[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 13 : [SF] ขวัญใจ : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 470 ครั้ง
    10 มี.ค. 62









         ขวัญใจตื่นแต่เช้า คนตัวเล็กยืนอยู่หน้ากระจก มองลอยคล้ำใต้ตา กับหัวยุ่งๆของตัวเองแล้วหัวเราะกิ๊ก สภาพเขาเหมือนผีดิบไม่มีผิด เพราะตื่นเต้นที่จะได้ไปค่ายเป็นครั้งแรก เมื่อคืนเลยมัวแต่จัดกระเป๋า กว่าจะเข้านอนเวลาก็เลยตีสามเข้าไปแล้ว


 
               ขวัญใจกับเป้ใบโตบนหลัง กระโดดขึ้นควบจักรยานสีแดงของคุโด้ที่มาจอดเทียบรออยู่หน้าหอ รูมเมทบอกว่ามีคนจ้างวานให้พาขวัญใจไปส่งที่คณะ ก็เลยต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาแต่เช้า


                “เมื่อคืนแอบคุยกับใคร ไม่หลับไม่นอน”
                “คุยแปบเดียวเอง”
                “ฉันเห็นนะ ปิดไฟตอนตีสามครึ่ง”
                “อันนั้นเราจัดกระเป๋าอยู่”
                “จัดกระเป๋าไป พูดกับโทรศัพท์ไปเนี่ยนะ”
                “ก็พี่ชลบอกจะเอาไรไปค่าย ให้เอามาช่วยดูอะ”
                “ถามจริงนะกับพี่ชล นี่มันยังไง”
                “ยังไงอะไร ก็รุ่นพี่รุ่นน้อง”

 
               “รุ่นพี่รุ่นน้องเขาไม่คุยโทรศัพท์กันเป็นชั่วโมง ไปคอยรับส่งทุกวัน รู้ทุกเรื่องของกันและกัน อย่างนายกับพี่ชลหรอกนะ”


                คุโด้ยิ้มร้าย เห็นขวัญใจเงียบไป คำพูดเขาคงไปสะกิดใจส่วนไหนสักส่วนของเพื่อนตัวเล็กเข้า เขาต้องไปทวงทิปจากไอ้พี่ชลเพิ่มซะแล้ว

  
                พี่ชลนี่ก็น่าสงสาร จีบใครไม่จีบดันมาจีบขวัญใจ ที่ประสบการณ์ด้านความรักระดับเนิร์สเซอรี่ โดนยัยใบพัดหลอกใช้ ก็ยังหลงคิดว่ายัยนั่นมีใจให้ มีเดือนมาขายขนมจีบให้ค่อนมหาลัยก็ไม่รู้ตัว มึนจนผู้ชายไม่รู้จะจีบยังไงให้ได้ใจ ที่เห็นว่าฉลาดหน่อยก็มีไอ้พี่ชลนี่แหละ ที่รู้จักเข้าหาเพื่อนๆของขวัญใจ จนได้ใกล้ชิดกว่าคนอื่น เหลือก็แต่ขวัญใจที่คุโด้ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าคิดยังไง


 
               “เราไปก่อนนะโด้ คิดถึงเราก็อ่านโพสอิทที่แปะไว้ให้ที่โต๊ะนะ”
                “เออ”



 
               คุโด้มองขวัญใจที่หอบหิ้วของพะรุงพะรังเป้นบนหลัง แล้วยังกระติกน้ำ กับกล่องข้าวเช้าที่บอกจะเอาไปกินบนรถ รูมเมทของคนตัวเล็กนึกภาวนาให้เพื่อนไม่ไปก่อความวุ่นวายจนเขาส่งกลับก่อนกำหนด





 
               ขาเล็กในกางเกงยีนส์ กับเสื้อสีมงคลเหมือนเดิม ก้าวไวๆไปยังกลุ่มพี่ๆเพื่อนๆที่ยืนมุงกันอยู่ ขวัญใจวางกระเป๋าเป้กองรวมกับเป้ของคนอื่น เอ่ยทักทายรุ่นพี่ที่กำลังยืนเช็คชื่อน้องๆอยู่ จำได้ว่าพี่ชื่อเจน เป็นหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการ


 
               “น้องขวัญใจ มาพอดีเลย”

 
               “ครับผม”

 
               “ฝากยกกลองสันทนาการไปใส่ที่รถเจ้หยูทีสิจ๊ะ ..บีเอ็ม สีดำจอดอยู่ตรงหน้าร้านกาแฟ”

 
               “ได้เลยครับ”



 
               ทุกคนก็กำลังช่วยกันแบ่งหน้าที่ขนของขึ้นรถ คนตัวเล็กแสนกระตือรือร้นรีบเดินไปตรงกลอง ประเมินด้วยสายตาดูเหมือนกลองนี่จะขนาดพอๆกับตัวเขา แต่ไม่เป็นปัญหาขวัญใจแข็งแรงจะตาย ตัดสินใจยกกลองอันเบ้อเริ่มออกมาคนเดียว ตาเรียวมองหาบีเอ็ม สีดำ ที่เปิดท้ายทิ้งไว้ ..มีอยู่คันเดียว หาไม่ยากเลย ในมอนี้จะมีคนขับบีเอ็มสักกี่คันกัน

 
               แล้วอยู่ๆ สายตาก็ก้มลงไปมองเลขทะเบียนโดยอัตโนมัติ


 
               รอยยิ้มเล็กๆค่อยๆปรากฎบนใบหน้า ขวัญใจกำลังจะเรียกชื่อใครบางคนออกไปแล้ว ถ้าเสียงผู้หญิงคนหนึ่งไม่ดังขึ้นมาก่อน



 
               “ถามจริงๆเถอะนะ ที่ขอตามมาค่ายด้วยเนี่ย เหตุผลจริงๆมันคืออะไร”

 
               “ก็ยังเก็บแสตมป์ไม่ครบ” เสียงที่สองเป็นเสียงของผู้ชาย

 
               “ไม่จริงอะ ภีมบอกฉันว่านายเก็บครบแล้ว”

 
              
