บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 16 : จำต้องไกลห่าง1(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 335 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

12

จำต้องห่างไกล

 

เนื่องจากความร่วมแรงร่วมใจของทหารองครักษ์และชาวบ้านเมืองหนาน โรงหมอในส่วนที่พักคนป่วยก็แล้วเสร็จก่อนส่วนอื่นๆ เพราะฉือเฉินต้องการให้คนป่วยได้พักในสถานที่สะอาดปลอดภัย ลานกว้างที่ใช้เป็นเขตรักษาในตอนนี้มีแต่ฝุ่นดิน ละอองที่ลอยมาตามลมย่อมไม่เป็นการดีต่อคนป่วยที่ร่างกายอ่อนแอ คนป่วยโรคระบาดและคนป่วยที่เป็นโรคอื่นๆ แยกไว้คนละห้อง

เอาตามที่ท่านว่าเถอะ โรงหมอแห่งนี้เสด็จแม่ประทานให้ท่านเป็นรางวัล ท่านย่อมมีสิทธิ์จะทำเช่นไรก็ได้ เราจะส่งหมอหลวงผลัดเวียนมาอยู่ประจำ ส่วนเรื่องเบี้ยหวัดทางการจะเป็นคนรับผิดชอบ ส่วนท่านจะเก็บค่ายาค่ารักษาเช่นใดก็แล้วแต่ท่านปรารถนา” ฮ่องเต้รับสั่งกับฉือเฉิน ท้ายประโยคตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง ตามที่พระองค์ได้รับรายงานมา ชายผู้นี้มีคุณธรรมอยู่พอสมควร คงจะไม่เรียกเก็บเงินจากคนยากจนอย่างแน่นอน

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ฉือเฉินรับคำ

พี่ฉือเฉิน ท่านจะอยู่รักษาคนที่นี่จริงๆ หรือเจ้าคะ ตอนแรกข้าคิดว่าท่านให้ตั้งโรงหมอแล้วจะให้หมอจากทางการมาอยู่ประจำเสียอีก ชาวบ้านที่นี่ช่างโชคดีเสียจริงที่มีหมอมากฝีมืออยู่ให้การรักษา” หมิ่นฉ่ายที่นั่งฟังอยู่ในกระโจมกลางนี้ด้วยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มีสีหน้าปลื้มใจแทนชาวบ้านเมืองหนาน

ฉือเฉินพยักหน้ายิ้มรับ มองนางด้วยสายตาเอ็นดูกับท่าทางดีใจของนางที่ทำอย่างกับว่าเป็นชาวเมืองหนานเสียเอง

ไม่มีสิ่งใดต้องรายงานอีกแล้วใช่หรือไม่ วันนี้พอเท่านี้” ฮ่องเต้รีบตรัสจบการสนทนา ด้วยนึกหมั่นไส้คนที่กำลังส่งยิ้มให้กันยิ่งนัก แล้วที่เรียกชายผู้นั้นอย่างสนิทสนมนั่นอีก พระองค์รู้สึกระคายหูมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินแล้ว เห็นทีคงต้องจัดการบางอย่าง

ฉือเฉินหันกลับมารับคำพร้อมกับคนอื่นๆ รับสั่งด้วยเสียงเย็นเยียบเช่นนี้ เห็นทีคงไม่พอใจที่เขายิ้มให้เด็กสาว ก่อนจะเดินออกไปยังไม่วายหันหน้ามาส่งยิ้มกว้างให้แก่หมิ่นฉ่ายอีกครั้ง พอพ้นมาไกลพอสมควร ก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขบขัน

ท่านขำด้วยเรื่องอะไรหรือ” หมอหลวงคนหนึ่งที่เดินออกมาพร้อมกันเอ่ยถามอย่างสงสัย

ท่านไม่ได้กลิ่นน้ำส้มรึ หึๆ” ฉือเฉินหัวเราะในลำคอเมื่อพูดจบ เพียงแค่เขากับหมิ่นฉ่ายส่งยิ้มให้กันฉันมิตรสหาย ฮ่องเต้ก็ทรงไหน้ำส้มแตกเสียแล้ว ได้แกล้งคนขี้หวงแล้วความรู้สึกเจ็บปวดภายในก็พอคลายลงไปได้บ้าง

ท่านไม่ตามคนอื่นๆ ไปด้วยหรือราชองครักษ์พิเศษ” ฮ่องเต้ตรัสถามฟางอี้ที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไปไหน

