บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 2 : ฮ่องเต้..มิมีราชกิจที่ต้องสะสางหรือ(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61

1

ฮ่องเต้! มิมีราชกิจที่ต้องสะสางหรือ

 

คหบดีจางนั้นแต่เดิมมีอาชีพค้าขายผลผลิตทางการเกษตรและทำสวนทำไร่ ผ่านเหตุการณ์ร่วมทุกข์ร่วมสุขหลากหลาย แต่สองสามีภรรยาช่างไร้วาสนามิอาจมีทายาทสืบสกุล จึงรับบุตรของสหายที่จากไปในกองเพลิงมาเป็นบุตรบุญธรรม แล้วช่างเป็นวาสนาของคนทั้งคู่ที่เด็กเหล่านั้นล้วนเป็นเด็กดีและเฉลียวฉลาด

ด้วยความคิดอันเฉลียวฉลาดของบุตรสาวคนโตนามว่าฟางเซียน ผู้คิดริเริ่มค้าขายทำให้ครอบครัวเริ่มมีกินมีใช้ จนขยับขยายใหญ่โต แต่นางยังมิได้หยุดแค่นั้น นางยังคิดค้นผลิตภัณฑ์แปลกใหม่ที่สรรพคุณมิธรรมดาออกมาขาย จนบัดนี้สินค้าของนางมิเพียงแพร่หลายเฉพาะในแคว้นและแคว้นใกล้เคียงเท่านั้น แต่ยังโด่งดังจนสามารถส่งออกไปขายยังต่างแคว้นเลยทีเดียว และที่สำคัญ... นางยังมีวาสนาได้ครองคู่กับผู้มีอำนาจบารมีที่สุดของแคว้นไป๋ มีฐานะเป็นหวางเฟยแห่งชินอ๋อง แต่ชินอ๋องผู้เป็นพระสวามีต้องเดินทางไปปกครองเมืองซานซี หญิงสาวพร้อมด้วยบุตรทั้งสามจึงต้องติดตามไปด้วย และด้วยพระปรีชาของชินอ๋องและความเก่งกาจของหวางเฟย ทำให้เมืองซานซีเป็นเมืองที่รุ่งเรืองทางด้านการค้าไม่แพ้เมืองจ้าวของแคว้นไป๋

มิเพียงแต่การค้าของบุตรสาวคนโตที่รุ่งเรือง หากแต่จางเย่าหยางผู้เป็นประมุขของบ้านที่ร่วมกันบุกเบิกการค้าต่างๆ กับบุตรสาวก็เก่งกาจมิแพ้กัน ขยับขยายจากร้านค้าเล็กๆ หน้าบ้านจนกลายเป็นเหลา ต่อมาเปิดเป็นโรงเตี๊ยม ทั้งยังมีร้านค้าขายของอุปโภคบริโภคอยู่ตามเมืองต่างๆ และเมื่อไม่นานมานี้ยังซื้อต่อกิจการร้านค้าอัญมณีด้วยมีช่างมีฝีมือ ตอนนี้ร้านค้าแห่งนี้จึงโด่งดังอย่างแพร่หลาย

เมื่อกิจการที่อยู่ในมือมีมากมาย ทั้งสินค้าของร้านหอมหมื่นลี้ที่ทุกร้านค้าต้องมีวางขาย ทั้งร้านค้าอัญมณีที่เป็นที่นิยมของฮูหยินและคุณหนูตระกูลใหญ่ ตระกูลจางจึงถือว่ามีอำนาจทางการค้าในแคว้นไป๋อยู่พอสมควร มิต้องพูดถึงกำไรที่มีเข้ามามากมาย รวมถึงกำไรสองส่วนจากร้านหอมหมื่นลี้อันมีชื่อเสียงที่บุตรสาวคนโตจัดสรรมาให้ทุกเดือนด้วยแล้ว ตระกูลขุนนางใหญ่บางตระกูลยังมิอาจร่ำรวยเท่า

ฉ่ายเอ๋อร์ เจ้าโตแล้ว จะมานอนอ้อนแม่เป็นเด็กๆ เช่นนี้ได้อย่างไรกันลูกรัก” แม้จะพูดเช่นนั้น หากแต่หญิงวัยกลางคนกลับลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนหนุนตักตนด้วยสายตาอ่อนโยน

ลูกเพียงสิบสาม ยังมิโตเสียหน่อย ข้าชอบกลิ่นตัวของท่าน” ว่าจบเด็กสาวก็หันไปซุกใบหน้าตรงหน้าท้องมารดาของตนอย่างออดอ้อน

