บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 6 : เตรียมพร้อม(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

4

เตรียมพร้อม

 

วันที่เจอฮ่องเต้กับหรงเจาอี๋นั้น ไทเฮาทรงทอดพระเนตรเห็นบางอย่างที่ทำให้ขุ่นเคืองพระทัยไม่น้อย ดังนั้นหากหมิ่นฉ่ายต้องเข้าวังหลวง นางต้องพร้อมรับมือและพร้อมเผชิญหน้ากับภัยรอบตัวให้ได้ จะแสดงสีหน้าท่าทางให้ผู้อื่นจับความรู้สึกมิได้ หากอ่อนแอย่อมเป็นจุดอ่อนให้ผู้อื่นรู้และหาทางทำร้าย

ในวันนั้นไทเฮารับสั่งให้แม่นมหลิงเรียกหลานสาวเข้าพบ พระนางเล่าความถึงเหตุการณ์ในอุทยาน ทรงทอดพระเนตรเห็นรอยยิ้มเยาะของหรงเจาอี๋ที่แม้จะเพียงแค่แวบเดียว คาดว่าสนมผู้นั้นคงจะเห็นว่าเด็กสาวโศกเศร้าถึงกลับร่ำไห้เป็นแน่

ไทเฮามิอาจทนได้ เด็กน้อยที่พระนางให้ความสำคัญย่อมมิอาจให้ผู้ใดจะมาดูแคลน ส่วนฮ่องเต้นั้นคงต้องหาทางสอบถามให้ทราบถึงสาเหตุ คนที่ชอบ คนที่ห่วงใย คนที่เฝ้าดูแลมาเนิ่นนานหลายปี จะทรงเปลี่ยนพระทัยแล้วทำพระองค์ห่างเหินมิใส่พระทัยได้รวดเร็วปานนั้นเลยหรือ แต่จะเช่นไรก็เถอะ หากพระทัยฮ่องเต้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ พระนางนี่แหละที่จะทำให้ฮ่องเต้ต้องทรงนึกเสียดายนาง

จื่ออิง เจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาด ทั้งอยู่ในรั้วในวังมาหลายปี ย่อมรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนในวังหลวงนี้ ข้าจะให้เจ้าคอยอยู่เคียงข้างนางและดูแลนางให้ดี จะได้หรือไม่”

จื่ออิงเข้าใจความนัยรับสั่งของไทเฮาอย่างชัดเจน นางเข้าวังตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งยังเป็นถึงหลานแม่นมหลิงคนสนิทของไทเฮา บารมีย่อมมีไม่น้อย นางกำนัลยศต่ำกว่าล้วนเกรงใจ เล่ห์เหลี่ยมมากมายในวังหลังตนเองก็รู้มามาก ด้วยท่านป้าผู้รอบรู้และหม่ากูกูที่เคร่งครัดคอยอบรมสั่งสอนมาก่อน การที่ให้ตนมาดูแลคุณหนูจางหมิ่นฉ่ายเช่นนี้ คงหวังให้ตนขัดเกลาเด็กสาวให้พร้อมรับมือเล่ห์กลต่างๆ ในวังหลังได้

บ่ายวันนั้นไทเฮาเสด็จมาเจรจากับฮูหยินจางด้วยพระองค์เอง ทรงสนทนาอยู่กับนายท่านและฮูหยินจางอยู่เกือบชั่วยามจึงเสด็จกลับ เรื่องที่สนทนาคาดว่าคงจะเกี่ยวกับการที่ขอให้นางกำนัลหลิงจื่ออิงเข้ามาอาศัยคอยอยู่ใกล้ชิดคุณหนูจางหมิ่นฉ่าย หรือจะเรียกให้ถูกคือเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เด็กสาวนั่นเอง

แม้คุณหนูจางหมิ่นฉ่ายจะมีความเป็นกุลสตรีครบสมบูรณ์ นางเก่งการบ้านการเรือนการฝีมือเกือบทุกอย่าง ทั้งกิริยามารยาทก็งดงาม แม้ฝีมือจะมิจัดจ้านในด้านอาหารแต่ก็ถือว่าดีในระดับใช้ได้ แต่นางกลับมีจุดอ่อน คงเป็นเพราะถูกคนรอบข้างเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมมากเกินไป เด็กสาวจึงมิอาจทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้คน ทั้งยังรับมือและแก้ปัญหาที่เข้าจู่โจมนางมิได้

