CLEMENCY

ตอนที่ 8 : โอเอซิส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 เม.ย. 49


“ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติทำงาน” เสียงคอมพิวเตอร์จากมอนิเตอร์ในรถวิลเลี่ยมตอบรับคำสั่ง  เมื่อเขากดปุ่มสีแดงบนแผงบังคับบริเวณพวงมาลัย 

โอเค...อีกสองชั่วโมงถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแน่นอนวิลเลี่ยมสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน  กางเกงขายาวสีดำ  เข็มขัดและรองเท้าหนังสีดำ  หันมาพูดกับออโรร่า  ชาร์ลีนที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม

             “จ๊ะ...แย่จริงๆเลยนะ  วันนี้ฝนตกหนักแต่เช้าเลย  ชาร์ลีนมีสีหน้ากังวล  วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูแขนยาว  กระโปรงสั้นสีดำ  คาดเข็มขัดสีดำเส้นเล็กเก๋  กับรองเท้าคัดชูสีดำ  และมีกระเป๋าสะพายสีดำเข้าชุดกัน

ถ้าไปเครื่องบินชั่วโมงเดียวก็ถึง  แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องอุบัติเหตุในวันฝนตกหนักแบบนี้เจมส์พูด  น้ำเสียงบ่งชัดว่าไม่พอใจกับการเดินทางไกลด้วยรถยนตร์ในวันที่อากาศแย่แบบนี้  เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีม  กางเกงขายาวสีดำ  เข็มขัดและรองเท้าหนังสีดำ

อย่าบ่นน่า  ที่เอารถมาวันนี้เนี่ยมันอยู่ในแผนโฆษณาของฉัน  ถ้ายอดขายรถรุ่นใหม่นี่พุ่งขึ้น  ฉันจะได้เอาเงินไปคิดค้นรถถังรุ่นใหม่ให้บริษัทนายไง  วิลเลี่ยมตอบ 

ทั้งหมดอยู่ในรถสปอตหรูสีแดงทรงเรียว  ที่ออกแบบมาให้สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 300 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลาเพียงสามวินาที  มีสี่ประตูเวลาเปิดจะยกขึ้นเหมือนปีก  ที่สำคัญเป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

โห! พวกเธอมีธุรกิจส่วนตัวกันด้วย  ออโรร่าทึ่งจัด  ดวงตาสีน้ำตาลเบิ่งโต  เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าน้ำทะเล  กระโปรงสั้นสีดำ  คาดเข็มขัดและสวมรองเท้ารัดส้นสีดำ

จ๊ะวิลกับเจมส์น่ะเป็นนักธุรกิจรุ่นเยาว์ที่เก่งมาก  วิลเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตยานยนตร์  ส่วนเจมส์เป็นเจ้าของธุรกิจยุทธภัณฑ์ทางทหาร  แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันดูแลธุรกิจโกโก้และเครื่องดื่มของตระกูลเฮอร์เรียตชาร์ลีนบอก  ยิ่งทำให้ออโรร่าทึ่งมากขึ้นอีก

เว่อร์น่าเราสองคนทำอะไรได้ขนาดนั้นลำพังซะเมื่อไหร่  ก็แค่ถูกใส่ชื่อให้เป็นรองประธานบริษัท  ช่วยคิดค้นอะไรนิดๆหน่อยๆ  คนที่ทำจริงๆน่ะเป็นแม่กับพวกอาต่างหากวิลเลี่ยมพูดอย่างรำคาญ

น่าทึ่ง...ฉันแค่เรียนกับทำงานพิเศษที่ร้านเบอร์เกอร์ก็เหนื่อยแย่แล้วออโรร่าบอกพลางยิ้ม  คิดถึงวันเวลาที่โลก  ฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้ลำบาก  เธอยินดีเหนื่อยยากทำงานพิเศษเองเพื่อเก็บออมเงินซื้อของที่อยากได้  ซึ่งมันทำให้สิ่งของเหล่านั้นมีคุณค่ายิ่งขึ้น  แล้วยังได้ประสบการณ์  ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต  และรู้จักผู้คนมากขึ้น

อืม...จะว่าไปที่เราทำมันก็คล้ายกับที่เธอทำงานพิเศษแหละ  พวกผู้ใหญ่ไม่ได้ปล่อยให้เราทำเต็มตัวหรอก  เราแค่เสนอไอเดียใหม่ๆเข้าไปเท่านั้นเองวิลเลี่ยมพูด

อย่างเช่นการทดลองให้รถขับอัตโนมัติในวันที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าแบบนี้เจมส์ประชด

นายจะหาเรื่องต่อยกับฉันเพื่อฆ่าเวลาก่อนถึงใช่มั้ยวิลเลี่ยมหันไปว่าเจมส์  เขาชักโมโหขึ้นมาแล้ว 

แต่เจมส์ไม่คิดอยากต่อยกับวิลเลี่ยมอย่างที่ถูกท้า  เขาหันกลับไปค้นหาหนังสือที่ช่องเก็บของหน้ารถ  แล้วนั่งอ่านโดยไม่สนใจใครอีกต่อไป

