คัดลอกลิงก์เเล้ว

Moskva 1933: The Forgotten Stories

ใต้แผ่นหินสีดำเย็นเยียบแห่งนครหลวงมอสโก คือหลุมฝังศพของประชาชนและผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูของรัฐ อันเทีย ฟัลโคเน จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาหัวของตนไว้บนบ่า ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของใครก็ตาม

ยอดวิวรวม

8,444

ยอดวิวเดือนนี้

22

ยอดวิวรวม


8,444

ความคิดเห็น


249

คนติดตาม


193
เรทติ้ง : 83 % จำนวนโหวต : 10
จำนวนตอน : 1 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  6 ต.ค. 62 / 02:43 น.
นิยาย Moskva 1933: The Forgotten Stories Moskva 1933: The Forgotten Stories | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
           
Genre: Political | Historical | Drama | Thriller
Date Started: 18th July 2019
Series: Moskva's Forgotten Stories
Sequels: Moskva 1970: The Lost Company
               Remembering Russia: A Memoir of Alexei
Spin-Off: Anica กุหลาบทัสกานี
Author's Notes: นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนวอิงประวัติศาสตร์และ
การเมืองโซเวียต ซึ่งมีแพลนจะเขียนยาวไปถึงการเมืองในรัสเซีย
ใหม่ ชื่อคน สิ่งของ สถานที่ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่ผู้เขียน
กล่าวถึงนั้นมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ยกเว้นตัวละครที่ผู้เขียน
สมมติขึ้นมา ผู้เขียนพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอเนื้อหาให้
ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่องข้อมูลสำคัญใดๆ 
ที่ปรากฎในประวัติศาสตร์จริง และที่สำคัญที่สุดคือ 
ผู้เขียนจะพยายามเขียนโดยนำเสนอข้อมูลจากหลายแง่มุม 
เพื่อรักษาความเป็นกลางในมุมมองเชิงประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ 
เป็นไปเพื่อให้ผู้อ่านสนุกกับนิยายของผู้เขียนได้อย่างเต็มที่ 
พร้อมกับได้รับความรู้ทั้งทางด้านการเมือง ประวัติศาสตร์ 
เศรษฐกิจ และสังคมที่สหภาพโซเวียตเป็น ณ ขณะนั้น

สารบัญ อัปเดต 6 ต.ค. 62 / 02:43

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Anka / Crimson Rose จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสต์

    คะแนน

    อัปเดต

  • สงคราม

    1

    22 /8,444

    249

    80%

    6 ต.ค. 62

บทวิจารณ์

1

อายุไม่ใช่ตัวจำกัดความสามารถในการเขียนนิยาย

Civil War's Diary...สงครามและความรัก

เรื่องย่อ บันทึกความทรงจำในช่วงสงครามที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ทรมาน และการเข็นฆ่ากัน รวมไปถึงความรักที่ก่อตัวขึ้นโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นฝ่ายศัตรูหรือฝ่ายมิตร

โครงเรื่อง (35/40)

การลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง (17/20) การลำดับเหตุการณ์นั้นเหมือนกับบันทึกในไดอารี่เล่มหนึ่ง ถ้าบอกว่าเรื่อยๆ ก็คงจะถูก แต่การดำเนินเรื่องแบบนี้จะให้รายละเอียดที่ชัดเจนมากที่สุดเพราะไม่ต้องกระโดดข้ามเหตุการณ์ไปมาและด้วยที่ว่ามันเป็นเนื้อเรื่องค่อนข้างหนักการใช้วิธีอื่นก็คงจะลำบาก แต่ผู้แต่งก็พยายามที่จะสลับการดำเนินเรื่องอยู่เป็นพักๆ ก็ทำให้รู้เรื่องของแต่ละฝ่ายไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ไม่รู้สึกว่าเน้นหนักไปที่ใครคนใดเป็นพิเศษค่ะ

ความสนุก (18/20) บรรยากาศเรื่องมันอึดอัดตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับสงคราม การบรรยายต่างๆ เลยรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย ถ้าใครไม่ชอบอ่านแนวนี้เป็นพิเศษก็จะเลิกอ่านไปเลย ต่อให้มีความรักแทรกเข้ามามันก็ไม่ได้ฉุดให้เรื่องมันรู้สึกดีขึ้นนะคะ ซึ่งถ้าผู้แต่งต้องการให้ผู้อ่านรู้สึกเช่นนี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วล่ะค่ะ

ตัวละคร (18/20)

ความสมเหตุสมผลของตัวละคร ขอกล่าวโดยรวมนะคะ เนื่องจากตัวละครเยอะทีเดียวซึ่งแต่ละตัวละครก็สมจริงอิงตามความเป็นจริงในเรื่องดีค่ะ เนื้อเรื่องเกิดในช่วงสงครามทุกคนก็จะมีมุมมองที่ต่างกันออกไปตามแต่ละสภาพและสถานะที่เกิดขึ้น ผู้แต่งสามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครได้สม่ำเสมอค่ะ แต่มีติงนิดหนึ่งถ้าเกิดว่าเฉลี่ยให้ตัวละครมีบทเท่าๆ กัน เนื้อเรื่องจะเอื่อยๆ เพราะผู้วิจารณ์อ่านมาถึงตอนที่ห้าก็ยังเดาไม่ออกว่าใครเป็นตัวเอกค่ะ รู้แค่ว่าแต่ละฝ่ายจะมีตัวดำเนินเรื่องชัดๆ อยู่ 2-3 คน

การใช้ภาษา (36/40)

          การบรรยาย (18/20) ถือว่าผู้แต่งมีความสามารถเกินอายุเลยก็ว่าได้ เพราะเนื้อหาเรื่องไม่ได้เป็นเนื้อหาที่เขียนได้ง่ายๆ ต้องอาศัยความชอบโดยส่วนตัวและการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งความรู้เกี่ยวกับอาวุธต่างๆ ต้องยอมรับว่าเก่งเลยทีเดียว อีกทั้งการรู้จักหยิบใช้ภาษาที่มันค่อนข้างเก่ามาบรรยายก็ทำให้อรรถรสในการอ่านเรื่องนี้ดูสมจริงสมจังดีค่ะ

            ความถูกต้องของหลักภาษา (18/20)

คำผิดคำตกหล่น เช่น หนังอึ้ง หนักอึ้ง, อยู่ในทีที่มองตรงมานั้น อยู่ในที่ที่มองตรงมานั้น, พูดพร่ำทพำเพลง พูดพร่ำทำเพลง, ชเลวิส เลวิส,  เป็นต้น

            ปรัศนี ? ตามความเป็นจริงหลักภาษาไทยไม่มีการใช้ค่ะ เพราะในภาษาไทยมีคำไทยที่เป็นคำถามในตัวมันเองแล้ว เช่น หรือ เหรอ หรือไม่ อะไร ที่ไหน อย่างไร

ไม้ยมก หน้าและหลังเครื่องหมายให้เคาะวรรคเช่น ต่าง ๆ นานา เป็นต้น แต่บางสำนักพิมพ์ก็เคาะเพียงหลังเครื่องหมาย เช่น เสื้อสีแดงๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นต้น ทั้งนี้ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งไปตลอดการเขียนบรรยายค่ะ

การลากคำ เช่น บึ้มมมม กรี๊งงง เป็นต้น จากเนื้อหาและอารมณ์เรื่องผู้แต่งเน้นให้ดราม่า อารมณ์ต้องหม่นๆ สีเทา ดังนั้น การใช้การลากคำทำให้ดูเป็นภาษาการ์ตูน ควรปรับเป็น บึ้ม! ให้ใช้อัศเจรีย์เติมด้านหลังจะทำให้ดูหนักแน่นมากขึ้นค่ะ

การเลือกใช้คำ

ยังไงกัน? เมื่ออยู่ในบทบรรยายแล้วและผู้แต่งบรรยายในลักษณะบุคคลที่สาม สิ่งสำคัญคือต้องบรรยายให้มีลักษณะเป็นทางการ ไม่ใช่ภาษาพูด ดังนั้นควรปรับเป็น อย่างไรกันและตัดเครื่องหมายปรัศนีออก เพราะภาษาไทยมีคำที่เป็นคำถามอยู่แล้วนั่นคือ อย่างไร

แต่ก็มีเวลาให้เธอชื่นชมกับความสำเร็จนั้นได้ไม่นานนัก ลองปรับเป็น แต่ไม่มีเวลาให้เธอชื่นชมกับความสำเร็จนานนัก

เธอไม่สามารถรับรู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างตรงหน้า ลองปรับเป็น เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นตรงหน้าบ้าง

“ป่ะ ไปรายงานแม่คุณอังเดรียกันดีกว่า ปานนี้รอจนรากงอกแล้วมั้ง” แนะนำว่าการพูดจาระหว่างเพื่อนผู้ชายน่าจะดูหนักแน่นกว่านี้ คำว่า ป่ะ ทำให้บทสนทนาดูอ่อนลงไป ถ้าปรับได้น่าจะได้ว่า “ไปรายงานแม่คุณอังเดรียกันเถอะ ปานนี้รอจนรากงอกแล้ว”

เลวิสหันไปมองเลวิสซึ่งกำลังนั่งยองๆ อยู่เหนือร่องดิน น่าจะเป็นเจเรมี่มากกว่าค่ะที่นั่งอยู่

ตรงหน้าเขามีนายทหารทั้งระดับสูงและต่ำยืนอยู่เจ็ดแปดคน ถ้าต้องการจะอธิบายว่าเลวิสมองเห็นคนอยู่ประมาณ 7-8 คนน่าจะเติมคำว่า ราว หรือประมาณลงไปเพื่อเป็นการบอกถึงการกะคร่าวๆ ไม่ได้สังเกตเห็นชัดนัก ซึ่งผู้แต่งจะเขียนทำนองนี้อยู่หลายจุด อย่าลืมลองไปปรับดูนะคะ จะทำให้การบรรยายดีขึ้น

แววตาของเขาไร้ซึ่งวี่แววของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ ตัดคำที่ขีดเส้นใต้ไว้ค่ะเพราะเป็นคำฟุ่มเฟื่อยใจความข้างต้นเข้าใจดีอยู่แล้วค่ะ

แก่นเรื่อง

          สงครามไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ไม่มีใครมีความสุขกับสงครามเพราะทุกฝ่ายต่างก็สูญเสียเท่าๆ กัน

รวม 89/100 คะแนน

สำหรับเรื่องนี้ผู้วิจารณ์หยิบยกบางข้อมาแนะนำนะคะ เพราะเนื้อหาค่อนข้างมาก หากมีข้อผิดพลาดก็ขออภัยด้วยค่ะ

Miss Suika ยินดีให้บริการ

>>อ่านต่อ
ดูทั้งหมด(1)

คำนิยม Top

"ฉัน...วิจารณ์นิยาย"

