CLEMENCY

ตอนที่ 70 : ปีสองกับการผจญภัยในป่าเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ก.พ. 51

 

 

 

 

ราตรีนี้เดือนดับดุจยามเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน  แตกต่างเพียงคืนนี้นภาไม่กระจ่างใสเช่นปีนั้น  ดวงดาราที่ควรได้อวดแสงถูกเมฆครึ้มสีเทาทึมบดบัง  ซ้ำมีทีท่าอาจเป็นเมฆฝน  ไร้ลมแรงเย็นยะเยือกที่ควรมี  บรรยากาศโดยรอบนิ่งสนิทอบอ้าว 

 

แม้โอเอซิสเป็นเมืองกลางทะเลทราย  แต่โอกาสที่ฝนจะตกหาใช่ไม่มี  ยิ่งเมื่ออยู่ในบริเวณป่าใหญ่เช่นป่าเทพ  โอกาสที่สายฝนจะสาดเทลงมาดูจะเป็นไปได้ทุกขณะ

 

ออโรร่าแหงนมองนภาสีนิลครึ้มอึมครึมเบื้องบน  ในใจภาวนาขออย่าให้ฝนตก  เฉกเช่นเพื่อนชายหญิงปีสองที่ยืนกระจายอยู่เต็มยังชายป่า  รอคอยน้องปีหนึ่งที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่นาทีเพื่อเริ่มกิจกรรมรับน้องแสนหฤโหด

 

ท่านเทพสูงสุด  ขอพระองค์ทรงเมตตา...อย่าให้คืนนี้ฝนตกเลยค่ะ ชาร์ลีนที่ยืนอยู่เคียงข้าง  ทาบมือขวาลงกับอกซ้ายตน  หลับตาพริ้ม  ภาวนาเสียงเบา

 

ออโรร่าหันไปมอง  กำลังนึกจะอธิษฐานบ้าง  ก็พอดีเหลือบไปเห็นกลุ่มคอร์เนอร์อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก  เอ็ดมันด์กำลังเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม  ด้วยสีหน้าบ่งความหงุดหงิด  คิ้วขมวดเป็นปม

 

ออโรร่าออกจะประหลาดใจที่เห็นเขากับเพื่อนมาช่วยงานคืนนี้ด้วย  แต่คิดอีกทีก็ไม่แปลก  เพราะพวกคอร์เนอร์คงไม่อยากเป็นชนกลุ่มน้อยที่เหลืออยู่โยงเฝ้าหอพัก  ซ้ำการไม่ออกมาช่วยงานคืนนี้ก็เป็นการโง่เขลา  เมื่องานที่ไม่มีใครบังคับเชื้อเชิญนี้มีคำว่า น้ำใจ มาค้ำอยู่แทน

 

มากันแล้ว! หลายเสียงอุทานขึ้นพร้อมกัน

 

เบื้องบนไม่ไกลนักนิสิตปีหนึ่งนับพันเกาะกลุ่มบินมาพร้อมกันด้วยรองบิน

 

ทุกคนเตรียมพร้อม  จับกลุ่มๆละ 4-5 คน  ในแต่ละกลุ่มขอให้มีกล่องพยาบาลด้วย  บินต่ำกว่ายอดไม้  หากคอยติดตามได้ให้ตามไปห่างๆ อย่าลงมือช่วยเหลือจนกว่าจะเห็นว่าไม่ปลอดภัยเริ่มได้! วิลเลี่ยมประกาศก้องผ่านไมค์จิ๋วที่กลัดติดอยู่กับคอเสื้อยืดสีขาวแขนยาว  ไมค์ดังกล่าวมีสายเชื่อมกับลำโพงขนาดเล็กที่เขาซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์  ช่วยขยายเสียงดังพอให้ได้ยินกันในระยะไม่ไกลนัก

 

สิ้นคำประกาศ  ปีสองทั้งหมดก็ทยอยกันเหินบินขึ้นตรงเข้าสู่ป่า  แต่ไม่ให้สูงเกินจนเลยยอดไม้  เนื่องจากเบื้องบนเต็มไปด้วยรุ่นพี่ปีสี่ที่ดักรอจับกุมใครก็ตามที่โผล่พ้นยอดไม้ขึ้นไปให้เห็น 

 

ร่อนลงพื้นแล้วเดินไปซะปีหนึ่ง  ใครอนุญาติให้บินกัน  ปีสอง  ปีสามทำอะไรกันอยู่ทำไมไม่บอกน้อง! เสียงประกาศก้องสะท้านลั่นป่าจากคูช่า  รุ่นพี่มนุษย์เสือชีต้าร์

 

ออโรร่าไม่นึกคาดมาก่อนว่าผู้ทำหน้าที่นี้จะเป็นรุ่นพี่คนสนิทเช่นคูช่า  เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาจากด้านล่าง  ด้วยสีหน้าระบายยิ้มบ่งความขบขัน

 

ผิดกับน้องปีหนึ่งทุกสีหน้าล้วนประหวั่นหวาดกลัว  ยิ่งเห็นว่ารุ่นพี่ที่ส่งเสียงประกาศขู่เป็นมนุษย์เสือชีต้าร์  เวลาพูดเหมือนจะแยกเขี้ยวไปพร้อมกันด้วย  ก็ยิ่งตะหนกตกใจ  ต่างถลาร่อนกระจายหนีกันลงสู่พื้นป่าตามจุดต่างๆ กระเจิดกระเจิง

 

เป็นไงบ้างจ๊ะเมซี่ ชาร์ลีนทัก  อดอมยิ้มไม่ได้กับสีหน้าบึ้งตึงของเพื่อนรักที่ตามมาสมทบทีหลัง  เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่บนเวทีกับน้องปีหนึ่งในหอพักก่อนจะกวาดต้อนให้มาผจญภัยในป่าเทพ

 

ฉันคงไม่ต้องหงุดหงิดขนาดนี้หรอกถ้าออตโตไม่มัวแต่คอยขัดฉัน เมซีเน่ว่า  เสียงกระฟัดกระเฟียด

 

ไม่ได้ขัดซะหน่อย  แค่แสดงความเห็น... ออตโตเถียง  ทว่าเมื่อนัยน์ตาคมดุสีนิลจากเมซีเน่เหล่มองมา เขาก็รีบหลบตา ...ขอโทษ  ขอโทษ  เป็นความผิดฉันจริงๆ พร้อมผงกหัวถี่ทีเล่นทีจริง

 

ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า ลูฟี่กับจินที่มาพร้อมกัน  เห็นท่าทางของออตโต  ถึงกับปล่อยก๊ากเสียงลั่น

 

แต่เจมส์กลับไม่นึกขำด้วย  เอ่ยเสียงเย็น

 

เมซี่รอบคอบดีแล้วที่บอกให้เราช่วยกันตรวจตามห้องพัก  ก่อนจะถึงสองทุ่มที่พี่ปีสามจะเข้ามาตรวจ  ไม่งั้นคงมีน้องๆ หลายสิบคนถูกทำโทษ  และอาจพลาดกิจกรรมสำคัญคืนนี้ น้ำเสียงเรียบ  ทว่านัยน์ตาสีเทาที่ปกติเฉยชา  กลับเป็นประกายกล้าดุดัน

 

สะกดออตโตตัวต้นเหตุให้แข็งทื่อ  ก้มหน้านิ่ง  ด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง

 

เฉกเช่นลูฟี่ที่เป็นลูกคู่สนับสนุนความคิดที่ไม่ต้องการเสียเวลาในการตรวจค้นด้วยกันกับออตโตตั้งแต่อยู่ที่หอปีหนึ่ง  ให้สำนึกผิด  ก้มหน้า  เรียวหางยาวสีขาวที่เมื่อครู่ตั้งขึ้นบ่งอาการสุขใจกลับกลายม้วนตกลู่ลง

 

เอาเถอะฮะ...ยังไงเราก็ผ่านมันมาได้แล้ว  เรารีบไปกันต่อดีกว่านะฮะ  ไม่งั้นเดี๋ยวจะตามไม่ทัน  นี่วิลเลี่ยมก็ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว จินกล่าวจริงจัง  ถึงเขาไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดดื้อดึงของออตโตตั้งแต่แรก  แต่เมื่อครู่ก็ขำตามไปกับมุขของออตโตด้วย  เขาจึงรู้สึกละอายอยู่หน่อยๆ

 

ออโรร่าตบบ่าเมซีเน่เบาๆ ปลอบ  เมซีเน่หันมาส่งยิ้มเนือยๆให้  แล้วถอนใจเล็กน้อย  บ่งว่าไม่อยากต่อความอีก

 

งั้นเราก็ไปกันเถอะจ้ะ  ออโรร่าจ๊ะ...จะอยู่กับเราจนกว่าจะมีการติดต่อมาว่ามีกลุ่มน้องผ่านไปถึงวิหารเทพแล้วใช่มั้ยจ๊ะ ชาร์ลีนถาม  พลางเหินบินนำขึ้นไปก่อนเป็นคนแรก

 

สร้างความประหลาดใจให้เจมส์  เมซีเน่  จิน  ลูฟี่  และออตโต  ซึ่งมาสมทบทีหลังเป็นอย่างยิ่ง  เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าชาร์ลีนเกลียดการบินเป็นที่สุด

 

ออโรร่าพยักหน้าตอบชาร์ลีน  แล้วกำลังมุ่งหน้าจะบินไปสมทบกับชาร์ลีน  แยกไปด้วยกันกับเจมส์  ก็พอดีเมซีเน่ดึงแขนเธอไว้ก่อน

 

ทำไมชาร์ลีนบินได้ไม่มีทีท่ากลัวเลย เมซีเน่กระซิบถาม  นัยน์ตาสีนิลฉายชัดความแปลกใจ  เฉกเช่นเรียวคิ้วงามที่ขมวดมุ่น  ปีกสีขาวกลางหลังสยายกว้างกระพือขึ้นลงอย่างสง่างาม  ก่อให้เกิดสายลมเบาๆโชยพัดโดยรอบ  ท่ามกลางบรรยากาศสงบนิ่งอบอ้าว

 

ไว้พรุ่งนี้ฉันจะเล่าให้ฟัง ออโรร่าตอบ  ส่งยิ้มหวานอย่างจริงใจ  แล้วผละจากไปกับกลุ่มเจมส์  ชาร์ลีน  และจิน

 

เมซีเน่อ้าปากค้างกับรอยยิ้มหวานนั้นจากออโรร่า  ซึ่งทั้งเธอ  ลูฟี่  ออตโต  ไม่เว้นแม้แต่เจมส์กับจินที่ผละจากไปพร้อมกันกับออโรร่าแล้ว  ต่างลงความเห็นว่าเป็นรอยยิ้มแฝงเล่ห์ซ่อนความนัย  และทำให้ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก

...............................……………...................

