[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 12 : [SF] ตอนพิเศษ : เมื่อขวัญใจยังเด็กเล็กมากๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 417 ครั้ง
    16 มี.ค. 62




“..ตึกตัก..ตึกตัก..ตึกตัก ..มันเต้นอยู่ตรงอกข้างซ้าย ทีแรกก็ช้า แล้วก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เห็นเธอเดินเข้ามาใกล้..”
ถ้ามันเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับเจ้าชายที่อยู่ในหนังสือนิทาน ตอนพบกับเจ้าหญิง 
เด็กชายชลธรที่อ่านหนังสือทุกหมวดแตกฉานตั้งแต่อยู่ประถมหนึ่ง ก็คงตอบได้ทันทีว่า 
เจ้าชายกำลังตกหลุมรักเจ้าหญิงเข้าแล้วแน่ๆ 
แต่นี่ไม่ใช่นิยาย รวมทั้งเธอก็ไม่ใช่เจ้าหญิงแสนสวย
แต่เป็นเจ้าคนหน้าขาวๆ ตาขีดๆ (ที่มองมุมไหนก็หาความน่ารักไม่ได้)
เด็กชายชลธรที่อยู่ชั้นประถมหก
จึงสรุปเองในใจว่า 
บางทีเจ้าหญิงก็ขี้เหร่ได้เหมือนกัน
..แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ก็ใจเขามันเต้นแรงไปแล้วนี่นา
















5  Jan 1997


                “วันนี้ขวัญใจจะเล่านิทานเรื่องอะไร”


                เมื่อตอนขวัญใจยังมีคำหน้าชื่อเป็นเด็กชาย หน้าที่หนึ่งที่เจ้าตัวรับมาจากคุณครูหลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ ก่อนเรียนเข้าเรียนวิชาภาษาไทยในช่วงบ่ายก็คือหยิบเอาหนังสือนิทานที่คุณแม่ซื้อให้มาเล่าให้เพื่อนๆในห้องฟัง แล้วขวัญใจนักเล่านิทานอันดับหนึ่งของห้องก็พูดเสียงดังฟังชัดว่าวันนี้ จะมาในหัวข้อเรื่อง “ไอติมของเจ้าหญิง”


                แน่นอนว่าเด็กทุกคนหูผึ่ง ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน นักเล่านิทานอันดับหนึ่งยิ้มกริ่ม แน่ล่ะ..ก็เรื่องนี้เขาแต่งขึ้นมาเอง


                “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ทุกๆวันศุกร์สุดท้ายของเดือนในเมืองจะมีตลาดนัด ที่ตลาดนัดแห่งนั้นมีร้านขายไอติมรถเข็นชื่อดัง ถึงแม้จะดังแต่พ่อค้าเป็นคนขี้เกียจจึงเปิดร้านแค่เดือนละครั้งเท่านั้น และจะขายไอติมให้ลูกค้าแค่คนละลูก ไกลออกไปมีเจ้าหญิงคนหนึ่งเธอชอบกินไอติมมาก เมื่อได้ข่าวร้านไอติมชื่อดัง จึงได้ขอเสด็จพ่อเสด็จแม่เดินทางมาซื้อไอติมที่เมืองแห่งนั้น


                หลังจากต่อคิวเกือบครึ่งวัน ในที่สุดไอติมที่เธออยากกินก็มาอยู่ในมือ กำลังจะอ้าปากกัดไอติมอยู่แล้วเชียว แต่มันมีม้าตัวหนึ่งวิ่งมาจากทิศทางใดก็ไม่อาจรู้ได้ มันชนไอติมในมือเธอหลุดกระเด็นกระดอนลงไปนอนกับพื้น เจ้าหญิงหน้าเสียเธอเบะปาก ชาวบ้านที่อยู่รอบทิศพากันกลั้นใจมอง เจ้าหญิงคงร้องไห้จ้าแน่ๆ


                แต่แล้วเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างหลังเจ้าหญิง และตกหลุมรักผมเปียของเธอ ก็ยื่นไอติมของเขาให้กับเจ้าหญิง พร้อมกับพูดว่า
ไม่ต้องร้องหรอกนะ เอาไอติมของฉันไปก็ได้ 