จวนคหบดีจางต้อนรับจื่ออิงอย่างดี จัดห้องหับไว้ที่เรือนเดียวกับคุณหนูหมิ่นฉ่าย คนในจวนรวมถึงหมิ่นฉ่ายรับรู้เพียงว่านางกำนัลจื่ออิงมาพำนักอาศัยในฐานะอาจารย์สอนทำอาหารและขนมที่เด็กสาวมิใคร่ถนัด แม้คนในจวนจะสงสัยว่าอาจารย์สอนทำอาหารและขนมต้องเป็นถึงนางกำนัลขั้นสูงและต้องเข้ามาพำนักที่จวนด้วยหรือ แต่ก็ทำได้เพียงสงสัยเท่านั้น ส่วนหมิ่นฉ่ายนั้นผู้ใหญ่ว่าเช่นไรนางก็เห็นชอบด้วยความเต็มใจ

นายท่านจางนั่งมองบุตรสาวคนรองที่นั่งร่วมโต๊ะกินอาหารมื้อเช้า พร้อมกับฮูหยินจางและแม่นางจื่ออิงที่เข้ามาพำนักที่จวนได้หลายวันแล้ว พลางคิดไปถึงวันที่ไทเฮาเสด็จมาสนทนากับพวกตนด้วยพระองค์เอง

นายท่านจางและฮูหยินจางที่ทราบความประสงค์ของไทเฮา ทั้งคู่ต่างแสดงสีหน้ากังวล เพียงแค่บุตรสาวคนรองเข้าไปร่ำเรียนวิชากับไทเฮายังถึงกับโดนกลั่นแกล้งจนตกสระน้ำ แล้วถ้าหากนางต้องเข้าไปรับตำแหน่งในวังหลัง มิต้องโดนมากว่านี้หรือ อีกอย่าง... พวกตนก็หวงบุตรสาวคนนี้นัก ไทเฮาที่เห็นสีหน้ากังวลและไม่คล้อยตามของทั้งสองก็ตรัสให้ทั้งสองก็รีบตรัส

พวกท่านมิรู้หรือว่านางหลงรักฝ่าบาท”

สิ้นคำไทเฮา บิดาและมารดาของหมิ่นฉ่ายก็แสดงสีหน้าตะลึงงันด้วยมิรู้มาก่อน ไทเฮาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายในรั้วในวังให้ทั้งสองรับรู้ และสำทับว่าเด็กสาวเป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว หากถามตรงๆ นางไม่มีทางตอบ

ฉ่ายเอ๋อร์ อีกสามเดือนเจ้าจะอายุสิบสี่แล้ว เจ้าชอบพอหรือหมายตาใครไว้หรือไม่ หากยังไม่มี พ่อว่าจะนำเทียบเชิญที่ถูกส่งเข้ามามากมายมาให้เจ้าพิจารณาดู เจ้าเห็นเป็นเช่นไร”

ฮูหยินจางที่ได้ยินเช่นนั้นก็นึกรู้ทันทีว่าสามีกำลังหลอกถามนาง จื่ออิงเองก็รู้เช่นกัน

ลูก...ลูกแล้วแต่ท่านพ่อเจ้าค่ะ” ทั้งหมดถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน พวกตนหลงลืมไปว่านางเชื่อฟังผู้ใหญ่หนักหนา

แล้วที่เคยบอกแม่ว่าอยากเจอชายหนุ่มเช่นพี่เขยเจ้า อีกทั้งความรู้สึกรักใคร่ที่เจ้าปรารถนานั่นอีกเล่า” ฮูหยินจางช่วยสามีตะล่อมถามบุตรสาว

ลูกคงไม่โชคดีเช่นพี่ใหญ่ อีกทั้งความรู้สึกรักใคร่มันหาได้ให้ความสุขใดกับลูกเลย” หมิ่นฉ่ายที่พลันคิดไปถึงฮ่องเต้ก็มีสีหน้าสลดลง

หือ...เจ้ารู้สึกรักใคร่ผู้ใดหรือ” นายท่านจางและฮูหยินจางแทบจะเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกันเมื่อได้ยินบุตรสาวหลุดปากพูดความรู้สึกออกมา

เอ่อ...” หมิ่นฉ่ายที่รู้ตัวว่าเผลอกล่าวความรู้สึกออกไปก็ได้แต่อ้ำอึ้ง จะให้บอกว่าชอบพอบุรุษใดก็กระดากปาก แต่จะให้โกหกบิดามารดาก็มิกล้า

เอาละๆ ไม่เป็นไรๆ กินข้าวต่อเถิด” นายท่านจางเห็นบุตรสาวก้มหน้าเขินอาย ทั้งยังมีสีหน้าเศร้าสลดจึงตัดบทไม่ให้นางต้องตอบ ทั้งสามคนนอกจากเด็กสาวลอบมองตากัน เป็นดังที่ไทเฮาทรงเล่าให้ฟังจริงๆ