 

เฟี๊ยววววววววปัง! เสียงพลุสัญญาณถูกจุดขึ้นฟ้า  ตามด้วยแสงสีแดงแตกกระจายฉายฉานโดดเด่นกลางนภาสีนิลที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้ม

 

สัญญาณขอความช่วยเหลือนี้อยู่ไม่ไกลจากจุดของกลุ่มออโรร่า  อันประกอบด้วยเจมส์  ชาร์ลีน  และจิน  ทั้งหมดจึงเร่งรุดไปยังพลุสัญญาณนั้นทันที

 

ไม่ไหวเลยนะฮะน้องๆปีนี้  นี่เราเพิ่งเริ่มเข้ามาในป่าเทพไม่ทันถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ จินบ่น

 

ยะ...อย่าไปว่าน้องๆเขาเลยจ้ะจิน  พวกเขา...อาจไปเจออะไรที่...น่ากลัวเข้าก็ได้ ชาร์ลีนพูด ไม่อาจซ่อนน้ำเสียงสั่นรัวด้วยความหวาดหวั่น  แม้พยายามข่มให้ราบเรียบที่สุดแล้วก็ตาม

 

ตอนเย็นพวกเรามาเดินลุยกันก่อนแล้วนี่ฮะ  พวกสัตว์ร้ายก็ถูกเราไล่จนหนีเข้าป่าลึกกันไปหมด  ไม่น่าจะมีอะไรแล้วนะฮะ จินตั้งข้อสังเกต

 

เจมส์กับออโรร่าพยักหน้าเห็นด้วย 

 

นี่เป็นอีกหน้าที่หนึ่งของปีสองที่ทั้งหมดไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องทำ  และเมื่อได้มาทำก็ทำให้ทราบซึ้งในการดูแลห่วงใยของรุ่นพี่ปีก่อนมาก  เพราะการผจญภัยหฤโหดปีก่อนของพวกเขาดูเล็กน้อยลงไปถนัด  เมื่อเทียบกับการบุกป่าเทพที่สงบเงียบเนิ่นนานมาแรมปีในเย็นที่ผ่านมา  แม้ทั้งหมดจะระดมกำลังพร้อมอาวุธครบมือ  มีรุ่นพี่ปีสามบางส่วนมาช่วย  แต่ก็เล่นเอาเหน็ดเหนื่อยสะบักสะบอมไปตามๆกัน  ทว่ายังโชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ  และทั้งหมดสามารถกลับมาช่วยงานกันต่อได้หลังจากมีเวลาพักผ่อนกันเพียงสองชั่วโมง

 

เมื่อมาถึงที่พลุสัญญาณถูกจุด  ก็พบว่ามีกลุ่มปีสองกลุ่มหนึ่งมาถึงก่อน  และช่วยเหลือน้องปีหนึ่งไว้ได้แล้ว  กลุ่มปีสองนั้นคือวิลเลี่ยม  ซีลล์  และเรเน่

 

เกิดอะไรขึ้นฮะ จินถาม  แม้จะพอเดาได้เลาๆ แล้วก็ตามจากภาพเหตุการณ์ตรงหน้า

รุ่นน้องสาวคนหนึ่ง  ผิวคล้ำ  ผมหยิกฟูสีนิลทักเปียยาวไว้กลางหลัง  ในชุดวอร์สีครีม  กำลังสะอึกสะอื้นอย่างหนักอยู่ในอ้อมแขนของวิลเลี่ยมที่กำลังลูบหลังปลอบเธอเป็นการใหญ่ด้วยมือซ้ายที่ไม่ได้ถือพลอง 

 

ใกล้กันซีลล์กำลังใช้ไม้ท่อนหนึ่งเขี่ยงูตัวยาวที่แน่นิ่งไปแล้ว  ยกซากมันขึ้นมา  และมองหาจุดที่จะโยนมันทิ้งไปให้พ้น

 

ขณะเรเน่มีสีหน้าซีดเซียว  ยืนอยู่ห่างจากซีลล์เป็นวา  ด้วยอาการบ่งชัดว่าเกลียดงูแม้มันจะกลายเป็นซากไปแล้ว 

 

ถัดไปไม่ห่างจากเรเน่  คือรุ่นน้องชายมนุษย์แกะ  และรุ่นน้องหญิงมนุษย์ผสม  เธอมีร่างเป็นกวางมีปีกแบบค้างคาวที่ปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลสีเดียวกับขนอ่อนทั่วกายอยู่กลางหลัง

 

ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้ชาร์ลีนรู้สึกตาร้อนนิดหน่อย  เผลอจับจ้องน้องผิวคล้ำคนนั้นที่อยู่ในอ้อมกอดของวิลเลี่ยม  โดยไม่รู้ตัว  ทว่าเมื่อดึงสติกลับมาได้เธอก็รีบกุลีกุจอ  ถลาร่อนลงไปช่วยเหลือน้องคนนั้น  ดึงเธอออกมาจากวิลเลี่ยม  เพื่อตรวจดูว่ามีบาดแผลหรือเปล่า

 

ถูกกัดหรือได้รับบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าจ๊ะ เธอถามเสียงตื่น  นึกโกรธตัวเองที่คิดเรื่องไร้สาระทั้งที่มีหน้าที่สำคัญต้องทำ

 

น้องผิวคล้ำผละจากวิลเลี่ยมทั้งที่ยังสะอื้น  ตัวสั่นเทา  เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของชาร์ลีนแทน  ยิ่งทำให้ชาร์ลีนรู้สึกละอาย  แล้วรับหน้าที่ลูบหลังปลอบน้องต่อ  พลางมองสำรวจร่างกายน้องว่ามีบาดแผลหรือไม่ด้วยความห่วงใย

 

ส่วนออโรร่ากลับจ้องไปที่รุ่นน้องอีกคนไม่วางตาด้วยความสนอกสนใจ  ยังรุ่นน้องมนุษย์ผสมคนนั้น  ซึ่งสำหรับเธอเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่หาดูได้ยากยิ่ง  ทว่าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว  แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงาม  จนทำให้เธอไม่อาจละสายตาได้

 

ไม่รู้รึไงว่าจ้องแบบนี้น่ะมันเสียมารยาท วิลเลี่ยมกระซิบบอกเธอที่ข้างหู

 

ออโรร่าถึงกับสะดุ้ง  ด้วยไม่ทันรู้ตัวว่าเขามาอยู่ใกล้  แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยเตือน  จึงส่งยิ้มตอบกลับไป

 

วิลเลี่ยมรู้สึกประหม่าทันทีเมื่อได้รับรอยยิ้มนั้น  รีบปั้นสีหน้าเฉยชา  แล้วเอ่ยเสียงดังทำลายความเงียบกับเสียงสะอึกสะอื้นที่ซาลงไปมากแล้วของน้องผิวคล้ำ

 

น้องกลุ่มนี้ต้องออกจากกิจกรรมคืนนี้แล้ว  ฉันอยากให้เธอพาพวกเขาไปส่งที่สถานพยาบาล เขาพูดเชิงสั่งกับออโรร่า

 

ออโรร่าไม่ขัด  เธอพยักหน้า  เพราะอันที่จริงหน้าที่หลักของเธอคือเป็นผู้ทดสอบสุดท้าย  ไม่ต้องประจำไปเป็นกลุ่มกับใคร  จึงเป็นการดีแล้วที่เธอจะพาน้องกลุ่มนี้ออกไปจากป่า  ในเมื่อเพิ่งพ้นชายป่ามาไม่ไกลนัก  เพื่อให้กลุ่มชาร์ลีน  และกลุ่มวิลเลี่ยมได้ทำหน้าที่ช่วยน้องกลุ่มอื่นต่อไป

 

เราไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ น้องมนุษย์ผสมกวางมีปีกพูด

 

ใช่ครับ...ถ้าพี่จะกรุณา...ช่วยพาเรากลับหอก็พอ น้องมนุษย์แกะต่อประโยค  น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเล็กน้อย  เมื่อต้องออกจากกิจกรรมเร็วกว่าที่คิด  เพียงเพราะเพื่อนที่เพิ่งรู้จักตกใจที่งูตัวเล็กกระจ้อยเลื้อยผ่านหน้า  แล้วเธอก็ดันเป็นคนถือผลุไว้ในมือ  และจุดขึ้นฟ้าก่อนเขาจะห้ามได้ทัน

 

ฉะ...ฉัน...ขอโทษ น้องผิวคล้ำเอ่ยเสียงเบา  จับน้ำเสียงหงุดหงิดของเพื่อนใหม่ได้  และรู้สึกผิดที่ทำให้ทั้งกลุ่มต้องพลาดรางวัลมากมายไป

 

ช่างเถอะ...อย่าคิดมากน่า หนุ่มมนุษย์แกะเกาหัวที่เต็มไปด้วยขนฟูหยิกสีขาว  ให้อภัยเพื่อนสาวทันที  เมื่อเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้นหมองเศร้าสำนึกผิด

 

ฝากด้วยนะจ๊ะออโรร่า ชาร์ลีนพูด  โบกมือให้  ขณะออโรร่าเหินบินขึ้นนำน้องทั้งสามที่บินขึ้นตามไป

...............................……………...................