(แจ้งลบ)

สวัสดีครับ เห็นเข้าไปโพสที่ร้านวิจารณ์นิยาย เข้ามาวิจารณ์ให้แล้วนะครับ ================ เรื่องสำนวน การใช้ภาษ... อ่านต่อ

สวัสดีครับ เห็นเข้าไปโพสที่ร้านวิจารณ์นิยาย เข้ามาวิจารณ์ให้แล้วนะครับ ================ เรื่องสำนวน การใช้ภาษา - เวลาเราเขียนบรรยาย ก็มักจะเพลิดเพลินไปสักหน่อย จนใช้คำซ้ำโดยไม่รู้ตัว เวลาเขียนถ้ารู้สึกว่า อ่านลื่นจังเลย แสดงว่ามันผิดปกติแล้ว สังเกตให้ดีๆก็จะพบว่า ยกตัวอย่าง บทนำ "ฉันจึงหันหลังกลับแล้วออกวิ่งอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ ไม่ถึงวินาที เสียงระเบิดก็ดังขึ้นไล่หลังฉันมาติดๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกระแทกอย่างรุนแรงที่แผ่นหลัง" ลื่นดีนะ เรามาสะดุดเอาคำว่าหลังคำสุดท้าย 'หลัง' อีกแล้วเหรอ ประโยคนี้มีหลังอยู่ 3 คำ ไม่สังเกตก็ไม่เห็นหรอก แต่ถือว่าอยู่ประโยคติดๆกัน ลองคิดเองนะว่า น่าจะปรับช่วงไหน ให้แนะนำ "ไล่หลัง" -> ตาม และตัด "ที่แผ่นหลัง" ออก อ่านย่อหน้าถัดมา นับ "ฉัน" ได้หลายคำทีเดียว จะแก้จุดพวกนี้ต้องอ่านซ้ำหลายๆรอบเลยนะ เราแก้นิยายเราเป็นสิบรอบแล้ว ก็ยังเจอพวกนี้อยู่ แปลกนะ บทอื่นๆที่อ่านดู เราไม่เจอประโยคคล้ายๆแบบนี้อีก? หรือเป็นเฉพาะบทนำ? ลองอ่านดูละเอียดๆใหม่อีกหลายๆรอบนะ อาจจะเจอที่แอบซ่อนอื่นอีกก็ได้ ================ เนื้อเรื่อง ==บทนำ ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวนะ เขียนบรรยายได้เห็นภาพ แต่เรารู้สึกมันโหวงๆไปหน่อย - ในนิยายสงครามเรามักเห็นอะไรที่เป็นสัญลักษณ์อยู่บ่อยๆ เช่น จี้ สร้อยคอ แหวน กำไล สัญลักษณ์พวกนี้มันจะทำเกิดพลังในการเล่าเรื่องมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญลักษณ์ที่โผล่มาตั้งแต่ตอนแรก เมื่อเอ่ยถึงอีกตอนกลางเรื่อง ความหมาย ความสำคัญของมันจะทำให้คนอ่านรู้สึกอินถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของเก่ากับเจ้าของใหม่ เป็นต้น - เราพบว่า บทนำยังสามารถใส่อะไรเข้ามาอีกได้เยอะนะ "เนื้อ"เรื่องมันสั้นไปหน่อย (บรรยายเยอะแต่ "เนื้อ" เรื่องไม่เดิน) ถ้าเป็นเราจะเพิ่ม จังหวะที่ตื่นมา ให้ตัวละครได้ทำสิ่งที่เป็นวิถีชีวิตของเขาปัจจุบัน เช่น กินข้าว พูดคุยกับลูกหลาน นั่งกินลมชมวิว บรรยายภาพปัจจุบันให้เห็น แล้วค่อยเริ่มเปิดไดอารี่อ่าน เหตุการณ์เบาๆช่วงนี้เป็นการแนะนำตัวละคร ให้คนอ่านได้คุ้นเคยกับตัวละครบ้างนิดหน่อย มองอีกมุมอาจจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวช่วงหลังสงคราม ทุกอย่างคืนสู่ปกติ ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ เพราะหลังจากนี้จะย้อนเวลาไปในไดอารี่ใช่ไหม บทต่อไปจะมีแต่สงครามๆๆๆๆ หาช่วงผ่อนคลายให้มันบ้างนะ == บท1-2 เล่าต่อจากบทนำได้ดีเลย ทำให้เราพอเดาได้ว่าตัวละครในบทนำน่าจะเป็นใคร แต่พออ่านท้ายบท 2 ขึ้น 3-4-5 เราเงยหน้ามองชื่อเรื่อง ย้อนกลับไปอ่านบทนำใหม่ ก็เกิดความสงสัย เห้ย! เรื่องนี้มันอะไรกันแน่? เราไม่รู้สึกเลยนะว่าเรื่องนี้เป็น Diary เลยนะ ความเข้าใจเบื้องต้นของคนอ่านเมื่อเจอคำว่า ไดอารี่ - เรื่องราวในเรื่องควรจะเป็นเจ้าของไดอารี่ เขียนเล่าในสิ่งที่ตนรู้ ตนเห็น ตนได้ยิน อาจจะเล่าเรื่องที่ตนได้ยินมาบ้าง หรืออาจจะมีคนอื่นมาเขียนในไดอารี่เล่มนี้ก็ได้ แต่ก็ควรลงชื่อไว้ให้รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของเหตุการณ์เขียน และที่สำคัญ "ไม่เขียนนอกเรื่องราวที่ตนไม่รู้ ไม่ใช่ของตนโดยเด็ดขาด" อยู่ดีๆเล่าเรื่อง ฝั่งมาร์คอฟ มาได้ยังไง!! เราย้อนกลับไปอ่านเรื่องย่อ เขียนว่า ในมุมมองของหญิง 3 คน เราเอะใจทันที แล้วไหนคนที่ 2 และ 3 ละ ? ให้คนอ่านหาเองรึเปล่าว่าอีก 2 คนคือใคร ถ้าไรเตอร์ต้องการเล่าเรื่องของหญิง 3 คนจริงๆ เขียนบทนำแบบนี้ ทำเอาคนเข้าใจผิดกันหมดเลยนะ กลับไปที่บทนำ เป็นเรื่องความฝันของหญิงคนหนึ่ง เปิดไดอารี่ย้อนความหลังอ่าน เห้ย มันไดอารี่ของคนนี้อ่ะ อยู่ดีๆจะเอามุมมองอื่นมาใส่ในไดอารี่เล่มนี้ได้ไง หรือเอาไดอารี่เล่มอื่นมาเปิดซ้อนไดอารี่เล่มนี้ มันผิดหลักธรรมชาติแล้ว เราเดาว่าไรเตอร์เขียนช่วงของมาร์คอฟเนี่ย น่าจะเป็นไดอารี่ของโซฟีรึเปล่า ไม่น่าใช่ไดอารี่ของอังเดร ถ้าเป็นเช่นนี้จริง การดำเนินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ "เละ" แล้วนะ มันจะสุ่มสี่สุ่มห้ามาเปิดไดอารี่เล่มอื่นได้ยังไง เมื่อไม่เคยมีการกล่าวถึงมาก่อน อย่างน้อยที่สุด จ่าหัว ขึ้นวันที่ ขึ้นชื่อเจ้าขอไดอารี่ ยังพอให้อภัย แต่ลอยๆแบบนี้ มันหมายความว่ายังไงอ่ะ! แต่ถ้าอ้างว่าเรื่องของมาร์คอฟ ยังอยู่ในไดอารี่ของอังเดร เราก็ร้สึกไม่สมเหตุสมผลนะ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาอยู่ได้ อังเดรรู้เหตุการณ์วันธรรมดาๆวันหนึ่งของ มาร์คอฟ กับโซฟีได้ยังไง หรือจะอ้างว่ามาร์คอฟเล่าให้ฟัง เราว่ามันก็ผิดธรรมชาติของไดอารี่โดยสิ้นเชิง เราวิเคราะห์สาเหตุที่ไรเตอร์เขียนแบบนี้ เพราะต้องการไล่ลำดับในวันที่ตามปฏิทินใช่ไหม แต่ถ้าทำอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่ไดอารี่แล้วนะ ต้องแยกให้ออกนะระหว่าง ปฏิทินกับไดอารี่ เหมือนมันจะคล้ายกัน แต่ต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ เราอยากให้ทำความเข้าใจเรื่อง Point of View สักหน่อย Point of View การเขียนคือ การเล่าเรื่องเป็นไปในมุมมองใด - มุมมองบุคคลที่ 1 คนอ่านจะรู้สึกไปกับตัวละคร เรื่องดำเนินตามตัวละครที่ 1 ไรเตอร์จะเขียนในแนวเอาตัวเองเป็นบุคคลๆนั้น ดังนั้นสรรพนามการใช้ มุมมองฉากจะเป็นจากตัวละครหนึ่ง จุดเด่นของการเขียนมุมมองที่ 