กระหม่อมมีหน้าที่อารักขาใกล้ชิดฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ฟางอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้านิ่งไม่รับรู้สายพระเนตรขุ่นเคืองที่ส่งมา

“...เจ้าช่างเป็นคนที่มีความรับผิดชอบจริงๆ เช่นนั้นเจ้าก็ทำหน้าที่ให้ดีเล่า” ฮ่องเต้ฮึดฮัดเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

กระต่ายน้อย เมื่อวานเจิ้นพาเจ้าไปเที่ยวที่ชายป่าฝั่งตะวันออกแล้ว วันนี้ไปเดินตลาดดีหรือไม่” ฮ่องเต้ตรัสถามเด็กสาวที่กำลังนั่งกินของว่างอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงละมุนหวานหยาดเยิ้ม

หมิ่นฉ่ายเบิกตากว้างกะพริบตาปริบๆ ตอนอยู่กันลำพังฮ่องเต้ที่ตรัสกับนางอ่อนหวานและเรียกนางด้วยคำเฉพาะเช่นนี้ก็ทำให้นางเขินอายมากแล้ว เหตุใดต้องมาพูดต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ด้วยเล่า พระองค์ไม่อาย แต่นางเห่อร้อนไปทั้งตัวแล้วตอนนี้

ว่าอย่างไรเล่า แล้วเหตุใดจึงได้หน้าแดงตัวแดงเช่นนั้น หรือว่าเขินที่เจิ้นเรียกเจ้าว่ากระต่ายน้อยหรือ จะเขินอายไปไยเล่า ก็เจ้าน่าเอ็นดูเหมือนกระต่าย เจิ้นจึงเรียกเจ้าเช่นนั้น” สายพระเนตรหวานซึ้งทรงเสน่ห์ที่จ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง กับรับสั่งนุ่มนวล ทำให้เด็กสาวมือไม้อ่อนเลิกสนใจขนมหวานของโปรด ใบหน้าแดงซ่านลามไปจนถึงใบหู หลุบตาต่ำเม้มปากแน่น มือข้างที่ไม่เจ็บวางอยู่บนหน้าขาขยำผ้าเช็ดปากบิดไปมาด้วยความเหนียมอาย

ซือเหยา จื่ออิง และนางกำนัลที่อยู่คอยรับใช้ต่างก้มหน้าต่ำ แต่ใบหูที่แดงก่ำก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเขินอายแทนเด็กสาวที่ถูกฮ่องเต้เกี้ยว

กระหม่อมต้องออกไปช่วยชาวบ้านสร้างโรงหมอ กระหม่อมขอตัวพ่ะย่ะค่ะ” ฟางอี้หุนหันออกไปทันที ไม่รอให้สหายช่างแกล้งอนุญาต

ฮ่องเต้สรวลออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางขุ่นเคืองของสหาย บอกให้ไปดีๆ ก็ไม่ยอมไปเอง ก่อนจะโบกมือให้ทุกคนออกไป แล้วเดินเข้าไปประทับยังที่นั่งข้างๆ เด็กสาวที่ยังก้มหน้างุดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตา

อีกไม่กี่วันเจิ้นต้องกลับวังหลวงแล้ว เจ้าไม่ต้องตามเสด็จไทเฮาไปไม่ได้หรือ ตามเจิ้นกลับเมืองหลวงพร้อมกันเถิด” ฮ่องเต้ลูบหลังมือของเด็กสาวที่ขยำผ้าไว้ให้ผ่อนคลาย ก่อนจะคว้ามือขาวบางมากุมไว้

หมิ่นฉ่ายส่ายหน้าเป็นครั้งที่ห้าแล้วกับประโยคนี้ของฮ่องเต้ นางตั้งใจไว้แล้ว แม้ตอนแรกคนตรงหน้าจะเป็นสาเหตุบางส่วนก็ตาม แต่ความตั้งใจจริงๆ คือติดตามไทเฮาไปยังวัดประจำพระองค์

