CLEMENCY

ตอนที่ 60 : ระฆังเงิน 5 (จบภาค 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ค. 50



แต่แล้วเพียงไม่กี่นาที  พระพักตร์เปล่งปลั่งของสองพระองค์กลับแปรเปลี่ยนซีดเผือด  บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด  พระโอษฐ์ที่เคยแย้มสรวลกลับเม้มแน่นมีสายโลหิตไหลออกมา!!

เจ้าหญิงเอลีย่าทรงกุมพระหัตถ์ที่พระอุระด้วยท่าทีทุกข์ทรมาน  แล้วเอนล้มลงไป  เจ้าชายฮาเวิร์ดพยายามอย่างสุดกำลังที่จะประคองพระวรกายพระชายาไว้  แต่พระองค์ก็ทรงตกอยู่ในอาการทุรนทุรายไม่แพ้กัน  สองพระองค์จึงล้มลงไปทั้งคู่

ทรงถูกพิษ!!!” อัลเฟร็ดที่เฝ้าอารักขาอยู่ใกล้ที่สุด  บริเวณประตูลับเบื้องหลังรูปสลักเทพี  ถลาออกมาพร้อมตะโกนก้อง  ตรงไปประคองร่างเจ้าชายฮาเวิร์ดเพื่อดูพระอาการ

หมอหลวง!!!” สองมนุษย์หงส์สาวตามมาติดๆยังเจ้าหญิงเอลีย่า  ร้องเรียกหมอให้มาดูพระอาการด้วยเสียงตื่นตระหนก

เจ้าหน้าที่ปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด  คุมตัวนักบวชทุกคนไว้!!” ไอแซคตะโกนก้องสั่งการตำรวจในบังคับบัญชา  ท่ามกลางผู้คนที่เริ่มส่งเสียงหวีดร้องอลหม่าน  ตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทุกท่านกรุณาอยู่ในความสงบในที่นั่งของตนเอง!!!” โจนาธานตะโกนลั่น  ดึงสติทุกคนในห้องให้กลับมาจนยอมหยุดนิ่ง  แม้ทั้งหมดยังคงตื่นตกใจก็ตาม

เวลาเดียวกันทีมแพทย์หลวงมาถึงยังสองพระองค์  แล้วรีบฉีดยาสกัดพิษเข้าเส้นโลหิตให้ทันที  ขณะเจ้าชายฮาเวิร์ดยังทรงมีสติ  แต่เจ้าหญิงเอลีย่าทรงสติใกล้ดับเต็มที

ยาแก้พิษที่ฉีดไปไม่ได้ผล หัวหน้าทีมหมอหลวงพึมพำ  หลังฉีดยาไปได้ 2-3 นาที  แต่พระอาการไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง

หมายความว่ายังไงหมอ อัลเฟร็ดกระชากเสียงถามอย่างร้อนรน

ได้ยินดังนั้น  วิลเลี่ยมซึ่งอยู่ไม่ไกลในแถวที่นั่งฝ่ายปิรุส  ผลุนผลันลุกออกจากที่นั่ง  ตรงไปยังประตูที่ผ่านเข้ามา  และกลับมาพร้อมกรงแฮเบลตัวน้อยที่กำลังหวีดร้องอย่างตระหนกด้วยรู้ชะตากรรมตน

ขอโทษด้วยวิลเลี่ยมคิด  ขณะก้มลงส่งสายตาอาลัยให้มันเป็นครั้งสุดท้าย

อัลเฟร็ด!” แล้วตะโกนเรียกองครักษ์คู่ใจฮาเวิร์ดพร้อมโยนส่งกรงแฮเบลให้

อัลเฟร็ดรับได้อย่างเหมาะเจาะ  กระชากประตูกรงเหล็กเปิดออก  แล้วรวบหูยาวกระต่ายสามตาสีฟ้าตัวน้อยที่หวีดร้องดิ้นรนอย่างสุดกำลังลากออกมาจากกรง  จากนั้นก็หยิบมีดพับที่ซ่อนในเสื้อสูทออกมา

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!” เหล่าสตรีหลายคนหวีดร้องขึ้นพร้อมกัน

เมื่ออัลเฟร็ดกรีดมีดลงบนอกแฮเบล  เลือดพุ่งทะลักออกมาทันทีตามรอยแผลยาวที่บาดลึก  ขณะกระต่ายน้อยยังไม่สิ้นชีพ  ยิ่งดิ้นรนร่ำร้องอย่างเจ็บปวด  แต่แล้วก็ต้องจบชีวิตลงอย่างทรมานเมื่อถูกกระชากหัวใจออกจากอก

เจ้าชาย... อัลเฟร็ดร้องเรียก  ทิ้งร่างไร้วิญญาณของชีวิตอันบริสุทธิ์ไว้เบื้องหลัง  นำเพียงหัวใจที่มากค่าของมันกลับมาแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยชีวิตเจ้านายอันเป็นที่รักยิ่ง

มะ...ไม่...ให้...เอลี่...ก่อน ฮาเวิร์ดระล่ำระลักสั่ง  ด้วยเห็นว่าหัวใจแฮเบลมีเพียงดวงเดียว  อันหมายถึงหนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต  จำต้องมีคนหนึ่งที่จากไป  และควรเป็นเขาที่ไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้หากปราศจากเอลีย่า

ขออภัยพะยะค่ะ เมื่อทรงดื้อดึง  อัลเฟร็ดก็จำใจต้องบังคับ  จัดการฝืนยัดหัวใจสดๆของแฮเบลเข้าปากฮาเวิร์ด

ฮาเวิร์ดพยายามดิ้นรนบ่ายเบี่ยง  แต่ด้วยร่างที่เจ็บปวดสะท้านไปทั่วกาย  ทำให้ไร้ซึ่งแรงกำลังจะขัดขืน  อัลเฟร็ดจึงส่งหัวใจเข้าปากฮาเวิร์ดได้สำเร็จ

ทว่าเมื่อหัวใจถูกส่งเข้าปาก  ฮาเวิร์ดก็ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายผลักอัลเฟร็ดให้ถอยห่างออกไป  แล้วกระเสือกกระสนตรงไปยังร่างเอลีย่าที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่ไม่ไกล...