1 นี้ คือเราสามารถเขียนความคิด เขียนอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่เราเลือกให้ดำเนินเรื่องได้ (จะเรียกว่า ตัวละครเป็นผู้ดำเนินเรื่อง) - มุมมองบุคคลที่ 3 เขียนเหมือนเรามองลงมาจากเพดาน บรรยายฉาก ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เรื่องดำเนินตามเหตุการณ์ ตามเวลา หรือตามกฎที่คนเขียนสร้างขึ้น เราสามารถเขียนในมุมมองพระเอก นางเอก มุมมองคนภายนอก มุมมองบุคคลอื่น หรือเรื่องเล่าจากคนอื่นได้ (แบบนี้จะเรียกว่า เหตุการณ์ เรื่องราวเป็นตัวดำเนินเรื่อง) เรารู้สึกไรเตอร์จะเขียนในมุมมองบุคคลที่ 3 คือพยายามจะให้ เวลา เหตุการณ์เป็นการดำเนินเรื่อง เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ เจอเหตุการณ์โน่นนี่ มันขัดแย้งกับเรื่องย่อ ชื่อเรื่อง บทนำอีกแล้วนะ การเล่าเรื่องแบบไดอารี่เนี่ย ชื่อก็บอกถึงความเป็นบุคคลที่ 1 จ๋าเลย มันควรจะเป็นตัวละคร หรือเจ้าของไดอารี่ เป็นผู้ขับเคลื่อนเนื้อเรื่อง นี่คือแก่นของเรื่อง ที่เราว่านิยายเรื่องนี้มันแปลกๆ ถึงจะเขียนแต่ละช่วงเหตุการณ์ แต่ละตอนสนุกยังไง แต่ภาพรวมของนิยายกับเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรเป็นอย่างมาก คนอ่านจะรู้สึกแปลกๆนะ เราชมเลยนะว่า เขียนเรื่องในแต่ละปฏิทินค่อนข้างดี บรรยายสมจริง สนุก แต่มันเหมือนเขียนนิยายแก๊ก อ่ะ ตอนจบตอน ความต่อเนื่องมันไม่สมจริง เรื่องมันก้าวกระโดด ไม่มีเหตุผลรองรับ ถ้ามันเป็นไดอารี่แท้ๆ มันก็ไม่ใช่แบบนี้นะ เรื่องมันข้ามไปข้ามมา เหมือนหนังมากกว่าจะเป็นนิยายนะ เราขอวิจารณ์เนื้อเรื่องเท่านี้ เรื่องพวกนี้เราไม่บอกนะว่าต้องเพิ่มต้องลดจุดไหน ให้ลองคิดวิเคราะห์เอาเอง ซึ่งถ้าแบบที่ไรเตอร์เขียนตอนนี้ ให้เหตุผลที่มาที่ไปของแต่ละจุดที่เราวิจารณ์ได้ ก็ไม่ต้องคิดมากอะไรนะ เราวิจารณ์ให้ได้เท่าที่อ่าน เราไม่รู้ตอนจบ หรือตอนที่เหตุการณ์ต่างๆมันเชื่อมกัน คำตอบของประเด็นที่เรารู้สึกเป็นปัญหาทั้งหมด อาจมีคำตอบอยู่ในนิยายแล้วก็ได้ ยังไงก็ให้กำลังใจไรเตอร์ อย่าเพิ่งท้อนะ เขียนแต่ละตอนย่อยๆนี่ใช่ได้แล้ว ถ้าวางแผนการเขียนดีๆ วิเคราะห์การใช้มุมมองการเขียนให้ได้ ปรับใหม่นิยายก็จะสนุกยิ่งขึ้นไปอีกๆ ================ - เรื่องคาแรกเตอร์ ตัวละคร ผมว่า ยังสร้างได้ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ คือ คาแรคเตอร์ยังไม่ชัดมาก อย่าง อังเดร วัยเด็กกับตอนโตนี่เหมือนจะคนละนิสัย? ระหว่างตัวละครที่โผล่มาตาย เราคงไม่รู้สึกอะไรกับมันเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดมีการกล่าวถึงตัวละครนั้นมาสักนิด เคยทำอะไรร่วมกันสักหน่อย แล้วอยู่ดีๆมาตาย เราก็จะเริ่มรู้สึกเสียดาย สงสาร แต่ถ้าตัวละครนั้นเราชอบมากๆตาย คนอ่านก็แทบร้องไห้ตาม เราว่านิยายแนวสงคราม พยายามเขียนให้ประเภท 2 กับ 3 เยอะๆนะ ไม่ต้องรีบตรงดิ่งเข้าฉากสงครามมากนัก สร้างสถานการณ์ สร้างเนื้อเรื่อง ให้เวลากับการสร้างตัวละคร สร้างความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก นิยายสงคราม คาดหวังคนตายอยู่แล้ว แม้แต่พลทหาร เราก็สร้างความสนิทกับเค้าได้เสมอ พอเขาตายที คนอ่านจะยิ่งรู้สึกอินกับนิยายเรามากขึ้นเรื่อยๆ และไปพีคเอาคนสุดท้ายที่ตาย(ถ้าเป็นคนที่สำคัญที่สุด) =============== ความสมจริง อารมณ์ร่วม กลับไปอ่านเรื่องคาแรคเตอร์นะ เราว่าโดยรวม การบรรยายเนี่ยใช้ได้เลย แต่การสร้างเหตุการณ์ สร้างสถานการณ์ยังไม่ดีเท่าไหร่ ตอนเขียนให้เวลากับมันหน่อย ตัวละครหนึ่งจะตาย ไม่ต้องฟูมฟาย แต่สร้างเนื้อเรื่องให้เขาตายอย่างมีพลัง และความสำคัญของการตายค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ตอนเราเขียนนี่เราเขียน story board (sb) แยกเลยนะ คือมี sb หลัก ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องหลัก จากนั้นก็มี sb ความสัมพันธ์กับตัวละคร โดยเฉพาะพระเอกกับนางเอก สมมติว่า เริ่มรู้จักกัน --> นางเอกแอบชอบพระเอก --> พระเอกไม่ชอบขี้หน้านางเอก --> จีบกัน ไปเที่ยวกัน พระเอกก็ยังไม่ชอบ --> ไปทะเล พระเอกเริ่มสังเกตว่านางเอกน่ารัก --> นางเอกจีบพระเอก --> พระเอกหลงรักนางเอก --> แต่งงาน ความสัมพันธ์แบบนี้ เป็นเหมือน story ย่อยที่ต้องเขียนแยกออกมาเลยนะ ซึ่งเราก็สามารถคิดเรื่องแยกย่อย สร้าง impact ให้เรื่องหลักได้อีก นี่รวมถึงการสร้างบรรยากาศให้กับตัวละคร สร้างความสมจริง สร้างเหตุผลมารองรับ ทุกอย่างล้วนมี sb ของตัวเองหมด =============== แถม (เราไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ) ในยุคนาซีเนี่ย สงคราม การเมือง เราจะสามารถเห็นฝ่ายขาว ฝ่ายดำ (ฝ่ายพระเอก ฝ่ายผู้ร้าย) ชัดเจนมากๆ ไม่มีทางที่ใครจะมองว่า นาซีเป็นฝ่ายดี ทั้งๆเรื่องนั้นนาซีจะเป็นพระเอกก็เถอะ ในยุคสงครามเย็น ขาวดำ พระเอก ผู้ร้าย จะมองไม่เห็นแล้ว เรียกว่า เทาๆ ไปดู Captain America ภาค 2 รึยัง ชัดเจนมากเลยอ่ะ ภาคแรก พระเอกสู้กับไฮดร้า เห็นชัดเลยว่า พระเอกฝ่ายดี ไฮดร้าฝ่ายผู้ร้าย แต่พอภาพ 2 ไฮดร้ามันแทรกซึมใน Shield เราเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่า ใครดีใครชั่ว Hydra แม้อุดมการณ์เดิมจะยังอยู่ แต่วิธีการนั้น ไม่ใช่แบบยุคขาวดำอีกต่อไป นิยายที่อิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะแนวสงครามเนี่ย พยายามเขียนให้ตรงยุคนะ มันจะดูเหมือนไรเตอร์ได้อ่านประวัติศาสตร์นั่้นมาจริงๆ ถ้าเราเขียนนาซีเป็นแบบเทาๆ เราว่ามันก็แปลกนะ ฮิตเลอร์เป็นสัญลักษณ์ของความชั่ว ถ้าเรามองว่าเขาเป็นคนดีเมื่อไหร่ แสดงว่านิยายเราไม่ปกติแล้ว ฝากไว้ด้วยแล้วกัน ย่อ

