บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 10 : ผ่านวิกฤต(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

8

ผ่านวิกฤติ

 

หมิ่นฉ่ายกะพริบตาปริบๆ ตั้งแต่ชายหนุ่มสวมผ้าปิดปากให้ทั้งบอกให้นางกลับไปพัก เด็กสาวได้แต่นั่งนิ่งๆ ด้วยทำตัวไม่ถูก จนเมื่อหมอหลวงวัยกลางคนขอให้นางช่วยหยิบถ้วยยาให้นั่นละจึงได้เริ่มขยับตัว แล้วหันไปขอบคุณคนหวังดีที่ยังยืนอยู่ไม่ไปไหน ฉือเฉินเมื่อได้ฟังคำขอบคุณจึงได้เดินจากไปดูคนป่วยต่อ

ผ่านไปสามวัน หมิ่นฉ่ายที่เวลานี้หายหวาดกลัวคนป่วยแล้ว จึงขอประทานอนุญาตไทเฮามาคอยช่วยหมอหลวงอีกแรง เพราะคนป่วยนอกเหนือจากผู้ที่ร่วมขบวนเสด็จแล้ว ยังมีชาวบ้านที่ติดโรคก็ถูกนำมารักษาในที่แห่งนี้ จนคนให้การรักษาแทบไม่มีเวลาพัก

วิธีของชินหวางเฟยค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ คนป่วยหลายคนมีอาการดีขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่น้ำต้มเกลือกับน้ำตาลใช้ไม่ได้ผล คงเป็นดังที่พี่สาวของนางเขียนบอกไว้ว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับคนป่วยอาการหนัก

เสียใจด้วย” ฉือเฉินเอ่ยกับครอบครัวคนตาย

เสียงร้องไห้ของสามีและบุตรชายของสตรีที่จากไปด้วยโรคร้ายทำให้ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยความหดหู่ ซึ่งเป็นรายที่สามของวันที่เสียชีวิตจากโรคร้ายนี้ หมิ่นฉ่ายมองดูครอบครัวคนเสียชีวิตด้วยความสงสาร นัยน์ตาเรื่อไปด้วยน้ำใสๆ ที่จวนเจียนจะไหลออกมาจากดวงตา เมื่อกวาดสายตามองโดยรอบยังมีคนป่วยอีกหลายคนที่นอนหายใจรวยรินเหมือนจะขาดใจลงไปในอีกไม่นาน มือบางกำแน่นจนขาวซีดก่อนจะวิ่งออกไปจากบริเวณนี้ทันที

ฉือเฉินที่เห็นเด็กสาววิ่งออกไปก็นึกเป็นห่วง หลายวันมานี้นางคอยช่วยป้อนยาดูแลคนป่วยอย่างไม่นึกรังเกียจ แม้ตอนแรกๆ นางจะหวาดกลัว แต่ก็ไม่แปลกเพราะโรคนี้หากเป็นขึ้นมาก็ยากจะรักษา แต่นางก็เอาชนะความหวาดหวั่นจนเขายังอดที่จะชื่นชมไม่ได้ นางเป็นคุณหนูในห้องหอคงยังไม่เคยได้ใกล้ชิดกับคนตาย ที่ไม่ใช่เพียงชีวิตเดียว แต่เป็นหลายชีวิตพร้อมๆ กัน สติจึงได้เตลิดเช่นนั้น สีหน้านางย่ำแย่มาตั้งแต่เห็นคนตายรายแรกแล้ว แต่ก็ยังฝืนช่วยคนไม่หนีไปไหน เขาคอยสังเกตนางตลอดด้วยเกรงว่าจะเป็นลมหมดสติไปจะได้ช่วยเหลือทัน เขายอมรับว่าตลอดหลายวันมานี้เขาประทับใจเด็กสาวมาก ยิ่งใกล้ชิดก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหว

ชายหนุ่มเดินตามนางออกมา แต่ก็ไม่เห็นร่างของนางแล้ว จึงเดินเข้าไปถามสาวใช้ของนางที่กำลังเติมน้ำในอ่างล้างมืออยู่

