CLEMENCY

ตอนที่ 79 : เนเวอร์ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.ย. 51

 

สถานีเฮฟเวนยังคงคราคร่ำไปด้วยผู้คนสัญจรจากทั่วสารทิศเช่นวันวาน  ต่างกันที่วันนี้เธอโดดเด่นเป็นที่จับตามอง  ผิดแผกจากคนเหล่านั้นที่ล้วนอยู่ในชุดเสื้อผ้าไปรเวท  เมื่อเธอสวมชุดกระโปรงพองสั้นสีแดงสด

 

ทว่าก็ยังอุ่นใจที่มีเขาอยู่เคียงข้าง  แม้ฐานะคู่หมั้นจะเป็นสถานะจอมปลอมที่ทั้งสองตกลงแสดงต่อหน้าผู้อื่น  และทำให้เธอขัดเขินอยู่บ้าง  แต่ตอนนี้มันกลับเป็นสิ่งปกป้องย้ำให้เธอมั่นใจว่าแผนการทุกอย่างจะดำเนินไปได้ด้วยดี

 

ไม่ต้องแสดงสมจริงนักก็ได้  ฉันเจ็บแขน...เบามือหน่อย วิลเลี่ยมหันมายักคิ้ว  หลิ่วตาให้  ออโรร่าจึงผละมือที่เกาะแขนเขาแน่นเมื่อครู่ออก 

 

ขณะทั้งสองมาถึงยังตู้ล๊อกเกอร์เช่าหมายเลข 208 อันเป็นตู้ที่ เนเวอร์บอกไว้ว่าจะแจ้งสถานที่ปลายทางให้ทราบ  และเมื่อไขกุญแจที่ได้รับฝากมาพร้อมจดหมายจากล๊อบบี้โรงแรม  ภายในตู้เหล็กทรงสูงแคบชั้นสองพอดีระดับสายตามีซองสีน้ำเงินวางอยู่สองใบ

 

ภายในซองน้ำเงินสดคือการ์ดเชิญงานเลี้ยงกลางวันสีฟ้าใส  โดยเป็นการ์ดอิเลกทรอนิคคล้ายการ์ดพิธีอภิเษกของเจ้าหญิงเอลีย่ากับเจ้าชายฮาเวิร์ด  ซึ่งมีปุ่มเล็กอยู่ด้านล่าง  เมื่อกดจะมีจอโฮโลแกรมแสดงแผนที่ปลายทาง  และหมายกำหนดการ

 

ออโรร่ากดปุ่มดังกล่าวทันที  โดยเมื่อจอปรากฎขึ้นเธอพยายามถือการ์ดให้นิ่งที่สุด  เพื่อให้ภาพฉายชัดหวังให้ปลายทางเครื่องรับสัญญาณที่เธอติดไว้ที่ต่างหูขวาได้รับรู้ข้อมูลครบถ้วน  และติดตามไปด้วยกัน...

...............................……………...................

 

สวัสดีครับ  กรุณาติดบัตรก่อนเข้างานด้วยครับ พนักงานต้อนรับหนุ่ม  ในชุดสูทสีกรมท่าโค้งคำนับ  พลางเอ่ยทักทายอย่างสุภาพกับออโรร่า  และวิลเลี่ยม  ซึ่งเพิ่งลงจากรถลิมูซีนสีขาว  แล้วเดินควงแขนกันด้วยท่วงท่าสง่างาม  ขึ้นบันไดมาถึงโถงระเบียงหินอ่อนปูลาดด้วยพรมสีน้ำเงิน  เพื่อมุ่งสู่ประตูใหญ่เบื้องหน้า

 

ทั้งคู่ติดการ์ดเชิญที่ได้รับบนอกเสื้อตามคำแนะนำทันที  แผ่นการ์ดแนบสนิทแทบเป็นเนื้อเดียวกับผืนผ้า  พร้อมแสดงชื่อ โดโรธีสำหรับออโรร่า  และ เฟลมมิ่งคือชื่อปลอมของวิลเลี่ยม  จากนั้นก็เดินผ่านเข้าประตูสู่งานเลี้ยงหรูหราพร้อมแขกอีกหลายคน

 

ห้องโถงใหญ่สีน้ำเงินเข้มดุจนภายามราตรี  ประดับด้วยแชนโดเรียสีเงินสว่าง  เฉกเช่นโต๊ะกลมชุดเก้าอี้ล้อมรอบกว่าสิบโต๊ะ  ซุ้มอาหารด้านซ้าย  รวมทั้งเวทีกับแท่นยืนสำหรับพิธีกรเบื้องหน้า

 

ทำให้ออโรร่าแทบไม่อยากเชื่อว่าคฤหาสน์หลังนี้เคยรกร้าง  ถ้าหากเธอไม่ได้รู้ข้อมูลก่อนมาถึงที่นี่จากการสืบค้นในอินเตอร์เน็ตโดยวิลเลี่ยม

 

ฉันอยากไปสำรวจดูรอบๆ แต่นั่นคงทำให้เราดูมีพิรุธ  ดังนั้นสิ่งแรกที่เราควรทำคือ...กิน!” วิลเลี่ยมพูดพลางยิ้ม  แล้วยักคิ้วให้

 

ทำเอาออโรร่านึกขำ  แต่พยายามสะกดกลั้นไว้  และเพียงยิ้มตอบ  ขณะวิลเลี่ยมเดินนำไปยังซุ้มอาหารด้านซ้ายของห้องโถง  จุดที่ผู้คนไปรวมอยู่มากที่สุด  เพื่อหยิบตักอาหาร  แล้วนำไปรับประทานที่โต๊ะ

 

โอ้...คุณโรเจอร์  จำผมได้มั้ยครับ... วิลเลี่ยมเอ่ยทักใครคนหนึ่งเบื้องหน้าอย่างกระทันหัน

 

ทีแรกออโรร่าตกใจจนหน้าซีด  ด้วยไม่นึกว่าวิลเลี่ยมจะรู้จักใครในงานนี้  หรือถ้ารู้จักก็ยิ่งไม่ควรที่เขาจะเข้าไปทัก  เพราะทั้งคู่ปลอมได้แต่หน้าตาหาได้ปลอมเสียงด้วยไม่  ทว่าเมื่อตั้งสตินึกได้ว่าวิลเลี่ยมคงมีแผนอะไรสักอย่าง  เธอก็ร่วมสมทบ  ส่งยิ้มให้ชายหัวล้าน  ร่างท้วม  ในชุดสูทสีเทาที่วิลเลี่ยมเพิ่งทักไปนั้นด้วย

 

อะ...เอ่อ...ขอโทษครับ...ผมจำคุณไม่ได้ ชายหัวล้านยิ้มตอบ

 

โธ่...ผมเสียใจนะครับเนี่ย  แต่เอาเถอะระดับนักธุรกิจพันล้านอย่างคุณที่ต้องพบปะผู้คนมากมายคงจำเราไม่ได้หรอกครับถือโอกาสนี้แนะนำตัวใหม่อีกครั้งแล้วกัน  ผม เฟลมมิ่ง  ออตตาว่าและนี่คู่หมั้นผม โดโรธี  โซน่าครับ…” พูดพลางผายมือมายังออโรร่า 

 

ออโรร่าส่งยิ้ม  พลางก้มศีรษะทักทายนิดหนึ่ง  แต่ยังไม่กล้าพูดอะไรออกมา

 

...เราเคยพบกันในงานประมูลครั้งที่แล้วไงครับ  ที่คุณได้เครื่องเพชรของตระกูลอะไรสักอย่างไป วิลเลี่ยมพูดต่อ  หวังให้ข้อมูลออโรร่า  และใส่ความทรงจำจอมปลอมให้กับคู่สนทนาตรงหน้า  ที่เขาพอจะมีข้อมูลอยู่บ้างเพียงแต่น้อยนิด

 

