[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 14 : [SF] ขวัญใจ : ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 531 ครั้ง
    31 มี.ค. 62










    
            มือเล็กบีบเข้าหากันแน่น ขวัญใจไม่น่าตามขึ้นมาแต่แรกเลย คิดได้แบบนั้น ก็ตัดสินใจเดินลงจากเขา โดยไม่หันไปมองคู่ชายหญิงที่กำลังพลอดรักกันอยู่หลังแท๊งน้ำนั่น แต่เพราะเหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เท้าเล็กจึงเผลอไปเหยียบแอ่งโคลนที่มีน้ำขัง ลื่นพรืดก้นกระแทก

  
                “โอ๊ยยย”


                ชลธรกับกาหยูผละออกจากกัน คิ้วหนาขมวดฉับ เสียงร้องที่ได้ยินเขาว่าเขาจำไม่ผิด


                ขวัญใจกัดปากร้องซี้ด ลำพังแค่ล้มน่ะไม่เท่าไร แต่เผลอไปเหยียบเอาตอไม้เข้าด้วย ก้มลงดูเท้าเปล่าที่รองเท้าหลุดไปแล้ว มีกิ่งไม้ซีกเล็กหักคาอยู่ น้ำตาที่กลั้นไหวก็ไหลซึมออกมา “บ้าชะมัด”


                “ขวัญใจเป็นอะไรรึเปล่า” เป็นเพื่อนคณะพละที่วิ่งเข้ามาถึงตัวก่อน ร่างสูงพยุงเพื่อนตัวเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง


                ตอนนั้นเองที่ชลธรกับกาหยูเดินมาเจอ ร่างเล็กเม้มปากแน่น ไม่อยากให้สองคนนั้นมาเห็นตัวเองในสภาพน่าสมเพชแบบนี้เลย ขวัญใจกัดฟันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นใส่รองเท้า ทั้งๆที่มีเลือดซึมออกมาจากบาดแผล เขาอยากกลับลงไปข้างล่างให้เร็วที่สุด แต่เสียงทุ้มต่ำของพี่ชลดังขึ้นก่อน


                “นั่งลงไปนิ่งๆ” ไม่พูดเปล่า มือหนาเอื้อมมากดไหล่เล็ก ขวัญใจที่ไม่อยากเจ็บตัวมากไปกว่านี้จึงยอมนั่งลงอย่างเสียไม่ได้


                แล้วว่าที่คุณหมอก็ย่อตัวลงอยู่ในระดับเดียวกัน จัดแจงจัดท่าให้ขวัญใจนั่งเหยียดขา ก่อนจับข้อเท้าเล็กขึ้นมาวางพาดบนหน้าขาตัวเอง ตาคมเหลือบมองเจ้าคนที่พยามกัดปากกลั้นเสียงร้องเอาไว้ ทั้งที่คงเจ็บแผลไม่น้อย เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกง เช็ดทำความสะอาดรอบบาดแผล เห็นเสี้ยนที่ตำอยู่บนเท้าเล็ก ยังไงก็ต้องบ่มเอาออก “อดทนหน่อยนะ พี่จะทำเบาๆ”



                “อื้อออ..พี่ชลบะ..เบาหน่อยซี่” คนตัวเล็กร้องท้วงเสียงกระเส่า ตอนที่ว่าที่คุณหมอใช้มือค่อยๆบ่มเอาเสี้ยนออกให้ ไม่รู้ตัวเลยว่าทำเจ้ประธานค่ายที่ยืนมองสถานการณ์อยู่แต่แรกหน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน



                “เจ็บเหรอ นี่พี่ดึงเบาแล้วนะ”


            ถ้าไม่รู้ว่าน้องมันโดนเสี้ยนตำ ก็คงนึก..



                “อ๊า..”


            ว่าดูหนังโป๊อยู่     



                “อยู่นิ่งๆสิ มันจะออกแล้ว”


                “อื้อ”



                พอบ่มเอาหนามออก ร่างสูงก็ใช้ผ้าอีกผืนพันเท้าเล็กเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมามากกว่าเดิม



                ทีแรกกาหยูก็อยากรู้ว่าใช่เจ้าเด็กตัวเล็กคณะเธอรึเปล่า ที่ได้ใจคุณชายชลธรผู้เป็นที่หมายปองของคนค่อนมหาลัยไป แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเองแบบฟูลเอชดี กาหยูยิ่งแน่ใจแถมด้วยอาการหน้าร้อนจนแทบไหม้ เหลือบมองน้องเดือนคณะพละดูเหมือนตอนนี้จะโดนความมืดกลืนกินไปแล้ว เธอยกมือไปตบบ่าน้องมันเบาๆ ด้วยความเห็นใจ



                “มาในที่แปลกถิ่นแล้วมาเดินใจลอย พี่ก็เคยบอกแล้วว่ามืดๆจะไปไหนก็บอกพี่ ไม่ใช่มากับใครก็ไม่รู้ที่ไว้ใจไม่ได้” ประโยคหลังจงใจเหน็บแนมเจ้าเด็กคณะพละที่ยืนเป็นตัวประกอบอยู่


                “ถ้ามันลำบากพี่ชลนักก็ไม่ต้องมาห่วง เราดูแลตัวเองได้”                ขวัญใจกัดปาก ยกมือเช็ดคราบน้ำตา รู้สึกโชคดีที่ตรงนี้มันมืดจนพี่ชลมองหน้าขวัญใจไม่ชัด


                “ถ้าเก่งแล้ว ทำไมมาลื่นก้มจ้ำเบ้าอยู่ตรงนี้”


                คนถูกดุเม้มปากอย่างแสนงอน พึมพำเสียงเบา “มันเป็นเพราะใครล่ะ”


                แต่ก็ไม่พ้นคนหูดี ชลธรยกคิ้วขึ้นสูง ถามด้วยความแปลกใจ “ตามพี่ขึ้นมาเหรอ?”