 

กลับจากส่งน้องทั้งสามที่หอพัก  ออโรร่ามุ่งหน้าเข้าป่าอีกครั้ง  ความจริงเธอจะมุ่งไปยังวิหารเทพทันทีเพื่อรอกลุ่มปีหนึ่งที่จะทดสอบสุดท้ายที่นั่นก็ได้  แต่เธอไม่อยากจะรออย่างเบื่อหน่ายอยู่ที่นั่น  เธอจึงเลือกที่จะช่วยเหลือน้องๆ อยู่ในป่าก่อน

 

ทว่าการที่เธอไม่ได้ประจำกลุ่ม  แล้วกลับเข้ามาสมทบทีหลังจึงล้าจากเพื่อนปีสองทั้งหมดไปมาก จนแทบไม่มีน้องปีหนึ่งหลงเหลืออยู่แล้วในแถบชายป่า  กระนั้นเพื่อความแน่ใจ  เธอยังบินอ้อยอิ่งเผื่อจะมีน้องบางกลุ่มยังเหลืออยู่  และก็สมดังหวัง

 

ออโรร่ายิ้มให้กับตัวเองอย่างพอใจ  แอบบินตามน้องชายหญิงกลุ่มห้าคนเบื้องล่างไปห่างๆ ลึกเข้าป่าไปเรื่อยๆ

 

กลุ่มเราช้ากว่ากลุ่มอื่นมากแล้วนะ...เธอจะพักอีกกี่หนถึงจะพอใจ! มนุษย์เสือหนุ่มตะคอกเสียงกร้าวใส่หน้าสาวน้อยร่างเล็ก

 

สาวน้อยร่างผอมบาง  หอบเหนื่อยเหงื่อแตกผลั่ก  ปาดเหงื่อจากหน้าผาก  พลางปัดผมม้าสีบลอนด์ซีดที่ปรกหน้าให้เสยขึ้นพ้นดวงตา  ใบหน้าซีดขาวยิ่งซีดลงอีกเมื่อถูกเพื่อนตะโกนใส่หน้าอย่างไม่พอใจ  ขณะมือเล็กๆนั้นรวบมัดผมยาวกลางหลังที่ยุ่งเหยิงให้เรียบตึงด้วยอาการสั่นเทา

 

อย่าว่ามินนี่นะ! สาวมนุษย์แมวสีเทาตวาดกลับออกตัวแทน  ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างเพื่อนสาวร่างเล็ก  ลูบหลังปลอบประโลมไปพลาง

 

โอ๋กันเข้าไปเหอะ  พรุ่งนี้เช้านั่นแหละเราจึงจะถึงวิหารเทพ มนุษย์เสือหนุ่มไม่เลิกรา

 

มนุษย์แมวสาว  ลุกขึ้นยืนเท้าเอว  ทำท่าจะเถียง  เพื่อนอีกสองคนจึงเข้ามาขวาง

 

ไม่เอาค่ะ  เราอย่ามาทะเลาะกันตรงนี้เลยนะคะ สาวร่างสูง  ผิวดำ  ใบหน้าคมเข้ม  ผมซอยสั้นสีนิล  เข้ามาแทรกกลาง  พร้อมกันกับหนุ่มมนุษย์หมูร่างเตี้ย

 

นั่นซิ...ลงเรือลำเดียวกันแล้ว

 

สองคู่ที่กำลังจะถกเถียงทะเลาะกันจึงต่างเชิดหน้า  ผละห่างกันไป

 

ออโรร่าแอบหัวเราะอยู่เงียบๆ ขณะยืนพักบนกิ่งไม้ใหญ่ถัดจากจุดนั้นไปสองสามต้น  น้องกลุ่มนี้ทำให้เธอนึกถึงเพื่อนๆ  เวลาอยู่ด้วยกัน  เมซีเน่กับวิลเลี่ยมมักถกเถียงกันเสมอ  มีเจมส์  จิน  ชาร์ลีน  และเธอเป็นฝ่ายห้าม  ออตโตเป็นฝ่ายยุ  ส่วนลูฟี่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดโดยเฉพาะหากมีของอร่อยอยู่ตรงหน้าเขา

 

ทว่าภาพน่าเอ็นดูนั้นพลันกลับกลายสลายสิ้น  เมื่อวิบัติภัยมาถึงโดยไม่มีใครทันตั้งตัว!

 

งูยักษ์ตัวดำเมี่ยมมีปีกเป็นพังผืดแบบค้างคาว  พร้อมลูกงูสีเทาอีกสองตัวขนาบข้าง  เลื้อยผ่านเข้ามากลางกลุ่ม

 

ทั้งกลุ่มแตกกระเจิง  สาวร่างสูง  มนุษย์หมูหนุ่ม  และมนุษย์แมวสาว  หวีดร้อง  โกยอ้าวแผ่นแน่บไปคนละทิศ

 

ขณะแม่งูยักษ์ชูคอสูง  แผ่แม่เบี้ยพร้อมฉกมนุษย์ร่างเล็กตรงหน้า  ที่ยืนแข็งทื่อหวาดกลัวเกินกว่าจะขยับหนีได้ 

 

มนุษย์เสือหนุ่มเห็นดังนั้น  จึงฟาดพลองแสงสีแดงลงกลางลำตัวแม่งู  หมายหักเหให้มันเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ตนแทน...

 

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น!

 

พลังฟาดฟันเพียงผิวเผินไม่อาจทำอันตรายผิวหนังที่เต็มไปด้วยเกร็ดหนาของงูยักษ์ได้  งูยักษ์จึงยังไม่เปลี่ยนเป้าจากเหยื่อมนุษย์สาวอ่อนแอตรงหน้า  ขณะลูกงูสองตัวเลื้อยอย่างรวดเร็วเข้ามาหมายฉกรุมมนุษย์เสือหนุ่มที่ทำร้ายแม่ของมัน

 

บีบให้ออโรร่าต้องลงมือเข้าช่วยเหลือ

 

โดยไม่ทันยั้งคิด  ออโรร่าถลาเอาตัวเข้าขวางหน้าน้องปีหนึ่งสาวร่างเล็ก  ขณะงูยักษ์แยกเขี้ยวผงกหัวฉกลงมา!!

 

ฉั๊ว! เขี้ยวคมคู่เฉือนเฉี่ยวต้นแขนซ้ายออโรร่า  ซึ่งกอดรั้งดึงร่างรุ่นน้องหญิง  ขณะพาเบี่ยงหลบพ้นไปได้ทัน

 

ธันเดอร์วิพ! แส้สายฟ้าถูกเรียกใช้ทันทีที่กลับมาเผชิญงูยักษ์อีกครั้ง  ทว่าเพียงต้องการเหวี่ยงฟาดข่มขู่งูยักษ์  และลูกทั้งสองของมันที่กำลังรุมรุ่นน้องมนุษย์เสือเท่านั้น  อานุภาพสายฟ้าที่ก่อเกิดจึงแทบไม่เป็นอันตราย 

 

เนื่องด้วยแม้ในสถานกาณ์ขับขัน  ออโรร่าก็ไม่ต้องการเข่นฆ่าชีวิตสัตว์เหล่านี้  เพราะเหตุที่พวกมันเข้าจู่โจมทำร้ายก็เพียงเพื่อปกป้องถิ่นอาศัยของมันจากเงื้อมมือมนุษย์...

 

มนุษย์ที่เข้ามาบุกรุกทำลายความสงบสุขในป่าที่อยู่ของสรรพสัตว์

 

เปรี๊ยงงงง!

 

เปรี๊ยง!

 

ฟาดแส้สายฟ้าลงพื้นเพียงสองหน  งูสามแม่ลูกก็หวาดกลัว  จากทั้งเสียงสนั่น  และแสงสายฟ้าฟาด  แล้วเลื้อยหลบหายลับเข้าไปในป่า

 

กระนั้นออโรร่ายังคงเปิดพลองเป็นแส้สายฟ้าไว้เช่นนั้น  ด้วยเธอรู้ดีว่ายังไม่อาจวางใจ  เพราะอันตรายยังคงมีอยู่รอบกายเมื่ออยู่ในป่า

 

ขะ...ขอบคุณมากค่ะพี่ รุ่นน้องสาวร่างเล็ก  เดินตัวสั่นเทาเข้ามาใกล้  กล่าวทั้งน้ำตานองหน้า  ด้วยยังตระหนกตกใจ

 

โห...พี่สาวเก่งจังเลยครับ น้องมนุษย์เสือหนุ่มถลาเข้ามาหา  ด้วยสีหน้าชื่นชมยินดี

 

ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ออโรร่าถาม  แล้วยิ้มให้ขณะมองรุ่นน้องทั้งสองอย่างเป็นห่วง

 

นะ...หนูไม่เป็นไรค่ะ  ตะ...แต่พี่ รุ่นน้องหญิงเห็นรอยแผลเป็นทางยาวที่ต้นแขนออโรร่า  เอ่ยถามด้วยใบหน้าซีดสลด

 

นั่นซิครับ  พี่เข้ามาขวางมินนี่  แล้วช่วยเธอไว้  ไม่งั้นเธอก็คง... พูดค้างได้เพียงนั้น  สีหน้ามนุษย์เสือที่เมื่อครู่ยินดีในชัยชนะ  ก็ปรากฎแววหวาดหวั่น

 

ออโรร่าไม่ตอบอะไร  เพียงส่งยิ้ม  แล้วตบหลังให้กำลังใจรุ่นน้องมนุษย์เสือ

 

ขณะเพื่อนอีกสามคนที่เมื่อครู่หนีกระเจิง  ทยอยกลับมาหา  ด้วยสีหน้าสลดสำนึกผิดที่ทิ้งเพื่อนไว้  แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง  ต่างเอ่ยปากขอโทษ  และทั้งกลุ่มต่างรู้ว่าคงไม่อาจผ่านตรงนี้ไปสู่จุดหมาย

 

เฟี๊ยววววววววปัง! พลุสัญญาณสีแดงจึงถูกจุดขึ้นกลางฟ้าหม่น  และเพียงไม่นานกลุ่มช่วยเหลือก็มาถึง

 

เธอช่วยน้องกลุ่มนี้ไว้เหรอ...แล้วเจออะไรเข้าล่ะ เสียงเอ่ยทักถามไถ่จากเอ็ดมันด์  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนปรากฎแววหวาดหวั่นเจือสงสาร  เมื่อเห็นแขนซ้ายออโรร่าที่เสื้อแขนยาวสีฟ้าถูกฉีกขาด  เผยให้เห็นนวลแขนขาวมีแผลเป็นทางยาวเปื้อนเปรอะเลือดสีแดงฉานที่ยังคงไม่หยุดไหล 

 

เพราะแม้คมเขี้ยวงูยักษ์นั้นไร้พิษ  แต่น้ำลายของมันมีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรง  จึงทำให้บาดแผลที่ถูกเฉี่ยวเพียงถากในตอนแรกนั้น  ถึงตอนนี้ถูกฤทธิ์กรดกัดจนบาดลึก

 

ไม่เป็นไร ออโรร่าตอบ  แล้วจงใจปกปิดยกมือขวาขึ้นกุมบาดแผล ช่วยพาน้องกลุ่มนี้ออกไปจากป่าเถอะ เอ่ยขอความช่วยเหลือในเรื่องที่เธอห่วงแทน

 

เธอนั่นแหละที่ควรพาน้องกลุ่มนี้ออกไป  แล้วก็รีบไปสถานพยาบาลซะ โอเวน  หนุ่มร่างสูง  ผิวแทน  ผมสีน้ำตาลไหม้  หนึ่งในสมาชิกกลุ่มคอร์เนอร์  โพล่งออกมาด้วยความสงสาร

