CLEMENCY

ตอนที่ 59 : ระฆังเงิน 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 พ.ค. 50



 

ออโรร่าตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือวิลเลี่ยมดังขึ้นที่ข้างหมอน  เธอหยิบมันขึ้นมาเพื่อกดปิด  และพบข้อความที่เขาทิ้งไว้ให้

ฉันออกไปซื้ออาหารเช้า  ตื่นแล้วทำธุระให้เสร็จก่อนฉันกลับมา

หึ หึ หึ ออโรร่าหัวเราะเบาๆกับข้อความคำสั่งนั้น  พลางนึกขอบคุณวิลเลี่ยม  ทั้งดีใจที่จะได้ทานอาหารเช้า  เพราะตอนนี้เธอหิวจนแสบไส้ไปหมด 

จากนั้นเธอก็รีบลุกจากเตียง  เข้าห้องน้ำทำธุระโดยไวตามข้อความคำสั่งนั้น

...............................……………...................

ห้ามบอกใครว่าเมื่อคืนเรานอนห้องเดียวกัน...เด็ดขาด!! วิลเลี่ยมกำชับออโรร่า  พลางถลึงตาจ้องบังคับให้เธอตอบรับ  ขณะทั้งคู่กำลังจะออกจากห้องพัก

ออโรร่าจำต้องพยักหน้ารับคำ  แม้ในใจจะคัดค้าน  เพราะคิดว่าการโกหกจะยิ่งทำให้เรื่องเลวร้ายขึ้น

ส่วนวิลเลี่ยมเมื่อได้คำตอบรับที่พอใจ  ก็เดินนำออกไปก่อน  และจัดการเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม ณ เคาน์เตอร์กับพนักงานคนเดิม  จากนั้นทั้งคู่ก็รีบออกจากตรอกแคบๆ มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่

ยิ่งใกล้ถนนใหญ่  เสียงจอแจก็ยิ่งทวีคูณให้ได้ยิน  เป็นเสียงผู้คนทั้งมนุษย์  และมนุษย์พิเศษที่ต่างจับจองพื้นที่ริมฟุตบาทสองฟากถนนอันกว้างใหญ่  เพื่อร่วมฉลองต้อนรับขบวนแห่เจ้าสาวจากต่างแดนที่จะเคลื่อนขบวนผ่านไปสู่สถานที่จัดพิธีอภิเษก ณ วิหารหลวง

วิลเลี่ยมคว้าแขนออโรร่ามาจับไว้มั่นทันทีที่ก้าวสู่ฟุตบาทริมถนน  ซึ่งแออัดไปด้วยฝูงชน  ด้วยเกรงว่าอาจพลาดพลั้งพลัดหลงกัน  แล้วพาเธอพยายามแหวกทางมุ่งหน้าสู่จุดนัดหมายอย่างเร่งรีบ

ฝูงชนมากมายทั้งมนุษย์กับมนุษย์พิเศษที่แน่นขนัดอยู่ในมหานครเฮฟเว่น  เมืองหลวงสีส้มของมนุษย์ที่มนุษย์พิเศษมิกล้าย่างกรายมาเยือนในยามปกติ  ยามนี้ช่างดูขัดตาขัดใจวิลเลี่ยมยิ่ง  ทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาตื่นตัวเฝ้าระวังภัย

แม้อีกใจจะค้านว่านี่เป็นนิมิตรหมายอันดี  บ่งถึงการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง  สู่ยุคที่มนุษย์กับมนุษย์พิเศษสามารถอยู่ร่วมกันโดยสันติมิแบ่งแยกเผ่าพันธุ์อีกต่อไป  ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคน  รวมทั้งตัวเขา  เจมส์  และฮาเวิร์ดคาดหวัง  ทว่าใจเขาก็ไม่อาจสงบลงได้  ลางสังหรณ์ถึงสิ่งเลวร้ายดูจะรุนแรงขึ้นทุกนาทีที่ผ่านไป 

เขากวาดตามองไปยังดาดฟ้าตึกตรงข้าม เมื่อหยุดพักหอบหายใจ  รู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังภัยอยู่ด้านบนทุกตึก  และนอกจากตำรวจที่ยืนเป็นกำแพงแถวหน้าอยู่ริมถนนด้านนอกทั้งสองฟาก  เพื่อคอยกันคลื่นประชาชนที่อาจหลั่งไหลสู่ถนนกีดขวางขบวนเสด็จ  เขาก็สังเกตว่ามีทหารตำรวจทั้งในหรือนอกเครื่องแบบเฝ้าระวังปะปนอยู่ในฝูงชนด้วย

งานอภิเษกต้องดำเนินไปอย่างราบรื่นแน่นอน ออโรร่าพูดขึ้น  ด้วยตระหนักดีถึงความห่วงกังวลในจิตใจวิลเลี่ยม  ทั้งเธอก็หวังให้งานอภิเษกผ่านพ้นไปด้วยดีเช่นกัน

วิลเลี่ยมหันมาส่งยิ้มตอบ  แล้วพาเธออกก้าวเดินอย่างรีบเร่งอีกครา...

...............................……………...................

