CLEMENCY

ตอนที่ 69 : หน้าที่ของพี่ปีสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ม.ค. 51

 

 

 

ใครช่วยบอกฉันทีเหอะ...ว่าฉันฝันไป  แล้วตอนนี้ฉันกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงในห้อง วิลเลี่ยมพึมพำกับตัวเอง

 

นี่ไม่ใช่เวลามาบ่นนะยะ!  จะสองทุ่มแล้ว...ใกล้เวลาปฐมนิเทศน์น้องปีหนึ่ง  นายเป็นหัวหน้านะจะเอายังไงก็ว่ามา เมซีเน่ดุแกมบ่นด้วยน้ำเสียงรำคาญเต็มที่ 

 

ขณะทั้งหมดยังอยู่บนเวที  เพิ่งเสร็จจากการแสดงความยินดีกันหมาดๆ กับตำแหน่งสำคัญที่ได้รับต่อเนื่องกันอีกปี 

 

เพื่อนนิสิตปีสองหลายคนที่เมื่อครู่ต่างปรบมือต้อนรับการกลับสู่ตำแหน่งของพวกเขา  ตอนนี้กำลังทยอยกันจะออกไปจากห้องนั่งเล่นใต้ดิน

 

เฮ้อ... วิลเลี่ยมถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย  แล้วออกปากขอความช่วยเหลือ  พร้อมกลับมาทำหน้าที่หัวหน้าอย่างดีเยี่ยม  แม้ไม่เต็มใจนัก ชาร์ลีน...ช่วยบอกทุกคนทีว่าอีกหนึ่งชั่วโมง  หลังเราปฐมนิเทศน์ปีหนึ่งเสร็จ  ขอให้กลับมาประชุมกันที่นี่อีก  เพราะเราต้องการให้พวกเขาช่วย

 

สิ้นคำขอร้องแกมสั่ง  ชาร์ลีนยิ้มละไมรับ  แล้วไม่รอช้าทำตามคำขอนั้นอย่างเต็มใจ  คว้าไมค์ออกประกาศบอกเพื่อนปีสองทันที

 

เพื่อนๆ คะ  หลังจากนี้อีกหนึ่งชั่วโมง  เราจะกลับมาจากการปฐมนิเทศน์น้องปีหนึ่งค่ะ  ถึงตอนนั้นเราอยากขอให้ทุกคนกลับมาที่นี่อีกครั้ง  เพื่อร่วมประชุมดำเนินการกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ที่เราต้องจัดเพื่อน้องๆ คือ ทัวร์มหาลัย  และการผจญภัยในป่าเทพ  พวกเรารบกวนขอความร่วมมือจากเพื่อนๆด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ

 

หลายคนพยักหน้าตอบรับคำประกาศนั้น  บางกลุ่มกลับมายังที่นั่งตัดสินใจไม่กลับห้องพัก  เลือกที่จะเล่นเกมส์  พูดคุย  หรืออ่านหนังสือไปพลางเพื่อรอเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง  เช่นกลุ่มของยูกิกับซีลล์  บางกลุ่มขอกลับห้องไปก่อน  เพื่อจัดเก็บข้าวของเข้าที่ให้เรียบร้อย  แล้วค่อยกลับมาใหม่  แต่บางกลุ่มอาจจะไม่กลับมาทั้งหมดแล้วเลือกที่จะส่งตัวแทนกลับเข้าประชุมแทน  ทว่าทั้งหมดล้วนรับรู้และพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

 

เอาล่ะ...ทีนี้  ออตโต  เจมส์  จิน  ลูฟี่  พวกนายไปปฐมนิเทศน์เด็กปีหนึ่ง  ฉันกับชาร์ลีน  แล้วก็อีกสองคนที่เหลือจะไปประชุมนัดหมายกำหนดการกิจกรรมวันพรุ่งนี้กับสภานิสิต…” วิลเลี่ยมกล่าวต่อเสียงเรียบ  แต่ไม่ทันจบก็ถูกแทรกอย่างหมั่นไส้จากเมซีเน่

 

สองคนที่เหลือ...ฟังดูไร้ค่ามากเลยนะ  นายจงใจว่าฉันกับออโรร่าใช่มั้ยยะ เมซีเน่แขวะทีเล่นทีจริง  แต่น้ำเสียงไม่วายกระแทกกระทั้น

 

วิลเลี่ยมปรายตามองอย่างหงุดหงิด  แล้วกำลังจะเริ่มโต้ตอบระเบิดศึก  แก้เครียดที่ต้องกลับมารับตำแหน่งที่ไม่ต้องการ  ก็พอดีออโรร่าขัดขึ้น

 

มีใครสังเกตบ้างรึเปล่า  ตั้งแต่เรามาที่หอนี่...ว่าธงประจำนิสิตปีสองไม่มีติดอยู่บนยอดเสาที่ทำการกรรมการนิสิตข้างบน

 

คำถามสำคัญจากออโรร่า  ดึงความสนใจของทุกคนในกลุ่มทันที

 

เธอแน่ใจเหรอออโรร่า! เมซีเน่ถามเสียงตื่น

 

ออโรร่าพยักหน้าช้าๆ อย่างเคร่งเครียด

 

คงเพราะออโรร่าไปบินเล่นก็เลยเห็นว่าข้างบนไม่มีธงซินะฮะ  แต่พวกเราตั้งแต่กลับมายังไม่มีใครบินขึ้นไปเลย  เพราะมัวแต่ยุ่งๆกันอยู่นี่ฮะ จินออกความเห็น

 

ใช่จ้ะ...แล้วเราก็ไม่ได้แหงนหน้าขึ้นไปดูข้างบนตึกกันเลย ชาร์ลีนต่อประโยค  สีหน้ากลัดกลุ้ม

 

เอาเถอะ...ขึ้นไปที่ทำการนั่นกันก่อน  มันอาจถูกปลดลงจากเสาอยู่แถวนั้น เจมส์ตั้งสมมติฐาน

 

ทั้งกลุ่มไม่รอช้ารีบรุดไปยังโถงลิฟท์  มุ่งหน้าสู่ชั้นสูงสุดยังสวนดาดฟ้าหอหญิงที่ทำการกรรมการนิสิตปีสองทันที

 

ดาดฟ้าหอหญิงเงียบสงบร่มเย็นเหมือนเช่นดาดฟ้าทุกอาคารในโอเอซิส  เป็นสวนป่า  มีแอ่งทะเลสาบอันเป็นต้นน้ำของธารน้ำตก  ซึ่งทอดสายไหลรินลงไปตามตัวอาคาร  สู่ลำธารเบื้องล่างที่ล้อมรอบหอพัก  ท่ามกลางสวนเขียวขจี

 

ณ ที่ทำการกรรมการนิสิต  ริมขอบทะเลสาบต้นน้ำของธารน้ำตก  มีเสาโลหะขนาดยักษ์ซึ่งยอดเสาว่างเปล่าไร้ธงสีฟ้าปักดิ้นอักษรสีเขียวคำว่า โอเอซิสที่ควรจะมีอยู่  ส่วนริมฝั่งด้านสวนป่า  มีศาลาแปดเหลี่ยมหินอ่อนแบบจีน  ภายในมีโต๊ะกับม้านั่งหินอ่อนตั้งอยู่ 

 

ไม่มี!! ลูฟี่วิ่งมาถึงศาลาหินเป็นคนแรก  แลเห็นบนโต๊ะหินกลมนั้นว่างเปล่า

 

ถ้าที่นี่ไม่มี  แล้วเราจะไปหาที่ไหนกัน ออตโตว่า  น้ำเสียงว้าวุ่น  เพราะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของธงมากกว่าใคร

 

วุ่นจริง! แค่ธงผืนเดียว! ฉันกับออโรร่าจะหาเอง  พวกนายแยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว!! วิลเลี่ยมโวยอย่างเหลืออด  หงุดหงิดกับการยึดติด  ทว่าก็ทำได้เพียงยอมรับว่าธงอันเป็นสัญลักษณ์  คือสิ่งที่พวกเขาผู้ทำหน้าที่กรรมการชั้นปีต้องปกป้อง  และยึดมั่น

 

แต่วิลจ๊ะ... ชาร์ลีนทำท่าจะแย้ง  แต่วิลเลี่ยมไม่เปิดโอกาส

 

เธอกับเมซี่ทำงานกับสภาอยู่แล้ว  คงคุ้นเคยกับพวกเขา  การจะช่วยแก้ตัวแทนฉันที่ไปไม่ได้คงง่ายขึ้น  แต่อย่าบอกพวกสภาล่ะว่าธงหาย  แล้วก็ไม่ต้องห่วง...ฉันกับออโรร่าต้องหามันให้เจอให้ได้  พวกนายก็เหมือนกัน... พูดจริงจัง  พลางหันจ้องด้วยนัยน์ตาสีน้ำเงินเคร่งต่อเพื่อนชายทั้งสี่ ...ทำหน้าที่ปฐมนิเทศน์ให้ดีที่สุด  นัดหมายเวลาทัวร์มหาลัยพรุ่งนี้  แล้วกลับมาเราค่อยวางแผนกันต่อ...ไปกันเถอะ!