 

ทว่าเอ็ดมันด์ปรายตามองสีหน้าบ่งชัดว่าขัดใจ  ทำให้โอเวนรีบหลบตาสงบคำ 

 

ขณะสมาชิกกลุ่มคอร์เนอร์อีกสี่คนที่เหลือไม่พูดอะไร  ทว่าทุกสายตาจับจ้องออโรร่าด้วยความรู้สึกเดียวกันกับโอเวน  เพราะแม้ออโรร่าจะเป็นหนึ่งในศัตรูของพวกเขา  แต่อย่างไรก็เป็นผู้หญิง  ซ้ำยังได้รับบาดเจ็บด้วยเหตุที่มาช่วยเหลือรุ่นน้อง  ซึ่งเป็นการกระทำที่กล้าหาญควรแก่การยกย่อง

 

เธอคงรู้ดีว่ากลิ่นเลือดจะยิ่งเรียกให้สัตว์ร้ายเข้ามาหา เอ็ดมันด์กล่าวเสียงเรียบ  ไม่ได้จงใจขู่  เพียงบอกข้อเท็จจริง  เพราะเขายังคงมีความเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทิ้งผู้หญิงบาดเจ็บไว้เพียงลำพังในป่า

 

ขอบใจ...ฉันจะไปวิหารเทพ  และที่นั่นก็ปลอดภัย ออโรร่าพูด  ส่งยิ้มขอบคุณ  แล้วเหินบินผละจากมาทันที  ไม่เปิดโอกาสให้เอ็ดมันด์ปฏิเสธ

 

กลุ่มคอร์เนอร์มองส่งออโรร่าเหินลับหายเข้าไปในป่าอย่างไม่อยากเชื่อ  ขณะเลือดจากบาดแผลของเธอที่หยาดหยดอยู่บนพื้นยังโชยกลิ่นคาวไม่จางหาย  และพวกเขาได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้คงมีโอกาสได้เห็นเธออีกครั้ง...

...............................……………...................

 

ออโรร่าเหินบินลึกเข้าไปในป่าเพียงลำพังอยู่ครู่ใหญ่โดยไม่พบใครเลย  กระทั่งมาถึงลำธารเล็กๆ สายหนึ่ง  เธอร่อนลงกลางลำธารนั้น  เพื่อจะชำระล้างฤทธิ์กรดออกจากบาดแผล

 

แคว่ก เธอฉีกแขนเสื้อให้กว้างขึ้นเพื่อจะได้มองแผลให้ถนัด  พบว่ารอยแผลบาดลึก  และปริมาณเลือดที่ไหลอยู่ก็มากกว่าที่คาด

 

คงเพราะกรดจากน้ำลายของมัน  โชคยังดีที่เราโดนมันถากแค่เขี้ยวเดียว  เธอคิด  พลางวักน้ำใสสะอาดจากลำธารขึ้นลูบแผล

 

โอย…” แล้วส่งเสียงครวญออกมาเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว  เมื่อความเจ็บแสบแล่นสู่แผล  ขณะถูกมือเปียกน้ำอีกข้างของตนลูบสัมผัส

 

แซ่กกกก! เสียงพุ่มไม้ไหวทำให้เธอหยุดชะงัก  หันมองโดยรอบอย่างระแวดระวัง  แล้วเมื่อเห็นเพียงกวางสามตาวิ่งหนีลับหายเข้าไปในป่าเธอจึงค่อยวางใจ  ทว่าในลำธารกลางป่าเช่นนี้ไม่อาจนอนใจได้ตลอด

 

ต้องไปแล้ว  อาจมีสัตว์ร้ายมากินน้ำที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ เธอคิด 

 

วักน้ำขึ้นลูบแผลล้างคราบเลือดอีกครั้งอย่างเร่งรีบ  แกะผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินที่เธอใช้รวบมัดผมมาซับแผลให้แห้ง  แล้วทั้งที่เลือดยังคงไหลซิบจากปากแผล  เธอก็ยังฝืนทนความเจ็บแสบ  หยิบตลับยาในกระเป๋ากางเกงวอร์มขึ้นมาแล้วทายานั้นลงที่แผล  ก่อนจะผูกทับปิดแผลนั้นด้วยผ้าสีน้ำเงินโดยใช้มือเพียงข้างเดียวอย่างทุลักทุเล

 

ออโรร่าหยุดมองไปตามสายลำธารอีกครั้งก่อนเหินบินขึ้นไป  เธอเพิ่งระลึกได้ว่าลำธารสายนี้คือลำธารสายเดียวกันกับที่เธอและเพื่อนเคยมาหยุดพักในการผจญภัยป่าเทพเมื่อปีก่อน

 

ทว่าวันนี้ลำธารสายเดิมช่างวังเวง  น่าหวาดกลัวกว่าปีก่อนเป็นทวีคูณ  เมื่อเธอไม่มีเพื่อนเคียงข้าง  สายน้ำดำมืดสะท้อนเงาจากท้องนภาเต็มไปด้วยเมฆที่ไร้ดาว  รากไม้ใหญ่ที่ทอดอยู่สองริมธารดูหลอนหลอกดุจร่างของปีศาจ  สายลมหยุดนิ่งไม่โพยพัด  ยลยินแต่เสียงที่ทำให้หวั่นผวา  ทั้งเสียงแมลงกับนกกลางคืน  เสียงสัตว์ร้ายหอนกู่ร้อง  และได้ยินกระทั่งเสียงหวีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดของใครสักคนแว่วมาจากที่ไกลๆ

 

ตระหนักถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้าง  ร่างบางถึงกับสั่นสะท้าน  มือทั้งสองยกขึ้นกอดอกดุจปลอบประโลมตนเองอย่างไม่รู้ตัว  และเธอเพิ่งตระหนักถึงความจริงอีกอย่าง  ว่าไม่เคยอยู่ลำพังเช่นนี้โดยปราศจากเพื่อน...นับตั้งแต่หลุดเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในมิติคลีเมนซีแห่งนี้

 

แล้วจู่ๆ ความหาญกล้าที่มีอยู่มากมายก่อนหน้าก็พลันมลายหายสิ้น  เธอก้าวขาไม่ออกเหมือนถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นให้หยุดยืนอยู่กลางลำธารนั้น  ถึงขนาดคิดถามตนเองว่าเธอมาอยู่ที่ตรงนี้คนเดียวได้อย่างไร

 

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! เสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงวอร์มดังขึ้น  เป็นสายเรียกเข้าจากชาร์ลีน

 

ทีแรกออโรร่าสะดุ้งสุดตัว  ตระหนกในเสียงกริ่งที่เหมือนเป็นเสียงแปลกปลอมดังแทรกผ่านเข้ามาในภวังค์แห่งความหวั่นกลัวของเธอ  แต่แล้วเมื่อหยิบโทรศัพท์นั้นขึ้นมาและเห็นชื่อเพื่อนรักปรากฎ  แสงแห่งความกล้าก็กลับมาฉายชัดในใจเธออีกครา  เธอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว  เหมือนความหวาดหวั่นเมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย  และเธอก็กดรับสายพูด

 

มีอะไรหรือชาร์ลีน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ  ไม่มีความตื่นกลัวหลงเหลืออยู่อีก

 

กลับเป็นเสียงปลายสายของทั้งจินกับชาร์ลีนที่แย่งกันถามไถ่อย่างเป็นห่วง  มีเสียงเจมส์กำชับมาตอนท้ายให้ระมัดระวังให้มากแถมด้วย 

 

ขณะออโรร่าเหินบินขึ้นไปอีกครั้ง  พลางคุยโทรศัพท์  มีเสียงเพื่อนๆ เป็นเกราะคุ้มครองจากความกลัว  และสร้างความกล้าหาญให้เธอก้าวต่อไปข้างหน้า...

...............................……………...................

 

เบื้องล่างมีรุ่นน้องกลุ่มหนึ่ง  กลุ่มนี้ค่อนข้างใหญ่มีอยู่ถึงเจ็ดคน  กอปรด้วยมนุษย์อุรังอุตังชายหญิง  มนุษย์ผสมสาวที่เป็นครึ่งคนครึ่งม้า  มีร่างท่อนล่างเป็นม้าขาวเหมือนเซ็นทอร์ มนุษย์ม้าหนุ่มสีน้ำตาล  ที่ทั้งใบหน้ารูปร่างเป็นม้าแต่มีมือเท้าที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลไม่ต่างจากคน  มนุษย์สุนัขพันธุ์ปั๊กหนุ่ม  และมนุษย์ชายหญิงอย่างละคน

 

พวกนี้ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าออโรร่าแอบตามดูแลอยู่ห่างๆ

 

จากการเฝ้าดูเธอเห็นว่าน้องกลุ่มนี้ฉลาดมาก  รู้จักที่จะหลบเลี่ยงจากอันตราย  สังเกตได้จากเส้นทางการเดินที่หลีกห่างจุดที่มีพลุสัญญาณอันเป็นจุดชี้บ่งว่าเกิดภัย  ทว่าก็ยังคงรักษาระยะทางเพื่อมุ่งตรงไปสู่จุดหมายที่วิหารเทพ  การเดินทางก็เป็นไปโดยไม่เร่งรีบ  แต่ก็ไม่เชื่องช้าจนเกินไป  และแม้ต่างเพิ่งรู้จักกัน  แต่ทุกคนล้วนพยายามพูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันให้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งอย่างหลังนี้  เป็นสิ่งที่รุ่นพี่ทุกคนต่างหวังจะได้เห็น  และเป็นเป้าประสงค์สำคัญของการรับน้องนี้

 

สี่ทุ่มแล้วปีหนึ่ง...ไวกันหน่อย!  ยังไม่มีใครเข้าใกล้วิหารเทพเลยนะ!  รางวัลน่ะไม่เอาใช่มั้ย!!” เสียงประกาศก้องจากคูช่าที่บินอยู่เหนือป่า

 

ออโรร่าแหงนหน้ามองขึ้นไป  เห็นคูช่าเหินบินผ่านไปพร้อมโทรโข่งในมือ  ตามติดด้วยโจวกับนีน่า  เห็นรุ่นพี่คนสนิททั้งสามคอยดูแลอยู่ข้างบนเธอยิ่งอุ่นใจ  แล้วบอกตัวเองในใจให้ทำหน้าที่ดูแลกลุ่มน้องด้านล่างให้ดีเช่นกัน

 

พี่มนุษย์ชีต้าร์นั่นน่ากลัวจัง มนุษย์ผสมสาวครึ่งม้าพูดเสียงหวาด

 