                ส่วนไอ้คนขี่ม้าแท้จริงแล้วเป็นเจ้าชาย แต่ไม่มีบทบาทอะไร และสุดท้ายเจ้าหญิงก็ได้ครองคู่กับเด็กหนุ่มผู้มอบไอติมให้เธอในวันนั้น พวกเขาครองรักกันนิรันดร์ ในขณะที่เจ้าชายก็ตายจากไปอย่างเงียบๆ”



                “เดี๋ยวสิ เจ้าชายต้องคู่กับเจ้าหญิงไม่ใช่เหรอ” เพื่อนคนหนึ่งยกมือประท้วง เธอไม่เคยฟังนิทานเรื่องไหนที่จุดจบของเจ้าชายหดหู่เท่านิทานเรื่องนี้


                “กะ..ก็เรื่องนี้เจ้าหญิงไปรักกับเด็กชายที่ให้ไอติมไง”


                “ทำไมถึงรักล่ะ เจ้าชายหล่อกว่าก็ต้องรักกับเจ้าชายสิ”


                “ก็เจ้าชายนิสัยไม่ดี ทำเจ้าหญิงร้องไห้ เจ้าหญิงเลยไม่รักไง”

                เสียงฮือฮาเห็นด้วยดังขึ้นรอบวง (เจ้าชายได้มาฟังคงน้ำตาตกใน)


                “แล้วเด็กที่ให้ไอติมหล่อมั้ย”


                “หล่อสิ ถึงหล่อสู้เจ้าชายไม่ได้ ก็ดูหล่อเพราะจิตใจดี”

                เสียงปรบมือแซ่ซ้องดังขึ้นรอบห้อง ขวัญใจอมยิ้มกริ่มที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนๆ


                เพื่อนคนเดิมที่ยังไม่หมดข้อสงสัยก็ยกมือขึ้นอีก “ถ้าเจ้าหญิงตกหลุมรักเด็กหนุ่มที่จิตใจดี แล้วเจ้าชายล่ะ จะตกหลุมรักเขาด้วยมั้ย”

                คราวนี้ขวัญใจยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ เรื่องนี้คงต้องให้เจ้าชายมาตอบเอง

 















6  Jan 1997



                เช้าวันนั้นเป็นยามเช้าที่แสนสดใส เด็กชายขวัญใจที่มีเป้สีเหลืองอยู่บนหลังบอกลาคุณแม่ ก่อนจะเดินต่อแถวเข้าโรงเรียนโดยไม่ต้องให้คุณแม่มาส่ง ระหว่างยืนรอคุณครูตรวจเครื่องแต่งกายนั้นเอง ตาเรียวก็หันไปมองเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เด็กผู้ชายที่น่าจะอายุมากกว่าขวัญใจเพียงไม่กี่ปี เขาช่างหล่อเหลาอย่างกับเจ้าชาย...ใช่แล้วล่ะ ตาเล็กเบิกโตขึ้นทันที มันกลอกหลุกหลิกไปมา เจ้าตัวเล็กในชุดกางเกงสีแดงรีบหันหลังก่อนที่เด็กผู้ชายสุดหล่อนั่นจะหันมามอง


                ขวัญใจยังจำเขาได้ดี ท่าทางแบบคุณชาย สง่างาม สวมชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเป็นเด็กผู้ชายคนที่ลื่นโรลเลอร์โคสเตอร์เข้ามาชนขวัญใจตรงหน้าร้านไอติมเมื่อหลายวันก่อน 




                “เห้ยๆๆอย่าร้องนะ
!!!

            ร่างน้อยเงยหน้า พยามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่พอมองไอติมรสสตอเบอรี่ของโปรดที่กองอยู่บนพื้น น้ำตาก็ไหลออกมาเอง ปากเล็กๆเบะขึ้น             

            “อะ.. เอาอันนี้ไป” ไอศกรีมรสสตอเบอรี่โคนใหม่ ถูกยื่นมาตรงหน้าของเด็กตัวน้อย ขวัญใจเม้มปาก ตอนนี้น้ำตาไม่ไหลแล้วมีเพียงเสียงสะอื้นฮึกๆ กับมือใหญ่ที่วางแปะลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาล “..ไม่ร้องแล้วนะคะ”



                แววตาของนายคนนั้นตอนที่ยื่นไอติมมาให้ ยังคงอุ่นวาบอยู่ในหัวใจร่างน้อยตั้งแต่วันนั้น และมันดูไม่แมนเอาซะเลย ทั้งที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอดไป แต่หมอนั่นดันโผล่มาอยู่โรงเรียนเดียวกันซะได้ ร่างเล็กก็ได้แต่คิดว่าเขาคงจำกันไม่ได้หรอก