ฉัน.. | 7 มิ.ย. 57

  • 4

  • 0

"Kakikomi Academy (รับวิจารณ์ทุกอย่าง)"

(แจ้งลบ)

สวัสดี และขอโทษที่ช้าค่ะ ให้ตายเถอะ! โมโมะรู้สึกงานนอกสถาบันรัดตัวมาก เลยช้าไปนิด แถมนี่เป็นความสะเพร่าของโมโมะ... อ่านต่อ

สวัสดี และขอโทษที่ช้าค่ะ ให้ตายเถอะ! โมโมะรู้สึกงานนอกสถาบันรัดตัวมาก เลยช้าไปนิด แถมนี่เป็นความสะเพร่าของโมโมะเองค่ะ ที่ลืมใส่ว่า โมโมะไม่รับแนวสงคราม เอาเป็นว่า ไหนๆ ก็ส่งมาแล้ว เราขออนุญาตวิจารณ์แค่เรื่องภาษานะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ ก่อนอ่าน โมโมะขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าโมโมะอ่านตั้งแต่ได้งานใหม่ๆ ซึ่งห่างมาเกือบๆ สองเดือน (ขออภัยในความอู้อีกครั้ง) ผู้เขียนอาจจะได้ปรับไปบ้างแล้ว ยังไงก็ขออภัยล่วงหน้านะคะ การใช้ภาษา ผู้เขียนรู้จักการเว้นวรรคค่ะ จุดนี้ค่อนข้างน่าชื่นชม มีนักเขียนจำนวนไม่น้อยเลยที่บรรยายมาซะดี แต่พลาดเรื่องการเว้นวรรค การเคาะย่อหน้า ซึ่งจะไม่ขอพูดอะไรมากเนื่องจากทำได้ดีอยู่แล้ว เรื่องการใช้คำบรรยาย/คำฟุ่มเฟือย มีได้แต่ไม่ควรมาก ซึ่งในบางบท บางย่อหน้า นักเขียนทำได้ดีแล้ว แต่บางย่อหน้ายังรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป เช่นเวลาอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ มันควรจะเป็นศัพท์ที่คนอ่านอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องนั่งแปลไทยเป็นไทยอีกที แต่ถ้าเรื่องอธิบายสถานที่นั้นยังพอใช้คำฟุ่มเฟือยได้อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป จุดที่เป็นช่องโหว่สำคัญของสำคัญของเรื่องนี้คือ ผู้เขียนต้องการให้ธีมการบรรยายของเรื่องเป็นในรูปแบบของไดอารี่ ซึ่งการเขียนไดอารี่คือ การคุยกับตัวเอง การบ่นให้สมุดฟัง เน้นสื่ออารมณ์มากกว่าการบรรยายเหตุการณ์ บรรยายสถานที่ จะต้องบันทึกในเรื่องที่คนบันทึกรู้อยู่แล้วเท่านั้น มันจะออกมาในรูปประมาณว่า วันนี้เหนื่อยจังเลย แม่บังคับให้ฉันย้ายไปแอลไพเนีย น่าเบื่อเป็นบ้า อยู่เบอร์ลินก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องย้ายไปอีกก็ไม่รู้ ประเทศแอลไพเนียอะไรนั่นเล็กกว่าเมืองเบอร์ลินที่ฉันอยู่มาตั้ง 11 ปี แถมอยู่ติดกับรัสเซียชนิดที่ว่าเดินออกจากคราสโนดาร์ก็เจอชายแดน มันก็เหมือนๆ กับย้ายไปรัสเซียนั่นแหละ ..........(บลาๆๆๆ อะไรก็ว่าไป) แต่ที่เห็น ผู้เขียนกำลังบรรยายแบบนิยายทั่วๆ ไป ที่เติมวันที่เพิ่มขึ้นมาเฉยๆ นอกจากจะบรรยายบทพูดละเอียดยิบ บรรยายแม่แบบเหมือนไม่เคยรู้จักแม่ตัวเองมาก่อน บรรยายเหตุการณ์ได้เป็นฉากๆ แล้ว ยังบรรยายในสิ่งที่คนเขียนบันทึกไม่น่ารู้ด้วย หากคนเขียนนึกภาพไม่ออก ไปลองอ่านเรื่อง แอน แฟรงก์ ดูก็ได้ค่ะ แนวบันทึกสงครามเหมือนกัน แต่จะเห็นว่า แทบไม่มีการบรรยายสถานที่เลย นอกจากสถานที่ที่ไปเจอมาใหม่ การบรรยายบทพูดยิ่งไม่มี หรือถ้ายังนึกไม่ออกอีก ลองเขียนบันทึกประจำวันดูเองเลยค่ะ แล้วดูว่าปกติแล้วเขาเขียนบันทึกกันยังไง หรือถ้าไม่อยากแก้มาก จะลบพวกวันที่ไปเลย แล้วเขียนเป็นนิยายปกติไปเลยก็ได้ แต่โมโมะไม่ค่อยอยากแนะนำวิธีนี้เท่าไหร่นะคะ เพราะความจริงแล้ว การเขียนนิยายแนวสงครามให้เป็นบันทึกนั้นค่อนข้างมีเสน่ห์ทีเดียว สุดท้าย เรื่องอารมณ์ร่วมของผู้อ่าน จุดนี้คือจุดที่นักเขียนยังสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ หรือสร้างได้น้อย เหมือนคนอ่านได้อ่านเหตุการณ์ ไม่ใช่นิยาย คนอ่านรู้ว่า เดี๋ยวพวกนั้นจะรบกัน ตอนนี้กำลังหนีอยู่ แต่ไม่ลุ้นเลยว่า เฮ้ย! จะหนีสำเร็จไหม จะรอดไหม มันทำให้นิยายขาดความน่าติดตามค่ะ จุดนี้นักเขียนอาจใส่อารมณ์ขอตัวละครเพิ่มเติม สร้างเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเอกเกือบไม่รอด แต่ก็รอดมาได้ เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นค่ะ อนึ่ง โมโมะเป็นนักวิจารณ์มือใหม่ที่อาจขาดประสบการณ์ไปอยู่มาก หากมีอะไรผิดพลาดไปต้องขออภัยด้วยค่ะ ปล. ไปรับงานและอ่านหมายเหตุด้วยนะคะ ย่อ