                “ปะ..เปล่าซะหน่อย เราขึ้นมาดูดาวกับเพื่อน”


                พอนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เพิ่งเห็นภาพบาดตา มือเล็กก็กำเสื้อตัวเองแน่น ผลักอกคนตัวสูงให้ถอยห่างออกไป พยุงตัวเองลุกขึ้นโดยแท๊งน้ำเป็นหลัก


                “เราไปกันเถอะโดยอง” หันไปเรียกเพื่อนคณะพละ ฝ่ายนั้นกำลังจะเข้ามาช่วยพยุง



                แต่ตัวเล็กของขวัญใจกลับถูกแรงมหาศาลของคนแข็งแรงกว่า อุ้มจนตัวลอยขึ้นจากพื้น ขวัญใจที่ไม่ทันตั้งตัวผวาใช้สองแขนคว้าลำคอแกร่งเอาไว้ ทำคนยืนมองทั้งสองเบิกตาค้าง ก็ชลธรกำลังอุ้มน้องขวัญใจไว้ในท่าอุ้มเจ้าสาวนี่นา


                “เจ็บตัวอยู่ก็อย่าซ่าให้มาก”

                แต่คนถูกอุ้มน่ะไม่รู้ตัวหรอก เพราะกำลังน้อยใจผู้ชายตรงหน้า แล้วตอนนี้ร่างสูงก็ยังมาดุกันอีก


                “ไม่ชอบเราก็ไม่ต้องมาอุ้มเราเลย” พยามขยับตัวให้ร่างสูงปล่อย แต่ท่อนแขนแข็งแรงนั้นกับกระชับตัวเล็กๆไว้ยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าคมก้มลงจนริมฝีปากชิดใบหูเล็ก กระซิบเสียงต่ำ


                “อย่าดื้น เดี๋ยวพี่ทำเราร่วงจะหาว่าไม่เตือน”


                ขวัญใจ พยามก้มหน้าหนี แต่มันกลายเป็นว่าต้องเอาหน้าซุกกับแผงอกกำยำของคนตัวสูงให้แนบชิดกว่าเดิม ร่างเล็กหน้าร้อนผ่าว นึกเจ็บใจตัวเองที่เผลอใจเต้นเพราะไออุ่นของคนร่างสูง แต่พอนึกขึ้นได้ว่ามีอีกกี่คนที่ได้ใกล้ชิดผู้ชายคนนี้ ขวัญใจก็พึมพำเสียงเบา


                “ขอโทษที่เราไม่ได้ตัวเบาหวิว เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่พี่ชลเคยอุ้ม”



                กาหยูเหลือบหมองน้องคณะกับเพื่อนของเธอ เธอได้ยินเสียงถอนหายใจของชลธร ทั้งสองคนเหมือนคู่รักที่กำลังง้องอนกันไม่ผิด และมันทำให้เธอหน้าร้อนขึ้นมาอีกแล้ว ก็น้องขวัญใจน่ะไม่รู้หรอกว่าพี่ชลของน้องไม่เคยอุ้มสาวที่ไหนมาก่อน หมอนั่นมันเลยกลัวทำน้องตก ไม่ใช่เพราะน้องตัวหนักอย่างที่น้องมันคิด



                ตอนที่ชลธรอุ้มขวัญใจลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย มีเด็กกลุ่มหนึ่งเดินมาเข้าห้องน้ำพอดี คนพวกนั้นมองทั้งสี่คนเป็นตาเดียว พอเห็นว่ามีคนบาดเจ็บก็เลยเข้ามาช่วยกันพยุง ชลธรอยากถามถึงสาเหตุที่จู่ๆขวัญใจก็ปีนขึ้นไปบนเขานั่น แล้วยังไอ้เด็กคณะพละที่เขาไม่เคยคิดจะจำชื่อ แต่จะเอ่ยปากถามไปตอนนี้ก็ดูเหมือนคนตัวเล็กไม่พร้อมจะตอบ ยิ่งพยามสบตา น้องกลับยิ่งหันหน้าหนี จนพากันมาถึงหน้าห้องพยาบาล ขวัญใจก็ถูกพาตัวไปทำแผล ส่วนเขาเองก็ต้องไปประจำหน้าที่เฝ้ายามจนถึงตีหนึ่ง



                ตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว ที่ชลธรสังเกตเห็นว่าขวัญใจพยามหลบหน้าเขา ไม่สิ ตั้งแต่เมื่อเช้าด้วยซ้ำที่น้องไม่ตอบข้อความ แล้วเมื่อกี้ตอนที่สบตากัน แววตาที่ซุกซนกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เซ้นส์มันบอกเขาว่าขวัญใจมีบางอย่างผิดปกติไป และดูเหมือนทั้งหมดมันจะเป็นเพราะเขา ชลธรก็อยากจะคุยกับขวัญใจให้เข้าใจกัน แต่โอกาสก็ไม่เป็นใจเลย













- - - - - - - - - - - - 40%- - - - - - - - - - - - - 















                “พวกมึงจำได้มั้ยที่กูบอกว่าวันนี้กูเห็นเด็กใส่เสื้อแดงๆ ที่วิ่งเข้ามาเล่นในหอนอนเรา”

                “น้องคนที่มึงเดินตามหาไปทั่วเมื่อเย็นน่ะเหรอ”

                “เออ คนนั้นแหละ แล้วมึงรู้มั้ยตอนกูไปถามป้าร้านชำที่อยู่หน้าโรงเรียน ป้าเขาทำหน้ายังไง”

 
               “ยังไงวะ”

 
               “หน้าซีดเหมือนเห็นผี”

               
“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าน้องที่มึงเห็น..”