 

ทุกคนพยักหน้า  แล้วรีบรุดกระจายไปทำหน้าที่อย่างเร่งรีบ  ไม่แม้แต่จะเสียเวลาเอ่ยตอบรับ

 

เอาล่ะ...ทีนี้เราจะหาธงได้จากที่ไหน วิลเลี่ยมตั้งคำถาม  เจตนาถามตัวเองเพื่อนำความคิดมากกว่าจะถามออโรร่า

 

ออโรร่าเข้าใจดี  เธอจึงไม่ตอบ  ทว่ากำลังจ้องมองตรงไปยังบางสิ่งเบื้องหลังวิลเลี่ยม

 

วิลเลี่ยมหันไปตามสายตาออโรร่า  แลเห็นกระดาษแข็งสีฟ้าอ่อนม้วนไว้ด้วยแกนติดกับเสาศาลาต้นหนึ่ง  เขาเดินเลี่ยงโต๊ะกับม้านั่งหินตรงไปยังม้วนกระดาษนั้นพร้อมกันกับเธอ

 

ปลายกระดาษถูกขึงยึดให้เรียบไว้ด้วยท่อนไม้บาง  ตรงกลางมีที่จับดึงยื่นออกมาลักษณะคล้ายกางเขน  ส่วนปลายจึงมีน้ำหนักถ่วงทำให้กระดาษไม่หดม้วนเข้าไปในแกนทั้งหมด

 

วิลเลี่ยมดึงม้วนกระดาษนั้นออกมาจนสุดแกนทันที  เพื่อทั้งสองจะได้อ่านข้อความข้างใน

 

ถึงคณะกรรมการนิสิตปีสองรุ่นใหม่

ซึ่งอาจเป็นกลุ่มเดียวกันกับคณะกรรมการนิสิตปีหนึ่ง

หรือมีคนจากคณะกรรมการนิสิตปีหนึ่งบางส่วน

(หวังว่าคงไม่ผิดโผลไปจากนี้นะ)

 

ประโยคแรกที่ผ่านสายตา  ทำเอาวิลเลี่ยมกับออโรร่าหันสบตากันด้วยความฉงน  ด้วยต่างคิดในใจเช่นเดียวกันว่า

 

พวกเขารู้ได้อย่างไร!!

 

วิลเลี่ยมเลิกคิ้วขวาส่งให้ออโรร่า  นัยน์ตาสีน้ำเงินบ่งความประหลาดใจเล็กน้อย

 

ส่วนคิ้วเรียวของออโรร่าขมวดเป็นปม  นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายชัดความแปลกใจ

 

ทิวทัศน์ทั่วไปของที่ทำการปีสองนี้ไม่แตกต่างจากที่ทำการของปีหนึ่ง

ผิดกันที่ที่นี่ไม่มีแฮเบล

ดังนั้นจึงไม่มีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไว้ตรวจจับป้องกันผู้บุกรุก

ไม่มีโดมแก้วครอบป้องกันเมื่อมีพายุทราย

ความเป็นสถานที่เฉพาะของคณะกรรมการนิสิตปีสองจึงไม่มี

ที่ทำการกรรมการนิสิตปีสองแท้จริงจึงไม่ใช่ ณ ศาลาหินอ่อนแห่งนี้

 

ทั้งสองอ่านจบประโยคพร้อมกัน  แล้วหันมาส่งสายตาสีหน้าฉงนฉงายยิ่งกว่าเดิมให้แก่กัน

 

ถ้านี่ไม่ใช่ที่ทำการแล้วจะเป็นที่ไหน วิลเลี่ยมถามขึ้น  น้ำเสียงประหลาดใจ  ปล่อยมือจากที่ดึงปลายม้วนกระดาษ  ปล่อยให้กระดาษส่วนใหญ่ม้วนกลับเข้าแกนตามเดิม  เหลือไว้เพียงส่วนปลายกับไม้ที่จับดึง  ซึ่งกระดกชี้ขึ้น...

 

ชี้ตรงไปยังสวนป่าเบื้องหลังศาลาหิน

 

ทั้งคู่หันมองไปตามปลายไม้ทรงกางเขน  ที่หากมองให้ดีแล้วดุจปลายศรชี้บอกทิศนั้น  แล้วต่างพยักหน้าให้แก่กันอย่างเข้าใจ

 

ธงอาจจะอยู่ที่นั่น ออโรร่าพูดเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ  ขณะออกก้าวเดินไปพร้อมกันกับวิลเลี่ยม  ตรงไปยังสวนป่าเบื้องหน้า

 

อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้  ทีแรกฉันนึกว่าเราจะต้องเสียเวลาค้นหากรุสมบัติที่ไหนซะอีก...ดันทำลูกศรชี้บอกไว้ซะงั้น...เซ็งชะมัด! วิลเลี่ยมบ่น  พลางก้าวตามหลังออโรร่าไปช้าๆ ด้วยท่าทีเบื่อหน่าย

 

ก็ดีไม่ใช่เหรอ...เรามีเวลาน้อย... ออโรร่าตอบ  แล้วไม่ทันพูดจบ  ข้อเท้าซ้ายที่ก้าวนำไปด้านหน้าก็สัมผัสเข้ากับเอ็นเส้นบางที่ขึงไว้จนตึง...

 

บ่งชัดถึงอันตรายจากกับดัก  เฉกเช่นที่เธอเคยทำไว้คราวปีหนึ่งเพื่อป้องกันขโมย!

 

ทว่าไม่มีเวลาแม้ตะโกนร้อง  หรือหลบหลีก  ออโรร่าตกใจเกินกว่าจะทันป้องกันตัว!

 

ออโรร่า!!! กลับเป็นวิลเลี่ยมที่เข้ามาช่วยคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน  เพียงเสี้ยววินาทีก่อนกับดักแผงไม้ไผ่ปลายแหลมคมจะปะทะสู่ร่างเธอ

 

วิลเลี่ยม! คำเดียวที่ออโรร่าซึ่งยังตื่นตระหนกเปล่งออกมาได้  เมื่อวิลเลี่ยมคว้าตัวเธอล้มลงให้พ้นจากกับดัก  แล้วใช้ร่างของเขาเป็นเบาะรองรับเธอไว้

 

อูย... เสียงร้องเบาๆแทนคำตอบ  ท้ายทอยกับร่างด้านหลังทั้งหมดของวิลเลี่ยมกระแทกเข้าอย่างจังกับทางเดินแคบที่เป็นพื้นดินแห้งแข็ง  ซ้ำทับด้วยร่างบางทั้งตัวของออโรร่า 

 

ทว่าก็ต้องยอมรับว่าร่างเล็กนั้นช่างนุ่มนวลอบอุ่น  แทบจะทำสติเขาหลุดลอย  แล้วลืมความเจ็บปวดไปได้จนหมดสิ้น...

 

หากไม่ได้อยู่ท่ามกลางดงกับดักอันตราย!!

 

ขอโทษนะ...ฉันจะลุกเดี๋ยวนี้ ออโรร่าพูด  เมินหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ  พร้อมผลักร่างดันกายออกห่าง  จะพลิกตัวไปด้านข้าง...

 

โดยไม่ทันระวังภัยรอบตัว!