บรรจงจุมพิตเจ้าสาวอันเป็นที่รักยิ่ง  พร้อมมอบหัวใจอันวิสุทธิ์ซึ่งจะช่วยต่อชีวิตให้แก่เธอ

เจ้าชาย!!” อัลเฟร็ดตะโกนร่ำร้องปานเสียสติ  ทันทีที่ร่างฮาเวิร์ดล้มลงสิ้นสติเคียงข้างเอลีย่า

ช่วงเวลาไม่กี่นาทีกับภยันตรายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลอันเป็นที่รัก  ช่างเสียดแทงจิตใจทุกคนให้เจ็บปวด  เนื่องด้วยทำได้เพียงแต่ยืนมอง...โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิลเลี่ยม 

เขาคือผู้รู้เท่าทันมีไหวพริบรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดได้รวดเร็วก่อนใคร  แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือฮาเวิร์ดให้ปลอดภัยได้

ทันทีที่อัลเฟร็ดตะโกนร้องอย่างจนหนทาง  และร่างหมดสติของฮาเวิร์ดกับเอลีย่าถูกหามออกไปเพื่อรักษา  ความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะฉุดรั้งชีวิตของพี่ชายอันเป็นที่รัก  ก็สั่งให้วิลเลี่ยมต้องตัดสินใจกระทำการบางอย่าง

เขาผลุนผลันออกจากห้องโถง  ไม่สนใจเสียงคัดค้านห้ามปรามใดๆ  ตามติดด้วยออโรร่าที่ยังพอมีสติกว่าเพื่อนทุกคนที่ต่างตกตะลึงหรือร่ำไห้

เจมส์ที่ยังครองสติได้ดีที่สุดอีกคน  เลือกที่จะติดตามไปกับฮาเวิร์ด  และฝากความหวังทั้งหมดไว้กับวิลเลี่ยม...

...............................……………...................

ทำไมยาแก้พิษไม่ได้ผล!” แพทย์หนุ่ม  หนึ่งในทีมแพทย์หลวงตะโกนข้อสงสัยออกไปดังๆ  เพื่อตั้งสมมติฐานหาคำตอบ  ขณะวิ่งคู่ไปกับเตียงรถเข็นราชนิกูลทั้งสอง

ในพิษน่าจะมีส่วนผสมที่เราไม่รู้จัก  ยาแก้ที่มีอยู่จึงไม่ได้ผล!” แพทย์สาวสูงวัยกว่าตะโกนตอบ  เมื่อเตียงรถเข็นมาถึงห้องพยาบาลชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน  ภายในวิหารหลวง

แอ๊ด!!!” ผู้ช่วยร่างใหญ่สองนายผลักประตูโลหะเปิดออกกว้าง  แล้วเข็นเตียงทั้งสองเข้าไปอย่างระมัดระวังโดยไว

เจ้าหญิงเอลีย่าสีพระพักตร์ดีขึ้นแล้ว!!” พยาบาลสาวร้องอย่างดีใจ  และเป็นเช่นนั้น  พระพักตร์เจ้าหญิงที่ก่อนหน้านี้ซีดเซียวไร้สีเลือด  ค่อยๆกลับเป็นสีชมพูระเรื่อทีละน้อย

เพราะหัวใจแฮเบลช่วยไว้  แต่สำหรับฮาเวิร์ด...แค่เลือดมันคงไม่อาจ...เจมส์คิดอย่างเจ็บปวด  ทุกข์ทรมานไปด้วยเมื่อเห็นร่างฮาเวิร์ด  ผู้เปรียบเสมือนพี่ชายนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง  ขณะทีมแพทย์กำลังติดอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ เข้ากับร่างเขา

...............................……………...................

รถยนต์เปิดประทุนสีขาวแล่นไปอย่างรวดเร็ว  หมายมุ่งสู่ร้านขายสัตว์สักแห่ง  โดยผู้ขับที่ตกอยู่ในอาการตึงเครียดสุดขีด...

สองมือของวิลเลี่ยมกำพวงมาลัยรถไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน  ขณะเท้าข้างหนึ่งเหยียบคันเร่งจนมิด

ออโรร่าพยายามจะเอ่ยอะไรออกมาสักคำ  เพื่อช่วยปลุกปลอบกำลังใจให้วิลเลี่ยม  แต่เธอก็ไม่อาจทำได้  เพราะความวิตกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สมองของเธอตื้อตันไปหมด

เลือดแฮเบลรักษาพิษได้ออโรร่าคิด  ภาวนาให้เป็นเช่นนั้น  มากกว่าความจริงที่รู้ดีอยู่แก่ใจ

เลือดแฮเบลเพียงช่วยทุเลาอาการทุกข์ทรมานจากการถูกพิษเท่านั้น  ไม่อาจมีค่าเทียมเท่าหัวใจสดๆของมันที่สามารถขับพิษออกจากร่างได้

และวิลเลี่ยมก็รู้ดี...รู้ว่ามีเวลาเหลือไม่มาก  ทุกวินาทีที่หมดไปบั่นทอนชีวิตอันมีค่าของฮาเวิร์ด...พี่ชายที่เขาไม่เคยเรียก พี่  ไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้ได้ดีไปกว่าสร้างปัญหาให้ฮาเวิร์ดคอยเป็นห่วงเป็นใย  ทว่าครั้งนี้เขาต้องทำให้ได้...เพราะหากไม่สำเร็จเขาคงเสียใจไปจนชั่วชีวิต...