 
               “คิดว่าไงล่ะ ช่วงเด็กปิดเทอมแบบนี้ เด็กที่ไหนมันจะมาวิ่งเล่นในห้องเรียน นอกจาก..”

 
               “กูขนลุกแล้วนะ”

 
               “ก็พอกูถามป้า เขาก็เล่าให้ฟังว่า เขามีลูกชายอยู่คนนึงเคยเรียนที่นี่แหละ ปีที่แล้วมันสอบเข้าโรงเรียนในจังหวัดไม่ได้ก็เสียใจมาก เลยไปผูกคอตายอยู่ตรงต้นมะขามหลังโรงเรียน”

 
               “...”

 
               “ตอนตายก็ใส่ชุดนักเรียนปกตินี่แหละ ไม่ได้ใส่เสื้อแดง ส่วนเด็กเสื้อแดงที่กูเห็นเป็นน้องชายของน้องคนที่ผูกคอตาย ทุกเย็นน้องมันจะเอาขนมมาใส่ไว้ใต้โต๊ะให้พี่มัน แล้วน้องมันก็ยังไม่ตาย พอป้าเล่าจบมันก็โผล่ออกมาช่วยขายของอยู่เลย”

 
               “งะ..งั้นห้องที่พวกเรานอน กะ..ก็เป็นห้องเรียนเก่า ของน้องคนที่ผูกคอตายเหรอ” ขวัญใจยกมือขึ้นถาม ทั้งที่ไม่ชอบฟังเรื่องผีเลย แต่ก็ต้องมานั่งล้อมวงกับเพื่อนด้วย เพราะไม่อยากไปนอนคลุมโปงอยู่คนเดียว 

 
               “เห็นถุงขนมใต้โต๊ะนั่นมั้ยล่ะ” ขวัญใจที่หน้าซีดเป็นกระดาษ พยักหน้าหงึกๆ “ของน้องเสื้อแดงที่กูบอก” 

 
               “อย่าบอกนะว่า ต้นมะขามตรงหลังห้องนี้ ก็คือต้นที่พี่ชายน้องเสื้อแดงผูกคอตาย” คนทั้งวงเงียบกริบ ต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก


                ตอนนั้นเองคนที่คิดว่าตัวเองแมนสุดแต่ตัวเล็กสุดในห้องนี้แล้วก็โพล่งขึ้นมา “บ้าน่า
! โรงเรียนนี้มีต้นมะขามตั้งหลายต้น อีกอย่างต้นที่อยู่หลังห้องไม่ใช่ต้นมะขามซะหน่อย”

 
               “เราพาไปดูก็ได้ ปวดฉิ้งฉ่องพอดีเลย มีใครอยากไปกับเรามั้ย”

 
               ทั้งที่ตรงนี้นั่งกันอยู่มากกว่าสิบชีวิต แต่ทั้งห้องกลับเงียบกริบ  


                
ร่างเล็กกำหมัดแน่น ปากก็สั่นหงึ่กๆ มองจากดาวอังคารยังรู้ว่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่ยังเก๊กเอาไว้ มันเรียกรอยยิ้มกว้างให้คนเห็น ขวัญใจพูดเสียงสั่น “ระ..เราเดินไปคนเดียวก็ได้ ห้องน้ำอยู่แค่นี้ ไม่ได้กลัวสักหน่อย”


  
              เพื่อนคนที่ตั้งวงเล่าเรื่องผีหัวเราะ “เออๆ อย่าร้องไห้จ้าวิ่งกลับมาก็แล้วกัน”


                “ฮึ่ย
!!” ขวัญใจบึนปากใส่เพื่อน รีบลุกขึ้นทันที เสียงหัวเราะดังเกรียวกราวไล่หลังมา แม้ทางเดินจากอาคารเรียนไปทางห้องน้ำจะมืดตื๋อ แต่ขวัญใจว่าถ้าไม่คิดถึงผี ผีมันก็ไม่ออกมาหรอก เท้าเล็กหนีบอีแตะช้างดาวรีบก้าวไวๆ มาถึงหน้าห้องน้ำ ยังมีแสงจันทร์ กับแสงไฟไกลๆจากอาคารเรียน ทำให้หน้าห้องน้ำไม่น่ากลัวอย่างที่คิด 




 
               ร่างเล็กเสียบกระบอกไฟฉายไว้ตรงรูข้างกำแพง รีบทำธุระส่วนตัวแบบพริบตาเดียว เสร็จแล้วก็วิ่งจู๊ดออกจากห้องน้ำ ใช้ไฟฉายส่องทางเดิน ขากลับก้าวได้ไวกว่าขามา ขวัญใจผ่านแปลงดอกเข็ม กำลังจะเลี้ยวผ่านมุมอาคารเดินเข้าห้องเรียนที่เป็นเรือนนอน 


