บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 14 : ข้าดูแลนางเอง2(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    22 ก.ค. 61


นางตั้งใจหลบหน้าไม่ผิดแน่ ฮ่องเต้มองไปทางหมิ่นฉ่ายที่เดินมาพร้อมจื่ออิงและสาวใช้ของนางเปลี่ยนเส้นทางการเดิน จากที่กำลังจะเดินตรงมาทางนี้เสียอย่างนั้น ให้ตาย ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง การที่นางทำเช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ แต่เหตุใดภายในจึงได้ปั่นป่วนเช่นนี้กันเล่า

          สองสามวันมานี้ หากที่ตรงนั้นมีพระองค์อยู่ บริเวณโดยรอบจะไม่ปรากฏร่างของนาง แม้ปกติเด็กสาวจะต้องมาเป็นประจำทุกวันก็ตาม และหากพระองค์เดินเข้าไปยังที่นางอยู่ เด็กสาวก็มักจะทำความเคารพแล้วค่อยๆ เดินออกไปเงียบๆ เป็นเช่นนี้ทุกครั้งตั้งแต่วันรุ่งขึ้นของการหายตัวไปของนาง ไม่ใช่ว่านางนับถือ ไม่ใช่ว่านางไว้ใจ ไม่ใช่ว่านางให้ความสนิทเพียงพระองค์หรอกหรือ ที่แม้พระองค์จะทำเมินเฉย แต่นางยังคงคอยมองมายังพระองค์เสมอ

ฟางอี้ลอบมองฮ่องเต้ นึกถึงสิ่งที่ได้สนทนากับจื่ออิงเมื่อคืนก่อน เพราะท่านแม่เล่าว่านางเป็นผู้รู้เรื่องนี้ดีที่สุดเพราะอยู่ใกล้ชิดกับน้องสาวของเขา นางเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ อย่างละเอียด ทั้งเรื่องที่อยู่ๆ ฮ่องเต้ก็ทรงเปลี่ยนไป แม้จะไม่อาจรู้ถึงสาเหตุ แต่การร่วมมือกันระหว่างเขากับนางก็ถือว่าได้ผล

ฮ่องเต้และน้องสาวของเขาไม่ได้บังเอิญเจอกันทุกครั้ง แต่เป็นการจงใจของจื่ออิงที่มักจะพานางมาให้พบเจอกับฮ่องเต้ และก็เป็นคนคอยบอกนางอ้อมๆ ว่าข้างหน้ามีฮ่องเต้ประทับอยู่ น้องสาวของเขาเสแสร้งไม่เก่งมักจะเผยพิรุธ หลบตาบ้าง หยุดชะงักแล้วหันกลับบ้าง ทุกครั้งนางไม่เคยแสดงกิริยาได้ปกติ และการที่นางเป็นแบบนั้นเป็นสิ่งที่พวกตนต้องการ

การที่น้องสาวของเขายังคงให้ความสนใจแม้ว่าจะโดนหมางเมิน ทำให้พระองค์ทรงลำพอง คิดว่าเช่นไรนางก็ยังสนใจเพียงพระองค์เพราะความใกล้ชิดสนิทสนมตั้งแต่วัยเยาว์ พอทรงโดนนางกระทำเช่นนั้นบ้าง จึงได้รู้สึกพระองค์ขึ้นมาบ้างแล้ว

และที่พวกตนกล้าที่จะให้เด็กสาวทำเช่นนี้ ไม่กลัวว่าฮ่องเต้จะทรงตัดพระทัยไม่สนใจนาง ก็เพราะฮ่องเต้ไม่เคยปล่อยนางให้คลาดสายพระเนตร องครักษ์ลับถูกส่งมาอยู่ข้างกายนาง และเรื่องนี้ก็มิอาจรอดพ้นสายตาของลูกน้องฝีมือดีของท่านพ่อไปได้ แต่องครักษ์ผู้นี้มาดี คอยเฝ้ามองเด็กสาวอยู่ห่างๆ บางครั้งก็ฝากห่อของกับลูกน้องของท่านพ่อ นำไปให้ท่านพ่อตรวจสอบก่อนแล้วจึงนำไปวางไว้ที่เรือนของนาง มารู้ภายหลังว่าเป็นสิ่งที่บุตรสาวต้องการและชื่นชอบ ก็เริ่มมองฮ่องเต้ในทางที่ดีขึ้น

หลังฟางอี้เข้ารายงานตัวและเข้ารับตำแหน่ง ยามที่องครักษ์เงามารายงานเรื่องของฉ่ายเอ๋อร์ เขาก็อยู่ด้วยเกือบทุกครั้ง และทุกครั้งฮ่องเต้ต้องทอดพระเนตรมาทางเขาคล้ายรอให้ถาม แต่เขาก็ไม่ถาม ก็เขาพอจะรู้มาบ้างแล้วว่าฮ่องเต้ชอบพอน้องสาวของเขา หากวันใดน้องสาวของเขาเข้าวัง ฮ่องเต้มักจะอ้างว่าต้องการออกไปเดินผ่อนคลายจากการอ่านฎีกา และทุกครั้งต้องให้ขันทีไปเชิญพระสนมมาเดินข้างกายด้วยเสมอ เขาพอรู้เรื่องราวมาบ้าง ได้แต่นึกข้องใจว่าเหตุใดจึงต้องทำเช่นนั้น ในเมื่อพระองค์ถึงกับส่งคนไปคอยติดตามความเคลื่อนไหว ส่งของที่นางชื่นชอบไปให้ ทั้งยังอยากเห็นหน้านาง เช่นนี้แล้วจะต้องทำให้เรื่องยุ่งยากไปด้วยเหตุใด