อ๋อ...เครื่องเพชรตระกูลมาร์ช  อันนั้นผมปลื้มมากทีเดียว...ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! อย่าบอกนะว่าคุณก็เป็นคู่แข่งผมในงานประมูลครั้งนั้นน่ะ!” โรเจอร์เอ่ย  พลางหัวเราะเสียงลั่น

 

เสียงหัวเราะที่ฟังไม่น่าอภิรมย์นั้น  ดึงดูดสายตาเหล่าเศรษฐีในชุดหรูหราสีสันฉูดฉาดให้หันมอง  และหลายคนเริ่มสนอกสนใจฟังการสนทนาของวิลเลี่ยมกับโรเจอร์

 

แหม...ใช่ซิครับ  แต่ครั้งนี้ผมไม่พลาดแน่... วิลเลี่ยมส่งยิ้มตอบ คู่หมั้นผมเธอออดอ้อนอยากได้มงกุฎไพลินของเก่าในราชวงศ์วินแฮล์มมาก  ผมไม่ปล่อยให้หลุดมือไปแน่ครับ พูดพลางโอบไหล่ออโรร่าโน้มตัวเธอเข้ามาแนบชิด

 

ออโรร่าทำได้เพียงส่งยิ้ม  แม้ใจนั้นอยากปัดป้อง  เมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตาผู้คน  ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือความหวาดหวั่นที่ต้องเก็บงำไว้

 

ด้วยทั้งเธอกับเขาต่างรู้ดีว่าการประมูลมงกุฎให้ได้คือเงื่อนไขที่ เนเวอร์ตั้งไว้  สำหรับผู้ต้องการล่วงรู้ความลับของผู้บงการปลงพระชนม์เจ้าชายฮาเวิร์ด  นี่จึงเท่ากับเป็นการเผยตัวตนแม้จะเป็นการปลอมแปลงก็ตามให้กับเนเวอร์  ซึ่งอาจเป็นมิตรหรือศัตรูก็ได้  ทั้งเป็นการประกาศตัวแข่งขันกับใครก็ตามที่ต้องการรู้ความลับเดียวกัน  และอาจรวมถึงตัวผู้บงการ

 

งั้นก็ดีซิครับงานนี้คงสนุกขึ้นโข  แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าผมทุ่มไม่อั้นคุณจะสู้ผมได้รึเปล่า  ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” เสียงหัวเราะลั่นทิ้งท้ายก่อนผละไปจากโรเจอร์

 

แล้วเมื่อผู้คนละความสนใจ  ออโรร่าก็กระซิบกับวิลเลี่ยมทันที  ด้วยความกังวล

 

ทำอย่างนี้เท่ากับเปิดเผยตัวเองให้ศัตรู ออโรร่าพูดเสียงค่อย  คิ้วเรียวขมวดมุ่น

 

ฉันรู้อย่าห่วงเลย  เรามาทำตัวเป็นธรรมชาติ  หาอะไรกินกันก่อนเถอะ วิลเลี่ยมตอบพลางยิ้มอย่างมั่นใจ

 

ดังนั้นแม้ออโรร่ายังไม่คลายกังวล  แต่ความเชื่อมั่นที่มีต่อเขาก็ทำให้เธอกลบมีสีหน้าปกติ  และส่งยิ้มตอบ  แล้วควงแขนไปกับเขาเล่นบทคู่หมั้นเศรษฐีใหม่ให้สมจริงอีกครั้ง

 

ผ่านไปเกือบชั่วโมง  เมื่อถาดอาหารเลิศรสทั้งคาวหวานว่างเปล่า  ผู้คนเริ่มนั่งติดที่เพื่อสนทนาพูดคุยกัน  มีเพียงไวน์หรือเครื่องดื่มชนิดอื่นตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหน้า 

 

พิธีกรชายร่างสูง  ผิวดำ  ผมสีนิลหวีเรียบ  เฉกเช่นเรียวหนวดที่ตัดแต่งอย่างดี  สวมชุดสูทสีดำผูกโบหูกระต่าย  ก็เดินขึ้นสู่เวทีสีเงินเบื้องหน้า  พร้อมฉากเบื้องหลังเวทีเลื่อนเปิดออกเผยจอภาพขนาดใหญ่  และสแตนกลมที่ด้านบนมีวัตถุคลุมไว้ด้วยผ้าสีเงินดุจเดียวกันก็ค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้นกลางเวที

 

การประมูลเริ่มต้นขึ้น  วัตถุล้ำค่าถูกทยอยนำเสนอให้บรรดาเศรษฐีแข่งกันให้ราคาชิ้นแล้วชิ้นเล่า  ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องเพชรน้ำงาม  ทั้งทับทิม  มรกต  บุษราคัม  อัญมณีหลากสีดีไซน์เก๋  หรืองามล้ำเลอค่า  เครื่องเคลือบ  ถ้วย  โถ  วัตถุโบราณเก่าแก่  ภาพวาดจากศิลปินมีชื่อ

 

โดยในการประมูลของบางชิ้นวิลเลี่ยมจะเข้าร่วมด้วย  เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน  และไม่ให้เป็นการพิรุธ  กระนั้นเมื่อเอาเข้าจริงวิญญาณนักธุรกิจที่สถิตย์ในตัวเขาเสมอ  ก็ทำให้เขาจริงจังลืมตัวประมูลภาพวาดมาได้ภาพหนึ่ง

 

  สำหรับภาพนี้ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านมาซครับ  เป็นภาพสีน้ำมันชื่อ โอเอซิสของศิลปิน โรนิลโย่ภาพนี้ถูกวาดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสร้างมหาวิทยาลัยโอเอซิสที่เมืองฟลานเดอร์  ความเก่าแก่ของภาพไม่มากไม่น้อยหกสิบกว่าปีแล้ว...โอ๊ะ! เบอร์ 208 คุณเฟลมมิ่ง  ให้อีกห้าแสนครับ! หนึ่งล้านห้าแสนแล้วครับ! มีใครสนใจภาพนี้อีกรึเปล่าครับ!” พิธีกรประกาศผ่านไมค์น้ำเสียงตื่นเต้นเร่งเร้า

 

หลังวิลเลี่ยมกดปุ่มตัวเลขบนบัตรติดตัว  แล้วกดเอ็นเตอร์ส่งราคาเสนอใหม่ไปปรากฎขึ้นบนจอขนาดใหญ่เบื้องหลังเวที  พร้อมกับเสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศ

 

ทว่าไม่ทันไรจอภาพก็แปรเปลี่ยน  เผยชื่อกับราคาจากผู้ประมูลคนใหม่

 

อีกห้าแสนครับ! จากเบอร์ 763 คุณแซนดร้า! ตอนนี้ราคาภาพพุ่งขึ้นไปเป็นสองล้านแล้ว! จะสิ้นสุดลงที่ตรงนี้หรือครับ!” พิธีกรประกาศเสียงลั่นรัวเร็ว

 

หนอย...เป็นไงเป็นกัน!” วิลเลี่ยมกัดฟันบ่น  คิ้วเข้มขมวดมุ่น  แล้วเมื่อตัดสินใจได้ก็กดปุ่มตัวเลขอย่างแรงลงบนบัตรที่ขณะนี้ใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยประมูล  และวางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า

 

โอ้! มาแล้วครับคุณเฟลมมิ่งไม่ยอมแพ้จริงๆ เพิ่มอีกหนึ่งแสน  เป็นสองล้านหนึ่งแสนมาซแล้วครับ!” พิธีกรประกาศก้องเสียงตื่นเต้น

 

พร้อมเสียงฮือฮาจากผู้คนที่ดังขึ้นทุกที  บ่งความตะลึงกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ทวีขึ้นเช่นกัน  ด้วยหลายคนไม่นึกว่าภาพวาดอายุเพียงหกสิบกว่าปี  ทั้งเป็นภาพที่ตั้งราคาเริ่มต้นเกือบจะต่ำสุดจากบรรดาทรัพย์สินในงาน  จะเป็นภาพที่ได้รับความสนใจในการประมูลเพียงนี้  และหนึ่งในผู้สงสัยนั้นก็รวมออโรร่าด้วย

