บุปผาพ่ายรัก / (สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ วางแผง 20 มิ.ย.61)

ตอนที่ 1 : ปฐมบท (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

ปฐมบท

 

ด้วยภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ชีวิตในวัยเด็กจึงหมดไปกับการเรียนรู้หลักการปกครองอย่างเคร่งครัด แต่เป็นเพราะฮ่องเต้พระองค์ก่อนผู้เป็นพระบิดาได้สร้างรากฐานอันมั่นคง ชินอ๋องผู้เป็นอาค้ำจุนจนแคว้นไป๋เป็นปึกแผ่นแล้ว จึงคลายแรงกดดันที่ต้องรับผิดชอบปกครองดูแลราษฎรในภายภาคหน้าลงไปไม่น้อย

แม้จะมิได้เที่ยวเล่นเช่นคนวัยเดียวกัน หากชีวิตของโอรสสวรรค์เช่นตนก็ใช่จะไร้สีสัน ชินอ๋องผู้เป็นอามักจะพาพระองค์ออกนอกวังเพื่อดูความเป็นอยู่ของราษฎรบ่อยครั้ง บางครั้งก็จะปลอมตัวพาตนและอนุชาไปเที่ยวชมงานที่จัดขึ้นนอกวัง

วันนี้ก็เช่นกัน ตนได้ยินข่าวลือว่าผู้เป็นอาที่รังเกียจสตรีนั้นมีคนรักแล้ว และวันนี้จะพาหญิงคนรักไปเที่ยวชมงานลอยโคมด้วย ดังนั้นเสด็จอาผู้มีชื่อเสียงเรื่องตามใจพวกตนจึงมิอาจต้านทานคำขอร้องอ้อนวอนของตนและน้องชายได้ ค่ำคืนนั้นพวกตนจึงได้ปลอมตัวออกนอกวังกันอีกครั้ง

มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดเสด็จอาถึงพึงใจ ยอมรับสตรีเข้ามาในชีวิต คุณหนูนามว่า จางฟางเซียน ผู้นี้งดงามราวกับเทพธิดา กิริยาการวางตัวช่างดูมีมารยาท ท่าทางธรรมชาติที่ทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวาน ทำให้พระองค์และอนุชาล้วนถูกใจ นางมีน้องชายชื่อ จางฟางอี้ ร่วมเดินทางไปเที่ยวชมงานนี้ด้วย ส่วนน้องๆ ของนางอีกสองคนได้ยินว่าออกไปพร้อมกับมารดาก่อนแล้ว พระองค์จึงไม่ทันได้เห็น แต่คาดว่าคงจะรูปงามเช่นเดียวกับผู้เป็นพี่ทั้งสอง

และก็เป็นเช่นนั้น…

ดรุณีน้อยซึ่งนั่งบรรเลงเพลงพิณช่างสะกดสายตาของพระองค์ยิ่งนัก ดวงตากลมโตรับกับแพขนตาที่งอนยาว ปากอิ่มสีแดงสด ผิวขาวกระจ่างใส มือขาวผ่องที่เคลื่อนไหวยามบรรเลงท่วงทำนองแปลกใหม่ของชินหวางเฟย ทุกอย่างตรงหน้าล้วนน่ามองน่าทะนุถนอมจนยากละสายตา เด็กสาวตรงหน้าใช่อายุเก้าขวบปีแน่หรือ เหตุใดจึงได้ดูงดงามและน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้

“เจิ้นเห็นเจ้าชอบ” เพราะจ้องมองนางทุกอิริยาบถ เมื่อเห็นนางชื่นชอบขนมตรงหน้าจึงเลื่อนจานขนมของตนไปทางนาง เมื่อรู้สึกพระองค์ว่ามิได้อยู่ลำพัง ก็เผลอตรัสและแสดงอาการเช่นนั้นออกไปเสียแล้ว