 
               ทว่าพอเลี้ยวพ้นมุมตึก ร่างเล็กกลับต้องผงะ ทำไฟฉายหลุดมือ จู่ๆแมวดำตัวหนึ่งที่ไม่รู้มาจากทางไหนก็โผล่มากระโดดตัดหน้า เรื่องที่เพื่อนเล่าวาบเข้ามาในหัว ขวัญใจรีบก้มลงเก็บไฟฉาย คราวนี้ใส่เกียร์หมารีบวิ่งเข้าห้องนอนทันที 


  
              ในห้องเรียนชั้นประถมมีเพื่อนๆนอนเรียงกันเป็นแนว เพราะดึกมากแล้วพอขวัญใจกลับมาจากห้องน้ำ ไฟในห้องก็ปิดหมด คนตัวเล็กที่ไม่กลัวผีหรอก เพราะผีเกิดจากภาพที่เราสร้างขึ้นในสมอง นอนหลับตาปี๋ พยามบอกตัวเองว่าแปบเดียวเดี๋ยวก็เช้า แต่พอใกล้เคลิ้มหลับ แรงสะกิดยิกๆตรงแขน ทำให้ขวัญใจต้องลืมตาโพลงขึ้นมาอีก


 
               “นะ..นายได้ยินเสียงมั้ย” 

 
               “สะ..เสียงอะ..ไร” ขวัญใจกลืนน้ำลายลงคอ ทั้งที่วันนี้ทุกคนเหนื่อยจนแทบไม่มีแรงเดินแล้วแท้ๆ แต่ดึกป่านนี้ขวัญใจก็ยังนอนไม่หลับเพื่อนคนที่นอนข้างๆด้วยเช่นกัน

 
               “ฟังดีๆสิ”


                ขวัญใจนึกถึงหนังผี ตอนที่ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบ แล้วเสียงเลื่อนโต๊ะที่ไม่มีใครนั่งก็ดังขึ้น แต่นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผี ดังนั้นเสียงที่ทำให้คนตัวเล็กที่อยู่ในเมืองมาทั้งชีวิตขนลุกซู่ได้ก็คือ...
T_T


            ตับบบ..แก่
!ตับบบ..แก่!ตับบบ..แก่!



 
               “ดึกๆมันจะไต่ลงมากินไส้เรามั้ย”

 
               “บะ..บ้าน่า..นายอ่านนิยายมากไปรึเปล่า”

                “เราเคยได้ยินมาจริงๆนะ”


 
           ขวัญใจยกมืออุดหู ภาพตุ๊กแกที่เคยเห็นในหนังสือลอยเข้ามาในหัว ทีแรกก็ทำเป็นไม่สนใจได้อยู่แล้วเชียว แต่ถ้าดึกๆมันไต่ลงมาร้องตับแก่ๆอยู่ข้างๆ ขวัญใจจะทำไงล่ะเนี่ย ฮือออ ขวัญใจคิดถึงคุโด้จริงๆ ถ้าคุโด้อยู่ด้วย คงจับตุ๊กแกมาปิ้งกินสบายใจเฉิบ แต่เพราะคุโด้ไม่ได้มา หมอนั่นบอกว่ามีอะไรให้บอกพี่ชลได้เลย 


 
           ถ้าเป็นพี่ชล จะหาทางทำให้มันหยุดร้องได้เหรอ ป่านนี้คนคนนั้นทำอะไรอยู่กันนะ





















                
                เพราะใช้ชีวิตอยู่เวรดึกและอดนอนเป็นประจำ ดังนั้นในคืนแรกของการเข้าค่ายชลธรจึงรับหน้าที่เวรยามเฝ้าดูแลความปลอดภัยตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนจนถึงตีห้า ในคืนที่ยังมีเรื่องข้องใจกับคนตัวเล็กคนนั้นอยู่ เขาเองก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้เหมือนกัน ชลธรจึงเดินถือไฟฉายออกมาตรวจเวรยามดึก 


                กลางดึกมีเพียงแสงไฟในสนามที่ถูกเปิดทิ้งไว้ดวงเดียว เขาจึงต้องอาศัยแสงไฟจากไฟฉาย เดินตรวจยามไปตามทางเดินที่เป็นเรือนอนชั้นสองผ่านห้องนอนผู้หญิง ตอนนั้นเองที่เขากำลังเดินลงไปชั้นหนึ่ง เดือนแพทย์ก็ถูกใครบางคนดักหน้าไว้


                “พี่ชลคะ


                “อ้าว น้อง” เขาชะงักไป จำได้ว่าเธอคือน้องคนที่เขาเข้าไปช่วยปรับหน้าดินที่สวนสมุนไพร แต่จำชื่อเธอไม่ได้แล้ว เพราะในหัวของเขามีแต่เจ้าคนตัวเล็ก ที่ชอบทำหน้างอ ทำตัวน่าตี ทำเขาไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้

                “วันนี้พี่ชลคงเหนื่อยแย่เลยนะคะ” 


                ดูก็รู้ว่าสาวเจ้าจงใจทอดสะพานมาให้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงยินดีที่จะข้ามสะพานไปหาเธอ แต่วันนี้เขากลับไม่รู้สึกอยากทำแบบนั้น ชลธรรู้ตัวมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ปฏิเสธน้องใบพัดนั่นแหละ 


                “แค่นี้พี่สบายมาก เราก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบไปนอนเถอะ” 


                เขาตั้งใจจะเดินผ่านเธอไป แต่มือเล็กกลับเอื้อมมาจับมือของชลธรเอาไว้ เดือนแพทย์ชะงัก ไม่อยากทำให้หญิงสาวเสียหน้า แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็กลายเป็นให้ความหวังเธออีก “แป้งขอไปนอนกับพี่ชลนะคะ” 

                ชออิบอ หออายอ 
-_-


                “คือพี่..”


