CLEMENCY

ตอนที่ 6 : เฮฟเวน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 เม.ย. 49


ยังไม่ทันที่วิลเลี่ยมจะชักพลองกลับ  ศัตรูคนที่สองก็ทุ่มกำลังทั้งหมดกระโดดตัวลอยเข้ามาทางด้านหลัง  เงื้อพลองขึ้นสุดแขนหมายจะฟาดอย่างแรง วิลเลี่ยมหันมากระโดดลอยตัวขึ้นสูงกว่าเตะสลับเท้าซ้ายขวาอย่างรวดเร็วโดนหน้าอกเข้าอย่างจังเต็มๆแรง  ปิดท้ายด้วยปลายเท้าขวาเตะเสยเข้าที่ปลายคางจนคนที่สองหงายหลังสลบไปกลางอากาศ  แล้วเขาก็ม้วนหลังลงมายืนที่พื้นอย่างสวยงาม  พร้อมกับร่างศัตรูคนที่สองที่ร่วงลงมาถึงพื้นพร้อมกัน 

คนที่สามเห็นเพื่อนสองคนโดนจัดการอย่างรวดเร็วก็รู้สึกใจฝ่อ  กลืนน้ำลายลงคอ ตัวสั่น  แต่ก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ย่อเข่าที่สั่นเทาลงเล็กน้อยตั้งรับ  เห็นดังนั้นวิลเลี่ยมจึงปิดพลองเก็บมันใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินไปหาชายคนนั้นช้าๆเหมือนไม่ต้องการต่อสู้อีก

นายดูมีสมองมากกว่าไอ้สองคนนั่น...วิลเลี่ยมพูด  แล้วเขาก็วิ่งอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครมองทันเข้าประชิดตัวศัตรูคนสุดท้าย  แล้วซัดหมัดซ้ายตรงเข้าเต็มๆกลางใบหน้า  ศัตรูยังไม่ทันได้กระพริบตาด้วยซ้ำก็ล้มหงายหลังไปทั้งๆที่สีหน้ายังงงงวย

“…ซะเมื่อไหร่ล่ะ!” เขายืนเท้าเอวมองร่างศัตรูที่นอนหงายหมดสติอยู่บนพื้นแทบเท้า  และพูดล้อเลียน

ด้านเจมส์ไม่น้อยหน้า  บอดี้การ์ดสองคนเดินย่างสามขุมหมายจะเข้าทำร้าย  แต่เจมส์ที่มีความเร็วเป็นเลิศไม่ยืนอยู่เฉย  เขาวิ่งหายไปทันที 

มันอยู่ไหนวะ!” ชายตัวใหญ่กว่ามองหาพลางถามชายอีกคน

อยู่นี่!” เจมส์อ้อมไปอยู่ด้านหลังคนทั้งสองเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้  เขาชี้ปลายพลองไประหว่างชายทั้งสองแล้วหมุนปุ่มลูกแก้วสีขาวที่พลองไปด้านขวา

ไอเย็นจัดหนาวยะเยือกพัดออกมาทันที  แช่แข็งศัตรูทั้งสองที่หันกลับมามองเขาด้วยแววตาพรั่นพรึง  กลายเป็นเหมือนปฏิมากรรมน้ำแข็งสลักรูปมนุษย์ในท่าตื่นตะหนกอย่างสวยงาม  แล้วเจมส์ก็ปิดและเก็บพลองโดยยังคงสีหน้าเฉยชาแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

หนาวชะมัด!  นายอย่าทำแบบนี้บ่อยนะ  ฉันขอร้องวิลเลี่ยมบ่น  พลางลูบแขนตัวเองไปมาคลายความหนาวเย็น

บอดี้การ์ดอีกสองคนที่ต่อสู้กับมนุษย์ลิงก็ไม่ได้มีสภาพที่ดีไปกว่ากัน  พวกเขาโดนกระบวนท่าต่างๆซึ่งคล้ายมวยไทยเล่นงานจนสะบักสะบอม  คนแรกถือพลองวิ่งอย่างเร็วเข้าหา  เมื่อเข้าถึงตัวก็โดนมนุษย์ลิงจับข้อมือหักงอไปด้านหลังทำให้พลองตกลงไป  แล้วเขาก็ใช้มือสองข้างโน้มคอศัตรูลงมาตีเข่าซ้ายตามเข้าที่กลางลำตัวทำให้จุกตัวงอลงไปกองกับพื้น 