-_-

 
               “หรือว่านายเล็งน้องในค่ายนี้อยู่ คนไหนบอกมานะ” กาหยูเป็นคู่แลปกับชลธรตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งด้วยกัน เธอรู้นิสัยของเพื่อนดี เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่นั่นแหละ

 
               “ใช่คนที่พลาซ่ารึเปล่า” ชลธรถอนหายใจ หากเขาไม่ตอบอะไรไปยัยกาหยูต้องถามไม่เลิกแน่

 
               และเขากลัวจะทำเจ้าคนขี้ตกใจบางคนหลุดมือไป เพราะยัยกาหยูปากโป้งจะตาย

 
               “ไม่มีอะไร แค่รุ่นน้อง”


 
               เสียงทุ้มเว้นจังหวะ ประโยคต่อมาทำคนแอบฟังเผลอทำไม้กลองหลุดมือ “อยากไปค่ายกับเธอนั่นแหละ”

 
               “ไอ้บ้า อย่ามาทำเจ้าชู้กับฉันนะ”



 
               แต่คนที่นั่งคุยกันเพลินอยู่ตรงเบาะหน้าไม่ได้สังเกต ขวัญใจรีบจัดกลองให้เข้าที่ ก่อนเดินออกมา มือเล็กๆยกขึ้นลูบตรงหน้าอก ไอ้ความรู้สึกตีบตันตรงลำคอ กับความโหวงในช่องท้องนี่มันคืออะไรกันนะ

  
              ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมตอนที่บังเอิญได้ยินพี่ชลยืนยันกับพี่กาหยูด้วยตัวเองว่า

 
               ไม่มีอะไร แค่รุ่นน้อง

 
               ความรู้สึก ผิดหวัง มันก่อเกิดขึ้นในใจ


 
               ก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ สำหรับพี่ชลขวัญใจก็เป็นแค่รุ่นน้อง ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นเลย
                ทำไมตอนที่ได้ยินขวัญใจถึงไม่รู้สึกยินดีสักนิด
                ขวัญใจคาดหวังให้พี่ชลอยู่ในสถานะอะไร คนตัวเล็กก็ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกัน



 
               “รุ่นพี่รุ่นน้องเขาไม่คุยโทรศัพท์กันเป็นชั่วโมง ไปคอยรับส่งทุกวัน รู้ทุกเรื่องของกันและกัน อย่างนายกับพี่ชลหรอกนะ”

 
               ต้องเป็นเพราะเมื่อเช้า ที่คุโด้พูดอะไรไม่รู้ออกมาแน่ๆ ขวัญใจถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา

 
               คนตัวเล็กส่ายศีรษะแรงๆ ตั้งใจจะโยนความรู้สึกแปลกๆทิ้งไป แล้วสนุกกับการไปค่ายให้เต็มที่ดีกว่า  


 
               ดังนั้นตอนที่โทรศัพท์สั่นครืดๆ พร้อมกับชื่อคุ้นเคยที่ปรากฎบนหน้าจอ เจ้าของชื่อที่ทำให้ขวัญใจหลุดยิ้มออกมาไม่รู้ตัวที่ได้เห็นหน้า ผู้ชายที่เหมือนจะโผล่มาทุกครั้งเหมือนรู้ว่าขวัญใจกำลังมีปัญหา แต่ตอนนี้กลับทำให้รู้สึกเหมือนมีหินก้อนหนึ่งมาถ่วงไว้ในใจ มือเล็กกดปุ่มปิดโทรศัพท์ ทิ้งข้อความค้างไว้ โดยไม่กดอ่าน

 
           C.thor : อยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวพี่ขับรถตามเอาไปให้ ^^
















 
               ป้ายข้างทางบอกระยะทางว่า อีกไม่กี่กิโลรถบัสของชาวค่ายก็จะเข้าสู่พื้นที่จังหวัดอันห่างไกลความเจริญที่ชาวค่ายจะมาร่วมทำกิจกรรมอาสาสร้างห้องสมุด ให้เด็กๆในโรงเรียน เพราะเป็นอำเภอเล็กๆที่อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัย คนที่อาสามาร่วมค่ายครั้งนี้จึงมีจำนวนไม่มากนัก ขวัญใจเหม่อมองวิวนอกหน้าต่าง ทั้งที่เป็นค่ายที่ตั้งตารอมาตลอดแท้ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้นะ


 
               “ขวัญใจเมารถเหรอ ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” เป็นเพื่อนคณะพละที่ลุกจากเบาะตัวเองทางด้านหลัง เขายอมเดินฝ่าดงสายตาล้อเลียนจนมาถึงคนข้างหน้า


 
               ปกติก็ดูยิ้มแย้มร่าเริง แล้ววันก่อนตอนมาชวนเขาไปด้วยกัน ยังบอกว่าเราอยากไปค่ายมากๆ สาวๆก็ไปกันเยอะเลยนะ ถ้านายไป ขวัญใจจะช่วยหาแฟนให้เลยเอ้า เพราะรอยยิ้มแบบนั้น เขาก็เลยหลงกลสมัครมาด้วยแบบไม่รู้ตัว แต่มาวันนี้ในดวงตาใสแจ๋วนั่นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ที่เขาเองก็ไม่กล้าถามออกไป


 
               “เราอยากนอน แต่นอนไม่หลับน่ะ”

 
               “เอาหมอนรองคอเราไปไหม น่าจะพอช่วยได้นะ”


 
               ไม่รอให้ร่างเล็กปฏิเสธคนเต็มใจช่วยก็รีบสละหมอนรองคอตัวเอง ขวัญใจยิ้มขอบคุณ ก่อนจะรับเอาหมอนรองคอมาสวม


 
               “เดี๋ยวพี่คนขับเขาจะแวะปั๊มให้ ขวัญใจอยากลงไปยืดเส้นยืดสายหน่อยมั้ย”

 
               “ไม่เป็นไร เราอยากนอน”


 
               แล้วก็ทำตามอย่างที่พูดจริงๆ ขวัญใจหลับตาเอาหัวพิงหน้าต่าง ทำให้เด็กคณะพละรู้ตัวว่าเพื่อนตัวเล็กคงไม่อยากสนทนากับเขามากกว่านี้ จึงเดินคอตกกลับไปนั่งที่เดิม