 

ระวัง!! จึงเป็นอีกครั้งที่วิลเลี่ยมช่วยเธอไว้

 

ลำแขนใหญ่แข็งแรงทั้งสองข้างตะครุบโอบรัดแผ่นหลังกับสะโพกของเธอไว้  แรงฉุดดึงรั้งร่างเธอที่ทับอยู่บนร่างเขาจนเนินอกนุ่มนวลกระแทกลงกับแผ่นอกหนาแข็งแรงนั้นเข้าอย่างจัง  ซ้ำส่งผลให้ริมฝีปากบางของเธอเฉียดริมฝีปากกับแก้มของเขาไป  และแทบกระแทกเข้ากับพื้น

 

ขณะพื้นด้านขวาที่เมื่อครู่เธอกำลังจะพลิกตัวลงไปนั้น  ผืนหญ้าผลุบหายไปกลายเป็นหลุมลึก!!

 

ออโรร่าเบือนหน้าที่ยิ่งแดงก่ำกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น  หันไปยังหลุมลึกข้างตัวที่ก้นหลุมเต็มไปด้วยไม้ไผ่เหลาแหลม  ใบหน้าที่แดงจัดจึงกลับกลายซีดเผือดฉับพลัน  แล้วยิ่งซีดเซียวลงไปอีกจนแทบกลายเป็นกระดาษ  เมื่อหันกลับมาเห็นสภาพของวิลเลี่ยมผู้ที่คอยปกป้องเธอไว้

 

ธะ...เธอเป็นอะไรรึเปล่า... ออโรร่าถามเสียงเบาเจือสะอื้น  แทบจะร้องไห้เมื่อเห็นว่าใต้ศีรษะกับรอบตัววิลเลี่ยมมีก้อนดินกับหินเล็กๆเกลื่อนกระจายอยู่

 

ฉันไม่เป็นไร...แต่ฉันจะขอบใจมากถ้าเธอจะลงไปจากตัวฉันซะที วิลเลี่ยมไม่วายประชดประชัน 

 

ในใจนั้นเขาไม่อยากเอ่ยเช่นนี้เลย  ด้วยยังเสียดายความนวลนุ่มอบอุ่นจากร่างบางที่ตรึงประทับอยู่บนกาย  แต่ก็ต้องยอมรับว่าความเจ็บปวดที่หลังกับท้ายทอยเริ่มจะทวีคูณ  และเขาคงรั้งเธอไว้ในสภาพนี้ตลอดไปไม่ได้  ขณะที่เฝ้าสงสัยตัวเองว่าใบหน้าคงจะแดงจัดจนอาจทำให้เธอผิดสังเกต  ทว่าสำคัญที่สุดคือเขาต้องพยายามหักห้ามใจ  ไม่คิดกับเธอเกินเพื่อน  เพราะเมื่อเขากำลังก้าวไปสู่ภาระอันยิ่งใหญ่แทนที่ฮาเวิร์ดที่จากไป  อันตรายก็ยิ่งย่างกรายสู่ตัวเขา  และเขาไม่หวังให้เธอต้องมาร่วมทุกข์และเจ็บปวดไปกับเขาด้วย

 

ออโรร่านิ่วหน้ากับคำประชดนั้น  แต่กลับอุ่นใจด้วยรู้ว่าวิลเลี่ยมไม่เป็นอะไรมาก  คราวนี้ก่อนผลิกตัวผละจากเขา  เธอระมัดระวังด้วยการแหย่ปลายเท้าแตะพื้นก่อน  เมื่อเห็นว่าปลอดภัย  จึงยันกายลุกมานั่งลงข้างเขา

 

ตัวหนักไม่ใช่เล่นเลยนะเธอนี่ วิลเลี่ยมบ่น มือขวาคลำสำรวจศีรษะตนเอง  พบรอยปูดบวมนิดหน่อย  ซึ่งสำหรับเขาแล้วไม่เป็นปัญหา

 

เธอไม่เป็นอะไรแน่นะ ออโรร่าถามด้วยสีหน้ากังวล  มองสำรวจศีรษะและแผ่นหลังของเขาไม่วางตา  แม้พบเพียงรอยเปื้อนจากดิน  เศษใบไม้ใบหญ้า  ที่ติดเรือนผมสั้นสีทอง  กับด้านหลังเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวนั้น  แต่เธอก็ยังไม่คลายกังวล  ยังเฝ้าเป็นห่วงว่าเขาจะต้องมีรอยฟกช้ำอยู่ภายใต้ผมกับเสื้อนั้น  ซึ่งสาเหตุทั้งหมดนี้ล้วนมาจากความประมาทของเธอ

 

เฮ้อ...ฉันขี้เกียจพูดซ้ำแล้ว  ลุกขึ้นเถอะเราไม่ค่อยมีเวลานักหรอกนะ  เพราะดูท่าว่านี่จะกลายเป็นเกมล่าสมบัติไปซะแล้ว ถอนใจพลางลุกขึ้นยืน  และคว้าต้นแขนออโรร่าฉุดลุกขึ้นตาม

 

คราวนี้วิลเลี่ยมเป็นฝ่ายเดินนำ  ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นสนุกสนานกับความท้าทายที่คณะกรรมการนิสิตปีสองรุ่นก่อนทิ้งไว้ให้  ขณะจูงมือออโรร่าไปด้วย  โดยให้เธอเดินตามเขาเยื้องด้านหลังเล็กน้อยเพื่อปกป้องกันอันตราย 

 

หนทางที่เหลืออยู่เต็มไปด้วยกับดักที่ยิ่งทวีความอันตราย  ทั้งกับดักห่าลูกศร  ตุ้มหิน  แผงไม้แหลมที่พุ่งลงมาเสียบร่างหลายระดับ  ทั้งบนล่าง  หน้าหลัง  เชือกแขวนที่จะมัดรัดข้อเท้าขึ้นแล้วดึงห้อยหัว  ที่บางอันตามด้วยกับดักระลอกสองเป็นหลาวไม้แหลม  ลวดตาข่ายที่เป็นหนามแหลมเล็กหล่นคลุมตัว  ไม่เว้นแม้แต่กรงเหล็กที่ลงมาครอบตัว  และหลุมลึกที่ก้นเต็มไปด้วยไม้แหลมที่ถี่หนามากขึ้นทุกย่างก้าวที่ใกล้ใจกลางสวนป่า 

 

แต่กับดักทั้งหมดเหล่านี้ถูกมองออก  และไม่สามารถทำอันตรายวิลเลี่ยมกับออโรร่าได้เลย  เมื่อทั้งสองระมัดระวังตัว  ทั้งการที่ออโรร่าเคยทำกับดักคล้ายกันแบบนี้มาก่อน  แม้ไม่อันตรายเท่านี้ก็ตาม  ช่วยให้เธอพอรู้ที่ทางในการหลบเลี่ยงได้หมด

 

นับว่าฉันคิดถูกที่ให้เธออยู่ช่วย วิลเลี่ยมพูดอย่างภูมิใจ  แม้พยายามซ่อนน้ำเสียงชื่นชมไว้แล้วก็ตาม

 

ออโรร่าแอบยิ้มให้ตัวเอง  ที่ไม่ทำตัวเป็นภาระเหมือนตอนแรกที่ย่างเท้าเข้าชายป่า

 

ทั้งสองเดินไปตามทางดินแคบนั้นเรื่อยๆ เลี่ยงทางบ้างบางคราวเมื่อมีกับดักขวาง  กระทั่งถึงใจกลางสวนป่าในที่สุด...

