญใจไปในที่แบบนั้น ในเวลาแบบนัน้น เพียงแต่ถ้าขวัญใจจะบอกเขาสักนิด ไม่ใช่โกหกว่าอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนที่ห้องสมุด ทั้งที่ปกติเขาทำอะไรอยู่ที่ไหน ก็บอกขวัญใจหมดทุกอย่าง เพราะอยากให้คนตัวเล็กเชื่อใจเขา แต่พอขวัญใจโกหก ไม่รู้สิ ขวัญใจอาจจะกลัวเขาโกรธ เห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย หรืออะไรก็ตาม แต่ชลธรไม่ชอบ 

                ไม่ชอบที่เห็นแฟนตัวเองอยู่กับผู้ชายคนอื่น



                “ถ้าแฟนมึงบอกว่าไปอ่านหนังสือ แต่มึงจับได้ว่าเขาแอบไปกินเหล้ากับผู้ชายคนอื่น มึงจะคิดว่าไง”


                “ก็ต้องดูที่เจตนา เขาอาจจะแค่ไปกินเหล้า ตามประสาเพื่อนกันก็ได้”



                “เพื่อนกันไม่ซบกันแบบนั้นเปล่าวะ”


                “งั้นก็เลิกเลย” 



                เออ เลิกเลย...ทำได้ซะที่ไหนล่ะ แค่เห็นหน้าหงอยๆใจเขาก็หงอยจะแย่ ไม่รู้ไอ้ภาริสมันทำอะไรขวัญใจบ้าง หวงแทบตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ โมโหที่แฟนตัวเองโคตรซื่อ และก็คงจะไม่รู้ตัวตอนที่โดนรุ่นน้องใช้ลูกไม้ตื้นๆหลอกให้ดื่มเหล้าทั้งๆที่ตัวเองแพ้แอลกอฮอล์ขั้นรุนแรง 



                “แต่คนนี้ ยังไงมึงก็ไม่เลิกใช่มั้ยล่ะ” 


                เลิกกันไม่เคยมีอยู่ในหัวด้วยซ้ำ


                “ทำไมเขาต้องโกหกกูด้วยวะ” 

                ก็แค่..น้อยใจ 


                “กูว่ามึงต้องใจเย็นๆ แล้วไปคุยกับน้องดูก่อน มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้”

                แต่ยังไงก็ไม่ยอมเลิกแน่ๆ 


                “มันคงผิดที่กูเองแหละ ที่รักเขามากไป”


                “...”




                เขานึกถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า หลังจากตั้งสติได้ ก็โทรหาคุโด้ ให้โทรตามเพื่อนกลับห้อง โชคดีที่ภาริสรับสายและมันพาขวัญใจไปส่งหอ ไม่ได้พาไปที่ไหน ไม่เช่นนั้นชลธรก็ไม่กล้ารับประกันเหมือนกันว่าเขาจะไม่ทำอะไรสักอย่างให้รุ่นน้องคนนั้นต้องกระเด็นออกจากมหาลัยไปก่อนเวลาอันควร 



                แล้วพอคุโด้โทรมาบอกว่าขวัญใจถึงหอแล้ว ให้วางใจได้ แทนที่เขาจะเลี้ยวรถกลับไปเคลียร์งานที่โรงพยาบาลต่อ  เท้ากลับเหยียบคันเร่งไปจอดรถตรงหน้าหอแฟนอย่างไม่รู้ตัว



                เงยหน้ามองไฟห้องแฟนยังเปิดสว่างจ้า ใจนึงก็โกรธ อีกใจก็เป็นห่วง  จึงเป็นอีกครั้งที่เขาต่อสายหาน้องรหัสของเพื่อน เพียงเพื่อถามว่าแฟนเขานอนหลับไปรึยัง



                แต่หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาที ร่างเล็กที่ทำเขาเจ็บจนทำอะไรไม่ถูกก็วิ่งลงมาจากหอ สมองมันสั่งการให้ชลธรสตาร์ทรถแล้วขับออกไป แต่ใจกลับไม่เชื่อฟัง


