[SF/OS] Something about chanbaek

ตอนที่ 10 : [SF] ขวัญใจ : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 504 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

#exo #chanbaek 



..เพราะสำหรับฉันแต่ก่อน

ความรักคือการคว้ามา
แต่ในวันนี้ฉันเปลี่ยนความรักคือการให้ไป
เพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ..









              “ไม่เจอหน้าเลย นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”

                ขวัญใจก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้มันแน่นดี จนแน่ใจว่าจะไม่หลุดขณะวิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งรอยยิ้มลูกหมาให้เพื่อนคณะพละ
  
                “เราสอบทั้งอาทิตย์เลย เพิ่งเสร็จวันนี้”


                เดือนคณะพละยิ้มกว้าง เริ่มออกวิ่งโดยมีร่างเล็กของเด็กคณะเภสัชวิ่งเหยาะๆขนาบมาข้างๆ เวลาที่ขวัญใจวิ่งผมสีน้ำตาลจะลู่ไปตามลม มันทำให้เขานึกถึงสุนัขพันธุ์คอร์กี้ที่บ้าน เพราะขาสั้นกว่าสุนัขพันธุ์อื่นจึงให้ความรู้สึกปุ๊กปิ๊กน่าจับฟัด เหมือนกับคนข้างๆเขานี่แหละ  
   

             ขวัญใจพลิกโทรศัพท์ขึ้นมาดู ตอนที่เสียงเตือนข้อความไลน์แทรกเข้ามา เป็นข้อความจากคนที่ไม่รู้ไปเอาเวลาว่างมาจากไหน ตั้งแต่วันที่ได้ไลน์ขวัญใจไป พี่เดือนคณะแพทย์ก็ส่งข้อความมาหาได้ทุกวัน วันนี้สอบวิชาอะไร ทำข้อสอบได้มั้ย แนวตรงรึเปล่า ไปจนถึงเรื่องขวัญใจกินข้าวรึยัง วันนี้กินอะไร ซึ่งขวัญใจก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมช่วงหลังๆ แก้มขาวสองก้อนมันถึงต้องยกขึ้นตอนที่ได้อ่านข้อความของพี่เขา
  
               แม้แต่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มน่ารักตอนที่มองโทรศัพท์อยู่นั้น มันก็อยู่ในสายตาของใครอีกคนตลอด   


 
           C.thor : ไปกินข้าวเย็นกันมั้ย วันนี้พี่เลี้ยงเอง


               อยากไปนะ แต่ขวัญใจมาวิ่งแล้วนี่สิ กำลังจะพิมพ์ขอโทษกลับไป เสียงทุ้มของเพื่อนคณะพละที่มาพร้อมหน้าดุๆ ก็ทำให้คนน่ารักต้องชะงัก


                “เล่นโทรศัพท์ตอนวิ่ง เดี๋ยวก็หกล้ม”
                “ฮื่อ เราเก็บก็ได้”

                เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า โดยไม่ทันได้เห็นข้อความที่ส่งตามมาอีกอัน



             C.thor : อยู่กับใคร?





































                ภีมพลกำลังบิดขี้เกียจ คืนนี้เขาต้องอยู่ตึกผู้ป่วยนอกยันเช้า แม้ว่าจะต้องเก็บเคสทำรายงานส่งอาจารย์ แต่ภีมพลจะดีใจมาก ถ้าคืนนี้ผ่านไปโดยไม่เจอเคสหนักๆ นิสิตแพทย์ปีห้านั่งอ้าปากหาว เอ่ยทักร่างสูงของเพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามา หลังจากมันบอกว่าจะออกไปซื้อข้าวที่โรงอาหารหอพัก เพราะเบื่อกับข้าวเซเว่นเต็มทน


                “ไหนข้าวกระเพราไข่ดาวของกูอะ”
                “หมด”


                ตอบสั้นจุ๊ดจนภีมพลไม่กล้าถามอะไรต่อ รับขนมปังไส้ถั่วแดงที่มันอุตส่าห์มีน้ำใจแวะซื้อให้ที่เซเว่นมาอย่างงงๆ ภีมพลเกาหัวแกรก ตอนออกไปมันยังยิ้มร่าเหมือนคนบ้าอยู่เลย ทำไมเดินหน้าตึงกลับมาเหมือนโดนผีเข้าอย่างนั้นล่ะวะ


                “หมอชลไม่สบายรึเปล่าคะหมอภีม”  

                แทบจะถอนหายใจออกมา ตอนที่พี่พยาบาลเดินหน้าซีดเข้ามากระซิบถาม เธอว่าเมื่อกี้มีน้องคณะพละเข้ามาตรวจ นักศึกษาแพทย์ชลธรแผ่รังสีปีศาจจนน้องคนนั้นแทบร้องไห้ ปกติไม่เคยเห็นดุแบบนี้มาก่อน


                ภีมพลยิ้มแหย เขาเองก็ไม่อยากเสี่ยงเข้าไปถามเหมือนกัน ล่าสุดที่เห็นเพื่อนอารมณ์เสียก็ตอนวันเปิดหอนู้น คิดๆดูแล้วสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเขาเปลี่ยนไป ก็มีอยู่แค่คนเดียว..