++++++++++

ตลอดสองวันยามที่ฮ่องเต้ออกเยี่ยมราษฎรในเมืองหนาน นอกจากจะมีราชองครักษ์พิเศษแล้ว ข้างกายพระองค์มักจะมีเด็กสาวร่างบอบบางน่าเอ็นดูติดตามไปด้วยทุกครั้ง อาการบาดเจ็บของหมิ่นฉ่ายดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังต้องใช้ผ้าคล้องคอไว้อยู่ ฟางอี้จะคอยเดินตามอยู่ห่างๆ ให้ทั้งคู่ได้มีเวลาใกล้ชิดสานสัมพันธ์กัน หากมีเขาอยู่ด้วยน้องสาวของเขาจะมัวแต่เคอะเขิน อีกสองวันหลังจากส่งนางไปยังวัดที่ไทเฮาถือศีลอยู่ ทั้งสองคงไม่ได้เจอหน้ากันไปอีกนานหลายเดือน

แม้การเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของราษฎรจะเป็นไปอย่างลับๆ ฮ่องเต้แต่งกายด้วยชุดธรรมดาเช่นคุณชายบัณฑิต แต่กระนั้นท่าทางสูงศักดิ์มีอำนาจก็ไม่อาจปิดได้มิด ทั้งข้างกายยังมีดรุณีร่างอรชร ใบหน้าพริ้มเพราเดินเคียงข้าง ยิ่งส่งเสริมให้ทั้งสองโดดเด่น ไม่นานผู้คนที่มองมาอย่างสนใจก็เริ่มจดจำเด็กสาวได้

ผู้คนทั้งคนป่วยรวมถึงญาติๆ ของคนป่วยที่เคยได้รับการรักษาที่เขตรักษาโรคระบาดเริ่มเดินเข้ามาทักทายคุณหนูจางหมิ่นฉ่าย เด็กสาวผู้ที่ทำให้ชาวบ้านมากมายรอดชีวิตมาได้ด้วยวิธีการรักษาของนาง ชาวบ้านตั้งแต่เด็กจนถึงคนชราปรี่เข้ามาหาพร้อมนำขนมและสิ่งของเล็กน้อยๆ เข้ามาให้เด็กสาวอย่างยินดี

แม้หมิ่นฉ่ายจะเพียรพูดว่าชินหวางเฟยผู้เป็นพี่สาวเป็นคนต้นคิด นางเป็นเพียงผู้นำมาเผยแพร่เท่านั้น แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้ลดความนิยมชมชอบในตัวเด็กสาวลงเลย กลับยกย่องชินหวางเฟยยิ่งกว่าเก่า และชื่นชอบตระกูลจางมากกว่าเดิม

ในระหว่างที่ผู้คนยังคงโอบล้อมหมิ่นฉ่ายไว้ สตรีวัยกลางคนที่ดีใจที่ได้เจอคนที่ช่วยชีวิตลูกชายเอาไว้ก็วิ่งแทรกตัวเข้ามา ฮ่องเต้ที่อยู่ข้างกายหมิ่นฉ่ายไม่ทันได้ระวังพระองค์เพราะกำลังดูแลความปลอดภัยให้เด็กสาวที่กำลังถูกคนมากมายโอบล้อมจึงโดนชนจนประคองพระองค์ไม่อยู่ ดีที่ว่าฟางอี้ที่อยู่ใกล้ๆ รับพระองค์ไว้ได้ทัน

ฝ่าบาท!” หมิ่นฉ่ายที่ทันเห็นเหตุการณ์พอดีร้องขึ้นมาอย่างตกใจ ชาวเมืองที่ได้ยินที่เด็กสาวเอ่ยเรียกบุรุษที่โดนชนก็ชะงัก ก่อนจะเริ่มมีสติว่าบุรุษที่มากับคุณหนูจางคือโอรสสวรรค์ ก็รีบคุกเข่าทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง สตรีวัยกลางคนที่เป็นคนชนก็ละล่ำละลัก เนื้อตัวสั่นเทา เอ่ยขอพระราชทานอภัยไม่หยุดปาก

พวกท่านลุกขึ้นเถิด เราไม่ได้เป็นอันใดมาก วันนี้เพียงแค่มาเยี่ยมชมความเป็นอยู่เท่านั้น พวกท่านมีหน้าที่ทำสิ่งใดก็ไปทำเถิด” ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉานหากแฝงความเอื้ออาทร เมื่อเห็นว่าสตรีที่ชนพระองค์ไม่ยอมลุกขึ้นก็พยักหน้าให้เด็กสาว