                ก็แค่อยากแน่ใจ

             ว่าคนตัวเล็กไม่ได้มีส่วนไหนบอบสลายไป

          
             พี่ชลลลคิดถึงที่สุดเลย


             เสียงมาก่อนตัว ชลธรมองขวัญใจที่ก้าวขึ้นมาบนรถเขาอย่างรวดเร็ว แต่แล้วสายตาไม่รักดี ดันไปเห็นรอยแดงตรงลำคอขาว มันเป็นรอยใหม่ที่เขาไม่เคยเห็น และเขาแยกแยะไม่ออกว่ามันเกิดจากภูมิแพ้ หรืออะไรกันแน่ แต่ที่รู้ๆคือเขากำลังหงุดหงิด


             ‘ภาริสเป็นคนพามาส่งที่หอใช่ไหม’ 


                ขวัญใจดูตกใจไปชั่วครู่ แต่แล้วก็พยักหน้าตอบรับด้วยเสียงแผ่ว


             ‘ครับ


                แล้วคนตัวเล็กก็ก้มหน้าไม่กล้าสบตาแฟนของตัวเองอีก สายตาพี่ชลในเวลานี้มันช่างน่าใจหาย ดูหมางเมินจนแม้แต่คำพูดที่เตรียมมาอ้อน ขวัญใจก็ไม่ได้พูดมันออกไป 


                 ชลธรกำพวงมาลัยแน่น ยิ่งเห็นท่าทางก้มหน้ายอมรับแบบนั้น ความโมโหในใจเขาก็ยิ่งทวีคูณ รู้ตัวดีว่าตอนพูดออกไปน้ำเสียงตัวเองฟังดูแย่แค่ไหน แต่เวลาแบบนี้มันคุมอารมณ์ได้ยากเหลือเกิน 
‘รู้ตัวว่าแพ้เหล้า แต่ก็ไปกินกับมันเนี่ยนะ’


              ‘แล้วทำไมพี่ชลต้องขึ้นเสียงด้วย’


              พอขวัญใจตอบไม่ตรงคำถาม เหมือนตั้งใจจะเลี่ยงเรื่องภาริส มันยิ่งทำให้ชลธรหงุดหงิด แทนที่จะเป็นฝ่ายยอมลงให้ เขากลับโพล่งออกไปเสียงแข็งกว่าเก่า


                ‘นี่ถ้าคุโด้ไม่โทรไปตาม คงหิ้วกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ’ 


                และมันทิ่มแทงใจคนฟังเข้าอย่างจัง 
                

                น้ำตาหยดใสร่วงเผาะลงบนหลังมือ ขวัญใจเม้มปากแน่น ก้มหน้าไม่ให้คนข้างกายได้เห็นว่าร่างเล็กกำลังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาจนไหล่สั่น 


             ‘ถะ..ถ้าพี่ชลคิดแบบนั้นตั้งแต่แรก จะมาถามเราอีกทำไม



                ชลธรเงียบไปเขาไม่มีคำตอบให้คำถามนั้น ในหัวเขาตอนนี้มันสับสนจนกลัวจะหลุดคำพูดอะไรออกไป ที่จะไปทำร้ายจิตใจร่างเล็กเข้าอีก เขาจึงทำเพียงถอนหายใจ และเอื้อมมือไปเปิดประตูให้ขวัญใจลงจากรถ


             ‘คืนนี้ดึกมากแล้ว ขวัญใจไปพักผ่อนเถอะ



                แต่การไม่ตอบคำถามทำให้ร่างเล็กไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรกันแน่ รู้ตัวดีว่าเรื่องนี้ขวัญใจผิดเต็มประตู และรู้ว่าพี่ชลคงโกรธมากๆ ดังนั้นในหัวจึงคิดไปต่างๆนานา พอร่างสูงเปิดประตูให้ขวัญใจลงจากรถไป คนที่ใจเสียอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกค้อนหนักๆทุบลงมาหัวซ้ำเติมกันเข้าไปอีก มือเล็กตั้งใจจะเอื้อมไปกุมมือใหญ่ที่จับพวงมาลัยไว้แน่น


