CLEMENCY

ตอนที่ 82 : นิทราชั่วนิรันดร์ (มาเพิ่มแล้วค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ม.ค. 52

 

อา...กลับถึงหอสักที  คืนนี้ฉันจะนอนให้เต็มอิ่มเลยคอยดู เมซีเน่พูด  วางเป้สัมภาระใบใหญ่ลงบนโซฟารับแขก

 

นั่นซิจ๊ะ...จะได้ลงอ่างแช่น้ำอุ่นให้สบายตัว ชาร์ลีนว่า  เอนกายลงพิงบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า

 

อืม...ได้กินอาหารอร่อยๆ ด้วยออโรร่าพูด  เข้ามาเป็นคนสุดท้าย  และปิดประตูห้อง

...............................……………...................

 

ทว่าคืนแรกหลังกลับจากการรับน้องคณะที่ควรได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่  กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งฝันร้ายชั่วนิรันดร์...

 

 กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!” เสียงโทรศัพท์สายในประจำห้องพักดังขึ้น

 

ดึกดื่นป่านนี้ใครโทรมากันนะ เมซีเน่บ่น  ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างหงุดหงิด

 

ฉันรับเองจ้ะ ชาร์ลีนว่า  ลุกขึ้นจากเตียงโดยเร็ว  มุ่งสู่โถงรับแขก เพื่อรับโทรศัพท์

 

ออโรร่าแม้ไม่ได้ลุกขึ้นเช่นเพื่อนทั้งสอง  แต่เสียงโทรศัพท์ก็ปลุกให้ตื่นด้วย  และตาปรือสลึมกำลังจะหลับต่อ  หากไม่ได้ยินเสียงชาร์ลีน

 

ไม่จริง! นะ...หนูจะกลับบ้าน...ส่งเครื่องบิน...มะ...มารับด้วยค่ะ ชาร์ลีนพูด  เสียงสั่นเครือตื่นตะหนก  และเมื่อวางสายร่างบางก็ทรุดลงไปกองกับพื้น  นัยน์ตาสีฟ้าเอ่อคลอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

 

เกิดอะไรขึ้นชาร์ลีน!” เมซีเน่ถามอย่างตกใจ  เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนรัก 

 

มีอะไรเหรอ เช่นเดียวกับออโรร่า  ที่ช่วยกันกับเมซีเน่ประคองชาร์ลีนพาไปนั่งลงบนโซฟา  อย่างเป็นห่วง

 

ระ...โรงพยาบาล...แมรี่...ถูกโจรก่อการร้ายบุกยึด  และแม่...อยู่ในหมู่ตัวประกันด้วย ฮือ  ฮือ  ฮือ ชาร์ลีนละล่ำละลักตอบ  หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น  ซบหน้าลงกับไหล่ออโรร่า

 

ไม่เป็นไรหรอก...น้าโรวีน่าต้องไม่เป็นอะไร ออโรร่าพูด  พลางลูบศีรษะเพื่อนสนิทปลอบประโลม

 

ใช่...ทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี เมซีเน่สนับสนุน  ลูบแขนชาร์ลีนเบาๆ ให้กำลังใจ  แต่ก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!” เสียงเคาะเรียกที่กระจกหน้าต่าง  ปรากฎร่างเพื่อนชายทั้งห้าโดยพร้อมเพรียง

 

เมซีเน่ลุกขึ้นเดินไปเปิดรับทันที

 

เราได้ข่าวโรงพยาบาลแมรี่แล้ว วิลเลี่ยมพูด  ใบหน้าสลักซีดเผือด  ด้วยรู้สึกเป็นห่วงครอบครัวโรห์ดอนที่สนิทกับครอบครัวเขามานาน

 

เราจะไปบ้านโรห์ดอนพร้อมเธอคืนนี้ เจมส์เอ่ยเสียงเครียด...

...............................……………...................

 

ระเบียงทางเดินระหว่างประตูเรียงรายสองด้านว่างเปล่า  แสงจากหลอดไฟส่องสว่างบนทางทอดยาว  กระจกแคบเหนือลูกบิดของประตูห้องทุกบานมืดสนิทเงียบสงบ

 

คุณแอบบ๊อต...แผลหลังผ่าตัดหายช้ามาก  นอกจากยาปฏิชีวนะแล้วคงต้องดูเรื่องอาหารเพิ่มโรวีน่าคิด  หลังหยุดยืนหน้าประตูห้องหนึ่ง  และอ่านป้ายชื่อ

 

เธอเดินต่อไป  หยุดหน้าประตูบางบานอ่านป้ายชื่อ  ครุ่นคิดเกี่ยวกับการรักษาคนไข้แต่ละราย  บางคราวก็หยิบคอมพิวเตอร์พกพาจากกระเป๋าเสื้อกราวขึ้นมาเมื่อจำประวัติผู้ป่วยรายนั้นไม่ได้  หรือผ่านเลยบางห้องที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  แล้วจบลงที่โถงหน้าลิฟท์ยังเคาน์เตอร์พยาบาลประจำแต่ละชั้น  เพื่อส่งต่อและถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

โรวีน่าทำเช่นนี้ทุกคืน  การเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแมรี่  โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของมิติคลีเมนซีไม่ใช่เรื่องง่าย  แค่ฝีมือในฐานะศัลยแพทย์อันดับต้นไม่ได้ช่วยให้การบริหารธุรกิจเกี่ยวกับชีวิตราบรื่น  แม้จะพ่วงความเชี่ยวชาญด้านสูตินารีเวชเข้าไปด้วยก็ตาม 

 

เพราะอย่างไรเสียเธอก็เป็นเพียงสะใภ้ของตระกูลโรห์ดอน  ความเก่งกาจในสายงานเพียงอย่างเดียวไม่อาจชนะใจบุคลากรทางการแพทย์ผู้ทรงภูมิที่หยิ่งทระนง  และดึงดูดพวกเขาให้อยู่ได้

 

ทุกสิ่งต้องประกอบกัน  ไม่ว่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ  ความใส่ใจ  บางครั้งอาจรวมไปถึงการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยว  การแสดงอำนาจเพื่อยุติปัญหา  หรือการประนีประนอมเจรจา  การให้ขวัญกำลังใจ  และเหนือสิ่งอื่นใดคือการลงมือกระทำอย่างทุ่มเท  ไม่ใช่เพียงนั่งสบายในห้องแอร์  ทั้งหมดนี้คือการบริหารในรูปแบบของเธอ