ข้าเพิ่งไปเอาน้ำต้มสุกมาจากโรงครัวเจ้าค่ะ คุณหนูอาจจะไปหาพี่จื่ออิงหรือไทเฮาก็ได้นะเจ้าคะ” ชือเหยาบอกชายหนุ่มตรงหน้าเสร็จก็เทน้ำที่ตนเอามาลงในอ่างล้างมือ พอหันกลับมาก็ไม่เห็นคุณชายฉือเฉินแล้ว

ฉือเฉินเดินหาหมิ่นฉ่ายจนทั่วบริเวณ จนเมื่อหาด้านในลานกว้างไม่เจอก็เดินเลยไปทางป่าด้านหลัง เดินหาอยู่นานก็ไม่พบจึงคิดว่านางคงไปหาคนสนิทหรือเข้าเฝ้าไทเฮาตามที่สาวใช้ผู้นั้นบอก กำลังจะเดินกลับก็บังเอิญเหลือบไปเห็นคนนั่งอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ เมื่อจำได้ว่าชุดที่เด็กสาวใส่ก่อนหน้าเป็นสีเขียวอ่อนก็ยิ่งมั่นใจว่าคนตรงหน้าเป็นนาง

ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหา แต่ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้ของนางชัดเจน แม้ว่านางจะนั่งชันเข่าแล้วยกมือทั้งสองปิดปาก ทั้งยังคาดผ้าปิดปากเอาไว้เช่นนั้น แต่เสียงสะอึกสะอื้นก็ยังดังออกมาให้ได้ยิน ฉือเฉินมีสีหน้าห่วงใยคนตรงหน้าชัดเจน เขาปล่อยให้นางร้องไห้ต่อไปแล้วยืนเฝ้ามองส่งสายตาห่วงใยไปให้เท่านั้น บางทีการที่ร้องไห้ออกมาก็เหมือนการปลดปล่อยคลายความทุกข์ใจให้เบาบางลงได้

เสียงลูกแมวที่ไหนมาส่งเสียงร้องอยู่ตรงนี้นะ” เมื่อนางหยุดร่ำไห้ มีเพียงแค่สะอึกสะอื้นเป็นระยะ ฉือเฉินจึงได้ส่งเสียงทักออกไป

คุณชายซุน” หมิ่นฉ่ายหันขวับมายังเสียงทุ้ม เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็รีบลุกขึ้นยืนลูบตรงเอวจะดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาแต่ไม่เจอ จึงใช้สองมือยกป้ายใบหน้าอย่างลวกๆ

ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเราสนิทกันแล้วหรือ เหตุใดจึงเรียกกันห่างเหินเช่นเดิมเล่า” เพราะได้คอยช่วยเหลือกันดูแลคนป่วยจึงทำให้คุ้นเคย ทั้งสองจึงได้ตกลงกันว่าจะใช้คำเรียกกันอย่างคนสนิท

เอ้า ยังสะอาด ข้ายังไม่ได้ใช้ ใบหน้าเจ้าตอนนี้น่าเกลียดนัก” ฉือเฉินเอ่ยเย้าแล้วควักผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้เด็กสาวที่ยังมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่

ขอบคุณเจ้าค่ะ” เด็กสาวค้อนให้แก่คำพูดที่นางรู้ว่าชายหนุ่มหยอกเย้า แล้วรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดใบหน้า ฉือเฉินยกยิ้มมุมปากภายในรู้สึกคันยุบยิบเมื่อเห็นท่าทางของนาง

สบายใจขึ้นแล้วหรือไม่” ชายหนุ่มไม่คิดพูดปลอบเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าคงจะสงบสติอารมณ์ที่เกิดจากการเห็นคนตายต่อหน้าได้แล้ว ไปพูดกระตุ้นความนึกคิดจะพลอยทำให้นางนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าไปเสีย

“...” หมิ่นฉ่ายไม่ตอบแต่พยักหน้ากลับไปแทน

จะทำเช่นไรต่อไปเจ้าคะ ผู้คนทยอยจากไปเรื่อยๆ เช่นนี้” หมิ่นฉ่ายเอ่ยถามฉือเฉินด้วยสีหน้ากังวล

อย่างที่ชินหวางเฟยเขียนบอกไว้ น้ำต้มเกลือกับน้ำตาลใช้ไม่ได้ผลกับคนป่วยหนัก ข้าจะลองปรุงยาขับและยาต้านมาใช้ควบคู่กับวิธีการของพระองค์ เจ้าอย่ากังวลเลย ตำรับยาของข้านั้นไม่ธรรมดาหรอกนะ” คำพูดที่บ่งบอกถึงความมั่นใจของคนตรงหน้าทำให้หมิ่นฉ่ายยิ้มออกมา ใจที่หนักอึ้งและกังวลรู้สึกเบาบางลง