++++++++++

พี่จื่ออิง ขนมเฉิงเกา[1] นี่พี่นำมาจากในวังหรือ” เสียงเล็กๆ ของหมิ่นฉ่ายเอ่ยขึ้นมา

หมิ่นฉ่ายที่เดินนำจื่ออิงและซือเหยาเข้ามาในเรือนของตน เห็นห่อผ้าสีแดงปักลวดลายงดงามวางอยู่บนโต๊ะในห้องโถงก็ให้แปลกใจ ห่อผ้าสีแดงลวดลายแปลกตานี่อีกแล้ว

พวกตนเพิ่งกลับมาจากวังหลวง หลังจากที่เข้าเฝ้าไทเฮาและฝึกฝนการทำเครื่องประทินผิวเรียบร้อยแล้ว ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าว ไทเฮาจึงให้นางกำนัลจัดของว่างในศาลากลางอุทยาน ระหว่างทางก็เจอกับฮ่องเต้และพระสนมอีกแล้ว ครั้งนี้มิใช่หรงเจาอี๋ที่ตอนนี้ถูกแต่งตั้งให้เป็นสนมขั้นเฟยแล้ว แต่เป็นอู๋เจาเยวี๋ยน ซึ่งหมิ่นฉ่ายเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเรียกตำแหน่งนี้ถูกหรือไม่ เพราะตอนนี้มิรู้ด้วยสาเหตุใดตำแหน่งพระสนมถูกปรับเปลี่ยนจนวุ่นวายไปหมด

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ไทเฮาจึงได้ชวนทั้งสองไปเสวยของว่างร่วมกัน ขณะที่จะเดินไปยังศาลา หมิ่นฉ่ายที่ประคองไทเฮาอยู่ก็ทำท่าจะผละออกไป ด้วยฮ่องเต้เดินเข้ามาประคองไทเฮาอีกข้างแล้ว แต่นางก็มิได้ทำเช่นนั้นเพราะไทเฮาทรงใช้หัตถ์ข้างหนึ่งกุมมือนางเอาไว้เสียแน่น จึงกลายเป็นว่าตอนนี้หมิ่นฉ่ายและฮ่องเต้ช่วยกันประคองไทเฮาไปด้วยกัน

วันนี้เห็นทีนางกำนัลห้องเครื่องจะเอาใจเจ้าเป็นพิเศษ” เมื่อทั้งหมดนั่งกันเรียบร้อย ไทเฮาที่ทอดพระเนตรของว่างบนโต๊ะซึ่งเป็นขนมที่หมิ่นฉ่ายชื่นชอบก็รีบตรัสขึ้นมา เพื่อดึงความสนใจของเด็กสาวที่กำลังแสดงสีหน้าสลดตั้งแต่เห็นฮ่องเต้ทรงหมางเมินแล้ว

เมื่อหมิ่นฉ่ายได้เห็นของว่างบนโต๊ะ ใบหน้าก็ผ่องใสขึ้น นางเคยลิ้มรสขนมในวังมาหลายชนิด แต่ที่ติดใจเห็นจะเป็นขนมเฉิงเกา เมื่อเด็กสาวมีสีหน้าสดใสขึ้น คนที่อยู่ใกล้ล้วนรู้สึกสบายใจไปด้วย หมิ่นฉ่ายรับกาน้ำชามารินใส่ถ้วยให้ไทเฮา ก่อนจะเลื่อนมือมารินใส่ถ้วยของฮ่องเต้ แต่ก็ถูกอู๋เจาเยวี๋ยนคว้าเอาไว้เสียก่อน ด้วยแรงกระชากอย่างมิทันได้ตั้งตัวนั้น จึงทำให้น้ำชากระฉอกออกมา แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที

อู๋เจาเยวี๋ยนทำเหมือนมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น เมื่อหมิ่นฉ่ายละมือ จึงทำหน้าที่รินน้ำชาให้ฮ่องเต้และของตน มิได้รู้สักนิดว่าทำให้ผู้ใดขุ่นเคืองบ้าง ยังคงปรนนิบัติตักของว่างใส่จานให้ฮ่องเต้อย่างเอาใจ แต่เพียงไม่นาน ด้วยแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของพระองค์ จึงทำให้อู๋เจาเยวี๋ยนรู้ตัว