หมิ่นฉ่ายชอบกลิ่นกายหอมของท่านแม่ ได้กลิ่นครั้งใดทำให้รู้สึกสบายได้ทุกครั้ง ตั้งแต่เด็กด้วยพี่สาวคนโตมิค่อยว่างเพราะต้องไปดูแลร้านค้า ส่วนพี่ชายคนรองที่รู้ความแล้วก็ไปช่วยพี่ใหญ่บ้าง ต่อมาจึงได้เข้าสำนักศึกษา ท่านแม่บุญธรรมจึงมีหน้าที่ดูแลตนและน้องชายคนเล็ก ด้วยกำพร้าตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้นางค่อนข้างโหยหาความรักความอบอุ่นจากผู้ใหญ่ นางจึงมีความสุขทุกครั้งที่ได้ปรนนิบัติผู้สูงอายุกว่า

จริงสิ พ่อเจ้าฝากแม่ให้มาบอกว่าบ่ายนี้จะให้คนมารับแบบเครื่องประดับที่ไหว้วานเจ้าไปเมื่อหลายวันก่อน เจ้าวาดแบบเสร็จแล้วหรือไม่”

ตายจริง ลูกลืมเสียสนิท เช่นนั้นลูกไปที่เรือนก่อนนะเจ้าคะ” ว่าจบเด็กสาวก็หอมแก้มมารดาเสียหนึ่งทีก่อนจะเดินออกไป

ฮูหยินจางมองตามบุตรสาวด้วยสายตารักใคร่ เมื่อคิดว่านางใกล้ถึงวัยออกเรือนก็อดใจหายมิได้ เพราะในวัยเด็กนั้นตนลำบากนัก ไม่เคยได้รับความรักความใส่ใจจากผู้ให้กำเนิด บัดนี้ฐานะครอบครัวสุขสบายแล้ว ด้วยบุตรสาวคนโตและบุตรชายคนรองสามารถดูแลตนเองได้แล้ว ตนจึงทุ่มเทแรงใจแรงกายทั้งหมดทุ่มให้แก่บุตรสาวคนรองและบุตรชายคนเล็กที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่วัยเยาว์

ด้วยบุตรคนเล็กเป็นชาย ตนจึงมิได้ประคบประหงมเท่าบุตรสาว สิ่งใดที่ผู้คนว่าดีตนจะสรรหามาให้ทันที เด็กสาวที่ถูกนางสรรหาสิ่งของมาบำรุง ดูแลดังไข่ในหิน ช่างได้ดั่งใจนัก ผิวขาวเนียนใสจนมองเห็นเส้นเลือด ผมดกดำเงางามสลวย ตาจมูกปากทุกอย่างงดงามไม่มีที่ติ มิต้องพูดถึงกิริยามารยาท บุตรสาวคนนี้ก็มิทำให้ผิดหวัง เพราะนางชอบปรนนิบัติผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ที่พบเห็นจึงล้วนเอ็นดู ดูจากเทียบเชิญที่ส่งมาให้เถิด ฮูหยินเหล่านั้นคงจะหมายตาไว้ให้บุตรชายของพวกนาง แต่คงต้องออกแรงเสียหน่อยเพราะแก้วตาดวงใจของครอบครัวคนนี้พวกตนหวงแหนนัก

+++++++++

ตั้งแต่ที่นางลองออกแบบเครื่องประดับให้ท่านพ่อไปลองให้ช่างที่ร้านทำ ปรากฏว่ามีคนสนใจหลายคน ท่านพ่อจึงอนุญาตให้นางที่อยากมีส่วนช่วยเหลือครอบครัวให้มารับออกแบบให้ที่ร้านวันละหนึ่งชั่วยาม[1] ทั้งยังได้ช่างมีฝีมือประณีต ทำให้กิจการร้านเครื่องประดับของคหบดีจางเป็นที่นิยมของฮูหยินและคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ ทว่าพวกคุณชายเหล่านั้นกลับมีเป้าหมายแอบแฝง

อีกสามวันจะถึงวันคล้ายวันเกิดของมารดาข้า คุณหนูหมิ่นฉ่ายช่วยข้าได้หรือไม่” เมื่อถูกเชิญให้เข้ามาบอกถึงแบบที่ตนต้องการที่จะสั่งทำกับทางร้าน ชายหนุ่มที่แต่งตัวด้วยชุดราคาแพงเอ่ยถามขึ้นมา