                หารู้ไม่ว่าตัวเองถูกสายตาคมลอบมองตั้งแต่อยู่หน้าประตูโรงเรียน 

















11  February  1997



               
น้องชลคิดอะไรอยู่ครับลูก


                เด็กชายชลธรที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียน กำลังนั่งคิ้วขมวดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ คุณแม่มองหน้าเว็บที่ถูกเปิดค้างไว้ ดูเหมือนลูกชายของเธอกำลังหาบางสิ่งบางอย่าง ในหัวข้อ
ของขวัญวันวาเลนไทน์


                “เพื่อนๆบอกว่า อีกไม่กี่วันก็วาเลนไทน์”



                คุณแม่ยิ้มบาง เอื้อมมือไปลูบเส้นผมสีดำของพ่อหนุ่มสุดฮอต เธอเอ่ยปากถามยิ้มๆ  

               
น้องชลจะซื้อของขวัญให้ใครคะ

               
คุณแม่รู้ได้ไงครับ

               
เป็นคุณแม่ ก็ต้องรู้สิคะ


                คุณแม่ยิ้มอีก ปกติก็ไม่เห็นน้องชลจะสนใจ แต่ปีนี้เพิ่งย้ายเข้าไปเรียนที่ใหม่ได้ไม่กี่วัน ลูกชายเธอกลับดูกระตือรือร้นจนเธอนึกเอ็นดู

               
แล้วน้องชลรู้รึเปล่าคะ ว่าคนที่ลูกจะให้ของ เขาชอบอะไร

               
“...”















 

12  February  1997


               
นี่นายน่ะ


                มือเล็กกำช้อนกับส้อมในมือแน่น ดวงตาเรียวก้มลงมองชามก๋วยเตี๋ยว ที่เป็นอาหารเที่ยงของวันนี้ มีพี่ปอหกกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาในโรงอาหาร ในกลุ่มนั้นมีเด็กผู้ชายคนที่ผมสีดำ คนที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง ขวัญใจไม่กล้าเงยหน้า แม้เสียงใหญ่นั้นจะดังอยู่ใกล้ๆ  


                “นายคนที่ก้มหน้าอยู่น่ะ”


               
ระ..เราเหรอ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกรอกมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงพี่ปอหกคนนั้นที่เขาพยามหลบหน้ามาทั้งอาทิตย์ แต่ตอนนี้พี่เขามานั่งอยู่ตรงหน้าขวัญใจแล้ว ตาเล็กๆหรี่มองคนหน้าอย่างอกสั่นขวัญแขวน


               
ชอบกินอะไร

               
ฮะ?”

               
ฉันถามว่านายชอบอะไร”

               
แล้วนายมาถามเราทำไม

               
ก็แค่ของที่นายชอบอะ มันตอบยากตรงไหนฮะ


                พี่ปอหกถอนหายใจ ไม่เข้าใจทำไมคนตรงหน้าเข้าใจอะไรยากจัง ตอนนี้เพื่อนๆในโรงอาหารก็เริ่มหันมามองกันแล้วด้วย


                ร่างน้อยคิ้วขมวด หิวข้าวก็หิว จะกินข้าวพี่เขาก็ถามอยู่นั่น เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง
มาดุเรา ทำไมเนี่ย เราไม่ยุ่งกับนายแล่ว


                คนอะไร มาถึงก็พูดเสียงดุใส่ ขวัญใจยกชามก๋วยเตี๋ยวลุกขึ้นหนีไปนั่งกับเพื่อนๆที่โต๊ะอื่น ขวัญใจจำได้คุณแม่บอกว่าอย่าคบสะพานสะพานพาไปหาหิด ขวัญใจจะไม่ยุ่งกับไอ้พี่นั่นเลย
















                แต่แล้วไอ้พี่นั่นไม่โผล่มาอีกครั้ง ตอนที่ขวัญใจนั่งรอคุณแม่อยู่หน้าโรงเรียน เดินมากันเป็นแก๊งเลย ขวัญใจตัวสั่นหงึกๆ กระชับเป้สีเหลืองในอ้อมแขนแน่น ตาเล็กๆก้มลงมองรองเท้าพละสีเดียวกับเสื้อนักเรียน
  

              
มีขนมที่ชอบมั้ย?”

               
ห๊ะ?”