                ว่าที่คุณหมอเบิกตากว้าง นึกไม่ถึงว่าพอคิดถึงเจ้าตัวจะโผล่มาตรงหน้า  


                ร่างเล็กของน้องขวัญใจเดินขากะเผลกขาเข้ามา ในห้องฉุกเฉิน เขาเห็นแผลถลอกที่หัวเข่าทั้งสองข้างของน้อง แผลสดดูไม่ได้หนักหนาอะไร กำลังจะเดินเข้าไปทักคุณหมอเจ้าของไข้ก็โผล่ออกมาจากห้องพอดี

                “ให้คนไข้เข้าไปได้เลย..”


                ตอนนั้นเองที่ภีมพลรู้เลย ว่าใครหรืออะไร กำลังเล่นงานเพื่อนเขาอยู่



                “บอกแล้วว่าอย่าปั่นจักรยานตอนมืดๆ ล้มได้แผลมาเลย”



                คนข้างกายในชุดพละสีเขียว ที่พยุงแขนน้องขวัญใจเอาไว้ เดาว่าหมอนั่นน่าจะเป็นคนพาน้องมาส่งที่ห้องฉุกเฉินด้วย อยากจะขำออกเสียงเมื่อเห็นไอ้ชลธรมันขมวดคิ้วฉับ ตีหน้ายักษ์ ตอนที่เด็กพละมันพยุงน้องขวัญใจให้นั่งทำประวัติตรงหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล


                “นายไปรอข้างนอกก็ได้ เดี๋ยวทำแผลแปบเดียว”

                “นี่ขนมของขวัญใจ”

                “ขอบใจนะ”


                หันไปรับกล่องขนมจากมือเพื่อนพร้อมรอยยิ้ม ที่ให้ใครต่อใครไม่ต่างจากร่างสูงของคุณหมอเจ้าของไข้ พอเพื่อนเดินออกไป ขวัญใจก็จะหันมาทักทายใครอีกคนที่ยืนรออยู่นานแล้วด้วยรอยยิ้มของนางงามมิตรภาพ แต่น้องก็ยิ้มค้าง เพราะร่างสูงของเดือนแพทย์หันหลังเดินหนีเข้าห้องตรวจไปเสียแล้ว   


                “พี่ภีม..” ขวัญใจยิ้มเจื่อน หน่วยตาเรียวหลุกหลิก หน้าน้องตอนหันมาหาเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

                เขาเป็นคนโทรไปสั่งคุโด้ให้ไปบอกน้องขวัญใจเองแหละว่าไอ้ชลมันยังไม่ได้กินข้าว ถ้ามีคนใจดีซื้อข้าวมาฝาก พี่ชลคงจะดีใจมาก แต่ภีมพลเองก็ไม่ทันนึกว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้  


                “ไม่มีอะไรหรอก ไอ้ชลมันคงหิวข้าวน่ะ เดี๋ยวพี่ให้ไอ้ชลดูเคสน้องขวัญใจให้เนอะ”

                ขวัญใจพยักหน้าหงึกๆ แม้ดูท่าจะไม่อยากพบคุณหมอแล้ว แต่ก็ยอมเดินตามพี่พยาบาลไปห้องตรวจอย่างเสียไม่ได้










                “ของที่ไม่เกี่ยวข้อง เอาไปวางไว้ข้างนอกด้วยครับ”

                ร่างบางก้มลงมองถุงขนมในอ้อมแขน ตอนจักรยานล้มขวัญใจก็กลัวว่าขนมข้างในที่ตั้งใจซื้อมาฝากคนที่ต้องอยู่เวรถึงเช้าจะหกหมด ขวัญใจหน้าเจื่อน ลดถุงลงไปซ่อนไว้ด้านหลัง


                คนตัวเล็กยิ้มแห้ง ถามเสียงเบา “อ เอาเข้าไปไม่ได้เหรอ"



                คุณหมอคิ้วกระตุก เหลือบมองถุงขนมที่ไอ้เด็กคณะพละมันให้น้องขวัญใจด้วยปลายหางตา ก็ไม่ใช่ว่าเอาเข้าไม่ได้ แต่เขาไม่อยากเห็น ไม่อยากมองก็เลยพาล “ในห้องตรวจห้ามเอาของกินเข้ามาครับ”