 

เบื้องหน้านั้นคือต้นไม้จำลองขนาดใหญ่  อันเป็นที่ทำการกรรมการนิสิตปีสองจุดหมายของการเดินทาง

 

ต้นไม้ยักษ์จำลองนั้นมองเพียงผ่านไม่แตกต่างกับต้นไม้จริง  มีกิ่งก้านใบไม้สีเขียวหนาปกคลุมเบื้องบน  ลำต้นเต็มไปด้วยตะไคร่  มอส  ดอกไม้จำพวกกาฝาก  ช่วยบดบังทั้งสร้างความสมจริงให้กลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ  แต่กระนั้นก็ไม่อาจซ่อนสีโลหะไว้ได้ทั้งหมด  สีเงินวาวของลำต้นสะท้อนแสงนวลจากจันทรากับพลองแสงสีฟ้าใสของวิลเลี่ยมจนเป็นประกายเด่นในความมืด

 

แล้วเมื่อทั้งสองย่างเดินเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มเงาไม้  พลันลำต้นก็เปล่งประกายสีเงินสว่างไสว  ขจัดความมืดมิดน่ากลัว ณ ใจกลางป่าจนหมดสิ้น  ทั้งบันไดที่พันล้อมรอบลำต้นใหญ่ก็เปล่งแสงดุจเดียวกัน

 

ทั้งคู่ก้าวเดินอย่างระแวดระวังขึ้นไปตามบันไดวนรอบลำต้นยักษ์นั้น  ณ ขั้นบันไดสุดท้ายหน้าระเบียงเบี้องบน  เหนือกรอบประตูโค้ง  คือป้ายหินสีฟ้านวลสว่างสลักอักษรสีมรกตว่า ที่ทำการกรรมการนิสิตปีสอง

 

ออโรร่ากับวิลเลี่ยมที่ยังคงจับมือเคียงกันไม่ห่าง  หันมาส่งยิ้มให้กันกับความสำเร็จของพวกตน  ถึงขนาดจินตนาการไปว่าเมื่อผลักประตูบานนี้เปิดเข้าไปแล้ว  ทั้งคู่คงพบธงที่ค้นหาอยู่สักที...ทว่าการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น  

 

ห้องผนังโลหะทรงกลมขนาดใหญ่ที่เรืองแสงสว่างอัตโนมัติยามค่ำคืนนั้น  เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกดุจบ้านห้องเดี่ยวหลังใหญ่  มีทั้งชุดโซฟาสีฟ้ากับโต๊ะสี่เหลี่ยมใส  โทรทัศน์กับวิทยุที่แม้เก่าไปหน่อยแต่ยังใช้การได้วางไว้บนชั้นไม้ชิดผนังถัดจากหน้าต่างบานหนึ่ง  อยู่เบื้องหน้าชุดโซฟา   

 

ถัดไปอีกมุมมีเตียงหวาย  เปล  ตู้เล็กใหญ่ไว้ใส่ของหรือเสื้อผ้า  เป็นจุดพักผ่อนคล้ายห้องนอน

 

ใกล้กันมีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กับเก้าอี้มีพนักหลายตัวล้อมรอบ  หน้าตู้หนังสือสูงจรดเพดานสองตู้ขนาบหน้าต่างบานหนึ่ง  ที่ในตู้ขณะนี้แทบว่างเปล่า  มีเพียงหนังสือเรียนเก่าบางเล่มวางพิงอยู่

 

มีกระทั่งตู้เย็นใหญ่ที่ภายในแม้ว่างเปล่า  แต่ทั้งคู่มั่นใจว่าลูฟี่  ออตโต  กับจินคงช่วยกันขนขนมนมเนย  เครื่องดื่มมาอัดใส่ไว้จนเต็มแน่นในวันแรกที่มาถึง  ใกล้กันที่อีกข้างหน้าต่างมีชั้นไม้วางถ้วยชา  แก้วน้ำ  จานชาม  ชั้นบนมีกระติกน้ำร้อน  กับโถชา  กาแฟ  น้ำตาลที่ว่างเปล่า  และเบื้องหน้านั้นมีโต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่กับเก้าอี้กลมหลายตัว  ไว้เป็นส่วนประชุมหรือทานอาหารร่วมกัน

 

ทั้งหมดนี้เป็นทรงกลมล้อมรอบลำต้นเหล็กกลางห้อง  และเพียงเดินดูรอบเดียวก็รู้ชัดว่าภายในที่ทำการนั้นว่างเปล่า...ไร้วี่แววของผืนธง

 

โธ่โว้ย! ถ้าไม่อยู่ในนี้แล้วมันจะไปอยู่ที่ไหน! วิลเลี่ยมโวยวายอย่างเหลืออด  ยืนเท้าเอวชักสีหน้าหงุดหงิดอยู่กลางห้อง

 

ทั้งสองเสียเวลามาเกือบชั่วโมงแล้ว  การประชุมกับสภานิสิต  และการปฐมนิเทศน์ปีหนึ่งใกล้จบลงทุกขณะ  อันเป็นเวลาขีดเส้นตายที่ต้องหาธงให้พบแล้วประดับขึ้นสู่ยอดเสา  ก่อนจะเริ่มประชุมเพื่อนพ้องปีสองเพื่อวางแผนกิจกรรมวันพรุ่งนี้  ซึ่งหากถึงตอนนั้นแล้วมีใครสังเกตเห็นว่าธงไม่ได้โบกสะบัดปลิวไสวอยู่กับยอดเสาเหนืออาคาร เอื้อเฟื้อ  คงมีใครสักคนอ้างเรื่องนี้เพื่อดึงพวกเขาลงจากตำแหน่ง  โดยหนึ่งในนั้นคงเป็นพวกคอร์เนอร์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

การไม่ต้องรับตำแหน่งหัวหน้าชั้นปีแม้เป็นสิ่งที่วิลเลี่ยมต้องการยิ่ง  ทว่าก็ยอมไม่ได้กับการลงจากตำแหน่งด้วยเหตุผลที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนามสกุล เฮอร์เรียต ของเขาที่จะปรากฎเป็นประวัติด่างพร้อย  ด้วยการลงจากตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังได้รับเลือกอีกล่ะ  หรือในอนาคตอันใกล้ที่เขาจะต้องสถาปนาเป็นรัชทายาทแห่งราชวงศ์วินแฮล์ม  ถึงอย่างหลังนี้เขาจะยังไม่อยากนึกถึงเท่าไหร่  แต่การจะปล่อยให้มันเสื่อมเสียด้วยเรื่องหนหลังงี่เง่าแค่หาธงไม่เจอ  เขาย่อมไม่ปรารถนา

 

เป็นไปได้มั้ยว่าแถวนี้จะมีที่หรือห้องลับที่เรายังหาไม่เจอ ออโรร่าตั้งสมมติฐาน  พลางนัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองไปทั่วห้อง

 

ถ้าอะไรมันง่ายอย่างนั้นก็ดีซิ...โอ๊ยเซ็ง! นี่เราไม่มีเวลามากมายขนาดจะมาเล่นเกมบ้าบอนี่ต่อหรอกนะ วิลเลี่ยมว่า  ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น  แล้วทุบมือระบายอารมณ์กับลำต้นทรงกลมกลางห้อง

 

พลันผนังนั้นเลื่อนเปิดออกเป็นช่อง  เผยให้เห็นช่องลิฟท์ภายในทันที

 

วิลเลี่ยมหันมองยังช่องลิฟท์เล็กๆ นั้น  แล้วหันกลับมาส่งนัยน์ตาสีน้ำเงินเบิ่งโต  ปากอ้าค้าง  ตระหนกปนประหลาดใจอย่างหลุดฟอร์มลืมตัวให้ออโรร่า

 

ขณะออโรร่าผายมือขวาไปยังช่องลิฟท์  ไขว้มือซ้ายไว้ข้างหลัง  แล้วก้มตัวให้ในท่าล้อเลียนเชื้อเชิญ  แถมส่งยิ้มนิดๆ ที่ปิดความขบขันไว้ไม่มิดตอบกลับไปให้เขา

 

วิลเลี่ยมจึงรีบกลับมาวางฟอร์มปั้นหน้าเคร่งขรึมอีกครั้ง

 

ฉันจะเข้าไปดู  เธอรออยู่นี่แหละ

 

ออโรร่าหุบยิ้มทันที  รีบตอบโต้ด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเจือไม่พอใจ

 

ไม่...เราจะไปด้วยกัน

 

เธอก็เห็นนี่ว่าลิฟท์มันแคบเข้าไปได้คนเดียวเท่านั้น! วิลเลี่ยมเสียงแข็ง

 

ถ้าเบียดหน่อยก็ไปด้วยกันได้  หรือไม่เธอก็รออยู่นี่! ออโรร่าไม่ยอมแพ้  เมื่อปลายทางความสำเร็จเห็นอยู่รำไรจะให้เธอหยุดคอยอยู่กับที่แค่นี้หรือ

 