               
ชอคโกแลตหรือคุกกี้

               
เราชอบหมดอะ

               
เหรอ แล้วถ้าเลือกอย่างเดียวล่ะ

               
อะไรก็ได้ ถ้าคุณแม่ทำให้กินก็ต้องกินให้หมดอยู่แล้วอะ


                เสียงประกาศเรียกชื่อน้องขวัญใจว่าผู้ปกครองมารับแล้ว ร่างจ้อยถอนหายใจที่จะได้ลุกไปจากตรงนี้เสียที มือเล็กดึงกระเป๋าขึ้นสะพายบ่า แล้วเปลือกกล้วยที่นั่งกินอยู่ไว้เมื่อกี้ก็หล่นลงบนพื้น โดยที่ไม่ทันสังเกตเห็น


               
งั้นตกลงว่าชอบอะ..เห้ย..


                ดังนั้นตอนที่เด็กชายชลธรจะเดินตาม ร่างจ้อยที่ใส่กางเกงแดงไป เขาก็เหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มอยู่ตรงหน้าโรงเรียนนั้นเอง 





















                ลูกชายตัวกลมปุ๊กที่ใส่กางเกงสีแดง และสะพายกระเป๋ารูปกล้วยสีเหลือง ดูจะหงอยกว่าทุกวัน ปกติต้องร้องขอให้คุณแม่ซื้อโตเกียวหรือไอติมหลอดให้กินแล้ว แต่วันนี้พอคุณแม่ถาม น้องขวัญใจก็ส่ายหัวดิก
 
               เจ้าคิ้วบางที่บางจนแทบกลืนหายไป วันนี้ก็ขมวดมุ่น เธอจำได้ว่าไม่เคยสอนลูกให้ขมวดคิ้วแบบนี้ ปกติน้องขวัญใจเป็นคนร่าเริง ยิ้มเก่ง เธอสงสัยจริงๆว่าลูกชายของเธอไปจำวิธีขมวดคิ้วจากใครมา



               
ถ้าน้องขวัญใจไม่กินขนม งั้นคุณแม่พาหนูกลับบ้านเลยนะ

               
อื้อ” หัวกลมพยักหงึกๆ ดูเหมือนน้องกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่จนลืมเรื่องขนมไป

                “วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ”

                “หนูโดนพวกพี่ปอหกแกล้งครับคุณแม่”

                “หืม...”

                “หนูกินข้าวอยู่เขาก็มานั่งกินด้วย” ฟ้องคุณแม่เสียงดังจนปากยู่

                “เหรอคะ แล้วพี่เขาแกล้งยังไงอีกคะ”

                “เมื่อกี้ก็มาดักหนูที่หน้าโรงเรียน”

               
เขามาไถเงินหนูรึเปล่าคะลูก”

               
เปล่าฮะ แต่ถามอะไรก็ไม่รู้”

               
เหรอ งั้นหนูก็อยู่ห่างๆเขาไว้ ไม่ต้องเข้าไปใกล้ๆ ถ้าพี่เขาเข้ามาแกล้งอีกก็บอกคุณครูนะคะ

                “อื้อ”


















 
13  February  1997


                เพราะเมื่อคืนนอนดูนินจานารูโตะไปสองตอน ตอนที่เดินเข้ามาในโรงเรียน ร่างเล็กป้อมที่ใส่กางเกงนักเรียนสีแดง จึงมั่นใจว่า เขาจะสามารถหลบหลีกสายตาของแก๊งรุ่นพี่ปอหกคนนั้นได้แน่ๆ ด้วยทักษะการเดินให้ชิดกำแพงโรงเรียนที่สุด และเปลี่ยนกระเป๋านักเรียนหลบสายตาศัตรูจากสีเหลือง เป็นสีชมพูอ่อน


                ดังนั้นตอนที่ขออนุญาตคุณครูออกมาเข้าห้องน้ำ ร่างเล็กป้อมที่ก้าวพ้นธรณีประตูออกมาก็เอาหลังแนบกำแพง ตาเรียวสอดส่ายซ้ายขวา ก่อนจะเอาตูดไถลตามแนวกำแพงไปเรื่อยจนถึงห้องน้ำ


                ร่างจ้อยยกยิ้มให้กับความฉลาดของตัวเอง หลังจากเข้าห้องน้ำล้างมือเรียบร้อย ก็เปิดประตูเดินออกมา โดยไม่ทันได้ระวังตัว ดังนั้นตอนที่ผู้ชายตัวสูงอยู่ปอหกคนนั้นโผล่มาดักตรงหน้าประตู ร่างเล็กจึงเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ตาเรียวเบิกกว้าง วิญญาณนารูโตะหลุดจากร่างไปเสียแล้ว



               
ชอบดอกไม้ไหม

               
อะ..ออกไปไกลๆเราเลย

               
ทำไม?”