             ‘ถ้าพี่ชลมีอะไรจะถาม เราอธิบายได้นะ เรื่องทั้งหมดเลย


                แต่กลับเป็นชลธรที่เลื่อนมือหนี ไว้เราคุยกันวันหลังนะ ตอนนี้พี่ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น


                ขวัญใจใจหาย มันยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าใบพัดมีคนอื่น ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ถามเสียงแผ่ว แทบหมดแรงอยู่รอมร่อ    


              ‘เมื่อไรเหรอพี่ชล


              ‘พี่ก็ไม่รู้ ไว้พี่โอเคแล้วจะโทรหานะ


                พอได้ยินคำตอบแบบนั้น น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลท่วมเบ้าตา ตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเร็วเสียยิ่งกว่าตอนขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินเข้าหอ ร้องไห้จ้าออกมาเหมือนเด็กเล็กๆโดยไม่สนใจว่าจะทำเพื่อนในหอคนอื่นๆหลอนจนต้องยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง









                “แล้วมึงว่าคนที่คิดว่าตัวเองแมนๆเตะบอลกันมาทั้งชีวิต เขายอมตกลงเป็นแฟนกับมึงได้ เขาจะไม่รักมึงเลยเหรอวะ”


                “...” 


                “ก็รักกันมากไปทั้งคู่นั่นแหละ น้องเขาน่ะคงไม่อยากให้มึงรู้ เพราะกลัวมึงไม่สบายใจแบบที่เป็นอยู่นี่ไง แต่มึงน่ะก็หึงเขาจนไม่สนเหตุผลอะไรทั้งนั้น พวกมึงก็เลยต้องทะเลาะกันทั้งๆที่รักกันมากๆนี่แหละ”


                “...”


                “ถึงถามไงว่าจะเลิกมั้ย ถ้าคำตอบคือไม่ พวกมึงก็ต้องค่อยๆปรับเข้าหากัน คนรักกันมันไม่ใช่แค่เรามีความสุขด้วยกันหรอกนะ ดูกันตอนที่ทุกข์นี่แหละว่าต่างฝ่ายต่างพร้อมที่จะปรับเพื่อกันและกันได้มั้ย”


                “มึงพูดดีจังวะ” 


                “กูเป็นหมอนะ เผื่อมึงลืม”


                “เออ ขอบใจมากว่ะเพื่อน”


                “คิดได้แล้ว พรุ่งนี้ก็ไปคุยกันซะ กูลุ้นคู่มึงจนเยี่ยวจะเล็ดแล้วบ่องตง”
















                เมื่อเริ่มคิดได้ว่าตัวเองไม่ควรพูดไม่ดีกับแฟนแบบนั้นเลย ชลธรก็คิดถึงแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน คืนนั้นทั้งคืนเขาทำรายงานไม่คืบหน้าสักกะผีก พอรวบรวมสมาธิได้ ปากเบะๆกับหน้างอๆ ของคนตัวเล็กก็ต้องลอยเข้ามาทำสมาธิเขากระเจิง ขนาดเปิดหนังสือเจอหน้าเด็กที่กำลังร้องไห้ เขายังเห็นเป็นหน้าแฟนเลย คิดดู
!!



                ชลธรไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคืนนั้นเผลอหลับไปตอนไหน และเมื่อไม่มีคนโทรมาปลุก หรือเจ้าคนที่ชอบปีนขึ้นเตียงมาแกล้งเขาในทุกเช้าๆ วันนี้ชลธรจึงตื่นสายกว่าปกติ กว่าจะทำธุระออกมาจากห้องน้ำ แต่งตัวเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสิบเอ็ดโมง 



 
               ไม่รู้ป่านนี้ขวัญใจจะตื่นนอนรึยัง เขาส่งข้อความไปหาตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่อ่าน ไม่รู้โทรศัพท์แบตหมด หรือนอนตื่นสายแล้วเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งไว้ใต้เตียงรึเปล่า ถามคุโด้รายนั้นก็ไม่อยู่ห้อง เมื่อคืนเห็นรอยแดงที่คอคนตัวเล็ก น่าจะเป็นผื่นที่เกิดจากการแพ้แอลกอฮอล์นั่นแหละ เพราะหากเป็นรอยอื่นจะไม่ขึ้นเป็นปื้นแบบนั้น ที่จริงเขาก็เคยแกล้งขวัญใจอยู่บ่อยๆ ตลกดี ที่ตอนนั้นกลับคิดไม่ได้ 