...............................……………...................

หนึ่ง! สอง! สาม! เคลียร์!” แพทย์หนุ่มให้สัญญาณใช้อุปกรณ์ช็อตหัวใจฮาเวิร์ดที่หยุดเต้นไปชั่วครู่

ชีพจรกลับมาอีกครั้งแล้ว!” ผู้ช่วยที่เฝ้าอยู่หน้ามอนิเตอร์วัดคลื่นชีพจรร้องบอก

ทว่าคลื่นชีวิตนั้นก็กลับมาเต้นเพียงแผ่วๆ สเกลวัดกระตุกขื้นลงในช่วงสั้นๆ ดุจจะหยุดลงสงบราบเรียบได้ทุกเมื่อ

ส่วนที่เตียงข้างกัน  เจ้าหญิงเอลีย่ามีพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับ  สีพระพักตร์กลับเป็นปกติ  ครู่ต่อมาก็ทรงฟื้นคืนสติ

อ๊อก!!”  ทรงสำลักโลหิตพิษสีดำออกมา

เจ้าหญิงทรงฟื้นแล้ว!!” หงส์สาวทั้งคู่ประสานเสียงอย่างดีใจ

ขณะเจมส์กับอัลเฟร็ดสิ้นหวังลงทุกที  ทีมแพทย์พยายามใช้ความรู้  และการรักษาในระดับสูงอย่างสุดความสามารถ  แต่อาการฮาเวิร์ดไม่มีทีท่าดีขึ้น

ฮะ...ฮาเวิร์ด!!” เมื่อฟื้นคืนสติ  อย่างแรกที่เอลีย่าถวิลหาคือฮาเวิร์ด  ซึ่งเธอจดจำได้เลือนลางก่อนสิ้นสติว่าเขาได้สละทางเลือกสุดท้ายในการรอดชีวิตให้แด่เธอพร้อมจุมพิตอันอบอุ่น

เธอถลาลงจากเตียง  ไม่สนการห้ามปราม  และความพยายามดึงรั้งตัวเธอไว้ของแพทย์พยาบาลรอบเตียง

เอ...ลี่... ฮาเวิร์ดครางเสียงแผ่วเบา  เมื่อเอลีย่าดึงมือซ้ายของเขาขึ้นมากุมไว้แน่นแนบอก  ใบหน้านวลของเจ้าหญิงเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา

คุณจะต้องไม่เป็นอะไร...ฮาเวิร์ด เอลีย่าพูด  พลางสะอื้นไห้

เจมส์...วิล...เลี่ยม... ฮาเวิร์ดพยายามพูด  แต่เสียงขาดเป็นห้วงๆ เมื่อถามถึงวิลเลี่ยมที่เขาไม่เห็นอยู่ในสายตา

วิลเลี่ยมออกไปหาแฮเบลอีกตัวกลับมาช่วยนาย เจมส์ตอบ  ลุกขึ้นจากที่นั่ง  กุมมือขวาฮาเวิร์ดขึ้นมาตบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ  แม้ไม่มีน้ำตา  แต่นัยน์ตาสีเทาคู่นั้นของเขาก็ไม่อาจซ่อนความหม่นหมองจากความหวั่นหวาดที่จะสูญเสียเอาไว้ได้

ทรงอดทนรออีกนิดนะพะยะค่ะ อัลเฟร็ดทูล  นัยน์ตาสีเงินเต็มตื้นไปด้วยน้ำตาที่พยายามกักกั้น

เจมส์...ฉัน...ขอ...โทษ...ที่...ไม่อาจ...รักษา...สัญ...ญา... ฮาเวิร์ดพยายามพูด  รู้ตัวว่านาทีชีวิตเหลืออยู่ไม่มาก  ทั้งนัยน์ตาสีเทานั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะสื่อความหมายมากมายออกไป  ทดแทนถ้อยคำมากมายที่อยากเอ่ย  แต่ไม่สามารถกล่าวออกไปได้

ขอ...โทษ...วิลเลี่ยม...แทน...ฉัน...อั๊ก!!” ฮาเวิร์ดพยายามละล่ำละลักสั่งเสีย  ทั้งที่ร่างกายทุกข์ทรมานทุรนทุราย

พอเถอะ...อย่าพูดอีกเลย...นายต้องพัก เจมส์ไม่อาจทนกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก  เมื่อเห็นฮาเวิร์ดเจ็บปวดทุกข์ทรมาน  นัยน์ตาสีเทาหลั่งรินน้ำตาออกมาเงียบๆ ทั้งที่ตั้งใจจะกักเก็บความเศร้าหมองไว้  เพื่อไม่ให้ฮาเวิร์ดต้องห่วง

คุณต้องหายดี...ฮาเวิร์ด เอลีย่าฟูมฟายอย่างหนัก  บีบมือฮาเวิร์ดไว้แน่น  ดุจการกระทำเช่นนั้นจะช่วยเหนี่ยวรั้งชีวิตเขาไว้ได้

