[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 2 : You're so weird ♡ | chanbaek

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    8 ม.ค. 60

 


นายมันแปลก เจ้าคนแปลก














            “ไอ้หมอนั่น มันเป็นใครวะ กูเห็นมันมายืนด้อมๆมองๆตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว กูว่ามันต้องอยากมีเรื่องกับกู”
            “ใส่ชุดเครื่องแบบโรงเรียนเอกชนด้วย หน้าตาก็ติ๋มๆ มันมาตามผัวมันเปล่าวะ”
            “กูว่าผัวมันนั่งเล่นเกมอยู่ในร้านเนี่ยแหละ เห็นยืนรออยู่นานละ ถ้าไม่ไปสักทีเดี๋ยวกูจะออกไปถาม”


            พี่หน้าโหดเจ้าของร้านเกมกระดกแก้วเบียร์ขึ้นซด หัวใจแบคฮยอนหล่นตุ้บลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แล้วตอนนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น


            “แบคฮยอนครับ ไหนบอกเล่นแปบเดียวก็กลับไงครับ”
            “ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่ต้องมารอ”
            “ก็เพราะแบบนั้นถึงต้องมาไง แบคฮยอนอย่าลืมกลับไปทำการบ้านของ..”
            ตู๊ด


            แบคฮยอนกดตัดสายเขาปิดมือถือพลางเหลือบมองพี่เจ้าของร้านที่เอาแต่จ้องไปทางชานยอล ที่ยืนอยู่หน้าร้าน ถึงจะไม่ได้แคร์สักเท่าไร แต่การมีผู้ปกครองมาคอยเฝ้าหน้าร้านเกมและตามกลับบ้านนั้น มันน่าขายหน้าชะมัด แบคฮยอนย่องออกทางประตูหลังร้าน หวังไม่ให้ไอ้หมอนั่นเห็น 

T
B




 


            “แบคฮย๊อนนน อยู่ทางนี้ครับ”
            “ฉันเห็นแล้วน่า” พอเห็นแบคฮยอนเดินออกมา ชานยอลก็วิ่งทั่กๆมาหยุดตรงหน้า
            “เราจะไปติวหนังสือที่ไหนกันดีครับ”
            คนตัวเล็กกรอกตามองฟ้า คำถามที่ได้ยินจากปากเด็กเนิร์ดอย่างปาร์คชานยอลทำให้แบคฮยอนรู้สึกพะอืดพะอม
            “ฉันจะกลับบ้าน”
            “แต่คุณสัญญากับผมว่า..”
            “บาย”

           



            “แต่พรุ่งนี้ตอนเช้ามีควิซนะแบคฮยอน”
            ชานยอลยังคงเดินผมต้อยๆเหมือนลูกเป็ด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมรู้สึกรำคาญเขาแค่ไหน ชานยอลยังคงพูดถึงการบ้านและควิซต่างๆนานา ที่ตัวผมเองไม่เคยใส่ใจมันด้วยซ้ำ
            “ควิซตอนเช้าแล้วมันยังไงล่ะ”
            “มันเป็นควิซเก็บคะแนน ที่มีผลต่อเกรด”
            “ฉันไม่สนเกรดหรอกนะ แค่เรียนให้ผ่านๆก็พอแล้ว”
            ผมไม่ใช่เด็กหน้าห้อง และผมก็ไม่เคยทุกข์ร้อนกับลำดับของตัวเองที่อยู่ท้ายสุด เพื่อนคนอื่นออกจะชอบด้วยซ้ำที่มีผมรั้งท้ายเป็นฐานให้อยู่เสมอ
            “แต่ถ้าคะแนนไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซนต์แบคฮยอนก็จะไม่ผ่านนะ”
            “ฉันไปเร่งทำเอาตอนปลายภาคก็ได้”
            “อาจารย์บอกว่าถ้ารอบนี้แบคฮยอนทำควิซไม่ผ่าน ต่อให้แบคฮยอนสอบกลางภาคได้เกินครึ่งแบคฮยอนก็ต้องซ้ำชั้นอยู่ดี”
            “แล้วนายมายุ่งอะไรกับฉันด้วยวะ”
            “ก็เราเป็นบัดดี้กัน”
            ว๊ากกกก ผมรำคาญไอ้บ้านี่ชะมัด พอจะบอกให้มันเลิกมาเสือกเรื่องของผมทีไรชานยอลมันก็จะเอาคำว่าบัดดี้โง่ๆมาเป็นข้ออ้างทุกที
            ผมเป็นนักเรียนมอปลายปีสุดท้าย ที่ครองตำแหน่งนักเรียนยอดแย่ติดต่อกันมาตลอดห้าปี และค่อนข้างจะมั่นใจว่าในปีที่หกตำแหน่งนี้มันก็คงจะเป็นของผม ถ้าหากในตอนนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาของผมไม่บังเอิญมีความคิดแปลกๆ อย่างการให้คนที่คะแนนสูงที่สุดจับคู่กับคนที่อ่อนที่สุด เป็นบัดดี้กันจนกว่าจะถึงช่วงเอนทรานซ์ และมันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่นักเรียนดีเด่น อย่าง ปาร์ค ชานยอล ผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนยอมสอบตกเพื่อที่จะได้คู่กับมัน แต่ก็อย่างที่บอก ไม่มีใครห่วยไปกว่าผม สุดท้ายหมอนั่นก็เลยต้องจับคู่กับผม












































            ตึ๊งตึ่ง~
            ขณะที่แบคฮยอนกำลังฮิตไฮสกอลของเกมเอกโซรัน สัญญาณแจ้งเตือนข้อความเข้าก็ทำให้ตัวละครหน้าติ๋มที่มีพลังเหาะได้ของเขา เหาะลงเหวไปอย่างน่าเสียดาย แบคฮยอนใช้เวลาเกือบทั้งคืนกว่าจะทำคะแนนได้สูงขนาดนี้ แล้วมันก็พังลงไปในพริบตา
          คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: แบคฮยอนอย่าลืมกินยา แล้วไปนอนนะครับ
              
            คุณได้ส่งข้อความ
            น้องบี๋เล่นเกมอยู่ ไม่อยากตายอย่าทักแชท
: เรื่องของกู

          คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: อย่าลืมทำการบ้านด้วยนะครับ
              
          คุณได้ส่งข้อความ
            น้องบี๋เล่นเกมอยู่ ไม่อยากตายอย่าทักแชท
: เสือกๆ

          คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: พรุ่งนี้อย่ามาสายนะ มีควิซตอนชั่วโมงโฮมรูมด้วย
            
          คุณได้ส่งข้อความ

            น้องบี๋เล่นเกมอยู่ ไม่อยากตายอย่าทักแชท
: กูจะไปสาย

            คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: พรุ่งนี้ผมต้องร้องเพลงในคาบโฮมรูมด้วย แบคฮยอนต้องมาแต่เช้านะ >_<
              
          คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: ผมอยากให้แบคฮยอนฟัง
J

“แม่งตื๊อจังวะ”

            แบคฮยอนบ่นงึมงำ พลางมองดูข้อความที่อีกฝ่ายทิ้งไว้เป็นข้อความสุดท้าย ก่อนไฟสีเขียวตรงชื่อของชานยอลจะหายไป เด็กหนุ่มตัวเล็กเปิดลิ้นชักหยิบนาฬิกาปลุกที่ไมได้ใช้งานมานานขึ้นมาตั้งเวลา ก่อนจะเหลือบไปมองดูนาฬิกาขณะนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่ม มันไม่ใช่เวลาเข้านอนของเขา แบคฮยอนคิดว่าเขาจะเล่นเกมต่ออีกสักหน่อย แล้วค่อยเข้านอน ถ้านอนไม่ดึกมาก ก็คงไม่ตื่นสายหรอกมั้ง 










            ในเช้าวันที่สดใส...
            อาจารย์มินอายืนอยู่หน้าห้อง ทุกวันเธอจะต้องทำกิจกรรมโฮมรูมกับเด็กๆ โดยเริ่มจากประกาศเรียกชื่อนักเรียนในห้องทีละคน เสียงขานรับดังเป็นระยะ จนมาถึงชื่อของนักเรียนคนสุดท้าย
            “คุณบยอน” อาจารย์มินอาเรียกสามครั้ง แล้วเธอก็ติ๊กขาดในช่องที่เขียนชื่อของบยอนแบคฮยอน
            เธอไม่แปลกใจ และไม่คิดจะถามถึงเด็กที่หายไปกับนักเรียนคนอื่น แบคฮยอนก็เป็นอย่างงี้ประจำ
            “ครูมินอาครับ แบคฮยอนมาแล้วครับ”
            คุณครูคนสวยเลิกคิ้ว มองไปตรงประตูห้องก็เห็นลูกศิษย์หัวสีม่วงเดินผ่านประตูเข้ามา เด็กแสบคนนั้นตรงไปนั่งยังที่ประจำข้างหน้าต่างของตัวเองอย่างไม่แยแส มันเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกตา และเธอคิดว่าวันนี้ฝนคงตกแน่ๆ ไม่สิ หิมะอาจจะตกด้วยซ้ำ






            “เอาล่ะจ้ะ คาบโฮมรูมวันนี้เป็นเวรของกลุ่มสามต้องออกมาร้องเพลงหน้าห้องนะ”
            มินอาประกาศ ให้เด็กๆทั้งห้องเงียบลง และเรียกนักเรียนกลุ่มที่เป็นเวรขึ้นมา เสียงตบมือดังเกรียวกราว เมื่อนักเรียนกลุ่มสามทั้งหมดออกมายืนหน้าห้อง แล้วตอนที่นักเรียนดีเด่นอย่าง ปาร์ค ชานยอล จับไมค์เขาก็ได้รับเสียงกรี๊ดถล่มทลายจากสาวๆในห้อง
            “เพลงที่ผมจะร้องเป็นเพลงคู่กับนายอนครับ” ชานยอลประกาศ เขายื่นไมค์อีกตัวให้ผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักที่มีฟันกระต่าย แล้วเขาก็หันไปให้สัญญาณกับเพื่อนในกลุ่มเพื่อเปิดเพลง

            เสียงหวานของเครื่องดนตรีที่ดังมาจากลำโพง ทำให้บรรยากาศในห้องปกคลุมด้วยความเงียบ เพลงที่ชานยอลกำลังจะร้องเป็นเพลงที่ติดชาร์ทอยู่ในตอนนี้
            แต่ก็อีกนั่นแหละ แบคฮยอนไม่ได้มีรสนิยมชอบฟังเพลงแนวแบบนี้ เขาชอบฟังแนวร๊อคหรือเฮดเมทัลหนักๆ มากกว่า ดังนั้น ก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสนใจ ตาเรียวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ตรงสนามบาสเขาเห็นนักเรียนห้องหนึ่งกำลังแบ่งทีมกันอยู่ และจงอินเพื่อนสนิทของเขาก็โดดอีกตามเคย

ทำไมเธอต้องยิ้ม ทุกทีที่เดินสวนกัน
ทำไมเธอต้องหวาน ทุกคำที่เอ่ยวาจา
ทำไมเธอต้องซึ้ง เวลาที่ฉันมองตา
ฉันจะบ้า อยู่แล้ว

 

ถึงจะไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปาร์ค ชานยอลมันเสียงดีไม่หยอก ทั้งที่คิดว่าจะฟุบหลับไปแล้วแท้ๆ แต่แบคฮยอนก็อดใจไม่ได้ที่จะเหลือบมองผู้ชายคนนั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้อง


          เหมือนเธอมีเวทมนตร์ ทำให้ใจฉันอ่อน

          รู้ไหมเธอว่าใครเดือดร้อน


            ชานยอลมีผมสีดำ ทุกวันเขามักจะแต่งตัวถูกระเบียบเป๊ะ จนนักเรียนดีเด่อย่างแบคฮยอนที่เปลี่ยนสีผมทุกอาทิตย์นึกหมั่นไส้ ผู้ชายคนนั้นต่อให้ไม่ทำอะไรเลย ก็ดูเพอร์เฟคท์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งท่าทางนิสัยใจคอก็มีเสน่ห์ โดยไม่ต้องปรุงแต่ง ทั้งหมดนั่น มันตรงข้ามกับแบคฮยอนอย่างแม่เหล็กคนละขั้ว

 

ฉันแพ้ทางคนอย่างเธอ มันเอาแต่เพ้อ ไม่กิน ไม่นอน
อยากบอกเธอสักครั้ง โปรดเถอะนะขอวอน
หยุดน่ารักได้ไหม ใจฉันกำลังละลาย

            นายอนส่งยิ้มให้ชานยอลตลอดที่เธอร้องท่อนนั้น ใครๆก็เชียร์ให้ทั้งคู่คบกัน ก็นายอนน่ะทั้งน่ารักและใจดี ส่วนชานยอลก็เพอร์เฟคท์ซะขนาดนั้น เป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างที่เขาว่ากิ่งทองใบหยก แต่อย่างหนึ่งที่ทุกคนต่างก็รู้ ดูเหมือนชานยอลจะมีใครอยู่ในใจ น่าเสียดายที่ใครคนนั้นไม่ใช่นายอน

 

เอาไงกันดีล่ะ กับหัวใจ เอาไงกันดีล่ะ กับความรัก
เธอทำให้ใจมันต้องคิดหนัก แพ้เต็มๆ พูดตรงๆ
ใจมันตะโกน ว่ามันชอบเธอ พอเจอจริงๆ ได้แต่ยืนงง
ให้ทำยังไง ใจมันถึงปลง หลงรักเธอ จริงๆ