หมิ่นฉ่ายรีบเข้าพยุงสตรีวัยกลางคนที่ยังไม่กล้าลุกขึ้นด้วยเกรงอาญาที่ไปทำร้ายฮ่องเต้เข้าให้ลุกขึ้นยืน แล้วปลอบขวัญว่าฮ่องเต้มิทรงถือโทษขอให้นางสบายใจได้ สตรีวัยกลางคนโค้งคำนับอยู่หลายครั้งก่อนจะถอยออกไปรวมกับชาวบ้านคนอื่นๆ

ฮ่องเต้เดินไปหลายก้าวก่อนที่จะหยุดยืนนิ่ง เมื่อหมิ่นฉ่ายเดินเข้ามาเทียบถึงจะออกเดินไปเคียงคู่กับนาง เด็กสาวอมยิ้มกับความใส่พระทัยของพระองค์ ฟางอี้ผิวปากเบาๆ ไม่นานองครักษ์ลับสองนายก็ออกมา ชายหนุ่มสั่งความคนทั้งสองให้กันชาวบ้านไม่ให้เข้าใกล้ฮ่องเต้และน้องสาวของเขามากนัก ส่วนเขาจะคอยตามดูแลทั้งคู่อยู่ห่างๆ เอง

ไม่นานข่าวการมาของฮ่องเต้และคุณหนูจางผู้โด่งดังก็รู้กันไปทั่วตลาด เมื่อเข้าร้านใดพ่อค้าแม่ค้าต่างต้อนรับเป็นอย่างดี ทั้งยังต้องการจะถวายสิ่งของให้โดยไม่ยอมรับเงินค่าของ แต่เพราะร้านที่หมิ่นฉ่ายเลือกเข้าล้วนเป็นร้านขนมไม่ใช่ของมีค่ามีราคา ทั้งสองจึงได้ยอมรับเอาไว้

หมิ่นฉ่ายแวะดูร้านขายเครื่องประดับข้างทาง หยิบๆ จับๆ อยู่นานแต่ก็ไม่ยอมตัดสินใจซื้อ ต่างหู กำไล พู่ห้อยหลากสี เครื่องประดับผมชิ้นเล็กๆ ทุกอย่างล้วนน่าสนใจไปเสียทุกสิ่ง ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเด็กสาวที่ตัดสินใจไม่ได้อย่างนึกเอ็นดู ดวงตากลมโตไร้เดียงสาเป็นประกายยามจ้องมองเครื่องประดับเหล่านั้น เหมือนกระต่ายตัวน้อยๆ ไม่มีผิดเพี้ยน

ไม่เลือกสักอันเล่า” ฮ่องเต้เอ่ยทัดทานเมื่อเห็นว่าเด็กสาวหันหลังออกมาโดยที่ไม่เลือกซื้อสักอัน หมิ่นฉ่ายยู่ปากส่ายหน้า ของเหล่านี้สตรีล้วนชมชอบ นางมีเยอะแล้วเพราะท่านพ่อมักจะนำเครื่องประดับแบบใหม่ๆ มาให้อยู่เสมอ นางเพียงแค่อยากชมดูเท่านั้น แต่ต่างหูและกำไลหินสีชมพูอ่อนนั่นช่างงามนัก เด็กสาวเหลือบมองเครื่องประดับที่นางสนใจเล็กน้อยก่อนจะตัดใจแล้วเดินไปยังแผงร้านค้าถัดไป

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรตามเด็กสาว ส่ายพระพักตร์พลางสรวลออกมาเบาๆ ด้วยความขบขัน อาการของนางใครเห็นย่อมดูออกว่าอยากได้ ก่อนจะเดินตามเด็กสาวไป แต่เดินไปได้เพียงก้าวเดียวก็หยุดชะงัก แล้วหันไปทางคนขาย ถามไถ่เพียงไม่นานก็เรียกฟางอี้มาจัดการส่วนที่เหลือ แล้วเร่งรีบเดินตามเด็กสาวที่เดินไปได้ไม่ไกล

ทั้งสองเดินเล่นกันได้เพียงไม่นานก็ต้องยอมกลับ เมื่อคนทั้งตลาด รวมถึงชาวบ้านมารวมตัวกันมากมาย จนองครักษ์ที่แม้จะแผ่รังสีกดดันออกมาต้านก็แทบควบคุมไม่ได้