กลัวทำไม  เขาทำอะไรเราไม่ได้สักหน่อย  พวกสัตว์ที่จ้องเล่นงานเราในป่านี่น่ากลัวกว่าอีก มนุษย์อุรังอุตังหนุ่มว่า

 

นั่นซิ...เรารีบไปกันต่อเถอะนะ มนุษย์ม้าหนุ่มเอ่ย  แล้วออกเดินนำ

 

ทว่าเบื้องหน้านั้นออโรร่ารู้ดีว่าเป็นเส้นทางอันตราย  คือรังของค้างคาวยักษ์ดูดเลือดที่เธอกับเพื่อนเคยผ่านมาประสบเมื่อปีก่อน  แต่เธอก็ไม่อาจจะบอกหรือเอ่ยห้ามรุ่นน้องได้  เพราะหน้าที่ของเธอเพียงช่วยเหลือเมื่อเห็นว่าไม่ปลอดภัย  หาใช่การปกป้องจนทำให้น้องไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเอง

 

นี่จะเป็นบทพิสูจน์ความเก่งกล้าของทุกคนออโรร่าบอกตัวเองในใจ  เพื่อย้ำเตือนหักห้ามไม่ให้เข้าช่วยเหลือน้องก่อนถึงเวลาอันควร

 

                 ขณะทั้งกลุ่มก้าวเดินลึกเข้าไปยิ่งขึ้น  สู่เส้นทางยากลำบากที่หมู่ไม้ขึ้นเบียดเสียดหนาแน่นแทบกางกั้นปิดทางเดิน  ดุจกำแพงธรรมชาติบ่งอาณาเขตหวงห้ามผู้บุกรุก  แล้วเปิดโล่งสู่ลานกว้างที่มีเพียงไม้ใหญ่ต้นเดียวยืนโดดเดี่ยว...อันเป็นรังของค้างคาวยักษ์ดูดเลือดตัวสีม่วงเข้ม

 

พวกมันจู่โจมทันทีที่มีผู้บุกรุก!!!

 

ทันทีที่ฝูงค้างคาวยักษ์โหมกระพือเข้ามาหา  ทั้งกลุ่มก็พากันวิ่งหนีไปข้างหน้า  ทว่าไม่ทิ้งกัน  ต่างออกวิ่งไปในทิศทางเดียวกันคอยช่วยเหลือพยุงพาเพื่อนที่อ่อนแอไปด้วย

 

กระนั้นออโรร่ารู้ดีจากประสบการณ์ที่ผ่านมา  หากเอาแต่หนีไม่ช้าคงหมดแรงตกเป็นเหยื่อของฝูงค้างคาว  แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะยื่นมือเข้าช่วยรุ่นน้องกลุ่มนี้  เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเธอเองที่สามารถฝ่าฟันอันตรายนี้ไปได้ในปีก่อน

 

แล้วการณ์ก็เป็นไปดังคาด  ทั้งกลุ่มวิ่งหนีฝูงค้างคาวไปได้ไม่นาน  มนุษย์อุรังอุตังสาวก็สะดุดล้มลง  ทำให้ทั้งกลุ่มจำต้องชะงักฝีเท้า  และบีบให้ต้องหันหน้าเผชิญฝูงค้างคาวยักษ์

 

ไอซ์วอลล์! เสียงเรียกใช้พลังอย่างสิ้นหวังจากเซ็นทอร์สาว  แรงพลังที่ผลักดันส่งกำแพงน้ำแข็งออกไปพัดพาเรือนผมยาวสลวยเบาบางกับปลายขนหางสีขาวของเธอปลิวไสวไปด้านหลัง

 

ทว่าเพียงปราการเย็นเยียบที่ถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความตะหนกของผู้ใช้พลัง  ไม่อาจทำหน้าที่ใดได้  ไม่แม้แต่สามารถเป็นเกราะป้องกันภัยชั่วคราว 

 

เพล้งงงงงงงงงงง! เพียงค้างคาวตัวแรกที่บินมาถึงก็ปะทะชนกำแพงน้ำแข็งเปราะบางดุจแก้วใสนั้นแตกออก...

 

พาค้างคาวทั้งฝูงทะลุผ่านบินเข้ามา!!

 

แล้วด้วยความตื่นตะหนกหวาดกลัว  ดูเหมือนรุ่นน้องทั้งกลุ่มจะไม่สามารถคิดทำอะไรอื่นได้  เพียงยืนหยัดเปิดพลองแสงเตรียมพร้อมหมายฟาดฟันฝูงค้างคาวยักษ์นับร้อยที่กำลังจะจู่โจมประชิดตัวอย่างสิ้นหวัง...

 

บีบให้ออโรร่าต้องลงมือช่วยเหลือ  ถลาร่อนลงขวางกั้นกันกลุ่มน้อง!!

 

ไฟร์บอมม์!! เรียกลูกไฟหลายสิบลูก  แผ่กระจายระเบิดออกกลางอากาศ  ทั้งโจมตีทั้งป้องกันในคราเดียว

 

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!ตูม! ตูม!

 

เสียงระเบิดลูกไฟหลายสิบลูกดังกึกก้องสนั่นป่า  ฝูงค้างคาวยักษ์เกือบทั้งหมดถูกไฟสีส้มแดงคลอกดับดิ้นร่วงหล่นเกลื่อนพื้น  ซากไหม้เกรียม  ฝุ่นควันฟุ้งตลบ

 

ทว่าอันตรายยังไม่สิ้น!!

 

ด้วยไม่ต้องการหักหาญผลาญชีวิต  ออโรร่ายั้งพลังไว้...ฝูงค้างคาวยักษ์จึงยังคงเหลือรอดหลายสิบตัว!!

 

หนีไป!! ออโรร่าร้องสั่งรุ่นน้องเบื้องหลังที่ยืนตะลึงอึ้งงันในความหาญกล้าของเธอ

 

รุ่นน้องทั้งเจ็ดถึงกับสะดุ้งกับเสียงตวาดสั่งนั้น  ทว่าก็ทำตามพยุงพากันวิ่งหนีห่างไป  เว้นเพียงเซ็นทอร์สาวเท่านั้น

 

ฉันไม่ทิ้งพี่ไว้คนเดียวหรอก! ว่าพลางก้าวมายืนเคียงออโรร่า

 

ทว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ออโรร่าปรารถนา  เธอเข้ามาช่วยเพราะอยากให้รุ่นน้องทั้งหมดหนีไปอย่างปลอดภัย  และเมื่อเธอใจอ่อนยั้งพลังทำให้ไม่สามารถฆ่าค้างคาวยักษ์ทั้งฝูงได้ในคราวเดียว  เธอก็ควรเป็นผู้รับผิดชอบกับการกระทำนั้นเพียงผู้เดียว  หาใช่ต้องให้ใครมาช่วย

 

ถอยไป!! ออโรร่าร้องบอก  ก้าวมาข้างหน้าพลางดึงร่างเหวี่ยงน้องผลักไปด้านหลัง

 

เรียวขาแบบม้าทั้งสี่ของเซ็นทอร์สาวที่ไม่ทันตั้งหลัก  กอปรกับร่างบางท่อนบนถูกผลักเหวี่ยง  ทำให้เธอเซถลาไปไกลปะทะรากไม้ใหญ่เบื้องหลังล้มลง  แล้วกลายเป็นเพียงผู้ดูภาพเหตุกาณ์อันตื่นตะลึงเบื้องหน้าเท่านั้น

 

ธันเดอร์สตอร์ม!! ออโรร่าฝ่าเข้าไปกลางฝูงค้างคาวนับสิบที่หลงเหลืออยู่  เรียกพายุสายฟ้า

 

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

 

สายฟ้าคำรามลั่นกึกก้อง  แผ่กระจายฟาดเปรี้ยงนับสิบสาย  ช๊อตฝูงค้างคาวที่เหลือให้สติดับหลับลง  ด้วยเธอยังคงปราณีไม่ต้องการฆ่า  และจำต้องออมถนอมพลังสำหรับการเป็นผู้ทดสอบสุดท้าย

 

ทว่าความเมตตากลับย้อนภัยมาสู่ตัว!!

 

ค้างคาวยักษ์ตัวหนึ่งยังคงเหลือรอด  และไม่รอช้าที่จะจู่โจมหวังฝังเขี้ยวพิษจัดการศัตรูสาวตรงหน้าที่ไม่อาจหลบเลี่ยงพ้น!!

 

ออโรร่าตะหนกตกใจ  นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิ่งกว้าง  เมื่อเห็นค้างคาวสีม่วงยักษ์ถลาบินแยกเขี้ยวฝ่าฝุ่นควันตลบหนาตรงเข้าหาเธอในระยะประชิด  ด้วยไม่อาจหลบหรือชักพลองส่งพลังได้ทัน 

 

ทว่าขณะสิ้นหวัง  ค้างคาวยักษ์มาถึงตัวอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก  เสียงเรียกพลังสายฟ้าจากคนคุ้นเคยก็มาช่วยเหลือทันท่วงที

 

ธันเดอร์วิพ! แส้สายฟ้าตวัดวาดอย่างแม่นยำ  ฟาดค้างคาวยักษ์ช๊อตดับดิ้นกลางอากาศ  โดยไม่ทำอันตรายออโรร่าแม้แต่น้อย  ตามด้วยเจ้าของพลังที่ชักสีหน้าหงุดหงิดเหมือนเช่นเคย  ถลาร่อนลงยืนเบื้องหน้าเธอ

 

ทำไมเธออยู่ที่นี่! วิลเลี่ยมยืนเท้าเอวกระชากเสียงถามอย่างหงุดหงิด 

 

ทว่าความหงุดหงิดที่เขาแสดงออกเป็นเพียงหน้ากากปกปิดความห่วงใยที่เขามีต่อเธอ  ซึ่งเขาไม่ต้องการเผยออกมาให้เธอเห็น  กระนั้นนัยน์ตาสีน้ำเงินคู่นั้นของเขาก็ไม่อาจซ่อนความห่วงกังวลไว้ได้มิด  เขารู้อยู่แก่ใจว่าดวงตาทั้งคู่นั้นกำลังสั่นไหวหวั่นหวาด  กลัวว่าหากเขามาช่วยไม่ทันเธอคงเป็นอันตราย

 

เอ่อ...ฉัน... ออโรร่าแก้ตัวไม่ออก  ได้แต่อึกอักก้มหน้านิ่ง

 