                ร่างสูงตัดสินใจเลี้ยวรถจอดบริเวณใกล้ๆกับโรงอาหาร ถ้ามีของกินติดมือไปสักหน่อย คนตัวเล็กน่าจะยอมฟังเขาพูดมากขึ้น เพราะสำหรับขวัญใจของกินเยียวยาทุกสิ่งได้จริงๆ ชลธรรู้ดี

















                เช่นเดียวกับที่ภาริสจับจุดรุ่นพี่ได้ ขวัญใจเกือบจะปิดประตูใส่หน้าไอ้รุ่นน้องตัวดีที่ทำเขาทะเลาะกับแฟนแล้วเชียว หากภาริสไม่ยกถุงข้าวยำไก่แซ่บของโปรดขึ้นมาตรงหน้า      


                “ฉันซื้อข้าวยำไก่แซ่บมาฝาก”


                ตาเล็กเหลือบมองถุงไก่เคเอฟซีในมือภาริสอย่างชั่งใจ ตอนนั้นเองที่ท้องเล็กๆร้องเสียงดังโครก ภาริสยิ้มอ่อนโยน แสนเอ็นดูเจ้าคนที่ทำเป็นใจแข็ง


                “...”          


                “ขับรถไปซื้อมาให้จากคลองสิบเลยนะ” 

                “จะเอาอะไรจากเราอีกล่ะ”

                “ไม่ได้จะเอาอะไร เอาไก่มาฝากเฉยๆ”






                ไลอ้อนคิงจบลงพร้อมๆกับข้าวยำไก่แซ่บที่หมดจาน ภาริสที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือลุกขึ้นบิดขี้เกียจ มองขวัญใจที่ยังอยู่ในชุดนอนนั่งจุมปุ๊กอยู่บนเตียง เดาว่าคงอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้า ถ้าเขาไม่ซื้อข้าวมาให้ก็คงไม่ยอมลุกไปไหน


                “แล้ววันนี้อาการดีขึ้นหรือยัง” 


                เจ้าของห้องไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าลงช้าๆ ภาริสมองสำรวจใบหน้ากับลำตัวที่เมื่อคืนมันแดงและมีผื่นขึ้นเป็นปื้นจนน่ากลัว วันนี้ไม่เห็นผื่นพวกนั้นแล้วก็สบายใจขึ้น 


                 เห็นขวัญใจทำท่าจะหมุนตัวกลับลงไปนอนอีกรอบ ภาริสก็คว้าแขนเล็กเอาไว้ 


                “นี่ไม่คิดจะไปอาบน้ำ ล้างหน้าหน่อยรึไง”


                ขวัญใจมองมือใหญ่ที่จับแขนตัวเองไว้แน่น สลับกับมองรุ่นน้องตัวโตตาเขียวปั้ด


                “นายกับพี่ชลเคยรู้จักกันมาก่อนใช่มั้ย”


                ภาริสเลิกคิ้ว สีหน้าดูไม่แปลกใจเท่าไรที่ถูกรู้เข้าจนได้ “ไปรู้มาจากไหน?”


                “คุโด้บอกว่านายเป็นเพื่อนกับพี่ชลในเฟส”


                “ไม่ได้เป็นเพื่อน แต่เป็นน้องชายห่างๆของคุณชลธรต่างหาก” 


                “แล้วนายมายุ่งกับเราทำไม”


                “ก็แค่อยากรู้น่ะว่า เวลาพี่ชายที่แสนสุภาพโกรธมันเป็นยังไง”


                “นิสัยไม่ดี” 