สภาอาจารย์โฮรอน | 5 ส.ค. 57

  • 2

  • 0

ดูทั้งหมด

คำนิยมล่าสุด

"Kakikomi Academy (รับวิจารณ์ทุกอย่าง)"

(แจ้งลบ)

สวัสดี และขอโทษที่ช้าค่ะ ให้ตายเถอะ! โมโมะรู้สึกงานนอกสถาบันรัดตัวมาก เลยช้าไปนิด แถมนี่เป็นความสะเพร่าของโมโมะ... อ่านต่อ

สวัสดี และขอโทษที่ช้าค่ะ ให้ตายเถอะ! โมโมะรู้สึกงานนอกสถาบันรัดตัวมาก เลยช้าไปนิด แถมนี่เป็นความสะเพร่าของโมโมะเองค่ะ ที่ลืมใส่ว่า โมโมะไม่รับแนวสงคราม เอาเป็นว่า ไหนๆ ก็ส่งมาแล้ว เราขออนุญาตวิจารณ์แค่เรื่องภาษานะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ ก่อนอ่าน โมโมะขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าโมโมะอ่านตั้งแต่ได้งานใหม่ๆ ซึ่งห่างมาเกือบๆ สองเดือน (ขออภัยในความอู้อีกครั้ง) ผู้เขียนอาจจะได้ปรับไปบ้างแล้ว ยังไงก็ขออภัยล่วงหน้านะคะ การใช้ภาษา ผู้เขียนรู้จักการเว้นวรรคค่ะ จุดนี้ค่อนข้างน่าชื่นชม มีนักเขียนจำนวนไม่น้อยเลยที่บรรยายมาซะดี แต่พลาดเรื่องการเว้นวรรค การเคาะย่อหน้า ซึ่งจะไม่ขอพูดอะไรมากเนื่องจากทำได้ดีอยู่แล้ว เรื่องการใช้คำบรรยาย/คำฟุ่มเฟือย มีได้แต่ไม่ควรมาก ซึ่งในบางบท บางย่อหน้า นักเขียนทำได้ดีแล้ว แต่บางย่อหน้ายังรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป เช่นเวลาอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ มันควรจะเป็นศัพท์ที่คนอ่านอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องนั่งแปลไทยเป็นไทยอีกที แต่ถ้าเรื่องอธิบายสถานที่นั้นยังพอใช้คำฟุ่มเฟือยได้อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป จุดที่เป็นช่องโหว่สำคัญของสำคัญของเรื่องนี้คือ ผู้เขียนต้องการให้ธีมการบรรยายของเรื่องเป็นในรูปแบบของไดอารี่ ซึ่งการเขียนไดอารี่คือ การคุยกับตัวเอง การบ่นให้สมุดฟัง เน้นสื่ออารมณ์มากกว่าการบรรยายเหตุการณ์ บรรยายสถานที่ จะต้องบันทึกในเรื่องที่คนบันทึกรู้อยู่แล้วเท่านั้น มันจะออกมาในรูปประมาณว่า วันนี้เหนื่อยจังเลย แม่บังคับให้ฉันย้ายไปแอลไพเนีย น่าเบื่อเป็นบ้า อยู่เบอร์ลินก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องย้ายไปอีกก็ไม่รู้ ประเทศแอลไพเนียอะไรนั่นเล็กกว่าเมืองเบอร์ลินที่ฉันอยู่มาตั้ง 11 ปี แถมอยู่ติดกับรัสเซียชนิดที่ว่าเดินออกจากคราสโนดาร์ก็เจอชายแดน มันก็เหมือนๆ กับย้ายไปรัสเซียนั่นแหละ ..........(บลาๆๆๆ อะไรก็ว่าไป) แต่ที่เห็น ผู้เขียนกำลังบรรยายแบบนิยายทั่วๆ ไป ที่เติมวันที่เพิ่มขึ้นมาเฉยๆ นอกจากจะบรรยายบทพูดละเอียดยิบ บรรยายแม่แบบเหมือนไม่เคยรู้จักแม่ตัวเองมาก่อน บรรยายเหตุการณ์ได้เป็นฉากๆ แล้ว ยังบรรยายในสิ่งที่คนเขียนบันทึกไม่น่ารู้ด้วย หากคนเขียนนึกภาพไม่ออก ไปลองอ่านเรื่อง แอน แฟรงก์ ดูก็ได้ค่ะ แนวบันทึกสงครามเหมือนกัน แต่จะเห็นว่า แทบไม่มีการบรรยายสถานที่เลย นอกจากสถานที่ที่ไปเจอมาใหม่ การบรรยายบทพูดยิ่งไม่มี หรือถ้ายังนึกไม่ออกอีก ลองเขียนบันทึกประจำวันดูเองเลยค่ะ แล้วดูว่าปกติแล้วเขาเขียนบันทึกกันยังไง หรือถ้าไม่อยากแก้มาก จะลบพวกวันที่ไปเลย แล้วเขียนเป็นนิยายปกติไปเลยก็ได้ แต่โมโมะไม่ค่อยอยากแนะนำวิธีนี้เท่าไหร่นะคะ เพราะความจริงแล้ว การเขียนนิยายแนวสงครามให้เป็นบันทึกนั้นค่อนข้างมีเสน่ห์ทีเดียว สุดท้าย เรื่องอารมณ์ร่วมของผู้อ่าน จุดนี้คือจุดที่นักเขียนยังสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ หรือสร้างได้น้อย เหมือนคนอ่านได้อ่านเหตุการณ์ ไม่ใช่นิยาย คนอ่านรู้ว่า เดี๋ยวพวกนั้นจะรบกัน ตอนนี้กำลังหนีอยู่ แต่ไม่ลุ้นเลยว่า เฮ้ย! จะหนีสำเร็จไหม จะรอดไหม มันทำให้นิยายขาดความน่าติดตามค่ะ จุดนี้นักเขียนอาจใส่อารมณ์ขอตัวละครเพิ่มเติม สร้างเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเอกเกือบไม่รอด แต่ก็รอดมาได้ เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นค่ะ อนึ่ง โมโมะเป็นนักวิจารณ์มือใหม่ที่อาจขาดประสบการณ์ไปอยู่มาก หากมีอะไรผิดพลาดไปต้องขออภัยด้วยค่ะ ปล. ไปรับงานและอ่านหมายเหตุด้วยนะคะ ย่อ

สภาอาจารย์โฮรอน | 5 ส.ค. 57

  • 2

  • 0

"ฉัน...วิจารณ์นิยาย"

(แจ้งลบ)

สวัสดีครับ เห็นเข้าไปโพสที่ร้านวิจารณ์นิยาย เข้ามาวิจารณ์ให้แล้วนะครับ ================ เรื่องสำนวน การใช้ภาษ... อ่านต่อ