 
               พอบีเอ็มสีดำคันเขื่องเลี้ยวเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน เจ้าของรถในชุดเสื้อยืดสีดำคลุมทับด้วยเสื้อยีนส์รีบก้าวลงจากรถ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ในขณะที่ตาคมกวาดมองเด็กๆที่มาเข้าค่ายทยอยเดินลงมาจากรถทัวร์ เมื่อไม่เห็นคนที่เขากำลังมองหา ชลธรก็ถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด จ้องโทรศัพท์พึมพำอย่างขุ่นเคือง


 
               “ทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่ฮึตัวเล็ก”



 
               ร่างสูงของเดือนแพทย์เดินไปสอบถามเพื่อนที่คุมรถคันนั้น ถึงได้ความว่าคนที่เขากำลังตามหานอนหลับสบายอยู่บนรถ เท่านั้นเจ้าของขายาวก็ไม่สนใจอะไรอีก ก้าวฉับๆเพียงไม่กี่ก้าวก็ขึ้นมาถึงบนรถ มองปราดเดียวก็เห็นก้อนกลมๆที่ขดตัวเองอยู่ตรงข้างหน้าต่าง



 
               เส้นผมสีน้ำตาลอ่อน โครงหน้าหวาน เปลือกตาสีไข่ไก่ที่ปิดสนิท แพรขนตาเรียงเป็นระเบียบ ริมฝีปากสีชมพูเบะออกเล็กน้อย ...แค่นั้นก็ทำคนกำลังหงุดหงิดหลุดยิ้มออกมาได้ไม่ยากเลย ลืมอารมณ์ขุ่นเคืองที่คนตรงหน้าไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาไปเสียสนิท ชลธรวางขนมยี่ห้อโปรดของขวัญใจ กับน้ำหวานเย็นๆที่เพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ไว้ตรงที่นั่งข้างๆที่ว่างอยู่ ไม่คิดจะปลุกคนที่กำลังหลัง



 
               ก่อนจะกลับลงจากรถ ตาคมที่กวาดสำรวจคนตรงหน้าอีกครั้ง ก็ถอดเสื้อยีนส์ของตัวเองออกพับเป็นขนาดเท่าหมอนใบเล็ก เขายื่นมือไปดึงหมอนรองคอเขียวๆปักลายสัญลักษณ์ประจำคณะพละที่กำลังรองรับแก้มยุ้ยๆขาวๆ ก่อนจะสอดเสื้อยีนส์ของตัวเองเข้าไปแทนที่อย่างเบามือ


 
               “ถึงค่ายเมื่อไร เจอดีแน่ตัวเล็ก”          

























- - - - - - - - - 50% - - - - - - - - -

























                พอมาถึงค่ายพี่เจน รองประธานค่ายก็สั่งให้ทุกคนเอากระเป๋าไปเก็บที่เรือนนอนตามที่แบ่งไว้ พูดว่าเรือนนอนก็คงไม่ถูกต้องนัก อธิบายให้ชัดมันคือห้องเรียนเด็กประถมที่เก้าอี้ต่างๆถูกดันไว้อีกฟาก เหลือพื้นปูนโล่งๆให้ปูเสื่อนอนได้ แบ่งผู้ชายนอนชั้นล่าง ส่วนผู้หญิงนอนชั้นบน ตอนที่บอกคุโด้ว่าจะไปค่าย รูมเมทก็เตือนขวัญใจแล้วล่ะว่ามันไม่สบายนะ แต่ขวัญใจไม่เคยเข้าค่ายมาก่อนในชีวิต

 
                ดังนั้นขวัญใจจึงค่อนข้างอึ้ง ตอนที่เดินลงมากจากรถทัวร์ แล้วเห็นสภาพอาคารที่ก่อด้วยปูนซีเมนต์สามชั้น เป็นเหมือนแท่งปูนตรงๆ ที่เอาประตู หน้าต่าง มาแปะ โรงอาหารที่คล้ายเพิงชั่วคราวหลังคาทำจากใบจากสานเป็นแผ่นๆ มีเก้าอี้วางเรียงอยู่ห้าแถว และลานกิจกรรมกลางแจ้งที่มีพระอาทิตย์อยู่บนหัว เหมือนกลัวโลกไม่รู้ว่าอยู่กลางแจ้งจริงๆ  


 
               ซึ่งกิจกรรมของชาวค่ายก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทาสีสนามเด็กเล่น สอนเด็กๆปลูกพืชผักสมุนไพร สร้างห้องสมุด ซ่อมหลังคาห้องน้ำ ที่จริงเจ้หยูอยากจะสร้างลานกิจกรรมกลางแจ้งให้เด็กๆด้วย แต่งบประมาณไม่พอ ขวัญใจก็ว่าไม่น่าพอหรอก นี่ก็ไม่รู้ว่าหลังจากจบค่ายนี้ เจ้แกจะมาลงสมัครส.ส.เขตนี้เลยรึเปล่า 




         “อยู่ได้มั้ย”


 
               ขวัญใจสะดุ้งโหยงตอนเดินออกมาจากเรือนนอน เหมือนใจไม่อยู่กับตัว ชลธรยืนอยู่ตรงหน้าประตู เพราะรับหน้าที่เวรยามเลยถูกแยกไปนอนห้องธุรการ พอรู้ว่าคนตัวเล็กนอนรวมกับเพื่อนๆ ก็รีบตามมาดู เขาน่ะต้องไปออกค่ายอาสากับอาจารย์บ่อยๆ จึงนอนที่ไหนก็ได้ แต่ขวัญใจคงเป็นครั้งแรกที่เคยมา 


 
               พอเห็นน้องทำท่าจะหันหน้าหนี เขาก็ก้าวเข้าไปเพื่อดูอาการใกล้ๆโดยอัตโนมัติ แต่ขวัญใจกลับถอยหลังหนี  


  
              “ไม่ต้องห่วงเราหรอก พี่ชลไปดูคนอื่นเถอะ”


