CLEMENCY

ตอนที่ 66 : สวนกุหลาบโรห์ดอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 พ.ย. 50

 

 

 

เช้าฤดูร้อนที่แสงแดดเจิดจ้าอากาศแจ่มใส  รถตู้สีขาวคันใหญ่แล่นผ่านไร่นาทุ่งปศุสัตว์ไปตามถนนคอนกรีตสี่เลนในชนบท...สู่เมืองฟิลด้า

 

เมื่อรถแล่นผ่านเข้าสู่เขตเมืองฟิลด้า  จากภูมิทัศน์ท้องทุ่งปลายฤดูร้อนแล้งที่เต็มไปด้วยหญ้าแห้งสีน้ำตาลเหลืองตลอดสองข้างทางก็แปรเปลี่ยนไป  กลายเป็นทุ่งกุหลาบหลากสีสันสดใสสุดลูกหูลูกตาสลับกับอาคารบ้านเรือนขนาดย่อม  ประดุจผ่านพ้นเข้าสู่แดนเขตสวรรค์

 

ยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งดอกไม้...ฟิลด้าจ้ะ ชาร์ลีนยิ้มกว้าง  กดปุ่มเปิดกระจกรถ  ปล่อยให้สายลมหอมละมุนโชยกลิ่นกุหลาบพัดผ่านเข้ามา

 

ออโรร่ายิ้มตอบ  แล้วเปิดกระจกรถอีกด้าน  ยื่นใบหน้าออกไปรับสายลมโชยกลิ่นยวนเสน่ห์หอมหวลแห่งทุ่งกุหลาบทันที

 

สองสามีภรรยาโรห์ดอนที่นั่งในแถวถัดไปด้านหน้า  เหลียวมามองชาร์ลีนผู้เป็นลูกสาวกับออโรร่า  และหันกลับไปส่งยิ้มให้กันอย่างเป็นสุข  ทั้งคู่รู้สึกอิ่มเอมที่เห็นทั้งชาร์ลีนลูกสาว  และออโรร่าซึ่งเปรียบประดุจลูกสาวอีกคน  มีสีหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมชีวิตชีวา

 

ลึกเข้าไปในทุ่งกุหลาบไม่กี่นาทีต่อจากนั้น  ผ่านเข้าไประหว่างช่องหุบเขาเตี้ยเผยให้เห็นคฤหาสน์ไม้หลังใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าทิวป่าสนกว้างไกล

 

คฤหาสน์ไม้ติดชายป่า... ออโรร่านึกถึงบ้านเบลล์ที่โลกทันที  แล้วประหวัดนึกถึงครอบครัวที่เคยอบอุ่น  นึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้น...วันที่เธอจากมา...

 

ไม่รู้ป่านนี้พ่อกับแม่จะเป็นยังไงบ้าง... ใบหน้านวลที่เปี่ยมชีวิตชีวา  แก้มเป็นสีชมพูระเรื่อจากแรงลมปะทะ  พลันซีดสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ด้วยจังหวะที่ทุกคนกำลังตระเตรียมจัดผมเผ้า  แต่งเนื้อตัวเพื่อจะลงจากรถเมื่อถึงที่หมาย  จึงไม่มีใครทันได้สังเกต

 

รถแล่นผ่านรั้วไม้พุ่มเตี้ยเขียวสดใสที่ตัดแต่งไว้เป็นแนวเรียบ  ผ่านไปตามถนนโรยกรวดที่มีซุ้มเถากุหลาบโค้งสู่คฤหาสน์  และบนบันไดระเบียงหน้าประตูบ้านนั้นปู่ย่าของชาร์ลีนยืนรอต้อนรับอยู่

 

คุณปู่! คุณย่า! ลงจากรถได้ชาร์ลีนก็ถลาสู่อ้อมกอดอบอุ่นอันคุ้นเคย

 

คุณพ่อ  คุณแม่สบายดีใช่มั้ยคะ ลูกสะใภ้โรวีน่าเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม

 

แน่นอนจ้ะ... ชารีน่า  ผู้เป็นแม่สามี  และอดีตอาจารย์แพทย์ของโรวีน่าด้วย  เอ่ยตอบพลางยิ้ม

 

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นนั้นอ่อนโยน  ทว่าดูทรงภูมิจริงจังอยู่ในที  เรือนผมสีดอกเลารวบมวยเรียบ  รูปร่างผอมบาง  สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว  กระโปรงยาวเลยเข่าสีดำ  และรองเท้าคัดชูสีนิล  บ่งถึงอุปนิสัยมีวินัยเจ้าระเบียบ  รักสะอาด  สมกับที่เคยเป็นถึงอดีต ผอ.โรงพยาบาลแมรี่  และผู้บริหารสูงสุดของธุรกิจโรงพยาบาลแห่งตระกูลโรห์ดอน

 

ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผู้นำตระกูลรุ่นก่อนเช่น ชาลี ที่เป็นอดีตอธิบดีคมนาคม    ซึ่งไม่เหลือเค้าร่องรอยของบุรุษผู้ทรงภูมิให้เห็นแม้แต่น้อย

 

ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างท้วมลงพุง  ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่นที่คล้ำแดด  ผมสีขาวโพลนยับยุ่ง  เฉกเช่นหนวดเคราที่ปกคลุมรุงรังทั่วใบหน้า  ในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดงดำ  สวมทับด้วยชุดหมีสียีนส์  รองเท้าหนังหุ้มแข้งสีน้ำตาลหม่น  ถุงมือหนา  ทั้งหมดนี้ชี้ชัดความเป็นเจ้าของสวนกุหลาบโรห์ดอนแห่งนี้  ดุจอดีตตำแหน่งอธิบดีของท่านเป็นเรื่องโกหก

 

แกก็สบายดี...ดูแลลูกเมียดีใช่มั้ยชาร์ล ผู้เป็นพ่อเอ่ยทัก  พลางตบบ่าลูกชายแรงๆ

 

ยิ่งปรากฎรอยยิ้มบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครานั้นแล้ว  ความใสซื่อเอื้ออารีก็ฉายชัดความเป็นเกษตรกรผู้รักธรรมชาติอย่างบริสุทธิ์ใจของท่าน

 

แน่นอนครับพ่อ ชาร์ลตอบยิ้มๆ แล้วก้าวหลบไปด้านข้าง  เผยให้เห็นออโรร่าซึ่งเดินตามหลังมา นี่หนูออโรร่าที่ผมบอกในโทรศัพท์ครับ แล้วผายมือแนะนำเธอแก่บุพการี

 

สวัสดีค่ะ ออโรร่าเอ่ยทัก  พร้อมค้อมศีรษะลงต่ำอย่างนอบน้อม

 

โอ้...น่ารักจริงๆ หลานสาวคนใหม่ของปู่ ชาลีว่า  แล้วยิ้มให้ออโรร่าอย่างอ่อนโยน

 

ไม่ต้องมีพิธีรีตองหรอกจ้ะออโรร่า...มาเถอะเข้าบ้านกัน ชารีน่ายิ้มให้  มองออโรร่าด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู  แล้วโอบไหล่ออโรร่าพาเดินนำเข้าประตูบ้าน

 

ออโรร่ารู้สึกปลื้มปิติอบอุ่นใจในความเป็นกันเองที่ครอบครัวโรห์ดอนมีให้แก่เธอ  แม้ในใจจะยังหมองเศร้าเมื่อนึกถึงความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่เธอพลัดพรากจากมา  แต่เธอก็รู้ดีว่าเวลาแห่งความสุขความยินดีขณะนี้ควรแสดงรอยยิ้ม  แล้วเก็บงำความหม่นหมองไว้ในส่วนลึกของหัวใจ...

...............................……………...................