 

เธอจะไม่ยอมกลับคฤหาสน์โรห์ดอนหากยังไม่ได้เดินตรวจครบทุกชั้น  เธอจะไม่เข้านอนหากยังไม่ได้อ่านเมลรายงานบันทึกประจำวันของโรงพยาบาลสาขาจนจบ  และทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เธอจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมสาขาในต่างประเทศ

 

ประตูลิฟท์เลื่อนเปิดออกช้าๆ อย่างแผ่วเบาเบื้องหน้า  แล้วปิดลงเมื่อโรวีน่าเข้าไปยืนอยู่ลำพัง

 

ผ่านไปอีกวันเธอคิด  ยิ้มให้กับตัวเองในกระจกเงาติดผนังด้านหนึ่งในลิฟท์ ชาร์ลน่าจะกลับถึงบ้านแล้วตอนเราไปถึง  ค่ำนี้เขาไม่ได้โทรบอกว่าจะกลับช้า...พวกมนุษย์พิเศษคงจะสงบเสงี่ยมลงบ้างแล้วซินะ  หลังฮาเวิร์ดตาย...ความสงบสุขของคลีเมนซีก็ตายไปกับเขาด้วย  การก่อการร้ายมีแต่รุนแรงขึ้นทุกวัน  มนุษย์กับมนุษย์พิเศษกลับมาห่ำหั่นทำสงครามกันอีก  ยังไม่รวมถึงพวกเด็กๆที่ไม่รู้จะก่อปัญหาขึ้นอีกเมื่อไหร่  หนล่าสุดหนูออโรร่าก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด

 

เฮ้อ... โรวีน่าถอนใจหลังครุ่นคิดมากมาย  เมื่อลิฟท์เปิดอีกครั้ง 

 

ออกมายืนยังโถงหน้าประตูทางเข้าชั้นล่างสุด  พลางโบกมือทักทายประชาสัมพันธ์สาวทั้งสองที่กำลังโค้งศีรษะให้เธอหลังเคาน์เตอร์  ขณะเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อกราวเพื่อโทรเรียกคนขับรถ

 

แต่ยังไม่ทันที่สารถีจะรับสาย  โทรศัพท์ก็กลับร่วงหลุดมือหล่นลงบนพื้น  ฝาครอบเครื่องทั้งหน้าหลังแตกแยกออกจากกัน  กระจายไปคนละทิศ  ทิ้งตัวเครื่องเปลือยเปล่าที่หน้าจอดับวูบหลังการตกกระแทกอย่างรุนแรงไว้แทบเทาผู้เป็นเจ้าของ

 

เป็นอะไรรึเปล่าคะผู้อำนวยการ ประชาสัมพันธ์สาวทั้งสองถามขึ้นพร้อมกัน  พลางถลันออกจากหลังเคาน์เตอร์  หนึ่งในนั้นไปเก็บรวบรวมฝาครอบ  ที่ชิ้นหนึ่งกระเด็นห่างไปไกลจนเกือบถึงประตูเลื่อนด้านหน้า

 

ไม่เป็นไรจ้ะ  แค่... โรวีน่ายิ้มตอบ  ทว่าคำพูดนั้นหายไปในลำคอเช่นเดียวกับรอยยิ้มที่เลือนหายไปทันใด  แทนที่ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง  นัยน์ตาสีฟ้าเบิ่งกว้าง  ปากอ้าค้างตื่นตระหนก...

 

เมื่อชายฉกรรจ์หลายคนภายใต้หมวกโม่งปิดคลุมใบหน้า  พร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามายังประตูหน้า

 

ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด  จากคนที่อยู่หน้าสุดซึ่งเข้ามาถึงเป็นคนแรก  พร้อมประกาศเจตจำนงค์อย่างชัดแจ้ง

 

โรงพยาบาลนี่เป็นของเราแล้ว! ยกมือขึ้น!” ประโยคหลังมันตวาดเสียงกร้าวมายังหญิงสาวทั้งสามที่อยู่ใกล้ที่สุด  ซึ่งยืนกอดกันแน่นด้วยสีหน้าหวาดหวั่น  ตัวสั่นเทา 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดด!” ขณะบรรดาญาติ  ผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก  และพนักงานที่เข้ากะกลางคืนในบริเวณโดยรอบต่างกรีดร้องวิ่งหนีกันอลหม่าน

 

ส่งตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลมา  แล้วจะไม่มีใครเดือดร้อน!” มันตะโกนเสียงก้องไปยังหมู่ผู้คนที่วิ่งวุ่น  กวาดสายตาไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างไม่ใส่ใจ  ขณะปืนสั้นในมือชี้ยังกลุ่มคนข้างหน้าอย่างข่มขวัญ

 

หยุดตะโกนอย่างไร้อารยธรรมซะทีดานอน...เดี๋ยวใครๆ จะเหมารวมว่าเราเป็นพวกเดียวกับมนุษย์พิเศษที่น่าขยะแขยง... เสียงเอ็ดเบาๆ ดังขึ้นด้านหลัง 

 

ชายร่างใหญ่ที่กำลังตะโกนชะงัก  แล้วสงบปากคำทันที

 

“…แล้วถ้าแกยังพอมีมันสมองอย่างที่พวกเรามนุษย์ผู้สูงส่งควรมี...ก็ช่วยแหกตาดูด้วยว่าผู้อำนวยการโรวีน่าของเราอยู่ตรงหน้าแกนี่แล้ว น้ำเสียงเรียบแผ่วเบา  ทว่าไม่อาจปกปิดความเหี้ยมเกรียม  และเจตนามุ่งร้าย...

...............................……………...................