 
               คำตอบที่ได้รับทำคนตัวสูงขมวดคิ้วมุ่น มองดูแผ่นหลังเล็กที่หันเดินตามเพื่อนไป ร่างสูงถอนหายใจก็คนที่เขาห่วงจนต้องใช้เวลาพักผ่อนอันน้อยนิดตามมาค่ายด้วย ก็มีอยู่คนเดียว คนที่ไม่เคยรับรู้ถึงหัวใจเขาสักทีนี่แหละ 













                “เด็กๆจ้ามารวมกันตรงลานกีฬาได้แล้วนะ ตอนนี้เจ้าบ้านมารอต้อนรับพวกเราแล้วนะจ๊ะ” 
  

              
 หลังจากเอาของเข้าไปเก็บ ชาวค่ายก็ไปรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อทำพิธีเปิดกิจกรรมค่าย โดยมีคุณครูใหญ่ของโรงเรียนมาเป็นประธาน มีเด็กๆออกมาเต้นโคฟเวอร์เพลงเกาหลีต้อนรับพี่ๆ พอจบช่วงของน้องๆ ก็ถึงช่วงเวลาละลายพฤติกรรมของชาวค่าย เจ้หยูลุกขึ้นคว้าไมค์ ริมฝีปากที่ทาลิปสีชมพูฉีกยิ้มกว้าง


                “ตบมือต้อนรับมือกลองกิตติมศักดิ์ของเราหน่อยค่า พี่ชลลลแพทย์ศาสตร์”

 
               “กรี๊ดดดด”

                “พี่ช๊ลลลลลล”



 
               เสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นทั่วทั้งลานกิจกรรมตอนที่มือกลองของค่ายเดินเข้ามา พี่ชลใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์สีดำ ผมที่ปกติถูกเซตเปิดหน้าผาก วันนี้มีที่คาดผมคาดไว้ด้านหลัง กันไม่ให้ตกลงมาปรกตา เพราะพี่ชลเป็นคนขี้รำคาญ ไม่ได้สนใจหรอกว่าการแต่งตัวลุคสบายๆ จะยิ่งทำให้แม่ยกกรี๊ดมากขนาดไหน ยิ่งตอนที่มือใหญ่ควงไม้กลองและใช้มันตีลงบนกลองเป็นจังหวะรัวๆ มันเหมือนจะทำให้หัวใจชาวค่ายเต้นระรัวไปพร้อมกัน 


                “โอ้ยยยเท่ห์เกินไปแล้ว”

 
               “แฟนเจ้หยูเองจ้า”

                “ว้ายยยยยย”



 
               ขวัญใจรู้แหละว่าใครๆก็ชอบพี่ชล ผู้ชายที่เพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้ว เรียนเก่ง กีฬาดี ดนตรีก็เล่นได้ แถมยังหล่อและรวยมากอีก พอคิดเอาตัวเองไปยืนข้างพี่เขาก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเทียบพี่เขาได้เลย ขวัญใจก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาตั้งแต่สมัยมัธยม ถอนหายใจกับตัวเองเงียบๆ          


         “ทุกคนค้าเมื่อกี้น้องๆก็มาเต้นต้อนรับพวกเราไปแล้วเนอะ เจ้ว่าพวกเราก็น่าจะเต้นโชว์สปิริตให้น้องๆดูเหมือนกัน”

 
                ชาวค่ายพร้อมใจกันปรบมือเห็นด้วยกับท่านประธาน เรื่องเต้นขวัญใจไม่ค่อยถนัด แต่ถ้าให้เต้นพร้อมกับเพื่อนๆก็พอทำได้อยู่ เพราะตอนรับน้องก็โดนเพื่อนๆเจ้หยูเนี่ยแหละ บังคับเต้นเอารุ่น ขวัญใจเต้นไม่เก่ง เน้นควงสะโพกอย่างเดียว


 
               “แต่ถ้าเต้นพร้อมกันมันจะวุ่นวาย งั้นเจ้จะให้เลือกตัวแทนค่ายของเราออกมาเต้นดีมั้ย”

 
               แน่นอนว่าไม่มีใครขัดเจ้ได้ เจ้หยูยิ้มมีเลศนัย หันไปมองผู้ชายที่ยืนอยู่หลังกลอง


 
               “ให้มือกลองของเราเลือกคนที่ชอบออกมา”    



 
               พอบอกว่าเป็นคนที่มือกลองชอบ คนทั้งค่ายก็แทบจะอาสาวิ่งออกไปข้างหน้าซะเอง ส่วนขวัญใจที่ไม่เคยมั่นใจในทักษะการเต้นของตัวเองเลยก็แทบจะอยากหดตัวเองให้เล็กลงเท่ากำปั้น 


 
               “พี่ชลมองมาทางนี้แหละแก”

 
               “...”

 
               “ไม่ได้มองฉันอะ มองคนข้างหน้าเรารึเปล่า” เสียงพูดคุยของเพื่อนที่นั่งด้านหลัง ทำให้คนที่เอาแต่ก้มหน้า เม้มริมฝีปากเข้าหากัน ขวัญใจเงยหน้าขึ้น มือเล็กๆหยิกแขนตัวเอง ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองรึปล่า เพราะสายตาของเดือนแพทย์มันหยุดตรงที่ขวัญใจ            


            “ไม่มีอะไร แค่รุ่นน้อง”
                แล้วจะมองขวัญใจทำไมเล่า!!


                
“คนที่พี่ชอบหรอ..”


 
               แล้วตอนนั้นเองคนที่ชอบเก๊กหน้าขรึมอยู่ตลอดเวลา จุดรอยยิ้มตรงมุมปาก สัญญาณอันตรายในหัวขวัญใจร้องดังปี้ป่อ 

 
               ไม่ใช่หรอก..คนที่พี่ชลชอบน่ะ..

 
               “น้องขวัญใจครับ”


                เห? อะไรนะ
!