ลูกนึกได้ว่ามีราชกิจที่ต้องสะสาง วันนี้คงอยู่ร่วมเสวยของว่างต่อมิได้ ลูกต้องขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ” ตรัสจบฮ่องเต้ที่ใบหน้ามืดครึ้มก็ลุกขึ้นทันที โดยมิสนพระทัยที่จะร่ำลาสนมของตนที่นั่งใบหน้าซีดขาวตัวสั่น จนเมื่อไทเฮาเอ่ยปากบอกให้ไปได้ จึงรีบถวายความเคารพก่อนที่จะเดินกลับไปพร้อมกับนางกำนัลของตน

เมื่ออู๋เจาเยวี๋ยนจากไปแล้ว ไทเฮาก็หันมาตบมือเด็กสาวเบาๆ เพื่อมิให้นางคิดมาก ทรงเสวยต่ออย่างสบายพระทัย พระพักตร์เจือไปด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย แม้จะยังไม่ได้พูดคุยกับโอรสองค์โตเรื่องเด็กสาว แต่เรื่องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของสนมและท่าทางมิพอพระทัยเมื่อครู่ก็บ่งบอกได้ชัดเจนแล้ว

ฮ่องเต้มิได้กริ้วเจ้า แต่กริ้วผู้อื่นที่ไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งเข้า” ไทเฮาตรัสบอกหมิ่นฉ่ายที่ยังมีสีหน้าไม่สบายใจให้ผ่อนคลายขึ้น เด็กสาวที่ไม่เข้าใจในคำกล่าวของไทเฮาจึงไม่ได้รู้สึกดีขึ้น แม้กระทั่งของโปรดก็ไม่อาจกินได้ลง

ต้องเป็นไทเฮาแน่เลยเจ้าค่ะ” หมิ่นฉ่ายที่คิดไปถึงเรื่องราวก่อนหน้า ไทเฮาคงเห็นว่านางแทบไม่แตะต้องของว่าง คงจะให้คนนำมาให้ที่จวนกระมัง

มิผิดแน่ ผ้าสีนี้ ลวดลายเช่นนี้ คล้ายกับห่อผ้าที่ห่อหนังสือมาเมื่อสามวันก่อนเลยเจ้าค่ะ”

หมิ่นฉ่ายยื่นห่อผ้าให้ซือเหยา บอกให้จัดขนมใส่จานมาให้นางแล้วแบ่งไปให้เรือนใหญ่ แล้วเอ่ยกับจื่ออิงอย่างมั่นใจ สามวันก่อนตนเข้าวัง ไทเฮาชวนนางสนทนาเรื่องต่างๆ มากมาย ตนเปรยไม่จริงจังว่า หนังสือในจวนยกเว้นหนังสือยากๆ ที่เป็นภาษาต่างแคว้นของพี่ใหญ่นั้นนางได้อ่านไปจนหมดแล้ว รอหนังสือที่มากับขบวนสินค้าของท่านพ่อก็เนิ่นนานมิมาเสียที วันถัดมาเมื่อนางกลับจากร้านทำเครื่องประดับแล้วเดินเข้ามาในเรือน ก็เห็นห่อผ้าที่ห่อหนังสือมากมายวางอยู่บนโต๊ะเหมือนเช่นครั้งนี้ หากมิใช่ไทเฮาที่ทรงสนทนาอยู่กับนาง จะเป็นผู้ใดได้ที่จะสรรหามาให้รวดเร็วปานนี้ วันนี้เข้าวังก็ลืมทูลถามและขอบพระทัยพระนางเสียสนิท

จื่ออิงมองเด็กสาวอย่างเอ็นดู เด็กหนอเด็ก หากเป็นไทเฮา พระนางนำมันให้นางในตอนที่นางเข้าวังหลวงจะไม่ง่ายกว่าหรือ เหตุใดต้องทำให้ยุ่งยาก ดังเช่นคนทำ พระองค์ไม่สนพระทัยแต่ทำไมต้องแอบทำลับหลังเช่นนี้ด้วยเล่า เข้าวังคราวหน้าตนคงมีเรื่องทูลให้ไทเฮาทรงพอพระทัยอีกแล้ว

++++++++++

รถม้าหรูหราจอดลงตรงหน้าจวนขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงฐานะผู้อยู่อาศัย ชายหนึ่งในสองที่ทำหน้าที่คุ้มครองคนในรถม้าเดินเข้าไปแจ้งแก่คนที่ยืนเฝ้าที่หน้าประตูจวน ยามเฝ้าประตูรีบร้อนเปิดประตูต้อนรับทันทีเมื่อรู้ว่าคนในรถม้าเป็นคนที่ฮูหยินใหญ่ของจวนได้ให้พ่อบ้านมาแจ้งตนไว้แล้ว