 

ค่ำคืนนี้  คฤหาสน์อิฐสีส้มแดงประดับประดาอย่างหรูหราด้วยลายสลัก  รูปปั้นเทพเทพี  เสาสูงสีขาวงามวิจิตร  และสวนกว้างเขียวขจีที่มีลานน้ำพุเป็นศูนย์กลาง  อึกทึกวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คน  ผิดแผกจากวันวานที่เคยสงบเงียบ

 

ยวดยานต่างๆแล่นผ่านป้อมหอสูง  ซุ้มประตูทางเข้า  ไปตามถนนพื้นปูหินสีขาว  ตัดผ่านสวนและลานน้ำพุกลม  ยังลานกว้างหน้าระเบียงบันได  โถงทางเข้ามีรถยนตร์มาจอดเทียบไม่ขาดสาย  ทั้งรถส่วนตัวของบรรดาญาติ  เพื่อน  สำนักข่าว  ตำรวจ  รวมไปถึงรถดับเพลิง  และรถพยาบาล 

 

ไม่ต่างอะไรกับรันเวย์ด้านหลังคฤหาสน์  ซึ่งคืนนี้เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินต้องทำงานอย่างหนัก  เพราะไม่เพียงเครื่องบินเท่านั้น  แต่พาหนะบินทุกชนิด  ไม่ว่าจะเป็นพาหนะส่วนตัวอย่างรองเท้าบิน  พรมบิน  สกูตเตอร์  หรือจานบินขนาดเล็ก  หลังผ่านการตรวจสอบสถานะแล้ว  จะถูกกำหนดเส้นทางให้ลงจอดยังจุดนี้  แล้วจึงขึ้นรถรับส่งไปยังคฤหาสน์

 

แน่นอนเครื่องบินส่วนตัวของตระกูลโรห์ดอนเป็นข้อยกเว้น  ชาร์ลีนกับเพื่อนมาถึงราวเที่ยงคืน  ซึ่งค่อนข้างล่าช้าไปมาก  เพราะเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเกิดขึ้นมากว่าสองชั่วโมงแล้ว

 

เราต้องเข้าประตูหลังค่ะ  ดิฉันไม่อยากให้พวกคุณเจอกับนักข่าว ราเชลพูด  เธอคือหัวหน้าคนรับใช้หญิงประจำตระกูลโรห์ดอน  พูดจบคนรับใช้เก่าแก่  ผู้มีผมหยิกสั้น  ใบหน้าเคร่งเสมอ  ก็พาร่างท้วมในชุดเมทขาวล้วนเดินนำทุกคนไปยังรถตู้ที่จอดรออยู่

 

ภายในรถตู้มีคนถึงสิบคน  ทั้งคนขับกับราเชลด้วย  ทว่าไม่มีเสียงพูดคุย  ทักทาย  หรือหยอกล้อกันอย่างที่ควรจะเป็น  เสียงเดียวที่มีคือเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ของชาร์ลีน  ซึ่งนั่งในเบาะกลางแถวที่สองระหว่างออโรร่ากับเมซีเน่  และทั้งสองคอยโอบกอดปลอบประโลมชาร์ลีนมาตลอดทางตั้งแต่โอเอซิส

 

รถตู้จอดที่ประตูเล็กด้านหลัง  บริเวณทางเชื่อมจากตัวคฤหาสน์ไปสู่เรือนเล็กกว่าสำหรับคนรับใช้  ทว่าที่นี่แม้ปราศจากแขกผู้มาเยือน  แต่ก็หนีไม่พ้นความวุ่นวาย  เหล่าคนรับใช้ทั้งชายหญิงวิ่งวุ่นเข้าออกเรือนเล็ก  ซึ่งเป็นทั้งที่พักและห้องทำงาน  กอปรด้วยครัวใหญ่  ห้องซักล้าง  ห้องเก็บอุปกรณ์

 

เนื่องด้วยแขกจำนวนมากที่มาโดยไม่ได้เตรียมการล่วงหน้ากลางดึกพร้อมข่าวร้ายของนายหญิง  นอกจากนำความตระหนกแตกตื่นมาให้แล้ว  ยังนำงานเลี้ยงขนานใหญ่ที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาด้วย 

 

สาวใช้ต้องเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า  รวมไปถึงอาหารว่างหากแขกต้องการ  แม่ครัวกับผู้ช่วยจึงต้องจัดเตรียมอาหารว่าง  อาจรวมไปถึงมื้อเช้า  และมื้ออื่นในวันรุ่งขึ้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 

 

ด้านคนทำความสะอาดยิ่งงานหนัก  นับแต่การเหยียบย่างเข้ามาในโถงทางเข้า  แขกทั้งหลายก็นำความสกปรกเสียหายมาสู่ผืนพรมพิสุทธิ์ที่ปูลาดตลอดแนวทางเดิน  และแต่ละคนล้วนต้องขับถ่าย  มีเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย  เช่นกระดาษทิชชู่ให้ต้องทิ้งตลอดเวลา   

 

นอกจากนี้ยังต้องมีคนคอยต้อนรับ  ตรวจตราดูแลความปลอดภัย

 

ไม่เว้นแม้แต่คนสวน  ที่หลังจากนี้คงต้องปรับปรุงสนามหญ้าด้านหน้าเป็นการใหญ่

 

แต่ความสับสนวุ่นวายทั้งหมดนี้ไม่อาจหยุดเสียงร่ำไห้ของชาร์ลีนลงได้  น้ำตาของเธอหยาดหยดไม่ขาดสาย  เช่นเดียวกับร่างบางที่สั่นสะท้านตามแรงสะอื้น  ความหวั่นกลัว  ตื่นตระหนก  และโศกเศร้าติดตามเธอมาตลอดทางนับแต่รู้ข่าวที่หอพัก  เธอแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเมื่อถูกพามาถึงห้องรับรองบนชั้นสองโดยใช้บันไดเล็กด้านหลัง  กระทั่งใครคนหนึ่งเคาะประตูห้อง  และพ่อของเธอเปิดรับ

 

ชาร์ลีน... ชาร์ลเรียกลูกสาวเสียงเบา  พลางดึงร่างเล็กนั้นมาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน  ทำให้ชาร์ลีนปล่อยเสียงโฮสะอึกสะอื้นหนักขึ้น 

 

บรรยากาศรอบตัวจึงยิ่งตึงเครียด  ไม่มีการเอ่ยทักทายอย่างเป็นพิธีรีตองกับเจ้าบ้านโรห์ดอนอย่างที่ควร  ทว่าช่วงเวลานี้สิ่งนั้นไม่สำคัญ  พ่อลูกต่างตกอยู่ในอาการหวาดหวั่น  และไม่สนใจสิ่งใดอื่นอีก  นอกจากความปลอดภัยของโรวีน่า