สวัสดีครับ เห็นเข้าไปโพสที่ร้านวิจารณ์นิยาย เข้ามาวิจารณ์ให้แล้วนะครับ ================ เรื่องสำนวน การใช้ภาษา - เวลาเราเขียนบรรยาย ก็มักจะเพลิดเพลินไปสักหน่อย จนใช้คำซ้ำโดยไม่รู้ตัว เวลาเขียนถ้ารู้สึกว่า อ่านลื่นจังเลย แสดงว่ามันผิดปกติแล้ว สังเกตให้ดีๆก็จะพบว่า ยกตัวอย่าง บทนำ "ฉันจึงหันหลังกลับแล้วออกวิ่งอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ ไม่ถึงวินาที เสียงระเบิดก็ดังขึ้นไล่หลังฉันมาติดๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกระแทกอย่างรุนแรงที่แผ่นหลัง" ลื่นดีนะ เรามาสะดุดเอาคำว่าหลังคำสุดท้าย 'หลัง' อีกแล้วเหรอ ประโยคนี้มีหลังอยู่ 3 คำ ไม่สังเกตก็ไม่เห็นหรอก แต่ถือว่าอยู่ประโยคติดๆกัน ลองคิดเองนะว่า น่าจะปรับช่วงไหน ให้แนะนำ "ไล่หลัง" -> ตาม และตัด "ที่แผ่นหลัง" ออก อ่านย่อหน้าถัดมา นับ "ฉัน" ได้หลายคำทีเดียว จะแก้จุดพวกนี้ต้องอ่านซ้ำหลายๆรอบเลยนะ เราแก้นิยายเราเป็นสิบรอบแล้ว ก็ยังเจอพวกนี้อยู่ แปลกนะ บทอื่นๆที่อ่านดู เราไม่เจอประโยคคล้ายๆแบบนี้อีก? หรือเป็นเฉพาะบทนำ? ลองอ่านดูละเอียดๆใหม่อีกหลายๆรอบนะ อาจจะเจอที่แอบซ่อนอื่นอีกก็ได้ ================ เนื้อเรื่อง ==บทนำ ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวนะ เขียนบรรยายได้เห็นภาพ แต่เรารู้สึกมันโหวงๆไปหน่อย - ในนิยายสงครามเรามักเห็นอะไรที่เป็นสัญลักษณ์อยู่บ่อยๆ เช่น จี้ สร้อยคอ แหวน กำไล สัญลักษณ์พวกนี้มันจะทำเกิดพลังในการเล่าเรื่องมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญลักษณ์ที่โผล่มาตั้งแต่ตอนแรก เมื่อเอ่ยถึงอีกตอนกลางเรื่อง ความหมาย ความสำคัญของมันจะทำให้คนอ่านรู้สึกอินถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของเก่ากับเจ้าของใหม่ เป็นต้น - เราพบว่า บทนำยังสามารถใส่อะไรเข้ามาอีกได้เยอะนะ "เนื้อ"เรื่องมันสั้นไปหน่อย (บรรยายเยอะแต่ "เนื้อ" เรื่องไม่เดิน) ถ้าเป็นเราจะเพิ่ม จังหวะที่ตื่นมา ให้ตัวละครได้ทำสิ่งที่เป็นวิถีชีวิตของเขาปัจจุบัน เช่น กินข้าว พูดคุยกับลูกหลาน นั่งกินลมชมวิว บรรยายภาพปัจจุบันให้เห็น แล้วค่อยเริ่มเปิดไดอารี่อ่าน เหตุการณ์เบาๆช่วงนี้เป็นการแนะนำตัวละคร ให้คนอ่านได้คุ้นเคยกับตัวละครบ้างนิดหน่อย มองอีกมุมอาจจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวช่วงหลังสงคราม ทุกอย่างคืนสู่ปกติ ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ เพราะหลังจากนี้จะย้อนเวลาไปในไดอารี่ใช่ไหม บทต่อไปจะมีแต่สงครามๆๆๆๆ หาช่วงผ่อนคลายให้มันบ้างนะ == บท1-2 เล่าต่อจากบทนำได้ดีเลย ทำให้เราพอเดาได้ว่าตัวละครในบทนำน่าจะเป็นใคร แต่พออ่านท้ายบท 2 ขึ้น 3-4-5 เราเงยหน้ามองชื่อเรื่อง ย้อนกลับไปอ่านบทนำใหม่ ก็เกิดความสงสัย เห้ย! เรื่องนี้มันอะไรกันแน่? เราไม่รู้สึกเลยนะว่าเรื่องนี้เป็น Diary เลยนะ ความเข้าใจเบื้องต้นของคนอ่านเมื่อเจอคำว่า ไดอารี่ - เรื่องราวในเรื่องควรจะเป็นเจ้าของไดอารี่ เขียนเล่าในสิ่งที่ตนรู้ ตนเห็น ตนได้ยิน อาจจะเล่าเรื่องที่ตนได้ยินมาบ้าง หรืออาจจะมีคนอื่นมาเขียนในไดอารี่เล่มนี้ก็ได้ แต่ก็ควรลงชื่อไว้ให้รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของเหตุการณ์เขียน และที่สำคัญ "ไม่เขียนนอกเรื่องราวที่ตนไม่รู้ ไม่ใช่ของตนโดยเด็ดขาด" อยู่ดีๆเล่าเรื่อง ฝั่งมาร์คอฟ มาได้ยังไง!! เราย้อนกลับไปอ่านเรื่องย่อ เขียนว่า ในมุมมองของหญิง 3 คน เราเอะใจทันที แล้วไหนคนที่ 2 และ 3 ละ ? ให้คนอ่านหาเองรึเปล่าว่าอีก 2 คนคือใคร ถ้าไรเตอร์ต้องการเล่าเรื่องของหญิง 3 คนจริงๆ เขียนบทนำแบบนี้ ทำเอาคนเข้าใจผิดกันหมดเลยนะ กลับไปที่บทนำ เป็นเรื่องความฝันของหญิงคนหนึ่ง เปิดไดอารี่ย้อนความหลังอ่าน เห้ย มันไดอารี่ของคนนี้อ่ะ อยู่ดีๆจะเอามุมมองอื่นมาใส่ในไดอารี่เล่มนี้ได้ไง หรือเอาไดอารี่เล่มอื่นมาเปิดซ้อนไดอารี่เล่มนี้ มันผิดหลักธรรมชาติแล้ว เราเดาว่าไรเตอร์เขียนช่วงของมาร์คอฟเนี่ย น่าจะเป็นไดอารี่ของโซฟีรึเปล่า ไม่น่าใช่ไดอารี่ของอังเดร ถ้าเป็นเช่นนี้จริง การดำเนินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ "เละ" แล้วนะ มันจะสุ่มสี่สุ่มห้ามาเปิดไดอารี่เล่มอื่นได้ยังไง เมื่อไม่เคยมีการกล่าวถึงมาก่อน อย่างน้อยที่สุด จ่าหัว ขึ้นวันที่ ขึ้นชื่อเจ้าขอไดอารี่ ยังพอให้อภัย แต่ลอยๆแบบนี้ มันหมายความว่ายังไงอ่ะ! แต่ถ้าอ้างว่าเรื่องของมาร์คอฟ ยังอยู่ในไดอารี่ของอังเดร เราก็ร้สึกไม่สมเหตุสมผลนะ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาอยู่ได้ อังเดรรู้เหตุการณ์วันธรรมดาๆวันหนึ่งของ มาร์คอฟ กับโซฟีได้ยังไง หรือจะอ้างว่ามาร์คอฟเล่าให้ฟัง เราว่ามันก็ผิดธรรมชาติของไดอารี่โดยสิ้นเชิง เราวิเคราะห์สาเหตุที่ไรเตอร์เขียนแบบนี้ เพราะต้องการไล่ลำดับในวันที่ตามปฏิทินใช่ไหม แต่ถ้าทำอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่ไดอารี่แล้วนะ ต้องแยกให้ออกนะระหว่าง ปฏิทินกับไดอารี่ เหมือนมันจะคล้ายกัน แต่ต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ เราอยากให้ทำความเข้าใจเรื่อง Point of View สักหน่อย Point of View การเขียนคือ การเล่าเรื่องเป็นไปในมุมมองใด - มุมมองบุคคลที่ 1 คนอ่านจะรู้สึกไปกับตัวละคร เรื่องดำเนินตามตัวละครที่ 1 ไรเตอร์จะเขียนในแนวเอาตัวเองเป็นบุคคลๆนั้น ดังนั้นสรรพนามการใช้ มุมมองฉากจะเป็นจากตัวละครหนึ่ง จุดเด่นของการเขียนมุมมองที่ 1 นี้ คือเราสามารถเขียนความคิด เขียนอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่เราเลือกให้ดำเนินเรื่องได้ (จะเรียกว่า ตัวละครเป็นผู้ดำเนินเรื่อง) - มุมมองบุคคลที่ 3 เขียนเหมือนเรามองลงมาจากเพดาน บรรยายฉาก ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เรื่องดำเนินตามเหตุการณ์ ตามเวลา หรือตามกฎที่คนเขียนสร้างขึ้น เราสามารถเขียนในมุมมองพระเอก นางเอก มุมมองคนภายนอก มุมมองบุคคลอื่น หรือเรื่องเล่าจากคนอื่นได้ (แบบนี้จะเรียกว่า เหตุการณ์ เรื่องราวเป็นตัวดำเนินเรื่อง) เรารู้สึกไรเตอร์จะเขียนในมุมมองบุคคลที่ 3 คือพยายามจะให้ เวลา เหตุการณ์เป็นการดำเนินเรื่อง เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ เจอเหตุการณ์โน่นนี่ มันขัดแย้งกับเรื่องย่อ ชื่อเรื่อง บทนำอีกแล้วนะ การเล่าเรื่องแบบไดอารี่เนี่ย ชื่อก็บอกถึงความเป็นบุคคลที่ 1 จ๋าเลย มันควรจะเป็นตัวละคร หรือเจ้าของไดอารี่ เป็นผู้ขับเคลื่อนเนื้อเรื่อง นี่คือแก่นของเรื่อง ที่เราว่านิยายเรื่องนี้มันแปลกๆ ถึงจะเขียนแต่ละช่วงเหตุการณ์ แต่ละตอนสนุกยังไง แต่ภาพรวมของนิยายกับเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรเป็นอย่างมาก คนอ่านจะรู้สึกแปลกๆนะ เราชมเลยนะว่า เขียนเรื่องในแต่ละปฏิทินค่อนข้างดี บรรยายสมจริง สนุก แต่มันเหมือนเขียนนิยายแก๊ก อ่ะ ตอนจบตอน ความต่อเนื่องมันไม่สมจริง เรื่องมันก้าวกระโดด ไม่มีเหตุผลรองรับ ถ้ามันเป็นไดอารี่แท้ๆ มันก็ไม่ใช่แบบนี้นะ เรื่องมันข้ามไปข้ามมา เหมือนหนังมากกว่าจะเป็นนิยายนะ เราขอวิจารณ์เนื้อเรื่องเท่านี้ เรื่องพวกนี้เราไม่บอกนะว่าต้องเพิ่มต้องลดจุดไหน ให้ลองคิดวิเคราะห์เอาเอง ซึ่งถ้าแบบที่ไรเตอร์เขียนตอนนี้ ให้เหตุผลที่มาที่ไปของแต่ละจุดที่เราวิจารณ์ได้ ก็ไม่ต้องคิดมากอะไรนะ เราวิจารณ์ให้ได้เท่าที่อ่าน เราไม่รู้ตอนจบ หรือตอนที่เหตุการณ์ต่างๆมันเชื่อมกัน คำตอบของประเด็นที่เรารู้สึกเป็นปัญหาทั้งหมด อาจมีคำตอบอยู่ในนิยายแล้วก็ได้ ยังไงก็ให้กำลังใจไรเตอร์ อย่าเพิ่งท้อนะ เขียนแต่ละตอนย่อยๆนี่ใช่ได้แล้ว ถ้าวางแผนการเขียนดีๆ วิเคราะห์การใช้มุมมองการเขียนให้ได้ ปรับใหม่นิยายก็จะสนุกยิ่งขึ้นไปอีกๆ ================ - เรื่องคาแรกเตอร์ ตัวละคร ผมว่า ยังสร้างได้ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ คือ คาแรคเตอร์ยังไม่ชัดมาก อย่าง อังเดร วัยเด็กกับตอนโตนี่เหมือนจะคนละนิสัย? ระหว่างตัวละครที่โผล่มาตาย เราคงไม่รู้สึกอะไรกับมันเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดมีการกล่าวถึงตัวละครนั้นมาสักนิด เคยทำอะไรร่วมกันสักหน่อย แล้วอยู่ดีๆมาตาย เราก็จะเริ่มรู้สึกเสียดาย สงสาร แต่ถ้าตัวละครนั้นเราชอบมากๆตาย คนอ่านก็แทบร้องไห้ตาม เราว่านิยายแนวสงคราม พยายามเขียนให้ประเภท 2 กับ 3 เยอะๆนะ ไม่ต้องรีบตรงดิ่งเข้าฉากสงครามมากนัก สร้างสถานการณ์ สร้างเนื้อเรื่อง ให้เวลากับการสร้างตัวละคร สร้างความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก นิยายสงคราม คาดหวังคนตายอยู่แล้ว แม้แต่พลทหาร เราก็สร้างความสนิทกับเค้าได้เสมอ พอเขาตายที คนอ่านจะยิ่งรู้สึกอินกับนิยายเรามากขึ้นเรื่อยๆ และไปพีคเอาคนสุดท้ายที่ตาย(ถ้าเป็นคนที่สำคัญที่สุด) =============== ความสมจริง อารมณ์ร่วม กลับไปอ่านเรื่องคาแรคเตอร์นะ เราว่าโดยรวม การบรรยายเนี่ยใช้ได้เลย แต่การสร้างเหตุการณ์ สร้างสถานการณ์ยังไม่ดีเท่าไหร่ ตอนเขียนให้เวลากับมันหน่อย ตัวละครหนึ่งจะตาย ไม่ต้องฟูมฟาย แต่สร้างเนื้อเรื่องให้เขาตายอย่างมีพลัง และความสำคัญของการตายค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ตอนเราเขียนนี่เราเขียน story board (sb) แยกเลยนะ คือมี sb หลัก ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องหลัก จากนั้นก็มี sb ความสัมพันธ์กับตัวละคร โดยเฉพาะพระเอกกับนางเอก สมมติว่า เริ่มรู้จักกัน --> นางเอกแอบชอบพระเอก --> พระเอกไม่ชอบขี้หน้านางเอก --> จีบกัน ไปเที่ยวกัน พระเอกก็ยังไม่ชอบ --> ไปทะเล พระเอกเริ่มสังเกตว่านางเอกน่ารัก --> นางเอกจีบพระเอก --> พระเอกหลงรักนางเอก --> แต่งงาน ความสัมพันธ์แบบนี้ เป็นเหมือน story ย่อยที่ต้องเขียนแยกออกมาเลยนะ ซึ่งเราก็สามารถคิดเรื่องแยกย่อย สร้าง impact ให้เรื่องหลักได้อีก นี่รวมถึงการสร้างบรรยากาศให้กับตัวละคร สร้างความสมจริง สร้างเหตุผลมารองรับ ทุกอย่างล้วนมี sb ของตัวเองหมด =============== แถม (เราไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ) ในยุคนาซีเนี่ย สงคราม การเมือง เราจะสามารถเห็นฝ่ายขาว ฝ่ายดำ (ฝ่ายพระเอก ฝ่ายผู้ร้าย) ชัดเจนมากๆ ไม่มีทางที่ใครจะมองว่า นาซีเป็นฝ่ายดี ทั้งๆเรื่องนั้นนาซีจะเป็นพระเอกก็เถอะ ในยุคสงครามเย็น ขาวดำ พระเอก ผู้ร้าย จะมองไม่เห็นแล้ว เรียกว่า เทาๆ ไปดู Captain America ภาค 2 รึยัง ชัดเจนมากเลยอ่ะ ภาคแรก พระเอกสู้กับไฮดร้า เห็นชัดเลยว่า พระเอกฝ่ายดี ไฮดร้าฝ่ายผู้ร้าย แต่พอภาพ 2 ไฮดร้ามันแทรกซึมใน Shield เราเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่า ใครดีใครชั่ว Hydra แม้อุดมการณ์เดิมจะยังอยู่ แต่วิธีการนั้น ไม่ใช่แบบยุคขาวดำอีกต่อไป นิยายที่อิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะแนวสงครามเนี่ย พยายามเขียนให้ตรงยุคนะ มันจะดูเหมือนไรเตอร์ได้อ่านประวัติศาสตร์นั่้นมาจริงๆ ถ้าเราเขียนนาซีเป็นแบบเทาๆ เราว่ามันก็แปลกนะ ฮิตเลอร์เป็นสัญลักษณ์ของความชั่ว ถ้าเรามองว่าเขาเป็นคนดีเมื่อไหร่ แสดงว่านิยายเราไม่ปกติแล้ว ฝากไว้ด้วยแล้วกัน ย่อ