                ขวัญใจหน้าเสีย ก้มหน้ามองพื้นเพราะไม่กล้าสบตาไม่สบอารมณ์ของพี่ชลที่จ้องมา ไม่รู้นี่นาว่าพี่ชลไม่ชอบ ตอนไปซื้อก็ลืมนึกไปว่าระดับพี่ชลธรน่ะ เขาคงไม่กินขนมราคาถูก ที่หาซื้อได้ทั่วไปหรอก ขวัญใจนะขวัญใจไม่น่าซื้อมาฝากเขาเลย



                “เราไม่รู้ว่าเอาเข้าไม่ได้ เราเห็นพี่ชลยังไม่ได้กินข้าว ก็เลยไปซื้อมาให้”

                “ของพี่เหรอ..” นานเลยล่ะกว่าชลธรจะหาเสียงตัวเองเจอ ร่างสูงถามเสียงแผ่ว เขาแทบครางออกมาตอนที่เห็นน้องเอาถุงไปซ่อนไว้ข้างหลัง

                พอตามันสว่าง หัวสมองอันชาญฉลาดก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว


                “ที่หกล้ม ก็เพราะปั่นจักรยานไปซื้อมาให้พี่เหรอ”

                ขวัญใจพยักหน้า ไม่อาจเข้าใจสายตาที่เปลี่ยนไปอบอุ่นของพี่ชลธรได้ รู้แต่ว่าบรรยากาศอึดอัดเมื่อกี้มันจางหายไปแล้ว     


                ชลธรมองคนตรงหน้าด้วยสายตาขอโทษ หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาคงไม่พูดแบบนั้นออกไป เขานั่งอารมณ์เสีย หัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่นาน นึกโกรธน้องขวัญใจที่ไม่ยอมตอบไลน์ แต่ไปวิ่งกับเด็กคณะพละ แล้วเขายังทึกทักไปเองว่าไอ้หมอนั่นมันคงจีบน้องติดไปแล้ว มีการซื้อขนมมาฝากกันด้วย ที่ไหนได้ ขนมถุงนั้นน้องตั้งใจซื้อมาให้เขา
 

                ขวัญใจนี่เป็นชื่อของแผ่นดินไหวรึยังไงกัน..ถึงสั่นสะเทือนใจเขาได้ไม่ปรานีกันเลย


                “แต่ถ้าพี่ชลไม่เอา เรา..”

                “เอาสิครับเอา” ชลธรรีบพูด ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปคว้าถุงขนมในมือน้องมาไว้กับตัวทันที

                เขารีบอธิบาย ถ้าไอ้ภีมมาได้ยินมันคงบอกว่าไม่เนียน “ถ้าของขวัญใจ เอาเข้าห้องได้ ..ขอบใจมากนะ”

                “อื้อ”









- - - -  ต่อตรงนี้น้า - - - - 







                วันนี้ร่างสูงของเดือนแพทย์อยู่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาว คล้องสเตตโตสโคปไว้ที่ลำคอ พออยู่ในชุดคุณหมอก็จะมีแว่นทรงกลม อยู่บนใบหน้าคมด้วย ตอนปกติก็ว่าดูดีแล้ว แต่ตอนอยู่ในเสื้อกาวน์ผู้ชายตรงหน้ายิ่งดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก ความรู้สึกบางอย่างทำให้ขวัญใจไม่กล้าเงยหน้ามอง
  
                “เราน้ำหนักลงแล้วนะ”

                “เหรอ”

                “ลงมาตั้งสามโล” เอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ ก็ดูสายตาของพี่ชลที่กำลังจ้องตัวเลขในช่องน้ำหนัก ตอนที่ก้มอ่านประวัติคนไข้สิ ทำไมต้องอมยิ้มแบบนั้นด้วยเล่า

                ขวัญใจล่ะอยากจะเอาดินสอจิ้มสายตาคมๆ ยามที่ปรายตามามองเขาจริงๆ ไม่รู้ทำไมนักศึกษาแพทย์ชลธรถึงเอาแต่ยิ้มแล้วก็มองขวัญใจ แล้วก็ยิ้ม


                “ไปนั่งรอบนเตียงไป”



                คนตัวเล็กมองถาดแอลกอฮอล์ที่ว่าที่คุณหมอยกมาวางข้างเตียง อยากจะขอร้องว่าช่วยเบาๆหน่อย ขวัญใจก็ไม่กล้าเอ่ย

            คนแมนๆน่ะ ไม่ร้องเพราะแอลกอฮอล์เช็ดแผลหรอก



                “อู๊ยยยย”