                เด็กชายชลธรขมวดคิ้ว ตั้งแต่เกิดมาจนอายุสิบเอ็ดปี ยังไม่เคยมีใครกล้าไล่เขาให้ไปไกลๆ แล้วไอ้เจ้าตัวกระจ้อยร่อยนี่เล่าเป็นใครถึงได้กล้าปฏิเสธเขา “นายก็แค่ตอบมาว่าชอบหรือไม่ชอบ”


               
แม่เราบอกให้อยู่ไกลๆนาย


                คำตอบที่ได้ฟัง ทำเด็กชายชลธรหงุดหงิดกว่าเก่า..เขามองร่างจ้อยที่เบะปาก มีน้ำใสๆคลออยู่ตรงหน่วยตาเรียว


                ใบหน้าคมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนได้กลิ่นแชมพูยี่ห้อจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน นัยน์ตาสีดำก้มลงมองเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋ว ริมฝีปากชลธรอยู่ห่างจากหน้าผากที่มีเส้นผมสีน้ำตาลเพียงไม่กี่เซนต์ เขายิ้มยียวน ถามคนที่ยืนตัวสั่นเสียงเรียบสนิท


                 
ไกลแค่นี้พอไหม

                ตอนนั้นเองที่เพื่อนชลธรใช้มือผลักเขา ที่ไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยว มือหนาคว้าร่างบางของคนตัวเล็กเอาไว้ แล้วริมฝีปากที่นุ่มอุ่นก็จรดลงแผ่วเบาบนหน้าผากขาวของขวัญใจพอดิบพอดี

                “..อ๊ะ”     


                มีความเงียบเกิดขึ้น

               
แง้~~ เราเกลียดนายแล่ว

                ตามมาด้วยเสียงร้องไห้จ้า และเด็กกางเกงแดงที่วิ่งหนีออกจากห้องน้ำไป เด็กชายชลธรยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง เขาไม่เคยรู้เลยว่าแชมพูยี่ห้อจอห์นสันแอนด์จอห์นสันหอมได้ขนาดนี้



















                เย็นวันนั้นเด็กชายชลธรที่ทำการบ้านเสร็จเร็วเหมือนทุกวัน ก็มานั่งซ้อมเปียโนในห้องนั่งเล่นกับคุณแม่เหมือนเคย แต่วันนี้เขากลับไม่มีสมาธิเอาซะเลย เผลอกดผิดไปหลายตัวโน้ต จนคุณแม่เงยหน้าขึ้นมามองอยู่หลายรอบ
 

               ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาตอนที่น้องปอสองร้องไห้จ้า วิ่งหนีออกจากห้องน้ำไป ทำให้เขาไม่มีสมาธิเรียนตลอดช่วงบ่าย ที่แย่คือเขาเผลอเขียนชื่อขวัญใจซ้ำๆแทนที่จะเป็นคำในภาษาอังกฤษที่คุณครูสอนอยู่บนกระดาน หรือแม้แต่ตอนที่เรียนวิชาวาดรูป สมุดวารูปของเด็กชายชลธรก็เป็นรูปลูกหมาที่หน้าตาคล้ายขวัญใจอีก



                “น้องชื่อขวัญใจเหรอครับลูก”

                “คุณแม่
!!”


                เด็กชายชลธรหน้าขึ้นสีจัด ใบหน้าขาวกลายเป็นสีแดงตั้งแต่แก้มไปถึงใบหู ยามมองดูคุณแม่นั่งเปิดสมุดวิชาภาษาอังกฤษทีละหน้า


                “แล้วตกลงพรุ่งนี้น้องชลเตรียมของขวัญอะไรให้น้องคะ”
 




















14 February
               

                เช้าวันนั้น อากาศแจ่มใสกว่าทุกวัน เด็กชายชลธรลงจากรถคุณแม่พร้อมถุงใบเบ้อเริ่ม หัวใจเขาพองโต
เหมือนลูกโป่งที่ถูกเติมลมจนป่อง ที่แรกที่เขาตรงไปก่อนห้องเรียนตัวเองคือ ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สอง