เออให้มันได้อย่างงี้ซิ  วิลเลี่ยมหมดอารมณ์โมโห  ทำได้แค่ถลึงตาจ้องพยายามสะกดอารมณ์  ขณะอีกฝ่ายหันไปสนใจแต่หนังสือ  หน้าเฉยเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

ฉันถามอะไรหน่อยได้มั้ยออโรร่าชวนคุยต่อ

เธอนี่ขี้สงสัยซะจริงวิลเลี่ยมพูดเสียงกระแทก  ด้วยอารมณ์ยังกรุ่นๆอยู่

ถ้าต้องมาอยู่ในมิติอื่นอย่างฉัน เธอคงมีอะไรสงสัยเยอะแยะเหมือนกันแหละออโรร่าพูดอย่างหงุดหงิด  เจอวิลเลี่ยมพูดแบบนี้เข้าเธอก็ชักไม่อยากถามอะไรแล้ว  แต่อยากต่อยปากไอ้หมอนี่มากกว่า! 

เขารู้ตัวบ้างมั้ยเนี่ยว่าตัวเองเป็นคนที่กวนประสาทขนาดไหนออโรร่าคิดอย่างขุ่นเคือง  พลางจ้องวิลเลี่ยมด้วยความไม่พอใจ  แต่ก็เก็บอารมณ์เอาไว้  มันจึงแสดงออกมาทางสายตาเพียงเล็กน้อยจนไม่มีใครสังเกต

เอ้า  เธอมีอะไรอยากถามก็ว่ามาซิวิลเลี่ยมเห็นออโรร่านิ่งไปนาน  จึงเป็นฝ่ายเริ่ม

นี่เราจะไปไหนกัน  ออโรร่าพูดซื่อๆ

วิลเลี่ยมหันไปจ้องชาร์ลีนด้วยสายตาตำหนิทันที

อุ๊ย!ตายจริง...ขอโทษจ๊ะชาร์ลีนอุทาน  ยิ้มเจื่อน  สีหน้าสำนึกผิด  ด้วยความฉุกละหุกรีบร้อนเมื่อเช้า  ทำให้เธอลืมที่จะบอกออโรร่า

เธออายุ 18 เหมือนเรา  เพราะงั้นก็ต้องเข้าเรียนปีหนึ่งเหมือนกัน  วันนี้พวกเราจะไปสมัครเรียนกันที่มหาวิทยาลัยโอเอซิส  แต่จะว่าไปก็ไม่เชิงสมัครหรอก  เป็นการไปมอบตัวยืนยันว่าจะเข้าเรียนมากกว่า  เพราะลงชื่อกันไปแล้วทางอินเตอร์เนต  วิลเลี่ยมอธิบาย 

ออโรร่าหันควับไปมองหน้าชาร์ลีนทันที  ด้วยสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยคำถามและความกังวล

ไม่ต้องห่วงจ๊ะ  เธอมาถึงวันสุดท้ายของกำหนดการลงทะเบียนพอดี  คุณพ่อจัดการลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ตให้ว่าเธอเป็นนิสิตจากต่างประเทศเรียบร้อยชาร์ลีนบอกพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ช่วยคลายความกังวล

มหาวิทยาลัยโอเอซิสอยู่ในเมืองฟลานเดอร์  เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนอย่างไม่จำกัดเผ่าพันธุ์  นี่แหละสถานที่ที่ฉันเคยจะบอกว่ามันเป็นหนึ่งที่มีอยู่ไม่มากที่มนุษย์กับมนุษย์พิเศษสามารถอยู่ร่วมกันได้วิลเลี่ยมเล่าต่อ 

โอเอซิสเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของคลีเมนซีเลยจ๊ะ  มีมาตรฐานการสอนดีเยี่ยม  เข้าง่ายมากแค่ลงทะเบียนสมัครทางอินเตอร์เนต  แต่...จบยากสุดๆ  ชาร์ลีนพูด  น้ำเสียงในประโยคหลังของเธอบ่งบอกชัดเจนถึงความไม่มั่นใจ

อะไร  นี่แค่วันสมัครเธอถอดใจแล้ว  วิลเลี่ยมแซว

แหม...จะไม่ให้กลัวได้ไงจ๊ะ  ถ้าตกแม้แต่วิชาเดียวก็โดนไล่ออกเลยนะชาร์ลีนพูดหน้าตื่น  นัยน์ตาสีฟ้าเบิ่งกว้างตื่นตระหนก  ประหนึ่งว่าเธอเพิ่งออกจากห้องสอบและทำข้อสอบไม่ได้เลยซักข้อเดียว

ไม่เห็นต้องกังวลถ้าเธอตั้งใจเรียน  เจมส์เงยหน้าจากหนังสือหันไปพูดกับชาร์ลีน  คำพูดประโยคสั้นๆของเขาทำให้ความกังวลของชาร์ลีนสงบลงได้ทันที

ขอบใจมากจ๊ะเจมส์ชาร์ลีนยิ้มได้อีกครั้ง

ผ่านภูมิประเทศหลากหลาย  ทั้งทุ่งปศุสัตว์  ทางตัดผ่านช่องเขา  ชนบท  ไร่นาสวนผลไม้  ในที่สุดก็ใกล้ถึงที่หมาย  