แล้วนี่เธอยังบาดเจ็บอีก ว่าพลางปะคองต้นแขนซ้ายออโรร่าขึ้นมาพินิจใกล้ๆ

 

ถ้าเธอไม่รู้ว่าการเป็นผู้ทดสอบสุดท้ายสำคัญยังไง  อย่างน้อยก็น่าจะนึกออกนะว่าปีที่แล้วเธอทำยังไงในการทดสอบนั่น...สู้แบบยอมตาย! เมื่อแลเห็นว่าบนผืนผ้าสีน้ำเงินที่ผูกทับพันแผลไว้ไร้เลือดซึม  เขาจึงวางใจปล่อยแขนเธอลงอย่างเบามือ  แต่ปากยังคงไม่หยุดพร่ำบ่นตักเตือน

 

รุ่นน้องปีนี้ก็ต้องทำแบบนั้นเช่นกัน  แล้วเธอจะมีแรงพลังพอที่จะสู้ได้หรือ จบประโยคด้วยการปั้นสีหน้าดุคาดคั้น

 

ทั้งออโรร่าผู้ถูกดุว่า  ซีลล์  เรเน่  รุ่นน้องมนุษย์ผสมครึ่งม้า  ถึงกับเงียบอึ้งด้วยความเกรง  และบรรยากาศคงจะคุกรุ่นอีกนาน  หากรุ่นน้องคนอื่นในกลุ่มเดียวกับเซ็นทอร์สาวไม่กลับมา

 

เป็นความผิดของพวกเราเองครับ  พี่ชายอย่าโทษพี่สาวเลย มนุษย์ลิงอุรังอุตังหนุ่มพูดอย่างสำนึกผิด

 

เรายินดีออกจากการแข่งขันคืนนี้ค่ะ เซ็นทอร์สาวพูด

 

คำพูดของเธอทำให้เพื่อนอีกหกคนในกลุ่มตกใจ  และอยากคัดค้าน  ทว่าทั้งหมดไม่อาจทำได้  เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายวิ่งหนีไป  ขณะเธอยังยืนหยัดต่อสู้  แม้ผลจะออกมาโดยที่เธอไม่ได้ออกแรงสู้เลยก็ตาม

 

ไม่จำเป็นหรอก  พวกเธอไปต่อได้  พวกพี่จะถือว่าไม่รู้ไม่เห็นกับการช่วยเหลือครั้งนี้ วิลเลี่ยมพูด  เมื่อพูดกับรุ่นน้อง  น้ำเสียงสีหน้าของเขากลับอ่อนโยน  จนรุ่นน้องรู้สึกยำเกรงทั้งเคารพนับถือในเวลาเดียวกัน

 

แต่เรา... เซ็นทอร์สาวเอ่ยเถียง

 

รีบไปซิจ๊ะ  เดี๋ยวพวกพี่ก็เปลี่ยนใจหรอก เรเน่ว่า  ขยิบตาให้กลุ่มรุ่นน้องที่ยังลังเล  หันมองกันลอกแล่กอย่างปรึกษากัน

 

ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว  ไป...ไปเลย! ซีลล์ตะคอกไล่ 

 

รุ่นน้องทั้งเจ็ดจึงรีบเดินหนีจากไป  และทั้งหมดก็รีบรุดเหินบินห่างออกไปจากอาณาบริเวณรังค้างคาวยักษ์ดูดเลือดนั้น

 

เธอจะไม่ถามเหรอว่าทำไมฉันถึงปล่อยรุ่นน้องกลุ่มนั้นไป วิลเลี่ยมถาม  ขณะทั้งหมดเหินบินผ่านกิ่งไม้ใหญ่ต้นแล้วต้นเล่ามุ่งหน้าสู่วิหารเทพ

 

เพราะเธอต้องการไปส่งฉันที่วิหารเทพ...เป็นความผิดฉัน...ทำให้เธอต้องฝืนกฎ ออโรร่าตอบเสียงเศร้า  คิ้วเรียวขมวดมุ่น  นัยน์ตาสีน้ำตาลสลดหมองอย่างเป็นทุกข์  พลางเบี่ยงตัวเหินเข้าหาเกือบติดประชิดกับวิลเลี่ยม  เมื่อมีกิ่งไม้ใหญ่ขวางทางข้างหน้า

 

รู้ก็ดีแล้ว...แต่เอาเถอะนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่  แล้วฉันก็เห็นรุ่นน้องกลุ่มนี้มาก่อนหน้าเธอ  พวกนี้ใช้ได้  คุ้มที่จะปล่อยไปเพื่อหวังให้ผ่านไปเจอกับเธอในการทดสอบสุดท้าย วิลเลี่ยมตอบ  โดยไม่หันมามอง  ขณะถลาร่อนลงหยุดยืนบนพื้น

 

ทั้งหมดมาถึงริมหนองน้ำกว้างอันเป็นต้นธารของสายน้ำที่ทอดยาวเรื่อยเลาะลดระดับเรียบโตรกผา  เบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามนั้นคือซากวิหารหินเก่าแก่ปรักหักพัง  ที่ยังคงงดงามโดดเด่นอลังการ  กอปรขึ้นด้วยเสาศิลาต้นยักษ์นับสิบค้ำยันหลังคาหินกว้างสลักลายเถาไม้  และรูปปั้นเทพเทพีกระจัดกระจายโดยรอบ

 

เราส่งแค่นี้ล่ะค่ะ  ออโรร่าบินข้ามไปนะคะ เรเน่พูด  จับมือสองข้างของออโรร่าเขย่าไปด้วยอย่างเป็นห่วง

 

อืม...เธอรีบไปเถอะ  อย่างน้อยจะได้พักเอาแรงซะหน่อยก่อนการทดสอบสุดท้าย ซีลล์พูด  มองส่งออโรร่าอย่างห่วงใยเช่นกัน

 

เสร็จงานแล้วฉันจะมารับเธอไปสถานพยาบาล วิลเลี่ยมว่า  แล้วเหินบินจากไปทันที  มีเรเน่กับซีลล์เหินตามไปติดๆอย่างงงงัน

 

คำพูดของวิลเลี่ยมทำให้เรเน่กับซีลล์หันกลับมามองออโรร่าอย่างเป็นห่วงยิ่งขึ้น  แม้ขณะทั้งคู่บินห่างออกไปมากแล้ว  และเห็นออโรร่าโบกมือยิ้มส่งให้อยู่เบื้องหลัง

 

ทว่าสำหรับวิลเลี่ยมที่รีบเหินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง  นั่นเพราะเขาห่วงเธอยิ่งกว่า  ห่วงจนไม่อยากให้เธอต้องไปต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทั้งที่เธอบาดเจ็บ  แต่เขาก็ไม่อาจห้ามไม่ให้เธอทำหน้าที่  จึงทำได้เพียงรีบจากมา  และให้คำมั่นว่าจะรีบมาดูแลเธอทันทีเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ

 

สำหรับออโรร่า  ประโยคพูดธรรมดา  การเหินบินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง  ที่ดูเหมือนว่าวิลเลี่ยมไม่ใส่ใจเธอนั้น  ครั้งนี้กลับสื่อความนัยได้ชัดแจ้งอย่างประหลาด  เธอไม่เคยเข้าใจเขาเท่าวันนี้  หรือบางทีอาจเพราะเธอไม่เคยคิดจะพยายามเข้าใจ  แต่คืนนี้เธอรู้จนเผลอยิ้มออกมา...

 

รู้ว่าเขาให้สัญญาจะกลับมารับเธอ...

...............................……………...................

 

เปรี้ยงงงงงงงงงงง! เสียงสายฟ้าคำราม  ตามด้วยสายฝนสาดซัดเทกระหน่ำสู่ผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาล  และอาณาบริเวณทั้งหมดของโอเอซิส

 

ออโรร่าลืมตาตื่นขึ้น  เปลือกตาที่มีแพขนตายาวกระพริบช้าๆ อย่างเกียจคร้าน  เธอเพิ่งหลับพักเอาแรงไปราวชั่วโมงครึ่งเท่านั้น  ในสถานที่ไม่น่าสบายนัก  คือบนผืนเสื่อที่ปูทับพื้นหินเย็นแข็งกระด้าง  อันเต็มไปด้วยเศษซากกรวดทรายที่กระเทาะหักพังจากวิหาร

 

เธอลุกขึ้นนั่งนิ่งบนเสื่อ  ซึ่งปูหลบอยู่ในเงามืดข้างรูปปั้นเทพสูงจรดเพดานองค์หนึ่ง  จากบรรดารูปปั้นเทพเทพีนับสิบที่เรียงรายตะหง่านง้ำรอบผนังโถงใหญ่ของวิหาร

 

คุณออโรร่าตื่นแล้วเหรอคะ ยูกิเดินเข้ามาใกล้ แผลที่แขนเป็นไงบ้างคะ เธอถามขณะคุกเข่าลงบนเสื่อนั่งลงเคียงข้างออโรร่า  นัยน์ตาสีฟ้าใสจับจ้องต้นแขนซ้ายออโรร่าด้วยสายตากึ่งเจ็บปวดกึ่งห่วงใย

 

ไม่เจ็บแล้วล่ะ  เธอทำแผลเก่งมาก  เก่งกว่าชาร์ลีนซะอีก ออโรร่าพูดพลางยิ้ม  ยกแขนซ้ายขึ้นขยับประกอบเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ  ทั้งที่ความจริงเธอยังรู้สึกแสบแผลอยู่มาก  แต่หลังจากได้รับการล้าง  ใส่ยา  และพันผ้าให้อย่างดีจากยูกิ  ก่อนที่เธอจะหลับพักผ่อนอีกชั่วโมงกว่า  เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก

 

ฉันดีใจค่ะที่ได้ทำอะไรให้คุณออโรร่า  ฮึ่ม...ไม่งั้นฉันไม่อยู่ที่นี่หรอก  รออยู่แบบนี้น่าเบื่อ  ฉันอยากออกไปลุยข้างนอกมากกว่า ยูกิบ่น

 

ออโรร่าหัวเราะ  เพราะที่ยูกิพูดนั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดในใจเช่นกัน  แตกต่างที่เธอได้ไปผจญภัยข้างนอกมาก่อนหน้าแล้ว  และกำลังจะต้องต่อสู้อีกรอบในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

 

เตรียมตัวได้แล้วออโรร่า...พวกปีหนึ่งกลุ่มแรกกำลังมาแล้ว! โบว์ม่า  รุ่นพี่มนุษย์ลิงชิมแปนซีปีสาม  หนึ่งในสมาชิกชมรมพลอง  วิ่งพลางตะโกนเข้ามาในโถงกว้างใหญ่ของวิหาร  เคียงข้างตามมาด้วยลอนรี่  มนุษย์กวางสาวเพื่อนคู่หู