เอ้า! ก็ได้...ตามใจเธอ! เขาขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงอีก  เพราะเวลายิ่งเหลือน้อยเต็มที  แล้วก้าวเข้าไปในลิฟท์ก่อนโดยไม่รีรอ

 

ทว่าเมื่อมองพื้นที่แคบๆ ที่เหลืออยู่ภายในลิฟท์ทรงกลมนั้น  ขณะวิลเลี่ยมเข้าไปยืนกอดอกหันข้างให้ปั้นหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ  ออโรร่ากลับเกิดความลังเล  เพราะถ้าจะไปด้วยเธอจะต้องเบียดตัวจนแนบชิดไปด้วยกันกับวิลเลี่ยม  แต่เมื่อตัดสินใจและพูดออกไปแล้วจะให้ถอยกลับตอนนี้คงไม่ทัน

 

ออโรร่าเบียดลำตัวด้านข้างแทรกเข้าไป  แล้วหันหลังชนกับหลังของวิลเลี่ยม  ทั้งคู่พยายามเบียดตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยพยายามไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกต

 

ฝ่ายออโรร่านั้นทิฐิ  ไม่อยากยอมรับว่าลิฟท์นี้แคบเกินกว่าจะไปด้วยกันได้สองคน  ทั้งไม่อยากถูกทิ้งไว้ลำพังเบื้องหลัง

 

ส่วนวิลเลี่ยมอยากอยู่ห่างออโรร่าให้มากที่สุด  ไม่ใช่เพราะรังเกียจเธอ  แต่เป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้าม  ความรู้สึกนี้ทำเขาหงุดหงิดมากขึ้นทุกขณะ  เมื่อค่ำคืนนี้เขาไม่อาจเลี่ยงไปจากเธอได้เลย  ซ้ำยังเป็นเขาเองนั่นแหละที่เลือกให้เธออยู่ด้วยแต่แรก  แม้จะดีใจที่มีเธอช่วยฝ่าฟันจนผ่านกับดักมาได้ก็ตาม

 

เฮ้อ...พร้อมแล้วใช่ไหม เขาลอบถอนใจ  แล้วเอ่ยถาม  เนื่องจากเขาหันหน้าเข้าหาแผงปุ่มในลิฟท์พอดี

 

บนแผงดิจิตอลนั้นแสดงให้เห็นว่ามีสามชั้น  และทั้งคู่อยู่ที่ชั้นสอง  ออโรร่าเอี้ยวคอหันไปมอง  และไม่รอช้าที่จะออกความเห็น

 

เราน่าจะไปชั้นบนนะ เธอพูดเสียงเบา  เพราะอยู่ใกล้กันในที่แคบจนเสียงก้องเช่นนี้  เพียงเข็มตกเล่มเดียวก็ได้ยินเสียง

 

วิลเลี่ยมไม่เอ่ยอะไร  เขากดปุ่มบนสุดที่ตรงกลางมีเลขสาม  ลิฟท์เลื่อนปิดช้าๆอย่างเงียบกริบ  แล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นสู่เบื้องบน

 

พลันที่ตัวลิฟท์เลื่อนขึ้นจนจรดสุดเพดานชั้นสองแล้วเลยขึ้นไป  ผนังลิฟท์ทรงกลมก็เผยให้เห็นว่ามันไม่ใช่ลิฟท์ดาษดื่นทั่วไป  แต่เป็นลิฟท์ผนังแก้วใสที่กำลังเคลื่อนเลื่อนขึ้นสู่ดาดฟ้า  แล้วเมื่อเลื่อนขึ้นจนสุดก็หยุดลง  ผนังแก้วเลื่อนเปิดออก 

 

ทั้งคู่ก้าวเดินออกไปสู่พื้นดาดฟ้ากลมกำมะหยี่สีเขียวเลียนแบบสีแมกไม้โดยรอบเบื้องล่าง  ต่างตื่นตากับภูมิทัศน์กว้างไกลของโอเอซิสยามราตรี  กอปรด้วยอาคารตึกรามทันสมัยน้อยใหญ่อันปกคลุมไว้ด้วยสวนสวย  ทะเลสาบ  มีธารน้ำตกไหลริน  สว่างไสวด้วยแสงไฟสีนวลจากหน้าต่างหรือไฟริมทางเดิน  เหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้ม่านนภาสีนิลเบื้องบน  มีเดือนเพ็ญลอยเด่นเป็นศูนย์กลาง  ดารดาษด้วยดวงดาราพราวระยับดุจอัญมณี...

 

และเบื้องหน้าทั้งคู่  บนพื้นกำมะหยี่สีเขียวไม่ไกลจากลิฟท์นั้น  คือกล่องไม้เก่าขนาดย่อมใบหนึ่ง

 

วิลเลี่ยมรีบรุดไปยังกล่องนั้น  แล้วเปิดออกทันทีด้วยความมั่นใจ  ภายในกล่องเผยให้เห็นผืนผ้าสีฟ้าสดใสพับอัดแน่นอยู่  เขาดึงผืนผ้านั้นคลี่ออกมาสะบัด

 

ธงสีฟ้าสดใสผืนใหญ่  ตรงกลางปักดิ้นอักษรสีเขียวมรกตเป็นคำว่า โอเอซิส  โบกสะบัดตามสายลมบนดาดฟ้าที่ทำการกรรมการนิสิตปีสอง

 

เฮ้...เราทำสำเร็จแล้ว!! วิลเลี่ยมดีใจจนอดไม่อยู่  สองมือที่ยังคงกำผืนธงคว้ามือออโรร่าขึ้นมาจับไว้  แล้วพากันหมุนตัวอย่างตื่นเต้นไปรอบๆ

 

ออโรร่าก็ตื่นเต้นดีใจดุจเดียวกัน  และแม้วิลเลี่ยมไม่ได้เป็นฝ่ายจับมือเธอไว้แล้วพากันกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจอย่างนี้  เธอก็คงเป็นฝ่ายทำซะเอง

 

ทว่าทั้งสองจำต้องผละจากที่ทำการกรรมการนิสิตปีสองทันที  ทั้งที่ยังไม่เสร็จสิ้นการสำรวจ  เมื่อพบผืนธงที่ต้องการ  เหินไปด้วยรองเท้าบินนำธงมุ่งหน้าสู่เสาโดยไม่เอ่ยอะไรอีก  ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกที...

 

กับภาระหน้าที่อันยุ่งยาก  และยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ ในค่ำคืนนี้...

...............................……………...................

 

นี่ขนาดรอบเช้าแค่จัดทัวร์พาน้องปีหนึ่งชมมหาลัยยังเหนื่อยขนาดนี้  แล้วตกค่ำเราจะวุ่นวายเหนื่อยปางตายกันแค่ไหนนะ เมซีเน่บ่นอุบ  หลังเพิ่งวางสายจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง

 

เธอนั่งอยู่กลางระหว่างออโรร่ากับยูกิ  ที่โต๊ะยาวซึ่งมีวิทยุสื่อสาร  โทรศัพท์  และโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง  หน้าเวทีภายในห้องนั่งเล่นใต้ดินของหอพักปีสอง  ซึ่งใช้เป็นที่ทำการประสานงานสำหรับกิจกรรมรับน้องปีหนึ่งในวันนี้  ทั้งทัวร์มหาลัยตอนเช้า  และการผจญภัยในป่าเทพตอนค่ำ

 

กิจกรรมทัวร์มหาลัยเริ่มตั้งแต่เช้าเวลา 6.00 น.  โดยรวมน้องปีหนึ่งทั้งหมด  แล้วแจกอาหารเช้าอย่างง่ายๆ  ซึ่งแน่นอนว่าต้องประกอบด้วยผลิตภัณฑ์นมยี่ห้อเฮอร์เรียตกับแซนวิสไส้ต่างๆให้เลือกคนละชุด  ให้รับประทานไปพลางขณะนั่งฟังพี่ปีสองอธิบายกิจกรรมบนเวที  ภายในห้องนั่งเล่นใต้ดินหอพักปีหนึ่ง  จากนั้น 7.00 น. เริ่มการเดินเท้าพาชมภายในมหาลัย  ั้งอาคารเรียน  ตึกคณะ  หอพัก  ส่วนสาธารณะต่างๆ  ใช้เวลาราวสามชั่วโมง  ต่อด้วยการขึ้นรถบัสพาชมรอบมหาลัย  และพากลับมาสู่หอพักปีหนึ่งอีกครั้งเวลาเที่ยงตรง 

 

อย่าบ่นเลยน่า...ดีเท่าไหร่แล้วที่เราได้นั่งอยู่ในห้องแอร์  แค่คอยติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยกับฝ่ายต่างๆ ยูกิว่า

 

เมซีเน่อ้าปากจะโต้กลับก็พอดีวิทยุสื่อสารตรงหน้ามีเสียงเรียก  พร้อมกันกับวิทยุสื่อสารอีกเครื่องหน้ายูกิ

 

หน่วยหาเรียกศูนย์  หน่วยห้าเรียกศูนย์...