 

เราต้องประมูลมงกุฎนะ ออโรร่ากระซิบเตือนข้างหูวิลเลี่ยม

 

ฉันรู้น่า…” วิลเลี่ยมกระซิบตอบอย่างไม่ใส่ใจ  และเมื่อราคาจากผู้ประมูลคนใหม่ขยับขึ้นอีกสองแสน  เขาก็ไม่รีรอกดปุ่มส่งราคาสำทับไปอีกสองแสนทันที  แล้วจึงหันกลับมาอธิบายเหตุผล

 

ฉันจะเอาภาพนี้ไปขายต่อให้หอศิลป์เอกชนเมืองฟลานเดอร์  แน่นอนว่าฉันต้องขอกำไรเล็กน้อยด้วย เขาอธิบายพลางยักคิ้ว  และยิ้มอย่างร่าเริง

 

เฮ้อ…” ออโรร่าได้แต่ถอนใจ  จำต้องปล่อยเลยตามเลย

 

กระทั่งในที่สุดราคาประมูลก็จบลงที่สี่ล้านสามแสนบาท  โดยวิลเลี่ยมได้ภาพมาครองสมดังใจหมายในนาม เฟลมมิ่ง  ออตตาว่า ซึ่งแม้ราคาประมูลจะไม่สูงนักเมื่อเทียบกับของชิ้นอื่น  แต่ชื่อปลอมของเขาก็ได้ขึ้นทำเนียบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง  ติดหูติดตาผู้คนในงานประมูลตลาดมืดสมดังเป้าประสงค์อีกข้อหนึ่งของเขา  และยิ่งตอกย้ำเมื่อเขาขึ้นเวทีเพื่อรับใบรับรอง  อันจะนำไปรับภาพของจริงในภายหลัง

 

ผมกับคู่หมั้นยินดีมากครับที่ประมูลได้ภาพนี้…” พูดพลางหันส่งยิ้มให้ออโรร่าที่ยืนเคียงข้าง  ซึ่งยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน หลายท่านอาจตั้งคำถามว่าภาพวาดน้อยคุณค่านี้มีแรงจูงใจอะไรให้ผมสนใจ  ก็ขอตอบว่าผมทำเพื่อเมืองฟลานเดอร์บ้านเกิด  และผมจะนำภาพนี้ไปบริจาคให้หอศิลป์ที่นั่นครับ

 

เสียงปรบมือ  โห่ร้องดังกึกก้องทันทีที่เขากล่าวจบ  โดยบางคนถึงขนาดลุกขึ้นยืนปรบมือพร้อมหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง 

 

แม้ออโรร่ารู้แก่ใจว่าทั้งหมดล้วนเป็นคำโกหก  แต่เธอก็อดทึ่งในตัววิลเลี่ยมไม่ได้  เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่  ที่ไหน  กระทั่งเวลานี้ที่เขาปลอมตัว  เขาก็สามารถเป็นศูนย์รวมโน้มน้าวชักจูงจิตใจผู้คนได้เสมอ

 

สมแล้วที่มีสายเลือดกษัตริย์เธอคิด  พลางยิ้มอย่างปลื้มปิติ  อดที่จะร่วมปรบมืออย่างเนิ่นนานไปกับเศรษฐีทั้งห้องไม่ได้

 

และผลพวงจากการประมูลภาพทำให้วิลเลี่ยมในนามเฟลมมิ่ง  ที่ลงร่วมประมูลของอีกหลายชิ้นหลังจากนั้น  แม้ประมูลไม่ได้เลยก็ตาม  ทว่าทุกครั้งที่ชื่อเขาโผล่ขึ้นบนจอก็จะมีเสียงฮือฮา  ได้รับความสนใจทุกครั้งไม่แพ้โรเจอร์  ซึ่งเป็นผู้ประมูลของได้มากชิ้นที่สุด

 

การประมูลชิ้นสุดท้ายมาถึงในที่สุด  คือมงกุฎเงินยอดไพลินประดับเพชรน้ำงามของเก่าแก่ในราชวงศ์วินแฮล์ม

 

อย่างที่ทุกท่านทราบดี  มงกุฎอันงดงามเลอค่าตรงหน้าทุกท่านนี้  คือมงกุฎที่สาบสูญกว่าร้อยปีขององค์ราชินีวิกตอเรีย  เมื่อครั้งตามเสด็จองค์กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดทางชลมารคเยือนประเทศต่างๆ และเป็นไฮไลท์สำคัญของงานประมูลครั้งนี้...ดังนั้นราคาเริ่มต้นคือหนึ่งร้อยล้านครับ!”

 

สิ้นเสียงประกาศจากพิธีกร  เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มไปทั่วห้อง  บางคนกระหยิ่มยิ้มด้วยราคายังไม่สูงเกินเป้าที่วางไว้  ทว่าหลายคนกลับส่ายหน้ายอมแพ้  และหนึ่งในนั้นรวมออโรร่าด้วย

 

หนึ่งร้อยล้าน….” เธอพึมพำเสียงอ่อย  คิ้วเรียวขมวดเป็นปมยุ่ง  ด้วยมูลค่ามหาศาลของมัน  เหลือล้นเกินค่าความลับที่เก็บงำอยู่เบื้องหลังมากเกินไปในความคิดเธอ  และเธอเกือบจะหันไปเกลี้ยกล่อมให้วิลเลี่ยมล้มเลิกความตั้งใจอยู่แล้ว  ทว่าวิลเลี่ยมกลับชิงพูดขึ้นก่อน

 

แค่การประมูลจอมปลอมอย่าห่วงเลยของที่เราได้ไปจากการประมูลครั้งนี้คือภาพวาดอย่างเดียวเท่านั้น  มงกุฎนั่นต่อให้เราแข่งราคาจนสูงแค่ไหนเราก็ไม่ต้องจ่ายหรือได้ไปจริงๆ หรอก วิลเลี่ยมกระซิบอธิบายให้ได้ยินเฉพาะสองคน

 

 เธอหมายความว่ายังไง ออโรร่าถามกลับอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

เพราะมงกุฎของจริงน่ะมันอยู่ในห้องนิรภัยที่บ้านฉันน่ะซิ!” วิลเลี่ยมกระซิบตอบเสียงหงุดหงิด

 

ทำเอาออโรร่าอ้าปากค้าง  และนัยน์ตาสีเขียวจากคอนแทคยิ่งเบิ่งกว้างตื่นตระหนก  เมื่อวิลเลี่ยมพูดต่อ

 

ฉันชักไม่ชอบซะแล้วที่เนเวอร์มาไม้นี้  มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่ามงกุฎนั่นอยู่ในความครอบครองของตระกูลเฮอร์เรียต  หลังจากทวดเรางมหาเจอที่ก้นมหาสมุทรแล้วได้รับพระราชทานเป็นรางวัล วิลเลี่ยมพูดเสียงเบา  คิ้วเข้มขมวดติดกัน  พลางลูบคางอย่างครุ่นคิด

 

แล้วเราจะทำยังไงดี  ถ้าเราประมูลได้จะเป็นการเผยตัวตนของเรารึเปล่า ออโรร่าถาม  น้ำเสียงร้อนรนเป็นกังวล

 

อันเป็นคำถามเดียวกันที่เกิดขึ้นในใจวิลเลี่ยม ทว่าอีกใจนั้นกลับคิดค้านด้านอื่น แต่บางทีเราอาจคิดมากไปก็ได้  การแสร้งไม่รู้อาจเป็นผลดีมากกว่า

 

ฉันว่าไม่หรอก...ตลอดมาเราใช้ชื่อปลอมติดต่อกับเนเวอร์  เขาไม่มีทางรู้แน่  การที่มงกุฎเป็นเงื่อนไขในการพบกัน  เขาอาจแค่ต้องการบอกใบ้ว่ารู้อะไรจริงก็ได้  แต่ที่สุดแล้วเราต้องทำเป็นไม่รู้ว่ามงกุฎที่เรากำลังจะประมูลไม่ใช่ของจริง...จำไว้!” วิลเลี่ยมพูด 

 

ออโรร่าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ 

 

วิลเลี่ยมจึงเลิกลังเลอีก  แล้วกลับเข้าสู่การประมูล  ขณะราคาพุ่งสูงขึ้นถึงสองร้อยห้าสิบล้าน  โดยผู้เสนอราคาล่าสุดคือโรเจอร์

 

มีใครจะเสนอราคาเพิ่มอีกมั้ยครับ...โอ้! ไม่ผิดหวังจริงๆ มาแล้วครับคุณเฟลมมิ่ง...โอ้โห! ทุ่มไม่อั้นจริงๆ สามร้อยห้าสิบล้านครับ!”