                ตอนนั้นเองที่น้ำใสๆจากแอลกอฮอล์ถูกราดลงบนแผล คนตัวเล็กก็ร้องโอย ชลธรคว้าข้อมือเล็กขึ้นมากุมไว้ ขวัญใจหลับตาปี๋ อยากวิ่งหนีออกจากห้องเสียเดี๋ยวนี้ ตอนที่หันไปเห็นว่าผู้ชายตัวโตหยิบกรรไกรเล็กออกมาจากถาด


                “ยังไม่หมดอีกเหรอ” ร้องเสียงหลง หน้าเหยเก หดขาหนี


                “ก็หนังมันถลอก ถ้าไม่ตัดเดี๋ยวก็เป็นหนอง” มือใหญ่เหมือนคีมคว้าท่อนขาขาวขึ้นมา ไม่สนใจแววตาใสแจ๋ว ที่ทอดมองเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ถ้าเจ็บก็จิกนิ้วลงตรงมือพี่ก็ได้”


                มือเล็กเกาะกุมท่อนแขนแข็งแรงที่โผล่พ้นเสื้อกาวน์ของพี่ชลธร ไม่ยอมปล่อย ท่าทางคนตัวเล็กคงเจ็บน่าดู ถึงได้ลืมตัวจับไว้นานขนาดนั้น และชลธรจะไม่ว่าอะไรเลย หากอีกฝ่ายปรารถนาจะจับเอาไว้ตลอด


                คุณหมอร่างสูงใช้กรรไกรตัดหนัง ก่อนจะเอาสำลีที่ชุบด้วยยาเช็ดรอบๆบาดแผล ตลอดเวลานั้นขวัญใจนั่งหลับตาปี๋ ชลธรพยามเบามือ ตอนที่มือน้อยบีบข้อมือเขาแรงขึ้น นั่นแปลว่าเจ็บ


                เสียงเล็กร้องประท้วง น้ำตาร่วงเผาะๆทั้งที่ยังหลับตา “ยังไม่เสร็จอีกเหรอ”



                “ยัง ...เหลืออีกอย่าง”


                ปลายนิ้วของผู้ชายตัวโต ค่อยๆสัมผัสลงตรงหยดน้ำตาใสแจ๋ว เช็ดมันออกให้เจ้าคนที่นั่งหลับตาปี๋ สัมผัสอุ่นๆตรงใต้ตาทำคนตัวเล็กอุ่นวาบไปถึงหัวใจ ขวัญใจค่อยๆลืมตา ตอนนั้นเองที่เขาได้เห็นว่า ดวงตาของเดือนคณะแพทย์กำลังมองมาที่เขา ตาสบตาพอดี


                ขวัญใจก้มหน้าก้มตา ก้าวลงจากเตียงได้ ก็รีบเดินกะเผลกๆออกมาจากห้องตรวจ จู่ๆหน้ามันก็ร้อนขึ้นมา และขวัญใจก็ไม่รู้ทำไม ทำไมต้องกลัวว่าพี่ชลจะเห็น




             
เพราะขามาเพื่อนเป็นคนมาส่ง หลังจากมารับยาที่ห้องยา เพื่อนก็ส่งข้อความมาขอโทษที่ต้องกลับก่อน ตอนที่ขวัญใจคิดว่าจะโบกพี่วินตรงหน้าโรงพยาบาลกลับหอ ร่างสูงของเดือนแพทย์ก็โผล่มาในกรอบสายตาพอดี

  
                “รถฉันอยู่ทางนั้น” คนตัวสูงว่า มือใหญ่คว้าถุงยาของขวัญใจไปถือเอาไว้

                “เรากลับเองได้”

                “พี่จะไปเซเว่นพอดี”

                ...อ้อ ก็เลยให้ขวัญใจติดรถไปด้วยนี่เอง


                ฟังแล้วมันคันใจชอบกล และไม่รู้สิทำไมขวัญใจถึงรู้สึกเหมือนตอนที่กดบล็อคไอจีพี่ชลเลย แต่ร่างเล็กก็ยอมเดินตามว่าที่คุณหมอต้อยๆ ไปยังบีเอ็มคันหรูที่จอดอยู่ใต้ตึก ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเสียค่ามอเตอร์ไซค์ คิดๆดูแล้วก็ตลกใครจะไปนึกว่าบีเอ็มที่ขวัญใจเฝ้ามองทุกวัน วันนี้จะมีโอกาสได้ขึ้นมานั่ง

  

                “อยู่เฉยๆ”


                ร่างหนาของเดือนคณะแพทย์โยกตัวคร่อมร่างเล็ก ดึงสายคาดเบลท์ลงมาคาดให้ผู้โดยสาร ขวัญใจหดคอพยามทำตัวให้ลีบที่สุดจนแทบสิงกับเบาะ แต่ก็ยังได้กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายแมนๆตรงปลายจมูก


                พอบีเอ็มเลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้าหอ ขวัญใจก็หันไปขอบคุณคนข้างๆ พร้อมชูนิ้วโป้งในฝีมือการขับรถของคนตัวโต วันนี้ขวัญใจเข้าใจแล้วทำไมสาวๆถึงชอบนั่งรถพี่ชลนัก ก็ขับรถเก่งอย่างงี้ไง ทั้งหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว เหยียบเบรกโดยที่คนนั่งแทบไม่รู้สึกตัว


                ชลธรยักไหล่ ยอมรับว่าตัวเองเก่งจริงๆนั่นแหละ “นายขับรถไม่เป็นรึไง”

                “ไม่เคยฝึกเลย อีกอย่างเราไม่รู้จะขับให้ใครนั่งนี่ ไม่ได้มีสาวให้คอยรับส่ง”


                ชลธรหัวเราะในลำคอ ตาคมมองแผ่นหลังเล็กที่เปิดประตูลงรถไปด้วยแววตาพราวระยับ


                ...ในความรู้สึกของเขาต่อให้ขวัญใจขับรถเป็น คนตัวเล็กก็คงไม่เหมาะจะขับไปรับส่งสาวที่ไหนอยู่ดี ควรนั่งเฉยๆข้างๆคนขับมากกว่า 

















                                                       -- - -  - - - - -  50% - -- - - - - - - - - - 


















                “อีขวัญยังไม่มาเหรอ”

                “ตักไก่ทอดกินอยู่ตรงนู้น”

                “ยืนเฝ้าโต๊ะเลยนะอิอ้วน” ดูพุงที่มันยื่นเลยเข็มขัดนักเรียนของนังขวัญใจนั่นสิ ไข่มุกเห็นแล้วอยากจะหยิกจริงๆเชียว


                วันนี้มีจัดงานบายศรีของห้าหมอ พวกรุ่นพี่คณะแพทย์ เภสัช พยาบาล ทันตะ สหเวช จะมารวมตัวกัน มีพิธีปฏิญาณตน ผูกข้อมือ และร้องเพลง ถือเป็นโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักรุ่นพี่คณะอื่น นอกจากคณะตัวเอง


                เสียงฮือฮาดังขึ้นตรงหน้าลิฟท์ ตอนกลุ่มพี่ชลและเพื่อนพี่เขาเดินผ่านหน้าไข่มุกไป พี่ชลทำผมเปิดหน้าผาก สวมเสื้อขาว ผูกไท ติดติ้งของคณะแพทย์เต็มยศ ตัวนอกสวมทับด้วยเสื้อกาวน์ที่ปักอักษรชื่อจริงอยู่บนอก ภาพตอนแก๊งพี่เขาเดินออกจากลิฟท์มา เอามือล้วงกางเกง เหมือนภาพสโลว์โมชั่นที่ไข่มุกเคยเห็นในทีวี นี่ถ้าพี่เขาไม่เรียนหมอ พี่เขาคงไปเป็นพระเอก
F4  ไข่มุกนั่งอ้าปากค้าง รู้ตัวอีกทีไก่ทอดน่องโต ก็ถูกจับยัดใส่ปาก ฝีมือขวัญใจเพื่อนสนิทเธอเอง ที่นั่งหัวเราะเอิ้กอ้ากอยู่ข้างๆ


                “เดี๋ยวจะหยิกพุงให้เนื้อเขียวเลยอีอ้วน”

                “เราไม่กลัว เราหดพุงหนี”  


                ปกติเธอก็ไม่อยู่ในสายตาของพี่ชลอยู่แล้ว อีขวัญใจยังมาทำลายภาพพจน์เธออีก ไข่มุกหันไปหยิกพุงเพื่อน เสียงโวยวายที่ดังไปทั้งชั้น เรียกสายตาทุกคนให้หันมามอง ไม่เว้นแม้แต่เดือนคณะแพทย์ที่ปกติไม่เคยมีเวลาว่างมาร่วมงานพิธีของคณะทั้งห้า


                ภีมพลที่วันนี้ว่างพอดี เลยขอตามมาด้วย หันมามองตามสายตาเพื่อนยิ้มๆ ดันหลังให้มันรีบเดินเข้าห้องไป “ล็อคเป้าเลยน้า ไอ้พี่ชลน้า”

                “ไรมึง”
                “ปีหนึ่ง คณะเภสัช ผมสีน้ำตาล หน้าเหมือนลูกหมา”
                “รู้ดี”
                “แหมมมมมองตามึง ก็เห็นไปถึงดาวพลูโตแล้วจ้า”