คนต่อมาวิ่งตามมาติดๆโดนศอกขวาเสยเต็มๆที่ปลายคาง  เลือดกลบปากหงายหลังล้มลง 

คนแรกโซเซยืนขึ้นก็โดนหมัดขวาชกเต็มๆกลางดั้งจมูก  เลือดกำเดาพุ่งกระฉูดออกพร้อมกับร่างที่หลับสนิทกลางอากาศก่อนจะล้มหงายหลังลงพื้นเสียงดังสนั่น 

คนที่สองกำลังจะยันตัวขึ้นจากพื้น  แต่เมื่อมองไปรอบตัวเห็นสภาพเพื่อนทั้งหกก็เปลี่ยนใจทรุดตัวลงกับพื้นตามเดิมแกล้งสลบไป

การต่อสู้จบลงวิลเลี่ยมเดินเข้าไปทักทายเจ้านายของพวกบอดี้การ์ดเหล่านั้น 

ไม่ได้เจอกันนาน...ดูเหมือนพวกนายจะชั่วไม่เปลี่ยนนะ!” เขาทักเอ็ดมันด์ด้วยน้ำเสียงหาเรื่องเต็มที่

ไอ้พวกกระจอกเลี้ยงเสียข้าวสุกถ้าฉันไม่ลืมพลองไว้ที่รถล่ะก็!’ เอ็ดมันด์คิด  มองวิลเลี่ยมด้วยสายตาเคืองแค้น  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนวาวโรจน์แทบลุกเป็นไฟ  แต่เมื่อบรรดาบอดี้การ์ด (ที่คิดว่า) ฝีมือเยี่ยมของเขายังสลบอยู่กับพื้น  และอาวุธคู่มือก็ไม่ได้อยู่ประจำกาย  เขาจึงไม่กล้าตอบโต้ได้แต่กำหมัดทั้งสองแน่นข้างลำตัว  ร่างสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ

กลับ!” เขากระแทกเสียง  ตัดสินใจหันหลังเดินหนี 

ฟิเลียตามไปด้วย  แต่เธอไม่ลืมที่จะถลึงตาและชูนิ้วหยาบคายให้ก่อนจากไป

อืม...แต่ก็ต้องยอมรับว่านายฉลาดที่รู้จักถอยเมื่อจนตรอกวิลเลี่ยมแสร้งพึมพำดังๆ ให้เอ็ดมันด์ได้ยิน

กลุ่มคนมุงดูสลายตัวไปพร้อมกับการต่อสู้ที่สิ้นสุด ชาร์ลีนหยิบโทรศัพท์มือถือกดหมายเลขตามรถพยาบาลให้มารับบอดี้การ์ดทั้งหมดไปรักษา

ขอบคุณพวกคุณมากค่ะสาวมีปีกพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง

ไม่เป็นไรครับวิลเลี่ยมตอบพลางยิ้มอย่างเป็นมิตร  เจมส์เพียงแต่ส่ายหน้าช้าๆเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร

ถ้าไม่ได้พวกคุณพวกเราคงแย่มนุษย์ลิงพูด  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนใสซื่อฉายประกายความทราบซึ้ง

ไม่เป็นไรจริงๆครับ  ว่าแต่พวกคุณมาเดินที่นี่  เอ่อ...ขอโทษครับ  แต่ผมคิดว่าคงไม่เหมาะเท่าไหร่วิลเลี่ยมพูดอย่างเกรงใจ  น้ำเสียงสุภาพ

เรารู้ค่ะ  แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะร้ายแรงแบบนี้  สาวมีปีกตอบ  หน้าสลด

อย่ากังวลเลยครับ...มีแต่พวกคอร์เนอร์เท่านั้นที่กล้าทำแบบนี้  พวกเราในฐานะมนุษย์เหมือนกันก็ต้องขอโทษแทนด้วยวิลเลี่ยมพูดน้ำเสียงบ่งชัดว่ามีอารมณ์โกรธแค้นไปกับมนุษย์พิเศษทั้งสองด้วย

ไม่...ไม่ต้องหรอกค่ะ  พวกคุณไม่ต้องขอโทษหรอกสาวมีปีกพูด  พลางส่ายหน้า

เอ่อ...ผมว่าพวกเราขอตัวก่อนดีกว่าครับ  หวังว่าคงได้พบกับคนดีๆอย่างพวกคุณอีกนะครับ  มนุษย์ลิงตัดบท  เอ่ยลา