ทำไมนายถึงมาช้าขนาดนี้!! เมซีเน่ส่งเสียงดุทันทีที่เห็นหน้าวิลเลี่ยม

ฉันไม่ได้มานอนรอที่จุดนัดพบสบายๆเหมือนพวกเธอนี่ วิลเลี่ยมตอกกลับหน้าตาเฉย

ขณะเจมส์ที่มาถึงก่อนหน้า  และแต่งตัวไปก่อนจนเกือบเสร็จแล้ว  โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวที่ยังไม่ได้กลัดกระดุมบนอีกเพียงเม็ดเดียว  มายืนรอรับวิลเลี่ยมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  ด้วยเวลาเหลือน้อยเต็มที

อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยฮะ  ปล่อยวิลเลี่ยมกับออโรร่าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ  เรือเจ้าสาวใกล้จะเทียบท่าแล้ว  เราไม่มีเวลาแล้วนะฮะ จินเข้ามาช่วยพูดเร่ง  หยุดการสนทนาของคู่กัดที่อาจบานปลายกลายเป็นเหตุวิวาทได้ทันท่วงที  จินแต่งตัวใกล้เสร็จแล้วเช่นกัน  เหลือเพียงสวมสูททับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในเท่านั้น

ลูฟี่กับออตโตซึ่งสวมเชิ้ตแบบเดียวกัน  รีบมาช่วยคว้าแขนวิลเลี่ยมคนละข้างลากเข้าห้องไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้บอก  ตามติดด้วยจินกับเจมส์  และทั้งหมดก็ปิดประตูเข้าห้องไป

เฮ้อ... เมซีเน่ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย  แล้วหันมาส่งยิ้มให้ออโรร่า เราก็ต้องรีบแต่งตัวเหมือนกัน เธอว่า  แล้วเดินนำออโรร่าเข้าห้องตรงกันข้าม

...............................……………...................

เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง ออตโตโพล่งถามเสียงดัง

ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรใช่มั้ย ลูฟี่ส่งเสียงแข่งแย่งยิงคำถาม  สีหน้ากังวล

วิลเลี่ยมดูแลออโรร่าดีรึเปล่าฮะ จินเอ่ย  อย่างนึกเป็นห่วงเพื่อนสาว

ทว่าคำถามเหล่านี้กลับยิ่งทวีความหงุดหงิดแก่วิลเลี่ยม  จนเขาเผลอตะโกนออกไปเสียงลั่น ทำไมพวกนายไม่ถามกันตรงๆเลยล่ะ...ว่าเมื่อคืนฉันกับออโรร่ามีอะไรกันรึเปล่า!!

เป็นคำถามที่จี้ตรงใจทั้งคนถาม  และผู้ถูกถาม  จิน  ลูฟี่  ออตโตอึ้งเงียบไปทันที  ส่วนวิลเลี่ยมหน้ามุ่ยเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว 

มีเพียงเจมส์เท่านั้นที่แอบยิ้มอยู่เพียงลำพัง  หน้ากระจกบานใหญ่  ขณะจัดเนคไทด์ให้เข้าที่

ห้องเงียบสงบหลายนาที  ก่อนความตึงเครียดจะปะทุขึ้นอีกรอบ  เมื่อวิลเลี่ยมแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำ  แล้วมุ่งหน้าสู่ประตูห้องพักหมายออกไปจากห้องทันทีโดยไม่ตอบคำถาม 

ทว่าเพื่อนๆที่รอรับฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากวิลเลี่ยม  หวังให้อธิบายให้กระจ่างแจ้ง  รีบมาดักหน้าขวางทางเขาไว้ก่อน  และต่างตีสีหน้าเคร่งขรึมคาดคั้น

วิลเลี่ยมพยายามส่งสายตาดุสู้  แต่ก็ไม่อาจต้านทานความอยากรู้อยากเห็นของผองเพื่อน  ซึ่งไม่แม้แต่จะรู้สึกหวาดเกรงหรือหลบสายตา  เขาจึงหันไปเล่นงานเจมส์  ผู้วางแผนให้เขาต้องวุ่นวายหงุดหงิด

ทำไมนายถึงจองที่พักแค่ห้องเดียว วิลเลี่ยมกัดฟันถาม  อย่างพยายามอดกลั้นข่มอารมณ์

เจมส์ยิ้มเพียงเล็กน้อย  ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นจริงจัง  และตอบคำถาม นายจะได้ดูแลระวังความปลอดภัยให้ออโรร่าได้อย่างใกล้ชิด

วิลเลี่ยมอึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ  ซึ่งไม่อาจโต้แย้งใดๆได้

จิน  ออตโต  ลูฟี่จับตามอง  คอยฟังการสนทนาของทั้งคู่อย่างใจจดใจจ่อ

ปึง! ปึง!  ปึง! เสียงทุบประตูห้องดังลั่น  ตามด้วยเสียงตะโกนเร่งจากเมซีเน่

เสร็จกันรึยัง  ไม่มีเวลาแล้วนะ...รีบออกมาซะที!!

ห้าหนุ่มหันมองที่ประตูเป็นตาเดียว  ทว่ายังไม่มีใครขยับก้าวออกจากห้องจนกว่าจะไขข้อกังขาได้หมดสิ้น

ฉันกับออโรร่าเป็นเพื่อนกัน...ไม่ได้มีอะไรกันทั้งนั้น วิลเลี่ยมตอบด้วยสีหน้าเฉยชา  ก่อนจะแหวกทางเพื่อนทั้งสามที่ขวางหน้า  แล้วกระชากประตูเปิดเดินออกจากห้องไป

จิน  ออตโต  ลูฟี่พยักหน้า  แล้วหันมองหน้ากัน  ต่างส่งสายตาเศร้าหมองให้แก่กัน  ด้วยรู้สึกผิดที่คิดอกุศลกับวิลเลี่ยม  ทั้งยังเป็นความคิดที่ไม่ให้เกียรติออโรร่า  ทั้งสามจึงตัดสินใจปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ให้เมซีเน่รู้  และไม่พูดถึงอีก  ขณะเดินตามวิลเลี่ยมออกจากห้องไป