เมื่อได้รับรายงานเรื่องโรคระบาดจากเมืองซีเปียงที่ยังไม่อาจควบคุมโรคได้ เขาจึงได้ขอให้ลองทำตามวิธีของชินหวางเฟย ถึงเมืองซีเปียงไม่นานก็ได้รับรายงานว่าขบวนเสด็จของไทเฮาติดโรคระบาดหลายสิบคน รวมถึงชาวบ้านในบริเวณนั้นด้วย แต่เมื่อได้ยินว่าที่นั่นได้ลองรักษาด้วยวิธีการเช่นเดียวกันและหมอเทวดายังปรุงยามารักษาควบคู่กันแล้วเกิดผลดีก็ให้รู้สึกโล่งใจ ฮ่องเต้ที่ทรงเป็นห่วงไทเฮาจึงพักยังเมืองซีเปียงเพียงสองวัน สั่งการเรื่องโรงทานเพื่อบรรเทาภัยแล้งเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปเมืองหนานทันที

มาถึงก็เจอคนกลุ่มใหญ่ แต่ละคนสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากสอบถามจึงได้รู้ว่าน้องสาวของเขาหายไป เขาตกใจแทบสิ้นสติ ยังไม่ทันที่จะกระทำสิ่งใด ฮ่องเต้ก็ออกวิชาตัวเบาไปทางเขตแนวป่าแล้ว ไม่มีเวลาให้ได้ตื่นตระหนก รีบสั่งการทหารองครักษ์หลายนายจุดคบไฟออกวิชาตัวเบาตามคนใจร้อนไปอย่างกระชั้นชิด

ท่าทางเป็นห่วงเป็นใย สีพระพักตร์กังวล น้ำเสียงอ่อนโยนของฮ่องเต้ที่แสดงต่อน้องสาวของเขา ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องมองออกว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ก็นั่นล่ะศิษย์หมอเทวดาผู้นั้นกลับทำเสียเรื่อง จนน้องสาวของเขาร้องไห้ปานขาดใจ เพราะทุกครั้งเขาไม่เคยได้เห็นว่าน้องสาวของเขาโศกเศร้าเสียใจถึงเพียงนี้ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ พระองค์สมควรได้รับบทเรียนที่มาเล่นกับความรู้สึกของนาง แล้วมันก็เป็นผลเมื่อฮ่องเต้สังเกตเห็นถึงพิรุธนั่นและคาดว่าจะเข้าใจถึงความรู้สึกของพระองค์เองได้แล้ว

วันนี้ข้าจะอยู่ที่นี่ ไม่ออกไปที่ใด” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นมาโดยสายพระเนตรยังทอดมองไปยังทางที่เด็กสาวเดินไป ราชองครักษ์พิเศษที่กำลังเหม่อนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้สะดุ้งกายเล็กน้อย ก่อนจะรับคำของพระองค์

++++++++++

วันนี้ช่างน่าอึดอัดเสียจริง ไปที่แห่งไหนเหตุใดจึงได้เจอกับฮ่องเต้เสียทุกที่ ทุกวันไม่เคยมาร่วมโต๊ะอาหาร อยู่ๆ พี่รองก็ให้คนมาบอกว่าพระองค์จะมาร่วมโต๊ะด้วย แล้วนางจะทำเช่นใดดีเล่า หากเจอพระพักตร์ตรงๆ แล้วพระองค์ทรงทำท่าทีเฉยชา นางที่แน่ใจในความรู้สึกของตนแน่ชัดแล้ว ไม่อาจแน่ใจว่าจะอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลได้หรือไม่ จะบอกว่าไม่สบายก็ไม่กล้า นางไม่อยากโกหกผู้อื่น

ไม่ต้องๆ กินกันเถิด” ความคิดของหมิ่นฉ่ายถูกขัดขึ้นโดยคนที่นางไม่กล้าเผชิญหน้า เมื่อหันไปมองก็เห็นฮ่องเต้กำลังยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ทำความเคารพ พร้อมกับประทับข้างๆ นางเสียอย่างนั้น

เด็กสาวนั่งตัวเกร็งด้วยทำสิ่งใดมิถูก เมื่อซือเหยานำถ้วยข้าวมาวางให้ ก็ใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บพยายามคีบเพียงข้าวเปล่าเข้าปาก แต่ก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกินเพราะเป็นมือด้านที่นางไม่ถนัด ทุกมื้อซือเหยาหรือไม่ก็พี่จื่ออิงจะคอยช่วย พักหลังๆ ก็มีพี่ฉือเฉินที่คอยตักอาหารคอยบังคับจะป้อนให้บ้าง บ่อยๆ เข้าจากที่พยายามปฏิเสธไม่อยากให้ฉือเฉินป้อน ก็กลายเป็นความเคยชินเพราะนางเห็นชายหนุ่มเป็นดังพี่ชายที่แสนใจดีกับนางอีกคน แต่วันนี้ฮ่องเต้มาร่วมกินด้วย ซือเหยาจึงต้องแยกไปกินที่อื่น พี่จื่ออิงก็ไปนั่งเสียไกล จะขอให้ช่วยก็ลำบาก จะหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ฉือเฉินดีหรือไม่