 

รุ่งอรุณวันใหม่มาถึงช้าเกินไปสำหรับออโรร่า  ก่อนสุริยาจะฉายแสงแรกที่ขอบฟ้าเธอก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วในชุดเตรียมพร้อมสำหรับงานในสวนกุหลาบวันนี้

 

ฉันใส่ชุดนี้ดูเป็นยังไงบ้าง ออโรร่าเอ่ยถาม  ขณะหมุนตัวไปมาดูตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องนอน

 

เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาอมฟ้า  สวมทับด้วยชุดหมีสียีนส์เข้มพอดีตัว  เรือนผมยาวสีน้ำตาลแดงมัดรวบไว้มิดชิดใต้หมวกฟาง  และสวมรองเท้าบู๊ตหนังยาวสีดำหุ้มแข้ง

 

ถ้าให้ตอบตามตรงก็ไม่ชอบหรอกจ้ะ  ชอบที่ออโรร่าแต่งตัวสวยๆมากกว่า  แบบนี้ดูแล้วไม่ต่างกับเด็กผู้ชาย...ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ชาร์ลีนตอบแกมบ่น  ชักสีหน้ามุ่ย  คิ้วขมวด

 

ชาร์ลีนอยู่ในชุดแซกสีครีม  แขนตุ๊กตา  ฉลุลายลูกไม้เหมือนเช่นปกติ  เนื่องจากเธอไม่ถนัดงานในสวนกลางแจ้ง  และร่างกายผิวพรรณที่บอบบางก็ไม่เอื้อเช่นกัน

 

แต่ฉันชอบแบบนี้มากกว่าชุดสวยๆซะอีก ออโรร่าหันกลับมาตอบ  พลางยิ้มกว้าง

 

ออโรร่าดูกระตือรือร้นสดใสร่าเริงมากกว่าครั้งไหนๆที่ชาร์ลีนเคยเห็นตั้งแต่รู้จักมา  ทั้งที่การเที่ยวชมทำงานในสวนกลางแดดเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก  ดูไม่เหมาะกับสาวน้อยน่ารักบอบบางเลยสักนิด  แต่นี่กลับเป็นงานที่ออโรร่าถนัดชื่นชอบ  และมันทำให้เธอนึกถึงแม่...

 

แม่เป็นนักพฤกษศาสตร์เคมี  งานอดิเรกของท่านคือการปลูกผักสวนครัว  ดอกไม้  พืชสมุนไพร  รวมถึงการนำสมุนไพรเหล่านั้นมาวิเคราะห์วิจัยสกัดหาตัวยาใหม่ๆ  โดยมีผู้ช่วยคือออโรร่านั่นเอง

 

ออโรร่านี่เหมือนเจมส์จริงๆนะจ๊ะ  ชอบงานแบบนี้น่ะ ชาร์ลีนเปรยขึ้น  เมื่อนึกถึงความหลังครั้งพี่น้องเฮอร์เรียตเคยมาเที่ยวพักอยู่ที่นี่

 

ยังไงเหรอ ออโรร่าถาม  นั่งลงเคียงข้างชาร์ลีนบนเตียงคู่ขนาดใหญ่ที่พวกเธอใช้นอนพักผ่อน

 

วิลกับเจมส์เคยมาเที่ยวที่นี่หลายปีก่อนจ้ะ  เจมส์น่ะเหมือนออโรร่าไม่มีผิด  พอมาอยู่ที่นี่ก็กระตือรือร้นมีความสุข  ช่วยงานในสวนขลุกอยู่กับคุณปู่ทั้งวัน  ส่วนวิลน่ะไม่ชอบเลยที่แบบนี้  เขาว่ามันเงียบเหงาน่าเบื่อไม่เจริญหูเจริญตา  เอ่อ..แต่เขาก็ช่วยงานคุณปู่ทุกวันนะจ๊ะ  แล้วคุณปู่ก็ไม่รู้หรอกที่เขาไม่ชอบที่นี่  ออโรร่าก็รู้นี่จ๊ะว่าวิลเขาน่ารักเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่  และคุณปู่กับคุณย่าก็ชอบวิลกับเจมส์มากเลย  บ่นอยากให้ทั้งสองมาเที่ยวอีก  แต่วิลน่ะไม่ยอมมาอีกแล้วจ้ะ ชาร์ลีนเล่าจบก็หันมาส่งยิ้มเนือยๆ

 

เมื่อความทรงจำครั้งพี่น้องเฮอร์เรียตมาที่นี่ยังแจ่มชัด  โดยเฉพาะภาพสีหน้าหงุดหงิด  เสียงบ่นโวยวายของวิลเลี่ยมที่ยังคงเด่นชัดเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

 

นี่ซินะวิลเลี่ยมถึงบอกว่า อย่าหวังให้มาก น่ะ ออโรร่าพูด

 

ใช่จ้ะ...เพราะวิลไม่รู้ว่าออโรร่าชอบที่นี่  เพราะงั้นฉันก็เลยจะส่งหลักฐานไปให้เขาแทนคำบอกเล่าว่าเธอชอบที่นี่มากแค่ไหน ชาร์ลีนเอ่ย  เผยอยิ้มน้อยๆที่แฝงเลศนัย  คิ้วสีทองเรียวด้านซ้ายกระตุกขึ้นนิดหนึ่งอย่างนึกสนุกท้าทาย

 

เอ๊ะ! ออโรร่าอุทานอย่างประหลาดใจ  ฉงนกับสีหน้าเพื่อนรักที่แฝงเล่ห์อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

 

รูปไงจ๊ะ...ฉันจะถ่ายรูปออโรร่าส่งไปให้วิลกับเจมส์  และทุกคนเลย  งานนี้ค่าจ้างงามซะด้วยซิ...อุ๊ปส์! หลุดเผยความลับออกมา  ชาร์ลีนรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง  แล้วพลันหลบสายตาก้มหน้าลง

 

อย่าบอกนะว่าเธอเลียนแบบ ยูกิ เอารูปฉันไปขายน่ะ ออโรร่าถามอย่างไม่อยากเชื่อ  นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิ่งกว้างอย่างตระหนก

 

เอ่อ...ก็ไม่เชิงหรอกจ้ะ  เพราะยูกิเค้าขายวีซีดีกับรูปถ่ายหาเงินเข้าชมรมพลอง  แต่ฉันส่งเมลให้ทางอินเตอร์เน็ตเฉพาะกลุ่มแฟนคลับของออโรร่า  หารายได้เข้าสภานิสิตน่ะจ้ะ ชาร์ลีนตอบเสียงอ่อย  ว่าจะเก็บงำไม่เผยไต๋มากกว่านี้  แต่ทนสายตาคาดคั้นจากออโรร่าไม่ได้

 

แบบไหนฉันก็ไม่ชอบทั้งนั้นล่ะ  ยิ่งเธอดึงวิลเลี่ยมกับเจมส์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาอ้าง...ฉันยิ่งไม่ชอบ ออโรร่าปั้นหน้าบึ้ง  สะบัดหน้าหนี  แล้วกอดอกวางฟอร์มว่าโกรธจัด

 

ที่จริงจะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เชิงหรอกจ้ะ  เพราะให้ฉันคิดเรื่องแบบนี้เองน่ะ... ชาร์ลีนพูดค้างทิ้งประโยคไว้แค่นั้น  แล้วยิ่งก้มหน้าลงต่ำสำนึกผิด

 

เธอปรึกษาวิลเลี่ยม  แล้วเขาแนะนำให้ทำแบบนี้เหรอ!! ออโรร่าขึ้นเสียง  ลุกยืนเท้าเอว  รู้สึกโกรธขึ้นมาจริงๆ ที่เรื่องกลับกลายเป็นแบบนี้

 

ชาร์ลีนพยักหน้าตอบช้าๆ ขณะยังคงก้มหน้าหลบสายตาออโรร่าอย่างรู้สึกผิดเหลือเกิน  ทว่าประโยคเด็ดถัดมาของเธอ  ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากเมซีเน่เผื่อกรณีเช่นนี้  ก็ทำให้ออโรร่าต้องยอมแพ้

 

รายได้ทั้งหมด  ส่วนหนึ่งเราจะแบ่งให้ชมรมพลองด้วยจ้ะ

 

ออโรร่าเม้มปากแน่นสนิท  ยืนจังก้าเท้าเอว  แล้วพยายามข่มโทสะด้วยไม่อาจโต้ตอบใดๆได้

 

ฉันต้องเป็นตัวตลกให้ทุกคนดูอีกแล้วซินะ เธอคิดอย่างเคืองขุ่น เอาเถอะ...ทำเพื่อชมรมพลอง...ชมรมที่อาจารย์ฮาเวิร์ดรัก…’ นึกถึงอาจารย์ผู้ล่วงลับ  อารมณ์เธอจึงเย็นลงบ้าง

 

เฮ้อ...ตามใจ...อยากจะถ่ายรูปฉันเท่าไหร่ก็ตามสบาย ออโรร่าถอนใจ  บอกอนุญาติ  แล้วไม่มองหน้าชาร์ลีน  เปิดประตูเดินออกจากห้องไปทันที

 

ทิ้งให้ชาร์ลีนรู้สึกผิด  จมอยู่กับความโกรธเกลียดตัวเองอยู่พักใหญ่  ก่อนเจ้าตัวจะกลับมาฮึดสู้ใหม่  แล้วหยิบกล้องดิจิตอนในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงออกมาเตรียมพร้อมปฏิบัติการ...

...............................……………...................