                “น้องขวัญใจไม่สบาย วันนี้ไม่มาโรงเรียนนะคะ”


                เด็กชายปอหกยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนถูกเข็มเจาะหัวใจจนมันฟีบไร้เรี่ยวแรง เขาเกือบจะทิ้งถุงใบใหญ่ไว้หน้าห้องชั้นปอสองเสียแล้ว


                “แต่น้องมีการบ้านที่ต้องส่งวันพรุ่งนี้”


                ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าชลธรหันไปหาคุณครูด้วยใบหน้าแบบไหน

                “พี่ชลอยากอาสาเอาการบ้านไปให้น้องที่บ้านมั้ยคะ” 











                


                “ขวัญใจจจ!! เพื่อนมาหา”

                “มาทำไม”


                ตอนที่เจ้าของหัวยุ่งๆในชุดนอน(ที่เหมือนชุดคลุมอาบน้ำมากกว่า)โผล่หน้าออกมาจากประตูบ้าน            เด็กชายตัวโตที่ซ้อมยิ้มมาตั้งแต่อยู่บนรถก็หุบยิ้มฉับ น้ำเสียงห้วนๆกับหัวฟูๆของเจ้าเด็กปอสองตอนพูดกับเขา ทำให้เด็กชายชลธรผู้ได้รับความสำคัญจากทุกคน ยกเว้นคนคนเดียว เริ่มรู้สึกฉุน


                “ฉันเอาการบ้านมาให้”

                “ขอบคุณ”

                ปากเล็กอุบอิบตอบแทบไม่ได้ยินเสียง

                ขวัญใจเหลือบมองหัวใจเล็กใหญ่มากมายที่ติดเต็มเสื้อของพี่ปอหก คนตัวเล็กยังจำได้ว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ถ้าได้ไปโรงเรียนก็คงได้หัวใจกับเขาบ้าง ถึงจะไม่ฮอตแบบพี่ปอหก แต่ก็ดีกว่าต้องอยู่เฝ้าบ้าน ไม่มีใครสนใจแบบนี้ คิดแล้วหางตาก็ตกลงยิ่งกว่าเก่า หน้าหงอยเหงาจนคนยืนมองอยู่แต่แรกสังเกตเห็น               


                “ทำหน้าแบบนั้น อยากได้ของขวัญวาเลนไทน์รึไง”

                “ใครจะไปอยาก..”


                สติกเกอร์รูปหัวใจที่แปะอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อถูกดึงออกมา มือเล็กแปะสติกเกอร์ทับลงตำแหน่งเดิม แต่เป็นกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย ตรงอกของเด็กชายขวัญใจที่อยู่ในชุดนอน


                “ไม่ใช่ของขวัญวาเลนไทน์นะ ฉันแค่สงสารนายเท่านั้นแหละ”


                เด็กชายวัยสิบเอ็ดยกมือขึ้นเกาคาง ในใจอยากต่อยปากตัวเอง ทั้งที่เมื่อคืนก็ซ้อมพูดมาอย่างดี แต่พอมาอยู่ตรงหน้าเจ้าเด็กปอสอง ปากเขากลับพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับใจซะได้

                “...”

                “อะ..ลืมไป” ถุงยาใบเบ้อเริ่มถูกยื่นมาให้อีกครั้ง “คุณครูฝากให้ซื้อมาให้”

                “อืม ฝากขอบคุณคุณครูให้ด้วย”


                คนตัวเล็กหันหลังอยากกลับไปนอนต่อแล้ว ตอนนั้นเองที่เด็กปอหกตัวโตสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าตัดสินใจตะโกนเรียก ให้ร่างเล็กหันกลับมาอีกครั้ง “เดี๋ยว...คือ..”


                “อะไรอีก”

                “หายป่วยไวๆนะ”

                “...อื้อ”


                “คุณครูฝากมาบอกน่ะ”


                ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้ คิดว่าพี่ปอหกคงไม่มีเรื่องอะไร จึงหันหลังกลับเข้าบ้าน แต่ก็ต้องชะงักเท้า เมื่อรู้สึกถึงแรงดึงตรงชายเสื้อ มันเป็นมือของพี่ปอหกที่ยื่นมาจับเอาไว้ ขวัญใจยกคิ้วขึ้น มองพี่ปอหกที่ยืนก้มหน้าด้วยความแปลกใจ


                “รับไปสิ”


                ชลรเปิดถุงที่วางทิ้งไว้แต่แรก เขาหยิบดอกกุหลาบสีแดงดอกใหญ่ กล่องคุกกี้ และตุ๊กตาหมี ยื่นให้คนตรงหน้า ตาเรียวเล็กหรี่มองของเหล่านั้นที่อยู่ในมือพี่เขา ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม


                “คุณครูฝากมาเหรอ..”