 

สิ้นเสียงพิธีกรประกาศก้อง  เสียงฮือฮาก็ร้องรับดังกระหึ่มไปทั่วห้อง  พร้อมรอยยิ้มไม่เป็นมิตรจากโรเจอร์ที่ส่งมาจากโต๊ะด้านข้าง  และวิลเลี่ยมไม่รอช้าส่งยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน  ทว่าเป็นรอยยิ้มที่กระตุกขึ้นมุมปากอย่างท้าทาย  บอกความนัยว่าเขาไม่มีทางยอมแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้...

...............................……………...................

 

การประมูลสิ้นสุดสมดังประสงค์ของท่านทุกอย่างขอรับ พิธีกรร่างสูงเอ่ยเสียงค่อย  โค้งคำนับอย่างนอบน้อม  ให้ด้านหลังเก้าอี้นวมพนักสูงสีนิล  ถัดจากโต๊ะไม้สีเข้มขนาดใหญ่

 

ดีมาก...เชิญพวกนั้นไปพบฉันที่ห้องรับรอง  หึ  หึ  หึ  แล้วต้อนรับพวกเขาให้ดีด้วย  ก่อนฉันจะไปถึง เสียงห้าวหัวเราะในลำคออย่างพึงใจจากผู้เป็นนาย

 

ชายร่างสูงโค้งคำนับอีกครั้ง  แล้วออกจากห้องทำงานเพื่อปฏิบัติตามคำสั่ง

 

ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า  ไม่ว่าจะใช่หรือไม่พวกแกก็ต้องได้รับการต้อนรับเป็นพิเศษจากเรา  และไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต!!” เสียงหัวเราะลั่นเหี้ยมเกรียมขณะเก้าอี้หมุนกลับมา  จากชายวัยกลางคนผมสั้นสีขาวโพลน  ในชุดสูทสีเทาดุจเดียวกับนัยน์ตาที่ไร้แววปราณีของเขา...

    ...............................……………...................

 

ต้องขออภัยจริงๆครับคุณเฟลมมิ่งที่ต้องให้รอ พิธีกรโค้งอย่างนอบน้อม  เมื่อกลับเข้ามายังห้องรับรองห้องเล็ก  ด้านหลังโถงจัดการประมูลอีกครั้ง

 

ไม่เป็นไรครับ...ยังไงซะมงกุฎก็ต้องเป็นของผมกับคู่หมั้นอยู่แล้ว วิลเลี่ยมภายใต้หน้ากากเฟลมมิ่ง  ยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี  แล้วหันส่งยิ้มให้ออโรร่า  พลางโอบไหล่เธอที่นั่งเคียงกันอยู่บนโซฟา

 

ออโรร่าหันส่งยิ้มตอบให้นิดหนึ่ง  นึกอยากหยิบถ้วยกาแฟบนโต๊ะกระจกกลมด้านข้างขึ้นจิบแก้เก้อ  แต่ความระแวงทำให้เธอเปลี่ยนใจ  ได้แต่ก้มหน้าเงียบปล่อยให้วิลเลี่ยมเล่นบทคู่หมั้นต่อไป

 

คุณกับคู่หมั้นคงมีข่าวดีเร็วๆ นี้ซินะครับ  และนี่คงเป็นของขวัญสำหรับวันพิเศษวันนั้นของคุณ พิธีกรชวนคุยอย่างเป็นกันเอง

 

แน่นอนครับ...ผมอยากให้เธอสวมมงกุฎที่งามล้ำค่าอันนี้ในวันแต่งงานของเรา...จริงมั้ยจ๊ะที่รัก เขาถามออโรร่า  แล้วเมื่อเห็นเธอทำท่าจะแค่ยิ้มไม่เอ่ยตอบอะไรอีก  เขาจึงแสร้งหอมแก้มเธอ  เพื่อกระซิบ

 

พูดอะไรบ้างซิ...เป็นใบ้หรือไง วิลเลี่ยมดุเสียงค่อย  ขณะปลายจมูกแตะถูกแก้มนวลเข้าจริงๆ ทั้งที่ไม่ได้เจตนา

 

ปลายจมูกอันอบอุ่นที่แนบสัมผัสขางแก้ม  ทำเอาใบหน้าออโรร่าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย  ทว่าด้วยบทคู่รักทำให้เธอจำต้องยิ้ม  และพูดออกไปตามบทบาท  ด้วยเสียงที่บังคับไม่ให้สั่นอย่างยากเย็น

 

ใช่ค่ะ...มันจะเข้ากันมากกับชุดเจ้าสาวของฉัน ออโรร่าพูด

 

แต่การสนทนาอันน่าอึดอัดนั้นก็ต้องจบลงเมื่อประตูเปิดออกอีกครั้ง  และชายผมสั้นสีขาว  ในชุดสูทสีเทาสีเดียวกับนัยน์ตาของเขา  เดินเข้ามาในห้อง

 

พิธีกรโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม  แล้วออกไปจากห้องทันที  ขณะวิลเลี่ยมกับออโรร่าลุกขึ้นยืนหน้าโซฟา

 

สวัสดีครับ...ผม เนเวอร์ ยินดีที่ได้รู้จักคุณเฟลมมิ่ง  และคุณโดโรธี เขาเอ่ยทัก  เอียงศีรษะโค้งให้นิดหนึ่ง  โดยไม่ละสายตาจากคู่สนทนาเบื้องหน้า

 

ขณะวิลเลี่ยม  ออโรร่าโค้งคำนับตอบให้เขาเช่นกัน  ทว่าวิลเลี่ยมทำอย่างเดียวกับเนเวอร์คือไม่ยอมละสายตาจากเนเวอร์เลยนับตั้งแต่เขาปรากฎตัวขึ้น

 

ใช้ชื่อจริงเถอะครับ นายพลโคลิน  โนวาร์’” วิลเลี่ยมพูดพลางยิ้ม  ทว่ารอยยิ้มที่ปรากฎบนหน้ากากผิวสีดำของเฟลมมิ่ง  เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความรื่นเริงยินดีโดยสิ้นเชิง  พร้อมกับความคิดมากมายในใจ

 

โคลิน  โนวาร์  ผู้ช่วยมือหนึ่งของอธิบดีกิจการทหาร  มือขวาของรัฐมนตรีกิจการทหารและการต่างประเทศ...พ่อของเรา  ทำไม...เขารู้ความลับสำคัญขนาดนี้แล้วถึงไม่แจ้งต่อผู้บังคับบัญชา  ด้วยตำแหน่งของเขาไม่มีใครที่จะไม่เชื่อ  หรือเพราะเขาไม่มีหลักฐาน  หรือว่านี่เป็นกับดัก...ไม่มีทาง! เขาทำคุณความดีให้กับเมอซีมามาก  คนอย่างเขาไม่มีทางเป็นกบฎหรอกวิลเลี่ยมคิด

 

ละความสนใจจากบทสนทนาไปชั่วครู่  กลับรู้ตัวอีกครั้งเมื่อโคลินเอ่ยเรียกเขาถึงสองครั้ง