            ถึงท่อนที่ชานยอลต้องร้องอีกครั้ง แต่แทนที่หมอนั่นจะมองนายอนกลับเหมือนตอนที่เธอมองเขา เจ้าบ้านั่นกลับเอาแต่ส่งสายตามาทางแบคฮยอน คนตัวเล็กหันรีหันขวางมองหาจุดวางของดวงตาคู่กลมนั้น 



            ตลกสิ้นดีที่พอหันกลับมา...ชานยอลก็ยังคงมองมาที่เดิม
            แล้วยังทำนิ้วเป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจ



            ไอ้บ้านี่...อยากตายใช่มะ
=_=










            “ซุนจองฉันขอยืมสมุดเลคเชอร์วิชาเมื่อกี้หน่อยสิ ฉันจดไม่ทันอะ”
            หลังจากที่ทนนั่งหลังขดหลังแข็งตลอดวัน แบคฮยอนที่เผลอหลับในคาบเคมีก็รีบลุกไปดักซุนจอง เพื่อนผู้เนิร์ดที่สุดในห้อง ยัยนี่เป็นหนึ่งในสามเทพที่สอบได้อันดับสองไม่ก็อันดับสามมาตลอด     
            ส่วนที่หนึ่งน่ะเหรอ...ก็เป็นของคุณชานยอลเขาล่ะ

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้นายมาสายฉันก็ไม่มีส่งดิ”

ยัยซุนจองสะบัดบ็อบใส่หน้าแบคฮยอนที่ยืนทำตัวไม่ถูก เธอรีบยัดสมุดเลคเชอร์ใส่กระเป๋า แล้วเดินจากไป ทิ้งแบคฮยอนให้ยืนเป็นรูปปั้นหินอยู่ตรงกลางห้อง
            “เอาของผมไปก็ได้นะแบคฮยอน”
            สะกิดเบาๆด้านหลังเรียกให้แบคฮยอนหันกลับไป พอเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนตัวสูงผู้น่าหมั่นไส้ แบคฮยอนก็อดโพล่งออกมาไม่ได้
            “นายอีกแล้วเรอะ”
            “จะไม่เอาก็ได้นะ”
            “ให้แล้วห้ามกลับคำดิ”  
            แต่สุดท้ายแล้ว ถึงจะหมั่นไส้มันแค่ไหนก็ยอมรับสมุดจดของชานยอลมาอยู่ดี
            “แบคฮยอนนี่ดื้อกับผมตลอดเลยนะ”
            จริงๆก็ไม่อยากรับหรอกนะ แต่ว่าไม่มาทางเลือกนี่

            “นายจะเอายังไง”
            “ยืมการบ้านผมไป แบคฮยอนก็ต้องพาผมไปส่งบ้านด้วยสิ”
            “อะไรวะ”
            “หรือจะไม่เอาก็ได้นะครับ”
            “เออๆ แล้วบ้านนายอยู่ไหน”





















           “งั้นมึงกำลังจะบอกว่า...ไอ้ชานยอลเป็นคนเดียวกับผู้มีพระคุณของมึงอย่างนั้นเหรอ”

ขณะนี้สิ่งเดียวที่ผมเห็นคือแผ่นหลังของปาร์ค ชานยอลที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเดินตามครูที่ปรึกษาออกจากห้องไป จงอินใช้มือวางบนหัวผมและเริ่มโยกไปมา
            “อะ...เออ”
            “กูไม่อยากเชื่อเลยว่ะ”
            “นั่นสิ”
            “ทำไมมันต้องทำให้มึงขนาดนี้ด้วยวะ”
            ชั่วขณะหนึ่ง เพื่อนๆต่างก็หันมองมาทางผมกับจงอิน ไอ้ดำหรี่ตาลงและหันมากระซิบ
            
“กูไม่อยากเชื่อเลยว่าชานยอลมันจะเขียนชื่อมึงลงไปในควิซของตัวเอง เพื่อให้มึงสอบผ่าน ส่วนมันยอมตก”
            “กูก็งงอยู่ แต่วันนั้นมึงก็โดดไปกับกู แต่ชื่อกูมาโผล่อยู่บนใบประกาศคะแนนเนี่ย”
            “ได้ท๊อปซะด้วย”
            “หน้ากูดูฉลาดขนาดนั้นมั้ยล่ะ”
            “..ไม่”
            “...
-_-
            “ไอ้ชานมันกำลังปั่นหัวมึงปะวะแบค”
            “เพื่อ?”

จงอินหรี่ตามองมาทางผม หน้าตามันโคตรไม่น่าไว้ใจ
            “ไม่รู้ดิ มันอาจจะชอบมึง”























            “ยังไม่กลับเหรอไอ้แบค”
            “เดี๋ยวกูไปเดินเล่นก่อน”
            คิมจงอินเงยหน้ามองท้องฟ้า พระอาทิตย์ดวงโตที่ใกล้ลาลับกับบรรยากาศสลัวๆ โดยมีตึกหลังเก่าของโรงเรียนเป็นแบคกราวน์ทำให้หวนนึกถึงหนังผีที่ดูเมื่อคืน ไม่รู้เพื่อนรักมันเกิดอารมณ์ติสท์ขึ้นมาหรือยังไง ถึงได้มาเดินเล่นตอนนี้ แต่ที่รู้ๆจงอินจะไม่รอ
            “งั้นกูกลับก่อนนะ”
            “เออๆ”
            “มึงกลับเองได้ใช่ปะ”
            “เออ ไม่ต้องห่วง”
            แบคฮยอนยืนรอจนเพื่อนรักขึ้นรถเมล์ไป เขายกนาฬิกาขึ้นมาดูขณะนั้นเป็นเวลาหกโมงกว่าๆ ร่างเล็กเดินลัดเลาะตรงไปยังสนามกีฬาด้านหลังของโรงเรียน ที่ตอนนี้ร้างผู้คน แบคฮยอนนั่งแหมะลงตรงเก้าอี้ม้าหินข้างสนาม แสงจากสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่อยู่เหนือรั้ว ทำให้เห็นร่างสูงในชุดเครื่องแบบหลุดลุ่ยกำลังใช้ม๊อบถูพื้นสนามอย่างตั้งใจ หมอนั่นก็เป็นแบบนี้เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูตั้งใจไปซะหมด เป็นคนเท่ห์ๆที่ทำให้คนมองเผลอชื่นชมโดยไม่ต้องทำอะไรให้มากมาย
            จงอินมันเล่าให้ฟังว่าชานยอลยอมรับผิดเพียงคนเดียวที่แอบโกงการสอบควิซโดยใส่ชื่อแบคฮยอนลงไป และหมอนั่นนั่นมันยอมโดนลงโทษโดยทำความสะอาดสนามแทนลุงภารโรงตลอดหนึ่งสัปดาห์          
            “แบคฮย๊อนนน
!!” *ลากเสียง*
            กำลังนั่งเหม่ออยู่ดีๆ เสียงตะโกนโหวกเหวกที่ดังมาจากกลางสนาม ก็ทำแบคฮยอนสะดุ้ง 
            ชานยอลวิ่งเหยาะๆมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อนตัวเล็ก เขาเหลือบมองขวดน้ำที่อยู่ในมือแบคฮยอน ถามเสียงหอบ 
            “อันนั้นซื้อมาให้ฉันใช่ปะ”
            “เปล่า”
            “เอ๊า” 
            แบคฮยอนแกล้งยกขวดน้ำในมือให้สูงขึ้น ห่างจากตัวชานยอล เหมือนผู้ใหญ่เวลาเล่นกับเด็ก แต่คนตัวเล็กคงลืมไปว่าปาร์คชานยอลน่ะเป็นเด็กยักษ์ 
            