                ระหว่างที่พยามหาข้ออ้างเพื่อปลีกตัวออกมา ตอนนั้นเองไฟฉายในมือกวาดส่องไปยังบางสิ่งบางอย่างหรือใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงตีนบันได 


                ชลธรชะงัก มองเห็นแค่เงารางๆในความมืด เขาก็รู้แล้วว่าเป็นใคร


                “เอ๊ะ
!! เดี๋ยวสิคะพี่ชล” ใช้โอกาสตอนที่หญิงสาวกำลังตกใจ ชลธรบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการกอบกุม รีบวิ่งตามร่างเล็กที่เดินหลังไวๆเห็นเป็นเงารางๆในความมืด




                ร่างสูงวิ่งมาทันตอนร่างเล็กเดินผ่านหน้าห้องธุรการที่เขาใช้เป็นห้องนอน มือหนาคว้าแขนบางเอาไว้ กระชากให้คนที่ก้าวฉับๆหันกลับมา


                “เลิกวิ่งหนีพี่สักทีได้มั้ย” 

                “เราไม่ได้หนีใคร เราจะเดินไปเข้าห้องน้ำ”

                ชลธรถอนหายใจ หรี่ตามองคนตรงหน้า “ทางไปห้องน้ำ มันเดินไปอีกทาง” 

                “เราเดินมาผิดทาง
!

                “ไปห้องน้ำ แต่หอบหมอนกับผ้าห่มมาด้วย?” ถึงตอนนี้ชลธรเพิ่งสังเกต ขวัญใจที่ใส่ชุดนอนสีน้ำตาลยาวกอมเท้า เขาใช้สายตามองข้าวของที่เจ้าคนตัวเล็กกอดเอาไว้ ในอ้อมแขนมีหมอนกับผ้าห่มลายเบ็นเท็นอยู่ นี่ไม่ใช่ว่าน้องมันหอบที่นอนมาขอนอนกับเขา แต่ดันบังเอิญเจอเขากับคนอื่นพอดีหรอกนะ ในหัวประมวลผลอยู่ครึ่งนาทีไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเท่าไร จนได้ยินคำตอบจากปากเจ้าตัว


                “ห้องเรามีแมวดำกับตุ๊กแก เราเลยจะหนีไปนอนในห้องน้ำ พอใจรึยัง” น้ำเสียงฮึดฮัดฟังดูก็รู้ว่า คนตรงหน้ากำลังประชดกัน 


                ตอนนี้ เข้าใจแล้วว่าทำไมน้องคุโด้ถึงเห็นอกเห็นใจเขานัก                
             “เพื่อนผมมันกลัวผี ดึกๆถ้ามีอะไรมาซุก พี่ก็อดทนหน่อยนะ” 




                “ไปนอนห้องน้ำ แล้วไม่กลัวผีหลอกเหรอ”

                “โดนผีหลอก ก็ดีกว่าคนหล..”

                “เฮ้ย
!!!นั่น!!!!!”


                จังหวะที่ร่างเล็กตกใจ หันมองรอบตัวเลิ่กลั่ก ชลธรก็รวบเอวเล็กไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรง ใช้หลังดันประตูดึงตัวร่างเล็กเข้ามาในห้องธุรการ ที่ทางโรงเรียนจัดห้องให้สำหรับเฝ้ากล้องวงจรปิดได้ทั้งคืน เขาล็อคประตูเสร็จสรรพ 



                “พี่ชล
!!แกล้งเราเหรอ” ขวัญใจพยามปัดมือหนาออก แต่ก็สู้แรงคนตัวโตที่ใช้แขนหนารวบเอวเขาไว้แน่นไม่ได้ “ปล่อยเราเลย” 

                “ขวัญใจจะมานอนกับพี่ไม่ใช่เหรอ”

                “เราจะไปนอนในห้องน้ำต่างหาก”

                “กล้าเดินกลับไปคนเดียวเหรอ เมื่อกี้พี่เห็นเงาดำๆอะไรไม่รู้ตรงทางเดินด้วยนะ”

                “เราไม่เชื่อ
!!”


                พูดจบก็ดิ้นจนหลุดพ้นพันธนาการของคนตัวยักษ์ ขวัญใจลากชายผ้าห่มถูลู่ถูกังตรงไปยังประตู กลับไปนอนคุยกับตุ๊กแกยังดีซะกว่า ทนเห็นหน้าคนที่ทำให้เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า 


                “อ้าว
เดี๋ยวสิ!” เป็นชลธรที่รีบก้าวเท้ายาวๆ ตามไปรวบที่เอวทั้งตัวคนและที่นอนที่คนหอบมาด้วย  


                เขาไม่เคยเจอใครเหมือนขวัญใจเลย พยามจีบอ้อมๆเพราะกลัวจะตกใจ เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจแถมยังเข้าใจเขาผิดไปไกล พอเขาเปลี่ยนมาจีบตรงๆ กลับวิ่งหนีเขาซะอย่างนั้น 