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เมื่อดรุณีน้อยนามว่า จางหมิ่นฉ่าย เอ่ยขอบใจและถามกลับว่าตนยังมิได้เสวย ด้วยสติที่ยังไม่ครบถ้วนจึงได้เผลอเอ่ยประโยคน่าอายออกไปอีกครั้ง

ไม่ละ เจิ้นมิชอบขนมหวาน” ตนเผลออีกแล้ว กระต่ายน้อย[1] ช่างมีอิทธิพลต่อพระองค์นัก นางสร้างความปั่นป่วนภายในจนพระองค์มิอาจเป็นตัวเอง เมื่อเสด็จแม่และเสด็จอาเอ่ยสัพยอกด้วยรู้ว่าพระองค์นั้นชื่นชอบขนมหวานมาก พระองค์เก้อกระดากนักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชินหวางเฟย จึงรีบเดินหนีสายตาล้อเลียนของผู้ใหญ่ทั้งสองออกมาทันที

+++++++++

เห็นทีวันนี้คงต้องพอเท่านี้” ชินอ๋องว่าพลางมือก็ละออกจากกองฎีกาตรงหน้า ก่อนทำท่าจะลุกออกไปจากห้องทรงงานส่วนพระองค์ของฮ่องเต้

เหตุใดวันนี้จึงรีบร้อนนัก เสด็จอาจะรีบไปที่ใดหรือ” ฮ่องเต้หยางเจี้ยนเหว่ยตรัสถามผู้เป็นอา

น้องชายของชินหวางเฟยเพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษา และวันนี้ที่นั่นจะมีงานฉลองวันเกิดเล็กๆ ในครอบครัว ตอนนี้คงได้เวลาแล้ว คงต้องรีบหน่อย” ว่าจบชินอ๋องก็ลุกขึ้นเดินไปยังประตูที่ถูกเปิดรอไว้ก่อนแล้ว

เดี๋ยวก่อน! เสด็จอา ข้าคิดถึงสหายของข้านัก ฟางอี้ไปร่ำเรียนนานหลายเดือน อีกทั้งวันนี้ก็เป็นวันเกิดของสหาย หากข้าไม่นำของขวัญไปให้คงไม่ถูกนัก” ฮ่องเต้น้อยรีบทักท้วง ก่อนที่ชินอ๋องจะก้าวออกจากห้องไป

หึๆ เช่นนั้นพระองค์รีบเตรียมพระองค์เถิด” ฮ่องเต้น้อยแสร้งไม่ได้ยินเสียงหัวเราะ และแสร้งไม่เห็นสีหน้ารู้เท่าทันความคิดตนของเสด็จอา แล้วหันไปเอ่ยเรียกขันทีและนางกำนัลเข้ามาปรนนิบัติอย่างเร่งรีบ

ตั้งแต่วันคล้ายวันเกิดของเสด็จอา ฮ่องเต้น้อยก็ไม่ได้พบเจอ กระต่ายน้อยเนิ่นนานแล้ว ความคิดถึงและอยากไปร่วมงานวันเกิดของสหายที่บอกเสด็จอาไปนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เหตุผลที่แท้จริงคืออยากพบหน้าของดรุณีน้อยที่พระองค์ประทับนางไว้ในพระทัยตั้งแต่แรกเห็น อยากรู้ว่านางจะเติบโตขึ้นแค่ไหน ยังน่าเอ็นดูเช่นเดิมหรือไม่

แล้วก็เป็นเช่นก่อนหน้านี้...

กระต่ายน้อยยังคงงดงามและน่าทะนุถนอมเช่นเดิม เพิ่มเติมคือเสียงดังกึกก้องภายในพระทัยของพระองค์ที่เต้นกระหน่ำแรงขึ้นกว่าครั้งแรกที่ได้พบหน้านาง