ซือเหยาที่ตอนนี้กิริยาเรียบร้อยกว่าแต่ก่อน เพราะโดนอบรมสั่งสอนจากคุณข้าหลวงหนึ่งเดียวในบ้านอย่างหนักเปิดผ้าม่านขึ้นแล้วก้าวลงมารอรับพี่จื่ออิงและคุณหนูของตน หลังจากเอื้อมมือรอรับคนทั้งสองลงจากรถม้า ซือเหยายืนสำรวจความเรียบร้อยของเจ้านายอีกครั้ง แม้จะมั่นใจว่าจื่ออิงคงสำรวจจนเสร็จตั้งแต่ในรถม้าแล้ว จื่ออิงมองการกระทำของสาวใช้ตัวน้อยแล้วอมยิ้มอย่างพอใจ กว่าตนจะอบรมจนนางรู้ความขึ้นก็ใช้เวลาเสียหลายวัน สาวใช้คนนี้วัยเพียงสิบสอง ทั้งยังถูกซื้อตัวเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ประจำตัวคุณหนูหมิ่นฉ่ายได้เพียงสามปีเท่านั้น กิริยายังไม่เรียบร้อยนัก แต่ดีที่เป็นคนหัวไวจึงเรียนรู้สิ่งที่นางอบรมสั่งสอนได้เข้าใจอย่างรวดเร็ว

พ่อบ้านของจวนเดินนำพวกตนเข้าไปในห้องโถงที่มีฮูหยินเอก ฮูหยินรอง อนุสามคน ของท่านเสนาบดีกรมขุนนาง รวมถึงบรรดาฮูหยินจากตระกูลต่างๆ นั่งอยู่กันอย่างพร้อมหน้า หมิ่นฉ่ายเดินเข้าไปคารวะคนทั้งหมดอย่างนอบน้อม ผู้อาวุโสกว่าทุกคนยิ้มให้อย่างถูกใจและพอใจ เด็กสาวคนนี้เป็นที่โปรดปรานของไทเฮา ทั้งมีพี่สาวเป็นถึงชินหวางเฟย ครอบครัวของนางก็ร่ำรวยมีอำนาจทางการค้า หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา กิริยามารยาทล้วนงามพร้อม หากได้นางมาเกี่ยวดองย่อมเป็นที่เชิดหน้าชูตา

งานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้จัดขึ้นเพราะฮูหยินเอกของจวนได้ชาดีมาจากต่างเมือง หวังให้ทุกคนได้ร่วมลิ้มลองด้วยกันจึงได้จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมา งานนี้มิใช่ครั้งแรกที่นางมาร่วมงานตามเทียบเชิญโดยไม่มีมารดามาด้วย จึงไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นนัก

วันนี้ท่านพ่อกลับมาจากดูร้านค้าที่ต่างเมือง ท่านแม่จึงต้องอยู่รอรับเจ้าค่ะ” หมิ่นฉ่ายตอบคำถามของฮูหยินใหญ่ที่ถามหามารดาของนางอย่างอ่อนหวาน

เช่นนั้นหรือ มิเป็นไรๆ เช่นไรเจ้าก็มาแทนแล้ว” ฮูหยินเอกมองเด็กสาวอย่างอารี

ได้ข่าวว่าเจ้ามีฝีมือด้านการชงชา วันนี้ช่วยแสดงฝีมือให้พวกข้าประจักษ์ได้หรือไม่” ฮูหยินท่านหนึ่งกล่าวขึ้นมา

ข้าได้ร่ำเรียนมาบ้างจึงถือว่าพอรู้เท่านั้นเจ้าค่ะ” หมิ่นฉ่ายกล่าวอย่างถ่อมตน

อย่าถ่อมตัวไปเลยหลานสาว ข้าเคยได้เห็นและลิ้มลองมาแล้ว... ท่านให้คนไปเตรียมของแล้วให้นางลงมือชงชาให้เราลิ้มลองเลยมิดีกว่าหรือ” ฮูหยินหม่ามารดาของพี่ซานซานซึ่งสนิทสนมกับครอบครัวนางเอ่ยยกยอขึ้นมา ทั้งยังบอกให้เจ้าของจวนไปตระเตรียมสิ่งของ

ลานกว้างถูกโอบล้อมไว้ด้วยฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลต่างๆ ที่มาร่วมงาน ทั้งหมดจดจ้องไปยังเด็กสาวเบื้องหน้าที่กำลังชงชาอย่างสนอกสนใจ