ทิวผาหินตั้งสูงตะหง่านทอดยาวทั้งสองฟากไปจนสุดสายตาดุจกำแพงขนาดมหึมา  ถนนเจาะผ่านเข้าไปเป็นอุโมงค์  ทางเข้ามีป้ายหินสลักว่า ยินดีต้อนรับสู่เมืองฟลานเดอร์

“ยกเลิกระบบขับอัตโนมัติ เสียงคอมพิวเตอร์ดังขึ้นอีก  วิลเลี่ยมเปลี่ยนมาขับเอง  เขาเปิดไฟหน้ารถเมื่อขับเข้าไปในอุโมงค์  แต่ภายในอุโมงค์ก็ไม่ได้มืดมิดมีแสงไฟสว่างตลอดทาง 

ผ่านอุโมงค์ออกมาก็พบภูมิประเทศที่แตกต่างจากทางที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง  คือทะเลทรายกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา  มีถนนเพียงเส้นเดียวทอดยาวตรงไปข้างหน้า 

รู้แล้วว่าทำไมถึงชื่อมหาวิทยาลัยโอเอซิส  ออโรร่าพึมพำเบาๆ  แต่ภายในรถที่เงียบสนิทก็ดังพอจนทุกคนได้ยิน

ใช่จ๊ะ  อย่างที่คิดนั่นแหละ  มหาวิทยาลัยถูกสร้างขึ้นที่โอเอซิสที่มีเพียงแห่งเดียวของเมืองฟลานเดอร์ชาร์ลีนพูด    

งั้นเมืองนี้ก็เป็นเมืองทะเลทราย?ออโรร่าถาม

จ๊ะ...หกสิบกว่าปีก่อนที่มหาวิทยาลัยจะสร้างขึ้น  เมืองฟลานเดอร์ที่อาณาเขตทั้งหมดเป็นทะเลทรายมีประชากรอยู่น้อยมาก  ไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำ  ทั้งหมดอยู่กันที่โอเอซิสนั่นแหละจ๊ะชาร์ลีนอธิบาย  แล้วอยู่ๆรถก็ชลอตัวช้าลงและหยุดจอดทั้งที่ยังไม่ถึงที่หมาย

เอ๊ะ! ยังไม่ถึงเลยนี่  หยุดรถทำไมจ๊ะวิล

วิลเลี่ยมไม่ตอบ  เขากำลังมองออกไปนอกรถด้วยความสนใจ

รถเสียออโรร่าที่มองตามสายตาวิลเลี่ยมไปตอบแทน  เธอเห็นมนุษย์หมีแพนด้าร่างอ้วนใส่สูทสีดำยืนอยู่ข้างหน้ารถยนตร์เก่าสีเทา  เขากำลังมองไปที่กระโปรงหน้ารถที่มีมนุษย์หมีสีน้ำตาลผอมสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นกางเกงขายาวสีดำมุดหัวอยู่กำลังพยายามซ่อมรถ

วิลเลี่ยมลงจากรถ  ไอร้อนระอุจากเปลวแดด  และบรรยากาศแห้งแล้งเต็มไปด้วยฝุ่นจากผืนทรายสัมผัสผิวกาย  เขาเดินตรงเข้าไปหามนุษย์หมีทั้งสองช้าๆ

ให้ผมช่วยมั้ยครับวิลเลี่ยมยื่นไมตรีพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร  แต่เขาก็ระมัดระวังตัวโดยหยุดยืนรักษาระยะห่างจากพวกมนุษย์หมีไว้

มนุษย์หมีทั้งสองหันมาพร้อมกัน  สายตาที่พวกเขามองมาบอกให้รู้ชัดว่าพวกเขาไม่ไว้วางใจวิลเลี่ยมเช่นกัน 

ขอบคุณครับ  แต่ผมคิดว่าคุณคงช่วยอะไรไม่ได้มนุษย์หมีสีน้ำตาลพูดเสียงเย็นชา  เขามีรอยเหี่ยวย่นและตีนกาเล็กน้อยรอบดวงตา  บ่งว่าเขาเป็นมนุษย์หมีสูงวัย  แล้วเขาก็กลับก้มลงไปที่กระโปรงรถอีก

แม้เป็นคำตอบที่ตัดเยื่อใยสิ้น  แต่วิลเลี่ยมไม่ยอมแพ้  ความมีน้ำใจของเขาจะต้องไม่พังทลายลงง่ายๆเพียงเพราะความแตกต่างทางเผ่าพันธุ์

ยังไงก็ให้ผมลองดูหน่อยเถอะครับวิลเลี่ยมเดินเข้าไปดูเครื่องยนตร์ที่กระโปรงหน้ารถทันทีโดยไม่รอคำตอบ 

มนุษย์หมีสีน้ำตาลถอยมายืนดูอยู่ห่างๆข้างกันกับมนุษย์หมีแพนด้า  เจมส์ลงจากรถด้วยแล้วเดินไปยืนข้างวิลเลี่ยม  สายตาจับจ้องที่มนุษย์หมีทั้งสองเพื่อระมัดระวังอันตราย  ครู่เดียววิลเลี่ยมก็เงยหน้าขึ้นมา