 

ออโรร่าพยายามทำใจ  และลืมบทสนทนากับชาร์ลีนเมื่ออยู่ในห้อง  ซึ่งง่ายกว่าที่คิดมาก  เมื่อทันทีที่เธอถึงห้องครัวก่อนมื้อเช้า  เพื่อหาอาหารรองท้องก็พบกับคุณปู่เข้าพอดี

 

อ้าว...หลานออโรร่าตื่นเช้าจริง คุณปู่ทักพลางยิ้ม  ในมือถือขนมปังที่กำลังทาเนยค้าง

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปู่...เมื่อวานคุณปู่อนุญาติให้หนูช่วยงานในสวนได้เช้านี้  หนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ ออโรร่าตอบน้ำเสียงกระตือรือร้น

 

ปู่เชื่อแล้วล่ะว่าหลานตื่นเต้นจริงๆ เอ้า! นั่งลงก่อน...กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ  เดี๋ยวปู่จะทำขนมปังนี่ให้หลานกินก่อนที่เราจะออกไปลุยกันในสวนโน่น คุณปู่พูดเร็วปรื๋อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  พลางมือก็คล่องแคล่วปาดเนยลงบนขนมปังอุ่นที่เพิ่งปิ้งเสร็จ  โรยน้ำตาลลงไป  แล้ววางลงใส่จาน

 

ออโรร่านั่งลงอย่างว่าง่าย  เอื้อมหยิบเหยือกนมสดเทลงใส่แก้ว  แล้วดื่มไปพลางขณะรอขนมปังปิ้งทาเนยจากคุณปู่

 

ความรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยเสมอเหมือนเมื่อครั้งอยู่บ้านเบลล์หวนกลับมาอย่างแจ่มชัด  ภายในห้องครัวขนาดใหญ่แบบชาวไร่ที่เต็มไปด้วยโหลผลไม้ดอง  แยมนานาชนิด  และของตากแห้งที่แขวนห้อยจากเพดาน  ต่างกันตรงที่ว่าหน้าต่างครัวที่นี่หันหน้าสู่สวนกุหลาบกว้างไกลสุดสายตา  ซึ่งพัดพาสายลมอ่อนปนกลิ่นหอมละมุนเข้ามาสะกดจิตใจเธอให้สงบนิ่งเป็นสุข  และช่วยทุเลาความถวิลหาถึงบ้านเบลล์

...............................……………...................

 

แสงแดดแผดเผาไหล่  หลัง  และลำคอ  ทว่าไม่อาจทำให้ออโรร่าละความพยายาม  และรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานเก็บดอกกุหลาบลงได้

 

ดอกกุหลาบสีแดงสดขนาดเล็ก  ซึ่งมีมากและดกดื่นดอกแล้วดอกเล่าถูกหักกิ่งเก็บใส่สู่ตระกร้าหวายใบใหญ่ที่สะพายเบื้องหลัง  โดยมีคุณปู่คอยสอนและช่วยเหลืออยู่เคียงข้าง

 

ไกลออกไปที่เพิงพักใต้ร่มไม้ใหญ่  ชาร์ลีนคอยเก็บภาพออโรร่าแทบทุกอิริยาบถ

 

ออโรร่าทำเป็นไม่เห็นชาร์ลีนเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดมากหงุดหงิด  ทว่าสิ่งที่เป็นกำลังใจหล่อเลี้ยงเธออย่างแท้จริงคือคำมั่นจากคุณปู่  ที่จะพาเธอไปเที่ยวชมเรือนเพาะพันธุ์กุหลาบ  ความลับสุดยอดทั้งสุดหวงของตระกูลโรห์ดอน  ซึ่งหนึ่งในพันธุ์กุหลาบแปลกใหม่หายากเหล่านั้น  คือกุหลาบสีฟ้า  สุดยอดปรารถนาที่เธออยากเห็นที่สุด

 

ถึงจะใส่ถุงมือหนาขนาดนี้  แต่หลานต้องระวังให้มากนะ  หนามกุหลาบในกิ่งแก่ๆที่ลึกลงไปก็ยิ่งแหลมหนาตำทะลุถึงมือได้ง่ายๆ คุณปู่เตือน

 

แล้วไม่ทันขาดคำออโรร่าก็ถูกหนามกุหลาบตำ

 

อุ๊ย! ออโรร่าอุทาน  ชักมือออกจากพุ่มกุหลาบ  ดึงถุงมือออก  ยกนิ้วชี้ขวาที่ถูกหนามตำขึ้นดูดให้เลือดหยุด

 

หึ หึ กุหลาบงามก็ต้องหนามแหลมเป็นธรรมดา  เพราะงั้นหลานต้องระวังให้มาก คุณปู่พูดปลอบ  เมื่อดูแล้วแผลแค่เล็กน้อยเท่านั้น

 

หนูจะระวังให้มากขึ้นค่ะ ออโรร่ายิ้มตอบ  สวมถุงมือ  แล้วกลับมาทำงานต่อโดยความสดใสร่าเริงไม่จืดจางลงไปแม้แต่น้อย

...............................……………...................

 

หลังมื้อเที่ยงรสเลิศที่ชาร์ลีนลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง  ออโรร่าก็หายโกรธ  และเข้าใจถึงความจำเป็นที่ชาร์ลีนทำลงไปเพื่อสภานิสิต  ซึ่งไม่ต่างอะไรกับที่เธอคงทำทุกอย่างเพื่อชมรมพลอง

 

ทั้งสองเดินคุยเคียงกันมุ่งสู่เรือนกระจกขนาดใหญ่ด้านหลังคฤหาสน์  ขุมทรัพย์ทางปัญญาอันเป็นสถานที่คิดค้นเพาะเลี้ยงกุหลาบพันธุ์ใหม่ๆ  ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ตระกูลโรห์ดอนอย่างมหาศาล  แม้ไม่อาจเทียบเท่าธุรกิจโรงพยาบาลที่เป็นธุรกิจหลักได้ก็ตาม

 

แปลกมั้ยล่ะจ้ะ...ผู้นำตระกูลโรห์ดอนที่เป็นผู้ชายทุกรุ่นน่ะมักจะรับราชการ  แล้วพอเกษียณก็กลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่สวนกุหลาบนี่ ชาร์ลีนถามนำออโรร่า  แล้วหันมายิ้มให้ขณะรอฟังคำตอบ

 

คงเพราะภาระรับผิดชอบในหน้าที่การงานของพวกท่านที่ค่อนข้างหนัก  พอเกษียณแล้วก็เลยอยากใช้ชีวิตสงบๆน่ะ ออโรร่าออกความเห็น

 

ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันจ้ะ  แต่ธุรกิจหลักของตระกูลโรห์ดอนน่ะเป็นธุรกิจโรงพยาบาลนะจ๊ะ...ฉันไม่เข้าใจจริงๆทำไมพ่อไม่เรียนหมอซะล่ะ  คุณปู่ก็ด้วย  แล้วยังคุณอาอีกคน ชาร์ลีนตั้งข้อสังเกตต่อ  ขณะเดินเคียงกันไปกับออโรร่าช้าๆ

 

เอ๊ะ! เธอมีอาด้วยหรือ ออโรร่าหยุดเดิน  เอ่ยถามอย่างแปลกใจ

 

จริงสิ...ตั้งแต่มาที่นี่เรายังไม่ได้เจอ คุณอาชารีฟ เลยนี่จ๊ะ  คุณปู่บอกเมื่อวานว่าคุณอาท่านสวนกับเราไปที่เมอซี  ไปจดลิขสิทธิ์พันธุ์กุหลาบใหม่น่ะจ้ะ  คิดว่าเย็นนี้คงกลับมาถึง  และได้เจอกันแล้วล่ะ ชาร์ลีนว่า  หันกลับมาดึงมือออโรร่าให้เดินต่อ

 

ครู่ต่อมาเรือนกระจกขนาดย่อมเรือนแรกก็ปรากฎแก่สายตาสองสาว  เมื่อเดินเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้นสู่รั้วไฟฟ้าที่ล้อมรอบป้องกันความปลอดภัย  ก็แลเห็นเรือนกระจกขนาดใหญ่อีกสี่เรือนอยู่ถัดเรือนแรกไปเบื้องหลัง

 

ชาร์ลีนทาบฝ่ามือลงบนแป้นสแกนที่อยู่เหนือประตูเหล็กทางเข้า  ประตูเลื่อนเปิดออกช้าๆ  เผยให้เห็นป้อมรักษาการณ์ขนาดย่อมอยู่ภายใน

 

ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับคุณชาร์ลีน หนุ่มร่างสูง  ผิวเข้ม  ผมและคิ้วบาง  ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวแขนยาว  กางเกงสแลคสีดำ  รองเท้าบู๊ตหนังสีดำ  เอ่ยทักชาร์ลีนอย่างคุ้นเคย  พร้อมค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม

 

ปีที่แล้วฉันแวะมาจังหวะที่เธอพักร้อนพอดีน่ะจ้ะเลยไม่ได้เจอกัน  อ้อ...นี่ออโรร่าเพื่อนฉันจ้ะ ชาร์ลีนทักตอบ  ผายมือแนะนำออโรร่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  อ่อนโยน

 

ยามหนุ่มร่างสูงกับเพื่อนยามร่างเล็กกว่าผงกหัวเคารพออโรร่าน้อยๆ

 

ออโรร่าค้อมศีรษะรับอย่างเกรงใจ  กระอักกระอ่วน  แล้วรีบตามชาร์ลีนที่ออกเดินนำล่วงหน้าไปก่อน

 

พวกเขาก้มหัวเคารพให้ทำไมนะ  ฉันไม่ใช่คนตระกูลโรห์ดอนสักหน่อย ออโรร่าพูด  เมื่อคล้อยมาไกลจากป้อมด้านหน้าแล้ว

 

หึ หึ ถึงความจริงจะไม่ใช่  แต่ก็ห้ามพูดแบบนี้ต่อหน้าพวกผู้ใหญ่เด็ดขาดนะจ๊ะ  โดยเฉพาะคุณปู่น่ะท่านหลงหลานรักคนใหม่อย่างออโรร่าเข้าจริงๆจังๆเลยล่ะจ้ะ ชาร์ลีนตอบ  พลางหัวเราะในลำคอ

 

ทว่าออโรร่ากลับยิ่งเพิ่มความฉงน  นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายชัดความงุนงง  ใบหน้านวลแสดงความสงสัยชัดแจ้ง  ภายใต้เงารำไรของร่มไม้ใหญ่ริมทางเดินยามบ่าย

 

คุณปู่ท่านอยากได้หลานสาวมากจ้ะ  ตอนที่ท่านรู้ว่าคุณแม่มีฉันท่านดีใจมาก  แต่ออโรร่าก็รู้นี่จ๊ะว่าร่างกายฉันค่อนข้างอ่อนแอเลยทำให้ฉันช่วยงานในสวนไม่ได้  ซึ่งเรื่องนี้ถึงคุณปู่ไม่พูดแต่ฉันก็รู้ว่าท่านผิดหวังมากแค่ไหน  ส่วนคุณอาชารีฟก็ไม่ยอมแต่งงานสักที  ขณะที่คุณปู่ก็แก่ตัวลงทุกวัน  ท่านก็เลยเลิกหวังไปนานแล้วว่าจะได้มีหลานสาวน่ารักๆสักคนมาช่วยงานในสวน…” ชาร์ลีนเล่า  สีหน้าสลดลงทุกขณะ  นัยน์ตาสีฟ้าหม่นหมอง

 

ออโรร่าฝืนทนฟังน้ำเสียงที่ยิ่งเศร้าสร้อยลงของชาร์ลีนไม่ไหว  จึงโพล่งขัด

 

เธอเป็นหลานของท่านนะ!!  ท่านต้องรักเธอมากอยู่แล้ว  ถึงจะช่วยงานในสวนกับท่านไม่ได้  แต่เธอก็ช่วยงานในเรือนกระจกปรับอุณหภูมิพวกนี้ได้ ออโรร่าพูดเสียงดัง  น้ำเสียงกึ่งตำหนิกึ่งฉุนโกรธ

 

ติติงชาร์ลีนที่น้อยเนื้อต่ำใจไม่เชื่อมั่น  ทั้งระแวงสงสัยในความรักของคุณปู่  และโกรธตัวเองที่ทำให้ชาร์ลีนรู้สึกว่าเธอยื้อแย้งความรักนั้นไป

 

ฉะ...ฉัน...ขอโทษจ้ะ ชาร์ลีนเอ่ย  ตกใจที่ออโรร่าแสดงท่าทางโกรธออกมา  และดุว่าเธอเสียงดัง

 

ออโรร่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  ทว่าเมื่อตรองดู  ตลอดเวลาเธอกับออโรร่ามักอยู่ด้วยกันกับเพื่อนๆเสมอ  ในกลุ่มที่มีวิลเลี่ยมกับเมซีเน่เป็นผู้นำ  และคู่กัด  อันเป็นศูนย์กลางความสนใจ  นั่นทำให้เธอไม่มีเวลาอยู่ลำพังกับออโรร่ามากนัก  ไม่มีเวลาได้พูดคุยรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนรักที่มักไม่ค่อยพูดคนนี้  กระทั่งแทบไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าออโรร่าใส่ใจความรู้สึกของผู้คนรอบข้างมากแค่ไหน

 

ขอโทษทำไมกัน...ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ จากท่าทีกราดเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิดขึ้นมาทันที  เมื่อรับรู้ว่าตนเผลอดุว่าชาร์ลีนออกไป  ทั้งที่เพิ่งทำให้ชาร์ลีนรู้สึกว่าถูกแย่งความรักจากคุณปู่ไปแล้ว

 

เฮ้อ...เอาเถอะจ้ะ  เราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า…” ชาร์ลีนว่า  พยายามเบี่ยงประเด็น  และอยากให้ออโรร่ากลับมาสดใสเหมือนเก่า

 

แต่... ทว่าออโรร่ายังรู้สึกผิดโทษตัวเอง

 

ไม่มีแต่จ้ะ... ชาร์ลีนปั้นหน้าขึงขัง  ยืนเท้าเอว ถ้าเธอรู้สึกผิดนักก็ชดเชยด้วยการเป็นนางแบบกับกุหลาบสวยๆในเรือนกระจกนี่ให้แล้วกันตกลงมั้ยจ๊ะ ว่าพลางหยิบกล้องออกจากกระเป๋าสะพายไหล่มาโชว์  นัยน์ตาสีฟ้าขยิบยั่วแฝงเล่ห์

 

ออโรร่ากระพริบตาปริบๆ นี่ทั้งหมดเป็นแผนของชาร์ลีน  และเธอตกหลุมพรางนั้นอย่างจังเลยใช่ไหม

 

แต่จะโทษชาร์ลีนคงไม่ได้...มีแต่ต้องไปคิดบัญชีกับเมซี่ที่คอยเสี้ยมสอน ออโรร่าคิด

 

ฝืนยิ้มรับออกไป  ทั้งที่แท้จริงอยากเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันมากกว่า...

...............................……………...................

 

เรือนกระจกเล็กหลังแรกมีประตูทางเข้าออกสองทาง  คือด้านหน้ากับด้านหลังในแนวตรงข้ามกัน  โดยประตูหลังเป็นทางออกสู่ทางเดินยังเรือนกระจกหลังถัดไป  ซึ่งทุกเรือนมีแบบแปลนไม่แตกต่างกัน  เพียงแต่มีขนาดต่างกันเท่านั้น

 

เรือนแรกเป็นที่รวบรวมพันธุ์กุหลาบที่ปลูกอยู่ภายในอาณาบริเวณของตระกูลโรห์ดอนทั้งหมด  เปรียบเสมือนโชว์รูมจัดแสดงพันธุ์ดอกไม้ไว้ต้อนรับแขก  เพราะมีกุหลาบรวมอยู่ทุกพันธุ์อย่างละ 1-2 ต้นเท่านั้น

 

เรือนเล็กนี้  ออโรร่าได้ชื่นชมพันธุ์กุหลาบในครอบครองของตระกูลโรห์ดอนที่มีกว่าร้อยชนิด  ทั้งได้ความรู้เกี่ยวกับการตอน  ปักชำ  คัดสรร  ผสมพันธุ์กุหลาบ  โดยผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณปู่ที่เต็มใจถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างหมดเปลือก  และไม่เบื่อตอบคำถามออโรร่าที่กลับกลายไปเป็นสาวน้อยช่างซักถามอีกครั้ง  หลังจากห่างหายไปนาน

 

ส่วนชาร์ลีนก็ถือโอกาสเก็บภาพออโรร่าแทบทุกอิริยาบถอยู่เงียบๆ ในระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเมื่อช่วงเช้า  บางคราวก็ขอให้ออโรร่าโพสท่าให้ด้วย 

 

ออโรร่าจ๊ะ  หยุดยืนยิ้มตรงมุมนี้หน่อยจ้ะ...นั่นล่ะดีมากจ้ะ ชาร์ลีนสั่งเสียงอ่อนหวาน  ทว่าบังคับอยู่ในที 

 