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ  ลาก่อนค่ะสาวมีปีกโค้งเล็กน้อย  แล้วมนุษย์พิเศษทั้งสองก็จากไปยังทางอออย่างรวดเร็ว         

           “พวกเธอเก่งจริงๆ  ออโรร่าชมสองหนุ่มอย่างจริงใจ

                  “เอ้อ!  ขอบใจที่ชมวิลเลี่ยมยิ้มเขินๆ  เจมส์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยิ้มเช่นกัน

คนที่นี่เก่งแบบนี้กันทุกคนเลยเหรอ?” ออโรร่าถามชาร์ลีน

ไม่จ๊ะ...ทุกคนก็ธรรมดานะ แต่เจมส์กับวิลน่ะพิเศษ เพราะ ตระกูลเฮอร์เรียต เป็นตระกูลนักรบ  ทุกคนต้องฝึกฝนการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก  พวกเฮอร์เรียตส่วนใหญ่เป็นบอดี้การ์ดของบุคคลสำคัญต่างๆ  ผู้นำตระกูลเฮอร์เรียตก็ครองตำแหน่งรัฐมนตรีกิจการทหารและการต่างประเทศมาหลายชั่วอายุคน  คนปัจจุบันก็คือท่านโจนาธานพ่อของวิลกับเจมส์จ๊ะชาร์ลีนอธิบาย

เธอทักพวกผมแดงนั่น  เหมือนรู้จักกันมาก่อน?” ออโรร่าถามวิลเลี่ยม

ช่าย...รู้จักกัน  รู้จักกันดีเลยแหละ!วิลเลี่ยมลากเสียงตอบประชดประชัน

ไม่ว่าใครก็รู้จักพวกคอร์เนอร์กันทั้งนั้นจ๊ะ  สองคนเมื่อครู่คือเอ็ดมันด์กับฟิเลีย  ลูกชายลูกสาวของท่าน ไอแซค  คอร์เนอร์  รัฐมนตรีกิจการภายในประเทศชาร์ลีนตอบแทน

พวกคอร์เนอร์ผมแดงทั้งตระกูล  เวลาไปไหนก็เอาบอดี้การ์ดชุดแดงยกขโยงตามไปด้วย  แล้วก็เพราะพ่อของพวกนั้นใหญ่โตเหลือเกิน  ลูกๆก็เลยกร่างเต็มที่วิลเลี่ยมพูด  ยังคงมีอารมณ์กรุ่นโกรธแฝงในน้ำเสียง

วิลกับเจมส์เจอเอ็ดมันด์บ่อยๆในการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียน  ที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อกระชับมิตรจ๊ะชาร์ลีนอธิบายต่อ

หวังว่าพวกนั้นคงไม่มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเราเจมส์แทรก  แม้สีหน้าเรียบเฉย  แต่น้ำเสียงบ่งความกังวล

ทำไม!?  ถึงพวกมันมา  ฉันก็ไม่กลัวหรอกวิลเลี่ยมหันไปเสียงดังใส่เจมส์อย่างไม่สบอารมณ์

ฉันไม่ได้กลัว!  แต่ขี้เกียจปวดหัวตามไปช่วยนายทุกครั้งที่มีเรื่องกับพวกนั้นเจมส์พูดเสียงเย็น

อ้าว! นี่นายว่าฉันชอบหาเรื่องเหรอ?” วิลเลี่ยมหันไปตะคอกเสียงถามเจมส์  เท้าเอวทำท่าเหมือนจะหาเรื่องชวนทะเลาะ

ใช่! เจมส์  ออโรร่า  และชาร์ลีนตอบเป็นเสียงเดียวกัน

เอ่อ…”  วิลเลี่ยมถึงกับพูดไม่ออก  แกล้งทำคอตกหน้าสลด

เจมส์  ออโรร่า  และชาร์ลีนที่พร้อมใจแกล้งหยอกวิลเลี่ยม  รู้ดีว่าวิลเลี่ยมแกล้งทำ  พวกเขาต่างไม่พูดอะไรกันอีก  ได้แต่มองหน้ากันนิ่งแสร้งวางท่าจริงจัง  ต่างคนต่างกลั้นหัวเราะสุดขีด    แต่ในที่สุดทั้งสี่คนก็ทนกลั้นหัวเราะต่อไปไม่ไหวต่างปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

หิวจะตายแล้ว  นี่ปาเข้าไปบ่ายโมงยังไม่ได้กินอะไรเลย  แถมยังต้องมาออกแรงอีกวิลเลี่ยมบ่น  มองนาฬิกาข้อมือดิจิตอลสีดำของเขา  หลังทุกคนหยุดหัวเราะกันได้แล้ว

ตกลงจ๊ะ!  งั้นเราไปกินสเต็กร้านเดิมชาร์ลีนออกความเห็น

            “ไม่ต้องบอกก็รู้  มาแถวนี้ทีไรเธอต้องกินร้านนั้นทุกทีวิลเลี่ยมพูด  เดินไปหยิบถุงของที่ร้านกาแฟแล้วเดินนำทุกคนไป

...............................……………...................