หม้อน้ำรั่วน่ะครับวิลเลี่ยมพูดสุภาพ

เฮ้อ! แย่จริง...กลางทะเลทรายแบบนี้จะหาช่างซ่อมได้ที่ไหน  ยิ่งกำลังรีบอยู่ด้วยมนุษย์หมีสีน้ำตาลถอนหายใจพลางส่ายหน้าช้าๆ   น้ำเสียงท้อแท้

ผมเรียกช่างมาซ่อมให้ได้  แต่กว่าจะมาถึงและซ่อมเสร็จคงกินเวลาหลายชั่วโมงวิลเลี่ยมบอก 

ขอบคุณครับ  ขอบคุณมากจริงๆ  คุณช่างเป็นมนุษย์ที่น้ำใจประเสริฐ  เอ่อ...แล้วผมก็ต้องขอโทษด้วยที่หวาดระแวงคุณในตอนแรกมนุษย์หมีสีน้ำตาลพูดแววตาซาบซึ้ง แต่ยังไงก็คงไม่ทันอยู่ดีแหละครับมนุษย์หมีสีน้ำตาลโอบไหล่มนุษย์หมีแพนด้าและตบเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ  ขณะที่ดวงตาของมนุษย์หมีแพนด้าเริ่มมีน้ำตาคลอ

คุณแพนด้ากำลังจะไปมหาวิทยาลัยโอเอซิสใช่มั้ยครับ  ถ้ายังไงไปรถผมก็ได้  ส่วนคุณรออยู่ที่นี่  เดี๋ยวผมจะโทรบอกช่างมาซ่อมรถให้  เสร็จแล้วคุณค่อยตามไปวิลเลี่ยมพูดกับมนุษย์หมีสีน้ำตาล

เอ๋! คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะไปโอเอซิสมนุษย์หมีแพนด้าพูดอย่างประหลาดใจ

คู่มือนิสิตเจมส์ตอบ  พลางทอดสายตามองหนังสือในมือมนุษย์แพนด้า

อ้อ! จริงสิมนุษย์แพนด้านึกขึ้นได้ว่าถือหนังสือคู่มืออยู่  เขายกมันขึ้นมาจ้องตรงหน้า  มือซ้ายเกาหัวพลางยิ้มเขิน

ว่าไงปิงซานเธอไปกับพวกเขาได้ไหมมนุษย์หมีสีน้ำตาลถามมนุษย์แพนด้า

คงต้องอย่างนั้นแหละครับ  มนุษย์หมีแพนด้าตอบ

งั้นก็รีบกันเถอะครับ  นี่นามบัตรผม  เดี๋ยวพอช่างมาคุณยื่นบัตรนี่ให้พวกเขานะครับวิลเลี่ยมพูดกับมนุษย์หมีสีน้ำตาล  พลางหยิบนามบัตรจากกระเป๋าหนังสีดำที่ดึงออกมาจากกระเป๋าหลังกางเกงยื่นให้

ไปกันเถอะครับเขาหันไปบอกมนุษย์แพนด้า  และเดินนำขึ้นรถไป  เมื่อขึ้นรถแล้วก็โทรตามช่างซ่อมรถ 

มนุษย์แพนด้าขึ้นมานั่งด้านหลังถัดจากชาร์ลีน สวัสดีครับ ผม จิน  ปิงซาน  ยินดีที่ได้รู้จักครับเขาแนะนำตัวกับสองสาวอย่างสุภาพ

ยินดีเช่นกันจ๊ะ  แต่เรารุ่นเดียวกันนะ  ไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นหรอก  ชาร์ลีนพูดอย่างยิ้มแย้ม  เอ้อ..ฉัน ชาร์ลีน  โรห์ดอน  นี่ ออโรร่า  เบลล์  นั่น เจมส์กับวิลเลี่ยม  เฮอร์เรียตจ๊ะชาร์ลีนแนะนำทุกคน

ห๊า! เฮอร์เรียตเหรอฮะจินพูดเสียงตื่นเต้น สุดยอด!พวกคุณเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ผมรู้จัก  แล้วพวกคุณก็มีชื่อเสียงมากเลย  แถมยังมีน้ำใจอีก  ผมนี่โชคดีจริงๆ

ไม่ขนาดนั้นหรอก  ฉันว่าชื่อเสียงนายก็ใช่เล่นนะ  ไม่นึกเลยว่าจะใช้ชื่อจริงวิลเลี่ยมเปลี่ยนให้รถขับอัตโนมัติ  แล้วหันมาร่วมสนทนา

อะไรเหรอจ๊ะวิลชาร์ลีนถามสีหน้างงงวย

อ้อเธอไม่ชอบเล่นเน็ต  เลยไม่รู้จักซินะ จิน ปิงซาน เป็นหนึ่งในทีมเวปมาสเตอร์ของเวปไซด์ Never Unknown น่ะวิลเลี่ยมบอก