ภาพที่ฮ่องเต้คอยเดินตามหมิ่นฉ่าย ทั้งคอยถือขนมให้ ทั้งการหยอกล้อกันยิ้มแย้มอย่างมีความสุข นั่นก็ทำให้เกิดข่าวลือมากมาย บ้างก็ว่าฮ่องเต้เสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเดินชมตลาดกับเด็กสาว มิใช่ว่าทั้งคู่คบหากันอยู่หรือ บ้างก็ว่าพวกตนอยู่ในเหตุการณ์วันที่คุณหนูหมิ่นฉ่ายหายตัวไปในป่า แล้วฮ่องเต้ที่เสด็จมาถึงตอนนั้นเป็นกังวลมากจนรีบร้อนเสด็จออกไปตามหานางอย่างร้อนพระทัย มิใช่ว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งหรอกหรือ บ้างก็ว่าสายพระเนตรที่ทอดมองเด็กสาวผู้นั้นช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าทรงชอบพอนางมากหรอกหรือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นข่าวลือล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

เมื่อกลับถึงเขตที่พักยังไม่ทันได้เข้ากระโจม ฮ่องเต้และหมิ่นฉ่าย รวมถึงราชองครักษ์พิเศษก็ถูกเชิญให้ไปยังลานกว้าง เพราะพรุ่งนี้ทุกคนต้องออกเดินทางไปสมทบกับคนที่ตามเสด็จไทเฮาไปก่อน โรคระบาดควบคุมได้แล้ว การรักษาเป็นผลดี กำหนดการเดินทางจึงได้เกิดขึ้น ผู้ว่าเมืองหนานจึงจัดเตรียมมื้อเย็นด้วยอาหารมากมายเพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยคนป่วยและชาวบ้านเมืองหนานให้พ้นภัยจากโรคระบาดได้

ระหว่างที่งานเลี้ยงมื้ออาหารเล็กๆ ดำเนินไป แม้จะเป็นงานเลี้ยงรวม แต่โต๊ะอาหารของฮ่องเต้ที่มีเพียงหมิ่นฉ่ายและฟางอี้ร่วมโต๊ะก็ถูกจัดไว้อยู่ห่างๆ ฮ่องเต้ที่รู้ถึงการมาถึงขององครักษ์เงาก็ชะงักพระหัตถ์ที่กำลังคีบอาหารให้หมิ่นฉ่าย แล้วหันไปส่งสายพระเนตรให้ราชองครักษ์พิเศษที่สัมผัสได้เช่นกันและมองมาที่พระองค์ก่อนแล้ว เมื่อฟางอี้เดินออกไปแล้วก็คีบอาหารให้เด็กสาวอย่างปกติคล้ายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น หมิ่นฉ่ายมองตามพี่ชายที่ลุกออกไปเงียบๆ และท่าทางแปลกๆ ของทั้งคู่ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใด

งานเลี้ยงมื้ออาหารเล็กๆ พร้อมกับจิบเหล้าอ่อนๆ จบลงหลังจากที่ฮ่องเต้ตรัสชมเชยทุกคนที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลัง รับสั่งให้ทุกคนอยู่ต่อได้ แต่ให้ดื่มแต่น้อยๆ เพราะเกรงว่าพรุ่งนี้จะเดินทางกันไม่ไหว ก่อนจะขอตัวกลับที่พัก

ห่อผ้าลวดลายเช่นนี้” หมิ่นฉ่ายเดินเข้ามายังกระโจม แล้วเอ่ยอย่างแปลกใจเมื่อเห็นห่อผ้าห่อใหญ่ลวดลายคุ้นเคยที่วางอยู่บนโต๊ะรับรอง

จื่ออิงและซือเหยาที่เดินตามเข้ามาก็เดินไปทางเด็กสาวอย่างสงสัยเช่นกัน เพราะก่อนออกไปซือเหยาจำได้ว่าไม่เห็นห่อผ้าเช่นนี้อยู่ภายในกระโจมอย่างแน่นอน

ลวดลายบนผ้าทำไมหรือ” จื่ออิงเอ่ยถามหมิ่นฉ่ายที่พูดเหมือนรู้ว่าเป็นห่อผ้าของผู้ใด

เป็นของฮ่องเต้เจ้าค่ะ” เมื่อหมิ่นฉ่ายว่าจบ จื่ออิงก็ร้องอ๋อออกมาอย่างเข้าใจในทันที วันที่พากันเข้าไปในป่า ฮ่องเต้คงได้ไขความกระจ่างให้นางรู้