 

คุณเฟลมมิ่ง...คุณเฟลมมิ่งครับ  ทำไมเงียบไปล่ะครับ  ว่าแต่คุณรู้จักผม...แสดงว่าคุณคงเป็นคนเมอซีซินะครับ  อ้อ...นั่งกันเถอะครับ โคลินชวนคุย  แล้วนั่งลง

 

ออโรร่ากับวิลเลี่ยมนั่งลงตามคำเชิญ  ยังโซฟาตัวเดิม  แล้ววิลเลี่ยมก็รุกต่อทันที

 

ไม่เชิงครับ...แต่คุณถามผมแบบนี้  คงสืบประวัติเรามาแล้ว  และรู้ว่าเป็นชื่อปลอมซินะครับ วิลเลี่ยมถามกลับ  แม้ริมฝีปากยังคงกระตุกยิ้ม  แต่นัยน์ตาสีน้ำเงินเบื้องหลังคอนแทคสีน้ำตาลกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง 

 

หึ หึ หึ...ผมว่ามันไม่ยุติธรรมเลยจริงมั้ยครับ  ผมไม่รู้จักพวกคุณเลยสักนิด  ขณะที่คุณรู้จักผม โคลินโต้  พลางหัวเราะในลำคอ

 

ไม่จำเป็นหรอกครับ...ความลับที่เรากำลังจะรู้จากคุณ  ซึ่งผมยอมรับว่าทันทีที่เห็นว่าคุณคือเนเวอร์  ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจในข้อมูลมากทีเดียว  แต่คุณก็รู้อย่างที่คุณเคยบอกไว้ในกระทู้นั่นว่าคุณเกรงกลัวอิทธิพล  เราก็เช่นกัน...การที่เราไม่เปิดเผยตัวตนก็ด้วยเหตุผลคล้ายกันกับคุณ วิลเลี่ยมอธิบายน้ำเสียงสุภาพ  พยายามแสดงความไว้วางใจในตัวโคลิน  เพื่อให้เขายอมเผยความลับออกมาโดยเร็ว

 

ผมจะแน่ใจได้ยังไงล่ะครับ  ว่าพวกคุณไม่ใช่พวกของผู้มีอิทธิพลคนนั้นที่ผมไปรู้ความลับเขาเข้า...เว้นแต่ว่า... โคลินถามนำ  คิ้วหนาสีขาวโพลนดุจเดียวกับสีผมของเขาขมวดเข้าหากัน  บ่งความวิตก  และบีบคั้นต้องการคำตอบอันพึงพอใจ

 

ครับ...เราเป็นคนของเจ้าชายองค์ที่สอง...เหตุผลเพียงพอมั้ยครับสำหรับความลับที่คุณกำลังจะบอกเรา!” วิลเลี่ยมเอ่ยต่อประโยคทันทีอย่างรู้เท่าทัน

 

โคลินกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ  ฝ่ามือทั้งสองที่ก่อนหน้ากุมไว้เพียงหลวมระหว่างเข่าตรงหน้า  กลับบีบกันแน่นอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านตื่นเต้น

 

ขณะออโรร่าตื่นตระหนก  นัยน์ตาสีน้ำตาลภายใต้คอนแทคสีเขียวเบิ่งกว้างอย่างไม่ปิดบัง  เมื่อเหลียวจ้องยังวิลเลี่ยมที่นั่งอยู่เคียงข้าง  และเพิ่งเอ่ยประโยคที่อาจนำหายนะมาสู่ทั้งคู่

 

ดี...สมควรแล้วจริงๆ คุณจะได้รู้ข้อมูลที่คุณต้องการแน่นอน  แต่ผมคงต้องขอค่าข้อมูลนั้นจากคุณสักเล็กน้อย โคลินเอ่ยเสียงเบา  ด้วยพยายามสะกดกลั้นความลิงโลดอย่างเต็มที่  แม้ไม่สำเร็จเลยก็ตาม

 

วิลเลี่ยมเห็นอาการดีใจออกนอกหน้าของโคลิน  ทั้งเพิ่งเอ่ยบอกเสี้ยวหนึ่งของตัวตนอันจะนำมาซึ่งอันตรายออกไป  ทำให้เขายิ่งระแวดระวัง  ทว่าเมื่อโคลินเอ่ยถึง ค่าข้อมูลความระแวงของเขาก็คลายลงทันที

 

นี่ล่ะสันดานมนุษย์...ดีแค่ไหนสุดท้ายก็ไม่พ้นเห็นแก่เงิน เขาคิดอย่างดูแคลน

 

แล้วคุณต้องการเท่าไหร่ เอ่ยถามทนทีอย่างไม่อ้อมค้อม

 

ค่ามงกุฎที่คุณประมูลไป โคลินตอบ  ยิ้มกว้างที่สุดจนเห็นฟันแทบครบทุกซี่

 

อะไรนะ!” ออโรร่าโพล่งออกมาอย่างตื่นตระหนก  กับค่าข้อมูลอันมหาศาลที่โคลินเสนอออกมา

 

วิลเลี่ยมยกมือขึ้นปราม  แล้วพูดต่อไปโดยไม่สนใจออโรร่า

 

ผมจะจ่ายครึ่งนึงสำหรับข้อมูลที่ได้รับวันนี้  และหากตรวจสอบแล้วว่าข้อมูลถูกต้องคุณจะได้ที่เหลือวิลเลี่ยมต่อรองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น 

 

ทว่าต้องยอมรับว่าปริมาณเงินมหาศาลเช่นนั้น  เขาไม่อาจหามาจ่ายได้ในคราวเดียวโดยใช้เพียงชื่อบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา  แต่หากได้เวลาอีกนิดในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล  และเพื่อลบร่องรอยอันจะสาวไปถึงตัวเขาได้  ทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

 

หึ หึ หึ ได้...ผมรับข้อเสนอ  แต่ผมให้เวลาคุณตรวจสอบข้อมูลสัปดาห์เดียว...ตกลงมั้ย!” โคลินพูด  พลางหัวเราะในลำคออย่างพอใจ

 

ตกลง!!” วิลเลี่ยมตอบรับข้อเสนอทันที  ส่งยิ้มให้โคลินอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก 

 

หนึ่งสัปดาห์เหลือเฟือที่เขาจะจัดการทุกอย่างได้เสร็จสิ้น  เผลอๆ ถึงตอนนั้นเขาอาจจับผู้บงการฆ่าฮาเวิร์ดได้แล้วก็ได้

 

ขณะออโรร่ากลับไม่อาจคลายความระแวง  จริงอยู่อาจเป็นเพราะเธอไม่รู้จัก โคลิน  โนวาร์ดีพอเท่าวิลเลี่ยม  แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลของความไม่ไว้ใจ  ทว่ากลับเป็นนัยน์ตาสีเทากับเสียงหัวเราะของโคลินต่างหากที่ทำให้เธอไม่สบายใจ

 

วิลเลี่ยมต้องรู้อยู่แล้ว...เขารอบคอบเสมอเธอคิดปลอบใจตัวเอง  พยายามข่มใจให้สงบ  เมื่อทุกอย่างกำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า

 

ผมจะไปหยิบโน้ตบุ๊คมา  แล้วเราจะได้ทำธุรกิจกัน โคลินพูด  ยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย  ขณะลุกขึ้น  แล้วออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

 

ทันทีที่อยู่ลำพังออโรร่าก็ระบายสิ่งอัดอั้น

 

เธอเผยความลับมากเกินไปแล้ว ออโรร่าว่า  คิ้วเรียวขมวดมุ่น  ขณะชักสีหน้าปั้นปึ่งใส่เขา

 

ฉันรู้...แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดไม่ใช่เหรอ วิลเลี่ยมแก้ตัว  แล้วรีบอธิบาย  ไม่เปิดโอกาสให้ออโรร่าเถียง อีกอย่างเพราะเป็น นายพลโคลิน  โนวาร์ ฉันถึงเชื่อใจ  เขาเป็นหนึ่งในคนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความเสมอภาคเท่าเทียมระหว่างเผ่าพันธุ์  ตามนโยบายของพ่อฉัน  เขาไม่มีทางเป็นกบฎไปได้หรอก...ถึงจะเห็นแก่เงินไปหน่อยก็เถอะวิลเลี่ยมพูดน้ำเสียงจริงจัง  แต่กลับลังเลในประโยคท้ายจนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน  และยิ่งไม่พอใจเมื่อออโรร่ายกเหตุผลขึ้นโต้

 

แล้วเธอคิดว่าเงินจะไม่ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนเห็นแก่ตัวเหรอ ออโรร่าถามน้ำเสียงท้าทาย

 

วิลเลี่ยมชักสีหน้าบึ้งตึงอย่างเริ่มรำคาญ  กำลังจะเอ่ยเถียง  ทว่าก็ต้องหยุด...