ร้านสเต็ก ‘Red Wood’ ตกแต่งในสไตล์คันทรี่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในเมืองคาวบอย  ทั้งสี่คนนั่งลง  บริกรหนุ่มที่แต่งตัวคล้ายคาวบอยเดินเข้ามาให้บริการ

สวัสดีครับ  คุณชาร์ลีน  คุณเจมส์  คุณวิลเลี่ยม  แล้วเอ่อ...สุภาพสตรีท่านนี้  บริกรทักทายอย่างคุ้นเคยขณะส่งเมนูเล่มแดงให้ทุกคน

ออโรร่าค่ะ  ออโรร่ายิ้ม  รับเมนูจากบริกร

ครับ! วันนี้จะรับอะไรดีครับ  บริกรยิ้ม  แล้วทำหน้าที่ต่อ

สเต็กคูว่า  แบบมีเดียมครับ  วิลเลี่ยมสั่ง  โดยไม่ต้องดูเมนู

เกติ  แบบมีเดียม  เจมส์สั่งบ้าง  เขาก็ไม่ใช้เมนูเช่นกัน

อืม...เอาอะไรดีน้า  ชาร์ลีนพลิกเมนูไปมา  เลือกไม่ถูก  ออโรร่าที่นั่งข้างๆสะกิดชาร์ลีนเบาๆ อะไรเหรอจ๊ะ!”  ชาร์ลีนเงยหน้าจากเมนูถามออโรร่า

เมนูนี่  เอ่อ...อาหารที่นี่  มันไม่เหมือนกับมิติฉัน  ออโรร่ากระซิบเบาๆข้างหูชาร์ลีน เพื่อไม่ให้บริกรได้ยิน

จ๊ะ!”  ชาร์ลีนตอบเบาๆพยักหน้าเข้าใจ  แล้วหันไปสั่งอาหารให้ออโรร่าด้วย เอาพูนี่  แบบสุกๆสองที่ค่ะบริกรจดออเดอร์ลงบนกระดาษ

แล้วจะรับน้ำอะไรดีครับ  ไวน์ดีมั้ยครับบริกรเสนอ

ไม่ดีกว่าค่ะ  วันนี้ขอน้ำเปล่าเย็นๆ ดีกว่า  ชาร์ลีนสั่งบริกร

ครับ  กรุณารอสักครู่ครับ  บริกรเดินออกไป

ที่มิติเธอกินไม่เหมือนเราเหรอ?” วิลเลี่ยมถามออโรร่า  เพราะเห็นเธอกระซิบกับชาร์ลีนด้วยท่าทางแสดงความสงสัยเมื่อครู่

ใช่  ที่มิติฉันปกติกินเนื้อหมู  วัว  ไก่  เป็ดออโรร่าบอก

ที่เธอว่ามาทั้งหมดน่ะ  เป็นพวกมนุษย์พิเศษ  ถ้ากินพวกเขาก็ผิดกฎหมายฐานฆ่าคนตายนะ!” วิลเลี่ยมที่นั่งฝั่งตรงข้ามออโรร่ายื่นหน้าเข้ามากระซิบเสียงตื่น

โธ่! วิล...อธิบายให้ออโรร่าเค้าเข้าใจดีๆหน่อยได้มั้ยจ๊ะชาร์ลีนต่อว่า

แล้วเมื่อวานเธอกินอะไรเข้าไปบ้างที่บ้านโรห์ดอนน่ะ...ไม่สงสัยบ้างเหรอ?”  วิลเลี่ยมถาม

ออโรร่าคิดตาม  เมื่อวานเรากินอะไรเข้าไปบ้างนะ  เอตอนเช้าก็แซนวิชแฮม  กลางวันสตูเนื้อ  ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลยนี่  แต่จะว่าไปแล้วเราก็ไม่ได้ถามซะด้วยว่าเค้าใส่อะไรให้กินบ้าง  รวมๆแล้วมันก็อร่อยดี  ออโรร่าคิ้วขมวด