อือ เช่นนั้นเป็นกำไลหยกวาดลวดลายเรียบๆ มิต้องฉูดฉาดนักดีหรือไม่เจ้าคะ” หมิ่นฉ่ายเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจัง หากแต่ผู้มองกลับมองว่ามันช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก

ได้ๆ คุณหนูออกแบบได้เลย เรื่องราคาข้าไม่เกี่ยง” ชายหนุ่มยังคงจ้องมองเด็กสาวไม่วางตา เมื่อคนตรงหน้าว่าเช่นไรจึงว่าตามกัน

เสร็จแล้วก็เชิญขอรับ มีคนรอให้พี่สาวข้าออกแบบอีกหลายคน ส่วนใบตีราคาทางร้านจะส่งไปให้ท่านที่จวนเองขอรับ” จางรั่วถงที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่สาวเอ่ยขัดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเสร็จธุระแล้วชายผู้นี้ยังมิยอมลุกไปเสียที

พี่สามกลับเลยดีหรือไม่ วันนี้พอแค่นี้เถอะ” เมื่อคุณชายท่านนั้นออกไป น้องชายคนเล็กก็หันมาถามนาง

พี่เพิ่งมาถึง เพิ่งรับออกแบบให้คุณชายท่านนั้นไปเพียงคนเดียว จะให้กลับเลยหรือ” หมิ่นฉ่ายเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องเร่งตนนัก

“...พรุ่งนี้ท่านต้องเข้าวังหลวง ต้องรีบกลับไปทำขนมถวายไทเฮามิใช่หรือ” เด็กชายนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะคิดเหตุผลขึ้นมาได้ ทำให้ผู้เป็นพี่สาวคล้อยตามเห็นด้วยกับน้องชาย เด็กสาวพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นนำแบบที่ร่างเสร็จไปให้ช่างประจำร้านตีราคา

เฮ้อ...หากข้าเข้าสำนักศึกษาแล้ว คนผู้นั้นจะหาใครมาเป็นหูเป็นตาแทนล่ะเนี่ย” เมื่อพี่สาวเดินลับหลังไป เด็กชายจึงได้พึมพำออกมาด้วยความหนักใจ พี่สาวของตนนั้นถูกท่านแม่กับท่านพ่อประคบประหงมเกินไป นางจึงมิอาจทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้คนนัก ทั้งยังไม่รู้ตัวว่าตนนั้นงดงามมาก และนิสัยอันน่าเอ็นดูนั้นทำให้คุณชายทั้งหลายต่างอยากเข้าหา

++++++++++

รถม้าที่มีตราสัญลักษณ์ของวังหลวงที่มาจอดอยู่หน้าจวนคหบดีจางยังคงสร้างความสนใจให้ผู้คน แม้จะเห็นมาหลายครั้งแล้วก็ตาม ข่าวลือที่ว่าไทเฮาโปรดคุณหนูจางคนรองมาก ถึงขนาดมีรับสั่งให้นางเข้าไปศึกษาศาสตร์ต่างๆ กับพระนางคงจะไม่ผิด แต่ผู้คนมิได้แปลกใจนักเพราะไทเฮานั้นแต่เดิมก็โปรดชินหวางเฟยคุณหนูจางคนโตมากอยู่แล้ว ยิ่งคุณหนูหมิ่นฉ่ายนั้นมีนิสัยน่าเอ็นดู ผู้เป็นใหญ่ในวังหลังจะชื่นชอบคงจะมิแปลก

ขนมในห่อผ้าสีขาวและสีฟ้าสะอาดหลายห่อถูกบ่าวรับใช้ลำเลียงขึ้นรถม้า เด็กสาวในชุดสีส้มอ่อนเดินออกมาพร้อมกับมารดาและสาวใช้ โดยมีองครักษ์ของไทเฮาเปิดม่านรอไว้อยู่ก่อนแล้ว ผู้คนที่เห็นต่างพูดกันไปว่า... ดูเอาเถิดว่าพระนางโปรดคุณหนูจางแค่ไหน เพียงมารับเด็กสาว ไทเฮายังส่งองครักษ์มารับถึงสี่นาย

ซือเหยา ดูแลคุณหนูของเจ้าด้วย” ฮูหยินจางกำชับสาวใช้ของบุตรสาวอีกที ก่อนที่รถม้าของวังหลวงจะเคลื่อนออกไป