 

 ใจเย็นๆ ชาร์ลีน...ลูกควรหยุดร้องได้แล้ว  พ่อรู้ว่ามันยาก  แต่พ่อก็รู้เช่นกันว่าลูกโตแล้ว  โตพอที่จะตั้งสติในสถานการณ์แบบนี้ได้ ชาร์ลพูด  น้ำเสียงอ่อนโยน  ลูบปลอบบุตรสาวไปพลาง  ทว่านัยน์ตาสีฟ้าฉายชัดความกังวลและหวาดหวั่น

 

ชาร์ลีนหยุดเสียงสะอื้นฟูมฟายลงแทบจะทันที  แม้ยังคงมีน้ำตาไหล  ทว่าเธอก็มีสติกว่าที่ผ่านมา  แล้วเดินนำเข้าไปในห้องรับรองพร้อมกันกับชาร์ล  ซึ่งหันหลังมายังเด็กหนุ่มสาวทั้งเจ็ด  แล้วพยักหน้าชวนให้ทั้งหมดเข้าไปพร้อมกัน

 

ห้องรับรองที่ผ่านการต้อนรับแขก  การประชุม  และงานเลี้ยงรื่นเริงมานับครั้งไม่ถ้วน  คืนนี้แปรเปลี่ยนไปแทบสิ้นเชิง  กลับกลายเป็นศูนย์ประสานงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปโดยปริยาย 

 

ผนังกรุวัสดุเก็บเสียงสีขาวผ้ามันปักดิ้นสีเงินวาวลายเถาไม้งามวิจิตร  ถูกบดบังจนเกือบมิดด้วยหน้าจอมากมายกับอุปกรณ์ต่อพ่วง  พื้นไม้ขัดมันสีน้ำตาลเข้มที่เคยใช้เป็นฟลอเต้นรำเต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยาง  ชุดโซฟาสีขาวทั้งหมดที่มุมด้านในถูกแทนที่ด้วยโต๊ะยาวขนาดใหญ่หลายตัวเพื่อวางคอมพิวเตอร์  โทรศัพท์  และเป็นโต๊ะทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่

 

แม้จะมีสิ่งหนึ่งไม่เปลี่ยนแปลง  คือโคมระย้าคริสตัลบนเพดาน  แต่จะมีใครสักกี่คนสนใจแหงนมอง  ในเมื่อผู้คนมากมายที่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่นี้  ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด  และจดจ่ออยู่กับงานของตน

 

  หนึ่งในนั้นรวมโจนาธาน  บิดาของแฝดเฮอร์เรียต  และเป็นผู้นำทางทหารคนสำคัญของสาธารณรัฐเมอซีด้วย

 

พ่อ พี่น้องเฮอร์เรียตร้องเรียกขึ้นพร้อมกันให้กับแผ่นหลังอันคุ้นเคยในชุดสูทสีดำ

 

โจนาธานหันมาตามเสียงเรียก  ทว่าเพียงผงกศีรษะตอบรับไม่ได้เอ่ยทักทาย  แล้วหันกลับไปจ้องจอพลาสม่าขนาดใหญ่เบื้องหน้าอีกครั้ง

 

สถานการณ์เป็นไงบ้างครับ วิลเลี่ยมถาม  เมื่อเดินมาถึงหลังเก้าอี้ไม้บุนวมที่บิดานั่งอยู่

 

ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โจนาธานตอบ  น้ำเสียงเคร่งเครียด  นัยน์ตาสีน้ำเงินที่มักดุดันแฝงแววกังวล  ใต้หน้าผากที่ยับย่นจนหัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นจรดกัน

 

เจมส์กับวิลเลี่ยมได้ยินดังนั้นยิ่งเครียดหนัก  ทว่าทั้งคู่ไม่ละสายตาจากจอขนาดใหญ่บนโต๊ะเบื้องหน้า  ซึ่งกำลังฉายภาพและเสียงของนักเจรจาที่พยายามยื่นข้อเสนอผ่านเครื่องเสียงไปยังอาคารโรงพยาบาลแมรี่

 

เขาคือมือดีที่สุด ไอแซค  คอร์เนอร์  พูดเสียงเรียบ  เฉกเช่นนัยน์ตาสีเทาเย็นชา  ใบหน้าเฉยเมยอันเป็นปกติวิสัย  ซึ่งขัดกันกับผมสีแดงเรียบกริบดึงดูดสายตาของเขา  คืนนี้เขาสวมสูทสีเทา  และด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีกิจการภายในประเทศ  เขาจึงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการควบคุมดูแลการก่อร้ายครั้งนี้

 

สวัสดีครับท่านไอแซค วิลเลี่ยมเอ่ย  ค้อมศีรษะทักทายพร้อมกันกับเจมส์

 

สวัสดี...แต่คืนนี้เราไม่ต้องมีพิธีรีตองกันหรอก  แล้วพวกเธอก็ช่วยอะไรเราไม่ได้มากไปกว่านี้…” ไอแซคพูด  น้ำเสียงยังคงราบเรียบ  แม้ประโยคที่เอ่ยออกมาบอกนัยตำหนิชัดเจน ...แต่พวกเธอช่วยได้แน่อย่างหนึ่ง  พาหนูชาร์ลีนกลับห้องของเธอ  และอยู่เป็นเพื่อนเธอด้วย กล่าวจบเขาก็ก้าวออกไปด้านข้างเพื่อหลีกทาง  ขณะนัยน์ตาสีเทาเย็นชาทอดมองไปยังชาร์ลีนกับเพื่อนทั้งห้าที่รอยล้อมคอยปลอบเธออยู่ยังปากประตูทางเข้า

 

ครับ วิลเลี่ยมมองตามสายตาเขาไปยังเพื่อน  แล้วรับคำอย่างว่าง่าย  ก่อนจะผละจากไปพร้อมเจมส์

 

ขอโทษที่ผมว่าลูกคุณแบบนั้น ไอแซคพูด  ขณะนั่งลงยังเก้าอี้ว่างข้างโจนาธาน

 

ไม่เป็นไร...คุณพูดถูกแล้ว  พวกเขาทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าคอยปลอบหนูชาร์ลีน โจนาธานตอบ  โดยไม่หันมองคู่สนทนา 

 

ทว่าเสียงตอบนั้นดังกว่าที่ควรสำหรับการพูดคุยของคนสองคนที่นั่งติดกัน  และวิลเลี่ยมที่กำลังจะออกไปจากห้องพร้อมกันกับเพื่อนก็ได้ยินชัดเจน

 

ถ้าทุกอย่างผ่านไปได้...ผมจะไม่ไปไหนอย่างที่พ่อต้องการแน่นอนวิลเลี่ยมคิด  ขณะใบหน้าสลักกลัดกลุ้ม  นัยน์ตาสีน้ำเงินฉายชัดแววกังวล...