บริกรทยอยยกเครื่องดื่ม  และสเต็กทั้งสี่จานมาเสิร์ฟ  เมื่อบริกรไปแล้ว  วิลเลี่ยมก็ลงมือหั่นสเต็กในจาน  ออโรร่ามองสำรวจสเต็กในจานของทุกคน

นั่น!  สเต็กของวิลเลี่ยม  มันดูคล้ายเนื้อวัวที่มิติฉัน  ออโรร่าพูดเสียงตื่นเต้น  แต่กดให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้คนอื่นนอกจากพวกเธอได้ยิน 

วิลเลี่ยมแบ่งสเต็กในจานของเขาที่หั่นแล้วใส่จานออโรร่า เอ้า! ลองกินดูว่าเหมือนเนื้อวัวบ้านเธอมั้ย?”  ออโรร่ากิน  รสชาติมันไม่ต่างจากเนื้อวัวเลย  สรุปว่าเนื้อคูว่าก็คือเนื้อวัวนั่นเอง  เธอจึงพยักหน้าบอกทุกคนว่าใช่

เจมส์ก็หั่นเนื้อในจานของเขาส่งให้ออโรร่าบ้าง  อันนี้เหมือนเนื้อไก่เปี๊ยบ  ออโรร่ากินแล้วบอกทุกคน  เนื้อเกติก็คือเนื้อไก่

แล้วออโรร่าก็กินสเต็กในจานตัวเอง เหมือนเนื้อหมูไม่มีผิด  ออโรร่าบอก

ถ้างั้นฉันคงต้องหาเพื่อนเป็นมนุษย์หมู  มนุษย์ไก่  มนุษย์วัวไว้บ้างแล้วล่ะ  พอสนิทกับพวกเขาแล้ว  ก็ขอร้องให้พวกเขาหั่นเนื้อตัวเองมาให้ชิมหน่อย  จะได้พิสูจน์ได้ว่าเธอพูดถูกต้องวิลเลี่ยมพูดทีเล่นทีจริง

เจมส์  ออโรร่า  และชาร์ลีน  อมยิ้ม  แต่ทุกคนต่างก็หิวกันมากแล้ว  การสนทนาจึงหยุดลง  ทุกคนหันไปสนใจกับอาหารในจานของตัวเอง  เมื่อกินกันอิ่มแล้วพวกเขาก็ออกจากร้าน

ขอร้องล่ะ  ซื้อแต่ที่จำเป็นก็พอแล้วนะ  อย่าแวะทุกร้านเหมือนเมื่อเช้าเลย  ฉันเมื่อย...อยากกลับแล้ว  วิลเลี่ยมบ่นตั้งแต่หน้าประตูร้านสเต็ก

แหมก็ได้จ๊ะ  เหลือพลองอย่างเดียว  เราตรงไปที่ร้านขายพลองกันเลย  ชาร์ลีนพูดกลั้วหัวเราะ  แต่ไม่วายเห็นใจสองหนุ่มที่ต้องหิ้วของพะรุงพะรังอยู่เหมือนกัน

เดี๋ยวนะ  ฉันขอแวะร้านหนังสือตรงข้ามนั่นหน่อย  ออโรร่าบอกแล้วเดินไปที่ร้านหนังสือทันที  เธอเลือกซื้อหนังสือภาพสัตว์สำหรับเด็ก  ซึ่งมีภาพประกอบที่เหมือนจริง  มีคำบรรยายลักษณะและบอกชื่อของสัตว์เหล่านั้น

นี่จะทำให้ฉันเข้าใจมิตินี้มากขึ้น  ออโรร่าบอกทุกคนด้วยรอยยิ้ม  เมื่อจ่ายตังค์ค่าหนังสือและพากันเดินออกจากร้าน  เธอก็หยิบหนังสือขึ้นมาดูทันที

คูว่า  มีลักษณะคล้ายวัว  แต่มันมี 3 ตา  และมีเขา 2 เขางอกยาวจากหัวลักษณะเหมือนกิ่งไม้คล้ายเขากวาง

เกติ  คล้ายกับไก่ทุกอย่าง  แต่มี 4 ขา

พูนี่  คล้ายหมู  แต่มีเขาเล็กๆ กลางหัว 3 อัน  และมีปีกเป็นผังผืดเหมือนปีกค้างคาวสีชมพูสีเดียวกับตัวของมัน