                ภาริสยิ้มขำ เขาเป็นน้องชายต่างแม่กับชลธร แต่ก็สนิทกับพี่ชายคนโตมาตั้งแต่เด็ก ที่จริงตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจมาเรียนที่นี่เลย ที่มาโอเพ่นเฮ้าส์คราวก่อนก็เพราะอยากมาเยี่ยมพี่ชาย เห็นอยู่แต่มอเวลาว่างก็ไม่ยอมกลับบ้าน สมัยอยู่ปีต้นๆยังพอมีเวลากลับบ้านพาน้องไปเที่ยว แต่ช่วงหลังมานี่ เวลาแม้แต่เฟสไทม์คุยกันยังไม่มี ภาริสก็เลยใช้ช่วงเวลาก่อนไปเรียนที่อังกฤษในเทอมหน้า สอบเข้าคณะเภสัชฯ มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ชล ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงแค่อยากเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่คิดว่าจะได้ผลขนาดนี้  



                “ทีแรกฉันก็แค่อยากรู้ว่านายมันมีอะไรดี ทำไมพี่ชายฉันถึงได้หลงนัก หน้าตาก็ขี้เหร่ น้ำก็ไม่อาบ แล้วยังซกมก..” 


                “นี่
อย่ามาว่าเรานะ!” 


                “แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า..”


                “...”


                “พี่ชายฉันมันตาบอด” 


                “ย๊า”


                “จะบอกอะไรให้นะ สภาพแบบนายตอนนี้เนี่ย อย่าว่าแต่พี่ชายฉันเลย ขนาดฉันยังไม่อยากจะมอง”


                ว่าแล้วก็ออกแรงฉุดร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนของขวัญใจให้ลุกขึ้นจากเตียง ตอนนั้นเองที่คนซุ่มซ่ามสะดุดเท้าตัวเองหงายหลัง ดึงภาริสให้ล้มเสียหลักลงกับเตียงไปด้วย อยู่ในท่าที่ร่างสูงคร่อมร่างเล็กอยู่ข้างใต้


                “ย๊า ระวังหน่อยสิ” 


                ภาริสมองหน้าเจ้าคนที่ตกตะลึง เขาทำท่าจะลุกขึ้นออกจากร่างบาง จังหวะนั้นประตูห้องของขวัญใจก็ถูกกระชากออก เป็นชลธรที่เงยหน้าขึ้นมา แล้วก็ชะงักอยู่ตรงนั้น มือข้างที่ถือถุงข้าวกลางวันเอาไว้กำเข้าหากันแน่น 
ร่างสูงของเดือนแพทย์ยืนตะลึง คล้ายกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง 



                ...ภาพแฟนของเขาที่นอนอยู่บนเตียง ในชุดนอน มีน้องชายของเขานอนทับอยู่เหนือร่าง แขนของภาริสที่ช้อนอยู่ด้านหลังและปลายจมูกของทั้งคู่ที่แทบจะแนบติดกัน   



                มีความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งภาริสเริ่มขยับตัวหันมาทางเขาอย่างไม่เชื่อสายตา 



                “พี่” ภาริสหลุดพูดออกมาได้เพียงวลี ไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ ประตูห้องนอนก็ถูกปิดดังปัง ทิ้งไว้เพียงเจ้าของห้องกับน้องชายที่ไม่ทันได้อธิบายอะไรออกมาสักคำ




























           “ทำถูกแล้ว ที่เธอเลือกเขาและทิ้งฉันไว้ตรงกลางทาง ~

           “เฮือกกก” 

           “ปล่อยมือฉัน ถูกแล้ว ให้ใจของฉันปวดร้าวแค่ไหน     

           ยอมฝืนใจให้เธอ เดินจากฉันไป~

           เมื่อรู้ว่าเธอ มีคนที่พาไปถึงปลายทาง~

            “ฮือ ฮือ ฮึก” 


                เสียงร้องคอรัสของนังขวัญใจทำคุโด้ที่หาวิธีปลอบรูมเมทด้วยการพามาร้องคาราโอเกะหลังมอต้องเหลือบตามองบน อีห้องคาราโอเกะนี่ก็ยังไงแต่ละเพลงที่มีก็ช่างสรรหามาแต่เพลงดีๆทั้งนั้น ทั้งคุกเข่า ขอบคุณที่รักกัน เธอจากไปแล้ว และอีกสารพัดเพลงอกหัก โดนผู้ชายทิ้ง 