นายรู้ใจตัวเองแล้วใช่มั้ย...ว่าคิดยังไงกับออโรร่า...รู้แล้วซินะว่านายควรหักห้ามใจ...ถึงฉันอยากให้นายมีความสุข...แม้เพียงระยะเวลาอันสั้น...แต่ในอนาคตที่ออโรร่าอาจต้องจากไป...กลับไปมิติของเธอ...นายจะได้เผื่อใจ...สำหรับความเจ็บปวด เจมส์คิด  นัยน์ตาสีเทาหมองหม่น  ทอดสายตามองวิลเลี่ยมอย่างสงสาร  แล้วเดินออกจากห้องพักเป็นคนสุดท้าย

...............................……………...................

ที่โถงทางเดินหน้าห้อง  จิน ลูฟี่  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งออตโต  กำลังตะลึงงันในความงามของเทพธิดา...

แม้ใบหน้านวลนั้นกำลังโกรธขึ้ง  ทว่ากลับยิ่งขับให้งามเฉี่ยวคมเด่น  ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมตรงสลวยสีนิลยาวถึงกลางหลัง  คาดทับด้วยเครื่องประดับเพชรเม็ดเล็ก  เรียวคิ้ว  แพขนตายาวงอน  นัยน์ตาดุสีเดียวกัน  ทั้งแต่งแต้มสีสันอ่อนๆโทนชมพูระเรื่อที่เปลือกตา  ริมฝีปาก 

รับกันกับชุดแซกกระโปรงบานผ้าบางยาวพลิ้วถึงเข่าสีชมพูที่คอปาดกว้าง  แขนสั้นเผยไหล่มน  และคอดเข้ารูปบริเวณอกเอวเน้นสัดส่วนที่งดงาม  เสริมด้วยสร้อยเพชรเส้นเล็กที่คอ  เข้าคู่กับต่างหูระย้าคู่งาม  แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนที่ประสบพบเธอ  คิดประหวัดไปว่าเธอคือเทพธิดากลับกลายเป็นผิวขาวเปล่งปลั่งชมพูระเรื่อ  และปีกกว้างสีขาวที่กลางหลัง

แต่ ณ ที่นี้มิได้มีเพียงเทพธิดา  ยังมีสองเทพบุตรรูปงามที่ดึงดูดความสนใจ 

เช่นกัน  เมซีเน่ไม่อาจละสายตาจากสองพี่น้องเฮอร์เรียตนับแต่เสี้ยวนาทีแรกที่พบ  ทั้งคู่โดดเด่นหล่อเหลาปานเทวาในชุดสูทสีนิล  คนหนึ่งผมดำหวีเรียบ  นัยน์ตาสีเทา  บุคลิกสุขุม  อีกคนผมทองพลิ้วธรรมชาติ  นัยน์ตาสีน้ำเงิน  ซึ่งขณะนี้ที่เขามิเอ่ยวาจากวนโมโห  ช่างงามสง่ามีเสน่ห์ดึงดูดใจ

ไม้เว้นแม้แต่จินกับลูฟี่ที่ดูดีขึ้นผิดตาในชุดสูทแบบเดียวกัน  หรือออตโตที่คมเข้ม  สูงสง่าชวนใหลหลง

ทว่าเพียงครู่เท่านั้น  ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก  และออโรร่าเดินออกมา  ก็หยุดทุกสายตา  รวมทั้งเมซีเน่ให้จับจ้องตะลึงงัน

อีกหนึ่งความงาม  เทพธิดาที่งามล้ำแม้ไร้ปีก  ที่ดับอารมณ์ขุ่นมัวจากนัยน์ตาสีน้ำเงินของวิลเลี่ยม  และหยุดทุกสายตาให้หันมองไม่เว้นแม้เพศเดียวกัน  เพิ่งเดินออกมาจากห้องพัก

ใบหน้าเนียนใสงามหมดจด  แต่งแต้มสีชมพูอมส้มเพียงอ่อนๆ รับกับเรือนผมตรงยาวสลวยถึงกลางหลัง  ทั้งเรียวคิ้วโก่งงาม  แพขนตายาวงอนสีน้ำตาลแดง  นัยน์ตาน้ำตาลสดใส  และริมฝีปากบางทาลิปชมพูอมส้ม 

สีสันดุจเดียวกับชุดแซกกระโปรงผ้าบางพลิ้วยาวเพียงเข่าสีส้มอ่อน  ที่เผยลำคอระหง  ไหล่มนขาวกลมกลึง  เรียวแขนงาม  ด้วยผ้าซีทรูคอปาดกว้าง  ดีไซน์ให้คอดเน้นรูปร่างอันงดงามอย่างลงตัว  ทั้งเสริมความโดดเด่นขับผิวขาวอมชมพูให้งามปลั่ง

เอ๊ะ! ขาดอะไรไปนะ เมซีเน่จ้องมองความงามของออโรร่าอย่างชื่นชม  แต่กลับรู้สึกเหมือนขาดบางสิ่งบางอย่างไป รองเท้าเหรอ...ไม่...คัดชูสีขาวส้นสูงเข้ากันดีแล้ว เธอจึงก้มลงมองตัวเอง  เพื่อพินิจเปรียบเทียบ  และก็ได้รับรู้ถึงบางสิ่งที่ขาดไป