โอ้โห เครื่องประดับเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ” ซือเหยาร้องออกมาเมื่อเห็นของในห่อผ้าที่ผู้เป็นนายเพิ่งแกะออก ทั้งต่างหู กำไล ปิ่นปักผม พู่ห้อยเอวสีสันสวยงาม และอีกมากมายหลายอย่าง

หือ ฮ่องเต้ไปเหมาร้านค้ามาเลยหรือ” จื่ออิงที่เห็นเครื่องประดับมากมายก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หมิ่นฉ่ายมองทั้งคู่ที่กำลังหยิบเครื่องประดับขึ้นมาดูยิ้มๆ สตรีทุกคนชอบของสวยงามจริงๆ

พระองค์พาข้าไปเดินตลาด ข้าแวะเข้าไปดูเครื่องประดับเหล่านี้แต่ไม่ได้ซื้อมา” หมิ่นฉ่ายตอบด้วยน้ำเสียงเอียงอาย เมื่อเห็นสายตาล้อเลียนของทั้งสอง ไม่อาจพูดต่อได้ว่าเครื่องประดับในห่อผ้าล้วนเป็นสิ่งที่นางหยิบขึ้นมาดูทั้งสิ้น

++++++++++

เช้าวันออกเดินทาง สัมภาระมากมายถูกลำเลียงขึ้นรถม้า ทหารองครักษ์ นางกำนัลขันทีที่ไม่มีหน้าที่ก็ตั้งแถวรอเตรียมพร้อม ราชองครักษ์พิเศษและขันทีผู้ใหญ่เดินตรวจความเรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

ผู้ว่าเมืองหนาน ขุนนางหลายตำแหน่ง คาดว่าคงเพิ่งรู้ข่าวจากการที่ฮ่องเต้ไปเดินตลาดเมื่อวาน และชาวเมืองมากมายมายืนรอส่งเสด็จฮ่องเต้และคณะ ฮ่องเต้มีรับสั่งกับขุนนางทั้งหลายและชาวเมืองเล็กน้อย ส่วนหมิ่นฉ่ายยืนสนทนาอยู่กับฉือเฉิน

ข้าไม่อาจรู้ว่าจะได้พบเจ้าอีกตอนไหน หากมีโอกาสข้าจะไปเยี่ยมเจ้าที่เมืองหลวง ขอให้เจ้าโชคดี” ฉือเฉินเอ่ยกับหมิ่นฉ่ายที่ยืนอยู่ตรงหน้า สายตาที่มองนางเจือแววหม่นเศร้าเล็กๆ

ข้าก็ขอให้ท่านโชคดีเช่นกันเจ้าค่ะ หวังว่าจะได้ต้อนรับพี่ฉือเฉินที่เมืองหลวงนะเจ้าคะ” หมิ่นฉ่ายยิ้มเต็มใบหน้า เอ่ยตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสดใส

หมิ่นฉ่ายเดินไปสมทบกับฮ่องเต้ที่กำลังสนทนาอยู่กับเหล่าขุนนาง เพราะชื่อเสียงเรื่องวิธีการรักษาของคนในตระกูลจาง เมื่อได้ยินชาวบ้านเอ่ยนามว่าเด็กสาวคือคุณหนูจางหมิ่นฉ่าย ทำให้ขุนนางที่ยืนสนทนากับฮ่องเต้เริ่มหันมาสนใจถามไถ่พูดคุยกับเด็กสาว และเมื่อเห็นฮ่องเต้คอยหันมาพูดคุยกับนางด้วยสายพระเนตรอ่อนโยน ก็ยิ่งหาเรื่องคุยทำความรู้จัก ข่าวลือว่าฮ่องเต้มีความสัมพันธ์อันดีกับเด็กสาวคนนี้ ต่อไปนางคงมีตำแหน่งในวังหลังเป็นแน่ ทำความรู้จักไว้ย่อมเป็นเรื่องดี

จนเมื่อถึงเวลาในกำหนดการในยามเฉิน[1] เหล่าข้าราชบริพารทั้งหมดจึงได้กล่าวสรรเสริญและทำความเคารพ ฮ่องเต้เดินตามหมิ่นฉ่ายไปยังรถม้าของนาง แต่เพราะเด็กสาวเป็นคนตัวเล็ก ยามที่ต้องก้าวขึ้นรถม้าจึงต้องมีแท่นไม้มาให้นางเหยียบขึ้นไป แต่วันนี้ไม่มี จื่ออิงที่สูงกว่าจึงก้าวขึ้นไปบนรถม้าก่อนแล้วยื่นมือมารอรับ แต่แล้วก็ต้องชักมือกลับแล้วหลบเข้าไปนั่งรอด้วยใบหน้าแดงก่ำภายในรถม้า