 
                 นอกจากจะเป็นงานที่ทำให้ รุ่นพี่ รุ่นน้อง และอาจารย์ต่างคณะได้มีโอกาสให้คำแนะนำ ทำความรู้จักกันแล้ว มันก็เป็นช่วงนี้แหละ ที่นิสิตปีหนึ่งได้ทำความรู้จักกับทั้งเพื่อน ทั้งรุ่นพี่ต่างคณะ ไข่มุกเห็นรุ่นพี่ที่ได้แฟนเป็นหมอก็เพราะงานนี้นี่แหละ


                “แกว่าวันนี้ฉันสวยมั้ย”
                “อื้อ สวย”
                “พูดยาวกว่านี้ จะพาไปเลี้ยงบิงซู”
                “ในสายตาขวัญใจ ไม่มีใครสวยเท่าไข่มุกแล้ว”
  
                อ้อ ค่อยฟังดูดีขึ้นมาหน่อย ถึงเมื่อกี้เธอจะแอบเห็นนังขวัญส่งสายตาให้สาวๆคณะพยาบาลก็เถอะ

                “แล้วในสายตาพี่ชลล่ะ แกว่าฉันสวยพอที่พี่เขาจะผูกข้อมือให้ฉันมั้ย”


                เมื่อกี้เธอเห็นสตาฟฟ์แจกสายสิญจน์ให้รุ่นพี่ที่มาร่วมงาน เพราะมีคนมาจำนวนมาก แต่ละคนเลยได้สายสิญจน์แค่คนละไม่กี่เส้น เธอเห็นในมือของพี่ชลมีสายสิญจน์อยู่แค่สองเส้นเอง


                ไข่มุกจะร้องไห้แล้วนะ ไข่มุกยอมอดหมูกะทะ ไปเรียนแต่งหน้า ดำน้ำ ดูปะการังก็เพราะรู้ว่าพี่ชลชอบ ไข่มุกอยากได้พี่ชล แต่ไข่มุกก็รู้ดีว่าผู้หญิงอีกนับร้อยที่นั่งล้อมวงอยู่ ทั้งคณะเดียวกัน และต่างคณะ ใครๆก็อยากได้สายสิญจน์สองเส้นนั้น

                ไหนจะยัยใบพัดกิ๊กเก่า .. ไหนจะกิ๊กใหม่ที่เขาลือว่าพี่ชลเทียวซื้อพิซซ่าไปให้ทุกอาทิตย์



                “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ ถ้าไข่มุกไม่ได้ หมาตัวไหนจะได้ฮึ”

                เออ ดูเพื่อนรักมันปลอบ ..ไข่มุกฟังแล้วร้องไม่ออกเลยอะ



                แสงไฟในอาคารถูกดับลงทีละดวง เหลือเพียงแสงเทียน ที่ถูกจุดจากเทียนเล่มเล็ก มันวางอยู่ตรงหน้าของรุ่นน้องปีหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด แม้ในอาคารจะมีคนอยู่เป็นร้อย แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันเงียบเสียง มีเพียงเสียงของกีต้าร์ทำนองเพลงเทียนที่ค่อยๆดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของรุ่นพี่ที่พร้อมใจกันร้องเพลงออกมาจากหัวใจ


            ..จากวันนั้นเพื่อนขวัญเคยร่วมกัน ขับขานรวมจิตใจ

            สู่วันนี้พี่น้องต้องจากไกล ฝากใจ ถึงทุกคน..


         
ด้วยความรักเปี่ยมล้นบนเส้นทาง สว่างไสวในศรัทธา
         
ร่วมกันสร้างพรุ่งนี้ของประชา ที่สดใส ให้เป็นจริง

           
ตอนนั้นเองที่รุ่นพี่จะก้าวเงียบๆไปหยุดยืนตรงหน้ารุ่นน้อง ที่มีเทียนเล่มเล็กสว่างไสวอยู่
           
         
ชีวิตเธอมีคุณค่า มวลประชาเขารออยู่
         
รอเธอเป็นผู้ก้าวไป ดังมวลไม้ที่งอกงาม
            ยามถึงคราวชูช่อใหม่
ไปเถิดจงไปทั่วแดน
           

         
..อยากให้เธอเป็นเทียนเล่มน้อย ที่ส่องแสงสู่หน ทางมืดมน
            เทียนสว่างไสวอยู่ในใจผู้คน ตราบจน.. นิรันดร..