หลังจากที่พูดคุยกับสหายไปเล็กน้อย และเห็นว่าทุกคนสนใจกับของขวัญที่ชินอ๋องประทานให้เจ้าของวันเกิด พระองค์จึงมองหานางในดวงใจ เมื่อเห็นว่านางยืนอยู่ไม่ไกลจึงแสร้งเดินเข้าไปบอกนางว่าตนคอแห้งนัก สาวใช้ของนางที่อยู่ตรงนั้นด้วยรีบบอกให้คุณหนูของตนเชิญพระองค์ไปยังศาลาริมสระบัว พระองค์ถูกพระทัยที่ตรงนี้ แม้จะไม่ไกลจากส่วนที่จัดงาน แต่ก็เป็นส่วนตัวนัก

ได้ยินจากเสด็จอาที่ได้ฟังมาจากชินหวางเฟยอีกที ว่าเจ้าอยากฝึกฝนเครื่องดนตรีอื่นนอกเหนือจากพิณเพิ่มหรือ” เมื่อสาวใช้นำของว่างเข้ามาถวายและถอยออกไปแล้ว จึงได้ตรัสถามสาวน้อยขึ้นมา

เพคะ หม่อมฉันมิเก่งเรื่องการค้า ทั้งพี่ใหญ่และท่านแม่เอ่ยห้ามด้วยเห็นว่าหม่อมฉันยังเด็กเกินไป หม่อมฉันที่อยู่ว่างจึงเบื่อหน่ายยิ่งนักเพคะ” ยามเด็กสาวเอ่ยตัดพ้อ ปากจิ้มลิ้มยู่เล็กน้อย แก้มกลมๆ พองขึ้นอย่างน่าเอ็นดู ฮ่องเต้น้อยที่มองนางอยู่ตลอดเวลา อดที่จะยกมุมปากให้แก่ความน่ารักของนางมิได้

เจิ้นพอจะรู้จักอาจารย์มีฝีมือ เจ้าสนใจหรือไม่”

ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันมิบังอาจรบกวน พี่ใหญ่กับท่านแม่คงหาไว้แล้วเพคะ”

ฮ่องเต้น้อยพยักหน้ารับรู้ไม่เซ้าซี้นางอีก

ตลอดการสนทนาเป็นไปอย่างไม่มีติดขัด ฮ่องเต้น้อยที่ตลอดมามีแต่คนเอาใจ หากแต่มิใช่ตอนนี้ พระองค์คอยตักขนมวางบนจานของเด็กสาวเมื่อเห็นว่าจานของนางว่าง กระต่ายน้อยเองช่างไร้เดียงสา พระองค์เอ่ยถามสิ่งใด นางตอบออกมาอย่างมิมีปิดบัง วันนั้นพระองค์จึงกลับวังหลวงไปด้วยหัวใจพองโตที่ได้ใกล้ชิดนางมากขึ้น

+++++++++

ฮ่องเต้น้อยนั่งนับวันที่จะได้ไปจวนคหบดีจางเพื่อศึกษาภาษาอิงกั๋วกับเจ้าของภาษาเอง วันที่ชินอ๋องมาบอกข่าวนี้ พระองค์ถึงกับเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ พรุ่งนี้แล้วที่จะได้พบกับนาง ครั้งล่าสุดที่พบกันก็เมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้นางสิบขวบปีแล้ว ได้ข่าวว่ากระต่ายน้อยของพระองค์มีความเป็นกุลสตรีและอ่อนหวาน ผู้ใดพบเห็นล้วนเอ็นดู ยิ่งฮูหยินที่สนิทสนมกับบิดามารดาของนางล้วนถูกใจจนถึงกับส่งเทียบเชิญมาเชิญไปร่วมดื่มชาไม่ขาดสาย หรืออีกนัยหนึ่งคือต้องการสานสัมพันธ์คอยเป็นแม่สื่อแม่ชักให้แก่บุตรชายของตน ดีที่มารดาของนางหวงนางนัก จึงมิได้ตกปากรับคำไปกับตระกูลใด

แล้วก็เป็นอย่างที่พระองค์ได้ยินมา...