เอ...ลี่... สิ้นคำเรียกชื่อคนรักครั้งสุดท้าย  พร้อมเปลือกตาที่ปิดลงสนิท 

มือขวาฮาเวิร์ดที่เจมส์จับไว้เพียงหลวมเลื่อนหลุดลงข้างตัวเขาช้าๆ 

กราฟชีพจรราบเรียบเป็นเส้นตรงส่งสัญญาณเสียงสูงหวีดหวิวสั่นจิตใจทุกคน ณ ที่นั้น

ฮาเวิร์ด!!” เจมส์ตะโกนก้องโหยหวนอย่างสุดกลั้น 

ไม่นะ...ฮาเวิร์ด!...ไม่!!!!!” เอลีย่ากรีดร้องอย่างควบคุมสติไม่อยู่

ขณะอัลเฟร็ดที่ใบหน้านองด้วยน้ำตา  รั้งตัวลากเจมส์ออกห่างจากเตียง 

องครักษ์สาวมนุษย์หงส์ดึงตัวเอลีย่าออกมา 

ทีมแพทย์พยายามยื้อชีวิตฮาเวิร์ดให้กลับมาอีกครั้ง...

ทั้งที่รู้ว่าไม่มีหวัง...ไม่มีทางที่ฮาเวิร์ดจะฟื้นคืนกลับมา...

...............................……………...................

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!” เสียงระฆังเหนือวิหารหลวง  จากหอระฆังเงินทิศตะวันตกดังขึ้น

วิลเลี่ยมจอดรถเข้าข้างทางทันทีที่ได้ยิน

หอระฆังเงินทิศตะวันตกมีไว้เพื่องานอวมงคล...หากได้ยินเสียงระฆังเงินดังขึ้นเมื่อไร  นั่นหมายถึงได้เกิดโศกนาฎกรรมกับใครสักคนในราชวงศ์วินแฮล์มคำอธิบายจากชาร์ลีน  เมื่อครั้งย่างก้าวสู่ศักราชใหม่ก้องสะท้อนในหัวออโรร่า...

ตอกย้ำความเศร้าหมองให้ยิ่งเกาะกุมบีบคั้นหัวใจ...

วิลเลี่ยมกำพวงมาลัยรถไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม  ร่างสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่  นัยน์ตาสีน้ำเงินจ้องนิ่งไปข้างหน้าด้วยแววหวาดหวั่น ทุกครั้งที่เสียงระฆังเงินถูกตีดังกังวาน

เฉกเช่นออโรร่าที่ได้แต่นั่งนิ่ง  นัยน์ตาสีน้ำตาลหวั่นไหว  ภาวนาให้เสียงระฆังเงินดังน้อยหรือมากกว่ายี่สิบสามครั้ง  อันเป็นอายุของฮาเวิร์ด

ทว่าทั้งสองรู้...รู้แน่อยู่แก่ใจ...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

เสียงระฆังเงินที่เคาะตีอย่างเชื่องช้า  ทว่าต่อเนื่องยาวนานหยุดลงที่ยี่สิบสามครั้ง

วิลเลี่ยมซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ  ดวงตาสีน้ำเงินหลั่งรินน้ำตาออกมาอย่างสุดกลั้น  ร่างสั่นสะท้านตามแรงสะอื้น  นิ้วที่ยังคงกำพวงมาลัยรถบีบแน่นจนบางเล็บจิกลงบนฝ่ามือ

เฉกเช่นออโรร่าที่ร่ำไห้  ซบหน้าลงกับไหล่วิลเลี่ยม

ขณะระฆังเงินจากวิหารอื่นลั่นรับทันทีที่เสียงตีครั้งสุดท้ายของวิหารหลวงหยุดลง

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

กังวานก้อง บอกข่าวอวมงคลขจรขจายไปทั่วอาณาจักรเมอซี...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

สะท้อนโหยหวน...สั่นไหวจิตใจทุกผู้คนที่ได้ยลยินให้หมองเศร้า...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ลั่นรับกันไปเป็นทอด...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ส่งเสียงกังวานหวิวต่อเนื่องกันไปอย่างเศร้าสร้อยเชื่องช้า...เนิ่นนาน...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ขับไล่บรรยากาศชื่นมื่น...สีหน้าชื่นบานของผู้คนที่หวังจะได้ยินเสียงระฆังทองงานวิวาห์...แปรเปลี่ยนเป็นหมองเศร้า

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ทุกการเคลื่อนไหวหยุดนิ่ง...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

หลายคนร่ำไห้...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

แม้แต่สายลมปลายเหมันต์ที่พัดพาความสดชื่นไม่ขาดสู่นครเฮฟเว่นก็กลับสงบนิ่ง..

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ต้นไม้ใหญ่ใบหญ้าหยุดนิ่งไม่ไหวติง...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ดุจเป็นการสงบไว้อาลัยกับการจากไปของเจ้าชายฮาเวิร์ด...

เจ้าชายผู้เป็นที่รักยิ่งของมวลชน...

...............................……………...................

...ขอเทพสูงสุด ณ สรวงสวรรค์  จงรับจิตวิญญาณอันพิสุทธิ์ของเจ้าชายฮาเวิร์ด  ผู้ทรงมีคุณูปการไม่เพียงแต่อาณาจักรเมอซี  แต่น้ำพระทัยทรงแผ่ทั่วทุกเขตแคว้นคลีเมนซี  ด้วยปณิธานมุ่งมั่นให้เกิดความสงบสุข  ความสามัคคี  ไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์  มุ่งหวังให้มิติแห่งนี้สงบสุขด้วยสันติภาพ  ปราศจากสงคราม  ประดุจนักรบกล้า  เยี่ยงทหารหาญที่พลีชีพเพื่อดินแดน... 