ชาร์ลีนเห็นออโรร่ากำลังมองดูภาพพูนี่อยู่จึงอธิบายเพิ่มเติม พูนี่ตอนตัวเล็กๆ น่ารักมากเลยจ๊ะ  ที่เธอเห็นในภาพเป็นตอนตัวใหญ่  ปีกของมันซึ่งไม่ขยายตามขนาดตัวก็เลยดูเล็กมากไม่สมส่วนกัน  แต่ตอนมันตัวเล็กปีกพวกมันก็ใหญ่พอดีตัว  พวกมันก็เลยบินได้   ฟาร์มที่เลี้ยงพูนี่ต้องมีกรงปิดกันพวกมันบินหนีไปด้วยจ๊ะ

อ๊ะ! ยูนิคอน!” ออโรร่าเปิดหน้าถัดมาเห็นภาพม้าสีน้ำตาลมีเขาแหลมยาวหนึ่งเขาที่กลางหัว

ที่มิติเธอมียูนิคอนเหมือนกันเหรอ?” วิลเลี่ยมได้ยินเสียงประหลาดใจของออโรร่า  จึงหันมาสนใจด้วย

ใช่มีในเทพนิยายเกือบทุกเรื่อง  แต่ตัวจริงน่ะไม่มีหรอก  ในมิติฉันมีแต่ม้าธรรมดาไม่มีเขา  แล้วยูนิคอนในเทพนิยายส่วนใหญ่ก็สีขาวน่ะ ออโรร่าบอก

ยูนิคอนที่มิตินี้เราเอาไว้ใช้เป็นสัตว์พาหนะหรือใช้งานจ๊ะ  แต่ก็ในสมัยก่อนนะหรือไม่ก็ในแถบชนบท  ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น  อยู่ในเมืองแบบนี้ก็เลยไม่มีให้เห็นจ๊ะชาร์ลีนพูด

แต่ยูนิคอนสีขาวหายากมากที่มิติเรา  มันแทบจะสูญพันธุ์หมดแล้วเจมส์หันมาสนใจบ้าง

ฮ่าฮ่าฮ่า...หวังว่าที่นี่คงไม่มีเปกาซัสด้วยหรอกนะ?” ออโรร่าพูดพลางหัวเราะ

ใครว่าไม่มีล่ะ! มีซิ!” วิลเลี่ยมตอบ 

ออโรร่าหัวเราะค้างหันมองวิลเลี่ยมแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

มี...แต่เกือบสูญพันธุ์แล้ว  เปกาซัสหายากกว่ายูนิคอนสีขาวซะอีกเจมส์ช่วยตอบแทนวิลเลี่ยม

ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากเห็นตัวจริงนะ...โดยเฉพาะยูนิคอนออโรร่ายังคงมองภาพยูนิคอน  และนึกฝันไปไกลเห็นภาพตัวเองนั่งอยู่บนหลังยูนิคอนสีขาวงามสง่า  กลางทุ่งหญ้าเขียวขจี

แน่นอนจ๊ะ  ถ้ามีโอกาสฉันจะพาเธอไปแน่ชาร์ลีนพูด  ออโรร่ายิ้มรับพลางเปิดสมุดภาพดูสัตว์อื่นๆไปตลอดทาง

...............................……………...................

เดินมาครู่หนึ่งก็ถึงตรอกบริเวณที่ตั้งของร้านพลองซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่นกว่าส่วนอื่นๆที่ผ่านมา  ที่นี่มีร้านขายพลองมากมาย  ทั้งร้านขนาดเล็ก  ขนาดใหญ่  นอกจากนี้ยังมีร้านที่ทำด้านการประดิษฐ์ประดับประดาด้ามพลองให้สวยงาม  ร้านรับซ่อมแซมพลอง  ร้านรับซื้อพลองเก่า  สถานฝึกอบรมการใช้พลอง  และร้านอื่นๆมากมายที่เกี่ยวกับอาวุธพลอง 

หน้าร้านขายพลองทุกร้านมีตู้กระจกโชว์สินค้า  ซึ่งมีพลองหลายรูปแบบวางโชว์อยู่บนแท่นที่เหมือนแท่นวางกระบี่ของญี่ปุ่น  มีทั้งพลองด้ามเหล็กสีดำสลักลายต่างๆ  พลองอัญมณี  พลองไม้แกะสลักลายดอกไม้หรือรูปสัตว์ต่างๆ  โดยข้างใต้พลองที่โชว์อยู่แต่ละอันมีป้ายบอกราคาและคุณสมบัติของพลองเหล่านั้นติดไว้ด้วย 