นางช่างอ่อนหวาน การวางตัวช่างมีมารยาทเหลือเกิน มิต้องพูดถึงความงาม ยิ่งเติบใหญ่ความงามก็ยิ่งเปล่งประกายมากขึ้น พระองค์มิสงสัยเลยว่าเหตุใดฮูหยินเหล่านั้นจึงปรารถนาให้นางแต่งเข้าเป็นสะใภ้ นางปรนนิบัติและเอาใจใส่ทุกคนที่อยู่รอบตัวของนางเป็นอย่างดี ดีเสียจนพระองค์เริ่มหวง มิอยากให้ผู้ใดเข้าใกล้นาง

ทุกครั้งที่มาเรียนภาษา ฮ่องเต้น้อยมักจะคอยลอบมองไปยังนาง หากเมื่อใดนางไม่เข้าใจหรือมีปัญหา พระองค์จะเสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ

วันนี้ก็เช่นกัน เพราะเป็นผลข้างเคียงของสตรีมีครรภ์ พระองค์ได้ยินที่เสด็จแม่สนทนากับเสด็จอามาก่อน จึงมิได้ตกพระทัยเท่าใดนัก เมื่อชินหวางเฟยผู้ซึ่งใจดียิ่งกว่าใครเอ่ยตำหนิน้องสาวและสหายเสียงดังก่อนจะเดินออกจากห้องไป กระต่ายน้อยตื่นตระหนกจนร่ำไห้ออกมา พระองค์ที่เห็นน้ำตาของนางเช่นนั้นก็ปวดใจนัก แม้จะมีบิดาและคุณหนูหม่าคอยปลอบ ก็มิอาจทำให้นางสงบลงได้ แต่เพราะที่ตรงนี้มีคนอยู่เยอะเกินไป จึงมิอาจเข้าไปปลอบนางใกล้ๆ ได้ ทำได้เพียงตรัสขึ้นมาให้ทุกคนรับรู้ แต่สายตาของพระองค์มองแน่วแน่ไปทางนาง

เสด็จอาไปเข้าเฝ้าพระมารดา ขณะนั้นเจิ้นก็อยู่ด้วย ตรัสถามถึงอาหารการกินและข้อควรระวังของสตรีตั้งครรภ์ และบอกเล่าว่าช่วงนี้เสด็จอาสะใภ้จะหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน เสด็จอาจึงพยายามไม่ให้นางเคร่งเครียดนัก เพราะท่านหมอหลวงบอกว่าจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้”

เมื่อเห็นว่ากระต่ายน้อยมีสีหน้าสลดยิ่งกว่าเดิมก็รีบตรัสเสริม

ที่เจิ้นเล่าให้ฟัง เพื่อจะบอกว่าที่เสด็จอาสะใภ้หงุดหงิดง่ายเช่นนั้น ก็เพราะผลข้างเคียงจากการตั้งครรภ์ หาใช่เพราะนางต้องการตำหนิพวกเจ้าจริงจังไม่”

ได้ผล เมื่อฟังจบทุกคนมีสีหน้าผ่อนคลายและกระจายตัวไปฝึกฝนบทเรียนโต้ตอบก่อนหน้า แม้นางจะหยุดร้องไห้ แต่ก็ยังคงมองไปทางประตูทางเข้าตลอดเวลา ที่เสด็จอาเคยบอกว่าชินหวางเฟยมีความสำคัญและมีอิทธิพลในใจน้องๆ ของนางท่าจะเป็นเรื่องจริง ฮ่องเต้น้อยที่เห็นว่านางยังคงกังวลจึงเดินเข้าไปเสนอพระองค์ช่วยนางฝึกฝน

หากเจ้ากังวลและรู้สึกผิด ดังนั้นตอนที่พี่สาวเจ้ากลับเข้ามาก็แสดงให้นางเห็นว่าเจ้าสามารถทำได้ดี... อย่างที่พี่สาวเจ้าว่า หากเจ้ายังเหนียมอายก็ให้เลิกเรียนไป แต่เจ้าคงไม่อยากทำให้นางผิดหวังใช่หรือไม่ มาเถอะ เจิ้นจะเป็นคู่สนทนาให้เจ้าเอง”