 

เอี๊ยดดดดดด!!” เสียงหวีดแหลมแปลกปลอมดังขึ้น 

 

แล้วก่อนที่ทั้งสองจะทันถามกันว่าเป็นเสียงอะไร  อีกเสียงหนึ่งก็ตามมา

 

ปึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!” เป็นเสียงก้องกัมปนาทสะท้อนสะเทือนไปทั่วคฤหาสน์

 

ตามด้วยกรงสีฟ้าสว่างใสร่วงหล่นลงครอบขังทั้งคู่เอาไว้!!

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!” และเสียงวิลเลี่ยมร้องลั่นอย่างเจ็บปวด  ขณะทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า...

 

พลังพิเศษที่สถิตอยู่ในร่างกำลังทำร้ายตัวเขาเอง!!

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!” เขาถูกไฟฟ้าแรงสูงช๊อตทั่วร่าง  เจ็บปวดทุรนทุรายจนล้มลงดิ้นกับผืนพรมหน้าโซฟา... 

 

แต่ออโรร่ากลับไม่เป็นอะไรเลย...

 

เธอจึงรู้ได้ทันทีว่ากรงสีฟ้าสว่างนั้นทำจากแร่บลูจีเวล!!

 

วิลเลี่ยม!!” เธอร้องเสียงลั่น  เกือบจะถลาเข้าไปหาเขา  แต่ยับยั้งไว้ได้ทัน  เมื่อฉุกคิดได้ว่าหากแตะถูกตัวเขาเธอจะถูกช็อตไปด้วย

 

ต้องช่วยเขา....ต้องพาเขาออกไปจากที่นี่ให้ได้เธอคิด 

 

แล้วไม่รีรอถกกระโปรงพองสีแดงสด  เผยให้เห็นเรียวน่องขาวนวลมีสายรัดสีดำเสียบพลองด้ามสีฟ้าใสซ่อนอยู่

 

เปรี้ยงงงงงงงงงง!!” เปิดเป็นพลองแสง  ตวัดวาดฟาดซี่ลูกกรงสีฟ้าสว่างอย่างเต็มแรง

 

เปรี้ยงงงงงงงงงง!!” หวดซ้ำอีกครั้งเมื่อครั้งแรกยังไม่ปรากฎผล

 

เปรี๊ยะ!! เพล้งงงงงงงงงงงงงง!!!” กระทั่งซี่กรงกระเทาะแตกกระจาย

 

เปรี้ยงงงงงงงงงง!!” ฟาดอีกครั้งเพื่อเปิดทางให้กว้างพอ

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!”

 

ลูกกรงแร่บลูจีเวลที่ควบคุมอำนาจอันสถิตอยู่ในกายชาวมิติคลีเมนซี  ทว่าเป็นแร่ที่เปราะบางแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง  เศษแร่กระจัดกระจายร่วงหล่นลงสู่พื้นดุจเศษแก้ว

 

กระนั้นพลังอำนาจของมันกลับไม่สลายหายไปตามรูปลักษณ์ที่แตกสลายได้ง่ายดาย... 

 

ทั่วกายวิลเลี่ยมยังคงเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า  ซึ่งช็อตเขาอย่างต่อเนื่องจนหมดสติ...

 

ควากกกกกกกกกกกกกก!!” ออโรร่ารี่ไปฉีกกระชากม่านสีน้ำเงินที่หน้าต่างบานสูง  แล้วนำผ้าผืนใหญ่นั้นมาคลุมลงบนร่างวิลเลี่ยม  เพื่อใช้มันเป็นฉนวนกันตัวเองจากไฟฟ้าที่ร่างเขา

 

เธอต้องไม่เป็นอะไร...วิลเลี่ยม เธอพึมพำเสียงเบาอย่างหวาดหวั่น  น้ำตาคลอ  ขณะห่อหุ้มผ้าพันตัวเขาไว้  แล้วยกร่างที่ปวกเปียกสิ้นสติของเขาขึ้นพาดบ่าเธออย่างยากเย็น  ทว่าแม้น้ำหนักของร่างที่แน่นิ่งนั้นจะหนักหน่วง  จนฉุดให้เธอล้มทรุดลงในทีแรก  แต่บางสิ่งบางอย่างในใจร้องสั่งให้เธอไม่ละทิ้งความพยายาม...

 

ไม่ใช่ความห่วงใยตามหน้าที่...

 

ไม่ใช่ความเป็นห่วงในฐานะเพื่อน...

 

ไม่ใช่ภารกิจปกป้องเจ้าชายรัชทายาทแห่งเมอซี...

 

แต่เป็นความรู้สึกที่ฝังแน่นอยู่ภายในใจ  ทว่าเธอไม่เคยเข้าใจ  หรืออาจเพราะไม่เคยยอมรับ...

 

นั่นคือความรัก...

 

เธอรักเขา...และเธอเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง...

 

ขณะที่กำลังอยู่ในสถานการณ์คับขัน  และอาจจะสูญเสียเขาไป...

 

ฉันจะต้องพาเธอออกไปจากที่นี่...แม้ต้องแลกด้วยชีวิตฉัน!!” ออโรร่าตะโกนเสียงลั่น  ขณะรวบรวมกำลังทั้งหมด  ยกร่างเขาที่พาดอยู่บนบ่าเธอขึ้น  แล้วออกเดินไปจากห้องอย่างยากลำบาก 

 

แม้ร่างหนาหนักจะถ่วงรั้ง  แม้แขนขาจากร่างที่ไม่ไหวติงกับผ้าผืนใหญ่จะห้อยระเกะกะ  แต่ออโรร่าก็ไม่หยุดก้าวเดิน  แม้ทุกฝีก้าวที่ย่างออกไปจะยากลำบากขึ้นทุกที  หนักขึ้นทุกก้าว  สร้างภาระให้กับร่างบางของเธอที่ฝืนกำลังอย่างสุดความสามารถ  จนกล้ามเนื้อทั่วร่างสั่นสะท้านปวดตุบ  เหงื่อโทรมไหลรินอาบกาย  แต่เธอไม่คิดจะหยุดเดิน...

 

ฉันจะพา...เธอออกไป... ออโรร่ากัดฟันพูด  แม้พูดได้อย่างยากลำบาก  ทว่าเธอต้องการพูดออกไป  เพื่อสร้างกำลังใจให้กับตนเองว่าเธอยังมีหวัง  เขายังอยู่กับเธอ  และเธอต้องพาเขาหนีรอดออกไปให้ได้

 

ทว่าเมื่อพ้นประตูห้องออกมาได้  ยังระเบียงทางเดินที่มุ่งหน้าสู่ห้องโถงใหญ่อันเป็นทางออก  กลับเจอเข้ากับกลุ่มคนในชุดสูทสีกรมท่า!!

 

เฮ้ย! นั่น! ...พวกมันหนีออกมาได้ยังไง!?

 

เร็วเข้าจับไว้!”