ขอทวยเทพโปรดรับวิญญาณวิสุทธิ์กล้าหาญนี้สู่อ้อมกอดแห่งสวรรค์อันอบอุ่น... 

และแม้เจ้าชายฮาเวิร์ดทรงพิราลัย  แต่ปณิธานของพระองค์นั้นจะยังคงประทับมั่นอยู่ในจิตใจของพวกเรา  เพื่อสานต่อสันติภาพ  ความสงบสุขดังที่พระองค์มุ่งหวัง...ตลอดไป สิ้นคำไว้อาลัยจากหัวหน้านักบวชชายชรา 

กลางที่ประชุมชน  ที่ผู้คนล้วนแต่งกายสุภาพด้วยสีดำหรือขาว  ซึ่งต่างยืนสงบนิ่งระลึกมั่นต่อคำอาลัยนั้น ณ เนินกว้างเขียวขจี  เบื้องหน้าแท่นที่วางพระศพเจ้าชายฮาเวิร์ดอันบรรจุอยู่ในโลงหินอ่อนสีขาว

เมื่อเสร็จสิ้นการไว้อาลัย  แขกที่มาร่วมงานซึ่งล้วนสีหน้าหมองเศร้า  ต่างวางดอกไม้ที่หน้าแท่นพระศพ  และทยอยจากไปจากสถานที่อันหม่นมัวอย่างสงบเงียบ

เหลือเพียงพระญาติ  และคนสนิทไม่กี่คน

บรรยากาศสงบนิ่งไร้สายลมสดชื่นปลายฤดูหนาวที่ควรมี  ตั้งแต่วันวานที่เจ้าชายจากไป  กลับมีสายฝนโปรยปรายลงมา  แม้ไม่หนักหนา... 

แต่เย็บเยียบ...เหน็บหนาว...

เย็นจัดถึงขั้วหัวใจที่สั่นไหว...อ้างว้าง...โศกเศร้า...

ราชินีโซเฟีย  ที่ทรงทนฝืนกลั้นหยาดน้ำตาไว้ตลอดพิธีศพ  ด้วยเกียรติยศแห่งขัตติยา  ไม่อาจทนฝืนกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป  ทรงร่ำไห้ออกมาเงียบๆ  ซบพระพักตร์แนบพระอุระกษัตริย์เฮนรีผู้เป็นพระสวามี

กษัตริย์เฮนรี  แม้ไม่ทรงหลั่งน้ำตา  แต่นัยน์เนตรสีน้ำเงินนั้นหมองเศร้า  ขณะทรงประคองกอดมเหสีที่ทรงร่ำไห้  ค่อยพากันเสด็จไปหยุดประทับเหนือแท่นหินอ่อนที่วางโลงพระศพโอรสที่รักยิ่งนั้น

ส่วนเจมส์กับวิลเลี่ยมไม่มีน้ำตาเหลืออีกแล้ว... 

ค่ำคืนอันโหดร้ายที่ผันผ่าน  ทั้งคู่ต่างปรับทุกข์ร้องไห้ด้วยกัน 

เพื่อวันนี้...

วันสุดท้ายที่ทั้งสองจะได้สบมอง...ร่างที่แม้ไร้วิญญาณของฮาเวิร์ด...

พี่ชายผู้เป็นที่รักยิ่งครั้งสุดท้าย...

ทั้งคู่จะไม่หลั่งน้ำตาแห่งความเศร้าโศก...เพื่อวิญญาณฮาเวิร์ดจะได้จากไปอย่างหมดห่วง

เจ้าหญิงเอลีย่า  เจ้าสาวที่หมองเศร้าที่สุด  ในฉลองพระองค์สูทกระโปรงยาวสีขาว  ส่งสายพระเนตรอาลัยอาวรณ์  ขณะสบมองพระพักตร์พระสวามี...

พระพักตร์ที่ขาวซีดสงบนิ่ง...

ในฉลองพระองค์ทักซิโด้สีขาวเหมือนวันวาน...

ทว่าวันนี้ร่างนั้นนอนนิ่ง ...ไม่มีรอยยิ้ม...ไร้เสียงหัวเราะ...

ปราศจากคำห่วงหาอาทรที่เขามักมีเสมอมา...

เจ้าหญิงทรงทอดมองยังร่างไร้วิญญาณของเจ้าชายด้วยสายพระเนตรเหม่อลอย 

วันวานอันแสนสุขของทั้งสองหวนกลับมาระลึกแจ่มชัด  หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาอีกคราอย่างเงียบๆ

มีเมซีเน่คอยโอบปลอบอยู่เคียงข้าง

ใกล้กัน  อัลเฟร็ด  ข้าพระบาทคนสนิทของเจ้าชายฮาเวิร์ด  ยืนสงบนิ่ง  ทอดสายตามองร่างไร้วิญญาณของเจ้าชาย  อย่างหม่นหมอง

ถัดไปชาร์ลีนสะอื้นไห้ไม่หยุดจนร่างสั่นสะท้าน

ข้างกันออโรร่าร่ำไห้อยู่เงียบๆ 

วันเวลาอันอบอุ่นกับอาจารย์ไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีกแล้ว...

ณ มิตินี้ไม่มีใครที่จะรัก  อบรม  สอนสั่งเธอด้วยความปรารถนาดีเช่นอาจารย์อีกต่อไป...

ไม่มีใครคอยโอบกอด...ปลอบประโลม...ยามเศร้าสร้อย...ผิดหวัง...