 
               ขวัญใจได้ยินเสียงกรี๊ดของเพื่อนที่นั่งด้านหลัง หัวเล็กๆส่ายวืด มือเกาะเพื่อนข้างๆไว้แน่น ขวัญใจไม่อยากออกไปเต้น เต้นคนเดียวด้วยนะ ขวัญใจต้องเขินตายแน่เลย แล้วดูสายตาเพื่อนๆทุกคนที่จ้องมองมา โดยเฉพาะไอ้คนต้นเหตุ ขวัญใจเห็นนะว่าพี่ชลกำลังยิ้มอยู่


 
               “สปิริต ๆๆๆ” 

 
               สะใจมากมั้ย ได้แกล้งขวัญใจเนี่ย


 
               “ฮืออออ” เจ้หยูเป็นคนเดินเข้ามาในแถว แล้วดึงมือให้ขวัญใจลุกขึ้น ในลานกว้างมีทั้งคุณครูน้องๆและเพื่อนๆชาวค่ายที่นั่งกันอยู่เต็ม ขวัญใจขาสั่น อยากนั่งกลับลงไป แต่เสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์โดยเฉพาะพวกเพื่อนผู้ชาย ทำให้ต้องเดินตามเจ้หยูไป



 
               เจ้าของหางตาตก ผิวขาว ตัวเล็กๆ ที่มีผมสีน้ำตาลเป็นเอกลักษณ์มาแต่กำเนิด คล้องป้ายชื่อขวัญใจ ถูกประธานค่ายจับมายืนอยู่ข้างมือกลอง ตาเรียวมองซ้ายทีขวาที ดูเลิ่กลั่กพิลึก ขวัญใจคิดว่าพี่ชลต้องขำอยู่ในใจแน่ๆ แต่พี่ชลกับคนทั้งค่ายคิดตรงกันว่า เจ้าลูกหมาที่ยืนอยู่ข้างหน้าน่ะโคตรน่าลูบหัว แล้วพากลับบ้านมากเลย



 
               “เต้นเป็นมั้ยเราน่ะ”


 
               คนตัวเล็กสะดุ้ง จนผมสีน้ำตาลกระดกขึ้น ตอนมือกลองหันมาถาม พอรวบรวมสติได้ก็เอ่ยตอบไปปากคอสั่นไปหมด           


 
               “เราน่ะ กองสันทนาการคณะเภสัชนะ”


 
               ความจริงคือทั้งรุ่นมีอยู่หกสิบคน ใครดูอึดถึกความสามารถเข้าตาจะโดนดึงไปเป็นหลีด ร้องเพลงเก่งก็ไปรับหน้าที่พี่เพลง พวกโหดเป๊ะจัดก็เป็นพี่ระเบียบ ส่วนที่เหลือเขาไม่อยากให้ว่างเลยยกตำแหน่งกองสันทนาการให้ อย่างขวัญใจเป็นต้น  


 
               “อ้อ งั้นเต้นเพลงตาแดง ก็ได้เนอะ”

 
               “ด..ได้”

 
               ไอ้พี่ชลเล่นขวัญใจอีกแล้ว  


                “เจ้หยู
T_T”  

 
               พอมือกลองเริ่มตี เพื่อนก็พร้อมใจกันร้องเพลง 

                ตาแดงๆ
 อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า~     


 
               ขวัญใจยืนเกาหัว เพลงนี้ต้องโยกเอวไปข้างซ้ายหรือข้างขวาก่อนนะ

                “เจ้หยูค้าบบบ
T_T”  


 
               เจ้าคนที่หัดเต้นเพลงสันมาแล้ว แต่ยังไม่ถึงซีรี่ส์นี้ช้อนตามองรุ่นพี่ ขวัญใจจะม้วนหลังหนีความอับอายแล้ว โชคดีที่ประธานค่ายใจอ่อนหันมาเต้นนำ ให้น้องเต้นตามเธอ


 
               “เอามือจับเอว แล้วส่ายก้นไปทางซ้ายแบบนี้จ้ะ” 


                ขวัญใจทำตามส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปทางซ้าย แล้วก็สลับมาทางขวาตามจังหวะเพลง  น้องบอกอย่ามายะอย่ามายะๆ
~~ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า ~~ ขวัญใจจำได้ รอบแรกจะเป็นจังหวะช้า พอรอบสองจังหวะจะเร็วขึ้น แต่แค่รอบแรกก็เมื่อยตูดจะแย่ 



 
               พอกลองเริ่มตีเร็วขึ้น เสียงกรี๊ดก็ดังขึ้น เป็นเพื่อนคณะพละกับแก๊งของเขาที่ลุกขึ้นมาเต้นเพลงตาแดงๆด้วย ไม่รู้เพราะจะช่วยขวัญใจหรือเขารอโอกาสนี้มานานแล้วก็ไม่รู้ พอจังหวะกลองระรัวเร็วพี่คนหนึ่งก็วิ่งมาตรงพี่ชล แล้วทำท่าอย่ามายะๆๆใส่พี่เดือนแพทย์ซ้ำๆ เรียกเสียงเฮฮาจากเพื่อนทั้งค่าย แม้แต่คนยิ้มยากเอง ก็ยังเด้งสะโพกกลับไปให้










                “ตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้จักกันมากขึ้นแล้ว เดี๋ยวเจ้จะปล่อยให้ไปกินข้าว แล้วพอบ่ายโมงตรงให้ทุกคนแยกย้ายไปทำกิจกรรมตามหน้าที่ที่เจ้แบ่งไว้ให้นะจ๊ะ”


                ขวัญใจรีบลุกขึ้นเป็นคนแรก เดินดุ่มๆรวมกลุ่มกับเพื่อนๆตรงไปโรงอาหาร แน่นอนว่าไม่รอให้มือกลองสุดหล่อตามมาทัน แต่พี่เขาคงไม่ตามมาหรอก ก็พอขวัญใจลุก เจ้หยูก็เข้ามาดึงตัวพี่ชลไปคุ



                “ขอนั่งด้วยคนได้ไหม” ร่างสูงของเพื่อนคณะพละที่ถือถาดข้าวของตัวเองมาด้วย นั่งลงตรงที่ว่างข้างๆโดยไม่รอคำตอบ


                ร่างเล็กหันไปยิ้มให้เพื่อนตามารยาท ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินข้าวไม่สนใจใคร รีบกินให้เสร็จแล้วก็ไปทำงาน จะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงว่าคนที่ขับรถมามาตั้งไกลจะได้กินข้าวรึยัง