ออโรร่า...ทำไมไม่ติดกิ๊ปที่ฉันวางไว้ให้ล่ะ  สร้อยคอกับตุ้มหูด้วย เมซีเน่ว่า  ขณะเข้ามาประชิดตัวออโรร่า  แล้วลากแขนกลับเข้าประตูห้องที่เปิดอยู่

อย่าเลย...ไม่จำเป็นหรอก ออโรร่าค้าน  ไม่ใช่เพราะรำคาญที่จะต้องสวมใส่เครื่องประดับ  แต่เกรงใจด้วยรู้ถึงมูลค่าเครื่องประดับเหล่านั้นดี

ไม่ได้...เธอต้องใส่  ในฐานะผู้ร่วมขบวนพระญาติเจ้าสาว  ถ้าเธอไม่ใส่จะทำให้เราขายหน้านะ เมซเน่ดุ  พลางติดกิ๊ปมุกเม็ดเล็กที่เรียงกันสามเม็ดเป็นแนวตรงเข้าที่ขมับซ้ายออโรร่า  จากนั้นก็ช่วยสวมสร้อยไข่มุกให้ที่คอ

พวกหนุ่มๆยืนมองสองสาวอย่างเงียบกริบ  ด้วยความคิดคำนึงชื่นชมที่แตกต่าง 

ออตโตเอาแต่จ้องมองเมซีเน่ทุกอิริยาบถ  มิอาจละสายตาจากเธอแม้วินาที  ด้วยอยากซึมซับภาพความงามตราตรึงไว้ในใจ

เฉกเช่นวิลเลี่ยม  ที่แม้สายตาเฝ้ามองเพียงออโรร่า  ทว่าในใจกลับเจ็บปวด  ด้วยรู้ดีว่าความรักที่ทวีก่อกำเนิดนั้นควรหักห้ามใจ

มีเพียงจินกับลูฟี่ที่เฝ้ามองสองเทพธิดาด้วยความรู้สึกชื่นชมยินดีอย่างสบายใจ

ส่วนเจมส์กลับคิดถึงชาร์ลีน  ซึ่งมิได้อยู่ ณ ที่นี้  ด้วยเธอมีหน้าที่เล่นเปียโนอยู่ที่งานอภิเษกในวิหารหลวง

เอาล่ะ...พร้อมแล้ว...ไปกันเถอะ เมซีเน่พูด  หลังจัดการใส่เครื่องประดับให้ออโรร่าได้สำเร็จ

เดี๋ยว! บัตรเชิญล่ะ วิลเลี่ยมโพล่งขึ้น  ก่อนทั้งหมดจะออกจากห้องสูทภายในโรงแรมหรู  ซึ่งเป็นที่พักของคณะพระญาติเจ้าหญิงเอลีย่าที่มาก่อนบางส่วน  เพื่อเตรียมการต้อนรับในฝั่งนครเฮฟเว่น

ลืมไปเลย... เมซีเน่พึมพำตอบ  สาวเท้ากลับเข้าห้องอีกครั้งอย่างเร่งรีบ  กระชากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเปิดออก  นำการ์ดสีชมพูใสออกมาแจกจ่ายให้ทุกคน

ขาดการ์ดนี่เราได้ชวดร่วมงานกันพอดี ลูฟี่บ่น  ขณะรับการ์ดมาติดไว้กับอกเสื้อ

ส่วนออโรร่ารับมาพิจารณาอย่างสนใจ 

การ์ดสีชมพูใสนี้เป็นประกายงดงาม  ด้านหลังผิวขรุขระเล็กน้อยเพื่อนำมาใช้ติดเข้ากับเสื้อผ้า  ดังที่เธอเห็นเพื่อนๆติดมันเข้ากับเสื้อบริเวณหน้าอก  เมื่อเธอลองติดเข้ากับชุดแซกผ้าซีทรูของเธอบ้าง  ก็พบว่ามันติดแน่นสนิท  โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดเลื่อนหายแต่อย่างใด

ออโรร่ายังสังเกตเห็นว่าด้านหน้าบัตรของแต่ละคน  นอกจากชื่อเจ้าของบัตรแล้ว  มีปุ่มบางๆอยู่ที่มุมขวาล่างซึ่งแนบสนิทแทบเป็นเนื้อเดียวกัน

เธอกำลังนึกสงสัยว่าปุ่มนี้คืออะไร  ก็พอดีวิลเลี่ยมกดปุ่มนี้  ขณะเดินตามทุกคนเข้าลิฟท์ที่สุดระเบียงทางเดินเพื่อลงไปสู่โถงล๊อบบี้โรงแรม

ทันทีที่สัมผัสปุ่ม  จอภาพโฮโลแกรมขนาดเล็กที่พื้นหลังเป็นแสงสีขาวใสก็ปรากฎอยู่เบื้องหน้าเจ้าของบัตร  แล้วตารางกำหนดการพิธีอภิเษกก็ค่อยๆฉายชัดขึ้นช้าๆ

 

 

กำหนดการพิธีอภิเษกสมรส

มกุฎราชกุมารี เอลีย่า  เอนลิล  แห่งสาธารณรัฐปิรุส

กับ

มกุฎราชกุมาร  ฮาเวิร์ด  วินแฮล์ม  แห่งสาธารณรัฐเมอซี

7  กุมภาพันธ์  2xxx


05.00  น.               ผู้แทนพระองค์แห่งสาธารณรัฐเมอซี  พร้อมขบวนเรือเครื่องสินสอดทองหมั้นหลวง  เคลื่อนออกจากท่าเรือเมืองซีดาน (เมืองท่าติดกับมหานครเฮฟเว่น)               