                ก็เลยไม่รู้ว่านี่พาเพื่อนมาปลอบใจ หรือมาซ้ำเติม


                “ตกลงกูพามึงมาร้องเพลงหรือมาร้องไห้ฮะขวัญ” 

                “ระ..เราขอร้องแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นโด้ วันเดียวเลย”

                “วันเดียวบ้าอะไร ตอนจักรยานล้มมึงก็ร้อง โดนแมลงกัดมึงก็ร้อง”

 
               “พี่ชลต้องขอเราเลิกแน่ๆเลยโด้ ฮือออ”


                “กูเป็นรูมเมทกับมึงมานาน กูรู้ว่ามึงฉลาดน้อยยังไงอิขวัญ ดังนั้น กูจะพูดตรงๆเลยนะ 
แฟนมึงน่ะเขาเลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อคุยกับมึงคนเดียวน่ะรู้มั้ย”


                “โด้ร้องเพลงอยู่เหรอ” 

                “เฮ้อ กูพยายาม ..กูพยายามแล้วจริงๆนะ” 


                แล้วขวัญใจก็กดเปิดเพลงดูไว้ของยังโอมให้โด้ร้องสมใจ 


                หลังจากไถเงินเพื่อนมาหยอดตู้คาราโอเกะเพื่อร้องเพลงได้อีกหลายสิบเพลง คุโด้ที่เหนื่อยกับการร้องเพลงแข่งเสียงร้องไห้ของขวัญใจ ก็ยกน้ำขึ้นซด พอร้องไห้มาได้สักพัก เซเลปขวัญใจที่เริ่มกึ่มๆก็ยอมเปิดปากเป็นครั้งแรกถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเดือนมหาลัย


                “ที่จริงพี่ชลน่ะรักเรามากๆเลยนะโด้”

                “อือฮึ”

                “เมื่อคืนเราผิดเองที่ไม่ยอมบอกพี่ชลว่าจะไปเที่ยวกับน้องภาริส”

                “คิดได้แล้วสิ” 

                “เราอยากขอโทษพี่ชล ที่เราก็ใช้อารมณ์เป็นเด็กๆมากไป ต่อไปเราจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่กว่านี้”

                “ขึ้นปอสามแล้วสินะเพื่อนกู”   



                คนที่เลี้ยงเพื่อนมาตั้งแต่ปีหนึ่งรู้สึกตื้นตันใจนิดๆ เกือบจะจับเหม่งมันมาจูบแล้วเชียวถ้าแก๊งแม่ๆที่เลี้ยงนังขวัญมาเช่นกันไม่ยกโขยงกันเข้ามาก่อน ทั้งธิดา ทั้งไข่มุก สองคนนี้ก็อุ้มชูกันมาตั้งแต่นังขวัญใจหัดเดิน                
 

               “อ้าว ทีนี้ขนกันมาทั้งตี้เลย”


                “เดี๋ยวนะอิขวัญ สภาพอย่างกับถูกผัวทิ้ง” ธิดาแทบจะกรี๊ด ตอนเห็นกองทิชชู่ข้างตัวเจ้าคนตัวเล็ก มันเกือบจะท่วมหัวขวัญใจอยู่แล้ว


                “ถ้าพี่ชลเขาทิ้งแกแล้ว เดี๋ยวฉันดูแลให้แทนได้นะยะ” ซึ่งไข่มุกก็ทำหน้าที่จิตอาสาได้ดีเสมอ

                “ไข่มุก
!”