ข้าช่วยดีกว่า จะนั่งกินเพียงข้าวเปล่าหรือ” ฉือเฉินวางถ้วยข้าวของตน แล้วคีบผัดผักที่เด็กสาวชื่นชอบมาวางในถ้วยข้าวของนาง ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งถือถ้วยข้าวรองไว้ อีกข้างคีบข้าวพร้อมผัดผักไปป้อนให้หมิ่นฉ่ายที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างขอบคุณ

จื่ออิงและฟางอี้แสร้งทำเป็นไม่สนใจเหตุการณ์บนโต๊ะอาหาร ต่างฝ่ายต่างส่งอาหารเข้าปากด้วยท่าทางปกติ แต่สายตาคอยลอบชำเลืองมองไปทางฮ่องเต้ที่ตอนนี้สีพระพักตร์เยือกเย็นจนไม่น่าเกรงขาม คีบข้าวเข้าปากอย่างต่อเนื่อง ทางฝ่ายฉือเฉินก็คอยถามหมิ่นฉ่ายว่าอยากกินสิ่งใด เขาจะคีบมาป้อนให้ ป้อนเด็กสาวคำหนึ่ง หันไปคีบข้าวในถ้วยตนคำหนึ่ง ดูคล้ายดั่งคู่รัก

กึก!

เสียงวางถ้วยข้าวดังขึ้น ฮ่องเต้ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ

เจิ้นอิ่มแล้ว เจิ้นดูแลนางเอง” ฮ่องเต้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

จื่ออิงและฟางอี้ถึงกับสำลักที่ฮ่องเต้อาสาจะป้อนเด็กสาว เช่นนั้นที่พระองค์รีบเสวยโดยไม่หยุดพักเพียงเพราะจะรีบเสวยให้เสร็จเพื่อมาดูแลนางหรอกหรือ

ไม่เป็นไรพ่ะ...” ฉือเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบไม่ต่างกัน แต่ก็พูดไม่ทันจบ

ข้า-ดู-แล-นาง-เองฮ่องเต้พูดช้าๆ สายพระเนตรจ้องเขม็งไปทางฉือเฉิน สรรพนามแทนพระองค์เปลี่ยนไป ทั้งส่งแรงกดดันจนชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดยอมวางตะเกียบในมือลง

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบนั้น ทำให้หมิ่นฉ่ายขยับตัวด้วยรู้สึกอึดอัด เหลือบมองไปทางพี่ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ ฟางอี้ที่เห็นบรรยากาศบนโต๊ะไม่สู้ดี จึงพยักหน้าให้น้องสาวยอมฮ่องเต้ที่กำลังอารมณ์ไม่คงที่ไปก่อน

ไม่มีบทสนทนา ฮ่องเต้คอยคีบอาหารป้อนหมิ่นฉ่ายอย่างที่เคยปฏิบัติต่อนางเมื่อนานมาแล้ว พระองค์คอยซับมุมปากให้เด็กสาว หมิ่นฉ่ายเสสายตาหลบสายพระเนตรที่มองจ้องมาด้วยรู้สึกประหม่า นางดีใจที่พระองค์อ่อนโยนต่อนางเช่นนี้ แต่นางกลับรู้สึกดีใจไม่สุดคล้ายมีสิ่งใดเหนี่ยวรั้งความรู้สึกของนางเอาไว้ หากเสร็จสิ้นมื้อนี้พระองค์จะกลับไปเมินเฉยให้นางต้องเจ็บปวดอีกหรือไม่ เด็กสาวครุ่นคิดอย่างสับสน น้ำตาค่อยๆ เอ่อคลอหน่วย

หม่อม...หม่อมฉันอิ่มแล้ว รู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอทูลลาไปพักก่อนเพคะ” เมื่อไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ เด็กสาวไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงจึงก้มหน้าพูดรัวเร็วแทบฟังไม่ทันก่อนจะวิ่งออกไป

ฮ่องเต้ที่จับจ้องนางอยู่ตลอดจึงเห็นว่านางร้องไห้ มองตามนางไปด้วยสีพระพักตร์กังวล ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามนางไปทันที

ข้าเกือบโดนฮ่องเต้เล่นงานแล้ว แรงกดดันนั้นทำข้าอึดอัดแทบแย่” ฉือเฉินที่ใบหน้ายังซีดเผือดเอ่ยขึ้นมาเมื่อฮ่องเต้ลับหลังไป

พระองค์มีพลังระดับจักรพรรดิเช่นชินอ๋อง ที่ท่านโดนถือว่าบางเบา ไม่เช่นนั้นท่านคงกระอักเลือดออกมาแล้ว” ฟางอี้เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วคีบข้าวเข้าปากอย่างทุกข์ร้อนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉือเฉินเบ้หน้าใส่คนพูดน้อยแต่คำพูดร้ายกาจอย่างอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ ที่พูดยกยอเจ้านายเพื่อข่มขวัญเขาอย่างนั้นหรือ เขาก็สามารถปรุงยาทำร้ายคนได้เช่นกัน เพียงแต่จะช้ากว่าก็เท่านั้น ชายหนุ่มได้แต่ฮึดฮัดในใจไม่กล้าพูดออกมา