06.00  น.                ขบวนเรือเครื่องสินสอดทองหมั้นหลวง  เทียบท่า ณ สาธารณรัฐปิรุส

07.00  น.               ส่งเสด็จเจ้าหญิงเอลีย่าขึ้นขบวนเรือพระที่นั่ง  เคลื่อนสู่สาธารณรัฐเมอซี

08.00  น.               ขบวนเรือพระที่นั่งเจ้าหญิงเอลีย่า  เทียบท่า ณ เมืองซีดาน 

เจ้าชายฮาเวิร์ดรับเสด็จ

ผู้แทนประชาชนแห่งสาธารณรัฐเมอซีเข้าเฝ้า  ถวายการต้อนรับ
08.30  น.               เคลื่อนขบวนเสด็จเจ้าหญิงเอลีย่า  และเจ้าชายฮาเวิร์ด  สู่วิหารหลวง ณ มหานครเฮฟเว่น

09.30 น.               พิธีอภิเษกสมรสทางศาสนา    วิหารหลวง

10.30 น.               เคลื่อนขบวนเสด็จเจ้าหญิงเอลีย่า  และเจ้าชายฮาเวิร์ด  สู่พระราชวัง

11.30 น.               เจ้าหญิงเอลีย่า  และเจ้าชายฮาเวิร์ด  เข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระราชาเฮนรี  และสมเด็จพระราชินีโซเฟีย

                                พิธีต้อนรับพระสุณิสา (สะใภ้)

15.00  น.               ข้าราชบริพารเข้าเฝ้าถวายพระพรยินดี

18.00  น.               งานเลี้ยงฉลองพิธีอภิเษกสมรส

21.00  น.               พิธีส่งเสด็จสู่เรือนหอ

 

 

ออโรร่าลองนำการ์ดตนมากดปุ่มดูหมายกำหนดการบ้างอย่างสนอกสนใจ  ขณะทั้งหมดหยุดอยู่ที่ล๊อบบี้  เธอพบว่าปุ่มนั้นทำหน้าที่เหมือนเม้าท์  คือเมื่อสัมผัสนิ้วลงบนปุ่มจะปรากฎลูกศรเล็กๆหน้าจอโฮโลแกรม  ที่สามารถใช้นิ้วคลึงปุ่มให้ลูกศรนั้นเลื่อนไปรอบๆจอ  และดับเบิ้ลคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของพิธีการเพิ่มเติมได้  ซ้ำยังเลือกชมการถ่ายทอดสดพิธีผ่านอินเตอร์เน็ต ณ จุดต่างๆได้อีกด้วย

ยอดเลยใช่มั้ยฮะ...ออโรร่า จินชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยจากด้านหลัง

ออโรร่ายิ้มให้นิดหนึ่ง  แล้วครางตอบเบาๆ อืม... ด้วยยังสนอกสนใจในจอโฮโลแกรมเหนือการ์ดสีชมพูใบสวยโดยไม่วางตา

เสียดาย...ที่หลังงานเลิกการ์ดใบนี้จะไม่มีภาพถ่ายทอดสดให้ดูอีก  เหลือแต่ภาพถ่ายงานพิธีให้ดูนิดหน่อยเท่านั้น ลูฟี่เข้ามาร่วมวงสนทนา

ห่างออกไป  เมซีเน่กำลังคุยถึงกำหนดการต่างๆกับหัวหน้าคณะผู้จัดพิธีฝ่ายสาธารณรัฐปิรุส  เขาเป็นชายมนุษย์ผสมซึ่งมีใบหน้าเป็นช้าง  มีปีกเป็นพังพืดเหมือนค้างคาว  ค่อนข้างสูงวัยโดยเห็นได้จากรอยย่นรอบดวงตา  แม้จะร่างอวบอ้วนก็ตามที

ข้างกันคือเลขาสาวมนุษย์ไก่เผือก  ซึ่งกำลังจดบันทึกคำสั่งต่างๆจากเจ้านาย  และเจ้าหญิง  ทั้งเธอยังเป็นผู้นำคำสั่งไปถ่ายทอดดำเนินการแก่เจ้าหน้าที่ระดับล่างอีกทอดหนึ่ง  โดยคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณรัฐปิรุสทั้งหมดนี้จะสวมสูทสีน้ำตาลเข้ม

...นี่เป็นการ์ดที่ใช้เทคโนโลยีก้าวล้ำกว่าการ์ดทั่วไปเลยนะฮะ  แล้วก็คงใช้งบสูงทีเดียว  ถึงจะแจกเฉพาะแต่แขกสำคัญก็เถอะฮะ จินยังเอ่ยชื่นชมการ์ดไม่ขาดปาก  นัยน์ตาสีนิลเป็นประกายทึ่งสุดขีด

นายเป็นอะไรรึเปล่าวิลเลี่ยม...เงียบไม่พูดไม่จาเลย ออตโตถามอย่างเป็นห่วง  เมื่อสามารถสะกดใจให้เลิกเอาแต่จ้องเมซีเน่ได้ซะที

คำถามจากออตโตสะกิดใจให้ทุกคนรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดกับวิลเลี่ยมขึ้นทันที  ด้วยนิสัยวิลเลี่ยมที่สนใจเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีต่างๆ  การนิ่งเฉยไม่ร่วมวิพากษ์วิจารณ์การ์ดที่ทำขึ้นโดยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจึงเป็นเรื่องผิดวิสัยอย่างยิ่ง