 

เขาสังหรว่าทุกอย่างจะไม่ผ่านพ้นไปด้วยดีอย่างที่ทุกคนหวัง...

...............................……………...................

 

เจมส์รู้เท่าทันความคิดวิลเลี่ยมเสมอ  ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อทั้งหมดมาถึงห้องชาร์ลีนคือการเปิดประเด็นสิ่งที่วิลเลี่ยมคิดทันที...

 

นายต้องไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ เจมส์พูดเสียงเข้ม  พลางแกว่งกุญแจมือตรงหน้าวิลเลี่ยมอย่างข่มขู่

 

ถ้าจะใส่กุญแจ  ฉันขอเป็นข้างขวาแล้วกัน...มือซ้ายมันไม่ถนัดเวลาเข้าสุขา วิลเลี่ยมตอกกลับเสียงทีเล่นทีจริง  อย่างไม่กลัวเกรง

 

นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะยะ เมซีเน่ดุ  นัยน์ตาสีนิลถมึงทึง  ถึงไม่ต้องเป็นเจมส์เธอก็รู้ว่าตอนนี้วิลเลี่ยมคิดจะทำอะไร

 

ใครขำกันล่ะ วิลเลี่ยมประชดประชันเสียงขุ่น  กอดอกชักสีหน้าปั้นปึ่งอยู่บนโซฟาสำหรับคนเดียว  ในหมู่โซฟาสีชมพูอ่อนขนาดห้าที่นั่ง  และเขาเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่

 

นายก็รู้นี่ว่าพวกเราไม่อยากให้นายไป ลูฟี่พูดบ้าง  ใบหน้าเต็มไปด้วยขนขาวปุยกับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน  ฉายความกังวลปนห่วงใย

 

แต่พวกนายก็รู้...มันไม่ใช่การก่อการร้ายธรรมดา!  โรงพยาบาลแมรี่เป็นที่เกิดของฉัน  และน้าโรวีน่าก็ทำคลอดฉัน! ท่านรู้ทุกอย่าง!!” วิลเลี่ยมตะโกนแจงข้อเท็จจริงอย่างเหลืออด

 

แต่ที่นั่นมีตำรวจเป็นขโยงคอยจัดการอยู่แล้ว  นายอยู่เฉยๆ ไม่ก่อเรื่องเป็นดีที่สุด!” ออตโตโต้กลับเสียงดังไม่แพ้กัน

 

ใช่จ้ะ...ถึงจะห่วงแม่  แต่ฉันก็ไม่อยากให้วิลไปเสี่ยงหรอกชาร์ลีนสนับสนุน  น้ำตาเธอหยุดไหลแล้ว  แต่ยังคงทิ้งคราบไว้บนแก้มขาวซีด  และนัยน์ตาสีฟ้ายังแดงก่ำ

 

พูดไปก็เปล่าประโยชน์ฮะ  ผมว่าเรามัดเขาไว้เลยดีกว่า จินออกความเห็นหน้าเคร่ง 

 

ถ้าพวกนายทำได้ก็ลองดู!” วิลเลี่ยมท้าทาย  แล้วออกวิ่งมุ่งสู่ประตูทันที 

 

ทว่ายังช้าไปหนึ่งก้าว  ออโรร่าไปดักรออยู่ตรงนั้นแล้วตั้งแต่เริ่มถกเถียงกัน  เธอกางแขนออกทั้งสองข้างกางกั้นขวางประตูไว้

 

ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำเรื่องเสี่ยงอันตรายอีก ออโรร่าพูดเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ  ทว่าชัดเจนหนักแน่นภายในห้องที่เงียบกริบ  เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่เป็นประกายเด็ดเดี่ยว

 

ถอยไป! ถ้าเธอไม่ถอยฉันก็จำเป็นต้องลงมือ!” วิลเลี่ยมประกาศเสียงลั่นต่อหน้าออโรร่า  ขณะเบื้องหลังเขาเพื่อนทั้งหกมาถึงแล้ว  และกำลังกระจายตัวเพื่อล้อมกรอบเขา

 

แล้ววิลเลี่ยมก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด...

 

เขาพุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว  โดยคิดว่าออโรร่าจะต้องตกใจจนยอมหลีกทางให้เขา...

 

แต่เขาคิดผิดออโรร่าไม่ยอมหลบออกไปจากหน้าประตู!

 

ซ้ำยังเอาตัวเข้าขวางรับแรงกระแทกอันหนักหน่วงไปเต็มๆ!

 

ทว่าไม่มีเสียงร้องโอดครวญแม้สักนิดหลุดออกจากปากเธอ 

 

ออโรร่า!” มีเพียงเสียงอุทานร้องเรียกเธอจากวิลเลี่ยมกับผองเพื่อนที่ต่างตกตะลึง

 

ฉันขอโทษ วิลเลี่ยมพูดเสียงค่อยอย่างสำนึกผิด  ขณะรับร่างบางที่ทรุดงอลงด้วยไหล่กับลำแขนแกร่งข้างเดียวกันกับที่เพิ่งกระแทกร่างเล็กนั้น  เมื่อแรงปะทะเริ่มสร้างความเจ็บปวด  และทวีความรุนแรง  ฉุดสติออโรร่าให้เลือนลางลงทุกที 

 

แต่เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยวิลเลี่ยม

 

ฉะ...ฉัน...ไม่ให้...เธอไป ออโรร่าคราง  สองมือเหนี่ยวคว้ากำเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม  และไหล่ของวิลเลี่ยมไว้แน่น  ขณะความเจ็บปวดถาโถม  จวนเจียนล้มลงหมดสติไปทุกที

 

ทั้งหมดนี้เกินพอแล้วที่จะหยุดวิลเลี่ยม...