                คนตัวเล็กถูกรวบไว้ในอ้อมกอดของคนตัวโตได้พอดิบพอดี เส้นผมสีน้ำตาลชิดอยู่ตรงปลายจมูกของร่างสูง ขวัญใจหยุดนิ่ง ตาเรียวเบิกโพลง เพราะจังหวะหัวใจที่เต้นโครมๆ ไม่ใช่ของขวัญใจ แต่เป็นเสียงหัวใจของพี่ชล ที่มันก้องดังไปทั่วทั้งแผ่นหลัง ขวัญใจชาไปทั้งตัว ตอนที่น้ำเสียงทุ้มๆกับลมร้อนเป่ารดอยู่ข้างหู



                “เอาแต่วิ่งหนีพี่ ขาหายเจ็บแล้วหรือไง”

                “พี่ชลไม่ต้องห่วงหรอก เจ็บแค่นี้ไกลหัวใจ”

                “ถ้าพี่ไม่ห่วงแล้วจะตามมาถึงนี่เหรอ”

                “ทำเป็นพูดเหมือนตามเรามา จริงๆเรารู้นะ..”

                “รู้ว่าอะไร” 


                “คนเจ้าชู้อย่างพี่ชลน่ะ จะมาตามเก็บสาวๆไปเพิ่มในสต๊อกใช่มั้ยล่ะ เมื่อกลางวันเราอยู่บนหลังคา เราเห็นหมดแหละ เนี่ยนะที่บอกว่าตามเรามาทำค่าย จะบอกให้นะว่าเราไม่เชื่อคำพูดพี่ชลหรอก” 

                พักหอบหายใจ แล้วก็ไล่ต่อ

                “ทั้งตอนบนเขาที่พี่ชลขึ้นไปจูบกับเจ้หยู แล้วยังเมื่อกี้ถ้าเราไม่หนีผีกับตุ๊กแกมา ก็คงไม่เห็นว่าลับหลังเราพี่ชลกำลังจะไปนอนกับใคร แล้วยังจะมาบอกว่าห่วงเราเนี่ยนะ เชื่อได้เหรอ แน่จริงให้เรานอนเฝ้าพี่ชลทั้งคืนมั้ยล่ะ”



                ชลธรลอบยิ้ม ในที่สุดสิ่งที่เขาสงสัยมาทั้งวันก็ได้คำตอบ ที่ไม่ตอบข้อความเขา ที่ไม่ยอมคุยกับเขา ที่ตามเขาขึ้นไปบนภูเขา ที่ทำตัวแสนงอน 

                ที่แท้..ก็หึงกันนี่เอง 


                “เอางั้นก็ได้”

                “ก็ได้?อะไร?”

                “ก็คืนนี้ ขวัญใจจะนอนกับพี่ไง”


                ตาเรียวถลึงมองพี่ชล กว่าขวัญใจจะรู้ตัวว่าหลุดพูดความในใจออกไปหมดเลย แถมยังบอกออกไปเองว่าจะนอนเฝ้าพี่เขาด้วย คนตรงหน้าก็ดึงที่นอนกับหมอนลายเบ็นเท็นไปจัดแจงปูลงบนเก้าอี้ที่นอน ที่กางเอาไว้เรียบร้อย

















                ขวัญใจใช้มือหยิกแขนตัวเอง และพบว่ามันเจ็บนั่นแปลว่าตอนนี้ที่ขวัญใจกำลังนอนอยู่บนเตียงเก้าอี้ในห้อง)ของพี่ชล บนเตียงของพี่ชล ขวัญใจไม่ได้ฝันไป  
 

               ตาเรียวมองตามแผ่นหลังกว้าง ที่กำลังปูผ้าลงบนเสื่อที่วางอยู่บนพื้น ถัดจากเตียงลงไป เพราะขวัญใจเข้ามายึดที่นอนชั่วคราวของร่างสูง เจ้าของห้องเดิมจึงต้องไปนอนบนพื้นแข็งๆแทน


                “พี่ชล..” เสียงเรียกเล็กๆ ทำให้ชลธรต้องหันกลับไปมองเจ้าคนที่กำลังนอนเอาแก้มหนุนหมอนลายเบ็นเท็น จนแก้มข้างหนึ่งโย้ออกมา ทำไมคนเราถึงน่าฟัดได้ตลอดเวลาอย่างนี้นะ 


                “ถ้าคืนนี้มีสาวมาขอนอนด้วย จะมาไล่เราออกจากห้องไม่ได้นะ” 
                เอ้อ เอากับน้องมันสิ 

                “ขวัญใจก็อย่าวิ่งหนีออกไปเองละกัน”

                “ได้เลยยย”


                ทำปากยื่นใส่เขาแล้วก็สะบัดหน้าหนีหันเข้ากำแพง ดูเหมือนถ้าคืนนี้ชลธรไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้นอธิบาย คนตัวเล็กนี่คงนอนไม่หลับแน่ หรือจะแอบนอนร้องไห้รึเปล่านะ


                “หันมาคุยกับพี่หน่อยสิ”

                “เราง่วงแล้ว” มือเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะจนเกือบมิด โผล่ให้เห็นแค่เส้นผมสีน้ำตาลชี้โด่เด่

                “แต่พี่มีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกให้เรารู้ก่อน”  


                เห็นว่าก้อนผ้าห่มที่มีขวัญใจอยู่ในนั้นนิ่งไม่ไหวติง ชลธรก็ขยับตัวเท้าแขนกับเตียง อยู่ในท่ากึ่งคร่อมเจ้าคนที่นอนหลับแล้ว แต่ภายใต้ผ้าห่มยังยุกยิก


                “เดี๋ยวก็หายใจไม่ออก” มือหนาดึงปลายผ้าห่ม เปิดให้เห็นเจ้าของใบหน้าเล็ก ที่หลับตาพริ้ม ตะแคงข้างจนแก้มเบียดริมฝีปากสีชมพูเหมือนเยลลี่ยู่ขึ้น ปลายนิ้วเรียวเขี่ยเส้นผมสีน้ำตาลหน้าม้า 


                คนแกล้งหลับทำหน้ายุ่ง แต่ก็ง่วงเต็มทีแล้ว แรงที่ใช้ศอกดันคนที่คร่อมตัวเองไว้ครึ่งตัวให้ถอยออกไปจึงมีเพียงน้อยนิด เสียงที่ขู่เขาก็ไม่น่ากลัวเอาซะเลย “เรายังโกรธพี่ชลอยู่น..”