ไม่มีใครกระตุ้นเตือนให้มุ่งมั่น...ยามท้อแท้...

ไร้รอยยิ้มให้กำลังใจ... 

ไร้อ้อมกอดอันอบอุ่น...

จากอาจารย์ที่เธอเคารพรักยิ่ง...กว่าใครๆ

พิธีศพในขั้นตอนสุดท้าย  กลางเนินกว้างเขียวขจีที่ชุ่มฉ่ำด้วยสายฝน  ที่มีเพียงคนสนิทของเจ้าชายผู้ลาลับ...

ไร้สรรพเสียง...วังเวง...เงียบสงบ...

ประธานในพิธี  กษัตริย์เฮนรี  ผู้เป็นพระบิดา  ทรงกดปุ่มเล็กๆที่แอบซ่อนอยู่ข้างฐานโลงพระศพเจ้าชาย  แล้วถอยออกมาประทับยืนห่างไปเล็กน้อย  เสมอคนสนิททุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น

เพียงครู่...เปลวไฟร้อนแรงก็ผลาญเผาร่างไร้วิญญาณในโลงหินอ่อนสีขาว..

หมดสิ้นในเวลาไม่นาน...

ไร้ควัน... ไร้เสียงสั่งลาอาลัยครั้งสุดท้าย...

ยลยินเพียงเสียงร่ำไห้อาวรณ์ของคนที่ยังอยู่เบื้องหลัง...

พร้อมกับเสียงระฆังเงินสั่งลายี่สิบสามครั้ง...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

เท่าพระชนม์เจ้าชายฮาเวิร์ด...ผู้เสด็จสู่พิราลัย...

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!!”

ลั่นกังวานขจรขจายไว้อาลัยไปทั่วอาณาจักรเมอซีอีกครา...

...............................……………...................

รุ่งขึ้น  สายฝนยังคงโปรยปรายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  เหมือนฟ้ากำลังร่ำไห้กับการจากไปของเจ้าชายอันเป็นที่รักยิ่ง

พระญาติสนิทของเจ้าชายฮาเวิร์ด  มาชุมนุมกันอีกครา...

ในพิธีฝังพระอัฐิเจ้าชาย  สถิต ณ สุสานในวิหารหลวง

เอลีย่า  ซึ่งสละพระยศเจ้าหญิงรัชทายาท  อยู่ในชุดห่มคลุมกายขาวบริสุทธิ์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเยี่ยงนักบวชหญิง  ด้วยตัดสินใจบวช  เพื่อสงบใจอุทิศกุศลแก่ฮาเวิร์ด  เธอเป็นผู้ถือโถเงินบรรจุพระอัฐิเจ้าชายฮาเวิร์ด

เดินนำหน้าทุกคนอย่างเชื่องช้า  ลงจากเนินกว้างที่ทำพิธีเผาพระศพเจ้าชายเมื่อวันวาน

มุ่งสู่มวลแมกไม้ใหญ่เบื้องล่าง

เดินลึกเข้าไปตามทางปูแผ่นหินกลมแคบๆ  ผ่านต้นไม้ใหญ่ยืนต้นหลากหลาย  ที่เบื้องล่างล้วนฝังพระอัฐิเหล่ากษัตริย์ราชวงศ์ผู้เสด็จสู่พิราลัย

ถึงใต้ร่มไม้ใหญ่ที่มุ่งหมาย  ซึ่งเพิ่งถูกเตรียมการปลูกลงไว้เมื่อวาน  พร้อมด้วยหลุมสี่เหลี่ยมเล็กที่ถูกขุดไว้เบื้องหน้าไม้ใหญ่นั้น

ทุกคนต่างสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ขณะเอลีย่าเปิดโถเงิน  โปรยเถ้ากระดูกลงยังหลุมสี่เหลี่ยมตื้นเบื้องหน้าไม้ใหญ่นั้น  แล้วคุกเข่าลง  ใช้มือเปล่าเกลี่ยดินกลบเถ้ากระดูกป่นละเอียดสีขาว  พร้อมกันกับวิลเลี่ยม  และเจมส์  เกลี่ยจนปิดสนิทมิดชิด

จากนั้น  กษัตริย์เฮนรีกับราชินีโซเฟีย  คลุมแผ่นหญ้าที่ถูกเตรียมไว้แล้ว  ปิดทับหลุมดินสี่เหลี่ยมนั้น  จนไม่เหลือร่องรอยให้เห็นว่า ณ ที่นี้เคยถูกขุดขึ้น

อัลเฟร็ด  เมซีเน่  ชาร์ลีน  และออโรร่า  วางช่อดอกไม้หลากสีที่เตรียมมาลงบนผืนหญ้าเขียวสดนั้น

คืนสังขารที่ล่วงลับสู่ผืนดิน...สู่ธรรมชาติ...ให้ช่วยปกปักษ์ดวงวิญญาณให้สงบสุข...

และช่วยบรรเทาจิตใจหมองเศร้าของคนที่ยังอยู่เบื้องหลัง...

...............................……………...................