                “โอ๋ๆๆเพื่อนล้อเล่น ดูซิฉันซื้ออะไรมาฝาก”

                “บอนชอน
!” นั่นแหละ คนที่นั่งสูดน้ำมูกอยู่เมื่อกี้ ถึงได้ดูสดใสขึ้นมาขีดหนึ่ง 

                “กินเสร็จแล้วก็มาเล่าให้ฟังซิว่าแกไปดื้ออะไรกับผัวฉันยะ” 




                แล้วมันก็เป็นหน้าที่คุโด้ที่รับหน้าที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้น โดยมีขวัญใจนั่งเบะปากพยักหน้าตาม จุดไหนอินมากๆ ก็จะช้อนตามองเพื่อน ทำน้ำตาคลอเบ้า แน่นอนว่าไม่มีใครกอดปลอบมีแต่เอามือเคาะกระโหลกด้วยความหมั่นไส้ที่มีว่าที่สามีดีขนาดนี้แล้วยังเอาแต่ขี้แยอยู่ได้


                “ฉันว่าพี่ชลเข้าใจผิดไปขั้นนั้นแล้ว จะง้อด้วยคำพูดอย่างเดียวมันคงไม่พอ” 

                หลังจากฟังจบ ไข่มุกก็สรุปหน้าเครียด

                “แล้วเราควรทำยังไง” ขวัญใจเลยขมวดคิ้วตาม

                “ต้องง้อด้วยการกระทำ”

                 “ยังไง..” 

                “ไม่ต้องทำอะไรมาก ทำตามที่ฉันบอกก็พอ”


                แล้วคุโด้ก็รู้เลยว่าต่อไปนี้..พี่ชลงานงอกแน่นอนครับโผม

                นี่ขวัญใจและผองเพื่อนนะ เผื่อทุกคนลื
!
















































- - - - - - - 200% - - - - - - 
ลุ้นเหนื่อยยย//ปาดเหงื่อฟีลลิ่งภีมพล
จริงๆตอนนี้ควรหั่นเป็นสองตอน แต่ยังไงก็ยาวมาขนาดนี้แล้วเนอะ 
พาร์ทหน้าน้องจะง้อพี่แล้วน้า จะง้อยังไงดีน้า
ให้เดาอิๆๆ >3< ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้น้า 
ฝากเม้นท์แอนด์ติดแท็กเหมือนเดิมนะค้า #ขวัญใจชบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1236 mackle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:19
    อยากเห็นขวัญใจง้อพี่เค้าแล้วววว
    #1,236
    0
  2. #1235 dubbiwsbh (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 03:29
    ง้อด้วยการกระทำ มันต้องมีฉากcutละไหมอ่ะ
    #1,235
    0
  3. #1234 ` xoxq (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 01:59
    ถ้ามองมุมตาพี่อะ เข้าใจ แต่น้องต้องง้อเน้อ สงสาร ง้อเรยเร้วจ้า
    #1,234
    0
  4. #1233 geejajaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 22:41
    เอาไงเคราห์ซ้ำกรรมซัด จะได้คืนดีแล้วเชียว แล้วทำไมค้องมามีเหตุการณ์เข้าใจผิดซ้ำสองด้วยอ่ะ

    น้องขวัญใจจจจจ ทีหลังมีอะไรก็บอกพี่ชลไปตรงๆ เราผิดที่ไม่บอกเองนะ แล้วไปอารมณ์ใส่พี่ชลอีก คนเค้ากำลังหึงอ่ะ