เวปที่ตอบปัญหาทุกอย่างที่สงสัยได้อย่างถูกต้องแม่นยำเจมส์อธิบายเพิ่ม

แปลกแฮะนายใช้คอมแทบไม่เป็นด้วยซ้ำ  รู้จักได้ไง?” วิลเลี่ยมแสร้งถามตีสีหน้าแปลกใจ  เจมส์มองค้อนวิลเลี่ยมนิดหนึ่งแต่ไม่ตอบอะไร

เอ้อ...นายมาจากไหนเหรอ?” วิลเลี่ยมหันไปคุยกับจินต่อ

สมาพันธรัฐเชเนเซียฮะจินตอบ

แล้วเธอเลือกเรียนคณะไหนจ๊ะ?” ชาร์ลีนช่วยสัมภาษณ์เพื่อนใหม่ด้วยความสนใจยิ่ง

คณะการบริหารและการปกครองฮะจินตอบอย่างร่าเริง

ดีจังคณะเดียวกับพวกเราเลยชาร์ลีนพูดสีหน้ายิ้มแย้ม

โอ๊ะ! ถึงแล้วฮะจินชี้นิ้ว  มองตรงไปข้างหน้า  ทุกคนมองตาม

ทางข้างหน้าอีกไม่ไกลมีซุ้มประตูที่เจาะผ่านต้นไม้ใหญ่เข้าไป  ด้านบนมีป้ายหินอ่อนขนาดมหึมาสลักคำว่า มหาวิทยาลัยโอเอซิสสีเขียวมรกต

มหาวิทยาลัยโอเอซิสไม่มีรั้วกั้นแบ่งเขต  แต่สภาพแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับทะเลทรายแห้งแล้งร้อนระอุภายนอกทำให้รู้ได้ว่าอยู่ภายในเขตมหาวิทยาลัยแล้ว  เพราะมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นอยู่ทั่วไปแม้พื้นจะยังคงเป็นพื้นทรายก็ตาม

ถึงลานจอดรถหน้าอาคารหอประชุมสีขาวที่กว้างขวางจอดรถได้หลายร้อยคัน  แต่กลับมีรถจอดอยู่ไม่ถึงสิบคัน  และทุกคันจอดหลบมุมใต้ต้นไม้ใหญ่ 

ทว่าวิลเลี่ยมเลือกจอดรถบริเวณหน้าลานริมทางเดิน  ซึ่งเป็นจุดที่โล่งแจ้งที่สุด  และเป็นไปตามจุดประสงค์เพื่อโฆษณารถใหม่ของเขา  เพียงแค่รถเคลื่อนที่เข้ามาในลานก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนนับร้อยทันที

หึ หึ ยังไม่หมดนะ!” วิลเลี่ยมยิ้ม  พลางหัวเราะในลำคออย่างภูมิใจ 

เมื่อทุกคนลงจากรถ  เขากดรีโมท  ไฟหน้ารถทั้งสองที่เมื่อไม่ใช้งานจะเนียนเรียบกับตัวรถ  เปิดขึ้นเหมือนดวงตาแปรสภาพเป็นเครื่องฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติ  ปรากฎภาพพริตตี้สาวสองคนในชุดสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น  พวกเธอเหมือนจริงมากจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเพียงภาพโฮโลแกรม  พริตตี้ทั้งสองทำหน้าที่โฆษณารถทันที

PE403  รถสปอตรุ่นใหม่จากเปกาซัส  หรูหรามีระดับ  สะดวกสบาย  มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดพริตตี้ผมทองซอยสั้นพูดเสียงกังวานเรียกความสนใจ 

ออโรร่ามองไปที่หน้ารถ  และเพิ่งสังเกตว่ามีโลโก้ม้าบินสีเงินอยู่

เทคโนโลยีเหนือระดับ  ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติค่ะ!” พริตตี้ผมยาวสีชมพูพูดต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นชวนติดตาม  แล้วพวกเธอทั้งสองก็ผายมือไปที่รถพร้อมกับโพสท่าเซ็กซี่ดึงดูดให้ทุกสายตามองตาม  จึงทำให้รอบรถมีคนมามุงดูเต็มไปหมด

เสียงดนตรีโทรศัพท์มือถือของวิลเลี่ยมดัง นายอยู่ไหน  อืม...โอเคเจอกันที่สระหลังหอประชุมวิลเลี่ยมวางสาย ออตโตถึงแล้ว  เราไปกันเถอะเขาบอกทุกคน  แล้วเดินนำออกไปจากกลุ่มชนที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  พอใจในแผนโฆษณาที่ดีเกินคาด

ด้านหลังหอประชุมเป็นสวนร่มรื่น  หน้าสวนคือลานกว้าง ตรงกลางมีสระน้ำกลมที่มีรูปปั้นปลาโลมาสีดำหลายตัวพ่นน้ำ 