                เมื่อเพลงถูกบรรเลงจบ นิสิตปีหนึ่งที่หลับตาอยู่จึงถูกสั่งให้ลืมตาช้าๆ


                ขวัญใจค่อยๆหยีตาขึ้นทีละข้าง แสงจากเทียนนับร้อยเล่มทำให้ทั้งห้องสว่างเป็นสีส้ม เจ้าของดวงตาเรียวไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นเท่าไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าจะเป็นพี่จากสายรหัสเดียวกันที่อยู่ปีสอง ต่างจากผู้ชายร่างสูงในเสื้อกาวน์ที่นั่งกำมือแน่น พยามสูดหายใจไม่ให้ตัวเองตื่นเต้นจนเกินไป

  
                พอได้มาอยู่ตรงหน้า ได้เห็นแพขนตาที่กระพริบปริบ กับรอยยิ้มเห็นเขี้ยวเล็กๆตอนที่เปลือกตาสีมุกค่อยๆลืมขึ้น ชลธรก็รู้ว่าเขาคิดไม่ผิดที่ขอเพื่อนคณะเภสัชแลกที่กัน เขายิ้มกว้าง และกว้างกว่าเก่า ตอนที่น้องขวัญใจยกมือขึ้นขยี้ตา ปากเล็กๆอ้าออก แต่กลับไม่มีเสียงออกมา


                “ทำหน้าแบบนี้พี่เสียใจนะเนี่ย"

                “โอ้ยยยย พี่ชลขามาผูกให้คนข้างๆแทนก็ได้น้าค้า”
                “ฮืออออ อีขวัญใจ
! อีหมา!!


          ขวัญใจกระพริบตาหลายครั้งแล้ว แต่ภาพตรงหน้าก็ไม่ได้หายไป ก็ไม่นึกว่าคนที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าจะเป็นเดือนคณะแพทย์ ไหนเขาบอกว่าให้พี่รหัสผูกให้ก่อนไง แล้วทำไมพี่รหัสขวัญใจหายไป แล้วกลายเป็นพี่ชลแทนล่ะ คนตัวเล็กที่ทำตัวไม่ถูก ยกมือขึ้นเกาผม เกาท้ายทอย เกาคาง เกาแก้ม คนในห้องก็นั่งกันอยู่เต็ม ทำไมพี่ชลต้องเอาแต่จ้องมาที่ขวัญใจคนเดียวด้วยเล่า


                “เอามือมา”

                “เราม ไม่ใช่หมานะ”

                “เหรอ ก็เห็นว่าหน้าเหมือน”                


                ขวัญใจทำหน้ายู่ จ้องตาคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ในสายตาชลธร ขวัญใจน่ะก็แค่ลูกหมาตัวเล็กๆที่ไม่มีทางสู้อะไรเขาได้ เนี่ยพอเขาแกล้งใช้สายตาดุๆบังคับให้ยื่นมือมา ไอ้ตัวเล็กก็ยอมยื่นมาให้ง่ายๆ

                “ฮึ่ย รีบๆผูกให้เราเลย พี่จะได้ไปผูกให้คนอื่นต่อ”

                “จะผูกให้ใครล่ะ ก็ได้มาสองเส้น ของขวัญใจเส้นนึง”
                “...”
                “อีกเส้นนึง ก็..ของพี่”


                ชลธรรู้สึกขอบคุณที่แสงในห้องช่วยซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมา เขาวางสายสิญจน์ทาบบนข้อมือขาว ค่อยๆผูกจนเป็นปมแน่นหนา   





                “พี่ชลผูกให้ขวัญใจคนเดียวเลยเหรอ”

                หัวใจของขวัญใจเต้นแรงขึ้นเพราะลักยิ้มของคนตรงหน้า ตอนนั้นเองที่รุ่นพี่มือกีต้าร์เริ่มร้องเพลงเทียนขึ้นมาอีกครั้ง เสียงประกาศให้เปลี่ยนคู่ได้แล้ว เหมือนจะผ่านหูเราทั้งคู่ไป มือที่ใหญ่และอุ่นของพี่ชลกุมข้อมือข้างที่มีสายสิญจน์ผูกเอาไว้




                “อืม..คนเดียว”

                “...”


                “ขอให้สุขภาพแข็งแรง เทอมนี้ได้เอทุกตัว ได้เจอเพื่อนดีๆ มีความสุขมากๆ..”


                ก็ไม่เข้าใจหรอกว่าตัวเองเป็นอะไร ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มือเล็กๆที่ถูกกุมเอาไว้ค่อยๆขืนออก แก้มของขวัญใจร้อนและขวัญใจรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะแสงเทียน


                ...แต่มันเป็นเพราะมือใหญ่ที่เอื้อมมาแตะบนผมสีน้ำตาล
                และเสียงทุ้มๆของพี่ชล ที่ก้มลงมากระซิบข้างๆหู

               
                “ข้างนี้อะ พี่จองแล้ว ห้ามใครผูกต่อนะ”



