เจ้าค่ะ”

รถม้าของวังหลวงจอดลงที่ประตูชั้นนอก ซือเหยายื่นมือรอรับคุณหนูของตนลงจากรถม้า ก่อนที่จะประคองนางไปขึ้นเกี้ยวที่มารออยู่พร้อมขันทีและนางกำนัลจากตำหนักของไทเฮา เพราะเด็กสาวถือว่าตนเป็นผู้น้อยกว่า ก่อนที่จะขึ้นเกี้ยวจึงก้มศีรษะคารวะขันทีผู้ใหญ่ ทำให้ขันทีเก่าแก่ยิ้มออกมาเล็กน้อย นางน่าเอ็นดูและมีสัมมาคารวะเช่นนี้ มิแปลกที่ไทเฮาจะเอ็นดูนางมาก

เมื่อมาถึง แม่นมหลิงคนสนิทของไทเฮาก็ออกมารับเด็กสาวด้วยสีหน้ายินดี หมิ่นฉ่ายและสาวใช้ยอบกายคารวะคนตรงหน้า แม่นมหลิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือมาด้านหน้าเด็กสาว

ห่อผ้าสีฟ้าสองห่อนั่นข้าทำมาเผื่อพวกท่าน เอาไปแบ่งกันเถิดเจ้าค่ะ” หมิ่นฉ่ายเดินเข้าไปจับมือแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานกับแม่นมหลิง ขนมเจี้ยนผิง[2] สูตรของพี่ใหญ่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนในตำหนักไทเฮา เพราะชื่นชอบนางจึงฝึกฝนจนชำนาญเพื่อทำกินเอง ครั้งก่อนที่เข้าวังนางจึงลองทำมาถวายไทเฮา ปรากฏว่าพระนางชอบมาก วันนี้เด็กสาวจึงได้ทำมาให้อีก และยังได้ทำเผื่อให้ข้ารับใช้ในตำหนักนี้ได้ชิมฝีมือของนางด้วย

มิเห็นต้องลำบาก แค่คุณหนูทำมาให้ไทเฮาก็พอแล้ว เยอะแยะปานนั้นมิเหนื่อยแย่หรือ”

ไม่เลยเจ้าค่ะ ให้ข้าได้ทำอะไรบ้างเถิด หากมิต้องไปออกแบบให้ที่ร้านเครื่องประดับ ข้าก็แทบมิได้ทำสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ” เสียงบ่นอย่างตัดพ้อของเด็กสาวทำให้แม่นมหลิงตบบนหลังมือของเด็กสาวที่คล้องแขนตนอยู่เบาๆ แล้วยิ้มให้เด็กสาวอย่างเห็นใจ หญิงชราพอจะเข้าใจมารดาของเด็กสาว นางตัวเล็กบอบบางนัก คงกลัวว่าถ้าให้ทำสิ่งใดหนักๆ จะเป็นอันตรายต่อนางได้กระมัง

ตัวเจ้ายังมามิถึง แต่เสียงเจ้านี่ดังมาล่วงหน้าเสียแล้ว” เสียงทุ้มก้องกังวานที่ดังขึ้นเบื้องหน้าทำให้หมิ่นฉ่ายและแม่นมหลิงรีบปล่อยมือแล้วยอบตัวทำความเคารพ

หม่อมฉันขออภัยที่พูดเสียงดังเพคะ” เด็กสาวเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด แม้จะมั่นใจว่าตนมิได้พูดเสียงดัง แต่เมื่อฮ่องเต้ตรัสเช่นนั้น ตนจะยอมรับก็ได้

เอาเถอะๆ รีบเข้าไปด้านในเถอะ เสด็จแม่รอเจ้าอยู่” เมื่อเห็นสีหน้ารู้ทันของแม่นมคนสนิทของพระมารดา จึงรีบตัดบทเดินนำเด็กสาวเข้าไปด้านใน

แม่นมหลิงส่ายหน้าอย่างระอา คุณหนูหมิ่นฉ่ายมิได้เสียงดังเลย นางพูดเบาไปเสียด้วยซ้ำ ดูก็รู้ว่าคนใส่ความรีบร้อนออกมารับนางเองเสียมากกว่า

++++++++++

ติ๊งๆ”

มิใช่ๆ เจ้าวางนิ้วมิถูก”

ติ๊งๆๆ”

ผิดแล้ว เจ้าต้องสะบัดข้อมือให้เร็วกว่านี้”

ติ๊งๆๆๆ”

มิถูก...”