ข้าก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ” หมิ่นฉ่ายเอ่ยชื่นชมจากใจ แม้จะมีผ้าปิดปากไว้แต่ก็รู้ได้ว่าเด็กสาวกำลังแย้มยิ้มอยู่ เพราะเห็นได้จากดวงตาที่เป็นประกายของนาง

เอ่อ...แค่ข้าพูดก็เชื่อแล้ว เจ้ามิรู้หรือว่าคนเล่าลือว่าหากไม่ได้ค่าตอบแทนข้าจะไม่ปรุงยาชั้นดีออกมา...” เพราะคำพูดที่เชื่อมั่นและแววตาที่มีประกายความชื่นชมนับถือของเด็กสาวทำให้ฉือเฉินผู้มีความมั่นใจเสมอเก้อเขิน เสพูดถึงข่าวทางร้ายเกี่ยวกับเขาขึ้นมา แต่ยังพูดไม่จบเด็กสาวตรงหน้าก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

พี่ฉือเฉิน ท่านจะปิดบังจิตใจอันดีงามของท่านไปทำไมเจ้าคะ เรื่องรับเงินก็เรื่องหนึ่ง หากไม่ได้ทำให้ผู้ใดเดือดร้อนก็มิถือว่าผิด โรคร้ายที่ผู้คนนึกหวาดกลัวและรังเกียจ ท่านกลับเข้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแทบไม่ได้หยุดพัก หมอท่านอื่นยังได้พัก แต่ดึกดื่นท่านยังอยู่ตรวจอาการคนป่วยตลอด นอกจากคนป่วยด้วยโรคระบาด ที่แห่งนี้ยังมีคนป่วยที่เป็นโรคอื่นมาขอให้ท่านช่วยรักษา ท่านก็รักษาแล้วยังให้ตำรับยาไปโดยที่ไม่คิดเงิน เรื่องนี้หัวหน้าหมอหลวงมาทูลให้ไทเฮาทรงทราบและตอนนั้นข้าก็อยู่ด้วย” หมินฉ่ายพูดออกมายาวเหยียดด้วยนึกระอากับคนตรงหน้าที่ชอบถ่อมตัวและปิดบังความจริงอันดีงามของตัวเองเอาไว้

ฉือเฉินได้แต่นิ่งอึ้งกับเรื่องราวที่ได้รับฟัง ไม่คิดว่าการที่เขาแอบรักษาและมอบยาที่เขาปรุงขึ้นมาให้ชาวบ้านไปจะมีผู้อื่นเห็นเข้า ความจริงเขาไม่ใช่คนดีมากมาย เพียงแต่ข่าวลือของเขานั้นถูกเติมแต่งจนชื่อเสียงออกไปในทางร้ายเท่านั้น

ข้ามั่นใจว่าท่านเป็นคนดี และข้าคิดว่าทุกคนที่นี่ก็รับรู้เช่นกันเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานและแววตาที่มองชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและนับถือ ว่าจบหมิ่นฉ่ายก็เดินนำกลับไปที่เขตรักษาคนป่วย

ฉือเฉินเดินตามเด็กสาวมาไม่ห่าง สิ่งที่นางพูดนั้นทำให้เขาตื้นตันนัก ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้ม สายตาทอดมองนางอย่างอ่อนโยน

เมื่อกลับถึงลานกว้าง ฉือเฉินก็เข้าไปหารือกับหัวหน้าหมอหลวง ก่อนจะขอแยกตัวไปพร้อมกับคนติดตามทั้งสองเพื่อปรุงยา

น้องหมิ่นฉ่ายอยากไปด้วยหรือไม่” ฉือเฉินที่เห็นสายตาของเด็กสาวที่มองตามเขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นก็เอ่ยชักชวนนาง

ข้าไปได้หรือเจ้าคะ” หมิ่นฉ่ายถามด้วยสีหน้าดีใจ เมื่อฉือเฉินพยักหน้าก็รีบไปล้างหน้าล้างมือในอ่างน้ำแล้วเดินตามชายทั้งสามไปพร้อมกับสาวใช้และจื่ออิงที่ขอตามไปด้วย