 

ศูนย์ได้ยินแล้ว  มีเหตุอะไรเชิญว่ามาได้ เมซีเน่หยิบวิทยุฯขึ้นส่งเสียงตอบ

 

หน่วยสามเรียกศูนย์...

 

ศูนย์ประสานได้ยินแล้ว...ยูกิตอบวิทยุฯของตน

 

ปรากฎว่ากลุ่มทัวร์ทั้งสองเกิดปัญหาเดียวกัน  คือจะไปถึงที่หมายถัดไปล่าช้า  เนื่องจากมีน้องปีหนึ่งหลายคนปวดท้อง  และต้องการเข้าห้องน้ำ

 

ศูนย์รับทราบ...เลิกกัน ยูกิกับเมซีเน่ตอบพร้อมกัน  ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

 

โอ๊ย! เด็กพวกนี้นี่ช่างไม่มีความอดทนซะเลย  กลุ่มนึงมีกันตั้ง 50 คน  ถ้าเข้าห้องน้ำกันคนละนาทีก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมงแล้วนะ เมซีเน่โวยวายอย่างเหลืออด

 

ฉันเห็นด้วย  สมัยเราน่ะปวดแค่ไหนก็ยอมทน  ไว้กลับมาเข้าที่หอเอา  ไม่กล้าให้ใครมาเสียเวลารออย่างนี้หรอก ยูกิว่าอย่างเห็นด้วย

 

หึ  หึ  หึ  เธอสองคนนี่นิสัยคล้ายกันมาก ออโรร่าหัวเราะในลำคอพลางพูด

 

คล้ายกันตรงไหน(คะ)! เมซีเน่กับยูกิประสานเสียงแย้ง  แต่ยูกิลงเสียงอย่างสุภาพเช่นเคยเมื่อพูดกับออโรร่า

 

ทว่าออโรร่าไม่ทันได้ขยายความ  โทรศัพท์ตรงหน้าเธอมีเสียงกริ่งเข้า  พร้อมกันกับโทรศัพท์มือถืออีกเครื่อง  และเสียงเรียกจากวิทยุสื่อสาร

 

ทั้งสามจึงช่วยกันแบ่งรับสายแต่ละเครื่อง  แล้วไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันอีก  เมื่อต่างรับสายแล้วทราบปัญหา  แก้ไขเบื้องต้นให้  หรือใช้โทรศัพท์อีกเครื่องต่อสายประสานงานกับฝ่ายอื่นๆ

 

แต่ทั้งสามที่เพียงนั่งรับโทรศัพท์  เป็นหน่วยประสานงานในศูนย์กลางก็ยังเหน็ดเหนื่อยน้อยมาก  สบายกว่ามากเมื่อเทียบกับผู้อยู่ในภาคสนาม

 

ชาร์ลีนรับหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาล  มีเพื่อนผู้ช่วยในหน่วยร้อยกว่าคน  คอยรับมือกับกลุ่มทัวร์ห้าสิบกลุ่ม  ซึ่งแต่ละกลุ่มมีน้องปีหนึ่งราวห้าสิบคน  โดยการแบ่งสองคนให้ไปประจำกับแต่ละกลุ่มทัวร์  และมีอยู่ประจำที่หน่วย ณ สถานพยาบาลคอยรับการติดต่อจากศูนย์ฯ แล้วค่อยออกไปช่วยเหลือในกลุ่มที่มีปัญหาต่อไป   

 

 วิลเลี่ยม  เจมส์  ออตโต  จิน  และลูฟี่  เป็นหัวหน้าหน่วยหลักของหน่วยภาคสนาม  มีกลุ่มน้องปีหนึ่งคนละสิบกลุ่มที่ต้องคอยดูแล  ดังนั้นทั้งห้าจึงแทบไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่เลย  เมื่อต้องคอยบินไปทางโน้นทางนี้  คอยจัดการแก้ปัญหากลุ่มในสังกัดตน  ซึ่งแต่ละกลุ่มทัวร์มีเพื่อนห้าคนช่วยกันดูแลและเป็นไกด์ให้น้องปีหนึ่ง

 

ปัญหาส่วนใหญ่ของกิจกรรมทัวร์ในเช้านี้มักเป็นอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย  โดยในช่วงแรกซึ่งเป็นการเดินเท้า  อาการเจ็บป่วยโดยมากคือเท้าพองจากการเดิน  เป็นลม  ปวดเมื่อยขา  ปวดท้อง  จุกเสียด  และต้องหยุดเดินบ้างเมื่อมีหลายคนอยากเข้าห้องน้ำ  ส่วนสองชั่วโมงที่เหลือบนรถบัส  ซึ่งเพียงนั่งอยู่บนรถชมสถานที่  แทบไม่มีปัญหาใดเลย  มีเพียงรถบางคันถึงที่หมายช้ากว่ากำหนดเที่ยงตรงไปบ้างเท่านั้น

 

โดยรวมแล้วกิจกรรมทัวร์มหาลัยในช่วงเช้าจึงนับว่าประสบความสำเร็จด้วยดี  แม้จะทิ้งร่องรอยความเหนื่อยล้าแก่ปีสองแทบทุกคนโดยถ้วนหน้าก็ตาม

 

เอออินอ้อยอัง (เธอกินน้อยจัง) ออโตพูดขณะข้าวเต็มปาก  มือขวาถือช้อนซึ่งมีข้าวคำโตค้าง  เตรียมป้อนคำต่อไปส่งเข้าปากตน  ไม่มีท่าทีจะอิ่มทั้งที่ข้าวราดแกงกะหรี่เกติถาดนี้เป็นถาดที่สามแล้ว

 

ใครจะไปกินเหมือนยัดหมอนได้อย่างนายยะ  เหนื่อยแทบขาดใจอย่างนี้น่ะ  แล้วฉันบอกกี่ทีแล้วว่าอย่าพูดตอนกำลังเคี้ยวอยู่  เดี๋ยวเกิดติดคอขึ้นมาจะทำยังไง เมซีเน่ว่า  ซุปข้าวโพดกับครัวซองด์  อาหารโปรดของเธอที่อุตส่าห์ไปซื้อจากร้านค้านอกโรงอาหารหอพัก  พร่องไปหน่อยเดียวเท่านั้น  เนื่องจากเธอเป็นประเภทเหนื่อยมากหรือกลัดกลุ้มแล้วจะทานอาหารไม่ลง 

 

กินน้อยแบบนี้จะไม่มีแรงนะฮะ  แต่เอาเถอะฮะมื้อเย็นค่อยทานมากๆก็ได้  เพราะตกค่ำเราคงต้องเหนื่อยกันยิ่งกว่านี้ จินพูด  หลังเช็ดปากด้วยผ้าผืนใหญ่สีขาวที่เมื่อครู่วางรองอยู่บนตัก  เบื้องหน้าเขาคือแก้วน้ำกับถาดโลหะว่างเปล่าของโรงอาหาร  ซึ่งเมื่อครู่ก่อนหน้าถูกเติมข้าวราดแกงกะหรี่เจ  ขนมปังไส้สังขยา  ส้ม  จากป้ามนุษย์เป็ดแม่ครัวประจำหอปีสองถึงห้าครั้ง

 