เฮ้!” ชายผิวเข้ม  ผมสั้นสีแดงติดหนังศีรษะ  สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาอ่อน  กางเกงขายาวสีดำ  ตะโกนพลางโบกมือเรียก  เขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนมากมายรอบสระที่ยึดเอาจุดนี้เป็นจุดนัดพบกับเพื่อนเช่นกัน  แต่ถึงไม่โบกมือเรียกก็เห็นตัวเขาได้ไม่ยาก  เนื่องจากรูปร่างที่กำยำสูงใหญ่กว่าคนทั่วไป

มาถึงนานยังจ๊ะออตโต  ชาร์ลีนถามสีหน้ายิ้มแย้ม

ไม่...เพิ่งถึงเหมือนกัน  โอ้! นี่เพื่อนใหม่  ออตโต  เบลมอท  ยินดีๆ  ออตโตจับมือออโรร่า   และจินเขย่าพร้อมกัน

จิน  ปิงซานฮะจินกุมมือตอบออตโตพลางยิ้ม

ออโรร่า  เบลล์ออโรร่ายิ้มรับ

ทีนี้ก็มีผู้หญิงสวยๆในกลุ่มเราบ้างแล้วล่ะนะ  ฮ่าๆๆออตโตหัวเราะเสียงดัง

อะไรกันจ๊ะ  พูดงี้หมายความว่าฉันไม่สวยงั้นซิชาร์ลีนแกล้งทำค้อน

ไม่ใช่ๆ  ฉันหมายความว่ามีมาเพิ่มนะออตโตพูดอย่างร่าเริง

เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อทีหลัง  เรารีบไปสมัครกันให้เรียบร้อยก่อนเถอะวิลเลี่ยมตัดบท

ออโรร่าไปกับจินที่ประตูสองสำหรับนิสิตต่างประเทศนะจ๊ะ  เสร็จแล้วเรามาเจอกันที่นี่  ชาร์ลีนบอกออโรร่า  แล้วแยกไปกับสองพี่น้องเฮอร์เรียต

ออโรร่ากับจินเข้าประตูสองของหอประชุมซึ่งอยู่ด้านข้าง  เข้ามาในโถงทางเข้าหน้าบันไดที่พื้นปูพรมสีเขียวเข้มทั้งหมด  การตกแต่งในนี้ไม่ว่าจะเป็นผนัง  บันได  หรือนาฬิกาลูกตุ้มแบบโบราณที่ตั้งอยู่หน้าประตูทุกอย่างแกะสลักอย่างสวยงามและทำจากไม้ทั้งสิ้น 

ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง  เมื่อมาถึงก็เห็นคนยืนออกันอยู่มากมายที่ลานกว้างชั้นบนสุดของขั้นบันได  มีเจ้าหน้าที่หญิงใส่ชุดฟอร์มสูทสีเขียวเข้มสองคนยืนถือโทรโข่งพูดบอกว่าพวกเขาต้องทำอย่างไรบ้าง

เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว  จะแบ่งเป็นแถวนะคะ  คุณลงทะเบียนไว้คณะไหนให้เข้าแถวคณะนั้น  และกรุณาเตรียมไอดีการ์ดเอาไว้ให้พร้อมด้วยค่ะ

ได้ยินดังนั้นออโรร่ากับจินเดินเข้าประตูไป  บริเวณนี้มีฝูงชนอยู่หนาแน่น  ทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษเบียดเสียดยัดเยียดเดินเข้าประตูเลื่อนที่มีอยู่เพียงสามบานเท่านั้น  จินดูแลออโรร่าอย่างดีเขาคอยกันเธอจากการถูกเบียด ในที่สุดทั้งสองก็หลุดเข้าประตูมาอยู่ในหอประชุมที่กว้างขวาง

โห...ข้างในนี่กว้างจะตาย  แต่ประตูแคบจังออโรร่าบ่นพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนใบหน้า

ประตูไม่แคบหรอกฮะ  แต่มีคนเยอะซะจนประตูดูแคบไปมากกว่าจินบอก  สายตามองไปที่ประตู

อืม...นั่นซิ  แล้วเราต้องเข้าแถวไหนออโรร่าหันไปกวาดตามองแต่ละแถวที่เริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ

นั่นไงฮะ  แถวสองจากซ้ายสุดนั่น  ไปกันเถอะฮะจินเดินนำไปยังแถวซึ่งมีป้ายไม้แขวนห้อยจากเพดานลงมามีข้อความสีแดงว่า คณะการบริหารและการปกครองซึ่งเป็นแถวที่มีคิวยาวมากที่สุด

คณะนี้ดังมากเหรอออโรร่าตั้งข้อสังเกต  เมื่อหลังจากเธอกับจินเข้าคิวแถวยังยาวขึ้นเรื่อยๆ  และยาวกว่าแถวคณะอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ฮะ..มหาลัยก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว  คณะการบริหารและการปกครองนี่เป็นคณะแรกๆที่มีขึ้นตั้งแต่ก่อตั้งมหาลัย  ผลิตบุคลากรคุณภาพมากมายออกไปทั่วคลีเมนซี  ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจบจากที่นี่กันทั้งนั้นฮะจินอธิบาย 