                “ไม่ใช่ของคุณครู ของฉันให้นาย
!!!”


                ตะโกนออกไปแล้ว ชลธรพูดออกไปแล้ว เด็กชายในวัยสิบเอ็ดขวบที่ได้พูดความในใจออกไป รีบหันหลังวิ่งขึ้นรถของที่บ้านที่จอดรออยู่ใกล้ๆกัน ทิ้งคนที่เขาของขวัญไว้ตรงหน้าบ้านโดยไม่อธิบายอะไร แค่นี้หัวใจเขาก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว แต่เจ้านั่นดูเหมือนจะงงอยู่สินะ  

                ให้ตายเถอะ คงไม่เอาดอกกุหลาบของเขาไปต้มกินหรอกนะ
 


               เด็กชายชลธรยิ้มให้กับตัวเอง แม้ความสัมพันธ์ในครั้งนั้นจะเริ่มต้น และจบลงในวันนั้น เพราะหลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาต้องย้ายโรงเรียนตามคุณพ่อที่ต้องเดินทางไปประจำอยู่ต่างประเทศ


                แม้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรถึงจะได้พบกันอีก แต่ก็ยังเชื่อว่า ไม่ว่าเมื่อไรที่พบได้กัน เด็กชายขวัญใจก็ยังคงเป็นความประทับใจแรกของเด็กชายชลธร เหมือนกับที่เป็นคนแรกที่ทำให้เขาใจเต้นแรง เพราะตกหลุมรักเข้าเต็มๆนั่นแหละนะ



















































- - - - - - - - - - - - - - - - -  100%- - - - - - - - - - - - - - - - -
น้องเขามึนยืนหนึ่งมาตั้งแต่ปอสองแล้วจ้า 55555 #ficsomecb #ขวัญใจชบ
สารภาพว่า ตั้งใจเขียนเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ให้คนอ่านทุกๆๆๆคน
แต่ก็คื้ออผ่านมาเนิ่นนาน ให้อภัยเรานะค้า รู้ใช่มั้ยคะว่ารักเหมือนเดิม กิกิ
อยากถามความเห็นค่ะว่าเรื่องนี้มันเข้ามาอ่านยากไหมคะ
เราควรเปิดเป็นเรื่องยาวให้หาง่ายขึ้นไหมคะ น่าจะ12 ตอนจบ ทุกคนโอเคไหมคะ
เราอยากขอคำแนะนำจากคนอ่าน ตอบได้เต็มที่เลยนะคะ 






  












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 417 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1160 Darkmate (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 17:46
    แงงงงแอบใจหาย
    #1,160
    0
  2. #770 myname' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:15
    โคตรของโคตรน่ารักเลย มันทำให้เราคิดถึงเรื่องสมัยมัธยม คิดถึงตัวเอง คิดถึงบรรยากาศตอนเป็นเด็ก ช่วยฮีลลิ่งตอนเครียดๆตอนโตได้เลย ขอบคุณมากนะคะ ขวัญใจเป็นขวัญใจของเราด้วยอีกคน ไม่ใช่ของพี่ชลคนเดียวแล้ว แงงง เอาใจเราไปเลย ขอบคุณที่แต่งเรื่องน่ารักๆความรู้สึกดีๆให้ได้อ่านนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เหมือนได้โตไปกับความรู้สึกแบบนี้เลย ถึงจะแค่สั้นๆก็เถอะ55555555
    #770
    0
  3. #766 fagalalalll (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:01
    ฮือถ้าไรท์เปิดเป็นเรื่องยาวก็ได้นะๆๆ ถ้าไรท์มีเวลาว่างเเล้วก็ต่อให้มันจบได้เเต่ถ้าไม่ว่างก็ต่อตอนสั้นก็ให้จบก็ได้ค้า ได้สองเเบบเรยยยยยย รออ่านค่าาา
    #766
    0
  4. #765 ponyb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:16
    จะจำกันได้มั้ยน้าาาา อยากอ่านตอนต่อไปจะแย่แล้วค่ะ
    #765
    0
  5. #764 ponyb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:16
    จะจำกันได้มั้ยน้าาาา อยากอ่านตอนต่อไปจะแย่แล้วค่ะ
    #764
    0
  6. #763 marshmallow_2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:50
    พี่ชลจำน้องได้มั้ยเนี่ยย เขิน น้องน่ารักจริงๆ
    #763
    0
  7. #762 sassy0420 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:31
    น่ารักมากค่ะ แง้
    #762
    0
  8. #761 sassy0420 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:31
    น่ารักมากค่ะ แง้
    #761
    0
  9. #760 yamakawaii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:16
    โอ๊ยยย พี่ชลต๋าาาา พี่ชลทำไมน่าหมั่นเขี้ยวงี้ ขี้เขินด้วย 5555555555555555555