วิลเลี่ยมก็แปลกใจที่จู่ๆออตโตถามขึ้น  ทว่าคำถามกับสายตาเพื่อนๆที่ล้วนทอดมองมาด้วยความห่วงใย  มิอาจทำให้ความกระวนกระวายในจิตใจเขาสงบลงได้  ลางสังหรณ์ถึงภยันตรายดูจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ  แจ่มชัดจนเหมือนมันอาจอุบัติขึ้นได้ทุกวินาที

แม้เจมส์ก็รู้สึกได้เช่นเดียวกัน  เพียงแต่ความสุขุมอันเป็นนิสัยของเขาทำให้ไม่มีใครทันสังเกต

ท่านพ่อของพวกเธอเป็นผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย...เชื่อในตัวท่านซิ ออโรร่าที่เข้าใจดีถึงความกังวลของสองพี่น้องเฮอร์เรียต  เอ่ยพลางยิ้มให้กำลังใจ

เสริมด้วยรอยยิ้มจากลูฟี่กับจิน  และออตโตที่ตบเบาๆลงบนบ่าสองพี่น้องอย่างเข้าใจ

เจมส์กับวิลเลี่ยมจึงยิ้มตอบ  พยายามตัดความกังวลในจิตใจ  แล้วทั้งหมดก็ตามเมซีเน่ที่กำลังโบกมือเรียก  ออกไปขึ้นรถซึ่งจอดรอหน้าโรงแรม

...............................……………...................

แสงแดดแผดจ้า  นภากระจ่างแจ่มใส  แปดนาฬิกาตรงตามหมายกำหนดการ  ขบวนเรือพระที่นั่งเจ้าหญิงเอลีย่า  ประกอบด้วยเรือเดินสมุทรขนาดกลางเป็นเรือประธาน  พรั่งพร้อมด้วยขบวนเรือเล็กของข้าราชบริพาร  ทัพนาวีแห่งสาธารณรัฐปิรุส  ที่ล้วนเป็นสีขาวนับสิบลำ  ประดับธงสัญลักษณ์ราชวงศ์เอนลิล

ตราราชวงศ์เอนลิลเป็นรูปเทวาเทวีสีขาวสยายปีกว้าง  ก้มศีรษะประสานมือภาวนาหันหน้าเข้าหากัน  รองรับด้วยดวงดารากับจันทราสีเงิน  ล้อมกรอบเงินทรงโล่ห์พื้นแดง  เหนือกรอบครอบมงกุฎสามยอดสีเงิน  มีรัศมีฉายโดยรอบสีขาว  ทั้งหมดประทับอยู่บนผืนธงสีเขียวอ่อน

ขบวนเรือนั้นค่อยๆเคลื่อนเทียบท่าอย่างภาคภูมิสมพระเกียรติเจ้าหญิงแห่งสาธารณรัฐปิรุส  สู่เมืองซีดาน  เมืองขนาดเล็กประตูสู่มหานครเฮฟเว่น  แห่งสาธารณรัฐเมอซี

เมื่อเรือประธานเทียบท่าจอดสนิท  สะพานเลื่อนซึ่งปูพรมสีทองก็ทอดลงมาช้าๆยังแถวรับเสด็จจากสาธารณรัฐเมอซีที่รออยู่เบื้องล่าง

นำโดยเจ้าชายฮาเวิร์ด  มกุฎราชกุมารผู้งามสง่าดั่งเทพบุตร  ด้วยเรือนพระเกศสีทองหวีเรียบ  พระเนตรสีเทา  ฉลองพระองค์เครื่องแบบจอมพลขาวบริสุทธิ์ 

พรั่งพร้อมด้วยข้าราชบริพาร  คณะทูต  ตั้งแถวรอรับเสด็จสองฟากทางเดินที่ลาดปูด้วยพรมทอง

ไกลออกไปภายนอก  คือชาวเมอซีที่มาเฝ้าชื่นชมพระบารมีอยู่ห่างๆ  ทั้งหมดต่างโบกธงสองราชวงศ์เคียงกัน  และแย้มยิ้มอย่างยินดีปรีดา

ตราราชวงศ์วินแฮล์ม  ประกอบด้วยชายหญิงหันหน้าเข้าหากัน  ต่างทาบมือกับอกซ้ายตนเป็นสีทอง  ล้อมรอบด้วยลายเถาไม้สีเงิน  อยู่ภายในกรอบทรงโล่สีทองพื้นขาว  เหนือกรอบคือมงกุฎเพชรห้ายอด  ด้านล่างประดับกระบี่ไขว้สีเดียวกัน  ขนาบข้างด้วยราชสีห์ทองสุกปลั่ง  ทั้งหมดประทับอยู่บนพื้นธงสีน้ำเงิน

ได้ฤกษ์ยามตามเวลาดี  เจ้าหญิงเอลีย่า  มกุฎราชกุมารีแห่งสาธารณรัฐปิรุส  ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นพิธีสยุมพรจำต้องสละพระยศรัชทายาท  ก็เสด็จพระดำเนินลงมาตามทางเลื่อน

เจ้าหญิงทรงสิริโฉม  ผิวพรรณขาวอมชมพูเปล่งปลั่ง  ปีกสยายกว้างขาวบริสุทธิ์  เรือนพระเกศยาวสลวยสีนิลประดับมงกุฎทองประกอบทับทิม  พระเนตรสีนิลอ่อนโยนเป็นประกาย  รับกับเรียวพระขนงงาม  ริมพระโอษฐ์บาง  ทั้งแต่งแต้มสีสันบนพระพักตร์โทนชมพูแต่เพียงอ่อน  และยิ่งสิริโฉมเปี่ยมบารมีในฉลองพระองค์ประจำชาติขาวบริสุทธิ์ 