            ชานยอลใช้แขนข้างหนึ่งเกี่ยวแขนของแบคฮยอนเอาไว้ ส่วนแขนอีกข้างก็โอบรอบศีรษะของคนตัวเล็ก มันเลยกลายเป็นว่าใบหน้าของแบคฮยอนแนบพอดีกับเสื้อนักเรียนของชานยอลที่เปียกไปด้วยเหงื่อ

            แล้วตอนนั้นเอง แบคฮยอนก็รู้ตัวว่าเขาน่ะไม่น่าทำแบบนั้นเลย

 

“ไม่รู้ดิ มันอาจจะชอบมึง”

 

 คล้ายกับมวลอากาศรอบกายหยุดเคลื่อนไหว ในตอนนั้นคงมีเพียงเสียงหัวใจของแบคฮยอนที่มันเต้นโครมคราม จนคนตัวเล็กต้องยกมือขึ้นมากุมอกข้างซ้ายเอาไว้


            ไอ้เด็กเนิร์ดมันทำเขาหวั่นไหว...เหรอวะ?


            “นี่
!ได้ขวดน้ำแล้วก็ถอยออกไปซี่” 
            เสียงโวยเล็กๆนั่นทำให้ชานยอลหลุดยิ้มออกมา เขาก้มลงมองตัวแสบที่ทำเสียงอู้อี้อยู่ตรงหน้าท้อง แบคฮยอนจะรู้รึเปล่าว่าตัวเองน่ะโคตรน่าเอ็นดู 
            “นี่
!ออกไปสักทีซี่”
            ชานยอลหัวเราะในลำคอ คนตัวเล็กโวยวายได้โคตรไม่น่ากลัวเลยสักนิด
            “พูดเพราะๆก่อนสิครับ” 
            “ไอ้ชานยอล
!
            “หืม ว่าไงนะครับ” 
            “ไอ้..” 
            เจ้าของกล้ามหน้าท้องสุดเซ็กซี่ยอมปล่อยใบหน้าเขาเป็นอิสระ ชานยอลย่อตัวลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับแบคฮยอนที่นั่งอยู่บนม้าหิน แล้วหัวใจดวงน้อยของคนตัวเล็กก็เต้นผิดจังหวะไปอีกครั้ง เมื่อมือหนาเลื่อนมาแตะบนหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา     


            “แบคฮยอนไม่สบายรึเปล่าครับ”
            สัญญาณอันตรายในหัวพุ่งสูงปรี๊ด
            “หน้าคุณแดงไปถึงหูเลยอะ”
             แล้วตอนนั้นเอง แบคฮยอนก็ได้เรียนรู้ว่าปาร์คชานยอลน่ะ มันตัวอันตราย
            อันตรายต่อหัวใจเขาเนี่ยแหละ










            ดึกคืนนั้น หลังจากอดตาหลับขับตานอนนั่งทำการบ้านของอาจารย์มินอาจนสำเร็จ บยอนแบคฮยอนก็ฉลองชัยด้วยการนอนเล่นโซเชียลยาวๆ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตีสาม หลังจากไล่เล่นมันทุกแอพตั้งแต่เฟสบุค ทวิตเตอร์ เด็กดี มือเรียวก็กดเข้าแอพสุดท้าย
            ปุ่มสีแดงแจ้งเตือนว่าคนฟอลโลว์เขาเพิ่มหนึ่งคน  ทีแรกก็ว่าจะไม่กดเข้าไปดู แต่ตอนนี้เขากำลังมีเรื่องกับไอ้หัวหน้าแก๊งโรงเรียนชายล้วนอยู่ ไม่รู้มันจะเล่นแผลงๆแอบมาตามไอจีเขารึเปล่า
           
Real_____pcy is following you
            ใครวะ
            นิ้วโป้งกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของอีกฝ่ายจากที่ขมวดคิ้วเป็นปม ตอนนี้ยิ่งเป็นปมหนักกว่าเดิมในตาของแบคฮยอนคือ ภาพผู้ชายหน้าตาเหมือนไอ้คุณชานยอล ไม่สิ นี่มันไอจีไอ้คุณชานยอลชัดๆ 
            ไหนๆมันก็ฟอลมาแล้ว แบคฮยอนจะให้เกียรติมันโดยการฟอลไอจีกลับละกัน แต่ฟอลไปมันก็คงไม่สนใจหรอก ดูจากยอดติดตามและยอดไลค์แต่ละภาพที่ไอ้คุณชายมันลงแล้ว แบคฮยอนว่าวันวันนึงปาร์ค ชานยอลคงมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเป็นพันๆคน
            ราวๆสิบนาที หลังจากกดฟอลไม่นาน ชานยอลก็อัพภาพโพสอิทที่เขียนข้อความว่า

          ‘พรุ่งนี้อย่ามาสายนะคุณดื้อ
            ซึ่งแบคฮยอนก็เดาได้ทันทีเลยว่าหมอนั่นหมายถึงใคร ก็คงเป็นใครที่ดึกขนาดนี้แล้วยังเล่นโซเชียลอยู่นี่แหละ บยอน แบคฮยอนบ่นงึมงำกับโทรศัพท์ แต่ก็กดเซฟภาพโพสอิทแผ่นนั้นเอาไว้ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาปลุกขึ้นมาตั้งเวลา  
            ตั้งใจว่ายังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปโรงเรียนแต่เช้าให้ได้




















ขณะนั้นเป็นเวลาเจ็ดนาฬิกา แบคฮยอนยืนอยู่บนรถไฟฟ้า เขากำลังมุ่งหน้าไปโรงเรียน ด้วยสภาพโสลเสล นั่นคือตาใกล้ปิดเต็มที่ และเขาก็หลับกลางอากาศจนหัวโหม่งเสาไปหลายรอบ 


            แบคฮยอนไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้


            “เฮ้ย ไอ้แบค
!!
            “อ้าว ไอ้ไควันนี้ไม่ไปโรงเรียนอ่อวะ”
            แบคฮยอนก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเพื่อนรักตอนเช้าตรู่ขนาดนี้ แต่ดูจากชุดที่เพื่อนใส่ ดูเหมือนไคไม่ได้จะกำลังไปโรงเรียนเหมือนอย่างเขา
            “วันนี้กูโดด ไปช่วยพี่กูเปิดร้าน”
            “ร้านนั้นอะนะ” ไอ้ไคเคยเล่าให้ฟังว่าพี่มันเพิ่งจะเปิดผับอยู่แถวกังนัม มันยังบอกวันไหนว่างๆให้แบคฮยอนแวะเข้าไป
            “เออ”
            “นี่มึงจะแดกเหล้าแต่เช้าเลย”
            “ไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนต่างหาก นี่ก็กลับบ้านไปเอาตัง แล้วก็จะไปต่อ ไปด้วยกันมั้ยวะ”
            แบคฮยอนกำลังจะพยักหน้า ถ้าไปกินกับไอ้ไคคงได้แดกเหล้าดีๆแบบฟรีๆ ปฏิเสธก็โง่ละ แต่เสียงเตือนข้อความก็ทำให้แบคฮยอนชะงัก



          คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: แบคฮยอนแบคฮยอนแบคฮยอนปาคุเฮน


            คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: วันนี้มีส่งงานตอนคาบเช้านะ


ร่างเล็กถอนหายใจ ปิดโทรศัพท์ในมือก่อนจะยัดมันเก็บใส่กระเป๋า เขาเงยหน้าขึ้นตอบไคที่กำลังรอคำตอบอยู่
           




“โทษทีว่ะ วันนี้กูคงไปไม่ได้”
            ไคทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ กำลังจะเอ่ยปากถามว่าทำไม แต่รถไฟก็จอดตรงสถานีที่เขาต้องลงเสียก่อน เพื่อนผิวสีแทนจึงทำแค่เอื้อมมือมาตบไหล่แบคฮยอน “มึงจะมาเมื่อไรก็บอกกูละกัน”
            “อือ”






 “โอ๊ะ นั่นมันคุณบยอน”
            ...ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร...


            “วันนี้ฝนจะตกรึเปล่า”

            ...อยู่ๆก็รู้สึกขึ้นมา...
           

“ฉันต้องตาฝาดแน่ๆ”
          ...ถ้าเพื่อเขาแล้ว...

            “เอาสมุดไปส่งให้แล้วนะ”
            ...บางที...


            “ขอบคุณนะฮยอนนี่
^^
            ...ผมก็เป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้...


















            

            “หาอะไรอยู่รึเปล่าคะ”
            แบคฮยอนหันไปยิ้มแหยๆให้กับพนักงานที่เดินเข้ามาทัก ไหนๆเธอก็เข้ามาชวนคุยแล้ว เขาเลยชี้ไปยังเสื้อแจ๊คเกตตัวใหญ่ที่ใส่โชว์อยู่บนหุ่น
            “ผมดูตัวนั้นอยู่น่ะครับ”   
            เธอมองร่างเล็กยิ้มๆ ถามด้วยแววตาหยอกล้อ
            “จะซื้อไปให้แฟนเหรอคะ”
            พอถูกถามแบบนั้น อยู่ๆใบหน้าของผู้ชายหูกางก็ลอยเข้ามาในความคิด แบคฮยอนยกมือขึ้นลูบแก้ม หัวเราะกลบเกลื่อน
            “ป..เปล่าไม่ใช่อย่างนั้นครับ”
            “อ้าว ขอโทษค่ะ เสื้อตัวนี้เป็นตัวยอดฮิตที่ลูกค้านิยมซื้อไปให้คนรักน่ะค่ะ”

            แบคฮยอนยิ้มเขิน ฟันเล็กๆขบริมฝีปากจนเห็นเลือดฝาด เจ้าคนน่ารักทำให้พนักงานนึกอิจฉาคนที่จะได้รับของขวัญชิ้นนี้อยู่ในใจ

            “เขาสูงประมาณนี้ครับ ส่วนไหล่ก็กว้างอย่างกับภูเขาเลย”
            หันมาอธิบายพลางหัวเราะคิกคัก ถึงจะบอกว่าไม่ใช่แฟน แต่ว่าที่เจ้าของเสื้อตัวนี้ต้องเป็นคนสำคัญของคุณลูกค้าตัวเล็กแหงๆ

            “ถ้าเป็นไซส์นี้พอได้มั้ยคะ”
            “ผมขอลองเอามาเทียบดูได้มั้ย”
            “เชิญค่ะ”
            แบคฮยอนหยิบแจ๊คเกตสีน้ำตาลไซส์
XL ขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินไปหยุดหน้ากระจก หมุนตัวสามร้อยหกสิบองศา มองดูไหล่ของเสื้อที่ลู่ตกลงมาเพราะเสื้อตัวที่สวมอยู่มันใหญ่เกินไปสำหรับร่างทิ่เล็กจ้อย พอคิดว่ามันน่าจะพอดีกับชานยอลรอยยิ้มเล็กๆก็หลุดออกมาจากริมฝีปากบาง
            พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของชานยอล
         
เขาอยากจะขอบคุณชานยอลที่ทำให้เกรดเทอมนี้ของเขาพุ่งฉิวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แบคฮยอนได้รับบัดเจ๊ดเพิ่มเป็นของขวัญจากคุณแม่ เขาก็เลยตัดสินใจซื้อของขวัญเล็กๆน้อยๆเป็นการตอบแทนบัดดี้

            “เอาตัวนี้แหละครับ ช่วยห่อของขวัญแล้วผูกโบว์สีเหลืองด้วยนะ”