                “เรากิน..” เพื่อนคณะพละพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับอาหาร แต่ตัวเล็กไม่ได้ฟัง “ขวัญใจชอบไหม”


                ในสายตาเรียวเล็กมีแต่ร่างสูงของเดือนแพทย์ที่เดินเข้าโรงอาหารมาพร้อมกับเจ้กาหยู หญิงสาวหัวเราะร่าเริง ส่งจานข้าวให้พี่ชลถือ ฝ่ายพี่เดือนสุดหล่อก็รับจานไป ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มไม่เหมือนตอนไอ้พี่นั่นอยู่กับขวัญใจสักนิด เวลาอยู่กับขวัญใจพี่ชลน่ะชอบมอง ..มองเหมือนขวัญใจเป็นคุกกี้ อยากกินเข้าไปทั้งชิ้นงั้นแหละ


                “เหอะ ขอให้ข้าวติดคอตายไปเลย”

                “ขวัญใจว่าไงนะ”


                ร่างเล็กยิ้มแหย ลืมไปว่าเพื่อนคณะพละนั่งอยู่ข้างๆ ก้มลงมองผักในจานที่ตัวเองไม่กิน ถ้าเป็นพี่ชลก็คงตักไปใส่จานตัวเองแล้ว เพราะรู้ว่าขวัญใจกินไม่ได้ ร่างเล็กส่ายหัวหันไปชวนเพื่อนคุย “เราบอกว่ากับข้าวอร่อยดีเนอะ”


                “พี่นั่งด้วยคนนะ”


                ขวัญใจกำลังจะหันไปยิ้มให้ แต่พอเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ตัวโต เจ้าของตำแหน่งเดือนคณะแพทย์ รอยยิ้มก็หุบฉับ


                “เราอิ่มแล้ว ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” หันไปคุยกับเพื่อนคณะพละ ทิ้งให้เดือนแพทย์ยืนงง


                ชลธรกำลังวางจานข้าวลง และเดินตามร่างเล็กไปแล้ว มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ แต่ยัยประธานค่ายดันเดินมาดึงแขนบังคับให้เขาไปนั่งกินข้าวด้วยกันกับคุณครูใหญ่ที่ให้เกียรติมานั่งกินข้าวด้วย เขาเลยต้องยอมปล่อยให้ร่างเล็กนั่นวิ่งหนีเขาไปก่อน







                ตกบ่ายทุกคนก็แยกย้ายไปทำตามหน้าที่ที่มอบหมาย พี่เจนบอกว่าขวัญใจตัวเล็กนิดเดียว ผิวก็ข๊าวขาว เลยมอบหมายหน้าที่ปีนขึ้นไปซ่อมหลังคาห้องน้ำโรงเรียนให้ เพราะดูปราดเปรียวกว่าผู้ชายตัวโตๆคนอื่นๆ อีกอย่างพี่เจนว่าการรับแสงแดดช่วงบ่ายจะช่วยให้ผิวเข้มขึ้น แบบผู้ชายแมนๆสุขภาพดี ยิ่งขวัญใจที่แพ้คำว่าแมนๆ คนตัวเล็กก็เลยอาสาทำทันที


                เสียงค้อนตอกตะปูดังโป๊กป๊าก ขวัญใจมองดูเหงื่อที่หยดติ๋งๆลงบนมือ ก้มลงมองเสื้อก็เปียกชุ่มไปหมด แต่ดูเหมือนเขาจะซ่อมหลังคาไปได้ไม่ถึงครึ่ง กวาดสายตามองดูเพื่อนคนอื่น ที่กระจายกันไปบ้างอยู่ตามห้องเรียน บ้างอยู่ตรงแปลงปลูกผัก ดูเหมือนเพื่อนๆเองก็พยามกันอย่างเต็มที่ และขวัญใจควรซ่อมหลังคาให้เสร็จก่อนเย็นนี้ ไม่งั้นคงต้องอาบน้ำกันแบบโอเพ่นแอร์


                “พี่ชล..เหนื่อยแย่เลย” พออยู่บนที่สูง ภาพของใครบางคนที่ไม่อยากเห็นก็เลยต้องเห็น ชลธรอยู่ตรงแปลงปลูกผัก เขากำลังช่วยน้องผู้หญิงปรับหน้าดินสำหรับขุดหลุมปลูกพืชสมุนไพร “กินน้ำก่อนนะค้า”


                ตาเรียวลอบมองใบหน้าหวานของเพื่อนรุ่นเดียวกัน ในมือถือน้ำขวดใหญ่ที่เพิ่งเอาออกมาจากถังน้ำแข็ง เห็นเธอยื่นมันให้พี่ชลแล้วอดน้อยใจไม่ได้


                ..ทีขวัญใจนั่งตอกตะปูโป๊กๆอยู่บนนี้ ไม่เห็นมีใครสนใจกันบ้าง..


                “ขอบคุณนะครับ ข้างนอกอากาศมันร้อน เราไปนั่งรอข้างในเถอะ”


                ขวัญใจบึนปาก ก้มหน้าลงใช้ค้อนตอกตะปูอย่างแรง รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ดูเหมือนเพลงเต่างอยที่เพื่อนเปิดก็ไม่ช่วยคลายอาการลมออกหูลงได้ ทีกับขวัญใจนะพี่ชลชอบแกล้งนู่นแกล้งนี่อยู่เรื่อย แต่พออยู่กับสาวๆนะโคตรสุภาพบุรุษเลย ไอ้คนลำเอียง


                “ไม่เป็นไรเลยค่า” เธอคนนั้นยิ้มสดใส ตาสวยหวานช้อนมองเดือนคณะแพทย์ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าจากในกระเป๋าจะซับเหงื่อให้ “ถ้าได้อยู่ใกล้ๆพี่ชล ร้อนแค่ไหนก็ทนได้”


                แต่ไม่ทันได้ซับ มือหน้าก็คว้าผ้ามาซับหน้าตัวเองก่อน ชลธรยิ้มใจดี “เดี๋ยวดำขึ้นมา แล้วอย่าหาว่าไม่เตือนนะ”


                เสียงตอกตะปูดังโครม
! มือเล็กกำค้อนแน่น ขวัญใจเกลียดคนเจ้าชู้ที่สุ!

