ฮ่องเต้! พระองค์มิมีราชกิจที่ต้องสะสางหรือ นี่ยังไม่ถึงมื้อกลางวัน ช่วงเวลานี้ท่านต้องอ่านฎีกาอยู่มิใช่หรือ” ไทเฮาเอ่ยแทรกโอรสที่กำลังขัดขวางการฝึกสอนของผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

ตั้งแต่ที่นางกำนัลเข้ามารายงานว่าเด็กสาวมาถึงหน้าตำหนัก โอรสของพระนางก็นั่งไม่ติด ยังไม่ทันได้ถามไถ่ว่าเป็นอะไร โอรสของตนก็เดินออกไปเสียแล้ว ดูออกง่ายเสียจริงโอรสข้า ยังมิพอแค่นั้น เมื่อฝ่ายดนตรีที่พระนางหามาเพื่อสอนลำนำใหม่ให้เด็กสาว โอรสของพระนางก็พยายามเข้าไปมีส่วนร่วม จนผู้ฝึกสอนตัวจริงได้แต่นั่งยิ้มเจื่อนๆ อยู่ด้านข้างมิกล้าเอ่ยแทรกผู้เป็นฮ่องเต้แม้แต่น้อย จนพระนางที่อดรนทนมิได้กับความเจ้ากี้เจ้าการนั้นถึงกลับต้องเอ่ยแทรกขึ้นมาเช่นนั้น

วันนี้ลูกว่างทั้งวัน ฎีกาลูกก็อ่านหมดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เพราะรู้ว่าวันนี้กระต่ายน้อยของพระองค์จะเข้ามาที่วังหลวง ฮ่องเต้จึงเร่งอ่านฎีกาที่มีไม่มากเพราะช่วงนี้บ้านเมืองสงบสุขจนแล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อคืน

หม่อมฉันวางนิ้วเช่นนี้ถูกหรือไม่เพคะ” เสียงหวานนุ่มนวลเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าทั้งสองพระองค์หมดเรื่องที่จะซักถามกันแล้ว ทำให้ฮ่องเต้ละความสนใจจากพระมารดาหันไปหาเด็กสาวทันที

เฮ้อ” ไทเฮาถอนหายใจออกมา สะบัดมือเป็นสัญญาณว่าให้ฝ่ายดนตรีออกไป ก่อนจะหันไปสบตากับแม่นมหลิงด้วยสีหน้าเอือมระอา แล้วก็เป็นเช่นเดิม หากมีฮ่องเต้ เด็กสาวจะไม่สนใจถามไถ่ผู้อื่นอีก แม้ผู้นั้นจะเป็นผู้ฝึกสอนนางคนแรกก็ตาม โอรสของนางช่างเจ้าเล่ห์นัก มิรู้ว่าก่อนหน้านี้ไปทำเช่นไรจึงทำให้นางไว้ใจได้ถึงเพียงนี้

ไทเฮานั้นปรารถนาอยากได้คุณหนูจางคนรองผู้นี้มาเป็นสะใภ้ จึงให้นางได้เข้ามาเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ ในวังหลวง อีกทั้งอยากให้ทั้งคู่ได้ลองศึกษานิสัยใจคอกัน จึงหาหนทางให้ทั้งสองได้พบเจอกันบ้าง แต่มิคิดว่าโอรสของตนจะวุ่นวายถึงเพียงนี้ ทำแม้กระทั่งรีบสะสางราชกิจเพื่อจะได้ว่างมาใกล้ชิดเด็กสาว

ผ่านไปชั่วครู่เด็กสาวที่พอมีพื้นฐานมาบ้างจึงเริ่มจับจังหวะได้ เสียงลำนำที่ไพเราะถูกบรรเลงอย่างไม่ติดขัด

เห็นหรือไม่ หากมิได้เจิ้นช่วยแนะเจ้า มีหรือว่าเจ้าจะดีดได้ไพเราะเช่นนี้”

ไทเฮาที่ได้ยินฮ่องเต้ตรัสเช่นนั้นก็มีสีหน้าเหนื่อยหน่ายพระทัย ให้ตายเถอะ! โอรสข้าสีหน้าภูมิอกภูมิใจนั่นมันอะไรกัน มิใช่พระองค์คอยขัดนางหรอกหรือ วางนิ้วมิถูกอะไรกัน นางแค่งอนิ้วเล็กน้อย หากแต่ตำแหน่งก็ถูกต้องแล้ว เพลงจะเพี้ยนได้เช่นไร หากมิใช่ถูกรบกวน นางเล่นลำนำบทนี้จบไปนานแล้วกระมัง ยังจะกล้าอวดอ้างความดีความชอบกับนางอีก