 

เขาทำไปได้อย่างไร...

 

เขาลงมือกับเธอได้อย่างไร...

 

เขาน่าจะรู้ว่าเธอไม่มีทางปล่อยเขาไปเผชิญอันตราย...

 

ยะ...อย่า...ไป... ออโรร่าครางเสียงแผ่ว  ก่อนร่างจะทรุดลงหมดสติ

 

วิลเลี่ยมรับร่างบางนั้นไว้ในอ้อมแขน  แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้ม  เดินไปที่เตียง  และวางเธอลงอย่างแผ่วเบา  ส่วนเขาเองทรุดลงนั่งบนผืนพรมขางเตียงนั้น 

 

ท่ามกลางความตึงเครียดของเพื่อนสนิททั้งหกที่แทบไม่ขยับ  ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย  นับแต่เกิดเรื่อง  เพราะทั้งหมดไม่อาจกล่าวโทษวิลเลี่ยมที่ถูกไล่ต้อน  ทว่าก็ยังไม่ให้อภัยเขาที่ทำร้ายออโรร่าแม้โดยไม่ตั้งใจก็ตาม  ทั้งยังไม่วางใจที่เขาอาจยังยืนกรานจะไปข้องเกี่ยวกับการก่อการร้าย

 

ฉันจะอยู่ที่นี่จนกว่าออโรร่าจะฟื้น วิลเลี่ยมพูด  น้ำเสียงเศร้าหมอง  นัยน์ตาสีน้ำเงินเอ่อคลอด้วยน้ำตาที่พยายามกักกั้น...

...............................……………...................

 

หึ! พวกมันคิดว่าเราอยากได้อะไรกันถึงมาบุกโรงพยาบาลนี่...เงินรึ! หรือสันติภาพ!  แล้วถ้าเราบอกว่าอยากแลกกับเจ้าชายองค์ที่สองล่ะ ฮ่า!  ฮ่า!  ฮ่า!” เสียงห้าวเหี้ยมเกรียมเต็มไปด้วยความหฤหรรษ์  กลบเสียงหว่านล้อมขอไกล่เกลี่ยจากนักเจรจาด้านนอก

 

เอาระเบิดให้มันสักลูกดีมั้ยครับ ขณะลูกน้องร่างเล็ก  ทว่ารู้ใจนายที่สุด  ออกความเห็นเสียงเริงร่า

 

ดี! แล้วไม่ใช่แค่ลูกเดียว...ฉันชอบอะไรเป็นคู่ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!...” หัวเราะลั่น  แล้วผละจากช่องหน้าต่างที่มีม่านบังหนาทึบ  เดินกลับมายังกลุ่มตัวประกันที่ถูกเทปปิดปาก  มัดมือไพล่หลังนั่งรวมกันอยู่ที่มุมห้องด้านใน...

 

จับจ้องตัวประกันทีละคนด้วยนัยน์ตาสีเทาไร้ปราณี “…ทันทีที่ฉันได้ตัวผู้ช่วยของแก  เราจะเริ่มการไต่สวนอีกครั้ง  แต่ตอนนี้ฉันหมดความอดทนกับแกแล้ว  ฉันจะเปลี่ยนวิธีใหม่  แทนที่จะทรมานแก... เสียงเหี้ยมประกาศก้อง  ทว่าประโยคพูดเหล่านี้หาได้เจาะจงที่กลุ่มตัวประกันบนพื้นที่นั่งตัวสั่นงันงก  แต่จงใจเอ่ยกับโรวีน่าที่ถูกแยกออกไปจากกลุ่ม...

 

ฉันจะทรมานคนของแกแทน! มา...ใครจะเป็นรายแรก ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” เสียงหัวเราะเหี้ยม  นัยน์ตาสีเทาเบิกโพลงข่มขู่

 

กลุ่มตัวประกัน  กอปรด้วยนางพยาบาล  ประชาสัมพันธ์สาว  หมอ  และคนไข้  รวมสิบคนประหวั่นพรั่นพรึง  แต่ละคนเหงื่อแตกพลั่ก  ร่างสั่นสะท้าน  พยายามก้มหน้าหดตัวให้ลีบเล็กที่สุด  และเบียดรวมเข้ากับคนข้างๆ  เพื่อจะไม่ต้องเป็นคนที่ถูกเลือก

 

โรวีน่าที่ถูกมัดมือมัดเท้าติดอยู่กับเก้าอี้  แม้อยู่ในสภาพอิดโรย  ทรุดโทรม  จากการถูกซ้อมต่อยตีครั้งแล้วครั้งเล่านับแต่ชั่วโมงแรกที่ถูกจับ  เพราะไม่ยอมปริปากบอกข้อมูลที่พวกมันต้องการ  เมื่อได้ยินประโยคพูดอันโหดเหี้ยมนั้น  ศีรษะที่ตกห้อยก็พลันผงกขึ้น  นัยน์ตาสีฟ้าที่ก่อนหน้าหรี่ปรือจวนเจียนหมดสติ  เบิ่งโพลงอย่างพรั่นพรึงไปยังกลุ่มตัวประกันเบื้องหน้า...

 

เธอจะทนได้อีกนานแค่ไหน... 

 

ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้นเธอทนได้  แต่เธออาจทนได้ไม่นาน  หากผู้ถูกกระทำเป็นคนอื่น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกจ้างที่ร่วมทุกข์สุขกันมา  และคนไข้ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของโรงพยาบาล

...............................……………...................