         พอกินข้าวเย็นเสร็จ ขวัญใจที่ได้รับหน้าที่ล้างจานก็มานั่งประจำตำแหน่งอยู่ตรงกะละมัง เบื้องหน้าเขาคือจานกองพูนที่ถูกลำเลียงมาเรื่อยๆ เพื่อนคณะพละคนเดิมเพิ่มเติมคือเข้ามานั่งข้างๆคนตัวเล็กล้างจานด้วย

  
         “นายโดนเวรล้างจานด้วยเหรอ”

         คนหล่อส่ายหน้า “อ้าว นายไปพักเถอะ เราเห็นนายเหนื่อยทั้งวันแล้ว”

         “แต่เราเต็มใจช่วยขวัญใจนะ ให้ช่วยไปตลอดก็ยังได้”

         ปากเล็กพึมพำขอบคุณ ขวัญใจส่งยิ้มให้เพื่อนผู้มีน้ำใจ แต่ตอนนั้นเองที่ตาเรียวเหลือบไปเห็น ไอ้พี่ตัวสูงเดินตามหลังผู้หญิงที่ขวัญใจจำได้ว่าเป็นเจ้กาหยูประธานค่ายไปทางด้านหลังห้องน้ำของโรงเรียน คนตัวเล็กพ่นลมหายใจ หงุดหงิด แขนที่แทบหมดแรงจู่ๆก็มีแรงยกจานที่ล้างเสร็จทั้งกะละมังไปจัดเรียงผึ่งลมบนโต๊ะ


                “ขวัญใจอยากไปดูดาวไหม”

                “หืม...?”

                “คือเราได้ยินพี่ๆเขาบอกว่า ตรงห้องน้ำหลังโรงเรียนมันมีเนินเล็กๆที่มีแท๊งน้ำน่ะ... น้องๆที่โรงเรียนเขาบอกว่าบนนั้นดาวสวยมากเลยนะ”


                พอได้ยินว่าห้องน้ำหลังโรงเรียน คนตัวเล็กก็พยักหน้าตกลงแทบจะทันที

                ...คอยดูนะขวัญใจจะตีแผ่ไอ้คนเจ้าชู้ ให้ชาวบ้านเขารู้กันทั้งค่ายเลย หึ
!













         
ในขณะเดียวกัน ชลธรที่รับหน้าที่เวรยาม เขาจึงจำเป็นต้องเดินขึ้นมาสำรวจเนินด้านหลังกับประธานค่าย เพื่อความปลอดภัยของน้องๆทุกคน เขามองผืนฟ้าสีดำทะมึน ที่มีแสงเล็กๆของดาวนับล้าน กับดวงจันทร์ครึ่งซีก ด้านล่างเป็นแสงไฟจากโรงเรียนที่ถูกเปิดไว้ไม่กี่ดวง ที่จริงเขาควรรู้สึกดีกับบรรยากาศรอบตัว แต่มันก็ไม่เป็นแบบนั้น

 
               “เป็นไง สวยจนตะลึงเลยสิ”

                “อือ”

                “ฉันบอกแล้ว ให้ชวนน้องคนนั้นมาด้วย”



                พอเพื่อนพูดถึงเจ้าคนที่วันนี้ไม่ยอมคุยกับเขาตั้งแต่เช้า ชลธรก็ถอนหายใจออกมา เขารู้ว่าโดนขวัญใจงอนแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เขาไปนั่งกินข้าวด้วยเจ้าตัวก็ลุกหนี พยามจะเข้าไปคุยด้วยดีๆแต่ก็หาโอกาสเข้าถึงตัวอีกคนไม่ได้เลย แล้วไหนจะไอ้ไส้เดือน เอ้ย
! เดือนคณะพละอะไรนั่น ที่มันคอยเข้ามาตอดขวัญใจเหมือนปลาซอคเกอร์อีก ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด พาลให้ท้องฟ้าตรงหน้าดูขัดสายตาไปหมด


                “โอ๊ะ
!!..อะไรเข้าตาฉันก็ไม่รู้อะ”

                เสียงร้องของหญิงสาว ทำให้ชลธรต้องหันไปมอง เธอยกมือขึ้นกุมดวงตาข้างหึ่ง ชลธรเข้าไปใกล้ ดึงมือข้างที่กุมตาไว้ออก “อยู่เฉยๆ เดี๋ยวดูให้”






                ตอนนั้นเองขวัญใจที่ปีนขึ้นมาจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย ในหูได้ยินเสียงพูดคุยกันแว่วมาอยู่ด้านหลังแท๊งน้ำ ด้วยความใจร้อนจึงไม่ได้รอเพื่อนที่ปีนตามขึ้นมาอย่างทุกลักทุเล

                ขวัญใจกำลังจะโผล่หน้าออกไปให้คู่ชายหญิงที่ยืนอยู่ตรงหลังแท๊งน้ำตกใจ

                แต่กลับเป็นคนที่ต้องตกใจเสียเอง


                “อื้อออ..ชล.”

                “บอกให้อยู่เฉยๆ”


                ร่างเล็กหันหลังกลับ ขวัญใจยกมือขึ้นปิดปาก มองจากตรงนี้ คนตัวเล็กเห็นแผ่นหลังกว้าง และใบหน้าของพี่ชลที่กำลังก้มลงไปทาบทับกับใบหน้าของเจ้หยู แล้วบทสนทนาวาบหวิวที่ชวนให้เข้าใจว่าสองคนนั้นแอบมาทำอะไรในที่ลับสายตาคน
 
               ..แต่เขาจะทำอะไรกัน มันก็เรื่องของเขานี่..ไม่ใช่ ธุระอะไรของขวัญใจสักหน่อย

                ..ขวัญใจก็เป็นแค่รุ่นน้อง


                คิดถึงตรงนี้น้ำตาที่กลั้นไว้ ก็พาลไหลขึ้นมาคลอตรงหน่วยตาอย่างห้ามไม่อยู่ ขวัญใจกำหมัดแน่น รู้สึกสมเพชตัวเอง ที่คิดว่าตัวเองสำคัญในสายตาของพี่ชลมาตลอด