 

ฉันจะไปแจ้งท่านนายพล!”

 

อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้!”

 

ทั้งกลุ่มร้องตะโกนเมื่อเห็นออโรร่ากับวิลเลี่ยม  แล้วชายร่างใหญ่สามคนที่เหลือก็วิ่งกรูกันมาอย่างรวดเร็วตามระเบียงทางเดินแคบอันยืดยาว

 

ออโรร่าแม้ตื่นตระหนก  แต่เธอก็มีสติพอที่จะเอาตัวรอด  เธอแบกวิลเลี่ยมเดินเปลี่ยนไปอีกทาง  มุ่งไปยังกระจกบานสูงจรดเพดานตรงสุดระเบียง  ซึ่งอยู่ใกล้กับประตูห้องที่เธอเพิ่งพ้นออกมา  รวบชายผ้าม่านที่ห่อหุ้มตัววิลเลี่ยมอยู่ขึ้นมากางกั้นบังใบหน้า  แขน  ลำตัวท่อนบนของตนเท่าที่จะทำได้

 

เปรี้ยงงงงงงงงงง! เพล้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!” แล้วโผนทะยานพุ่งทะลุออกไปยังหน้าต่างบานนั้น 

 

เศษกระจกกระจัดกระจายแตกออกเป็นเสี่ยง  เชือดเฉือนบาดเรียวขานวลที่ใช้ถีบพุ่งพังกระจกออกไป  ทั้งมือกับท่อนแขนบางส่วน  สร้างรอยแผลกรีดบาดทั่ว  เลือดไหลซิบ  เจ็บแสบ  ทว่ายังโชคดีที่ไม่มีแผลลึกฉกรรจ์  และออโรร่าก็ไม่มีเวลาให้โอดโอยเจ็บปวด

 

เธอรีบพยุงร่างหมดสติของวิลเลี่ยมออกเดินมุ่งไปตามพื้นกระเบื้องริมสระ  ที่เพิ่งทะลุผ่านออกมาได้  แม้รู้ดีว่าหนีไม่พ้นกลุ่มคนที่วิ่งไล่มาก็ตาม

 

กระทั่งชายทั้งสามวิ่งมาถึงแล้วดักหน้าเธอไว้

 

เธอหนีไม่รอดแล้วล่ะ

 

ยอมแพ้ซะเถอะ

 

เราจะได้พาเธอไปทำแผล

 

แต่ออโรร่าไม่คิดยอมแพ้  เพราะเธอรู้ดีไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เสี่ยงอันตรายเท่ากัน

 

ถ้ายอมก็ถูกจับขังทรมานจนตาย...สู้ดิ้นรนต่อสู้จนตัวตายยังดีกว่า...ออโรร่าคิดอย่างห้าวหาญ  ลืมสิ้นความหวั่นกลัว  เมื่ออับจนสิ้นหนทาง

 

วางร่างวิลเลี่ยมที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าแล้วลงอย่างแผ่วเบาบนพื้น  แล้วหยิบพลองแสงขึ้นตั้งท่าเตรียมต่อสู้...

 

คิดสู้หรือนี่ ชายผมแดง  ร่างสูงใหญ่ที่สุดพูด  พลางจับจ้องสตรีร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลน

 

คิดดีแล้วเหรอน้องสาว ชายร่างผอม  ผมยาวประบ่าสีดำสนิทพูด  และเป็นคนแรกที่ถอยออกมา  แล้วชักพลองแสงขึ้นตั้งท่าเตรียมสู้

 

ใจกล้าดี ชายร่างอ้วน  ผมสีน้ำตาลหวีเรียบพูด  แล้วขยับถอยเปิดพลองแสงเตรียมต่อสู้อีกคน

 

วินด์คัตเตอร์! ออโรร่าเปิดฉากการต่อสู้  ปล่อยกระแสลมแรงคมดุจเคียวยักษ์ซัดเข้าใส่เหล่าศัตรู

 

ทว่ากระแสพลังอันโจ่งแจ้งที่ตวัดวาดออกมานั้นง่ายต่อการหลบหลีก  ไม่สามารถทำอันตรายต่อศัตรูตรงหน้าแม้แต่น้อย  เพียงทำให้ชายทั้งสามกระเจิงแยกออกห่างไปคนละทิศเท่านั้น  และกลับยิ่งเพิ่มอันตรายมาสู่เธอ...

 

อย่าใช้พลังพิเศษ ชายผมแดงพูด

 

เราต้องจับเป็น ชายร่างอ้วนพูด

 

เปรี้ยง!!” แล้วไม่ทันขาดคำ  ชายร่างผอมจู่โจมฟาดฟันพลองแสงสีเขียวเข้าใส่ออโรร่าที่ยกพลองแสงสีฟ้าขึ้นตั้งรับทันท่วงที

 

ทว่าเหล่าอริที่รายล้อมหาได้สู้อย่างยุติธรรม  ขณะสองมือเรียวเล็กต้านแรงมหาศาลจากชายร่างผอมอย่างสุดกำลัง  ชายผมแดงก็ตรงรี่กระแทกเข้าใส่จากด้านข้าง

 

ตึง!!” ออโรร่าล้มลงไปกองกับพื้นเคียงข้างร่างหมดสติของวิลเลี่ยม 

 

ทำให้เธอตระหนักได้ว่าศัตรูที่กำลังต่อสู้ด้วยนั้นแข็งแกร่งยากต่อกร  ทว่าเหนืออื่นใดหากเธอพ่ายแพ้  ไม่เพียงตัวเธอเท่านั้นแต่วิลเลี่ยมย่อมจะเป็นอันตรายด้วย

 

วินด์คัตเตอร์! เธอจึงฮึดสู้อีกครั้ง  ปล่อยสายลมคมตวัดวาดออกไป  พลางถีบตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  เพื่อดึงการต่อสู้ให้ห่างร่างวิลเลี่ยม

 

แต่อนิจาหนีเสือปะจระเข้  ทางที่เธอหลบหลีกออกไปมีคนอีกกลุ่มกำลังมุ่งตรงมา!! 

 

นำโดยนายพลโคลิน  ที่นัยน์ตาสีเทาของเขาลุกวาวอย่างน่ากลัวจากไฟโทสะที่พวยพุ่ง  และชายฉกรรจ์อีกสี่คน

 

ผู้ชายจับเป็น...ผู้หญิงฆ่ามันซะ!!” โคลินออกคำสั่งเสียงเหี้ยม

 

สิ้นเสียงสั่ง  ชายสองคนเข้ารวบตัววิลเลี่ยมที่ยังหมดสติทันที  ส่วนอีกสองคนที่เหลือร่วมวงกับสามคนแรกล้อมกรอบหมายมุ่งปลิดชีพออโรร่า...

 

วินด์คัตเตอร์! ออโรร่าปล่อยพลังอีกครั้ง  ทว่าคราวนี้ขณะปล่อยพลังเธอหมุนตัวเหวี่ยงฟาดด้ามพลองไปด้วย  ทำให้ท่วงท่าผิดแผกกระแสลมคมเหวี่ยงสะบัดเป็นวงกว้าง... 

 

เฮ้ย...ระวัง!!