ท่านราชองครักษ์พิเศษ! เหตุใดจึงห่วงแต่กิน น้องสาวของท่านรีบร้อนออกไปเช่นนั้น ท่านไม่ห่วงบ้างเลยหรือ แล้วฮ่องเต้จะไม่ตามไปทำอะไรให้แย่ลงใช่หรือไม่” จื่ออิงหันมาขึ้นเสียงเข้มใส่ฟางอี้ที่ยังสบายใจกินอาหารได้ปกติ นางร้อนใจด้วยเป็นห่วงเด็กสาว นางตั้งใจเลี่ยงมานั่งไกลๆ เว้นที่ให้ฮ่องเต้และฉือเฉินต่างได้นั่งข้างนาง แล้วก็เป็นไปตามที่พวกตนคิดไว้ คิดว่าเรื่องจะเริ่มดีขึ้นแล้ว เหตุใดฉ่ายเอ๋อร์ถึงได้รีบร้อนออกไปเช่นนั้น

แค็กๆๆ ไม่มีอะไรต้องห่วง ขอแค่ไม่มีคนเข้าไปแทรกเช่นครั้งก่อนก็พอ” ฟางอี้ที่โดนจื่ออิงตำหนิถึงกับสำลัก รีบคว้าถ้วยชาขึ้นจิบแทบไม่ทัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่เดือดร้อนใจเช่นเดิม

ท่านตัดใจได้แล้วหรือ” จื่ออิงรู้ทันทีว่าคำพูดของราชองครักษ์พิเศษสื่อถึงใคร หญิงสาวหันถามฉือเฉินด้วยสีหน้าคลางแคลงใจ เหตุใดชายตรงหน้าถึงอาสาเข้ามาเป็นตัวกลางทำให้ฮ่องเต้มิอาจปิดบังความรู้สึกต่อไปได้

ข้าเพียงไม่คิดจะต่อสู้กับสิ่งที่รู้ผลว่าต้องพ่ายแพ้” ฉือเฉินว่าจบก็ขอตัว ตอนที่โดนจื่ออิงบอกว่านางมีใจให้ฮ่องเต้ เขารู้สึกวูบโหวงไปพักหนึ่ง แต่เมื่อมาคิดดู อาจจะเป็นเพราะนางน่าเอ็นดู ผู้ใดเข้าใกล้ย่อมรักใคร่ เขายอมรับว่าชอบนาง แต่นางมอบใจให้ชายอื่นไปแล้ว จะอย่างไรหนทางที่จะได้นางมาครอบครองช่างมืดมน ยอมถอยเสียตอนนี้ดีกว่า

++++++++++

หมิ่นฉ่ายไม่ได้เร่งฝีเท้ากลับไปที่กระโจมของนาง เพราะทางไปกระโจมนั้นย่อมต้องผ่านผู้คนมากหน้าหลายตา เด็กสาวจึงเลี่ยงไปยังบริเวณด้านหลังที่พัก แต่ก็ไม่กล้าที่จะย่างกรายเข้าไปใกล้ป่าด้วยยังรู้สึกเข็ดขยาดจากเมื่อวันก่อนที่นางต้องหลงทางแล้วตกไปในหลุมกับดักสัตว์จนเจ็บตัว

อุ๊บ” เพราะเดินโดยไม่ได้มองหนทางข้างหน้า จึงไม่ทันระวัง ใบหน้าจึงชนเข้ากับอกแกร่งของคนที่ยืนขวางอยู่เข้า เด็กสาวรีบผละตัวออกเพื่อกล่าวขอโทษ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นเป็นคนที่นางไม่อยากเจอในเวลานี้ ก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไป

เดี๋ยวก่อน เจ้าเป็นอะไร เหตุใดจึงร้องไห้” ฮ่องเต้ที่ตามมาทันเดินมาดักหน้าจนโดนนางชนเข้ารีบคว้าแขนของนางไว้ ตรัสถามอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าตอนที่นางเงยขึ้นมา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

“...” หมิ่นฉ่ายไม่ตอบ ทำเพียงส่ายหน้า ใบหน้าที่ก้มต่ำก็ยิ่งก้มต่ำจนปลายคางแทบฝังเข้าไปในอก น้ำตาที่ไหลออกมามากมายไหลหยดลงบนพื้น ฮ่องเต้ที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ่งร้อนพระทัย เลื่อนหัตถ์ที่ไม่ได้จับแขนนางเชยคางนางให้เงยขึ้นมาสบตา

เจิ้นทำอะไรไม่ถูกใจเจ้า อาหารไม่ถูกปากรึ เจ้าบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เจ็บตรงไหนรึ หรือว่าปวดแขนขึ้นมาอีกแล้ว เช่นนั้นกลับที่พักเถอะ เจิ้นจะให้หมอหลวงมาดูอาก...” ฮ่องเต้ที่ตรัสถามเด็กสาวตรงหน้าอย่างร้อนรนถึงกับชะงักเมื่อนางสะบัดใบหน้าออกจากหัตถ์ของพระองค์ที่กำลังเชยคางของนางอยู่เบาๆ

หม่อมฉันไม่ได้เจ็บที่ร่างกายเพคะ” หมิ่นฉ่ายส่งสายตาเจ็บปวดที่น้ำตายังคลอหน่วยจับจ้องไปที่ฮ่องเต้ ผ่านไปครู่ก็หันหลังจะเดินจากไป แต่ติดที่แขนของนางยังถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนาด้วยพระหัตถ์ของฮ่องเต้