 

บรึมมมมมมมมมมมมมม!!” เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท  หลังระเบิดลูกแรกถูกขว้างออกมาจากหน้าต่างบานหนึ่งของชั้นล่างสุด

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีเพียงพื้นถนนคอนกรีตเบื้องล่าง  ความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่  และผู้คนโดยรอบที่ต่างปิดหูก้มศีรษะหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น

 

ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!” ทว่าลูกที่สองที่ตามมา  ถูกเขวี้ยงออกมาไกลกว่า  ตกลงตรงหน้ารถตำรวจหนึ่งในหลายคันที่จอดปิดล้อมหน้าโรงพยาบาล

 

เสียงกึกก้องกลบเสียงหวีดร้องตื่นตกใจ  และเสียงครวญด้วยความเจ็บปวดของเจ้าหน้าที่เคราะห์ร้ายที่ถูกสะเก็ดระเบิด  บ้างได้รับผลกระทบจากเสียงสนั่นของมัน

 

การเจรจายุติลงทันที  ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องประชุมปรับเปลี่ยนแผนรับมือใหม่  อาจดำเนินตามแผนเดิมคือเจรจากับคนร้าย  เพื่อรู้สิ่งที่พวกมันต้องการ  และไกล่เกลี่ยหาข้อยุติ  ทว่าเลวร้ายกว่านั้นอาจเปลี่ยนแผนส่งหน่วยพิเศษเข้าไปจัดการ...

 

แต่ไม่ว่าผลจะดำเนินไปเช่นไร  ก็ไม่อาจมีใครรู้ได้ว่าตัวประกันที่อยู่ในนั้นจะปลอดภัยทั้งหมดหรือไม่...

...............................……………...................

 

ออโรร่าสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงระเบิดลูกแรก  แม้ไม่ดังสนั่นเหมือนอยู่ในที่เกิดเหตุ  ทว่าก็ดังมากพอที่จะทำให้ผู้คนในคฤหาสน์โรห์ดอนอกสั่นขวัญหาย 

 

เมื่อระเบิดลูกที่สองตามมา  ออโรร่าก็ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที  เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในห้องต่างก็สะดุ้งตกใจ  แล้วหันมองไปทางหน้าต่างยังตึกโรงพยาบาลแมรี่ที่เห็นอยู่ไม่ไกล

 

ส่วนชาร์ลีนตื่นตระหนกมากที่สุด  สองมือปิดปากแน่น  นัยน์ตาสีฟ้าเบิ่งกว้าง

 

แม่...กะ...เกิดอะไรขึ้น เธอพึมพำเสียงสั่น

 

เปิดทีวีสิ วิลเลี่ยมพูด  เขายืนขึ้นข้างเตียงที่ออโรร่านอนอยู่ก่อนหน้านี้  ประตูห้องนอนในห้องชุดของชาร์ลีนเปิดอยู่ 

 

เจมส์ที่นั่งอยู่กับคนอื่นในหมู่โซฟาสีชมพูในห้องรับแขก  หยิบรีโมทกดเปิดโทรทัศน์หาช่องข่าวทันที

 

เพราะทั้งหมดรู้ดีว่าผู้ใหญ่ไม่ต้องการให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว  และคงไม่บอกอะไรพวกเขามากไปกว่าให้อยู่เป็นเพื่อนชาร์ลีน  หรือดุว่าไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

...การเจรจามีทีท่าไม่ประสบผลสำเร็จค่ะ  จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบเลยค่ะว่าผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ต้องการอะไร  และทันทีที่ยื่นข้อเสนอขอให้ปล่อยตัวประกันบางส่วน  ซึ่งเป็นผู้ป่วยออกมาก่อน  ระเบิดก็ถูกขว้างออกมาทันทีถึงสองลูกติดต่อกันค่ะ.... นักข่าวสาวผมสีดำยาวสลวย  ใบหน้าคม  ในชุดสูท  ถือไมโครโฟนติดตราสำนักข่าว  รายงานด้วยสีหน้าน้ำเสียงเคร่งเครียด  จากบริเวณด้านหลังรถตำรวจหลายสิบคันที่จอดปิดล้อมตึกโรงพยาบาลด้านหน้า

 

...ระเบิดดังกล่าวเป็นอาวุธสงคราม  จึงสันนิษฐานกันว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจมีเป้าหมายอยู่ที่การต่อต้านนโยบายอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างมนุษย์และมนุษย์พิเศษค่ะ... ผู้สื่อข่าวสาวรายงานต่อ  พร้อมกันนั้นริมจอโทรทัศน์ด้านล่างมีตัววิ่งแจ้งรายชื่อตัวประกันที่ติดอยู่ในโรงพยาบาล  โดยมีชื่อโรวีน่าขึ้นเป็นชื่อแรก

 

ขณะวิลเลี่ยมกับออโรร่าเดินมาถึงด้านหลังหมู่โซฟา  ยืนนิ่งฟังข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  ทว่ายิ่งตื่นตะลึงมากกว่ากับภาพข่าวที่ปรากฎต่อมา

 

...เมื่อสักครู่นี้แหล่งข่าวของเราได้เปิดเผยคลิปผู้ก่อการร้ายที่แอบถ่ายมาได้  ด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือก่อนที่เขาจะหลบหนีออกมาได้ค่ะ...

 

ภาพวิดิโอความละเอียดต่ำที่ปรากฎ  เผยให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าพร้อมอาวุธกรูกันเข้ามายังประตูหน้า  แล้วหลังจากเสียงปืนดังขึ้น  ตามด้วยเสียงหวีดร้องของผู้คน  ภาพดังกล่าวก็สั่นไหวพร้อมกับมุมมองที่เปลี่ยนไป  แสดงให้เห็นว่าผู้ที่กำลังถ่ายวิดิโอเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่วิ่งหนีจากหน้าประตูเข้าไปด้านในโรงพยาบาล

 

ไปประตูหลัง!” บุรุษพยาบาลคนหนึ่งร้องบอก  แม้มีเสียงซ่าแทรก  แต่ก็ฟังออกได้ชัดเจน

 

ผู้จับภาพวิ่งตามไปทันทีอย่างไม่ลังเล  สังเกตได้จากมุมกล้องที่สั่นไหวมากขึ้น  และแซงหน้าผ่านคนไปหลายคน  ทว่าชั่วขณะหนึ่งเมื่อไปถึงประตูหลัง  ก่อนที่จะรุดตามคนอื่นหนีออกไป  มุมกล้องหันมายังระเบียงทางเดินทอดยาวกลับไปจับภาพโถงทางเข้าประตูหน้าอีกครั้ง

 

ส่งตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลมา  แล้วจะไม่มีใครเดือดร้อน เสียงตะโกนจากผู้ก่อการร้ายตัวใหญ่ที่สุด  ได้ยินมาไกลถึงประตูหลัง  แม้จะเบาลงบ้างทว่าก็ชัดเจนกว่าเสียงอื่น

 

จากนั้นภาพฉายให้เห็นชายอีกคนเดินแทรกออกมาจากกลุ่มช้าๆ อย่างองอาจ  มือสองข้างไพล่หลัง  ทำให้ชายร่างใหญ่ที่กำลังตะโกนชะงักทันที  ทว่าเสียงของชายคนนี้เบามาก  จนกล้องไม่อาจบันทึกเสียงเขาไว้ได้...