แม้ไม่เต็มใจนักแต่ออโรร่าก็ต้องจำยอม  เพราะตกหลุมพรางไปแล้วอย่างจัง

 

เฮ้อ... ออโรร่าลอบถอนใจ  พลางคิดปลอบใจตัวเอง ยังดีที่ไม่ต้องเปลี่ยนชุดถ่ายรูปด้วยนะ ขณะยืนฉีกยิ้มอย่างฝืดฝืนอยู่เบื้องหลังกุหลาบสีส้มสดใส

 

ถูกชาร์ลีนถ่ายรูปจนหนำใจหมดทุกมุมในเรือนแรก  ประจวบกับคุณปู่หมดวิชาที่จะถ่ายทอดให้กับหลานสาวคนเก่งอย่างออโรร่า  ซึ่งมีความรู้ด้านดูแลไม้ดอกไม้ประดับเป็นทุนเดิมอยู่บ้างแล้วโดยการถ่ายทอดจากแม่ครั้งอยู่ที่โลก  ทั้งสามก็ไปยังเรือนกระจกหลังใหญ่เรือนถัดไป 

 

เรือนนี้ประกอบไปด้วยกุหลาบพันธุ์หายากสีแปลกตาซึ่งล้วนดอกใหญ่  และมีมูลค่าค่อนข้างมาก  แต่ก็ไม่พ้นที่ออโรร่าต้องให้ชาร์ลีนถ่ายรูปแทบทุกมุมอีกเช่นกัน

 

ปู่ว่ารูปตามธรรมชาติจะออกมาดูดีกว่ารูปที่ถ่ายโดยถูกบังคับนะ คุณปู่ออกความเห็น  ขณะเฝ้ามองชาร์ลีนจับออโรร่าไปโพสท่ามุมโน้นมุมนี้  จนแทบจะรอบเรือนกระจกขนาดใหญ่  นานเกือบชั่วโมงแล้ว

 

ขอโทษค่ะคุณปู่หนูเพลินไปหน่อย  ก็ออโรร่าน่ารักขนาดนี้ถ่ายมุมไหนก็สวยนี่คะ  เสียดายที่ไม่ได้ใส่ชุดสวยๆ ไม่งั้นคงเข้ากับดอกกุหลาบมากกว่านี้ ถูกคุณปู่เตือน  ชาร์ลีนถึงได้รู้ตัวว่าทำเกินไปหน่อย  แต่ก็ไม่วายแก้ตัวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเพราะถูกขัดใจ

 

จากนั้นไปยังหลังที่สาม  อันเป็นเรือนปรับอุณหภูมิสำหรับกุหลาบที่ต้องอยู่ในอากาศหนาวเย็น  ทั้งหมดอยู่ในเรือนนี้ไม่นานนักเนื่องจากไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาหนาพอที่จะทนหนาวกันได้นาน  ซึ่งออโรร่าก็ดีใจเป็นอย่างมาก  เพราะนั่นหมายความว่าเธอไม่ต้องถูกถ่ายรูปเพิ่มมากนัก

 

สู่เรือนหลังสุดท้าย  สถานที่รวบรวมกุหลาบพันธุ์หายากมูลค่ามหาศาล  ความลับที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสมาเห็น  นั่นคือกุหลาบสีฟ้าสุดยอดปรารถนาที่ออโรร่าอยากเห็นที่สุด  นับตั้งแต่อ่านหนังสือภาพและเห็นเพียงรูปตั้งแต่เดือนแรกที่มาอยู่ ณ มิติคลีเมนซีแห่งนี้

 

โอ้โห!!! ออโรร่าอุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัว  ยืนนิ่งตื่นตะลึงอยู่หน้าประตูกระจกที่ผลักเปิดเข้าไปเป็นคนแรก  นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเป็นประกายกับภาพกุหลาบสีฟ้าละลานตาเบื้องหน้าอันเปรียบประดุจภาพแห่งความฝัน  แล้วถลาเข้าใกล้สู่มวลกุหลาบสีนภานั้นทันที  ดุจภุมรีน้อยปลื้มปิติในบุปผาชาติที่เต็มไปด้วยน้ำหวาน

 

อย่าเข้าใกล้มากนะหลานออโรร่า  ดินของกุหลาบสีฟ้าพวกนี้มีมวลแร่บลูจีเวลปนอยู่ด้วย  จะเป็นอันตรายกับหลานได้ คุณปู่ร้องเตือน

 

ทว่าไม่ทันการณ์  ออโรร่าไปไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงเตือน  แต่กระนั้นแร่บลูจีเวลก็ไม่สามารถทำอันตรายเธอได้อยู่แล้ว

 

กลับกลายเป็นคุณปู่ที่เป็นฝ่ายตระหนกตกใจเสียยิ่งกว่า  แต่ไม่อาจบุกดงกุหลาบสีฟ้า  พันธุ์หายากราคาแพงของตนเข้าไปดึงตัวห้ามปรามออโรร่าได้  ด้วยไม่ได้สวมใส่ชุดป้องกันมา 

 

ทว่าเมื่อเห็นออโรร่าฝ่าเข้าไปท่ามกลางสวนกุหลาบสีฟ้าได้โดยไม่เป็นอะไร  ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังกำลังก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นกุหลาบอย่างชิดใกล้  อย่างที่ชาวมิติคลีเมนซีคนไหนก็ไม่อาจทำได้  คุณปู่จึงวางใจ  และถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าชาร์ลบุตรชายได้เล่าถึงความพิเศษของออโรร่าให้ฟังก่อนหน้านี้แล้ว

 

หลานออโรร่าเป็นเด็กดีมีจิตใจอ่อนโยน  อนาคตของเมอซี  รวมทั้งมิติคลีเมนซีแห่งนี้คงฝากฝังไว้กับหลานได้ คุณปู่คิด  ยิ้มกว้างปลื้มปิติ  ขณะเฝ้ามองออโรร่ายิ้ม  และหมุนตัวไปรอบๆอย่างเป็นสุขท่ามกลางสวนกุหลาบสีฟ้า  และชาร์ลีนหลานสาวแท้ของท่านกำลังบันทึกภาพความงามน่ารักตามธรรมชาติของออโรร่าไว้ในกล้องดิจิตอน

 

คุณปู่คะหนูขอดอกที่ร่วงอยู่ตรงนี้ได้มั้ยคะ ออโรร่าร้องถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นเต้น  ชูกุหลาบดอกโตที่เคยเป็นสีฟ้าแต่กลับกลายเป็นสีน้ำเงินหม่นเมื่อแห้งเหี่ยวให้คุณปู่เห็น

 

ได้ซิ...เอาไปเลย  ปู่แถมให้อีกดอกด้วย  หลานอยากได้ดอกไหนก็เก็บมาได้เลย คุณปู่ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

ขอบคุณค่ะคุณปู่ ออโรร่าพูด  ดีใจเป็นที่สุด  เด็ดดอกกุหลาบบานดอกใหญ่ใกล้ตัว  โดยหักก้านให้ยาวที่สุด  ตั้งใจนำไปปักแจกันไว้นานๆ  แล้วเก็บเป็นดอกไม้แห้งภายหลังคู่กันกับดอกแห้งที่เธอเก็บได้ดอกแรก

 

สิ้นสุดการเยี่ยมชมเรือนกุหลาบแสนสวย  ก็ได้เวลามื้อค่ำพอดี 

 

ในห้องรับประทานอาหารเรียบหรู  ซึ่งผนัง  พื้น  เฟอร์นิเจอร์ล้วนเป็นไม้สีเข้มขัดมัน  โดดเด่นด้วยแชนโดเรียแบบโบราณห้อยระย้าจากเพดาน  บนโต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่  มีกุหลาบสีฟ้าปักไว้ในแจกันคริสตัลใสให้ทุกคนได้ชื่นชม  พร้อมรับประทานอาหารค่ำรสอร่อยด้วยความร่วมมือของสตรีคนสำคัญทุกคนในบ้าน  ทั้งชารีน่าผู้เป็นย่า  โรวีน่าผู้เป็นแม่  และหลานสาวทั้งสอง  ชาร์ลีนกับออโรร่า

 

ค่ำนี้ออโรร่าได้พบกับคุณอาชารีฟของชาร์ลีนที่มาร่วมรับประทานมื้อค่ำด้วย  ท่านเป็นชายร่างหนาบึกบึน  ผิวขาว  ผมสีทองเข้มแสกกลางสั้นหวีเรียบ  ดวงหน้าซื่ออ่อนโยน  มีลักยิ้มที่แก้มขวาอยู่บนใบหน้าที่มีรอยยิ้มเกือบตลอดเวลา  และนอกจากความสำเร็จในการจดสิทธิบัตรกุหลาบพันธุ์ใหม่  ท่านยังมีข่าวดีที่สร้างความปลื้มปิติให้แก่ครอบครัวโรห์ดอนนำกลับมาด้วย