                ที่พี่ชลโทรหาทุกวัน คอยไปรับไปส่ง บางทีก็มากินข้าวด้วย บางทีก็โผล่มาตอนที่ขวัญใจต้องการความช่วยเหลือ ชอบแกล้งขวัญใจมากกว่าใครๆ


                เคยแอบคิดว่า ความจริงแล้วพี่ชลแค่แกล้งเพราะอยากแกล้งเฉยๆ.. หรือมันมีอะไรมากกว่านั้น
                ความหมายในตาสีดำเวลาที่พี่ชลใช้มองมา ..
                สำหรับพี่ชลแล้ว มันหมายความว่ายังไง


               หรือมันไม่ได้หมายถึงอะไรเลย
                ที่ผ่านมาคิดว่าตัวเองเข้าใจคำว่าเจ็บ ดี ..จนเมื่อเช้านี้ที่ได้ยินประโยคที่ทำให้รู้ว่า เจ็บที่จริง มันเป็นยังไง
                แบบนี้ มันเป็นเพราะ...

                ขวัญใจ ตกหลุมรัก พี่ชลเข้าแล้วรึเปล่านะ?
                   


































- - - - - - - - - - - - - - - - 100% - - - - - - - - - - - - -

ตอนนี้ปาเข้าไปห้าพันคำ ช็อคแพบบบ นี่มันเรื่องสั้นจริงเหรอ //ปาดเหงื่อ
กราบขออภัยมิตรรักแฟนน้องขวัญใจ ที่ข้าพเจ้าใช้เวลาเขียนแต่ละตอนนานกว่าชาวบ้านมากๆๆๆ
แต่กำลังใจจากทุกท่าน เป็นตัวคะตะไลซ์ที่ดี และอยากขอบพระคุณจริงๆ 
เจอกันตอนหน้านะ เริฟยู/กระดกลิ้น >3
ปล.สำหรับหลายๆคำถามที่ถามกันเข้ามา ข้าพเจ้าอยากไล่ตอบทุกคนจริงๆ แต่ไม่ไหว ไว้ว่างๆๆจะเปิดตอนมาตอบคำถามโดยเฉพาะนะ 555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 470 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #939 wanlwrsr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:14
    น้องงงงง
    #939
    0
  2. #906 cuttt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 21:45
    น้องงงงงงง
    #906
    0
  3. #880 kosssy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 22:44
    โถ่่่่่่่่่ ขวาญจายยยยย
    #880
    0
  4. #878 โยดากับหมา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 10:41
    น่ารักกกกกกก
    #878
    0
  5. #877 THE K. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 03:03
    แงงงง น้องขวัญใจจจ มาซบอกเจ้มาลูกกกก
    #877
    0
  6. #876 INSPIFAH! (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 15:22
    รอนะค้า แงงงง
    #876
    0
  7. #875 koii0926 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:19
    น้องขวัญใจ ใจเย็นๆนะ พี่ชลก้อรีบมาง้อน้องเร็วๆสิคะ
    #875
    0
  8. #874 miyumyun0203 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 07:53
    อิเจ้หยูแปลกๆนะ
    #874
    0
  9. #873 mackle (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 07:27
    โถถถถน้องขวัญใจ
    #873
    0
  10. #872 Raeder (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 02:18
    นิสัย ชอบทำอะไรให้น้องขวัญใจเข้าใจผิดตลอด ฏดนน้องงอนเลย สมน้ำหน้า
    #872
    0
  11. #871 ภรรยาปาร์ค (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 19:36
    กรี๊ดดดดดดด โมโหพี่ละนะ
    #871
    0
  12. #867 hunnnielu947 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:15
    ฮือออ ร้องไห้สงสารน้องขวัญใจ เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว แต่ก็เพราะพี่ชลนั่นแหละ ทำตัวไม่ชัดเจนทำให้น้องขวัญใจเข้าใจผิดใหญ่เลย
    #867
    0
  13. #864 mmiisoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 21:01
    สงสารน้องขวัญใจจังเลยยย เนี่ยยยย ให้ใจพี่ชลไปแล้ววววว
    #864
    0
  14. #863 anissu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 18:59

    อยากกอ่านต่อแล้วววว
    #863
    0
  15. #862 NmAoMn:P (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 17:32
    อยากอ่านต่ออล้วง่าาา
    #862
    0
  16. #861 YgfRgd (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 15:50
    น้องงงงง พี่ชลต้องง้อแล้วนะ!!
    #861
    0
  17. #860 MNareerat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 15:32
    โธ่ลูกกกกแม่น้องงงเข้าใจผิดด
    #860
    0
  18. #858 명롱이 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:46
    จังหวะมันจะเหมาะอะไรขนาดนี้ เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว
    #858
    0
  19. #856 dwarf-planet (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 11:40
    กาหยูต้องมีอะไรแน่ๆ!
    #856
    0
  20. #855 llnplw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 11:09
    น้องลูกกกกใจเย็นๆๆ
    #855
    0
  21. #854 Poolsky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 09:17
    -พี่ชลลลลคดีเก่ายังไม่เคลียร์เจอคดีใหม่อีกละ สงสารน้องแล้วเนี่ยยย
    #854
    0
  22. #853 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 08:43
    ฮืออออ ขวัญใจลูกแม่ หนูใจเย็นๆนะค้าาาา อิพี่ชล! รีบมาง้อน้องเลย น้องเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ววว
    #853
    0
  23. #852 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 07:20
    น้องเข้าใจผิดใหญ่ไปมากๆๆๆ สงสารพี่ชล5555555 ซวยมาก อยากให้ดีกันแล้วๆ แบบนี้แย่แน่ทั้งคู่เลย
    #852
    0
  24. #851 JokerJung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 06:54
    ยังคงซวยซ้ำซ้อน 5555555555
    #851
    0
  25. #850 ppeii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 06:53
    พี่ชลต้องหาทางง้อแบบจริงจังละนะ ไม่งั้นจะเชียร์ให้น้องเดือนพละปลอบแล้วนะ!! พี่ชลต้องเร็วกว่านี้!! พี่ชลวิ่งงงงงงงง
    #850
    0