หมิ่นฉ่ายสำรวจใบชา ยกขึ้นดมกลิ่นเล็กน้อย ก่อนจะเทนำร้อนล้างถ้วยชาตรงหน้า มือเล็กคีบใบชาใส่ลงในกาพอประมาณ เทน้ำร้อนพอท่วมใบชาแล้วรินน้ำออกทันที รินน้ำร้อนลงในกาอีกครั้งแล้วพักไว้ ระหว่างรอก็นำน้ำร้อนเทลงในถ้วยชาพอให้ถ้วยอุ่นก็เทออก แล้วนำกาน้ำชาที่พักไว้เทลงในถ้วยชา ซือเหยาและจื่ออิงรีบนำวางบนถาดแล้วเอาไปแจกจ่ายให้บรรดาฮูหยินทั้งหลายที่ยืนชื่นชมอยู่

เด็กสาวยังคงชงชาต่อไปเพราะมีคนต้องการลิ้มลองอีกมาก ท่าทางพลิ้วไหวชงชาอย่างชำนาญเรียกสายตาชื่นชมจากบรรดาฮูหยินที่มีบุตรชาย จื่ออิงหลังจากที่แจกจ่ายชากลับมาก็จ้องมองไปทางหมิ่นฉ่ายอย่างชื่นใจและภูมิใจ ตนเป็นคนเสนอฮูหยินจางเองว่าปล่อยให้เด็กสาวได้ลองไปตามเทียบเชิญเพียงลำพัง ให้นางได้ลองเผชิญหน้าโดยไร้ปราการคุ้มครองบ้าง ตอนแรกนายหญิงคัดค้านเพราะเป็นห่วงบุตรสาว แต่เมื่อตนบอกไปว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีทั้งตน ซือเหยา และคนติดตามที่เป็นวรยุทธ์ถึงสองคน นายหญิงถึงได้ยอม

เมื่อได้ไปตามเทียบเชิญ ครั้งแรกๆ เด็กสาวไม่มีความมั่นใจเลย ประหม่าเสียจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ผู้ใดชวนคุยก็ถามคำตอบคำ ดีที่ว่าเข้ากับผู้อาวุโสกว่าได้ง่าย บรรยากาศจึงไม่น่าอึดอัดเท่าใดนัก เสียแต่นางไม่มีสหายจากจวนตระกูลใดเลยเพราะนางไม่เข้าหาคุณหนูเหล่านั้น แต่หลังๆ ดีขึ้นเพราะตนให้นายหญิงตอบรับทุกคำเชิญ เด็กสาวจึงคุ้นเคยและมั่นใจขึ้น ดูอย่างตอนนี้นางทำได้ดีนัก ท่าทางที่มั่นใจอ่อนหวานเป็นไปอย่างธรรมชาติของนางนั้นสะกดทุกสายตา

พี่จื่ออิง ข้าว่าหลังจากนี้เห็นทีจวนตระกูลจางคงมีเทียบเชิญมาไม่ขาดสายเป็นแน่” ซือเหยากระซิบกระซาบอย่างขบขันกับจื่ออิง แล้วทำท่าพยักพเยิดให้ดูรอบๆ

บรรดาฮูหยินที่มีบุตรชายนั้นจ้องมองหมิ่นฉ่ายอย่างชื่นชมและหมายมาด ฮูหยินที่ไม่มีบุตรชายก็มองเด็กสาวอย่างแสนเสียดาย ผิดกับบรรดาคุณหนูทั้งหลายที่จ้องมองนางอย่างริษยาเล็กๆ ที่เพียงแค่ชงชานางยังดูงดงามได้ เหลียวไปดูตรงมุมทางเดินก็เห็นบุรุษยืนออกันอยู่สามสี่คน คงจะเป็นบุตรชายของจวนแห่งนี้อาจเป็นเพราะงานนี้เป็นงานของสตรี บุรุษจึงไม่อาจเข้าร่วม การที่มีสตรีที่เหล่าบุรุษหมายปองมาเยือนถึงจวน จึงอดไม่ได้ที่จะมาลอบมอง จื่ออิงถลึงตาปรามซือเหยาให้หยุดขำแล้วทำกิริยาให้สำรวม หญิงสาวมองไปทางหมิ่นฉ่ายอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมา เด็กสาวมีตัวเลือกมากมาย หากฮ่องเต้ยังทรงเมินเฉยเช่นนี้ แล้วใจนางเริ่มเอนเอียง เวลานั้นคงยากที่จะสานสัมพันธ์

งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อยๆ คุณหนูทั้งหลายบางกลุ่มผลัดกันเล่นพิณ บางกลุ่มผลัดกันต่อกลอน แต่ที่ทุกคนต้องกระทำคือหาทางเข้ามาทำความสนิทสนมกับหมิ่นฉ่ายตามคำสั่งของมารดาตน แม้จะไม่ค่อยชอบใจด้วยคุณหนูจางผู้นี้โดดเด่นเกินหน้าเกินตา เข้าใกล้มีแต่จะถูกเปรียบเทียบ แต่เพื่ออำนาจและชื่อเสียงจึงจำเป็นต้องทำ เรื่องที่สนทนาก็มิพ้นพูดสนับสนุนยกยอพี่ชายน้องชายที่เกิดจากมารดาคนเดียวกันให้เด็กสาวฟัง หมิ่นฉ่ายทำเพียงรับฟัง แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดเป็นพิเศษ