อาจเป็นเพราะคำพูดที่พระองค์กระตุ้นนางเรื่องชินหวางเฟย ทำให้กระต่ายน้อยของพระองค์สามารถทำตามบทเรียนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อชินหวางเฟยกลับเข้ามาในห้อง นางจึงโผเข้ากอดแล้วเอ่ยโอ้อวดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น

หลังจากวันที่กระต่ายน้อยต้องเสียน้ำตา เหมือนกับว่านางจะไว้วางใจพระองค์มากขึ้น หากนางสงสัยในบทเรียน คนแรกที่นางจะเอ่ยถามมักจะเป็นพระองค์เสมอ และคนที่นางพูดคุยด้วยมากที่สุดในห้องเรียนก็เป็นพระองค์เช่นเดียวกัน แต่ก็นั่นละ ความสุขมักจะอยู่ได้มินาน หลังจากนั้นนางก็ออกท่องเที่ยวกับครอบครัว แม้พระองค์จะทูลขอร้องเสด็จอาเพียงใดก็มิเป็นผล ด้วยภาระที่มีมากมายจึงมิอาจทำสิ่งใดได้ตามพระทัย

แต่กระนั้นก็เถอะ เสด็จแม่ของพระองค์ช่างเฉลียวฉลาด หาหนทางให้พระองค์ได้ใกล้ชิดกับกระต่ายน้อยของพระองค์จนได้นั่นละ...





---------------------------------------------------------------

[1] ฮ่องเต้แอบตั้งให้จางหมิ่นฉ่ายในพระทัย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

907 ความคิดเห็น

  1. #389 rugwrite (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 11:35
    โอ๊ยอิจฉาได้สามีดีทั้งพี่ทั้งน้องเลย
    #389
    0
  2. #31 กางเกง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:26
    แค่เริ่มก็สนุกแล้ว
    #31
    0
  3. #29 Pandanus23233 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:12
    ติดตามมมม
    #29
    0
  4. #28 My_omyim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:56
    เขินนนน จิกหมอนนนน
    #28
    0
  5. #27 แว่นใส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:20
    อิจฉาอะ
    #27
    0
  6. #26 Patcharee Som (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:21
    หวานจับใจ(เขินแทน)
    #26
    0
  7. #25 Notebook12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:33
    มาแว้ววววว ฮ่องเต้ กะน้องฉ่ายเอ๋อ จะไห้ดี ให้พี่รอง ฟางอี้ มีคู่ด้วยน่ะ อิอิ
    #25
    0
  8. #24 โรส รัชนีกร (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:02
    งื้ออเขินจัง ติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณไรท์มากๆค่ะ
    #24
    0
  9. #23 duangta-bento24 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:46
    น้องฉ่ายเป็นกระต่ายน้อย"ของพระองค์"ตั้งแต่ตอนไหนเพคะฮ่องเต้~~~~
    #23
    0
  10. #22 mamsupap (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:13
    น่ารัก ติดตามอยู่
    #22
    0
  11. #21 Femeela (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:18
    กิ๊สสสสส 😍
    #21
    0
  12. #20 chayaratsangsook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:51
    ขอไว้อาลัยถึงนักบุญวาเลนทาย ที่ได้ตายในวันที่ 14 กุมภา นี้
    (ปล.byคนโสด)
    #20
    0
  13. #19 novellover (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:33
    น่ารักมาก แต่ที่อึ้งคือ น้องไร้เดียงสาสุดๆ
    ถ้าไทเฮาไม่เอ็นดู ฮ่องเต้ไม่รักสุดใจ
    คงไม่พยายามหนีห่างรับสนมแต่ไม่ตั้งใครเป็นฮองเฮา สุดท้ายกลัวคนมารับไปดูแลถาวร
    สุดท้ายคงตะล่อมกล่อมเกลี้ยงกระต่ายน้อยเข้ากรงหัวใจของตนเองละมั้งฮ่องเต้น้อย
    #19
    0
  14. #18 Chacha2519 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:30
    ยังติดตามผลงานอยูนะจ๊ะ
    #18
    0