           คุณได้ส่งข้อความถึง ชานยอล

            น้องบี๋อ่านสือสอบ ไม่อยากตายอย่าทักแชท: พรุ่งนี้จะรออยู่ที่หอสมุดหลังเลิกเรียนนะ 























            “ไอ้นั่นมันคือระเบิดเหรอ”
            แบคฮยอนมองตามสายตาของจงอิน ก่อนจะหยิบห่อของขวัญที่ผูกโบว์สีเหลืองใส่กระเป๋าวางไว้ข้างลำตัว การกระทำนั้นทำให้เพื่อนรักของแบคฮยอนหรี่ตาลงอย่างสงสัย
            “ของขวัญวันเกิดมั้ยล่ะ”
            “ฮะ” จงอินอ้าปากค้าง ถึงกับวางไก่กรอบในมือ
            “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น”
            “เชื่อปะ วันนี้กูเจอพวกผู้หญิงแบกของขวัญมาโรงเรียนอย่างมึงเนี่ยเป็นสิบๆ”
            “แบกมาให้ใครวะ”
            “ก๊อวันนี้วันเกิดปาร์ค ชานยอลคนดังไง” ชื่อของเจ้าของวันเกิด ทำแบคฮยอนสะอึก
            “หมอนั่นดังขนาดนั้นเลยเหรอ”
            “แหงสิ ขนาดมีแฟนแล้วความนิยมของแม่งก็ยังไม่ตก”
            แบคฮยอนหน้าแดง เขากำมือแน่น หัวเราะโดยไม่มีเสียง      
            “ฮะๆ นึกว่าชานยอลยังไม่มีแฟนซะอีก”
            จงอินถอนหายใจ มองเพื่อนตัวเล็กที่ช่างไม่รู้อะไรกับเขาบ้างเลย
            “ถ้าวันนั้นฉันไม่บังเอิญไปเจอมันยืนหอมแก้มเด็กผู้หญิงโรงเรียนสตรีก็คงนึกว่ามันยังไม่มีแฟนเหมือนกันแหละ ในทวิตมีแฟนคลับไอ้ชานยอลแอบถ่ายมาได้ด้วย...”
            “...”
            “...เห็นว่าคบกันมาตั้งแต่สมัยประถมแล้ว”


          







            เย็นวันนั้นแบคฮยอนแวะไปที่หอสมุดก่อนเวลานัด แบคฮยอนวางห่อของขวัญที่ยับยู่ยี่ลงบนโต๊ะตัวหนึ่งที่คิดว่าสะดุดตา ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระดาษเล็กๆออกมาเขียนและแปะมันลงบนห่อของขวัญ
            บนกระดาษแผ่นนั้น มีลายมือโย้เย้ที่เขียนว่า


            ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และขอโทษที่ทำให้ลำบากมาตลอดนะชานยอล
         

          จริงๆแล้ว นาย....ไม่ต้องมาสงสารฉันหรอก...ช่วยอย่าสงสารฉันเลยดีกว่า...
                                                                                               
            น้องบี๋









            ผู้ชายคนนั้นที่ดีแสนดี มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าชานยอลจะดีกับเขาเหมือนเพื่อนคนนึง ที่อยากช่วยเพื่อนเวลาเห็นเพื่อนลำบาก แสดงน้ำใจ ด้วยการเป็นห่วงเรื่องเล็กๆน้อยๆของแบคฮยอน ทั้งหมดที่เขาได้รับนั่นมันก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป ...ที่ชานยอลมีให้กับทุกคน

 

            แบคฮยอนยืนนิ่งอยู่นาน กว่าจะเดินออกมาจากหอสมุด เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าภายนอกที่มืดครึ้ม กระพริบตาถี่ๆ เขาไม่รู้ว่าควรจัดการยังไงกับหยดน้ำใสที่เกิดขึ้นตรงหน่วยตา แบคฮยอนรู้จักแต่ตัวเองที่เข้มแข็งเสมอ แต่พอนึกถึงภาพผู้ชายคนนั้นกับเด็กผู้หญิงในทวิตเตอร์ที่กำลังยืนหอมแก้มกัน น้ำตาหยดเล็กก็พาลไหลลงมาช้าๆ

 

            ฝนหยดแรกของฤดูตกลงปลายจมูก ร่างเล็กดึงกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังมาไว้ด้านหน้า สองมือเกาะกุมมันเอาไว้แน่น โดยไม่สนใจโทรศัพท์มือถือที่ยัดไว้ในกางเกงที่หน้าจอกำลังกระพริบแจ้งเตือนข้อความเข้า

 

            ร่างบางพาสองขาออกวิ่งไปตามทางเดินที่ปูด้วยตัวหนอน แบคฮยอนหวังว่าเขาจะไปถึงหอก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำลงมา และถึงตอนนั้นเขาจะหยุดร้องไห้เสียที

 

ลมกรรโชกแรง ไม้ยืนต้นข้างทางไหวเอน สลัดดอกสีส้มแสดกระจายเต็มพื้นถนนคอนกรีต ฝนเม็ดใหญ่เทโครมลงมาจากฟ้า ทางข้างหน้ามืดมัวด้วยไอหมอก หากฝืนวิ่งไปตอนนี้ นอกจากตัวเขาที่จะเปียกโชก แบคฮยอนกลัวว่าการบ้านที่เพียรทำมาใกล้เสร็จจะเละไปด้วย

คนตัวเล็กตัดสินใจหลบเข้าข้างทาง ในตู้โทรศัพท์เก่าที่ไม่ได้ใช้งานมาแรมปี แบคฮยอนพรูลมหายใจแผ่วเบา ถอดถอนออกมาเกิดเป็นไอขาวๆบนกระจกใส ในเวเลาแบบนี้เขาจึงฆ่าเวลาด้วยการหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็คข้อความเข้า

 



            คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: แบคฮยอนแบคฮยอนแบคฮยอนปาคุเฮน

. ....ถ้าทั้งหมดที่นายทำให้...




            คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: ผมถึงห้องสมุดแล้วนะ ซื้อขนมมาฝากด้วย

. ....จริงๆแล้วนายไม่เคยรักกัน...




.
            คุณได้รับข้อความจาก
            ชานยอล
: คุณอยู่ไหนครับ

....ก็ช่วยอย่าสงสารฉันเลย...



คุณได้ลบ ชานยอล ออกจากรายชื่อเพื่อนเรียบร้อยแล้ว




            ร่างเล็กเอนตัวพิงกับกระจก ความเย็นจากภายนอกซึมผ่านเสื้อนักเรียนตัวบาง ทำร่างน้อยๆสั่นไหว แบคฮยอนในตอนนี้ทั้งอ่อนแอและอ่อนไหว ตาเรียวรีช้อนมองท้องฟ้าภายนอก ก่อนจะขดกายเข้าหากัน และหลับตาลงปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาช้าๆ



            ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาคงเลือกไม่เป็นบัดดี้กับผู้ชายคนนั้นที่แสนดี แต่เอาเข้าจริงแบคฮยอนก็ทำไม่ได้อยู่ดี เขาไม่อยากปล่อยให้เรื่องราวทั้งหมด ความทรงจำดีๆเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น  แม้ว่าสำหรับชานยอลแล้วเขาก็เหมือนคนอื่นทั่วไป แต่สำหรับแบคฮยอนเขาคนนั้นคือคนพิเศษ

































           คุณได้รับข้อความจาก

            จงอินเพื่อนรัก: เมื่อวานที่กูบอกมึงว่าไอ้ชานยอลมีแฟนแล้ว

 

            คุณได้รับข้อความจาก
            จงอินเพื่อนรัก
: กูล้อมึงเล่น

 