ขอบพระทัยเพคะ” หมิ่นฉ่ายรับคำมองคนตรงหน้าด้วยความเลื่อมใส ตั้งแต่ฮ่องเต้ช่วยตนฝึกโต้ตอบภาษาอิงกั๋วเพื่อให้พี่สาวภูมิใจในครั้งนั้น พระองค์ก็จะคอยเข้ามาช่วยเหลือนางตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน คงเป็นตามที่พระองค์ว่า นางคงงอนิ้วมากไปจึงทำให้เสียงเพี้ยน เมื่อทำตามที่พระองค์ว่า บทเพลงจึงไพเราะมิมีติดขัดจริงๆ

ไทเฮาถอนพระปัสสาสะ[3] ออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเด็กสาวตอบรับพร้อมกลับมีสีหน้าชื่นชม นี่ก็ช่างว่าง่ายเหลือเกิน










-----------------------------------------------------------------

[1] ประมาณสองชั่วโมง

[2] แพนเค้ก

[3] คำราชาศัพท์ หมายถึง ถอนหายใจ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #351 olahe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 20:49
    ไทเฮา ขอมองบน 555

    ป.ล. ปราณีต >> ประณีต
    #351
    0
  2. #322 kanpicha wongratwanich (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:30
    กระต่ายน้อยน่ารัก
    #322
    2
    • #322-1 องค์มณี(จากตอนที่ 2)
      14 เมษายน 2561 / 20:55
      ใช่มะ ^^
      #322-1
    • #322-2 องค์มณี(จากตอนที่ 2)
      14 เมษายน 2561 / 20:55
      ใช่มะ ^^
      #322-2
  3. #43 novellover (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:07
    พวกสิ้นคิด อย่างไรเสียนอกจากเป็นคนโปรดแล้วยังเป็นน้องสาวชินหวางเฟย ถือว่าเป็นพระญาติ ต่อให้อายุยังน้อย คนสมัยก่อน 15 นี่โตเต็มวัยแต่งงานได้แล้ว แล้วมาทำเรื่องก่อนวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮาเพียง 1 วัน มีลงโทษ มีลดตำแหน่ง ไปซักล้างเลย
    #43
    1
    • #43-1 องค์มณี(จากตอนที่ 2)
      23 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:55
      ทั้งปลดทั้งลดเลยค่ะ
      #43-1
  4. #41 กางเกง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:36
    แม่จับได้เสียแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #41
    0
  5. #40 My_omyim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:37
    ฮ่องเต้รุกหนักมากกกก เจ้าเล่ห์ กระต่ายน้อยก็ใสเหลือเกิน
    #40
    0
  6. #39 Sweetsmile2557 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:01
    น่ารัก ฮ่องเต้รุกหนัก ถงเอ่อร์ก็น่ารัก แล้วเหล่าหลานๆเล่ามีอัพเด็ดด้วยไหม ท่านอ๋อง หวางเฟย ซานซานกับเบนจี้ อุ อุ คิดถึง ^^
    #39
    0
  7. #38 Femeela (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:34
    ชอบๆ😁
    #38
    0
  8. #37 jjpp5678 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:05
    ฮ่องเต้รุกหนักเชียว 555+
    #37
    0
  9. #36 paemly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:59
    ชอบมากๆ
    #36
    0
  10. #35 chayaratsangsook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:30
    เต้วุ่นวายกะต่ายมิเดียงสา
    #35
    0
  11. #34 novellover (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:26
    น่ารักมากน้องรอง น้องเล็กช่างดีงามกีดกันคนอื่นให้ ก่อนอื่นต้องให้เวลาอีกอย่างน้อยสองปีกลังปักปิ่น แต่ว่าไร้เดียงสาแบบนี้ก็ดีนะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
    ช่วยแทรกหลานๆลูกของชินหวางเฟย
    ด้วยคะ ชอบอยากรู้ว่ามีหลานกี่คนแล้ว น่ารักแค่ไหนบ้าง
    #34
    0
  12. #33 BaiFern Benjamas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:26
    ชอบค่าาาา
    #33
    0
  13. #32 สน๊วก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:24
    ฮองเต้เนียนตลอดดดดด
    #32
    0