 

ราคา  450,000 มาซ

พลองด้ามเพชร หิมะ

สามารถสร้างหิมะได้

เปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นเย็นฉ่ำ

คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อแอร์อีกต่อไป

สร้างบรรยากาศหน้าหนาวที่สุดแสน

โรแมนติกในบ้านได้ด้วยตัวคุณเอง 

 

แต่พวกเขาเดินผ่านร้านพลองที่หรูหราเหล่านี้ไป  มาถึงจัตุรัสแห่งหนึ่ง  กลางจัตุรัสมีบ่อน้ำพุสี่เหลี่ยมซึ่งมีรูปปั้นบรอนด์สีดำชายหญิงถือพลองในท่าเตรียมต่อสู้ยืนหันหลังชนกันอยู่ตรงกลาง  มีน้ำพุผุดอยู่รอบๆ  โดยน้ำพุที่พุ่งขึ้นมานี้ไม่สามารถกำหนดทิศทางกับความแรงของน้ำได้  มันจึงดูเหมือนเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะเข้าทำอันตรายรูปปั้นมนุษย์ชายหญิงตรงกลางนั้น  รอบจัตุรัสมีร้านพลองอีกมากมาย  แต่ร้านบริเวณนี้ดูเก่าแก่และเล็กกว่าร้านที่ผ่านมา

วิลเลี่ยมเดินนำไปที่ร้านหนึ่ง  ซึ่งแม้จะซอมซ่อแต่เด่นสะดุดตามาก  เนื่องจากร้านนี้ฝ่าฝืนกฏที่อาคารต้องทำจากอิฐสีส้มแดง  เพราะเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง  และหน้าร้านก็ไม่มีตู้โชว์สินค้าเหมือนร้านอื่น  ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อร้าน  มีแต่เพียงประตูไม้ที่มีช่องกระจกครึ่งบานเป็นทางเข้าเท่านั้น 

เมื่อทุกคนเข้ามาในร้าน  เจ้าของร้านซึ่งเป็นหญิงแก่  ผอม  รวบผมมวย  ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว  กระโปรงยาวสีเทา  มีผ้าคลุมไหล่สีเทามอซอ  สวมแว่นตา  ท่าทางดุ  เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกหลังเคาเตอร์ไม้ที่เริ่มผุกร่อนจากการถูกปลวกกัดกิน  เธอลุกขึ้นกล่าวทักทายทุกคน

สวัสดี...เด็ก  เด็ก  ต้องการซื้อพลองอันใหม่รึจ๊ะ?”  หญิงแก่ทักทายอย่างใจดีผิดกับท่าทางที่ดูดุของแก

คุณยายคาร่า  สวัสดีค่ะ  ชาร์ลีนทักตอบคุณยาย  และทุกคนก็สวัสดีด้วย

อ้อ....เสียงนี่  หนูชาร์ลีน  เจมส์  แล้วก็วิลเลี่ยมซินะ  คุณยายที่ตาไม่ค่อยดีเดินออกมาช้าๆจากหลังเคาเตอร์  เข้ามาหาทุกคนและมองดูใกล้ๆ  นี่คงเป็นแม่หนูออโรร่า  คุณยายหยุดยืนตรงหน้าออโรร่า  พลางใช้มือที่สั่นเทาเพราะความชราจับที่ต้นแขนออโรร่า

เรามาหาซื้อพลองให้ออโรร่าค่ะชาร์ลีนบอกกับคุณยาย

จ๊ะ...จ๊ะ...ชาร์ลบอกฉันแล้ว  โจนาธานกับเฮนรี่ก็ย้ำให้ฉันเลือกอันที่ดีที่สุดให้  คุณยายตอบอย่างรำคาญ  เรียกชื่อบิดาของทั้งสามอย่างสนินสนมโดยไม่สนใจฐานะของพวกเขา  ไม่เว้นแม้แต่กษัตริย์เฮนรี! 