เขายังเล่าเสริมอีกว่ามหาวิทยาลัยโอเอซิสเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ตั้งขึ้นเพื่อให้มนุษย์และมนุษย์พิเศษสามารถเรียนร่วมกัน  โดยกษัตริย์ฮาโรลด์ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ก่อนหน้านี้  พระองค์มีพระราชดำริริเริ่มในเรื่องความเสมอภาคปรองดองกันระหว่างมนุษย์และมนุษย์พิเศษ

จากนั้นทั้งสองไม่มีโอกาสได้คุยกันอีก  เพราะออโรร่ามาถึงหัวแถว  เจ้าหน้าที่ขอไอดีการ์ดและสอดมันเข้าไปในช่องที่หน้าซุ้มโค้งสีดำขนาดใหญ่  เมื่อไฟสีเขียวปรากฏขึ้นเหนือช่องเสียบบัตร  เจ้าหน้าที่ให้เธอเข้าไปยืนในซุ้มนั้น  มันคือเครื่องสแกนขนาดใหญ่ทำหน้าที่ถ่ายรูปด้านหน้า  หลัง  วัดสัดส่วน  ส่วนสูง  ชั่งน้ำหนัก  ผ่านไปหลายนาทีสัญญาณติ๊ดดังขึ้นบอกว่าเสร็จขั้นตอนนี้  เจ้าหน้าที่อีกคนซึ่งอยู่อีกด้านของซุ้มรับไอดีการ์ดที่ผ่านออกมาทางช่อง  พาเธอออกจากเครื่องสแกนพร้อมกับยื่นไอดีการ์ดคืน 

ออโรร่ามองไอดีการ์ดที่รับคืนมา  ตอนนี้บนไอดีการ์ดสีเงินที่เดิมมีชื่อเธอสลักเป็นอักษรนูนกับบรรทัดล่างสลักบ้านเลขที่  สถานที่นั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นคำว่า Oasis University ถัดไปอีกบรรทัดเป็นเลขประจำตัวนิสิตเก้าหลัก  แล้วเจ้าหน้าที่พาเธอไปนั่งที่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ 

เจ้าหน้าที่ประจำคอมฯกำลังสั่งปริ๊นกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้ นี่ครับ...เดี๋ยวคุณไปนั่งข้างหลังนะ  แล้วตรวจดูข้อมูลทุกอย่างให้ถูกต้อง  ถ้าเรียบร้อยแล้วก็นำใบนี้ให้เจ้าหน้าที่ตรงทางออกประทับตรา  และเก็บไว้เป็นหลักฐานนะครับ  แต่ถ้ามีอะไรต้องแก้ไขก็ไปที่โต๊ะหลังสุดเลยครับเจ้าหน้าที่หนุ่มในชุดสูทสีเขียวเข้มอธิบาย 

ออโรร่ารับกระดาษมาและเดินไปนั่งที่โซฟาสีเขียวอ่อนตัวหนึ่งในสี่ตัวซึ่งจัดวางไว้อย่างสวยงาม  โดยมีโต๊ะกระจกสีเขียวใสสี่เหลี่ยมวางไว้ตรงกลาง 

กระดาษแผ่นนั้นคือข้อมูลทั้งหมดของเธอ  มีประวัติตั้งแต่เกิดจนถึงจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย เกิดในเมืองมิวส์?  ประเทศฟาร่า? จบชั้นประถมจากโรงเรียนลิเวียร่า?  ชั้นมัธยมปลายจากบอนเดอริก?  นี่มันอะไรกัน? ออโรร่ามองข้อมูลเหล่านั้นพลางขมวดคิ้ว  เธอไม่ใช่คนมิตินี้  ข้อมูลพวกนี้มาจากไหนกัน! 

แล้วออโรร่าก็นึกขึ้นได้ว่าข้อมูลเหล่านี้พวกโรห์ดอนคงใส่ให้ตอนทำไอดีการ์ด  จึงโทรถามชาร์ลีน  อ่านข้อมูลให้ฟังเพื่อเช็คความถูกต้อง  แต่ก็ไม่มีอะไรผิดพลาด

ครู่ต่อมาจินตามออกมา ข้อมูลของเขาถูกต้องเช่นกัน  ทั้งคู่เดินออกไปพร้อมกัน  ทางลงด้านหลังออกมายังน้ำพุที่นัดพบกันพอดี

ไปหาอะไรกินกันเหอะ  ออกมาตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยออตโตบ่นพลางลูบท้องที่มีเสียงดังโครกคราก

คงต้องรีบหน่อยล่ะ  ไม่งั้นนายตกรถไฟรอบบ่ายโมงแน่วิลเลี่ยมมองนาฬิกา  เวลาขณะนี้คือสิบเอ็ดโมงสิบห้านาที

ถ้างั้นผมต้องขอตัวก่อนนะฮะ  ไม่แน่ใจว่าคุณหวังมาถึงรึยังจินพูด  พลางทำท่าจะออกเดินจากไป

เขายังไม่มาหรอก  รถมันเสียหนักกว่าที่เห็นน่ะ  เมื่อกี้ฉันเพิ่งโทรไปถามช่าง  ยังซ่อมกันอยู่เลยวิลเลี่ยมบอก