    เอาใจช่วยนะ
    #1,233
    0
  5. #1232 meorra_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:59
    ยัยขวัญใจ ยัยตัวดี ชั้นจะจับเทอมาตีๆๆๆๆ หยิกให้เนื้อเขียว ผลักให้ล้ม แกล้งให้ร้องไห้งอแงเลย!!!
    #1,232
    0
  6. #1231 ่CB21 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:55
    ชั้นละสงสารพี่ชลล ยัยน้องนี่น้าาาง้อด่วนๆคร่ะะะ
    #1,231
    0
  7. #1230 อังคารอึ้ง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:22
    555 ขวัญใจเอ๊ยยยย เอาจริงนะอยากจะหยิกยัยตัวดีจริงๆ คือถ้านี่มีแฟนแบบนี้คงเลิกอ่ะ ใสเกินไป เด็กและก็งอแงเกิน ไม่รู้ขอบเขตว่าควรให้ความใกล้ชิดกับคนอื่นยังไง เป็นนี่คงรู้ว่าปัญหาแบบนี้คงมีมาอีกๆๆๆๆๆ แต่นี่เป็นคุณชลไง คุณชลที่ร้ากกกกกกกยัยตัวดีไงคะ ไปค่ะยัยตัวดี ไปง้อพี่เค้าเลยยยยยย อย่ามัวฟูมฟายเดี๋ยวพี่จะฟาดก้นนะคะ
    #1,230
    0
  8. #1229 tagza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:13
    รอเลยค่ะ ไม่ธรรมดาแน่ๆ
    #1,229
    0
  9. #1228 aomaommm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:09
    ขวัญใจจะง้อพี่ชลยังไง ลุ้นเลยค่า
    #1,228
    0
  10. #1227 mythang (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:49
    ตั้งตารอขวัญใจง้อพี่ชลลล
    #1,227
    0
  11. #1226 yeolcon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:39
    ได้แต่หวังว่าต่อจากนี้ขวัญใจมีอะไรจะบอกพี่ชลตรงๆเถอะนะแง
    #1,226
    0
  12. #1225 PCYiskmm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:12
    สนุกมากๆๆ สู้ๆค่า
    #1,225
    0
  13. #1224 averyamppkim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:12
    เอาจริงพี่ชลไม่ใช่คนใจแข็ง แต่เพราะขวัญใจโกหกและภาพที่เห็นมันก็ชวนคิดไปไกลถึงสองครั้งอ้ะเป็นใครก็เข้าใจผิด ถ้าบอกความจริงแต่แรกมันก็จบแล้ว
    #1,224
    0
  14. #1223 taki6104 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:07

    พี่ชลของนู๋ฮือออ
    #1,223
    0
  15. #1222 p3bbl3 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:56
    มันใช่หรอขวัญใจ มีสิทธิมางอแงแบบนี้หรอ คือแบบแย่มาก จิตใจโอ๋ขวัญใจมาตลอด แต่อันนี้มันไม่ได้จริงๆ ทำไมต้องให้พี่ชลถามอะไรด้วยอะ บอกเองเลยไม่ได้หรอ ละคือจะอะไรขนาดนั้น แถมปล่อยให้เลยเถิด แบบเหมือนไม่ให้เกียรติแฟนอะ หวังแต่ให้เค้าเชื่อใจ ให้เค้าเข้าใจงี้มันได้หรอ ผิดหวังอะ แบบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างขวัญใจจะขาดทักษะใจเขาใจเรา แล้วคิดถึงแต่ตัวเองแบบนี้ อีพีนี้ทีมพี่ชล!!!
    #1,222
    0
  16. #1221 Kim Mim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:54
    โอ้ยยยยยย น้องขวัญใจก้เป็นน้องขวัญใจ หนูลูกกก ทำไมซื่อแบบนี้ ขอทีมพี่ชลได้มั้ยคะืพี่ชลของชั้นนน แต่รอดูน้องขวัญใจง้อพี่ชลเลยค่ะ555555
    #1,221
    0
  17. #1220 Rung_moohham (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:49
    โอ๊ยยยยย อยากเขกกะโหลกลูก แต่ก็กลัวลูกเจ็บ T T
    อีพี่ หายโกรธลูกเราไวๆเด้อออออ
    #1,220
    0
  18. #1219 ่CB21 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:33
    โอ้ยยอยากตีน้องอะะดื้อมากกก
    #1,219
    0
  19. #1218 wariyapcy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 18:46
    พี่ชลลลลลลลลล
    #1,218
    0
  20. #1217 dubbiwsbh (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 18:33
    โถ่ขวัญใจลูกกก
    #1,217
    0
  21. #1216 tagza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 17:12
    เข้าใจผิดใหญ่แล้วววว
    #1,216
    0
  22. #1215 taki6104 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:45
    ขวัญใจแกไม่น่าเลยยย
    #1,215
    0
  23. #1214 jhajangmyun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:12
    พี่ชลเข้าใจผิดแล้วขวัญใจๆๆๆๆๆ
    #1,214
    0
  24. #1213 averyamppkim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:03
    พี่ชลงอนแน่ ขวัญใจเอ๋ยยยย
    #1,213
    0
  25. #1212 ` xoxq (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:48
    โอ่ยยยยยยยยยยย แงงงงงงงงงงงงง
    #1,212
    0