 

เอ่อ...พรุ่งนี้ผมจะพาเพื่อนมาทานข้าวที่บ้านครับ  ไม่ทราบจะรบกวนพี่ชาร์ลกับพี่โรวีน่ารึเปล่า ชารีฟเอ่ยถามน้ำเสียงลังเล  ขณะก้มหน้าไม่สบสายตา  พยายามซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อไว้ไม่ให้ใครเห็น

 

ทว่าท่าทีขวยเขินอย่างเด่นชัดปิดไม่มิดนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาทุกคนไปได้ 

 

ชาร์ลผู้เป็นพี่ชายยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทีของน้องชาย  ที่เขารู้แล้วว่ากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักอย่างแน่นอน  จากประสบการณ์ที่เขาเคยผ่านมาแล้ว

 

ไม่รบกวนอะไรหรอก  ว่าแต่แฟนของนายนั่นแหละจะอึดอัดรึเปล่าที่มีพี่กับครอบครัวอยู่ด้วย ชาร์ลถามตรงๆ พลางยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยน

 

เอ่อ...มะ...ไม่ใช่...คะ...คือ...ผมเพิ่งขอ...คะ...คบกับเธอ...มะ...เมื่อวาน... ชารีฟเล่าเสียงตะกุกตะกัก  พลันสีหน้ายิ่งแดงก่ำเด่นชัด  ทั้งเจ้าตัวยิ่งก้มหน้าลงต่ำจนแทบติดกับโต๊ะ

 

ชาลีผู้เป็นพ่ออดรนทนฟังคำแก้ตัวไม่เป็นศัพท์ของลูกชายคนเล็กไม่ไหว  จึงเอ่ยแทรก

 

เป็นลูกสาวใครบ้านไหนล่ะบอกพ่อซิ  แล้วแทนที่แกจะขอคบกับเธอ  ทำไมไม่ขอแต่งงานไปเลยเล่า  พ่อใจร้อนอยากได้หลานเร็วๆ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า ว่าพลางหัวเราะเสียงลั่น  ไม่สนใจบุตรคนเล็กที่ยิ่งเขินอายหนักข้อขึ้นทุกขณะ

 

ที่วันนี้ลูกกลับช้ากว่าปกติ  และพักหลังออกจากบ้านทุกวันอาทิตย์เพราะไปพบกับเธอซินะ...แล้วตกลงเธอเป็นใครจ๊ะ ชารีน่าผู้เป็นแม่ถาม  พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

เอวีลีน...ละ...ลูกสาวคนเล็ก...บ้านโรเทครับ ชารีฟตอบ  ใบหน้ายิ่งแดงก่ำ  สองมือบีบกุมกันจนเล็บจิกลงบนฝ่ามืออย่างไม่รู้ตัวด้วยความเขินอาย

 

โรวีน่า  ชาร์ลีน  และออโรร่าหันมาส่งยิ้มให้กันอย่างเป็นสุข  ขณะรับฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะจบลงด้วยรอยยิ้ม  และสร้างความปลื้มปิติในใจของทุกคน...

...............................……………...................

 

โห...ร้อยกว่ารูป  ไม่เกรงใจกันบ้างเลยนะชาร์ลีน วิลเลี่ยมบ่น หลังเปิดคอมพิวเตอร์รับเมลจากชาร์ลีนเสร็จ

 

รูปมาแล้วเหรอ เจมส์เดินเข้ามาในห้องทันได้ยินเสียงบ่นพอดี

 

ทั้งคู่อยู่ในห้องทำงานของวิลเลี่ยม  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในห้องชุดทางด้านซ้าย  ส่วนแยกของห้องชุดแฝดที่มีประตูเชื่อมอยู่ตรงกลาง  โดยห้องชุดด้านขวาคือห้องของเจมส์

 

ห้องของทั้งสองบนชั้นสามปีกตะวันออกภายในปราสาทเฮอร์เรียต  ทั้งผนังเพดานล้วนประกอบด้วยหินก้อนใหญ่สีเทาเฉกเช่นทุกส่วนของปราสาท

 

ห้องวิลเลี่ยมด้านซ้าย  กอปรด้วยส่วนรับแขกที่เป็นชุดโต๊ะกระจกกลมกับเก้าอี้กลมสีเงินนุ่มขาเดียวกลางห้อง  ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มยี่ห้อเฮอร์เรียต  และชุดโฮมเธียร์เตอร์  เครื่องเล่นเกมส์ครบครัน   

 

ถัดเข้าไปยังประตูขวาเป็นห้องนอนที่มีเตียงนอนเหล็กทันสมัย  ชุดเครื่องนอนสีขาวนุ่มภายในครอบแก้ว  สามารถปรับเอน  ปรับอุณหภูมิได้  กับตู้เหล็กแบบเตี้ยรอบห้อง  ทั้งมีประตูอีกบานสู่ห้องแต่งตัว  และห้องน้ำ 

 

ส่วนประตูซ้ายเป็นห้องทำงาน  นอกจากโต๊ะขนาดใหญ่ริมหน้าต่าง  ที่มีคอมพิวเตอร์  ปริ๊นเตอร์  สแกนเนอร์ชุดใหญ่เพียบพร้อม  และตู้หนังสือสูงจรดเพดานขนาบข้างสองตู้  ชั้นวางรอบห้องที่เหลือก็เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  มีทั้งที่วิลเลี่ยมคิดค้นประดิษฐ์ขึ้นเอง  ทั้งที่ซื้อหาสะสมเก็บไว้  และที่โต๊ะหินกลมขนาดยักษ์กลางห้องก็เต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่วิลเลี่ยมทำค้างอยู่  หรือสำเร็จแล้วแต่ยังไม่ได้จัดเก็บ  หรือยังไม่ได้ทดลอง

 

แตกต่างกับห้องของเจมส์ทางด้านขวา  ในส่วนรับแขกกอปรด้วยชุดโซฟานุ่มสีแดงเข้ม  โต๊ะไม้สีเหลี่ยมเล็กแบบโบราณอยู่ตรงกลาง  เบื้องหน้าชุดเครื่องเล่นดีวีดีกับทีวี  บนพนังหินรอบห้องประดับด้วยภาพวาดจากศิลปินมีชื่อ  มุมด้านขวามีเปียโนสีดำหลังใหญ่  มุมด้านซ้ายเป็นตู้โชว์อุปกรณ์เครื่องดนตรีอื่นที่มีมูลค่าหายากจากช่างฝีมือดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไวโอลิน  เครื่องดนตรีที่เขาโปรดปราน

 

ส่วนห้องนอนมีเตียงสี่เสาแบบโบราณสลักลายเถาไม้อย่างวิจิตร  กับโต๊ะข้างเตียงเข้าชุดกัน  และมีห้องแต่งตัว  ห้องน้ำแยกออกไป

 

สุดท้ายห้องทำงาน  บนโต๊ะใหญ่ริมหน้าต่างเต็มไปด้วยอุปกรณ์เครื่องวาดเขียนนานาชนิด  กับสมุดบันทึกที่ตั้งวางไว้มุมหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ  มีตู้หนังสือสูงจรดเพดานขนาบข้างสองตู้อันเต็มไปด้วยหนังสือสัตวแพทย์  หนังสือเกี่ยวกับสัตว์  ทั้งการเลี้ยงดูแลสัตว์แบบง่าย  ไปจนถึงตำราสัตวแพทย์ขั้นสูง  ส่วนชั้นวางที่เหลือมีโมเดลพลาสติก  รูปสลักปูนปั้น  ภาพวาด  หนังสือวรรณกรรมหายาก  โดยทั้งหมดจัดวางแยกหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ  และที่โต๊ะหินกลมขนาดยักษ์กลางห้องเต็มไปด้วยงานศิลปะที่เจมส์ทำค้างไว้  ทั้งรูปสลัก  ปูนปั้น  ภาพเขียน  กับแบบร่างงานต่างๆบนกระดาษที่วางซ้อนไว้อย่างเป็นระเบียบ

 

ให้ช่วยแต่งภาพทั้งหมดนี่ฉันคงไม่ได้นอนไปสองวัน วิลเลี่ยมว่า  นัยน์ตาสีน้ำเงินจับจ้องภาพออโรร่าที่เลือกเปิดขึ้นทีละภาพโดยไม่วางตา

 