กว่าจะกลับถึงจวนก็ยามเซิน[2] หมิ่นฉ่ายก็รีบสาวเท้าไปยังเรือนใหญ่ทันที วันนี้บิดากลับมาจากต่างเมือง นางคิดถึงนัก หลังจากออดอ้อนผู้เป็นบิดาและได้รับของฝากมาหลายอย่าง ท่านแม่ก็ให้บ่าวตั้งสำรับมื้อเย็นทันที มื้อนี้จื่ออิงไม่ได้ร่วมกินมื้อเย็นด้วยเพราะอยากให้คนในครอบครัวได้พูดคุยกันให้หายคิดถึง

เมื่อหมิ่นฉ่ายกลับมาที่เรือนของตน ซือเหยาก็เข้ามาช่วยเด็กสาวเปลี่ยนชุดพร้อมช่วยอาบน้ำ จื่ออิงที่รออยู่ก่อนแล้วก็เดินไปเตรียมชุดนอนพาดไว้ให้

พี่จื่ออิง ข้าบอกแล้วว่างานนี้ท่านไม่ต้องทำ ท่านมาอยู่ในฐานะอาจารย์ของข้านะเจ้าคะ” หมิ่นฉ่ายที่เห็นว่าหญิงสาวยังคงคอยทำหน้าที่รับใช้นางเหมือนวันแรกๆ ก็เอ่ยทัดทาน

เข้าใจแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” จื่ออิงตอบกลับ

อีกแล้ว” หมิ่นฉ่ายขัดใจ นางห้ามหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้เรียกนางว่าคุณหนู พี่จื่ออิงเป็นถึงข้าหลวงของไทเฮา ทั้งยังเป็นอาจารย์ของนาง เหตุใดชอบทำเหมือนนางเป็นเจ้านายอยู่เรื่อยเลย

เอาละๆ รีบอาบน้ำเถิดฉ่ายเอ๋อร์ พี่จะรอลงเครื่องประทินผิวให้เจ้าก่อนแล้วค่อยกลับไปพัก”

หมิ่นฉ่ายทำหน้ายู่ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจแล้วไม่พูดสิ่งใดอีก อยากทำก็ทำเถอะนางไม่ห้ามแล้ว จื่ออิงและซือเหยาขำออกมาเมื่อเห็นท่าทางกระเง้ากระงอดของเด็กสาวที่มันช่างน่ารักน่าเอ็นดูนัก

จื่ออิงและซือเหยาช่วยกันทาเครื่องประทินผิวและแต่งกายให้หมิ่นฉ่าย พูดคุยหยอกล้อกันสัพเพเหระ เด็กสาวรีบไล่ทั้งสองกลับไปพักเมื่อเห็นว่าค่ำมืดแล้วและนึกขึ้นได้ว่าทั้งคู่ยังไม่ได้กินมื้อเย็น ซือเหยาอาสาออกไปเตรียมสำรับไว้รอ แล้วให้จื่ออิงช่วยดูแลคุณหนูให้เรียบร้อยแล้วก่อนตามออกไป

แม้จะเคยมายังโรงครัวของจวนนี้หลายครั้ง แต่ก็เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน ทางเดินมืดๆ ที่มีเพียงคบไฟส่องสว่างจากที่ไกลๆ จึงทำให้การมองเห็นทางเดินค่อนข้างลำบาก

ว้าย!” ตอนที่กำลังก้มหน้าก้มตามองทางอยู่นั้น จื่ออิงไม่ได้สังเกตเลยว่าข้างหน้ามีร่างของคนผู้หนึ่งยืนอยู่ จึงทำให้นางชนเข้ากับร่างนั้นอย่างจังจนเซถลาล้มลงไปก้นจ้ำเบ้า

พอตั้งสติได้จึงได้เงยหน้าเพ่งมองร่างที่ตนเดินชนผ่านความมืดสลัวนั้น แต่เมื่อปรับสายตาให้คุ้นชิน จึงเห็นว่าร่างรางๆ ตรงหน้านั้นสูงใหญ่เช่นบุรุษ ทั้งยังคล้ายว่าถือกระบี่มาด้วย ในจวนนี้บุรุษผู้อารักขานายท่านให้อยู่ส่วนนอก บ่าวชายในจวนย่อมไม่ถืออาวุธ เช่นนั้นคนตรงหน้าผู้นี้ต้องเป็นโจรแน่แล้ว จื่ออิงคิดเช่นนั้นก็เตรียมจะร้องเรียกให้คนในจวนรู้ตัวทันที แต่คนตรงหน้าไวกว่ารีบถลาเข้ามาปิดปากนางเอาไว้