หนูอยากใช้พลองแบบไหนล่ะจ๊ะ?” คุณยายหันไปถามออโรร่า

เอ่อ....  ออโรร่าคิดไม่ออก  ตั้งแต่เธอรู้จักพลองครั้งแรกจากการอธิบายพร้อมสาธิตของชาร์ลีน  เธอก็ได้แต่คิดอัศจรรย์ใจกับความวิเศษของมัน  แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมีมันด้วย  และถ้ามีจะใช้แบบไหน

ผมว่า...ต้องใช้ตัวช่วยแล้วล่ะ   วิลเลี่ยมพูดทำลายความเงียบ  หลังจากทุกคนทนรอออโรร่าคิดอยู่นาน

แหม! วิลจ๊ะให้ออโรร่าคิดอีกหน่อยดีกว่านะ  ชาร์ลีนพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอน 

ออโรร่าหันมองทั้งสอง  ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า  เธอรู้สึกว่าน้ำเสียงของชาร์ลีนไม่ได้มีแต่เพียงการขอร้องวิงวอนเท่านั้นแต่มันมีความกลัวแฝงอยู่ด้วย  และวิลเลี่ยมดูจะรู้ดีที่สุด

กลัวอะไรล่ะ! พลองทดสอบน่ะดีที่สุดแล้ว  ทั้งฉัน  เจมส์  และเธอด้วย  เพราะเราจับพลองทดสอบถึงได้พลองที่มีพลังเหมาะสมกับเราที่สุด  จำไม่ได้เหรอ?  ตอนนั้นเธอดื้อดึงไม่กล้าจับมัน  แล้วเลือกเอาพลองพลังน้ำเหมือนน้าโรวีน่า  ฝึกใช้แทบตายก็คุมมันตามใจนึกไม่ได้  สุดท้ายก็ต้องมาจับพลองทดสอบถึงรู้ว่าเธอเหมาะกับพลังลม  วิลเลี่ยมพูดดุๆกับชาร์ลีน

ก็...แหม!  มัน...มัน..เจ็บมากนี่ชาร์ลีนพูดเสียงเบา

เอาล่ะ! เอาล่ะ! เด็กๆ ไปที่ชั้นบน  ให้หนูออโรร่าได้จับพลองทดสอบกันเถอะจ๊ะคุณยายตัดบท

ทั้งหมดเดินขึ้นบันไดไม้แคบไปที่ชั้นสามซึ่งเป็นชั้นบนสุด  เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นพลองที่มีลำแสงสีฟ้าสว่างกับด้ามจับเป็นแก้วผลึกสีฟ้าใสปักอยู่ในฐานแก้วทรงกระบอก  มันส่องแสงสีฟ้าขาวนวลตาสว่างโดดเด่นอยู่กลางห้องที่มืดมิด

วิลเลี่ยมเดินไปถึงกลางห้องก่อนใคร คุณยายครับ  ผมขอจับมันอีกครั้งได้มั้ยครับเขาถามโดยไม่หันกลับมามอง

ได้ซิจ๊ะคุณยายอนุญาต

วิลเลี่ยมใช้สองมือดึงด้ามพลองขึ้นมาจากฐานแก้ว  ลำแสงสีฟ้าใสที่ปลายพลองหายไป  กลายเป็นกระแสไฟฟ้าไหลเวียนทั่วร่างวิลเลี่ยม...เขาถูกไฟฟ้าแรงสูงช๊อต!!

...............................……………...................

 

ให้ตายเหอะ...วิลเลี่ยม!  นายจะหาเรื่องเจ็บตัวไปถึงไหน!?

อ้าว...เธอน่ะแหละยัย ‘St. Pisces’ เขียนให้ฉันเจ็บตัวอยู่เรื่อย!” วิลเลี่ยม  ตัวละครผมทอง  หน้าหล่อของฉันเถียงทันควัน

แน่ะ! ยังมาว่าฉันอีก  เดี๋ยวปั๊ด! ตอนหน้าก็เขียนให้ตายซะเลย

เชอะ! กลัวที่ไหน ว่าแล้ววิลเลี่ยมก็เชิดหน้า  กอดอก  เดินหนีไป

 

เป็นตัวละครจอมหาเรื่องเอาแต่ใจ  แต่ก็สร้างสีสันให้กับเรื่องดีนะคะ J

ตอนหน้ามาติดตามกันต่อค่ะว่าวิลเลี่ยมจะเป็นยังไง

ออโรร่าจะได้พลองใหม่เป็นพลังแบบไหน

ติดตามกันได้วันศุกร์ที่ 14 เมษายน นะคะ

ปกติต้องอัพวันเสาร์แต่ต้องไปต่างจังหวัดน่ะค่ะ  เลยอัพวันศุกร์แทน

อ่านสนุกช่วยกันโหวต  โพสวิจารณ์ติชม  เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ

ขอบคุณค่ะ J

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น