                น้ำเสียงหายไปในลำคอ เพราะชลธรก้มลงจูบดังฟอดตรงหน้าผาก ขวัญใจควรจะโกรธ แต่ร่างเล็กกลับได้ยินเสียงโครมครามของหัวใจตัวเองที่เต้นดังคับอก


                “เราอยากให้พี่ทำอะไร พี่ก็ทำให้ได้ แต่บอกว่าอย่ายุ่งกับเรา พี่คงทำให้ไม่ได้หรอก”

                “...”          

                “ที่มาค่ายนี่พี่ก็ตามขวัญใจมา ไปถามกาหยูดูก็ได้ พี่กับเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งและไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านั้น บนเขาพี่ไม่รู้ว่าเราเห็นอะไร แต่สิ่งที่พี่ทำคือเขี่ยขี้ผงออกให้เขา กับน้องคนนั้นพี่บังเอิญเดินไปเจอตอนตรวจยาม ชื่อเขาพี่ยังจำไม่ได้เลย ..และที่จริงพี่ไม่ใช่คนพูดเก่ง ขวัญใจก็รู้ใช่มั้ย” 

                “..อือ”     

                “ถ้าเป็นคนอื่น พี่คงไม่มานั่งอธิบายแบบนี้” 

                “...”          

            “..รู้มั้ย”

            “...”

            “นอกจากขวัญใจจะเป็นของขวัญของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ขวัญใจยังเป็นของขวัญในชีวิตพี่ด้วยนะ”



            
ริมฝีปากของร่างสูงแตะลงอย่างแผ่วเบาบนไหล่ข้างขวาผ่านผ้าห่มผืนหนา ชลธรมองคนที่นอนหลับตาพริ้ม แค่นี้ใจเขาก็เต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก ไม่สมกับเป็นชลธรคนที่เขาเคยรู้จักมาก่อนเลย


                ที่ผ่านมา เขามักจะมองหาแฟนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ทั้งหน้าตา ฐานะ และการศึกษา มันเท่ห์จะตายที่ได้เดินควงพวกเธอให้คนทั้งมหาลัยอิจฉา เขายังจำที่ไอ้ภีมเคยกระแนะกระแหนว่าเขาเปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนรุ่นไอโฟน

                พอรุ่นใหม่ออกมา ก็ทิ้งรุ่นเก่า ..เสียดายนะ แต่เขาไม่รู้สึกว่าเครื่องรุ่นเก่านั้นมีอะไรให้น่าค้นหาอีก 



                แต่กับขวัญใจ..


                คนคนนี้เป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกห่วงใย อยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา อยากหาของอร่อยๆมาให้กิน อยากไปรับไปส่ง อยากกอด อยากหอม อยากจูบ อยากคุย อยากสนุกด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน เป็นมากกว่าเพื่อน มากกว่าพี่ เป็นอะไรที่นิยามออกมาไม่ได้ และไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน  

 

           “พี่ชล..”

            “...” 



                หัวใจของเขากระตุก ตอนที่มือเล็กคว้ามือของเขาเอาไว้ เสียงของขวัญใจเหมือนลูกหมากำลังงอแง ใจนึงเขาอยากให้ขวัญใจเข้าใจความรู้สึกที่เขาพูดออกไป แต่ชลธรก็รู้ว่าที่ผ่านมาในสายตาคนตัวเล็กภาพของเขามันเป็นอย่างไร เขาจึงต้องทำให้เห็น จนคนตัวเล็กมั่นใจในความรู้สึกของเขา 


                “แปลว่าเราสำคัญกับพี่ชลใช่มั้ย”


                มือใหญ่สอดประสานกับมือเล็กที่ตอนแรกมันกุมไว้เพียงนิ้วโป้งของเขา จนนิ้วมือของเราประสานกันไว้อย่างหลวมๆ ชลธรอมยิ้ม 


                “สำคัญสิ..สำคัญที่สุดเลย” 



                ขวัญใจมองใบหน้าคมที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ความง่วงบวกกับความเหนื่อยล้า ทำให้การรับรู้พร่าเบลอ พี่ชลกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู พอหัวเล็กผงกลงนิดหนึ่ง ริมฝีปากปากร้อนก็ทาบทับลงมาตรงริมฝีปากเล็ก กลีบปากหนาบดคลึงเชื่องช้านุ่มนวล เหมือนนักล่าที่ลวงให้เหยื่อตายใจ ค่อยๆปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาตักตวงช่วงชิงความหวานและเรียกร้องการตอบสนองแบบเดียวกัน



             ขวัญใจที่เข้าสู่นิทราไปแล้วไม่รู้ตัวเลยว่า ถูกคนที่อดกลั้นมานานฉกชิงเก็บดอกเบี้ยจากริมฝีปากรสเยลลี่แบร์ไปกี่ครั้งกี่หน 
             