เจ้าเป็นใคร” เสียงทุ้มห้าวหาญเอ่ยถาม

จื่ออิงงุนงงอย่างหนัก คิดในใจว่าบุรุษตรงหน้าคงเพี้ยนไปแล้ว เป็นนางมิใช่หรือที่ต้องเป็นฝ่ายถามว่าคนตรงหน้าเป็นใคร




-------------------------------------


[1] ขนมชั้น

[2] ยามเซิน คือเวลาตั้งแต่ 15.00 น. - 16.59 น.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #406 rugwrite (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 21:16
    เอ่อน่าจะต่องเป็นจื่ออิงอาสาไปจัดสำรับเปล่าคะ
    #406
    0
  2. #114 Kungfu Panda (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 17:05
    พี่รองกลับมาแน่เลย นึกอยู่นาน ว่าเค้าคือใคร เป็นคู่รองมั้ยคะ มาต่อไว ๆ ค่ะ หมั่นไส้เต้
    #114
    1
    • #114-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      19 มีนาคม 2561 / 00:27
      คู่แข่งกำลังจะมา
      #114-1
  3. #112 Juk642538 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 21:11
    5555 งง ก็เจ้าของบ้านเขากลับมาแล้ว จะไม่ให้ถามอย่างนั้นได้อย่างไรอิอิ
    #112
    1
    • #112-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      19 มีนาคม 2561 / 00:28
      จื่ออิงกำลังตกใจค่ะ ต้องตั้งสติก่อน
      #112-1
  4. #111 puphaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 10:39
    น้องมา
    #111
    1
    • #111-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      19 มีนาคม 2561 / 00:29
      จะใช้รึป่าววว
      #111-1
  5. #110 mata@mata (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 10:23
    พี่รองมาแล้ววว คิดถึงจังเลย อิๆๆ ลุ้นๆๆๆ

    #110
    1
    • #110-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      19 มีนาคม 2561 / 00:29
      จะใช่มั๊ยน้า
      #110-1
  6. #109 Chacha2519 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 09:49
    ะชายนางเอกที่ไปสอนองครักเงาให้ฮ้องเต้
    #109
    1
    • #109-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      19 มีนาคม 2561 / 00:29
      ถูกต้องนะค้าบบบ
      #109-1
  7. #108 My_omyim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 23:32
    ใครหนอ
    #108
    1
  8. #107 คนที่รอมานาน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:55
    พี่ชายรึป่าว
    #107
    1
  9. #106 novellover (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:22
    พี่รองหรือ น่ารัก แผนให้สำเร็จ มีหญิงอื่นให้ช้ำใจ ก็ดำเนินแผนการให้เสียดายให้เข็ด
    #106
    1
  10. #105 munongmu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:54
    อีกนานไหมกว่าลมเพชรหึงจะทำงาน
    #105
    1
  11. #104 062289 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:52
    ขอบคุณค่ะ
    #104
    1
  12. #103 duangta-bento24 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:42
    คุณชายรองรึป่าวเอ่ยยยย
    #103
    1
  13. #102 151119 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:38
    ใครอะ่...... ใช่ฝ่าบาทป่ะ....
    #102
    1
  14. #101 beenut8 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:02
    มาเร็วๆนะ
    #101
    1
  15. #100 Prisana13082554 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:02
    รอน่ะค่ะ อย่าหายไปนานน่ะคะไรท์ คิดถึง
    #100
    1
  16. #99 Femeela (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 21:00
    รอคอยยยยย เธอมาแสนนานนนนนนนนนน T^T
    #99
    1
  17. #97 Kungfu Panda (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 20:48
    โอย พระรองออกแล้ว เต้จะทำไงเนี่ย
    #97
    1
  18. #96 mamsupap (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 20:32
    รอนะค่ะติดตามเสมอ
    #96
    1
    • #96-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      16 มีนาคม 2561 / 20:37
      ขอบคุณมากค่ะ
      #96-1
  19. #95 theeooo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 20:31
    ขอบคุณค่ะ ติดตามอยู่นะคะ สนุก~~
    #95
    1
    • #95-1 องค์มณี(จากตอนที่ 6)
      16 มีนาคม 2561 / 20:37


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 มีนาคม 2561 / 20:37
      #95-1