    ว่าแต่อยากรู้เลยว่าตอนที่กลับมาเจอกันน่ะพี่ชลจำน้องได้ทันทีเลยมั๊ย ><
    #760
    0
  10. #759 Paul-NT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:18
    ขวัญใจน่ารักมาก น้องดูงงๆ 5555 พี่ชลก็นะ ไม่ต้องเขินหรอก~~~อยากรู้ว่าพอทั้งคู่โตขึ้นจะจำได้มั๊ยว่า เคยเจอกันมาก่อน❤️ รอให้ถึงตอนนั้นนะคะ ^^
    #759
    0
  11. #756 llnplw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:15
    เราอยากให้เขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องยาวจริงๆค่ะ อยากได้เล่มด้วย งื้ออออ
    #756
    0
  12. #755 rainywinter_days (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25
    เปิดเรื่องยาวก็ได้ค่าาา อยากอ่านไปถึงตอนจบแน้ว><
    #755
    0
  13. #754 BB BOY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:50
    พี่ชลจำน้องได้ใช่ไหม
    #754
    0
  14. #753 MT_jjp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:36

    น่ารักมากกกกกก

    #753
    0
  15. #752 hunnnielu947 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:17
    น้องขวัญใจน่ารักแต่เด็กเลยอ่ะ ฮืออ ชอบจัง
    #752
    0
  16. #751 THEAW (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:36
    น่ารักจังง แต่งยังไงให้ขวัญใจน่าเอ็นดูขนาดนี้ ฮืออออ
    #751
    0
  17. #750 goldenstars (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:12
    ฮืออออ น่ารักมากๆเลยยย
    #750
    0
  18. #749 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:28
    ฮืออออ แสดงว่าพี่จำน้องได้ตั้งนานแล้วซีนะแงงงงงงง //เปิดบทความใหม่ก็ได้ค่า คนอื่นจะได้หาง่าย แต่เราอยากให้ต่อในนี้นะคะ เราเริ่มต้นกันมาจากที่นี่เสียดายยอดไลค์ยอดเม้นท์ㅜㅅㅜ
    #749
    0
  19. #748 Rung_moohham (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:22
    ขวัญใจลูกกกก น่าเอ็นดู
    #748
    0
  20. #747 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:19
    โอ้ยยยย กรี้ดดดดด น่ารักๆๆๆๆๆ มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลยฮือออออ
    #747
    0
  21. #746 dewwiizodiac (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:09
    สะพานพาไปหาหิด 555555
    #746
    0
  22. #739 명롱이 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:15
    แม่ไม่ให้คบสะพานเหรอลูก
    #739
    0
  23. #727 hunnnielu947 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:53
    โอ้ยยยย น้องน่ารักมากอ่ะ น่ารักแต่เด็กเลย 5555555 พี่ชลจะดุน้องทำไมน้องกลัวเลย ฮือออ ตลกกกก เล่านิทานไปคนในห้องถามว่าเจ้าชายจะชอบคนให้ไอติมด้วยมั้ยคือเขินเลยยยย
    #727
    0
  24. #726 beautiful-lady (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:17
    พี่ชลจะถามน้องก็คุยกับน้องดีๆสิลูก แบบนี้คือเขินถูกมะ555555555
    #726
    0
  25. #720 THEAW (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:31
    น่ารักอ่าาาาาาา เรารู้สึกเหมือนไม่ได้อ่านฟิคแบบนี้มานานมากกก ภาษาแบบไทป์ที่เราชอบเลยอ่ะ ฮือออ แต่งต่อเรื่อยๆเลยนะคะ สู้ๆน้าาาาาา
    #720
    0