นั่นซิ...จะว่าไปเธอก็กินน้อยไปนะชาร์ลีน  เธอน่ะเหนื่อยเอาการเลยนี่เมื่อเช้า  ก็เด็กปีหนึ่งมันอ่อนแอไม่ค่อยมีความอดทนกันเลย  เอะอะก็เป็นลม  ปวดขา  อยากเข้าห้องน้ำ  ให้พวกเรากับหน่วยพยาบาลต้องวุ่นวาย  เพราะงั้นเธอควรกินอีกนิดเพื่อเพิ่มพลังงานนะ วิลเลี่ยมพูด  ปกติเขาทานอาหารจากโรงอาหารซึ่งตักให้ด้วยปริมาณมากเพียงถาดเดียวก็อิ่ม  แต่วันนี้ด้วยความที่เหน็ดเหนื่อยจึงเพิ่มเป็นสอง

 

ขอบใจที่เป็นห่วงจ้ะวิล  แต่ฉันเหนื่อยจนกินไม่ลงจริงๆจ้ะ ชาร์ลีนตอบเสียงเนือย  พลางยิ้มอย่างเหนื่อยล้า  ใบหน้านวลซูบซีด  แม้ริมฝีปากบางที่ปกติสีชมพูระเรื่อนั้นก็กลับแห้งผากขาวซีด  ขณะถาดอาหารของเธอยังเต็มไปด้วยข้าวแกงกะหรี่เกติ  ขนมปังสังขยา  และส้มหนึ่งผล  ดังเพิ่งรับมาใหม่ๆ จากแม่ครัวที่เคาน์เตอร์ในโรงอาหาร

 

ไม่ได้นะ...ทำแบบนี้เดี๋ยวเธอกับเมซี่ก็ป่วยหรอก ออโรร่าพูด  เธอกลับมาจากร้านค้าฝั่งตรงข้ามโรงอาหาร  พร้อมกันกับเจมส์  และลูฟี่ 

 

ในมือทั้งสามเต็มไปด้วยเสบียงจำพวกเครื่องดื่มให้พลังงาน  และขนมปัง  ของขบเคี้ยว  ที่ทั้งหมดจะนำติดตัวไปในการผจญภัยป่าเทพคืนนี้

 

ดื่มนี่หน่อย...จะทำให้ดีขึ้น เจมส์พูดอย่างเป็นห่วง  ัยน์ตาสีเทาจับจ้องชาร์ลีนไม่วางตา  ประหวั่นเมื่อเห็นใบหน้าที่เคยนวลระเรื่อแจ่มใสกลับซีดเซียวอ่อนล้า  พลางหยิบกล่องชานมยี่ห้อเฮอร์เรียตจากในถุงยื่นให้เธอ

 

ใช่...ฉันซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่มาด้วยล่ะ  เพราะรู้ว่าเธอต้องเครียดจนกินอะไรไม่ลงแน่  ดื่มสักหน่อยซิ พร้อมกันลูฟี่ส่งขวดเครื่องดื่มให้เมซีเน่ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  จากด้านหลังของออตโต

 

ออตโตจึงวางมือจากการกินเพราะอิ่มพอดี  แย่งขวดน้ำหวานเกลือแร่นั้นมาส่งให้เมซีเน่แทน  พร้อมส่งยิ้มหวานเยิ้มให้

 

เมซีเน่เห็นรอยยิ้มหวานเลี่ยนกวนโทสะนั้นก็นึกขำ  ทั้งปลาบปลื้มที่ได้รับการใส่ใจจากลูฟี่  ออโรร่าสองเพื่อนสนิท  และออตโตที่เธอรู้ว่าเขามีใจให้  ทว่าเธอไม่ยอมแสดงความรู้สึกจริงออกมาตรงๆ กลับวางสีหน้าเฉยชา  รับขวดเกลือแร่มารินใส่แก้วดื่มโดยไม่พูดอะไร

 

แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ออตโตพอใจ  เขายังคงยิ้มขณะมองเธอค่อยๆ ดื่มน้ำเกลือแร่จนหมดแก้ว  แม้เธอจะไม่สนใจมองตอบเขาเลย  แล้วหันไปพูดคุยกับชาร์ลีนแทน

 

เธอก็ดื่มหน่อยเถอะชาร์ลีน  มันจะช่วยให้ดีขึ้นนะ เมซีเน่หันไปคะยั้นคะยอชาร์ลีนให้ดื่มชานมบ้าง  ไม่สนใจแม้ชายตามองออตโตที่ยื่นขวดเกลือแร่ส่งให้เธอดื่ม  ทั้งที่ในใจอยากเอ่ยขอบคุณออกไป  แต่หากทำเช่นนั้นเธอก็ลำบากใจ  จึงเลือกแสดงท่าทีเฉยชาออกมาเพื่อปกป้องตน  จากความไม่แน่ใจ  และจากการที่ยังไม่อาจลืมเลือนความหลังอันเจ็บปวดครั้งก่อน

 

วิลเลี่ยมเห็นอากัปกิริยานั้นของออตโต  ก็หันไปขยิบตาให้จิน  แล้วต่างส่งยิ้มมีเลศนัยอย่างรู้กัน

 

ออโรร่ารู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของทั้งสอง  จึงมองตามสายตาทั้งคู่ไป  แล้วจึงเห็นว่าพวกเขาอมยิ้มขยิบตากันเรื่องใด 

 

พวกเราคงจะมีคู่รักในกลุ่มเร็วๆนี้ เธอคิด  แอบอมยิ้มด้วยอีกคน  แล้วเมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอหันไปสบนัยน์ตาสีน้ำเงินของวิลเลี่ยมเข้าพอดี  เขาก็ขยิบตาให้เธอด้วยอย่างรู้ทัน

 

เป็นมื้อกลางวันแสนสุขของนิสิตปีสองทุกคนหลังกิจกรรมแรกอันเหน็ดเหนื่อย  ทว่ายังไม่หมดแค่นี้  บ่ายนั้นทุกคนไม่อาจพักผ่อนได้ตามสบายตลอดบ่ายเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับการดูแลน้องปีหนึ่งในการผจญภัยป่าเทพช่วงค่ำ  เนื่องจากนิสิตตั้งแต่ปีสองขึ้นไปทุกชั้นปีต่างมีนัดประชุมที่ชมรม  รวมทั้งการประชุมใหญ่ของสภานิสิตซึ่งเรียกประชุมหัวหน้าทุกชั้นปีด้วย

 

วิลเลี่ยมไม่อยากพลาดทั้งสองการประชุม  แต่จำต้องยอมรับว่าเวลาที่ซ้อนทับทำให้เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนั้นในฐานะหัวหน้าฝ่ายชายปีสองเขาจึงต้องไปประชุมกับสภานิสิตพร้อมชาร์ลีนที่เป็นหัวหน้าชั้นปีฝ่ายหญิง  และเมซีเน่ที่เป็นเจ้าหน้าที่สภา  แทนที่จะได้เข้าประชุมกับชมรมน๊อคบอร์ด

 

ส่วนคนอื่นต่างแยกย้ายไปประชุมยังชมรมตน  บ้างแสดงท่าทีเบื่อหน่าย  บ้างกระตือรือร้น  และแน่นอนว่าในกลุ่มหลังมีออโรร่ารวมอยู่ด้วย

 

พี่ดีใจมากที่สมาชิกชมรมเรายังอยู่ครบ  และมาประชุมพร้อมเพรียงกันวันนี้... นีน่า  เอดาต้า  ประธานชมรมพลองกล่าวเปิดประชุมด้วยน้ำเสียงเริงร่า  พร้อมส่งยิ้มกว้างให้ทุกคน 

 

เปิดเทอมมานี้เธอดูสดใส  พิถีพิถันในการแต่งตัวมากขึ้นกว่าก่อนอย่างเห็นได้ชัด  ไล่ตั้งแต่ผมยาวสีน้ำตาลหยักศก  ที่เทอมก่อนมักรวบเป็นหางม้าด้วยเส้นยางสีดำเส้นเก่าเส้นเดิม  แต่วันนี้กลับกลายเป็นปิ่นสีชมพูสดใสปักม้วนเรือนผมยาวที่ได้รับการไดร์อย่างดีเอาไว้แทน  แม้แต่ใบหน้าที่ไม่เคยแต่งแต้มสีสัน  มาวันนี้ก็ทั้งปะแป้งนวล  เติมอายชาโดว์  ทาลิปสติกสีชมพูระเรื่อ  และเสื้อผ้าที่มกเป็นชุดวอร์มสีดำสนิท  วันนี้ก็เปลี่ยนแปลงเป็นสีชมพูสดแถบขาว