++++++++++

หยุด! สมุนไพรตรงหน้าเจ้ามีพิษ” ฉือเฉินใช้พัดที่ถือติดตัวเคาะไปที่หน้าผากของหมิ่นฉ่ายหนึ่งที เมื่อเห็นว่านางกำลังจะแตะสมุนไพรหน้าตาประหลาดเข้า พลางส่ายหน้าไปมา คิดในใจว่าเด็กสาวที่เรียบร้อยเช่นนางเหตุใดจึงซุกซนเช่นนี้ไปได้

อูย ข้าเพียงอยากช่วยหยิบมันไปให้พี่ชายทั้งสองหั่นเท่านั้น แต่สมุนไพรมีพิษเอามาปรุงยาได้ด้วยหรือเจ้าคะ”

หมิ่นฉ่ายยกสองมือประสานบนหน้าผากแล้วร้องออกมาเบาๆ นางเพียงอยากช่วยเท่านั้น ไม่เห็นต้องตีหน้าผากนางเลย

ไม่เห็นหรือว่าทั้งสองใช้ไม้คีบมันขึ้นมา ยามหั่นก็ใช้ไม้คีบกดเอาไว้ไม่ได้สัมผัสโดยตรง แล้วสมุนไพรมีพิษบางชนิดสามารถนำมาปรุงยาต้านได้ แต่ต้องเป็นปริมาณน้อยนิดเท่านั้น มีสิ่งใดสงสัยอีกหรือไม่” ว่าจบก็จ้องหน้าเด็กสาว เมื่อเห็นว่านางส่ายหน้าก็หันกลับไปสนใจในหม้อปรุงยาต่อ

ทุกการกระทำและการหยอกเย้าของทั้งสองอยู่ในสายตาและความสนใจของคนทั้งสี่ จื่ออิงสีหน้าหนักใจเพราะชายผู้นี้ช่างเป็นคู่แข่งที่ไม่อาจดูดาย และดูท่าจะชอบพอเด็กสาวอยู่ไม่น้อย แต่ซือเหยาและคนติดตามของฉือเฉินทั้งสองต่างอมยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ซือเหยามักเห็นคุณชายลอบมองคุณหนูของตนบ่อยๆ แล้วดูวันนี้เถิด เพียงคุณหนูหายไปจากสายตาก็รีบไปตามหาเลยทันที แล้วสรรพนามที่เรียกกันอย่างสนิทสนมนั่นอีก หากทั้งคู่ชอบพอกันจริงๆ ก็ดี คุณชายท่านนี้ทั้งนิสัยดีทั้งยังเป็นศิษย์ของหมอเทวดาอีกด้วย

++++++++++

การรักษาโดยการดื่มน้ำต้มเกลือกับน้ำตาลและยาเม็ดของฉือเฉินเป็นไปด้วยดี คนป่วยอาการเข้าขั้นวิกฤติก็เริ่มดีขึ้น ไทเฮาที่รู้จากหัวหน้าหมอหลวงว่าตอนนี้สามารถควบคุมโรคระบาดได้แล้วก็ดีพระทัยยิ่งนัก เรียกตัวฉือเฉินเข้ามาให้รางวัลและชมเชยทันที ชายหนุ่มจึงขอให้สร้างโรงหมอไว้ที่พื้นที่นี้แทนการรับของมีค่า เพราะชนบทที่ห่างไกลตัวเมืองเช่นที่นี่หมอรักษาโรคยังขาดแคลน จะเดินทางเข้าตัวเมืองก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งค่าจ้างรถม้า ทั้งค่าหมอ ดังนั้นส่วนมากจึงรักษากันตามมีตามเกิด

ไทเฮารับปากชายหนุ่มตรงหน้า ทอดพระเนตรฉือเฉินด้วยความชื่นชม ก่อนจะถอนพระปัสสาสะออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่จื่ออิงมารายงานถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง แม้หมิ่นฉ่ายจะไม่ได้คิดลึกซึ้งด้วย แต่ก็ว่าไม่ได้ ชายตรงหน้าดีถึงเพียงนี้ วันหน้าเด็กสาวอาจนึกชอบขึ้นมาก็ย่อมเป็นไปได้