หากเจ้าไม่เจ็บที่ร่างกาย แล้วเจ้าเป็นอะไร บอกให้เจิ้นรู้ได้หรือไม่” ฮ่องเต้ยังไม่ยอมปล่อยให้เด็กสาวเดินจากไป น้ำเสียงอ้อนวอนขอร้องให้นางพูดอย่างอ่อนโยนนั้นทำให้หมิ่นฉ่ายเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้ นางอยากไปจากที่ตรงหน้า หากพระองค์ยังทรงยื้อไว้ นางต้องพูดออกมาจนหมดแน่

หรือว่ามีใครรังแกเจ้า คนผู้นั้นเป็นใคร บอกมา เจิ้นจะจัดการให้...” ฮ่องเต้คว้าไหล่ของเด็กสาวที่ยืนหันหลังให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับพระองค์ คำพูดที่หวังดี สายตาที่มองนางด้วยความเป็นห่วง ในที่สุดเด็กสาวก็หมดความอดทน

ฝ่าบาท! คนผู้นั้นคือฝ่าบาทเพคะ” ว่าจบหมิ่นฉ่ายก็ปล่อยโฮออกมาอยากอัดอั้น

เจิ้น...เจิ้นงั้นหรือ” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายหาเสียงพระองค์ไม่เจอ

พระองค์ทรงเป็นอะไร อยู่ๆ ก็ทรงเปลี่ยนไป ทรงเรียกขานหม่อมฉันอย่างห่างเหิน แสดงท่าทีเฉยชา ทรง...ทรงเป็นเช่นนี้เพราะหม่อมฉันถูกไทเฮาทรงล่วงรู้ถึงความในใจว่าหม่อมฉันมีใจให้พระองค์หรือ” หมิ่นฉ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด สะอึกสะอื้นจนคำพูดกระท่อนกระแท่น ด้วยความอัดอั้นจึงเผลอพูดในสิ่งที่ยามมีสติไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมา เพราะตั้งแต่วันที่นางเปิดเผยความในใจให้ไทเฮาทรงทราบ ฮ่องเต้ก็แปรเปลี่ยน นางจึงคิดว่าคงเป็นเพราะสาเหตุนี้

เจ้าว่าเช่นไรนะ!” ฮ่องเต้ตรัสถามนางอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก พระองค์ได้ยินถูกใช่หรือไม่ว่านางมีใจให้

หากเป็นด้วยสาเห...” ฮ่องเต้ยกหัตถ์ขึ้นห้ามไม่ให้เด็กสาวพูดต่อ

เสียงฝีเท้าคนดังขึ้นมาให้ได้ยิน และดูเหมือนว่าจะมาทางนี้ ฮ่องเต้จึงตัดสินพระทัยอุ้มนางอย่างกับอุ้มเด็กเล็กเพราะนางยังเจ็บที่แขนขึ้นมา ออกวิชาตัวเบาพานางเข้าไปในป่า หมิ่นฉ่ายที่กำลังตกใจยกมือข้างที่ไม่เจ็บขยุ้มฉลองพระองค์จนยับย่น หลับตาแน่นเมื่อฮ่องเต้พานางโฉบเฉี่ยวอย่างน่าหวาดเสียว

ฮ่องเต้พาหมิ่นฉ่ายมายังต้นไม้ใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนรากไม้โดยให้เด็กสาวนั่งบนตัก หมิ่นฉ่ายค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นว่านางกำลังนั่งอยู่บนตักของฮ่องเต้ก็ดิ้นรนพยายามผละออก

รากไม้มันเปื้อน นั่งตรงนี้ละ” ฮ่องเต้จับเอวบางของนางแน่น หมิ่นฉ่ายดิ้นรนอยู่พักหนึ่งก็หยุด ด้วยรู้ว่าไม่อาจขัดขืนคนตรงหน้าได้ ได้แต่หน้าแดงหูแดงออกมาอย่างเคอะเขิน

เจ้าบอกว่าเสด็จแม่ทรงล่วงรู้ว่าเจ้ามีใจให้เจิ้น” ฮ่องเต้ตรัสถามในสิ่งที่ค้างคาพระทัยทันทีเมื่อเห็นว่าเด็กสาวหยุดขยับตัวแล้ว

เพราะเมื่อกี้นางอัดอั้นจึงได้เผลอพูดออกมา มาถึงตอนนี้จึงได้รู้ตัวว่าได้พูดสิ่งที่น่าอายออกไปเสียแล้ว หมิ่นฉ่ายเขินอายอย่างหนัก ลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ร่ำไห้ด้วยสาเหตุใด เป็นสตรีแต่มาเปิดเผยความในใจกับบุรุษก่อน ช่างน่าขายหน้านัก ใบหน้านวลซุกซบบนอกแกร่งของฮ่องเต้โดยไม่รู้ตัว ฮ่องเต้สรวลออกมาเบาๆ ช่างน่าเอ็นดูนัก กระต่ายน้อยของพระองค์ช่างไร้เดียงสา รู้สึกเช่นไรแสดงออกมาเสียจนหมด แม้นางจะไม่ตอบ แต่กิริยาเขินอายของนางบ่งบอกว่าเป็นเช่นนั้น