 

ยูกิกับออโรร่าลุกขึ้นออกจากเสื่อ  แล้วช่วยกันเก็บม้วนซ่อนไว้หลังรูปปั้นเทพ 

 

ขณะคนกลุ่มหนึ่งทยอยเดินเข้ามาในโถงวิหารอย่างเชื่องช้าด้วยท่วงท่าสง่างามน่ายำเกรง  กลุ่มคนเหล่านี้คือกรรมการสภานิสิต  มีประธานสภา เฟรเดอริก  นาโต้ ชายผิวเหลือง  ผมสั้นสีดำสนิท  ซึ่งปีนี้อยู่ปีสี่  ปีสุดท้ายในการศึกษา  และในตำแหน่งประธานสภานิสิตแห่งมหาวิทยาลัยโอเอซิส  เฟรเซีย  เรน่า เลขาสาวผมบ๊อบสีแดง  กับสมาชิกสภาอีกสามคนที่ออโรร่าไม่รู้จัก

 

แต่ที่ตามหลังสมาชิกสภากลับเป็นคนที่สร้างความลำบากใจให้ออโรร่ามากกว่า  นั่นคือคู่ปรับสาวสองชมรม นีน่า  เอดาต้า ประธานชมรมพลอง  กับ แอนนี่  มาเซย์  ประธานชมรมเชียร์  ซึ่งขณะนีน่าส่งสายตามองอย่างขุ่นเคือง  แสดงชัดว่าไม่ชอบยังคู่อาฆาตตัวฉกาจอย่างแอนนี่    แต่แอนนี่ไม่แยแสสักนิด  กลับเชิดหน้าเดินด้วยท่วงท่างามสง่าดุจนางพญาเฉกเช่นปกติ  ซ่อนหน้ากากนางมารได้อย่างแนบเนียนต่อหน้าคนหมู่มากเหมือนเช่นเคย

 

ปิดท้ายขบวนด้วยเหล่าปีสาม  กอปรด้วยสาวผมซอยสั้นสีน้ำตาลทำไฮไลท์สีทอง  สาวมนุษย์กระต่าย  และมนุษย์จระเข้หนุ่ม  ซึ่งสามคนหลังนี้ออโรร่าจำได้ว่าปีที่แล้วอยู่ร่วมในการทดสอบสุดท้ายนี้ด้วย

 

พร้อมใช่มั้ยออโรร่า นีน่าเข้ามาตบไหล่ถามพลางยิ้มให้กำลังใจ

 

ออโรร่าเพียงยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น  ทว่านั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้นีน่าวางใจหมดห่วง  นีน่าไม่ชวนคุยต่ออีก  ตบไหล่ออโรร่าเบาๆ อีกครั้งอย่างให้กำลังใจ  แล้วผละห่างไปรวมกลุ่มกับสมาชิกสภา

 

ขณะยูกิกับกลุ่มปีสามช่วยกันเข็นแท๊งค์กระจกใสสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ออกมากลางห้องโถง  ทันเวลาก่อนน้องปีหนึ่งกลุ่มแรกมาถึงพอดี

 

แล้วความคาดหวังของวิลเลี่ยมก็เป็นจริง  กลุ่มน้องปีหนึ่งที่มาถึงคือน้องเจ็ดคนที่ออโรร่าได้ช่วยเหลือไว้จากฝูงค้างคาว 

 

ทันทีที่น้องทั้งเจ็ดเห็นออโรร่า  พี่สาวใจดีที่เคยช่วยชีวิตทุกคนไว้  ทั้งหมดก็ส่งยิ้มให้  รอยยิ้มบนใบหน้าเหนื่อยล้าเปียกโชกจากหยาดฝนปนหยาดเหงื่อทั้งเจ็ดบ่งความโล่งใจยินดีเมื่อมีออโรร่าร่วมอยู่ด้วย  ทว่าเมื่อการอธิบายกติกาการทดสอบสุดท้ายจบลง  และทั้งหมดรู้ว่าออโรร่าคือผู้ทดสอบสุดท้าย  ที่คนใดคนหนึ่งในกลุ่มต้องออกไปสู้ด้วย  รอยยิ้มก็จางหาย  ทุกใบหน้าพลันเผือดซีด

 

ระ...เรา...ต้องสู้กับพี่ออโรร่าหรือคะ เซ็นทอร์สาวถามเสียงสั่น

 

ใช่จ้ะ...แต่ถ้าพวกเธอจะเปลี่ยนใจก็ไม่เป็นไร  พวกพี่จะพาไปส่งทันทีเลย แอนนี่  มาเซย์  รับหน้าที่เกลี้ยกล่อมเปลี่ยนใจเฉกเช่นปีก่อน

 

เราขอปรึกษากันก่อนสักครู่ครับ หนุ่มมนุษย์ม้าขนสีน้ำตาลตอบ  แล้วพาทั้งกลุ่มถอยห่างจากรุ่นพี่เพื่อพูดคุยกัน

 

ผ่านไปหลายนาที  ในที่สุดบทสรุปก็ออกมา  อันเป็นข้อสรุปที่ออโรร่ายากจะยอมรับยิ่ง  เพราะรุ่นน้องคนที่เธอต้องสู้ด้วยคือเซ็นทอร์สาว  คนที่เคยร่วมเผชิญอันตรายร่วมกันมากับเธอ  แม้เพียงระยะเวลาอันสั้น  ทว่านั่นก็เพียงพอจะส่งผลกระทบต่อจิตใจออโรร่าอย่างมากมาย  ความเมตตาเอื้ออาทรที่เคยมีต่อกันไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้  กำลังจะเป็นอุปสรรคในการต่อสู้ครั้งนี้ของเธอ

 

เห็นพลังของพี่แล้ว  สารภาพตามตรงว่าต่อให้พวกเราทั้งกลุ่มร่วมมือกันก็ไม่มีทางสู้พี่ได้  แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว  และเพื่อนๆไว้ใจให้ทำหน้าที่นี้  ฉันก็จะขอสู้เต็มที่  ฉันจะไม่ออมมือ  และขอให้พี่อย่าออมมือเช่นกัน…” เซ็นทอร์สาวพูด  ตั้งท่าพร้อมเตรียมสู้  เปิดพลองแสงสีขาวขุ่นเปี่ยมพลังความเย็น  ไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกปกคลุมโดยรอบทันที 

 

ไอซ์คริสตัล! แล้วไม่รีรอเรียกพลังพิเศษ  ปล่อยแท่งน้ำแข็งหนาหนักปลายแหลมคมนับสิบพุ่งตรงไปข้างหน้า...

 

หมายจู่โจมออโรร่าอย่างฉับพลันไม่ให้ทันตั้งตัว!!

 

ทว่านี่เป็นกลยุทธที่ออโรร่าคาดไว้อยู่แล้ว โจมตีก่อนได้เปรียบ เป็นกฎการต่อสู้พื้นฐานที่เธอเคยใช้มาก่อนเช่นกัน  ดังนั้นแม้จะหลบหลีกได้พ้น  เธอจึงไม่คิดจะหลบ  กลับปล่อยพลังพิเศษตอบโต้

 

ไฟร์สเปรด! เปลวเพลิงพวยพุ่งออกจากปลายพลอง  แผ่กระจายต้านทานแท่งน้ำแข็งหลอมละลายจนหมดสิ้น

 

ตามติดด้วยการบุกโจมตีต่อเนื่อง

 

วินคัตเตอร์! เรียกกระแสลมแรงคมดุจเคียวเล่มยักษ์แหวกอากาศพุ่งตรงสู่รุ่นน้อง

 

เซ็นทอร์สาวตกตะลึง  นัยน์ตาเบิ่งกว้าง  ทว่ายังมีสติ  อาศัยความได้เปรียบของเผ่าพันธุ์อาชา  สี่ขาเรียวงามสง่าพากระโจนหลบพ้นไปได้ทัน

 

เปรี้ยงงงงงงงงง! ปล่อยสายลมตัดเฉือนกำแพงหินหนาเบื้องหลังเป็นรอยยาวบาดลึก

 

ไม่จริง! พี่ใช้ได้สามพลัง! พลางตะโกนร้องอย่างตะหนก

 

ออโรร่าเพียงพยักหน้าอย่างสงบ  แล้วยืนรอให้รุ่นน้องลุกขึ้นเพื่อจะสู้ต่อ 

 

สร้างความหงุดหงิดขัดใจให้นีน่ากับแอนนี่อย่างมาก  ที่ออโรร่าไม่รู้จักข่มขวัญคู่ต่อสู้  จนสองคู่ปรับประสานเสียงใจตรงกันขึ้นมาอย่างประหลาด

 

ใช่แล้ว...ถ้าน้องสู้ไม่ไหวก็ยอมแพ้ซะ!

 

ตะโกนถ้อยประโยคเดียวออกมาพร้อมกันจึงต่างแปลกใจ  ส่งสายตาฉงนฉงายให้แก่กัน  แต่แล้วเมื่อรู้ตัวก็สะบัดหน้าหนีไปคนละทิศ

 

ทว่าประโยคพูดนั้นได้ผลสมดังเจตนา  เซ็นทอร์สาวที่ประหวั่นหวาดในการต่อกรกับออโรร่าอยู่แล้วยิ่งทดท้อหมดกำลังใจ  และเธอคงยอมแพ้หากไม่ได้กำลังใจจากผองเพื่อน

 

ลุกขึ้นซิ ดาโกรต้า อย่ายอมแพ้! เสียงตะโกนจากหนุ่มมนุษย์ม้าสีน้ำตาล 

 

ดาโกรต้า เซ็นทอร์สาว  สะบัดหน้าไปยังทิศทางเสียงนั้นทันที  และเห็นน้ำในแท๊งค์กระจกใสสูงขึ้นจนถึงระดับอกของเพื่อน

 

ลุกขึ้น! เสียงประสานจากเพื่อนแฝดชายหญิงมนุษย์อุรังอุตัง

 

สู้เค้า! เสียงตะโกนตามมาจากหนุ่มมนุษย์สุนัขพันธ์ปั๊ก

 

อย่ายอมแพ้นะ! หนุ่มผิวดำ  ผมแดงยาวประบ่า  ริมฝีปากหนา  ร้องบอกส่งกำลังใจ

 

เธอสัญญาแล้วนะว่าจะสู้จนถึงที่สุด! สาวผิวเหลือง  ร่างอวบ  ใบหน้านวลกว่าครึ่งถูกบดบังไว้ด้วยแว่นตากรอบทอง  ผมสีนิลยาวสลวยถึงกลางหลัง  เพื่อนร่วมห้องคนสนิทของดาโกต้า  ร้องบอกตอกย้ำ

 

ได้กำลังใจจากเพื่อน  ดาโกรต้าจึงลุกขึ้นยืน  แม้เชื่องช้าอ่อนล้า  แต่หัวใจพองโตเปี่ยมพลัง  สองมือจับด้ามพลองตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ต่อไป

 

เห็นท่าถือพลองเช่นนี้ออโรร่าก็เข้าใจทันที  ดาโกรต้าไม่คิดสู้กับเธอด้วยพลังพิเศษ  แต่หมายมั่นชิงชัยด้วยชั้นเชิงการต่อสู้ด้วยพลองแทน

 

ครั้งนี้เธอจึงไม่รีรอ...เปิดศึกลงมือก่อน  พุ่งทะยานจู่โจมทันที!!