ระหว่างที่สนทนากันอยู่ ทหารม้าเร็วก็ขอเข้าทูลรายงาน ความว่าเมืองซีเปียงยังมีคนทยอยเสียชีวิต การรักษาโดยการแนะนำจากราชองครักษ์พิเศษที่ให้ลองวิธีดื่มน้ำต้มเกลือกับน้ำตาลนั้นได้ผลกับบางรายแต่ก็ไม่ทั้งหมด ตอนนี้เมืองซีเปียงยังไม่สามารถควบคุมโรคระบาดไว้ได้ ฉือเฉินที่ได้ยินการรายงานของทหารม้าเร็วก็กราบทูลไทเฮาให้ส่งยาของเขาไปรักษาควบคู่ และไทเฮาก็เห็นชอบจึงตรัสบอกให้ทหารม้าเร็วไปพักก่อนแล้วให้ออกเดินทางพร้อมยาของฉือเฉินที่ขอตัวออกไปปรุงยาเพิ่มทันที

เมื่อทหารม้าเร็วจากไป ไทเฮาจึงบอกให้ทุกคนกลับไปพัก หมิ่นฉ่ายเข้ามาประคองพระนาง แต่ไทเฮากับแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก หัวหน้าหมอหลวงรีบเข้ามาขออนุญาตจับชีพจร แต่ระหว่างที่ตรวจ ไทเฮาทรงรู้สึกอยากอาเจียน แม่นมหลิงที่เห็นอาการของพระองค์ก็รีบนำกระโถนมารองไว้ ไทเฮาทรงอาเจียนออกมาอย่างหนัก ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างรู้สึกใจคอไม่ดี เพราะอาการของไทเฮาช่างคล้ายกับคนป่วยโรคระบาดนัก

แต่ทุกคนต้องโล่งใจเมื่อหัวหน้าหมอหลวงได้ตรวจจับชีพจรอีกครั้ง รวมถึงฉือเฉินที่เสร็จจากปรุงยาและถูกเชิญตัวมาดูอาการของไทเฮาต่างวินิจฉัยตรงกันว่าไม่ใช่โรคระบาด แค่อาหารเป็นพิษเท่านั้น เพราะที่แห่งนี้แม้จะดูแลป้องกันดีเช่นไร แต่ก็เต็มไปด้วยคนป่วย ทั้งไทเฮายังทรงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางร่างกายจึงอ่อนแอ ทุกคนจึงลงความเห็นกราบทูลให้ไทเฮาเสด็จออกจากพื้นที่เสี่ยงนี้โดยเร็ว

ไทเฮาที่ทรงรับรู้ความเป็นห่วงจากทุกคนก็ทรงเห็นด้วย หากพระนางอยู่ต่ออาจเป็นภาระให้แก่หมอหลวงที่มีหน้าที่วุ่นวายอยู่มากพอแล้ว จึงตรัสว่าเมื่อรักษาพระวรกายจนแข็งแรงจะออกเดินพร้อมกับผู้ติดตามบางส่วนที่ไม่ได้ติดโรคขึ้นไปยังวัดบนเขาก่อน ส่วนคนที่เหลือเมื่อรักษาตัวจนหายดีแล้วค่อยตามไปสมทบในภายหลัง

หมิ่นฉ่ายยังอยากอยู่ช่วยเหลือคนที่นี่ จึงออกปากทูลขอร้อง และไทเฮาก็ไม่ได้บังคับ พระนางให้จื่ออิงคอยอยู่เป็นเพื่อนเด็กสาว และก่อนออกเดินทางไทเฮาได้ให้คนไปเชิญผู้ว่าเมืองหนานมาเข้าเฝ้า พระองค์เอ่ยชมเชยที่เลี้ยงบุตรชายได้ดี แล้วรับสั่งให้เริ่มสร้างโรงหมอโดยให้สอบถามความต้องการจากฉือเฉินได้เลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #280 Hong17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 17:09
    คว่ำเรือเต้ไปเรียบร้อยแล้ว
    #280
    0
  2. #188 Anazegious (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 11:58
    ฮึ เต้จะมาทำไม เราเทเรือเต้แล้ว คงไม่กลับไปอีกจนกว่าจะสำนึกกับสิ่งที่ทำกับน้องนะเต้ อีกอย่างเรือพี่หมอดูท่าว่าจะมีร่วมด้วยช่วยกันพายเยอะกว่าเรือเต้แน่ๆ5555
    #188
    1
    • #188-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:29
      เต้มานิดเดียวค่ะ เรือังพายได้อีกนาน
      #188-1
  3. #187 กางเกง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 10:09
    เต้เสร็จแน่ ท่านหมอมาแรงจ้า ฮ่าๆๆๆๆ