เกือบทุกภาพออโรร่าสวมใส่ชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีโทนเข้ม  ทับด้วยชุดหมีสียีนส์พอดีตัว  เรือนผมยาวสีน้ำตาลแดงมัดรวบไว้ใต้หมวกฟางบ้าง  หรือถอดหมวกรวบเป็นหางม้า  ไม่ก็ปล่อยสยาย  สวมรองเท้าบู๊ตหนังยาวสีดำหุ้มแข้ง  หรืออยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวพอดีตัว  กางเกงยีนส์  รองเท้าผ้าใบอันเป็นชุดที่เธอมักใส่ประจำ  ทว่าชุดเรียบง่ายเหล่านี้กลับขับเสน่ห์เสริมรอยยิ้มบนดวงหน้านวลงามตามธรรมชาติให้ยิ่งโดดเด่น

 

งั้นก็ไม่ต้องแต่ง  คัดเฉพาะบางรูปออกไป  เพราะออโรร่าสวยทุกรูปอยู่แล้ว เจมส์ออกความเห็น  กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์หวังยั่วโทสะวิลเลี่ยม

 

ทว่าวิลเลี่ยมที่ปกติรู้เท่าทันมักสวนกลับทันควัน  เมื่อเบื้องหน้าเต็มไปด้วยภาพความน่ารักของออโรร่า  ก็กลับกลายจมลึกตกอยู่ในภวังค์  เหม่อมองภาพเหล่านั้นจนไม่ได้สนใจฟังเสียงเจมส์แม้แต่น้อย

 

เฮ้อ... เจมส์ถอนใจ  เมื่อไม่ได้รับเสียงตอบรับจากวิลเลี่ยม  แล้วงัดมาตรการขั้นเด็ดขาดออกมาใช้ทันที

 

เฮ้ย! วิลเลี่ยมอุทานเสียงลั่น  เมื่อจอคอมพิวเตอร์ดับวูบมืดลงต่อหน้าต่อตา

 

นายมีเวลาสองชั่วโมง  จัดการทุกอย่างที่ชาร์ลีนขอร้องให้เสร็จ  แล้วออกไปเยี่ยมแม่นมวีเน่กับฉัน เจมส์สั่งเสียงเด็ดขาด  แล้วออกจากห้องทำงานของวิลเลี่ยมไปทันที  ไม่รอรับฟังคำทัดทานหรือแก้ตัวใดทั้งสิ้นจากวิลเลี่ยม

 

ฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่าห้ามดึงปลั๊กจอออกแบบนี้!  แล้วเวลาแค่สองชั่วโมง  ฉันต้องคัดรูปพวกนี้ออกมาส่งไฟล์ไปให้สมาชิกแฟนคลับออโรร่าตั้งเกือบร้อยน่ะมันจะทันได้ยังไง...ฉันไม่ไปกับนายเด็ดขาด  ยังไงก็ไม่!  ไม่!  ไม่!” วิลเลี่ยมโวยวายเสียงลั่น  ดังไปถึงห้องเจมส์

 

ทว่าเจมส์ไม่สน  นั่งลงหน้าเปียโนสีดำในห้องตน  พรมนิ้วบรรเลงเพลงไพเราะทำนองเร่งเร้าใจ  ช่วยกลบเสียงโหวกเหวกโวยวาย  แล้วดื่มด่ำกับท่วงทำนองนั้นด้วยอารมณ์สุนทรีย์  รอเวลาอีกสองชั่วโมงที่จะมาถึง

...............................……………...................

 

ภาพความหลังครั้งเยาว์วัยผุดพรายขึ้นอย่างแจ่มชัด  ขณะรถสปอตสีแดงผ่านประตูวังที่ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา  แล่นไปตามถนนสองเลนที่ขนาบด้วยแนวต้นไม้ใหญ่  มุ่งสู่บ้านพักข้าราชบริพาร ณ เขตพระราชฐานชั้นนอก  ยังตึกเดี่ยวตึกใหญ่ด้านตะวันออก  ที่พำนักของแม่นมวีเน่

 

วิลเลี่ยมผู้เป็นคนขับ  และเจมส์ที่นั่งด้านข้างต่างไม่เอ่ยคำใดออกมาสักคำ  แม้ในใจคิดคนึงถึงเรื่องเดียวกัน...

 

คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน... 

 

ครั้งแรกที่ทั้งสองได้พานพบฮาเวิร์ด  ผู้ประกาศตัวสัญญาเป็นพี่ชายของพวกเขา  และจะเป็นเจ้าชายที่ดีจนขึ้นครองราชย์

 

ทว่าวันนี้สัญญานั้นไม่อาจเป็นจริง...

 

เมื่อผู้ร่วมผูกพันสัญญาชิงด่วนจากไป...

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินของวิลเลี่ยมเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกักกั้นอยู่เงียบๆ  เมื่อภาพเหตุการณ์วันสุดท้ายที่ฮาเวิร์ดจากไปย้อนคืนเด่นชัดอีกครั้งในความทรงจำ

 

ส่วนนัยน์ตาสีเทาของเจมส์กลับว่างเปล่า  ไม่ใช่ไม่โศกเศร้ากับความทรงจำ ณ วินาทีที่ฮาเวิร์ดจากไปซึ่งหวนคืนตอกย้ำ  แต่เพราะเขาจำต้องเข้มแข็งเป็นหลักอันมั่นคงให้กับวิลเลี่ยม

 

แต่แล้วความทรงจำหมองเศร้าของทั้งสองก็ต้องหยุดชะงักลงเพียงนั้น...

 

เมื่อกลางถนนในเขตพระราชฐานอันสงบเงียบ  กลับมีคนกระโจนเข้ามาขวาง!!!

 

ระวัง!!! เจมส์ร้องเตือนเสียงลั่น 

 

วิลเลี่ยมแตะเบรกในระยะกระชั้น  จนศีรษะของเขากับเจมส์โน้มทิ่มไปด้านหน้า  ดีที่ทั้งคู่คาดเข็มขัดนิรภัยจึงรั้งลำตัวอยู่กับเบาะไว้ได้  แต่ความตระหนกที่ถาโถมอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ทำพวกเขาหัวใจเต้นแรงรัว  แม้รถจอดสนิทปลอดภัยแล้ว  เบื้องหน้าผู้ที่หาญกล้าเสี่ยงตายเข้ามาขวางรถกลางถนนอย่างพอดิบพอดี

 

ขณะพี่น้องเฮอร์เรียตยังตื่นตะลึงตกใจไม่หาย  ทว่าชายผมเกรียนสีเงิน  ร่างสูงกำยำ  ในชุดสูทสีดำสนิท  ที่กระโจนเข้ามายืนขวางรถกลับไม่สะทกสะท้าน  ยังคงยืนจังก้าท้าทายพร้อมพลองคู่กายที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นพลองแสงสีดำมืด

 

ชายผู้นั้นคืออัลเฟร็ด  อดีตบอดี้การ์ดคู่กายฮาเวิร์ด

 

เมื่อเห็นชัดว่าผู้ที่มาขวางรถคือใคร  วิลเลี่ยมก็ลงจากรถทันที

 

นายต้องการอะไร!! กระชากเสียงถามอย่างเกรี้ยวกราด  ทั้งไม่สบอารมณ์ที่อัลเฟร็ดมาขวางรถจนเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ  ทั้งไม่ชอบหน้าเป็นการส่วนตัว  แต่ที่สำคัญคือการเห็นหน้าอัลเฟร็ดทำให้เขายิ่งคิดถึงฮาเวิร์ด

 

ถ้าไม่มีธุระก็อย่ามาขวางเรา เจมส์ลงจากรถเช่นกัน  ออกคำสั่งเสียงเย็น  ด้วยเขาเองก็คิดไม่ต่างกันกับวิลเลี่ยม

 

เจ้าชายฮาเวิร์ด...เคยมีรับสั่งกับผม  ว่าหากพระองค์เป็นอะไรไป  ขอให้ผมอยู่ทำหน้าที่องครักษ์ต่อ  แล้วช่วยดูแลท่านทั้งสองแทนพระองค์  โดยเฉพาะท่านวิลเลี่ยมที่เจ้าชายเป็นห่วงมากที่สุด  แต่บอกตามตรง...พอเจ้าชายจากไป...ผมก็ไม่มีใจอยากทำอะไรอีก  ผมอยากไปจากที่นี่  ไปให้ไกลจากงาน...จากสถานที่ที่จะทำให้ผมคิดถึงเจ้าชาย... อัลเฟร็ดเล่า  แม้น้ำเสียงราบเรียบ  ดวงหน้านิ่งเฉย  แต่ไม่อาจซ่อนแววหมองหม่นจากนัยน์ตาสีเงินคู่นั้นได้

 