ฉัน.. | 7 มิ.ย. 57

  • 4

  • 0

ดูทั้งหมด

249 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 07:08

    เหยชชชชชชชชช พี่กลับมาแล้วเหวยย เปลี่ยนเนื้อเรื่องจริงๆ ด้วยอ่ะ หนูคงคิดถึงคอนสแตนตินแย่แน่เลย 55555 รออ่านอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ ง่อวววววว

    #249
    1
    • 20 กรกฎาคม 2562 / 22:24
      ยังๆ คิดแค่พล็อตไว้ก่อน ไว้เรียนรู้การเมืองโซเวียตและรัสเซียใหม่ลึกมากๆ แล้วค่อยมาเขียน ตอนนี้ยังแค่ระดับ intermediate
      #249-1
  2. วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 16:28
    เมื่อไหร่จะเปิดตอนน่ะ นะนะนะอยากอ่านมาก ขายในเด็กดีนี่ก็ได้ ได้โปรด
    #248
    1
    • 4 สิงหาคม 2561 / 23:24
      แหะๆ ช่วงนี้กำลังปรับตัวกับมหาลัยค่ะ และรื้อพล็อตใหม่หมดเลย ยังไงก็รอสักพักนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันน้า
      #248-1
  3. วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 22:58
    ตามมาเพราะมีคนบอกว่าสนุก แต่ภาค 1-2 ปิด ฮืออออออออ ไม่ได้อ่านก็รู้สึกลงแดงแล้ว สัมผัสได้ถึงความสนุกจากการอ่านเม้น
    #247
    1
    • 30 สิงหาคม 2560 / 00:16
      สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ตามมาอ่านถึงนี่นะคะ ลองอ่านตัว prolouge ของภาคสามไปก่อนก็ได้จ่ะ อันนั้นไรต์ฯ เปิดให้อ่านเป็นตัวอย่างทดลองอ่าน 555555 ฮืออออออ ขอโทษด้วยเด้อที่ปิดการอ่านไป ตอนนี้กำลังแก้พล็อตอยู่ค่ะ แก้แบบยกเซ็ตเลย ให้เวลาไรต์เตอร์อีกนิดนะคะ ไม่นานเกินรอแน่นอน
      #247-1
  4. วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 01:20
    สวัสดีครับ น้องไรเตอร์ Anka Kistchnau
    ทางผมมาอ่านตามสัญญาแล้วนะครับ ต้องขอโทษด้วยที่หายไปสักพักก่อนหน้า เพราะก็ยังต้องอ่านหนังสือรอไปอบรมก.ว.อีกรอบต้นเดือนหน้า เหมือนกัน 
    ก็เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมทะยอยอ่านไปเรื่อยๆเนอะ เจอจุดแนะนำไหนจะได้ช่วยชี้ไล่ให้รายตอนแล้วกันนะครับ
    สำหรับตอนก่อนๆหน้าก็นะ ประวัติชีวิตของแต่ละคนก่อนโดนลากไปเวียดนาม  ตรงนี้ยังไม่ขอออกความเห็นแล้วกัน แต่แมตต์กับรุสลานนี่มาแบบจำใจจริงๆ ไม่เหมือนป๋าหมีคอสเตียกับสไนเปอร์แดนนี่...พวกนี้เขามาล่า
    ป.ล.ถูกใจอังเกลิคอ่ะ สตรีแกร่งแบบนี้ผมรู้สึกปลื้ม 555+
    เรามาเริ่มหลักๆกันตอนที่เกี่ยวกับทางทหารเลยเนอะ
    ตอน 69 - Live or Leave จะบอกว่าอารมณ์ตอนหนัง Full Metal Jacket ลอยกลับมาเลย 
    นึกฮาจ่าครูฝึกจริง "พวกเมิงจะต้องเกลียดกรูจนอยากเอาปืนมายิงหัวกรูให้เละเป็นโจ๊ก" 555+ แล้วพวกที่เหลือก็โดนแดรกไปตามเคย 
    แอบสงสารเอ็ดมุนด์อยู่เหมือนกันเพราะนิสัยไม่รู้จักปรับตัวเลยโดนเกลียด จนสุดท้ายโดนรุมยำ...ทำให้นึกถึงพลทหารไพล์เลย แต่อันนั้นเอ๋อจริง
    สถานที่ฝึกนี่...ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามีแคมป์ที่ฮาวายมั้ย แต่ Boots Camp หลักๆของนาวิกฯจะเป็นที่ Parris Isaland ในซานดิเอโก้นะครับ
    ...
    โอเคต่อไป...ตอนที่ 70 - 'NAM
    ฮึๆๆๆ ในที่สุดมันก็ยิงกันแล้ว
    โธ่! รุสลาน...อารมณ์เดียวกับพลทหารนอร์แมน ตอนที่วอร์แด็ดดี้จับให้ยิงเชลยเยอรมันในหนัง Fury เลย แต่อีกแหละ...ไม่แกร่งกว่า ไม่โหดกว่า ก็ไม่รอด 
    ตอนนี้ถูกใจคอสเตียสุดแล้วฮะ หมีเขาโหดได้ใจ
    พอดีอ่านไปถึงช่วงลาดตระเวนแล้ว พบจุดเล็กๆจุดหนึ่งที่น้องไม่ได้เขียนลงไป คือการวิทยุรายงาน คือไม่ได้ตำหนิอะไรนะครับ แค่ว่าถ้าเพิ่มไปมันจะช่วยให้สมจริงยิ่งขึ้น...
    การวิทยุรายงาน จะมีหลักๆ2แบบคือ รายงานตามกำหนด กับ รายงานเมื่อปะทะ
    1.การรายงานวิทยุตามกำหนดการ ซึ่งโดยปกติจะรายงานชั่วโมงละครั้งกับตอนถึงจุด Waypoints ต่างๆครับ อารมณ์เหมือนลูกเดินทางแล้วโทรไปบอกพ่อแม่หน่อยว่าถึงไหนแล้ว
    ผมจะสมมุติการพูดคุยวิทยุให้แล้วกันนะครับ อันนี้ง่ายๆแค่...
    "H.Q. นี่คือ กันเนอร์ หน่วยรบกำลังมุ่งหน้า/มาถึงจุดเอ็กซ์เรย์แล้ว สถานการณ์ปกติ กำลังมุ่งหน้าไปต่อที่จุดซูลู เปลี่ยน"  
    2.รายงานวิทยุเมื่อปะทะกัน...คือโดยนิสัยเลยนะฮะ อเมริกันมันมักจะตื่นตูมตอนรบกันฮะ มันจะแหกปากโวยวายให้วุ่นกันไปหมด (ยกเว้นแต่หน่วยรบพิเศษ พวกนี้มันนิ่งจริง) ก็จะแบ่งอีก2แบบคือ ฝ่ายอเมริกันเห็นเวียดกงและโจมตีก่อน กับ โดนเวียดกงเล่นก่อน
    ถ้าฝ่ายอเมริกันเห็นก่อน มักจะซุ่มโจมตีให้เรียบร้อยแล้ววิทยุแจ้ง ตัวอย่างก็..
    "H.Q. นี่คือกันเนอร์ เราพบกองกำลังข้อศึกและได้เข้าปะทะที่พิกัด อัลฟ่า-ศูนย์แปด-หนึ่งสาม กองกำลังข้าศึกถอยร่นไป/ถูกกำจัด ฝ่ายเราไม่ได้รับความเสียหาย เปลี่ยน "
    *พิกัด อัลฟ่า-ศูนย์แปด-หนึ่งสาม (A-08-13) คือในแผนที่ทหารเขาจะทำลักษณะเป็นช่องเซ็คเตอร์ครับ อันนี้พักัดอยู่ในช่องอัลฟ่า และในช่องก็จะมีเส้นขีดเป็นตารางย่อยๆข้างในอีก 08คือแนวนอน 13คือแนวตั้ง*
    แต่ถ้ามันเป็นฝ่ายโดนยิงก่อน ผู้บังคับหมู่จะตะโกนเรียกพลวิทยุเพื่อรายงานสถานการณ์และเรียกกำลังสนับสนุนทันทีทันใดเลยครับ...
    "H.Q. นี่คือ กันเนอร์ เราถูกซุ่มโจมตีที่ทุ่งนาตรงหมู่บ้านมีลาย ขอการสนับสนุนไปที่พิกัด อัลฟ่า-ศูนย์แปด-หนึ่งสาม ย้ำ! อัลฟ่า-ศูนย์แปด-หนึ่งสาม เปลี่ยน"
    ซึ่งการสนับสนุนจะมีหลักๆก็...
    1.)ขอปืนใหญ่สนับสนุน ซึ่งถ้ายกตัวอย่างในการวิทยุก็ ให้เปลี่ยน 'H.Q.' ไปเป็นชื่อฐานยิง (Fire Base) เลยครับ เช่น ไฟเบสฟัลค่อน 
       และที่ไฟเบส ก็อาจจะมีการบอกพิกัดยิงที่ละเอียดขึ้นหน่อย เช่น "ขวาบวกสิบห้า ที่หนึ่งศูนย์ ถล่มสาม"
       *'ขวาบวกสิบห้า' ในที่นี้เขาจะสมมุติให้ทิศทางที่เรามองคือ0องศาครับ แล้วปรับหมุนเพิ่มไปทางซ้ายหรือขวาว่ากี่องศา* 
       *'ที่หนึ่งศูนย์' คือระยะยิงคูณหนึ่งพัน หนึ่งศูนย์ก็ระยะหนึ่งหมื่นหลา*
       *'ถล่มสาม' หมายถึงยิงถล่มสามชุด หนึ่งชุดคือหนึ่งนัดต่อปืนใหญ่หนึ่งกระบอก ถ้ามีปืนใหญ่สิบกระบอกก็สิบนัดต่อหนึ่งชุด*
    2.)ขอเครื่องบินหรือฮ.จู่โจม เวลาวิทยุก็ให้เปลี่ยน 'H.Q.' ไปเป็นโค้ดเนมเครื่องบินไปเลยครับ
       *โดยปกติทหารจะติดต่อไปหา FAC หรือหน่วยควบคุมการบินแนวหน้าก่อนครับ ซึ่งพวกเขาคือเครื่องบินความเร็วต่ำที่บินออกคำสั่งประสานงานในพื้นที่ระหว่างหน่วยทหารกับหน่วยบินสนับสนุน (ปกติใช้เครื่อง OV-10)* 
       * FAC จะคอยว่าให้คำสั่งแก่ทัพอากาศที่มาสนับสนุน เช่น ฮ.จู่โจมยิงตรงนี้นะ ให้เครื่องบินทิ้งระเบิดทิ้งลงตรงนี้...แต่บางครั้ง FAC ก็มีอาวุธติดมาด้วยเช่นระเบิดเครื่องบินหรือจรวดวิถีตรงเพื่อสนับสนุนขั้นต้นไปก่อนระหว่างรอหน่วยบินหลักมา*
    โอเคครับวันนี้ก็ขอเท่านี้ก่อนนะ เดี๋ยววันหลังจะมาคอมเม้นท์ต่อให้ ตอนนี้ต้องขอตัวแล้วนะครับ ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆครับ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 สิงหาคม 2560 / 01:22
    #246
    3
    • 17 สิงหาคม 2560 / 15:43
      โอเค ขอบคุณมากค่ะ อ่านคอมเมนท์จนตาลายเลยทีเดียว 555555 อันทที่เปิดให้อ่านเป็นอิดีชั่นเก่ามาก ยังไม่แก้ ดังนั้นช่องโหว่จะมีให้เห็นรายทางเลยจ้า ถถถถถ
      #246-2
    • 17 สิงหาคม 2560 / 15:49
      แต่เอาจริงๆ แนะนำให้อ่านหลังจากแก้ดีกว่านะคะ คือพอมาดูอีกทีแล้ว มันต้องแก้แบบ แก้ยกเซ็ต ยกแผง สิ่งที่เหมือนเดิมมีแค่ตัวละคร อีดิชั่นเดิมคือเขียนเล่นๆ แบบไม่มีพล็อต เป็นตัวอย่างที่แย่มาก ยังไม่อยากให้เปิดอ่าน เขิน 5555555555555 แต่ก็ขอบคุณมากๆ อีกครั้งค่ะสำหรับคำแนะนำที่เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มแบบนี้ พี่reaper เป็นทั้งนักอ่านและนักเขียนคุณภาพคับแก้วจริงๆ ซูฮก
      #246-3
  5. #245 krada (@2345-nice) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 21:13
    อ่านแล้วเผลอจิกเล็บเลย อินตาม นึกว่าอยู่ในเหตุการณ์ระทึกด้วย บรรยายดีจนเห็นภาพเป็นฉากๆเลยค่ะ ;_; รอนะคะ <3
    #245
    1
    • #245-1 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 63)
      15 มิถุนายน 2560 / 23:48
      เย่ยยยย์ พี่กลับมาแล้ว >< 5555 ไรต์เตอร์รีไรต์ยกเซ็ต รอหน่อยนะคะ สัญญาว่าจะออกมาดีกว่าเดิม
      #245-1
  6. วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 00:57
    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ยังเข้มข้นเหมือนเดิม รอให้มาต่อไวๆ นะครับ
    #244
    1
    • 2 มิถุนายน 2560 / 21:02
      ว้าวววว นี่ตามผลงาน Operation Last Light มาตลอด ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์มากนะคะ ><
      #244-1
  7. วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 22:50
    ยากอ่านอะ แต่ตอนปิดแล้ว
    #243
    1
    • 18 พฤษภาคม 2560 / 00:04
      ขอโทษน้า ภาค1-2 ปิดไว้รอรีไรต์จ้ะ ส่วนภาค 3 เปิดให้อ่าน แต่ยังเป็นเวอร์ชัน First Edition นะ 5555 ตอนนี้ที่หยุดไปเพราะพล็อตภาค 3 มีปัญหา นี่กำลังแก้พล็อตใหม่อยู่ค่ะ TT
      #243-1
  8. วันที่ 17 มกราคม 2560 / 10:16
    ได้เวลา กลับมา อ่านนนนนน
    #242
    1
    • 17 มกราคม 2560 / 17:40
      แต๊งกิ้วมากค่ะรีดเดอร์ ยังไงก็ตาม เนื้อเรื่องในภาคสามยังมีส่วนที่ผิดพลาด ช่องโหว่และความไม่ลงตัวอยู่เยอะนะคะ กว่าไรต์เตอร์จะได้กลับมาเขียนต่ออีกทีก็ตอนกรกฎาโน่นเลยค่ะ ยังไงก็ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยค่าาาา
      #242-1
  9. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 18:24
    เชดโด้ปลากระโห้บินได้ พี่อัพนิยายแล้วเหรออะเมซิ่งหิ่งห้อยมากค่ะ ._.
    #241
    1
    • 8 พฤศจิกายน 2559 / 21:14
      ปลากระโห้บินได้ 5555555555555555 ลั่นแรงมากสหายยยย
      ส่วนเนื้อเรื่องยังไม่อัปๆ 555 แค่มาเปลี่ยนชื่อตอนเฉยๆ ชื่อตอนเก่ามันอ่านแล้วแบบ รู้สึกยังไม่คูลพอ ถถถถ แล้วก็ปรับจำนวนบทให้เข้าที่เข้าทางด้วย อัปจริงคงปีหน้า ให้พี่ได้ที่เรียนก่อยยยยย
      #241-1
  10. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 18:50
    รอคอยเธอมานานแสนนาน นานราวกับว่าฉันคงต้องรอเธอไปอีกตลอดกาล
    แต่ตลอดกาลนั้น นานแค่ไหนกัน?
    คงไม่นานเกินฝัน... ใช่ไหม