นางบอกว่าเพราะนางเปิดเผยความในใจแล้วพระองค์เปลี่ยนไป หรือว่าจะเป็นตอนนั้นที่พระองค์กำลังจะเข้าไปหานางที่ตำหนักเสด็จแม่ แล้วไม่รู้ว่าทั้งคู่สนทนาอะไรกันก่อนหน้านั้น แต่พระองค์มาทันได้ยินเสด็จแม่ตรัส จะหายอดบุรุษเช่นชินอ๋องในแคว้นนี้ช่างยากนัก หากมิเป็นดังที่เจ้าหวังไว้เล่า” พระองค์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจว่าเสด็จแม่ได้เอ่ยทาบทามนางให้แก่พระองค์ แต่เมื่อนางตอบกลับ เช่นนั้นก็ขอให้หม่อมฉันรู้สึกรัก มิฝืนใจกันก็พอแล้วเพคะ... หากไร้รัก หม่อมฉันคงมิอาจพบเจอความสุขไปจนตราบชั่วชีวิตเพคะ”

พระองค์เข้าพระทัยผิดไปเองเช่นนั้นหรือ นางพูดคล้ายกับว่าไม่รู้สึกใดๆ ต่อพระองค์ หรือจะมีสิ่งใดนอกเหนือไปจากที่พระองค์ได้ยิน

ฉ่ายเอ๋อร์... ที่เจิ้นเป็นเช่นนั้นไม่ใช่เพราะเจ้ามีใจ แต่เป็นเพราะสาเหตุอื่น เจิ้นจะบอกให้เจ้ารับรู้ทุกเรื่อง แต่เจ้าต้องเล่าเรื่องที่เสด็จแม่ทรงล่วงรู้ความในใจของเจ้าให้เจิ้นฟังทั้งหมดก่อนได้หรือไม่” ฮ่องเต้ดันนางออกจากอกเบาๆ แล้วใช้หัตถ์เชยคางนางขึ้นมาไม่ให้หลบสายตา

หมิ่นฉ่ายนิ่งไปอึดใจ ไม่ใช่ว่าพระองค์รู้จากไทเฮาหมดแล้วหรือ หรือว่า...ตายจริง นี่นางคิดไปเองหรอกหรือว่าเป็นเพราะสาเหตุนั้น นางคิดมาเช่นนั้นตลอดจนถึงกับเผลอพูดออกไป นางไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดีแล้วตอนนี้ แต่ว่าแม้จะขายหน้าเพียงใด แต่นางอยากรู้ทุกเรื่องอย่างที่ฮ่องเต้ว่าไว้มากกว่า

เพราะเรื่องที่จะเล่าช่างน่าอาย หมิ่นฉ่ายจึงขยับตัวจะลุกออกไปห่างๆ แต่เมื่อเจ้าของตักกอดเอวไว้ไม่ยอมปล่อย เด็กสาวจึงทำได้เพียงหันหลังให้ แต่มิวายฮ่องเต้ใช้มืออีกข้างคว้าไหล่นางให้มาพิงที่อกของพระองค์ ครั้งนี้หมิ่นฉ่ายไม่ได้ฝืนกายเพราะรู้ว่าพระองค์คงต้องดันหนังกลับอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้ทำตัวแข็งทื่อด้วยทำสิ่งใดไม่ถูก

ฮ่องเต้ที่เห็นว่านางตัวแข็งทื่อจึงเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆ บีบเบาๆ แล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของนาง ผ่านไปไม่นานเด็กสาวก็เริ่มผ่อนแรง หมิ่นฉ่ายเล่าเรื่องในวันที่โดนไทเฮารู้ความรู้สึกที่นางมีต่อฮ่องเต้

เมื่อนางเล่าจบฮ่องเต้ก็มีสีพระพักตร์สลดลง พอเป็นเรื่องของกระต่ายน้อย พระองค์มักจะอ่อนไหวไปเสียทุกครั้ง เพียงแค่ได้ยินว่านางไม่มีใจ ไม่ทันได้ฟังให้จบก็ผลุนผลันออกไป คิดเอาเองจนทำให้เรื่องวุ่นวาย

กระต่ายน้อย” หมิ่นฉ่ายแหงนหน้าขึ้นมองอย่างสงสัยว่าฮ่องเต้พูดถึงสิ่งใด ตรงนี้หาใช่มีกระต่ายสักตัวไม่

เจ้านั่นละ กระต่ายน้อยของเจิ้น ฟังให้ดี เจิ้นรักเจ้ามาก่อนที่เจ้าจะเปิดเผยความในใจต่อเสด็จแม่ เจิ้นตกหลุมรักเจ้าตั้งแต่เห็นเจ้าบรรเลงเพลงพิณในวันเกิดของเสด็จอา เจิ้นรักเจ้ามาตลอด เสด็จแม่เองก็ทรงรับรู้ จนเมื่อวันนั้นวันเดียวกับที่เจ้าเปิดเผยความในใจต่อเสด็จแม่ เจิ้นรีบสะสางงานมาหาเจ้าและบังเอิญได้ยินที่เจ้าสนทนากับเสด็จแม่ เสียดายที่เจิ้นฟังไม่หมด คิดว่าเสด็จแม่เอ่ยทาบทามเจ้า แต่เจ้าไม่เห็นด้วย เจ้าพูดว่าขอเพียงอย่าฝืนใจกัน หากไม่รักเจ้าจะไม่พบความสุข เจิ้นคิดเอาเองเสียตั้งนานว่าเจ้าพูดเพื่อไม่ให้เสด็จแม่ฝืนใจบังคับเจ้า”