     

















- - - - - - - - 120% - - - - - - -
เธอเขินมั้ย เราเขินมากกก
พี่เขาร้ายว่ะ อยากได้แบบนี้มากกกกก กดพรีออเดอร์ที่ไหนรบกวนบอก
ขอโทษครั้งที่สิบที่มาช้านะคะ ถ้าชอบพี่ชลฝากหวีด ถ้าอยากอุ้มน้องขวัญใจกลับบ้านก็ฝากหวีดอีกเช่นกัน
ไม่มีมุขจะอ้อนแล้ว ขอบคุณทุกคนจากใจเลยนะคะที่ช่วยรีวิวฟิคให้ 
ฝากเหมือนเดิม #ขวัญใจชบ #ficsomecb เจอกันตอนหน้าน้า       
            
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 531 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1057 ppLindeep (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:51
    กรี้ดดดดดด .พี่หมออบอุ่นเกินไปแงงงใจอีน้องนั้น!!
    #1,057
    0
  2. #968 J_kanp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:27
    รอตอนต่อไปแย่างใจจดใจจ่อ อ๊ากกกกกกกก
    #968
    0
  3. #967 chanlism (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 09:48
    อยากได้พี่ชลต้องทำยังไงงงงงงงงง
    #967
    0
  4. #966 kosssy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:00
    พี่ชลไม่ควรมีคนเดียวบนโลกนี้
    #966
    0
  5. #965 ผู้หญิงของอปป้า ^^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:40
    เขินอ่ะ อุแงงงงงง พี่ชลก็อ่อนโยนเก่ง น้องขวัญใจก็น่ารักเก่ง
    #965
    0
  6. #958 PT_PROMISE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:21
    ดจีย์อ่ะแก
    #958
    0
  7. #957 Raeder (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:56
    ขวัญจายยยยย 😍😍😍
    #957
    0
  8. #956 cb_channy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:15
    เขินมากกกกกกกกก~
    น่ารักที่สุดเลยยยยยยยย ชอบ ชอบ ชอบ><
    #956
    0
  9. #955 marshmallow_2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 01:27
    อ๊ากกกกกกกกกก เขินแล้ว นี่ยังไม่เป็นแฟนนะเนี่ย55555
    #955
    0
  10. #954 qzmybear (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:08
    แงงงง จะเรียกว่าลักจูบน้องได้ไหม55555555
    #954
    0
  11. #952 chanbaek14249 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:14
    น้องงง
    #952
    0
  12. #949 geejajaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:29
    เขินที่สุด!!! อต่น้องยอมขนาดนี้แล้ว รีบปิดเกมส์เลยค่ะ หมายถึงขอเป็นแฟนแสดงความเป็นเจ้าของนะพี่ชลลลล

    เอ้าเร็วอย่ารอช้าาาา
    #949
    0
  13. #945 uoohuma (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 06:21
    เข้าใจกันละ ขอหวานๆต่อค่า
    #945
    0
  14. #944 INBB_TTM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 03:02
    ขวัญใจหลับลงได้ไง5555
    #944
    0
  15. #943 THE K. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 02:14
    พี่ชลอย่าพึ่งกินน้องนะ!!
    #943
    0
  16. #942 bhrose (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:42
    พี่ชลบ้า บ้าบอที่สุด!!! เขินฮือออออออออ
    #942
    0
  17. #941 INSPIFAH! (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:42
    เขินแบบเขินมากๆ เป็นฟิคที่ทำให้หน้าร้อนผ่าวเลยแง
    #941
    0
  18. #940 wanlwrsr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:34
    ร้ายนักนะพี่ชล!!
    #940
    0
  19. #938 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:01
    ในที่สุดดด!!! น้องขวัญใจน่ารักมากฮือ แต่พี่ชล ร้ายนะเรา ขวัญใจลูกกก หนูตามพี่เค้าไม่ทันแน่ๆ
    #938
    0
  20. #937 fxrn09 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:01
    ฮือออออออออออในที่สุด!!!!!​T_T ขวัญใจถ้าตื่นมาแล้วปล่อบเบลอไม่เอานะลูก เข้าใจพี่ชลแล้วนะทีนี้ ฮือ
    #937
    0
  21. #935 jhajangmyun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:40
    ร้ายนะคะพี่ชล
    #935
    0
  22. #934 yamakawaii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:38
    ซักที!!!! เนี่ยยย พูดตรงๆแต่แรกก็จบละพี่ชล แต่ก็นะ...ขวัญใจได้รู้ใจตัวเองว่าหึงก่อนก็ดีเหมือนกัน ตอนพี่ชลสารภาพน้องเลยยอมแต่โดยดี
    #934
    0
  23. #933 Aomcncd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 22:46
    เขินนนนนนแงงงงงงง พี่ชลเขาร้ายนะคะแอบจูบน้องตอนน้องง่วงร้ายมากกกกกกี๊ดดดดด
    #933
    0
  24. #932 leemild (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 22:10
    เขินพี่ชล แงงงงง แอบกินเยลลี่ที่ปากน้องขวัญใจไปเท่าไรรร อย่ามาฉวยโอกาสตอนน้องขวัญใจง่วงนะพี่ชล! แต่เขินพี่ชลมาก ทำยังไงดี แงงงงงง
    #932
    0
  25. #931 ppeii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:53
    พี่ชลชุ้นเขินมากโอเอ็มจี
    #931
    0