    รออยู่นาจา รอทุกภาค ทั้งภาคหนูอัง ภาคสามสหายพากัญตาย ภาคแมตต์บ้าคลั่งพลังกัญชา นาจาาาาาา
    #240
    1
    • 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:24
      เม้นยาวมากจาาาาา ขอบคุณที่คิดถึงกันนาจาาา <3
      #240-1
  11. #239 V R 1
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 20:33
    ฉันรอเธอที่ท่าน้ำทุกวันเลยจ้ะ~
    #239
    2
    • 31 ตุลาคม 2559 / 20:46
      หวัดดีค่านักอ่าน 5555 ใครคะเนี่ย?
      ขอบคุณนะที่ติดตามนิยายเรื่องนี้ แต่กว่าจะได้อัปต่อ คงอีกนาน T_T
      แต่ช่วงนี้กำลังทำ Visual Novel อยู่ เสร็จเมื่อไหร่จะแปะไว้ให้เล่นนะคะ
      #239-1
    • #239-2 V R 1
      1 พฤศจิกายน 2559 / 18:47
      จ้ะ แล้วเราจะรอนะ จะรอเสมอ~
      #239-2
  12. วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 19:11
    กลับมาอ่านอีกแล้วว ไม่รู้จำได้มั้ย แต่รออยู่นะคะ??
    #238
    2
    • 28 ตุลาคม 2559 / 22:25
      จำได้ค่ะ 55555555 หายไปนานมว๊ากกกก อ่านภาคสามไปก่อนละกันเนอะ สองภาคแรกปิดไว้รอรีไรต์จ้า
      ขอโทษทีน้า ช่วงนี้อยู่ช่วงสอบเยอะมาก ไว้ได้ที่เรียนจะมาอัปรัวๆ เอาให้จุใจไปเลยค่ะ 55555
      #238-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 18:00
    กลับมาหาข้อมูลไปเขียนนิยายตัวเอง ._. ถถถถถถ เฮ้ย!!!! โปรดรู้ไว้ด้วยว่าข้ารออยู่นะขุ่นพี่ย์! 
    #237
    1
    • #237-1 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 61)
      16 ตุลาคม 2559 / 18:45
      ตอนนี้เรื่องเรียนต้องมาก่อน T_T แต่ไม่ทิ้งเรื่องนี้ไปหรอก สัญญาจากใจ ;-;
      #237-1
  14. #236 Leber (@phanpofy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 15:09
    ถ้าตีพิมพ์เมื่อไหร่หลังไมค์มาบอกด้วยนะคะ จะอุดหนุนในทันทีเลย
    เพิ่งได้มาอ่าน เป็นเรื่องที่สุดยอดมากค่ะ บทจะสะใจก็สะใจ จะขนลุกก็ขนลุก
    #236
    1
    • #236-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 1)
      21 พฤษภาคม 2559 / 09:53
      คงไม่ได้ตีพิมพ์เร็วๆ นี้หรอกค่ะ ต้องเข้าใจว่าหนังสือแนวนี้มันไม่บูม 5555 ขอบคุณนะคะที่มาเม้นท์ให้กำลังใจ ไรต์เตอร์จะเขียนต่อให้อ่านเรื่อยๆ ค่ะ >< แต่ตอนนี้ขอเวลาดองแป๊บ ม. 6 การบ้านเยอะมากกกกกก
      #236-1
  15. #235 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 22:20
    คดีพลิกมากมาย...
    ดิบและเถื่อนมาก...หมายถึงภาษาที่ไรท์เตอร์ใช้ในนิยายน่ะนะ 5555
    ปล.ถ้าเมนต์ขึ้นซ้ำอย่าแปลกใจ เหมือนครั้งแรกมันจะหายเลยเมนต์ใหม่ครับ ฮา
    #235
    1
    • #235-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 68)
      1 พฤษภาคม 2559 / 22:29
      อ้อ โอเค ตกใจเลยขึ้นมาสี่เมนท์ ขอบคุณงามๆ ค่ะ 55555
      #235-1
  16. #234 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 22:18
    ดิบและเถื่อนมาก...หมายถึงการใช้คำ(ภาษา)ของไรท์เตอร์น่ะนะ 55555+
    #234
    0
  17. #233 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 22:08
    เอ่อ... ท่าทางชำนาญมากเลยนะครับ เขียนซะเห็นภาพชัดเจนเลย ฮา//ขาไพ่ไฮโล์อีกคน ฮา
    #233
    1
    • #233-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 67)
      1 พฤษภาคม 2559 / 22:29
      #เรื่องไพ่นี่ไม่ต้องสอน
      #233-1
  18. #232 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 22:02
    ไรท์เตอร์มีจังหวะจะโคนในการเขียนดีถึงขั้นดีมาก สร้างบรรยากาศชักจูงคนอ่านให้รู้สึกเครียด รู้สึกเกลียด รู้สึกสะใจได้เป็นอย่างดี เสียแต่เกิดช้าไปนิด การเลือกใช้ภาษาที่ดิบขนาดนี้เหมาะกับงานเขียนยุค 90 ลงไป สมัยนี้ถ้าเจอคำดิบๆ แบบนี้เห็นทีว่าคงจะหาที่ลงตีพิมพ์ได้ยาก แต่ก็เป็นความสามารถที่น่าจะนำมาประยุกต์เข้ากับงานเขียนอื่นๆ โดยลดโทนของความดิบเถื่อนลงไปได้เป็นอย่างดี ในอนาคตหากต้องการที่จะเขียนต่อครับ
    #232
    1
    • #232-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 66)
      1 พฤษภาคม 2559 / 22:30
      นั่นสิคะ แต่ก็ดีนะที่เกิดมายุคนี้ ยังไงก็เถอะ สำนวนไรต์เตอร์มันดิบเถื่อนไปแล้วอ่า จะให้ซอฟท์ลงก็คงไม่ได้ เคยลองซอฟท์แล้วรู้สึกแบบ มันไม่ใช่อ่ะกิฟท์ Y_Y
      #232-1
  19. #231 Blue-Sere (@blueserena) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 01:03
    ในที่สุดก็ได้รู้ความจริงกันสักที 55

    #231
    1
    • #231-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 56)
      29 เมษายน 2559 / 01:20
      สารภาพว่าตอนแรกพิมพ์ไปงงไป ปมเยอะเกิน แก้กันไม่หวาดไม่ไหว กว่าจะทำความเข้าใจเรื่องแล้วรีไรต์จนออกมากระจ่างได้นี่แทบอ้วก 555555
      #231-1
  20. #230 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 22:36
    โอ๊ะ มีเพลงด้วย มันส์ด้วย 5555 ร๊อคแอนด์โรล
    บทเปิดตัวละครชักหลายบทแล้ว ลองสลับวิธีนำเสนอแบบอื่นๆ อย่างเช่น แบบตลก หรือข่าวที่กำลังจะเกิดสงครามขึ้่น หรือสลับไปเสนอเกี่ยวกับการเมือง ประธานาธิบดี หรือสาเหตุที่จะนำไปสู่สงครามที่จะเกิดบ้างก็น่าจะช่วยไม่ให้อารมณ์ไหลไปทางเดียวกันได้นะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวคนอ่านจะเบื่อเสียก่อนได้
    เป็นข้อสำคัญเลย ไม่ว่าจะเขียนดีแค่ไหน แต่ถ้าเรื่องออกเป็นแนวโมโนโทน หรือจังหวะเดียวเลยนี่ รับรองได้เลยครับว่ามีคนเบื่อแน่นอน ฝีมือการเขียนดีอยู่แล้ว เพิ่มเติมตรงกลวิธีการเขียนเล่ามาอีกอย่างจะดีเยี่ยมเลยครับ ไรท์เตอร์เก่งอยู่แล้ว พี่เชื่อว่าไรท์เตอร์ทำได้ครับ ^ ^
    #230
    1
    • #230-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 65)
      27 เมษายน 2559 / 22:38
      โอเคคคคคคค ตามนั้นย์ รับแซ่บจ่ะ
      #230-1
  21. #229 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 21:50
    "น้องทางนี้หน่อย" เป็นสำนวนไทย ของฝรั่งไม่มีนะครับ เขาจะใช้ "คุณ(หรือคุณครับ) ทางนี้หน่อย" หรือไม่ก็ "บริกร ทางนี้หน่อย" ประมาณนี้มากกว่านะครับ 
    การบรรยายยังกะมืออาชีพแนะ อ่านแล้วติดลมเลยครับ นึกว่าอ่านนิยายแปลซะอีกนะครับนี่ ^ ^b
    #229
    1
    • #229-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 64)
      27 เมษายน 2559 / 21:54
      อูย ขอโทษแรงมาก ตรงนั้นก็ลืมไปสนิท 55555 ขอบคุณที่ทักท้วงค่า
      #229-1
  22. #228 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 21:28
    จุดนี้ เปิดตัวด้วยบทนำ พร้อมกับตอนแรกหรือตอนสองเพื่อรอปล่อยตัวละครออกมาในนิยายสักตัวสองตัวละครก่อน แล้วค่อยเอาภาคผนวกลงแทรกน่าจะทำให้น่าสนใจมากขึ้นนะครับ คาแรกเตอร์ตัวละครไม่จำเป็นต้องเอามาไว้ในบทแรกเสมอไป
    ข้อมูลแน่นปึกมาก ให้ความรู้เยอะเลย ซูฮกไรท์เตอร์เลยที่ไปหาข้อมูลมาลงได้ละเอียดขนาดนี้ครับ ^ ^

    พี่ปัฐเองนะครับ
    #228
    0
  23. #227 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 21:24
    มีคำผิดนิดๆ หน่อยๆ นะครับ
    แต่การวางโครงเรื่องเยี่ยมจริงๆ ตื่นเต้น และชวนติดตามมากเลย
    ภาษาลาวที่ใช้ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะเข้าใจ เลยไม่ต้องแปลเป็นไทยไว้ในวงเล็บ หรือทำหมายเหตุเพิ่มก็ได้ ตรงนี้ไรท์เตอร์เข้าใจเลือกใช้ประโยคได้ฉลาดจริงๆ ^ ^

    พี่ปัฐเองนะครับ
    #227
    0
  24. #226 dinn (@idin12345) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 21:18
    เขาน้ำลายหก ดูก้นนั่นสิวะ พับผ่า! => ในประโยคแรกๆ ที่ใช้สรรพนามว่า "เขา" น่าจะเปลี่ยน "เขา" ตรงใดตรงหนึ่งเป็นแมตต์ หรือเป็นเด็กหนุ่มไว้สักที่นะครับ ไม่งั้นคนอ่านจะไม่รู้ว่า เขาที่ว่า มีลักษณะเป็นอย่างไร ใคร? คนแก่? เด็กหนุ่ม? ทหาร? นักเรียน? หรือภารโรง? แม้จะมีการบอกไว้ภายหลังว่าเป็นแมตต์และเป็นนักเรียน แต่จินตนาการเริ่มต้นอาจจะเห็นเป็นภาพอื่นไปแล้ว นั่นจะทำให้การจูนเข้ากับเรื่องว่าเป็นเด็กนักเรียนหนุ่มได้ยากครับ นอกนั้นทำได้เยี่ยมที่เดียวครับ ราวกับว่ากำลังอ่านนิยายแปลเลยทีเดียวหายากนะคนเขียนในแง่มุมนี้ได้ถึงขนาดนี้

    พี่ปัฐเองนะครับ ^ ^
    #226
    1
    • #226-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 63)
      27 เมษายน 2559 / 21:19
      อ่ะจ้าาาาา ไวมากค่ะเฮีย ><
      #226-1
  25. #225 Blue-Sere (@blueserena) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 03:58
    ตอนนี้มันมากค่ะ ปรบมือๆ (แอบอ่านในห้องเกือบโดนครูจับได้ 5555)
    #225
    1
    • #225-1 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 54)
      27 เมษายน 2559 / 12:25
      5555 ขอบคุณค่ะ และขอโทษน้าที่ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้อัปเลย ต้องอ่านหนังสือเตรียมเอนท์นิดหน่อยจ่ะ แหะๆ ถ้าโดนครูจับได้นี่ซวยเลย ถถถ ลองบอกให้ครูลองอ่านดูสิถ้างั้น 55555
      #225-1