          คุณได้รับข้อความจาก
            จงอินเพื่อนรัก
: ภาพในทวิต กูเป็นคนตัดต่อเอง



            ในเวลาที่ฟ้าฝนข้างนอกยังคงเทกระหน่ำลงมา ให้แบคฮยอนได้นั่งเล่นเอมวีอยู่ในตู้โทรศัพท์นานสองนาน คนตัวเล็กที่สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น ไม่เหลือน้ำตาให้ไหล แทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ เมื่อเลื่อนเช็คข้อความไปทีละอัน และไปเจออันที่เพื่อนรักส่งมาให้เมื่อตะกี้



            “ไอ่เพื่อนชั่ว แล้วทำไมเพิ่งมาบอกวะ ปล่อยกูวิ่งกลางสายฝน นั่งร้องไห้เป็นตุ๊ดอยู่ตั้งนาน ฮือออ”

          “ร้องไห้ทำไมเหรอครับ”

“ก็ไอ่จงอินอะมันบอกชานยอลมีแฟนแล้ว”


          “แบคฮยอนร้องไห้เพราะผมเหรอครับ”



          กำลังจะตอบออกไปว่าเพราะมึงอะดิ ไม่งั้นจะมานั่งบ้าอยู่ตรงนี้เหรอ แต่แล้วคนตัวเล็กก็แทบหยุดหายใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ากำลังคุยกับใครบางคนที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตู้โทรศัพท์



            ไล่มองดูชุดนักเรียนของคนตรงหน้าที่ไม่เคยยับ ท่อนแขนแข็งแรงที่ถือร่มคันเล็กเอาไว้ และใบหน้าคมคาย เจ้าของลักยิ้มที่ละลายใครต่อใครมานักต่อนัก  แบคฮยอนเขินจัดหน้าขาวขึ้นสีแดงก่ำ



            แต่แล้วตาเรียวก็เปลี่ยนเป็นวาววับยามมองคนตรงหน้า ที่กำลังจ้องมาทางเขายิ้มๆ ให้ตาย! ทำไมมันต้องยิ้มแบบนั้นด้วยวะ ทำอย่างกับรู้หมดแล้วว่าเขาเพิ่งเป็นบ้าเพราะมัน และตอนนี้เขาก็กำลังจะละลายเพราะมันคนเดียวกัน



“นายมาตามหาฉันทำไม” แบคฮยอนตีหน้าบึ้ง ถามพร้อมเชิดจมูกขึ้นเล็กน้อย เพราะพอมันบอกว่ามาตาม แบคฮยอนจะทำเป็นเล่นตัวนิดๆ ก่อนจะทำเป็นใจอ่อน แบบนั้นจะได้ดูไม่เสียหน้าเท่าไร


            แต่แล้วแผนที่วางไว้เป็นอันต้องแตกเพล้ง แบคฮยอนแทบเก็บเศษหน้าไม่ทัน เมื่อชานยอลสวนกลับมาว่า


            “การบ้านของผมที่แบคฮยอนเอาไปลอก”


            แถมย้ำด้วยการยื่นมือมาตรงหน้า แบขอสมุดการบ้านที่เคยให้ยืมไป แบคฮยอนหน้าตึง หัวเราะขื่นๆในลำคอ


            “นี่แกจะบอกว่าที่ตามหาสมุดการบ้าน”


            เขาคงลืมนึกไปว่าชานยอลให้ความสำคัญกับการบ้านมาแต่ไหนแต่ไร พอถามออกไปแบบนั้นเจ้าคนที่น่าจะแต่งงานกับการบ้านไปเลย ก็ยังพยักหน้า


            “ผมทำตั้งนานกว่าจะเสร็จ ถ้าหายไปผมคงแย่แน่เลย”


            เท่านั้นแหละสมุดการบ้านที่เขียนชื่อปาร์ค ชานยอลก็ลอยหวือใส่หน้าชายหนุ่ม พร้อมกับนัยน์ตาเรียวรีที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส ยามสบตากับคนตรงหน้าที่รีบคว้าสมุดเอาไว้ ราวกับกลัวว่ามันจะเปียกน้ำฝน


            “ได้ของนายแล้วก็รีบๆถอยไป มาทางไหนกลับไปทางนั้น เกลียดขี้หน้าว่ะ!”


            พูดจบแล้วก็ทำท่าจะแทรกตัวหนีไปเสียดื้อๆ แต่มีหรือคนที่หัวร้อนตามหาเจ้าตัวเล็กแทบพลิกแผ่นดินจะยอมให้ไอ้ตัวแสบหนีไปง่ายๆ ก้านแขนกำยำกางกั้นปิดทางไม่ให้อีกฝ่ายได้หนี เท่านั้นไม่พอ ชานยอลโยนร่มที่ถือติดตัวมาแต่แรกไว้ข้างกายก่อนจะก้าวเข้าไปในตู้โทรศัพท์เล็กๆ แทรกกายกักแบคฮยอนที่พยามจะมุดตัวหนีไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแรง  


            แผ่นหลังเล็กถูกดันติดกระจก แทนที่จะปล่อยไปเหมือนทุกครั้ง คนตัวสูงกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามอ้อมแขนแข็งแรงกอดกระชับไอ้ตัวยุ่งเอาไว้ 


            มีอย่างที่ไหนเอาของขวัญมาให้ แล้วยังมาเขียนตัดพ้อถึงเขา โดยที่ชานยอลก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิด ดีที่เขาโทรไปถามจงอินเพื่อนสนิทของไอ้ตัวยุ่ง ถึงได้รู้ว่าโดนงอนเรื่องอะไร ถึงจะหงุดหงิดที่โดนเข้าใจผิด แต่อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ได้ว่าแบคฮยอนเองก็คิดไม่ต่างกัน


            “ยังมีของอีกอย่างที่ยังหาไม่เจอครับ” ว่าเสียงทุ้ม


            “ก็ไปหาซี่ คุณชานยอลของโลกใบนี้อยากได้อะไร ขอแค่บอกสาวๆก็แทบจะเอามาประเคนให้อยู่แล้วนี่” ชานยอลขมวดคิ้วมุ่น เขาถอนหายใจเบาๆ นึกอยากจะหาอะไรมาปิดปากเจ้าตัวแสบในอ้อมแขน ที่เริ่มจะขยับยุกยิก


            “แต่ของชิ้นนี้แบคฮยอนเป็นคนขโมยไปนี่ครับ”


            “อย่ามาบอกนะว่าฉันขโมยหัวใจนายไป มุขเก่าชะมัด ไปเรียนมาใหม่ไป๊”


            เจ้าตัวแสบที่ดันรู้ทัน ทำให้ชานยอลนึกอยากจับปากเล็กนั่นบีบด้วความเอ็นดู เขาเปลี่ยนมาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังตรงข้างหู


            “แล้วแบคฮยอนจะเอายังไงครับ”


            “เฮ้อ วันๆเอาแต่เรียนจนหาแฟนไม่เป็นรึไง ต้องให้พี่แบคออกโรงใช่มะ ไหนเอาแขนนายมาซิ”


            ชานยอลชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วนัยน์ตากลมก็มีแววขบขัน เขาแยกยิ้มบางๆ พลางกระชับกอดร่างจ้อยให้แนบชิดขึ้นไปอีก


            “แขน แล้วยังไงต่อครับ”


            “แขนเป็นฟอ ขอเป็นแฟนไง เจ้าทึ่ม”


            “เป็นก็เป็นครับ”


            แล้วใบหน้าของเจ้าคนที่ถูกหลอกให้พูดออกมาเองก็แดงก่ำ พยามดิ้นออกจากอ้อมแขนคนตัวโตที่หลุดหัวเราะกึกๆ ตอนนั้นแหละถึงได้รู้ว่าชานยอลมันแกล้งทำเป็นโง่ หลอกให้เขาพูด กำหมัดแน่นทุบอกร่างหนาอย่างเจ็บใจ พยามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม



            “ปล่อยเลย ไม่เล่นแล้ว จะกลับหอ”

            “เดี๋ยวสิครับ ผมยังไม่ได้บอกรักแบคฮยอนเลย” ชานยอลคว้าเอวบางเอาไว้ ก้มลงกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มน่าฟัง

            “ไม่เอา ไม่ฟังแล่ว” แต่คนที่เขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดที่ไหนแล้วได้แต่ส่ายหน้าหวือ

            “ผมหลงรักแบคฮยอนตั้งแต่เจอคุณถือไม้หน้าสามมาโรงเรียนวันแรก”

            แต่ดิ้นให้ตายชานยอลก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปได้หรอก

            “เจ้าบ้า...เจ้าคนแปลก”

“ผมชอบที่แบคฮยอนเป็นตัวของตัวเองแบบนั้น แล้วมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ”

            “หยุดพูดสักที เขินนะโว้ยยย”

            “ผมรักแบคฮยอน”

            “ฮื่อออ”

            “รักมาก” ยิ่งเจ้าคนฟังดิ้น เขาก็ยิ่งก้มลงไปกระซิบจนชิดกับใบหูแดงก่ำ “และจะรักตลอดไป” 
            
“you’re so weird…but I love you







H A P P Y E N D I N G

 














TALK

แปลกยังไงก็รักงี้ ธีมนี้เขียนไว้นานมากกกกแล้วบังเอิญไปเปิดเจอ ตอนนั้นมันคงตัน เลยแต่งไว้ไม่จบ เลยหยิบเอามาปัดฝุ่นใหม่แก้คิดถึงกันไปก๊อนนน นี่คิดถึงทุกคนนะ แต่ชีวิตปีที่แล้วมันโคตรจะยุ่งเลย มันอาจจะดูงงๆดาร์กๆตลกบ้าๆบอๆไปบ้าง ให้อภัยกันนะคะ ร้างลามานานยังไม่เข้าที่หลายๆอย่างเลย แต่ก็หวังว่าทุกคนจะชอบ ไปละ อย่าลืมคอมเมนท์ให้คนเขียนชื่นใจสักเล็กน้อย รักเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเข้าไปกรีดร้องในแท็กได้ #ficsomecb มุ๊ฟๆๆ































  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1331 PARKSELOR (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:28
    เอ็นดูวววว ขำด้วย55555555 สนุกมากค่ะ😊😆
    #1,331
    0
  2. #1202 taki6104 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 07:25
    ฟีลกู้ดมากค่ะกรี๊ด
    #1,202
    0
  3. #1061 CB-614 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 07:30
    เกลียดที่ชอบเค้าตั้งแต่ถือไม้หน้าสาม55555
    #1,061
    0
  4. #946 Chakbann (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:49

    ชานแบคน่ารักก

    #946
    0
  5. #561 sunshinyi19 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 23:01
    ฮื่ออ คือน่ารักกและตลกเช่นกันน ,,,ขำหนักมากตรงถือไม้หน้าสาม5555
    #561
    0
  6. #196 p_yeoldollar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:42
    ฮืออออ ความรักเต็มไปหมด ท่ามกลางสายฝนในตู้โทรศัพท์ โรแมนติกอ่าาา
    #196
    0
  7. #192 EsHyun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 09:16
    ไม้หน้าสามมันโดนใจ 555
    #192
    0
  8. #190 Oluk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 09:43
    ชอบที่เขาถือไม้หน้าสามมาโรงเรียนวันแรก บ้า เอ็งบ้าไปแล้วปาร์คชาน 555555555555
    #190
    0
  9. #187 noohin indy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:06
    น่ารักมากกกก
    #187
    0
  10. #185 euneun_b (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 16:19
    น่ารักกกกก
    #185
    0
  11. #181 M i n y a t u r (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 23:43
    โคตรน่ารักเลยยยย บ้าเอ้ย เขินมากกกก
    #181
    0
  12. #178 izfxrn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:40
    ตลกร้าย5555
    #178
    0
  13. #174 vviilaiiii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 17:37
    ชอบชานยอล55
    #174
    0
  14. #154 tunnx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 19:42
    ชานยอลแกล้งซึน555555
    #154
    0
  15. #87 tobenmom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:17
    งื้อออออ ละมุนน
    #87
    0
  16. #77 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 22:19
    โอ้โห เกือบตบปาร์คชารยอลแล้วมั้ยล่ะ555555555 ใจบ่ดีมากเลย ม่าง จงอินม่างงงงงงง
    #77
    0
  17. #74 prengpim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 17:40
    ชอบมากๆเลยค่ะ นาร๊ากกก มาต่ออีกนะคะ
    #74
    0
  18. #73 byun0506 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 07:38
    ชอบตั้งแต่ถือไม้หน้าสาม555
    #73
    0
  19. #69 EATWELL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 00:21
    ขอบบยอะน่ารักกกแต่งดีมากอ่านลื่นมากกเขินมาก แต่งอีกเยอะๆนะ
    #69
    0
  20. #66 MSnowM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 15:34
    ตลกแบค55555 น่ารักกกกก
    #66
    0
  21. #64 countingstars (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 16:08
    ขำชื่อแชทมากค่ะ ชอบเว้อ น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #64
    0
  22. #62 ppinoccio (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 16:26
    โอ้ย55555 แบคยอลค่ะ55555
    #62
    0
  23. #60 ikonsouy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 22:01
    แบคยอลปะคะเนี่ย5555555
    #60
    0
  24. #58 kkimmaggurren (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 21:49
    ดีต่อจุยยยย
    #58
    0
  25. #56 92x95n (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 00:58
    ฮื่อน่ารักมากอะ 55555555555 ชอบแบคฮยอนแบบนี้อะ ตลกที่อ่านแชท แมนๆแทนตัวเองว่าน้องบี๋ อ่านละยิ้ม ตอนสารภาพนี่น่ารักล้านเท่า เขิง
    #56
    0