เสียงเล่าระบายความในใจนั้นตอกย้ำความโศกเศร้าแก่พี่น้องเฮอร์เรียต  ที่จิตใจบอบช้ำกับการจากไปของฮาเวิร์ดไม่น้อยเช่นกัน  วิลเลี่ยมจึงอดรนทนฟังต่อไปไม่ไหว  รีบเอ่ยตัดบท

 

ฮาเวิร์ดตายไปแล้ว...นายไม่จำเป็นต้องทำอย่างที่เขาเคยสั่ง  แล้วพวกฉันก็ไม่จำเป็นต้องให้นายมาดูแลอารักขาเช่นกัน

 

พูดจบสองพี่น้องก็หันกลับจะขึ้นรถไปพร้อมกัน  แต่อัลเฟร็ดยังไม่ยินยอม

 

หากผมตัดใจไปได้ง่ายๆ  ผมคงไม่ต้องมารอพวกท่านอยู่ตรงนี้

 

แล้วนายจะเอายังไง วิลเลี่ยมถาม

 

ผมคิดออกแค่หนทางเดียวเท่านั้น!! ฉับพลันพร้อมเสียงตะโกนก้อง  อัลเฟร็ดเงื้อพลองแสงสีนิลรุดเข้าหาวิลเลี่ยมทันที

 

เปรี้ยงงงงงงงงง!!! ลำแสงสีนิลตรงเข้าปะทะลำแสงสีฟ้าที่ยกขึ้นตั้งรับทันท่วงที

 

ฉันไม่ต้องการสู้กับนาย วิลเลี่ยมกัดฟันพูด  ขณะใช้แรงกำลังผลักดันพลองแสงสีฟ้าของตนต้านรับพลังจากพลองแสงสีดำของอีกฝ่าย

 

แล้วถ้านายคิดได้แค่นี้  นายก็ไม่มีคุณสมบัติจะทำหน้าที่องครักษ์อีกต่อไป! ว่าพลางส่งแรงทั้งหมดทุ่มออกไป ขณะอีกฝ่ายหวั่นไหวไปกับคำว่ากล่าวนั้น แล้วดีดตัวออกห่างจากกันทั้งคู่

 

ถ้าท่านไม่กล้าสู้กับผมก็ส่งคุณเจมส์มาสู้!! นัยน์ตาสีเงินท้าทาย  ดึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อค้นหาคำตอบตามวิถีตนกลับมาอีกครั้ง

 

ไม่ว่าจะเป็นฉัน  เจมส์  หรือนาย  ฉันก็ไม่ต้องการให้ต่อสู้เพื่อตัดสินปัญหาทั้งนั้น...ถ้านายยังคิดไม่ตกว่าควรทำตัวอย่างไรกับสถานะที่ไม่มั่นคงนี่  นายก็ควรอยู่เงียบๆ...ไม่ใช่มาหาเรื่องท้าสู้กับคนอื่นแบบนี้! วิลเลี่ยมว่าเชิงสั่งสอน  ทว่ายังคงไม่เก็บพลองลงไป  เผื่อกรณีที่อีกฝ่ายยังดื้อดึง

 

ส่วนเจมส์ที่อยู่ข้างกันก็เปิดพลองแสงสีขาวเตรียมตัวตั้งรับเช่นกัน

 

สถานะที่ไม่มั่นคงหรือ? อัลเฟร็ดทวนซ้ำด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย  เหมือนเพิ่งนึกได้

 

ใช่...ที่ผ่านมานายยังไม่แน่ใจซินะ เจมส์ว่าเสียงเย็น  ในใจประหวัดนึกสงสารอัลเฟร็ดขึ้นมาทันที 

 

อัลเฟร็ดในขณะนี้ช่างไม่ต่างกับวิลเลี่ยม  และฮาเวิร์ดเมื่อ 13 ปีก่อน  ที่ได้รับรู้ถึงฐานะ  ตัวตนแท้จริงของตนซึ่งแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  และเป็นความจริงอันจะเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยดำรงอยู่อย่างมั่นคงผาสุขให้พังทลายลง

 

พวกฉันก็รู้สึกไม่ต่างกันกับนาย  สำหรับนายการที่ฮาเวิร์ดตายจากไป  ทำให้นายไม่เหลือใครที่รักและศรัทธาเชื่อมั่นอีกต่อไป  แต่สำหรับฉันปัญหามันมากมายกว่านั้น…” วิลเลี่ยมพูด  น้ำเสียงสงบเรียบขึ้น  เมื่อความรู้สึกสงสารเข้าแทนที่โทสะ  แล้วเมื่อกล่าวถึงตนเอง  ความรู้สึกอัดอั้นอึดอัดใจก็ถาโถมจนต้องเงียบไป

 

ผม... ขณะอัลเฟร็ดยังสับสน  แต่ก็ลดพลองปลดพลังลง

 

คุณวิลเลี่ยมพูดถูกแล้วล่ะจ้ะอัลเฟร็ด วีเน่  อดีตแม่นมของพี่น้องเฮอร์เรียต  ปรากฎกายขึ้นเงียบๆ ระหว่างกลางทั้งสองฝ่าย 

 

ด้วยวัยใกล้เกษียณ  ดวงหน้าเมตตาอ่อนโยนปรากฎริ้วรอยเด่นชัดขึ้น  ผิวขาวไม่ผุดผ่องเหมือนวันวาน  ผมยาวที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้มแทรกแซมด้วยสีขาวแต่ยังคงรวบเป็นมวยเรียบ  ขณะรูปร่างยังคงผอมบางสง่างามไม่เปลี่ยน  เฉกเช่นนัยน์ตาสีเทาที่ยังคงอ่อนโยนเสมอมาไม่เปลี่ยนแปลง

 

แม่นม!!” พี่น้องเฮอร์เรียตประสานเสียงขึ้นพร้อมกันอย่างประหลาดใจระคนดีใจ  แต่ก็ต้องเงียบไปทันที  เมื่อน้ำเสียงสั่นเครือของอัลเฟร็ดดังแทรก

 

ผมควรทำยังไงต่อไปดี...คุณวีเน่ อัลเฟร็ดถามน้ำเสียงเศร้าสร้อย

 

นั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องค้นหาเอง  แต่อย่างแรกที่ฉันจะแนะนำ...เธอควรใช้เวลานี้กับครอบครัว  ซึ่งอาจทำให้เธอค้นพบหนทางที่เธอจะก้าวเดินต่อไปได้ในที่สุด วีเน่แนะ  น้ำเสียงอ่อนโยนเจือความสงสาร  นัยน์ตาสีเทาทอดมองอัลเฟร็ดอย่างเป็นห่วง

 

อัลเฟร็ดพยักหน้ารับคล้อยตามคำแนะนำนั้น  ไม่เพียงสายตาที่ทอดมองอย่างห่วงใยจากแม่นมวีเน่ที่ทำให้เขายอมรับ  ทว่าเขาได้ค้นพบแล้วถึงบุคคลที่เขาควรจะยึดมั่นศรัทธา  และทำหน้าที่ปกป้องต่อไป...นั่นคือวิลเลี่ยม  ผู้ที่ให้แง่คิดกับเขา  ทั้งอดทนไม่ตอบโต้ต่อสู้กับเขาที่มุทะลุดึงดันอย่างไร้เหตุผล...

 

เพียงแต่วันนี้เขายังไม่พร้อม  ทว่าในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึง  เขาก็รู้แน่ยึดมั่นแล้วว่า  ผู้ที่เขาควรรักและศรัทธา...นายคนใหม่ของเขาคือเจ้าชายวิลเลี่ยม...

...............................……………...................

 

 

100% แล้วนะคะบทนี้

ตอนหน้าจะเริ่มเปิดเทอมกันแล้ว  ตัวละครหลักจะกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าอีกครั้ง  พร้อมความสนุกสนานวุ่นวาย  และรับรองความมันส์อย่างแน่นอน

แต่ขอเวลาไปเขียนอีกสักนิดนะคะ 

พักนี้ใกล้ปลายปี  งานที่บริษัทก็เลยเยอะและยุ่งมาก  ทำให้ St. Pisces สุขภาพไม่ค่อยดีเพราะไม่ค่อยได้พักผ่อน  ก็ต้องขออภัยทุกท่านที่อัพน้อย  และอาจจะช้าไปบ้างนะคะ

อ้อ...ใส่ซองทำบุญกฐินมาด้วยค่ะ  เอาบุญมาเผื่อแผ่ทุกท่านด้วยนะคะ

แล้วพบตอนใหม่เร็วๆนี้

ขอบคุณค่ะ

 

1,454 ความคิดเห็น