 

นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมาชิกชมรมพลองทุกคนเห็นได้ชัด  จึงต่างส่งยิ้มตอบด้วยอาการกลั้นหัวเราะ  ทว่าไม่ใช่เพราะนีน่าแต่งตัวแบบนี้แล้วไม่สวยเหมาะ  แต่เป็นเพราะทุกคนต่างลงความเห็นว่าเธอต้องกำลังมีความรัก 

 

พนันเอาอะไรก็ได้ฉันว่าพี่นีน่าต้องกำลังปิ๊งปั๊งกับใครอยู่แน่ ซีลล์กระซิบเสียงแผ่ว

 

ไม่ก็สมองถูกกระเทือนตั้งแต่ช่วงปิดเทอม  หรือเช้านี้พี่เค้ากินยาลืมเขย่าขวด ดานัน  มนุษย์แมวหนุ่มตอบ

 

แล้วสองหนุ่ม  เรเน่แฟนสาวของซีลล์  และนันดาแฝดน้องของดานัน  ที่นั่งเบียดตัวอยู่ในเก้าอี้นวมสีเขียวอ่อนตัวเดียวกันที่หมู่โซฟาในห้องรับแขกชมรม    ก็แอบหัวเราะกันคิกคัก  ทว่าจำนวนสมาชิกที่มีไม่มากจึงยากที่จะซ่อนเสียงไม่ให้รบกวนคนอื่น  แต่ทั้งหมดก็ต้องสงบเสงี่ยมเงียบเสียงลงแทบจะทันที  เมื่อรุ่นพี่ คูช่า  มิวนิค  มนุษย์ชีต้าร์ที่ยืนอยู่กับนีน่าส่งสายตาดุปรามมา

 

...เอาล่ะ  พี่รู้ว่าคืนนี้เราต้องเหนื่อยกันอีกมาก  ดังนั้นพี่จะเข้าเรื่องสำคัญเลย  เพื่อให้เราได้มีเวลาพักผ่อนเก็บแรงไว้สำหรับคืนนี้... นีน่าพูด  เธอไม่ทันได้ยินเสียงหัวเราะเมื่อครู่  เพราะมัวพะวงเรื่องที่สำคัญที่กำลังพูดอยู่

 

...ชมรมเราต้องส่งตัวแทนหนึ่งคนเพื่อเป็นผู้ทดสอบสุดท้ายในการคัดเลือกกรรมการนิสิตปีหนึ่งของการผจญภัยป่าเทพคืนนี้! พูดจบ  สีหน้าเธอก็พลันเคร่งเครียด

 

คูช่าที่ยืนเคียงอยู่ด้านซ้ายจึงรับหน้าที่พูดต่อ

 

สองปีก่อนเป็นหน้าที่ฉัน... พูดพลางส่งยิ้มน้อยๆให้ออโรร่า  ซึ่งยิ้มกว้างตอบกลับมาเช่นกัน  เมื่อต่างระลึกถึงการต่อสู้ปีก่อน  อันเป็นประสบการณ์ความทรงจำที่มีค่ายิ่งของทั้งคู่

 

...แต่ปีนี้ฉันอยู่ปีสี่แล้ว  อย่างที่รู้กันว่าปีสี่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมคืนนี้  แถมยังมีหน้าที่ต้องคอยขัดขวางด้วยซ้ำ  นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องหาตัวแทนใหม่มารับหน้าที่นี้แทนฉัน

 

แน่นอนว่านอกจากคูช่า  ฉันกับนีน่าก็ทำหน้าที่นี้ไม่ได้ด้วยเหตุผลเดียวกัน โจว  เอินหนาน  กล่าวเสียงเครียด  ผิวเหลืองยิ่งซีดเซียว  คิ้วดกดำขมวดมุ่น  พลางปัดเปียยาวที่พันม้วนอยู่รอบคอตนปล่อยทิ้งลงกลางหลัง  เขาสวมเสื้อยืดสีขาวเก่าบางกับกางเกงขาก๊วยสีกรมท่าชุดเดิมไม่เปลี่ยน

 

สมาชิกที่เหลือที่นั่งเบียดเสียดกันอยู่ในหมู่โซฟาสีเขียวอ่อน  ต่างหันมองหน้ากัน  และคาดหวังว่าจะมีใครสักคนรับอาสา  แต่กลับไม่มีสักคนที่จะเอ่ยปาก  กระทั่งเสียงหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบ

 

อะ...เอ่อ... มนุษย์กวางสาวปีสาม  เอ่ยตะกุกตะกัก

 

มีอะไรก็พูดมาเลยลอนรี่โจวพูด

 

ยะ...อย่าเข้าใจผิดนะคะ  ฉันไม่ได้จะอาสา  แต่ฉันกับโบว์ม่า...เอ่อ...ว่าพลางชำเลืองมองเพื่อนมนุษย์ชิมแปนซีข้างตัวอย่างขอความช่วยเหลือ  และเขาก็ตอบสนองสายตาวิงวอนนั้นทันที

 

เราสองคนไม่ถนัดเรื่องบู๊พี่สามคนก็รู้!” โบว์ม่ากระชากเสียงหงุดหงิดต่อประโยค

 

ชะ...ใช่ค่ะ  ถึงถ้าไม่นับพวกพี่  เราสองคนจะเป็นพี่โตกว่าน้องๆ ตะ...แต่เราไปสู้ไม่ไหวจริงๆ ลอนรี่ว่า  แล้วหลุบตาหลบ  ก้มหน้าลงทันที

 

เฮ้อ...พี่รู้อยู่แล้วล่ะ  ดังนั้นเราก็มีตัวเลือกเหลือแค่ออโรร่ากับซีลล์ที่เคยผ่านสนามมาแล้วเท่านั้น!” นีน่าถอนใจ  แล้วกล่าวสรุปรวบรัด

 

ผู้ถูกเอ่ยชื่อทั้งสองเงยหน้าที่ทีแรกสงบนิ่ง  แหงนขึ้นจ้องนีน่าด้วยอาการตื่นตะหนกตกตะลึงด้วยกันทั้งคู่ 

 

ซีลล์กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกจนได้ยินชัดกันทั่ว 

 

ส่วนคิ้วเรียวของออโรร่าขมวดเป็นปม  สีหน้าเคร่งเครียด  และเสียงที่ได้ยินต่อมาก็ยิ่งทำให้เธอเครียดหนักขึ้น  ถึงขนาดซุกหน้าลงกับฝ่ามือตนอย่างสิ้นหวัง

 

คุณออโรร่าเหมาะสมที่สุดค่ะ  ฉันแน่ใจ!!” เสียงกังวานก้องจากยูกิ

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านีน่าตอบตกลงทันที  เพราะเป็นสิ่งที่ทั้งเธอและทุกคนต่างตัดสินไว้ในใจแล้ว  เพียงรอให้ใครสักคนเอ่ยออกมาเท่านั้น

 

ออโรร่าจึงมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างในกิจกรรมคืนนี้  ซึ่งเป็นภาระที่สาหัสหนักหน่วงยิ่ง  และคงจะมีอันทำให้เธอต้องเจ็บตัวอีกอย่างไม่ต้องสงสัย...

...............................……………...................

 

100% แล้วนะคะตอนนี้...

มาต่อให้นิดนึงจนจบตอน  ถ้าพรุ่งนี้มีเวลาจะรีบปั่นแล้วต่อให้อีกเร็วๆนี้นะคะ  คืนนี้ดึกแล้วขอไปพักผ่อนก่อน 

 

ขอบคุณคอมเม้นท์กำลังใจ  ที่แม้ช่วงนี้จะน้อย  แต่เข้าใจค่ะว่าอาจเป็นเพราะทุกท่านติดธุระ  หรือเพราะช่วงนี้เรื่องออกจะดำเนินช้า  ไม่ตื่นเต้น  แถมอัพน้อยอีก

 

แต่ยังไงก็ขอบคุณจริงๆค่ะ

 

 

1,454 ความคิดเห็น