ว้าย!” หมิ่นฉ่ายที่ไม่ทันตั้งตัวร้องออกมาแล้วเผลอตัวทุบไปยังไหล่แกร่งเบาๆ แต่คนโดนทุบกลับสรวลออกมาอย่างชอบใจที่ได้กลั่นแกล้งนาง

เมื่อยืนได้มั่นคงแล้วเด็กสาวก็เริ่มใบหน้าเห่อร้อนเมื่อได้ยินเสียงฮือฮาในหมู่คนรอส่งเสด็จดังขึ้นอย่างอื้ออึง เห็นขุนนาง ทหารองครักษ์ และนางกำนัลขันที ต่างก้มหน้าลงต่ำ ก่อนจะส่งค้อนไปให้คนที่ยังยืนยิ้มไม่ทุกข์ร้อนใดๆ แล้วผลุบเข้าไปภายในรถม้าอย่างรวดเร็ว

ฮ่องเต้ที่ได้แกล้งกระต่ายน้อยเดินยิ้มไปยังม้าสีน้ำตาลแดงรูปร่างองอาจ หาได้สนใจเสียงรอบข้างที่กล่าวถึงพระองค์ไม่ เพราะต้องการให้ทุกคนได้รู้ว่าเด็กสาวผู้นี้เป็นคนรักของพระองค์อยู่แล้ว นางเป็นคนน่าเอ็นดู ผู้ใดเข้าใกล้เป็นต้องหลงใหล ดูอย่างซุนฉือเฉินนั่น เพียงไม่กี่วันก็ถูกใจนางเข้าแล้ว ครั้งนี้จากกันหลายเดือน ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์นี้คงพอจะกันบุรุษอื่นออกจากนางได้บ้าง

++++++++++





[1] ยามเฉิน คือเวลาตั้งแต่ 07.00 น. - 08.59 น.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 335 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #302 151119 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 11:02
    เต้เต้...สายรุก......
    #302
    1
    • #302-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:42
      สายเปย์ด้วย
      #302-1
  2. #301 กางเกง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 08:25

    ร้ายลึกนะเนี่ย กันท่าซะ

    #301
    1
    • #301-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:43
      กันไว้ก่อน ต่ายน้อยน่ารัก
      #301-1
  3. #299 puphaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 06:56
    มีคความเจ้าเล่ห์
    #299
    1
    • #299-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:44
      ใช่มะ 55555
      #299-1
  4. #298 Femeela (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 01:40
    หมั่นไส้ / ออกหน้าออกตามั่กๆ
    #298
    1
    • #298-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:44
      คนกำลังอินเลิฟ
      #298-1
  5. #297 novellover (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 01:35
    เต้เจ้าแห่งกรมข่าวลือ เพื่อหวังตัดคนไม่ให้เข้าใกล้กระต่ายน้อย ไม่ต้องกังวล ไปเข้าเฝ้าไทเฮาก็ไม่มีคนกล้าแล้ว เอาตัวเองให้รอดก่อนนะเต้
    #297
    1
    • #297-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:44
      น้องน่ารักต้องกันไว้ก่อน
      #297-1
  6. #296 แว่นใส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 20:21
    ระวังโดนแกล้งคืนอีกนะ
    #296
    1
    • #296-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:45
      5555555
      #296-1
  7. #295 novellover (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 19:37
    ขี้แกล้งหนอ สงสารกระต่าย
    แต่ห่างไกลจะได้รู้ค่าและมีช่องว่างให้คิดถึงกัน
    รอหวานๆก่อนไปโหดและผจญเล่ห์ในวัง
    #295
    1
    • #295-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:45
      ใช่เลยค่ะ
      #295-1
  8. #294 Femeela (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 19:34
    แหมมมมมม /จะตามแหมเต้ไปทุกตอนนน
    #294
    1
    • #294-1 องค์มณี(จากตอนที่ 16)
      13 เมษายน 2561 / 16:45
      5555555555555
      #294-1