    #187
    1
    • #187-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:30
      คาดว่าหมอจะแรงจนฉุดไม่อยู่ 5555
      #187-1
  4. #186 chayaratsangsook (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 09:44
    เต้ เต้จะมาทำไมอีก เรือพี่หมอน่าอยู่ขนาดนี้
    #186
    1
    • #186-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:30
      เต้มานิดเดียวค่ะ
      #186-1
  5. #185 imeraui (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 08:42
    ลงเรือพี่หมอแล้ววว
    #185
    1
    • #185-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:30
      เต้ช่างน่าสงสาร 5555
      #185-1
  6. #184 Giftkaeboosa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 00:14
    ขากำลังจะลงเรือพี่หมอ เรือพึ่เต้เริ่มสั่นคลอน
    #184
    1
    • #184-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:31
      ใจร้ายย 555555
      #184-1
  7. #183 praew.wc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:50
    ขาก้าวไปที่เรือพ่อซุนแล้วนะ
    #183
    1
    • #183-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:32
      แล้วเต้ล่ะ เอาเต้ไปไว้ที่ไหน 55555
      #183-1
  8. #182 paemly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:46
    เฮียเต้อยู่หนายยยย น้องจะปันใจแล้วนะ 5555
    #182
    1
    • #182-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:32
      เดี๋ยวมาจ้า
      #182-1
  9. #180 nuseehamalaya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:17
    รีบพาเต้มาส่งไวไวน่ะค่ะ รออออออ ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆ
    #180
    1
    • #180-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:33
      โอเค...แต่เต้มานิดเดียวน้าจ้า
      #180-1
  10. #179 151119 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:16
    อย่าเพิ่งเอาเต้มาสิคะ...มาไวไปอ่ะ...ฉือเฉิน ๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆ ....
    #179
    1
    • #179-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:33
      มานิดเดียวค่ะ ยังพายเรือหมอไปได้อีกนานเลย
      #179-1
  11. #178 Modap91 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:11
    หมิ่นฉายได้ออกมาเจอโลกภายนอกละ ฮ่องเต้ระวังให้ดีนะเพคะ
    #178
    1
    • #178-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:34
      ช่ายยย..น้องเริ่มติดใจโลกภายนอกแล้ว
      #178-1
  12. #177 tavigar_25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:05
    คุณพี่เต้ถ้าคุณพี่ยังชักช้ายุเยี่ยงนี้ตัวข้าจะเปลี่ยนเรือแล้วนะเจ้าคะเรือลำใหม่น่าลงมากเลยเจ้าคะดูท่าจะแล่นฉิวด้วย
    #177
    1
    • #177-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:35
      เดี๋ยวเต้ก็มาจ้า
      #177-1
  13. #176 adw213455 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:03
    เต้รักแท้แพ้คนดีใกล้ๆตัวนะจะบอกให้ รักเขาก็แสดงออกอย่าให้ต้องลากออกมานะ!!!!
    #176
    1
    • #176-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:35
      ใจเย็นนนน 55555
      #176-1
  14. #175 novellover (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 20:41
    เจ้เอ๋ย. ฟ้าเป็นใจให้คนอื่นได้ใกล้ชิดนาง
    ใจของยายยังเป็นของเจ้า แต่ถ้านานวันไป
    มีหวั่นไหวเจ้าจะลำบาก อยากหัวเราะดังๆให้ไกวถึงในวังหลวง ไทเฮายังไม่มั่นใจ ให้จื่ออิงเฝ้าแต่อย่างไรเสีย ถ้าไม่ทำอะไรชัดเจน
    คงได้เสียวมากๆแน่นอน เชียร์คู่หมอเทวดาและฉ่ายเอ๋อให้เอาชนะโรคระบาดได้จ้ะ
    #175
    1
    • #175-1 องค์มณี(จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2561 / 13:37
      ขอบคุณค่ะ
      #175-1