 

เปรี้ยะ! พลองแสงสีฟ้าปะทะกับพลองแสงสีขาวที่ยกขึ้นตั้งรับทันท่วงที

 

ทว่าทำได้เพียงนั้น  ดาโกรต้าไม่มีแม้เวลาจะหยุดตกตะลึง

 

ออโรร่ากระโดดถีบตัวสูงขึ้น  เงื้อพลองหมายมั่นฟาดฟันลงมา!!

 

เปรี้ยงงงงงงงงง! พลังทำลายฟาดพื้นหินแตกกระจายเป็นทางยาว

 

ดาโกรต้าหลบลี้ไปได้ทัน  โดยอาศัยความแข็งแกร่งรวดเร็วของท่อนร่างดั่งอาชา  แล้วโจมตีกลับทันที

 

ไอซ์คริสตัล! เรียกแท่งน้ำแข็งหนาหนักปลายแหลมคมนับสิบพุ่งตรงสู่ออโรร่า

 

วินคัตเตอร์! แต่ออโรร่ากลับเรียกกระแสลมตัดเฉือนทำลายแท่งน้ำแข็งหนาไปได้หมด

 

กระนั้นดาโกรต้าไม่ยอมแพ้  โผนทะยานพุ่งตัวตามสายพลังตนที่ถูกทำลายลงไป  เข้าปะทะประชิดตัวออโรร่าอย่างรวดเร็ว

 

เปรี้ยง! พลองแสงทั้งสองพุ่งปะทะกันอีกครั้ง

 

ออโรร่าเกือบยกพลองตั้งรับไว้ไม่ทัน  ทว่าเมื่อต่างดันพลองยื้อพลังกันอยู่เช่นนี้  เธอก็รู้แจ้งว่าอีกฝ่ายอ่อนล้าด้อยพลังกว่าเธอมาก  ด้วยขณะดาโกรต้าต้องออกแรงส่งพลังอย่างมาก  จนใบหน้านวลเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ  มือทั้งสองกำเกร็ง  ร่างสั่นสะท้าน  แต่ออโรร่าเพียงตั้งรับส่งพลังต้านไปไม่มาก

 

เพราะเราได้พักเอาแรง  แต่กว่าน้องจะมาถึงที่นี่ต้องเหนื่อยเจออะไรมามาก ออโรร่าคิด  แล้วความสงสารก็เกือบทำให้เธอใจอ่อนยอมแพ้โดยง่าย  ถ้าไม่ได้เฟรเซียเตือนสติ

 

เธอแพ้แบบนี้ไม่ได้ออโรร่า!

 

ออโรร่าจึงโถมร่างส่งแรงซัดพลังออกไปพร้อมกัน 

 

ตึงงงงงงงงงงงงงง!!

 

ส่งเซ็นทอร์สาวรุ่นน้องลอยกระเด็นปะทะเข้ากับรูปสลักเทพีเบื้องหลัง

 

แรงปะทะรวดเร็วรุนแรง  ส่งความเจ็บปวดแล่นผ่านสู่สมองดาโกรต้าอย่างฉับพลัน  แม้ไม่ถึงกับมีบาดแผล  แต่ความมึนงงกำลังดึงสติให้ดิ่งวูบจวนดับ  ทว่าเมื่อนัยน์ตาสีเทาแลเห็นร่างผองเพื่อนจวนจมอยู่ใต้น้ำที่สูงขึ้นถึงคาง  เธอก็กลับมีแรงกำลังขึ้นมา 

 

ไอซ์คริสตัล! เรียกแท่งน้ำแข็งปลายแหลมคมพุ่งตรงสู่ออโรร่า

 

ทว่าครั้งนี้แม้ออโรร่าหลบได้ทันเธอกลับไม่ยอมหลบหลีก  เพราะรู้ดีถึงบทบาทที่ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ในเวลาที่เหมาะควร

 

หลบไปค่ะพี่! กลับเป็นดาโกรต้า  ผู้ปล่อยพลังตะหนกตกใจ

 

ออโรร่าเพียงหันหลังค้อมตัวก้มหัวต่ำ  ปล่อยให้สายธารแท่งน้ำแข็งหนาพุ่งปะทะร่าง!!

 

แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความบ้าบิ่นไม่ยั้งคิด  ทว่าเป็นเพราะเธอรู้ถึงพลังที่อ่อนแรงของดาโกรต้า

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

 

ธารพลังแท่งน้ำแข็งที่เปราะบางแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงทันทีที่ปะทะแผ่นหลังออโรร่า  กลบเสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาเที่ยงคืน...อันเป็นเวลาสิ้นสุดกิจกรรมรับน้อง

 

ออโรร่ายืดตัวยืนตรง  หันกลับมา  แล้วเดินไปหาดาโกรต้า 

 

ยินดีด้วย...เธอกับเพื่อนชนะแล้ว  ออโรร่าพูด  ยิ้มอ่อนโยน  และส่งมือให้

 

ดาโกรต้ายื่นมือส่งให้ออโรร่าช่วยฉุดลุกขึ้นยืน  พลางส่งยิ้มตอบ  ขณะเพื่อนถูกปล่อยจากแท๊งค์ต่างกรูกันวิ่งมาหา

 

น้องปีหนึ่งกลุ่มนี้ชนะแล้ว!  พร้อมกันกับเสียงประกาศก้องอย่างยินดีจากเฟรเดอริก  ประธานสภานิสิต  ยืนยันในชนะของดาโกรต้ากับผองเพื่อน...

...............................……………...................

 

ภารกิจในค่ำคืนนี้สำหรับเหล่าปีหนึ่งจบลงแล้ว  น้องปีหนึ่งกลุ่มที่ชนะถูกพาไปส่งอย่างปลอดภัยเฉกเช่นกลุ่มอื่น ที่ไม่บาดเจ็บหรือเจ็บเล็กน้อยถูกส่งกลับหอ  ซึ่งมีรุ่นพี่อีกกลุ่มคอยรับดูแลอยู่  ที่เจ็บมากส่งไปสถานพยาบาล 

 

นี่จึงหมายถึงงานที่ยังไม่จบสิ้นลงโดยง่ายของบรรดารุ่นพี่  โดยเฉพาะปีสองที่เป็นแม่งานหลักจำต้องรับผิดชอบทุกอย่าง 

 

ดังนั้นที่วิลเลี่ยมสัญญาไว้ว่าจะไปรับออโรร่าจึงไม่สามารถทำได้  เขาไม่ได้อยากผิดสัญญา  แต่หน้าที่ทำให้เขาต้องฝืนทน  ต้องคอยช่วยเหลือน้องทุกกลุ่มให้กลับออกจากป่าอย่างปลอดภัย  ซึ่งเป็นงานที่ดูเหมือนจะไม่สิ้นสุดตลอดคืนนี้  ท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำไม่ขาดสาย 

 

ทว่าแม้หยาดฝนเปียกปอนทั่วกายจนหนาวเหน็บ  ก็ไม่ทุกข์ทรมานเท่าใจเขาที่ห่วงหาออโรร่า  ทุกนาทีทุกชั่วโมงที่ผ่านไป  ตอกย้ำเตือนใจว่าเธออาจกำลังรอเขาอยู่...รอให้เขาไปรับทั้งที่เธออาจเจ็บหนักจากการต่อสู้

 

เช่นเดียวกับจิน  เจมส์  ออตโตที่ยังคงวนเวียนอยู่เหนือป่าทำหน้าที่เดียวกับวิลเลี่ยม  ก็ต่างนึกห่วงออโรร่า

 

กระทั่งชาร์ลีนที่กระวนกระวายอยู่หน้าสถานพยาบาล  แต่ด้วยหน้าที่หัวหน้าหน่วยพยาบาลทำให้เธอไม่อาจปลีกตัว  เพราะไม่เพียงรุ่นน้อง  แต่ทั้งเพื่อน  รุ่นพี่ต่างก็บาดเจ็บทยอยมาเข้ารับการรักษาไม่ขาดสาย

 

ทั้งเมซีเน่กับลูฟี่ก็ต่างห่วงกังวล  ขณะทั้งสองทำหน้าที่ดูแล  ทำแผล  บริการอาหาร  เครื่องดื่มให้รุ่นน้อง  แล้วส่งให้กลับเข้าห้องอยู่หน้าหอพักปีหนึ่ง

 

ทว่าทั้งเจ็ดต่างโล่งใจเป็นปลิดทิ้ง  แล้วมุ่งมั่นทำงานได้ต่อไปพร้อมรอยยิ้ม  เมื่อข้อความเข้ายังมือถือส่งมาจากออโรร่า

 

ขอโทษที่ไม่ได้โทรไป  และไม่ได้ไปช่วยงานต่อ  ฉันเหนื่อยมาก...แต่กลับถึงหอแล้ว  ไม่ต้องห่วง

 

เมื่อออโรร่าส่งข้อความเสร็จสิ้น  เปลือกตาเธอก็เหมือนจะหนาหนักขึ้นมาจนปิดลง  ศีรษะเอียงวูบลงบนหมอน  แล้วหลับสนิทไปทันที  ในชุดนอนเสื้อแขนสั้นสีฟ้าลายดาวขาว  กางเกงขายาวลายเดียวกัน  โดยยังไม่ทันพันแผลที่แขนซ้ายด้วยผ้าที่ถือเตรียมไว้ในมือเลยด้วยซ้ำ

...............................……………...................

 

 

จบแล้วค่ะตอนนี้  ไปต่อกันที่ตอนหน้าเลยค่ะ

 

1,454 ความคิดเห็น