ลูก... ราชินีโซเฟียตรัสเรียกวิลเลี่ยม  ขณะเขากำลังจะก้าวเดินจากไปจากสุสานอันวังเวงอ้างว้างนั้น

กษัตริย์เฮนรีสะกิดพระพาหามเหสี  ด้วยเกรงความลับจะเปิดเผย  เมื่อ ณ ที่นั้นมิได้ประทับอยู่กันลำพังพระองค์  มเหสี  และวิลเลี่ยม...พระโอรสองค์เล็กเท่านั้น

ทุกคนที่นี่รู้ดี  ว่าแท้จริงหม่อมฉันเป็นใคร วิลเลี่ยมตอบความในใจกษัตริย์เฮนรีอย่างรู้เท่าทัน

กษัตริย์เฮนรีจึงปล่อยพระพาหามเหสีที่รั้งไว้  ปล่อยให้ราชินีโซเฟียทำตามพระทัย

แม่รู้ว่าลูกโศกเศร้า...แต่... ราชินีโซเฟียตรัสอย่างอ่อนโยนกับวิลเลี่ยม  พลางเสด็จเข้าใกล้  หวังจะโอบกอดปลอบพระโอรสที่พระองค์ไม่เคยให้ความรักความอบอุ่น

ทว่าวิลเลี่ยมกลับผละห่าง  กล่าวด้วยเสียงเย็นชา  ห่างเหิน...

อย่าทรงเรียกหม่อมฉันอย่างนั้นเลยพะยะค่ะ  หม่อมฉันไม่คู่ควรเป็นโอรสของพระองค์  หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรชายคนรองตระกูลเฮอร์เรียตเท่านั้น นัยน์ตาสีน้ำเงินเย็นชา  พร้อมคำพูดเสียดแทงทำร้ายจิตใจบุพการีผู้ให้กำเนิด  ก่อนหันหลังเดินจาก...

ราชินีโซเฟียทรงกรรแสงออกมาทันที  ด้วยทรงโศกเศร้ากับการจากไปของพระโอรสองค์แรกอยู่แล้ว  ยังต้องมาประสบกับความผิดหวังเจ็บปวดกับการตัดสินพระทัย ณ หนหลัง...

การตัดสินพระทัยทอดทิ้งพระโอรสองค์เล็กไป... 

ตามคำทำนายถึงชะตาชีวิตของเขา... 

ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของพระเชษฐา...

ราชินีทรงทราบดี  ว่าการทรงทำเช่นนั้น  จะสร้างรอยแผลกรีดลึก  สร้างความเจ็บปวดในพระทัยทั้งพระองค์เอง  และพระโอรส  ทว่าพระองค์ก็จำต้องตัดสินพระทัยทำ  และทรงต้องเศร้าโศกเสียพระทัยกับการกระทำเช่นนั้นเสมอมา

กษัตริย์เฮนรีเข้ามาโอบกอดปลอบประโลมราชินี  นัยน์พระเนตรสีน้ำเงินทอดมองพระโอรสองค์เล็กอย่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน  แต่พระองค์เองก็มีส่วนในการตัดสินพระทัยทอดทิ้งพระโอรสไป  จึงไม่อาจตรัสคำใดกับวิลเลี่ยมได้

วิลเลี่ยม!” กลับเป็นเจมส์ที่ออกปากแทน  เรียกเขาไว้ให้หยุด  ไม่ให้เดินจากไป

ด้วยเจมส์รู้ใจวิลเลี่ยมดี  รู้ซึ้งถึงความรวดร้าว  อ้างว้างของวิลเลี่ยม  ตลอดมาในช่วงชีวิตที่อยู่ด้วยกัน 

แม้ทั้งตัวเขา  พ่อ  และแม่  ต่างพยายามทดแทนเติมเต็มให้ความรักความอบอุ่น  ปฏิบัติต่อวิลเลียมเสมอเหมือนบุคคลหนึ่งในครอบครัวเสมอมา  ทว่านั่นก็ไม่อาจลบเลือนจิตใจที่รวดร้าว  เจ็บปวดของวิลเลี่ยมได้

ดังนั้นเวลานี้ที่วิลเลี่ยมได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกับครอบครัวแท้จริง  เขาซึ่งเข้าใจในความรู้สึกวิลเลี่ยมดี  จึงไม่อาจปล่อยโอกาสนี้...

ปล่อยให้วิลเลี่ยมเดินจากไปพร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้าวในจิตใจ...

ทว่าเสียงเรียกของเจมส์  เพียงหยุดยั้งไม่ให้วิลเลี่ยมก้าวเดินต่อไป  ไม่อาจสั่นคลอนทิฐิในจิตใจเขาลงได้ 

วิลเลี่ยมไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองมารดาผู้ให้กำเนิดที่กำลังร่ำไห้  เพียงหยุดยืนนิ่งอยู่เท่านั้น

อย่า...วิลเลี่ยม...อย่าทำแบบนั้นกับพวกท่าน...ไม่เช่นนั้น...คนที่เสียใจที่สุด...จะเป็นเธอ เสียงสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์จากออโรร่า  กลับสามารถเรียกรั้งลดทิฐิในใจวิลเลี่ยมลงได้

ด้วยเขาเข้าใจถึงประโยคพูดเหล่านั้น  ว่าออโรร่ากล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเช่นใด...

ความรู้สึกอ้างว้าง...เศร้าโศก...ถวิลหาบุพการีที่เธอจำต้องจากมา  และไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร

แต่นั่นก็เพียงทำให้วิลเลี่ยมหันกลับมาเท่านั้น  เขายังคงไม่ยอมเข้าใกล้พระมารดาที่กำลังกรรแสงโศกเศร้า  ทั้งยังหยุดยืนเว้นระยะห่างเหินอยู่เช่นเดิม

ทว่านั่นเพียงพอแล้วสำหรับราชินีโซเฟีย  เวลานี้พระองค์เพียงหวังให้วิลเลี่ยมหยุดฟังพระองค์บ้างเท่านั้น