แต่หม่อมฉันไม่ได้คิดเช่นนั้้นนะเพคะ” หมิ่นฉ่ายรีบพูดออกมาเมื่อในสิ่งที่ฮ่องเต้เล่านางไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย

เจิ้นรู้ เจิ้นรู้แล้ว” ฮ่องเต้ก้มลงสูดกลิ่นหอมอ่อนจากกลุ่มเส้นผมดำขลับของนาง

หลังจากวันนั้นเจิ้นพยายามสะสางราชกิจ ทำตัวไม่ให้ว่าง แต่เมื่อใดที่รู้ว่าเจ้าเข้าวังก็ไม่อาจทนไหว ต้องมาเห็นเจ้าด้วยตาของตัวเอง และทุกครั้งเจิ้นจะหาข้ออ้างโดยการให้ขันทีไปพาสนมคนใดคนหนึ่งมาเป็นเพื่อนเดินชมอุทยาน พยายามไม่มองเจ้า แต่ก็ไม่เคยหยุดสายตาได้ เจิ้นให้องครักษ์ลับไปคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้า เจ้าปรารถนาสิ่งใดเจิ้นย่อมรู้ ถุงหอมของเจ้าเจิ้นพกติดตัวตลอด” ฮ่องเต้ดึงถุงเครื่องหอมที่อยู่ในแขนเสื้อออกมาตรงหน้าหมิ่นฉ่าย เด็กสาวหยิบมันขึ้นมา สายตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตามองถุงหอมตรงหน้าด้วยความตื้นตัน

ห่อหนังสือ ห่อขนมหวาน เป็นพระองค์หรอกหรือ หม่อมฉันคิดว่าเป็นไทเฮาที่ทรงส่งมาให้เสียตั้งนาน” เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เจ้าโกรธหรือไม่ที่เจิ้นส่งคนไปติดตามเจ้า” ฮ่องเต้เอ่ยถามคนในอ้อมกอด หมิ่นฉ่ายส่ายศีรษะ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อคิดถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมา

ตอนนี้องครักษ์ลับยังติดตามหม่อมฉันอยู่หรือไม่เพคะ” หมิ่นฉ่ายเอ่ยถาม

ก็ว่าเหตุใดพี่รองจึงได้รู้เรื่องที่หม่อมฉันพูดกับพี่จื่ออิงเพียงสองคน ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ยังไม่ได้พบหน้ากันเลย” เมื่อฮ่องเต้พยักหน้าว่ายังคงติดตาม หมิ่นฉ่ายจึงหายข้องใจ

จริงสิ หลายวันมานี้เหมือนเจ้าจงใจหลบหน้าเจิ้น ทั้งยังไปสนิทสนมใกล้ชิดกับบุรุษอื่นอีกด้วย” ฮ่องเต้เมื่อนึกขึ้นได้ก็ตรัสถามเด็กสาวอย่างข้องใจ