- - - - - - - - - - - - 100%- - - - - -  - - - -  - -
บ้าจริง อยากให้พี่ชลมาผูกข้อมือให้ T_T 
ปล.เปิดเพลงเทียนฟัง จะอินมากกก คิดถึงตอนรับน้องเล้ยยย
ส่วนน้องๆที่กำลังจะสอบ เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ 
อย่าลืมคอมเมนท์ กับติดแท็กให้ด้วยน้าจ๊ะ #ficsomecb #ขวัญใจชบ






  





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 504 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,345 ความคิดเห็น

  1. #1272 BaekRain_04 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 21:07
    อร้ายยยยยยยย นอนมือเกร็งมือยิกหมดแล่วค่าเพ่ช๊ลลลลลลลล
    #1,272
    0
  2. #1055 ppLindeep (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 16:47
    ตาพี่เอาใหญ่น้าาาาาา
    #1,055
    0
  3. #964 ผู้หญิงของอปป้า ^^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 01:55
    จองเก่ง เต๊าะเก่ง ไปสุดมากค่ะพี่ปี5 แต่เราเชื่อว่าพี่ไปสุดได้มากกว่านี้ จัดมาให้เราเขินจนตัวแตกเลยพี่ชล!!!
    #964
    0
  4. #953 qzmybear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:21
    เอ้อออ ได้อีกรุกน้องหนักกว่านี้ได้อีก
    #953
    0
  5. #870 Ktzxxs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:45
    บ้าจริง เราหุบยิ้มไม่ได้เลย
    #870
    0
  6. #865 aumnimnew (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:40

    งานห้าหมอก็มา 5555

    #865
    0
  7. #859 akucherry34 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:52
    โอ๊ยยยยยย เขินนนนขั้นสูงสุด
    #859
    0
  8. #744 dewwiizodiac (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:49
    เขินนนนนนน
    #744
    0
  9. #732 น้ำแดง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:14
    อ่านไปอ่านมาก็เขินนนนนน รู้เลยนะว่าอยู่ม.ไหนอ่ะ เขินนนนนนน น่าจะม.เดียวกันแน่เลยยิ่งคิดยิ่งเขินนนนน
    #732
    0
  10. #728 889461 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:48
    กี้ดดดดดก เขิ้ลลลลลลลบบลบบ -//////-
    #728
    0
  11. #725 tagza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:29
    เขินสุดดดดดดด
    #725
    0
  12. #644 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:08
    น้องโดนจองแล้ววว!! อกอีแม่จะแตกอิจฉาๆๆๆ
    #644
    0
  13. #622 cuttt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:40
    พี่ชลค่าาาาาาาาาาา เขินอ่า
    #622
    0
  14. #598 Pupuuu_pt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:13
    อิจจจจจจมากกกแง
    #598
    0
  15. #595 •ZIRIA• (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:53
    ไวไย/ยากรดยำบำงเมอยลไงหมดนำขำว ไม่ไหวแล้วววววววว
    #595
    0
  16. #594 ` xoxq (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:24
    ใครเหนคอมเม้นนี้ ขอถังออกซิเจนด้วยจ้า เขินเหรอ หึ จะไปดำน้ำ
    #594
    0
  17. #593 pngprmxx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 23:28
    ไม่ใช่แค่มือที่พี่ชฃจอง เพราะตัวขวัญใจพี่ชลก็จองแล้วด้วย ห้ามจีบๆๆๆ
    #593
    0
  18. #592 ทีไอเค (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 21:47
    ฮื่อ เพลงไรท์คุ้นๆค้าบ เหมือนเคยร้องที่ค่ายเคมี คุณไรท์เรียนที่มข.เหรอค้าบ5555555
    #592
    0
  19. #591 KMCYPKJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 21:21
    บ้าจริง อบอุ่นเหมือนปล่องไฟในฤดูหนาว -บ้าาาาาา~~
    #591
    0
  20. #589 mackle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 16:14
    เขินพี่ชลเว้ย
    #589
    0
  21. วันที่ 31 มกราคม 2562 / 15:09

    ทานโทษนะคะ นี่พี่ชลหรือฮีทเตอร์
    #588
    0
  22. #587 meorra_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 12:28
    พี่ชลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล เอ็นดูยัยขวัญใจมากๆ
    #587
    0
  23. #586 AD0112 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 11:08
    ไม่รู้จะอิจฉาใครดีระหว่างขวัญใจที่พี่สายชลมาผูกข้อมือให้หรือจะอิจฉาพี่สายชลที่ได้เห็นน้องขวัญใจตอนลืมตาปริบๆ
    #586
    0
  24. #585 MNareerat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 09:47
    โอ๊ยยยฉันเขินนนน นังพี่สายชลลล
    #585
    0
  25. #584 kkimmaggurren (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 09:08
    อยากเลี้ยงดูขวัญใจ
    #584
    0