ถึงลูกจะโกรธเกลียดพ่อกับแม่  และเสียใจในการจากไปของฮาเวิร์ดมากแค่ไหน…” กล่าวถึงโอรสองค์โตที่เพิ่งทำพิธีฝังอัฐิเสร็จสิ้น  หยาดน้ำตาที่เกือบจะเหือดแห้งก็พลันพรั่งพรูออกมา แต่...แม่ขอร้อง...ขอร้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น... แต่พระองค์ยังไม่ทันตรัสจบ  ก็ถูกวิลเลี่ยมแทรก

หม่อมฉันทราบดีถึงภาระที่จะต้องผูกมัดอิสรภาพของหม่อมฉันไว้กับตำแหน่งรัชทายาทของพระองค์  เมื่อหม่อมฉันอายุครบ 20 ปี  ขอพระองค์ทรงวางพระทัย  หม่อมฉันจะไม่หนี  และจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน วิลเลี่ยมเอ่ยเสียงกร้าว

ประโยคพูดนั้นกรีดแทงทั้งหัวใจเขา  และบุพการีผู้รับฟัง...

ใจหนึ่งเขาอยากจะปล่อยวาง...ยอมรับอ้อมกอดอันอบอุ่นนั้น  แต่อีกใจยังรู้สึกปวดร้าวที่เป็นฝ่ายถูกทอดทิ้ง  หวั่นเกรงอนาคตที่ต้องจากตระกูลเฮอร์เรียต  ละทิ้งทุกสิ่งที่เขาสรรสร้างมา  และยึดมั่นเหนือสิ่งใด

ราชินีโซเฟียยิ่งทรงกรรแสงหนักขึ้น  เมื่อทรงสดับวิลเลี่ยมพูดจบ  จนไม่อาจตรัสสิ่งใดออกมาอีก  แม้ทรงรู้อยู่แก่พระทัยว่าวิลเลี่ยมแปรเจตนาของพระองค์ผิดไป

ทำให้กษัตริย์เฮนรีทรงมิอาจทนนิ่งดูดายอีกต่อไปได้

พ่อกับแม่ไม่ได้ต้องการเช่นนั้น...หากถึงเวลานั้นลูกไม่ยินยอมเราก็ไม่บังคับฝืนใจลูก  เราขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...เราไม่อยากให้ลูกคิดแก้แค้น  หรือผูกใจเจ็บ  เราอยากให้ลูกปล่อยวาง...ทำใจ...อยู่อย่างสงบสุข  แล้วปล่อยเรื่องทั้งหมดให้พ่อกับแม่จัดการ พระสุรเสียงแผ่วเบา  ทว่าเน้นชัดทุกพยางค์บ่งอำนาจบารมี  นัยน์เนตรสีน้ำเงินจ้องตรึงยังวิลเลี่ยม  สื่อนัยทั้งขอร้อง  เป็นห่วง  และบังคับอยู่ในที

แต่วิลเลี่ยมไม่หวั่นเกรง  นัยน์ตาสีน้ำเงินดุจเดียวกัน  จ้องตอบพระบิดากลับไปด้วยแววมุ่งมั่นเป็นประกาย  เผยอยิ้มเยือกเย็น  และเอ่ยเสียงหนักแน่น

หม่อมฉันไม่คิดแก้แค้นส่วนตัว...เพราะสิ่งที่หม่อมฉันตั้งใจทำ  คือหาตัวผู้บงการอยู่เบื้องหลัง...พวกที่ไม่ยอมรับเผ่าพันธุ์อื่น  พวกที่ทำให้เกิดความแตกแยก  หม่อมฉันจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด  และกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก  เพื่อสานต่อปณิธานของฮาเวิร์ด  ปณิธานที่ต้องการให้มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขสันติ  เพื่อการนั้น...หม่อมฉันจะยอมสถาปนาเป็นรัชทายาทของพระองค์...หม่อมฉันขอสัญญา...” คำมั่นกังวานสะท้อน...

ยลยินไปทั่วสุสานหลวง...

ที่พักพิงชั่วนิรันดร์...

ของพระวิญญาณพิสุทธิ์แห่งราชวงศ์วินแฮล์ม...

...............................……………...................


จบแล้วค่ะภาค 1
ขอโทษผู้อ่านทุกท่านที่ทำให้ต้องรอนานด้วยนะคะ
หลายท่านคงจะไม่ถูกใจกับตอนจบของภาค 1 นี้นัก
ก็เช่นเดียวกับ St. Pisces ล่ะค่ะ  เพราะโดยส่วนตัวแล้วทั้งรักทั้งผูกพันกับตัวละครนี้มาก  ตอนวางโครงไว้ยังไม่ได้แต่งออกมาก็ไม่เท่าไหร่  แต่พอแต่งๆไป และเขามีบทบาทมากขึ้นๆก็รู้สึกรัก และผูกพัน  คิดอยู่หลายตลบเหมือนกันว่ายังยืนยันจะฆ่าเขาอยู่หรือไม่
แต่ก็นั่นล่ะค่ะ  ทุกสิ่งต้องดำเนินต่อไป
มีพบ  มีรัก  ก็ต้องมีจาก  เป็นอีกรสชาติหนึ่งของนิยายเรื่องนี้
เพื่อสานต่อปณิธานให้สำเร็จในภาคต่อไป
ส่วนตอนนี้เรามาร่วมสนุกกันนิดหน่อยนะคะ
คลิ๊กที่ตอนถัดไปเลยค่ะ


 

G T T T k

 

1,454 ความคิดเห็น

  1. #1445 k-iq (@k-iq) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 06:12

    ยิ่งอ่านไม่ออกหนักเข้าไปอีก !!!!!!!!!!!!!!!ปั๊ดโธ่

    #1445
    0