 

ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! บาดเฉือนเหล่าศัตรูทั้งห้าที่รายล้อม

 

อ๊ากกกกกกกกกก!! ถูกเข้าอย่างจังไปคนหนึ่งที่หน้าท้อง 

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! ซัดทำลายกระจกเบื้องหลังแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง

 

เฮ้ย! เป็นไงบ้าง! ชายร่างอ้วนถามชายผมแดงผู้เคราะห์ร้าย  ซึ่งเลือดสีชาดกำลังไหลทะลักจากหน้าท้อง

 

แก...ตาย!! ทว่าแทนที่จะยอมแพ้  กลับยิ่งเร่งความกรุ่นโกรธ

 

วอเตอร์ดริล! ปล่อยพลังสายน้ำมีอำนาจทะลุทะลวงพวยพุ่งมุ่งสู่ออโรร่า

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! ออโรร่าแม้พยายามหลบหลีก  แต่ไม่อาจพ้น 

 

เกรียวกระแสน้ำพลังเหลือคณาพุ่งตรงกระแทกร่างซีกขวาของเธอจนล้มลง  แล้วเหวี่ยงซัดพาไถลครูดไปตามพื้นกระเบื้องเป็นทางยาว  ก่อนพลังจะอ่อนแรงสลายไป

 

ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ดี...ดีมาก! ฆ่ามันซะ...ไม่ต้องกลัวคฤหาสน์หลังนี้จะพัง! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! สำทับด้วยเสียงหัวเราะไร้ปราณีจากโคลิน

 

ยิ่งสนับสนุนให้ลูกน้องได้ใจ  มุ่งส่งพลังทำลายล้าง!!

 

ธันเดอร์เบิร์ด! เกรียวสายฟ้าลำมหึมาจากชายผมดำปะบ่า  จึงพวยพุ่งมุ่งสู่ออโรร่า  สนองความสะใจของผู้เป็นนาย

 

ตูมมมมมมมมมมมมม!!   แต่คราวนี้พลาดเป้า  สายฟ้าเจาะกระแทกระเบิดทำลายได้เพียงพื้นกระเบื้อง 

 

ทว่าออโรร่าแม้รีบรุดหนีพ้นจากพลัง  กลับไม่อาจพ้นรัศมีแรงระเบิด

 

ตึง! แรงพลังส่งร่างเธอกระเด็นลอยข้ามสระน้ำไปไกล  จนหล่นลงตกกระแทกยังขอบสระอีกฝั่ง

 

แต่กลับกลายพลิกผันสร้างโอกาสโต้กลับให้แก่เธอ...

 

ไกลแค่นี้คงพอที่พลังจะไม่ทำร้ายไปถึงวิลเลี่ยม คิดพลางลุกขึ้นยืนโซเซอ่อนแรง  ถือพลองเตรียมพร้อม  ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ  รอยแผลบาดจากกระจกที่เรียวขาฉีกกว้างนองไปด้วยเลือด  ขณะรอเหล่าศัตรูวิ่งอ้อมสระเข้ามาหา... 

 

และเมื่อได้ระยะ  ก็ถึงเวลาปล่อยพลังเก็บเหล่าศัตรูกลุ่มแรก!

 

ธันเดอร์สตอร์ม!” เรียกพายุสายฟ้า 

 

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!” เสียงอสุนีคำรามกึกก้อง  สะเทือนสะท้อนไปทั่วบริเวณ

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!”

 

สยบเหล่าศัตรูทั้งห้าที่ไม่ทันตั้งตัวให้สลบเหมือดหมดสติสมใจ

 

บึมมมมมมมมมม! ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!”

 

ส่งแรงทำลายล้างมหาศาล  ระเบิดพื้นเศษกระเบื้องแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง  สะเก็ดแหลมคมปนฝุ่นผงพัดปลิว  น้ำในสระซ่านกระเซ็นสูง  สายน้ำกระเด็นขึ้น  แล้วร่วงหล่นลงเป็นม่านบดบังทัศนวิสัยทั่วอาณาบริเวณ  เปิดโอกาสต่อไปให้แก่เธอ...

 

ออโรร่าลากสังขารบอบช้ำ  ฝืนสติที่เกือบหลุดลอยจากการใช้พลังหนักหน่วง  ยกแขนขึ้นบังใบหน้า  วิ่งฝ่าม่านน้ำกับเศษฝุ่นผงกลับมาเพื่อชิงตัววิลเลี่ยม

 

แต่เมื่อมาถึงอีกฝั่งศัตรูสองคนก็ตั้งท่ารอรับ  และไม่รั้งรอปล่อยเธอให้เข้าใกล้

 

ไฟร์บอม!!” ระเบิดลูกไฟขนาดใหญ่ถูกปลดปล่อยพุ่งสู่เธอ

 

ตูมมมมมมมมมม!!” ทว่าออโรร่ากระโดดหลบทัน  พลังพลาดเป้าสร้างหลุมดำเพิ่มบนพื้นกระเบื้อง  ขณะเธอเร่งรุดอย่างรวดเร็วไปข้างหน้า 

 

เปรี้ยงงงงงงงงง!!” ไม่รอช้าถาโถมฟาดฟันพลองแสงสีฟ้าเข้าใส่ศัตรูที่ยกพลองแสงสีแดงตั้งรับไว้ได้ทัน

 

เปรี้ยงงง! เปรี้ยงงง!” เหวี่ยงปัดพลองแสงสีแดง  แล้วฟาดลงอีกครั้งยังศัตรูอีกคนที่รี่เข้ามาพร้อมพลองแสงสีเหลือง

 

ปึก!” พร้อมส่งแรงถีบขาขวาไปด้านหลัง  มุ่งสู่ร่างศัตรูคนแรก

 

ตึง!” ให้ล้มหงายหลังลงไป

 

เปรี้ยงงงงงงงงง!!” แล้วซัดกระแทกศัตรูคนที่สองให้กระเด็นถอย  ก่อนผละห่างออกมาหอบหายใจ

 

ไม่ได้เรื่อง! แค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมพวกแกยังจัดการกันไม่ได้!!” โคลินกราดเกรี้ยวเสียงลั่นอย่างเหลืออด  ขณะร่างหมดสติของวิลเลี่ยมกองอยู่แทบเท้าเขา

 

ไซโคลนคาฟ!”

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!” แล้วโดยไม่ทันตั้งตัว  ทั้งอ่อนแรงเหนื่อยล้า  ออโรร่าไม่อาจหลบหลีก  ถูกพลังสายลมคมบาดเฉือนเข้าอย่างจังที่หน้าอก...

 

พาดยาวฉีกกระชากเป็นแผลฉกรรจ์เหวอะหวะ  โลหิตสีแดงฉานไหลทะลัก  ฉุดร่างที่เจ็บปวดให้ทรุดลงเข่ากระแทกพื้น  ทว่าด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้แม้กายช้ำหนักเจ็บเจียนตาย  ออโรร่ายังไม่ยอมล้มฟุบ  มือซ้ายยันพื้นช่วยพยุงกาย  ส่วนมือขวายังกำพลองแสงสีฟ้าที่แสงอ่อนลงมากไว้แน่น

 

ออโรร่า!!” ขณะเสียงตระหนกอันคุ้นเคยแว่วประสานดังมาแต่ไกล

 

ไฟร์บอม!!” ก่อนระเบิดลูกไฟมหึมาจะถูกปลดปล่อยพุ่งตรงซัดร่างเธอจนกระเด็น

 

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!” กระแทกลงสู่ผืนน้ำ  นำความเจ็บปวดรวดร้าวมาสู่ร่าง... 

 

พร้อมสติที่หลุดลอยดับวูบไป...

...............................……………...................

 

 

จบแล้วค่ะตอนนี้

อ่านสนุกส่งคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ

 

ว่าแล้วก็ขอถ่วงเวลาเพื่อพักผ่อน  และสร้างสรรค์งานดีๆ หน่อยนะคะ

1,399 คอมเม้นท์  1,500 View แล้วจะมาอัพต่อค่ะ

 

ขออภัยที่ต้องใช้วิธีนี้  และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกำลังใจจากทุกท่านนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 / 23:23
    โอ้วว ออโรร่า เจ็บหนักเลยคราวนี้

    ลุ้นๆ ไปอ่านตอนต่อไปดีกว่า
    #1418
    0
  2. #1411 cupcake_ja (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 02:28

    ไม่ได้เข้ามาอ่านนาน คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะ
    โอ้ยเดี่ยวอ่านตอนต่อไปก่อน...
    หึหึ...

    #1411
    0
  3. #1400 mbby (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2551 / 03:03
    สนุกมาก ลุ้นๆๆๆ
    #1400
    0