ระหว่างรอทานข้าวด้วยกันก่อนซิจ๊ะจินชาร์ลีนชวน

พวกเขาไปทานข้าวที่โรงอาหารซึ่งไม่ไกลจากอาคารหอประชุม  มันเป็นโรงอาหารติดแอร์สำหรับนิสิตและพนักงานที่ราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ  เมื่อชาร์ลีนรับสเต็คจานยักษ์มา (ซึ่งเธอบ่นว่าคงกินไม่หมดแน่) เธอจ่ายไปแค่สี่สิบมาซเท่านั้น  และสำหรับคนกินจุอย่างออตโตและจินที่ปกติต้องกินถึงสองจานพวกเขาก็กินกันจานเดียวอิ่ม  ไม่เพียงปริมาณมากและราคาถูกเท่านั้นรสชาติก็ยอดเยี่ยม  จนทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าเปิดเทอมแล้วต้องมากินที่นี่ทุกวัน

เที่ยงครึ่งแล้ว  เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่สถานีรถไฟนะออตโต  คงทันเวลารถไฟมาพอดีวิลเลี่ยมพูดเมื่อทุกคนอิ่มกันแล้วและพากันลุกขึ้น

ที่ลานจอดรถฝูงชนยังคงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าไปดูสองสาวพริตตี้โฆษณารถ  และหนึ่งในจำนวนนั้นก็รวมถึงพวกคอร์เนอร์ 

เอ็ดมันด์มากับกลุ่มเพื่อนชายห้าคนและบอดี้การ์ดสามคนในชุดสูทสีแดงเลือดหมูยืนสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง  เมื่อเห็นว่ารถคันดังกล่าวที่กำลังเป็นเป้าความสนใจคือรถยี่ห้อเปกาซัสซึ่งเป็นบริษัทของวิลเลี่ยม  พวกเขาก็เริ่มก่อกวน  โดยขับไล่ผู้ที่มามุงดูออกไปหมด  ถ้าหากผู้มามุงดูเป็นพวกมนุษย์พิเศษก็ถึงขนาดขว้างปาก้อนหินใส่ด่าทอไล่  และปิดท้ายสมบูรณ์แบบด้วยการขว้างก้อนหินใส่ไฟหน้ารถที่เป็นเครื่องฉายภาพโฮโลแกรมสองสาวพริตตี้แตกละเอียด

วิลเลี่ยมทันเห็นพอดี  เขาโมโหมาก  นัยน์ตาสีน้ำเงินวาวโรจน์โกรธจัด  เดินปรี่เข้าไปอย่างเร็วตรงไปหาพวกเอ็ดมันด์ทันที  แต่ออโรร่าขวางทางไว้

ถอยไป !” วิลเลี่ยมพูดเสียงดุดัน  ดวงตาสีน้ำเงินโชนแสง  แต่ออโรร่ายังคงไม่ถอย

นั่นสิ! เธอหลีกไปเถอะ พวกคอร์เนอร์มันต้องโดนสั่งสอนซะบ้างออตโตสนับสนุน

ฉันรู้...แต่ที่ห้ามเพราะเธอ..ออตโต  ถ้ามีเรื่องกันตอนนี้ไปไม่ทันรถไฟแน่ออโรร่าพูดกับออตโตอย่างจริงจัง 

ออตโตนึกได้  เขาเปลี่ยนท่าทีทันใด เออ...ไปเถอะวิลเลี่ยม  วันนี้ปล่อยพวกมันไปซักวัน  เขาพูดพลางดึงแขนวิลเลี่ยมให้ถอยห่าง 

แต่สายไปแล้ว  ตอนนี้ฝูงชนสลายไปหมด  เหลือเพียงพวกคอร์เนอร์และวิลเลี่ยมเผชิญหน้ากันเท่านั้น!!

...............................……………...................

 

นี่นายกะจะมีเรื่องอีกแล้วเหรอวิลเลี่ยม ฉันถามเสียงหงุดหงิด  คิดถึงตอนที่ต้องมาเขียนบรรยายบทบู๊...ก็มันง่ายซะเมื่อไหร่ล่ะ

ถ้าเป็นเธอรถใหม่ถูกเขวี้ยงก้อนหินไฟหน้าแตกจะโมโหมั้ยล่ะ เจ้าวิลเลี่ยม  ตัวละครจอมหาเรื่อง  ถามฉันกลับน้ำเสียงยียวน

เออ... ฉันได้แต่อึกอัก...จริงของมัน  เป็นใครก็ต้องโมโห อ้าว...จะไปแล้วเหรอ

การสัมภาษณ์ตัวละครจบลง  วิลเลี่ยมเดินจากไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด  พลางชกกำปั้นขวาแรงๆกับฝ่ามือซ้าย

 

จะบู๊กันแหลกหรือไม่ติดตามกันต่อเสาร์หน้านะคะ

อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  ช่วยกันโพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ  ขอบคุณค่ะ J

PS. อยากให้สัมภาษณ์ตัวละครตัวไหน  โพสบอกไว้นะคะ  จะเขียนบทสัมภาษณ์สนุกๆมาให้อ่านกันเล่นๆท้ายตอนค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น