พระองค์อยู่ดีๆ ก็เมินเฉยไม่สนใจ พอวันที่หม่อมฉันได้รับบาดเจ็บ พระองค์ทรงกลับมาอ่อนโยน ตอนนั้นหม่อมฉันดีใจมากเพียงใดพระองค์มิทรงรู้หรอกเพคะ พอหมอหลวงดูอาการของหม่อมฉันเสร็จ พระองค์ก็ทรงกลับมาเฉยชากับหม่อมฉันอีกครั้ง ตอนนั้นหม่อมฉันรู้สึกวูบโหวง รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก พี่รองเข้ามาปลอบพูดเหมือนกับรู้ว่าหม่อมฉันกำลังทุกข์ทรมานอยู่กับสิ่งใด พี่รองบอกหม่อมฉันว่า หากสิ่งนั้นทำให้เจ้าเจ็บปวด ก็ลองถอยสักครึ่งก้าว ไม่สนใจก็ไม่เจ็บ ไม่มองก็ไม่เห็น แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ทำเพียงทักทายแล้วมุ่งความสนใจกับสิ่งที่เจ้าทำอยู่ก่อนหน้า เท่านี้น้องสาวของพี่ก็จะเจ็บน้อยลงแล้ว หม่อมฉันทำตามคำของพี่ชาย ไม่สนใจไม่มองก็ไม่เจ็บจริงๆเพคะ เพียงแต่ว่าไม่มีความสุขเลยก็เท่านั้น” หมิ่นฉ่ายเล่าเรื่องราวโดยไม่รู้ว่าฮ่องเต้ได้คาดโทษพี่ชายของนางเอาไว้ในใจแล้ว ที่บังอาจมาทำให้พระองค์กลุ้มพระทัยเรื่องกระต่ายน้อยเสียหลายวัน แต่เมื่อคิดอีกที พอลงโทษเสร็จค่อยให้รางวัลที่ทำให้พระองค์ได้รู้สึกว่าพระองค์กำลังจะเสียนางไป จนต้องลุกขึ้นมาทวงนางคืนแล้วมาปรับความเข้าใจกันเช่นนี้ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #277 yuehua4926 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 13:14
    ฮ่องเต้ควรโดนมากกว่านี้ ทำฉ่ายเอ๋อร์เศร้าตั้งหลายตอน 😡😡
    #277
    1
  2. #276 062289 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 12:49
    ขอบคุณค่ะ
    #276
    1
  3. #275 กางเกง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 08:32
    ค่อยยังชั่วหน่อยๆ กลับมาดีกันแล้ว
    #275
    1
  4. #274 1661507 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 07:27
    ไม่เอาดราม่า เอาแบบนางเอกต่อสู้กับเหล่าสนมแบบแซ้บเว่อ คอมมาดี้ดีกว่านะเจ้าคะ
    #274
    1
  5. #273 tavigar_25 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 06:44
    เข้าวังแล้วเปนฮองเฮาเลยไม่ได้หรอถ้ามีผัวเปนฮ่องเต้แล้วต้องลำบากขนาดนั้นเปลี่ยนพระเอกเถอะเปนเมียหมอก็ได้นะ
    #273
    1
  6. #272 Kungfu Panda (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 06:27
    ขอคุณหมอคืน เอาเต้เก็บ ยังไม่หายเคือง
    #272
    1
  7. #271 water05 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 03:04
    โถๆๆกระต่ายน้อย ส่วนพี่เต้ก็ช่างไม่ฟังความเลย
    #271
    1
  8. #270 0613286288 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 02:11
    ไม่เอาอย่าดราม่าเยอะนะสงสารกระต่ายน้อย
    #270
    1
  9. #269 สน๊วก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:30
    ยังคงหมั่นไส้เต้มากๆ พี่หมอสละเรือเร็วเหลือเกิน
    #269
    1
  10. #267 Femeela (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:12
    โด่ววว น่าจะโกรธนานๆอีกนิดหมั่นไส้ฮ่องเต้ /อินมั่กๆ^^
    #267
    1
  11. #266 Juk642538 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 17:57
    ไปง้อเร็วๆเลย ฝ่าบาท
    #266
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #265 Jennipa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 15:54
    เพิ่งมาอ่าน สนุกมากค่ะ ติดตามๆๆๆ
    #265
    1
    • #265-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:53
      ขอบคุณคร้าาา
      #265-1
  13. #264 Anazegious (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 09:54
    ทำน้องร้องไห้ไปกี่รอบละเต้ เฮ้อ อย่าพึ่งใจอ่อนง่ายๆน้า ขอให้เต้รู้สึกถึงความเจ็บปวดของน้องก่อนนานๆเถอะ
    #264
    1
    • #264-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:53
      เต้รู้แล้วน้า เต้สำนึกผิดแล้ว
      #264-1
  14. #263 กางเกง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 09:46
    เปิดอกคุยกันไปเลยซิ
    #263
    1
    • #263-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:54
      จัดไปตามนั้น อิอิ
      #263-1
  15. #262 adw213455 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 00:09
    ตามทำไมระเต้แน่จริงก็ทำต่อไปดิ(วะ)หมันใส้ๆๆๆๆๆ
    #262
    1
    • #262-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:54
      ก็เต้ไม่แน่จริงเรื่องของต่ายน้อยไง 55555
      #262-1
  16. #261 NT_loven'mew (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:15
    ตัดค่าตัวฮ่องเต้ไปเลยค่ะ
    #261
    1
    • #261-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:54
      โอยใจร้าย เต้เป็นพระเอกน้าาา
      #261-1
  17. #260 151119 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 21:39
    วิ่งทำไมเพคะ......วิ่งกลับวังไปหาสนมทั้งหลายเลย....ฮึ่ยยยยยบ....ทำ หมิ่นฉาย..ของรีดร้องไห้อีกแล้ว....
    #260
    1
    • #260-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:55
      นางสำนึกไม่ทันแล้ว อย่าใจร้ายกับเต้เลย
      #260-1
  18. #259 prapapornkulsan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 21:26
    ใจแข็งเข้าไว้อย่าใจอ่อนนะ
    #259
    1
    • #259-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:56
      ไม่ได้ๆน้องร้องมาเยอะแล้ว
      #259-1
  19. #258 Kungfu Panda (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:54
    ไรท์คะ จ่ายค่าตัวเต้เพิ่มได้ แต่ขอแกล้งเต้ต่ออีกนะ ๆ
    #258
    1
    • #258-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:57
      สงสารน้องฉ่ายนางร้องไห้หลายตอนแล้วให้นางมีความสุขบ้าง
      #258-1
  20. #256 Femeela (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:46
    อย่าเพิ่งยอมนะ ไม่ๆๆๆ
    #256
    1
    • #256-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:57
      ยอมเถอะนะ ดราม่านานๆสงสารน้องฉ่าย
      #256-1
  21. #255 Chom13_TW (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:33
    อย่าให้น้องยอมง่ายๆจิ ต้องมีคนได้บทเรียนน้าาา
    #255
    1
    • #255-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:58
      สงสารเต้เถอะ เต้สำนึกผิดไม่ทันแล้ว
      #255-1
  22. #254 Chom13_TW (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:32
    อย่าให้น้องยอมง่ายๆจิ ต้องมีคนได้บทเรียนน้าาา
    #254
    0
  23. #253 tavigar_25 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:30
    ทำน้องร้องไห้ตลอด
    #253
    1
    • #253-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:59
      เต้น่าโดนตีจริงๆ
      #253-1
  24. #252 meaw18 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:24
    ขอบคุณค่ะ
    #252
    1
    • #252-1 องค์มณี(จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2561 / 00:59
      เช่นกันจ้า
      #252-1