 

แต่ท่าทางของเขาคุ้นตาออโรร่ากับวิลเลี่ยมมาก  เช่นเดียวกับออตโต เจมส์ ลูฟี่  และจิน  ก็รู้สึกคล้ายกับเคยเห็นคนรูปร่างแบบนี้มาก่อน

 

แล้วข้อสงสัยทุกอย่างก็เฉลยชัดแทบจะทันที  เมื่อปรากฎภาพโรวีน่ากับประชาสัมพันธ์สาวสองคนถูกกลุ่มคนร้ายเข้าจับกุม  แล้วพามุ่งหน้ามายังระเบียงทางเดินที่กล้องจับอยู่  มีชายคนดังกล่าวเดินนำหน้า...

 

ชายคนนั้นสวมหมวกโม่ง  ชุดสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า  เผยเพียงใบหน้าช่วงดวงตาที่ไม่มีสิ่งใดปกปิด... 

 

นัยน์ตาสีเทาโหดเหี้ยมไร้แววปราณีที่พวกเขาจำได้  และไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต...

 

โคลิน  โนวาร์ วิลเลี่ยมกัดฟันพึมพำอย่างเจ็บแค้น

 

ภาพสั่นไหวอีกครั้ง  ขณะผู้ถ่ายหันกลับไปเพื่อเร่งฝีเท้าหนีออกไปยังประตู  ก่อนภาพจะถูกตัดไป

...............................……………...................

 

ฉับ!” นิ้วก้อยซ้ายถูกตัดขาดหล่นลงต่อหน้าต่อตา  เลือดแดงฉาดฉานพุ่งกระฉูดกระเด็นถูกชุดกราวสีขาว  และตามทางที่นิ้วสั้นป้อมร่วงหล่นลงไป

 

กรี๊ดดดดดดดดด!!” ตามด้วยเสียงหวีดร้องจากหญิงสาวร่างอ้วน  ผิวคล้ำ  ผมยาวมัดรวบหางม้า  ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายเจ็บปวด  ร่างถูกมัดตรึงอยู่กับเก้าอี้

 

ถ้าแกไม่พูด  ฉันจะตัดนิ้วแกออกทีละนิ้วให้มันกุดให้หมด  เหมือนกับอนาคตหมอของแกที่ต้องกุดไปด้วยเพราะกลายเป็นคนพิการ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า

 

 

มาทิ้งตอนให้ตื่นเต้นกันอีกแล้ว

พักนี้แต่งไม่ค่อยออกค่ะ เลยมาอัพช้า ต้องขออภัยจริงๆนะคะ

แบบว่าทำงานหาเงินอย่างหนัก หลังจากเศรษฐกิจตกต่ำ เฮ้อ...

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น

  1. #1442 chida (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 03:09
    ไม่ได้อ่านมานาน



    สนุกเหมือนเดิมคะ



    จะรอตอนต่อไปนะคะ
    #1442
    0
  2. วันที่ 22 กันยายน 2552 / 18:27
    ยัง รอ รอ รอ สักวันที่ไรเตอร์จามาอัพน่ะจร้า

    ติดตามเสมอ
    #1440
    0
  3. #1430 combattgirl (@combattgirl) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 มกราคม 2552 / 14:26

    คนเขียนหายไปนาน คนอ่านก็หายไปนานพอกัน กลับมาอ่านแล้วนะจ๊ะ

    #1430
    0
  4. #1429 นู๋เด็กแว่น_YRC (@eaam_9) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 มกราคม 2552 / 14:08

    เย้ๆๆ มาอัพแล้ว

    จาช้าหรือเร็ว ขอให้มาอัพบ้างเป็นพอจร้า

    จาเปนกำลังใจให้น่ะ สู้ๆๆ



    #1429
    0
  5. #1427 นู๋เด็กแว่น_YRC (@eaam_9) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 มกราคม 2552 / 19:20

    รีบๆมาอัพน่ะจร้า

    #1427
    0
  6. #1425 cupcake_JA (@cupcake_JA) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2551 / 14:54
    โห ถึงตอนมันส์สสสส อีกแล้ว รีบมาอัพหน่อยนะค่ะ
    ถึงแม้ช่วงนี้จะไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อยเหมือนเมื่อก่อน
    เรียนหนักมากเลยค่ะ
    แต่พี่ก็ยังแต่งได้สนุกเหมือนเดิม....
    ว่างตอนไหน จะเข้ามาอ่านต่อนะค่ะ มาอัพเร็วๆ ด้วย
    หวังว่าครั้งหน้าเข้ามาจะมีตอนให้อ่านเยอะๆ จะได้หายคิดถึง
    แล้วก็หายเครียดจากการสอบนะค่ะ ขอนิดหน่อย จัดให้ด้วย...
    ขอบคุณไว้ล่วงหน้าค่ะ.... สู้ต่อไปนะค่ะ จะตามอ่านไปเรื่อยๆๆ
    #1425
    0
  7. #1424 NATTAPA (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2551 / 15:55
    ว้าว ๆๆ จะถึงไคลแม็กซ์แล้วอ่า

    ดีใจ : ]]



    จะรออ่านนะคะะ
    #1424
    0
  8. #1414 นู๋เด็กแว่น_YRC (@eaam_9) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 19:05

    โห กว่าจามาอัพได้

    แต่ก้อไม่เปนไร มาอัพดีกว่าไม่มา

    นึกว่าหายไปแล้วน่ะเนี่ย

    เราจาเปนกำลังใจให้น่ะจร้า  สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #1414
    0