อันเป็นเกาะอกซีทรูภูษาบางยาวระพื้น  คาดทับด้วยรัดพระองค์ทองสลักลายวิจิตรประดับทับทิม  พร้อมพรั่งด้วยสร้อยพระศอ  พระกุณฑลระย้าเข้าชุดกัน  แล้วห่มคลุมด้วยแพรไหมสีขาวมันเลื่อมปักลายทองตั้งแต่พระเกศายาวจรดพระบาท

เจ้าหญิงเสด็จลงจากทางเลื่อนอย่างสง่า  พระดำเนินช้าๆมาหยุดหน้าพระพักตร์เจ้าชายฮาเวิร์ด  แล้วทรงคำนับตามประเพณีปิรุส  ด้วยการย่อพระวรกายคุกเข่าขวาลงกับพื้น  สองพระหัตถ์ประสานไขว้แนบพระอุระ  และน้อมพระเกศก้มลงเล็กน้อย

เจ้าชายฮาเวิร์ดทรงถวายคำนับตอบตามประเพณีเมอซีดุจเดียวกัน  ด้วยการโค้งพระเกศลงเล็กน้อย  พระหัตถ์ขวาทาบวางพระอุระซ้าย  และเมื่อเสร็จสิ้นการคำนับทักทาย  พระองค์ก็รีบประคองว่าที่พระชายาให้ลุกขึ้นประทับเคียงข้างกัน

ขอเดชะ  ใต้ฝ่าละอองพระบาท  ข้าพระพุทธเจ้า ไอแซค  คอร์เนอร์รัฐมนตรีกิจการภายในประเทศ  ผู้แทนราษฎรแห่งสาธารณรัฐเมอซี  ขอพระราชทานกราบทูลแทนประชาชนชาวเมอซี  ซึ่งล้วนปิติยินดียิ่งในการเสด็จของพระองค์  ทั้งปลาบปลื้มในพิธีอภิเษกนี้  ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ไอแซค  ผู้แทนคณะต้อนรับแห่งเมอซี  กล่าวทูลด้วยเสียงดังกังวานใส 

เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบนายตำรวจเต็มยศสีน้ำเงิน  ตัดกันกับผมสั้นสีแดงหวีเรียบ  ผิวขาวซีด  ทว่านัยน์ตาสีเทาที่มักสุขุมเย็นชา  เวลานี้กลับเป็นประกายภาคภูมิในหน้าที่อันสำคัญ

เมื่อทรงสดับฟังรายงานการต้อนรับเสร็จสิ้น  สองพระองค์ก็พระดำเนินเคียงกันไปตามพรมทอง  ซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยข้าราชบริพาร  คณะทูตแห่งเมอซี  ที่ต่างโค้งถวายคำนับให้สองพระองค์ทุกย่างก้าวที่เสด็จผ่าน  ทั้งยังมีข้าหลวงแห่งปิรุสเฝ้าตามเสด็จอยู่เบื้องหลังเป็นขบวนยาวอย่างสมพระเกียรติ

สองพระองค์ยังคงมีเวลาเหลือเล็กน้อยให้พักผ่อนพระอิริยาบท  จึงเสด็จยังอาคารรับรองซึ่งปลูกสร้างขึ้นอย่างง่าย ณ ที่นั้น

อาคารสี่เหลี่ยมสองชั้น  แบ่งชั้นล่างเป็นที่รับรองสำหรับคณะชาวเมอซี  ชั้นบนสำหรับคณะชาวปิรุส  และห้องรับรองขนาดใหญ่สำหรับเป็นที่ประทับพักผ่อน  แม้ภายนอกอาคารนั้นเรียบง่าย  เป็นเพียงอาคารปูนมีระเบียงกระจกอยู่ด้านหนึ่ง  แต่ภายในกลับโอ่โถงพรั่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

อัลเฟร็ดกับสองมนุษย์หงส์สาว  องครักษ์คนสนิทของเจ้าชายฮาเวิร์ด  และเจ้าหญิงเอลีย่า  ตามเสด็จสองพระองค์อยู่ไม่ห่างจนมาถึงหน้าห้องพักรับรองบนชั้นสอง

มีเซอร์ไพรส์เล็กน้อยอยู่ในห้องจ้ะฮาเวิร์ด เอลีย่าพูดพลางยิ้ม  ก่อนฮาเวิร์ดจะเปิดประตูเข้าห้องพัก  ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองเมื่ออยู่ลำพังกับคนสนิท

อืม...แต่ผมว่าเซอร์ไพรส์ที่คุณเตรียมไว้ให้คงไม่ทำให้ผมดีใจซักเท่าไหร่…” ฮาเวิร์ดตอบ  ชักสีหน้ายุ่ง  นัยน์ตาสีเทาที่เป็นประกายสดใสตลอดระยะเวลาพิธีที่ผ่านมา  กลับเจือแววรำคาญหงุดหงิดใจ

ว่าแล้ว... ฮาเวิร์ดคราง  ทันทีที่เปิดประตูห้อง  และพบคณะบุคคลคุ้นเคยรออยู่ด้านใน

ปุ้ง!  ปุ้ง!  ปุ้ง!  ปุ้ง!  ปุ้ง!” กรวยกระดาษเจ็ดอันถูกดึงพร้อมกัน  ส่งกระดาษสายรุ้งยาวหลากสี  และเศษกระดาษเงินกระดาษทองให้พวยพุ่งสู่ฮาเวิร์ด  ที่เปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก

ยินดีด้วยฮาเวิร์ด ฮ่า!  ฮ่า!  ฮ่า!” วิลเลี่ยมตะโกนก้อง  ประสานเสียงกับเจมส์  พร้อมรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะสนุกสนาน

ดีใจด้วยเอลี่!!” ส่วนเมซีเน่เอ่ยอวยพรพี่สาว  พร้อมรอยยิ้มกว้าง

ยินดีด้วยกับพิธีแต่งงาน!!” อีกสี่เสียงที่เหลือประสานพร้อมกัน  แม้จิน  ลูฟี่  ออตโตจะกล้าๆกลัวๆในการกระทำเช่นนี้  แต่ก็อดที่จะยิ้มเริงร่า  ประสานเสียงยินดีไปกับออโรร่าไม่ได้

ทำให้คนอื่นวุ่นวายตามหาตลอดคืน  ยังมีหน้ามาเล่นแบบนี้อีก ฮาเวิร์ดดุ  น้ำเสียงเคร่งขรึม  ปั้นสีหน้าจริงจัง  ทว่าไม่อาจซ่อนแววปิติทั้งโล่งใจในดวงตา  ที่เห็นพี่น้องเฮอร์เรียตมาปรากฏตัวอวยพรให้

นิดหน่อยเองน่า...อย่าบ่นนักเลย  เป็นเจ้าบ่าวแล้วเค้าห้ามบ่นไม่รู้รึไง วิลเลี่ยมแกล้งแซว  ขณะทุกคนนั่งลงพักดื่มชากาแฟที่โซฟากลางห้อง

หึ  หึ  หึ  เอามาจากไหนคะวิลเลี่ยม...เจ้าบ่าวห้ามบ่นน่ะ  แล้วเจ้าสาวจะห้ามดุด้วยรึเปล่าคะ เอลีย่าหยอกวิลเลี่ยมกลับแทนว่าที่สวามี  ที่หันมายิ้มให้อย่างถูกใจ

ไม่หรอกครับ...เอ่อ...แต่ถ้าจะดุว่าที่เมซี่มีส่วนในการกระทำของเราล่ะก็...อย่าเลยครับ  ผมกับเจมส์ผิดเอง  เมซี่คัดค้านเราตั้งแต่แรก  แต่เรายังยืนกรานจะทำ  เธอก็เลยจำใจต้องช่วยเราน่ะครับ วิลเลี่ยมพูดพลางยิ้ม  ทว่าจริงจังจากใจ  นัยน์ตาสีน้ำเงินทอดมองเอลีย่ากับเมซีเน่อย่างสำนึกผิดขอโทษ

เอลีย่าเพียงแต่ยิ้มตอบ  กลับเป็นเมซีเน่ที่อดไม่ได้ที่จะต่อปากต่อคำ

ช้าไปแล้วย่ะ  ฉันน่ะถูกเทศนากัณฑ์ใหญ่ไปตั้งแต่เมื่อเช้า  ที่รายงานว่าพวกนายจะมารออยู่ที่นี่แล้ว เมซีเน่ว่า  แล้วเชิดหน้ายกชาร้อนขึ้นดื่ม  แสร้งไม่ใส่ใจ  ทั้งที่ใจจริงรู้สึกขอบคุณที่วิลเลี่ยมพูดเช่นนั้น

เอาเถอะ...ฉันไม่ใช่ผู้ปกครองพวกนาย  คงไม่มีสิทธิ์ตัดสินโทษพวกนายได้  แต่ฉันมีสิทธิ์อย่างหนึ่งในฐานะอาจารย์ของออโรร่า  ว่าไง...เมื่อคืนเจ้าพวกนี้ทำความเดือดร้อนให้เธอรึเปล่า!? ฮาเวิร์ดหันมาถามออโรร่า  นัยน์ตาสีเทาทอดมองอย่างเป็นห่วง 

หากไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าบ่าวต่อหน้าเจ้าสาวในวันแต่งงาน  เขาก็อยากจะโอบกอดปลอบประโลมให้ความอบอุ่นแก่ศิษย์รักเช่นทุกครั้ง

 

ออโรร่าเพียงแต่ยิ้มตอบ  ส่ายศีรษะแทนคำปฏิเสธ  นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องตอบนัยน์ตาสีเทาของอาจารย์ชัดเจนว่าไม่มีอะไรต้องห่วง  พลางรินชาเขียวเย็นเติมใส่แก้วให้

งั้นก็ดีแล้ว ฮาเวิร์ดส่งยิ้มตอบอย่างอบอุ่น  หยิบแก้วชาเขียวที่ศิษย์รักเพิ่งรินให้ยกขึ้นดื่มช้าๆ

เบื้องหลังฮาเวิร์ด  อัลเฟร็ดที่ยืนเคียงกบสองมนุษย์หงส์สาว  จ้องมองออโรร่าด้วยสีหน้าเฉยชา  ทว่าในใจระแวงระวังกับเครื่องดื่มที่ออโรร่ารินให้เจ้านายตน

ในห้องนี้ทุกคนเป็นมิตร  ไม่มีอะไรต้องห่วง เจมส์ที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงข้ามฮาเวิร์ด  ตอบความในใจอัลเฟร็ดอย่างรู้เท่าทัน

องครักษ์ผู้ภักดีทั้งสามจึงต่างส่งยิ้มขอบคุณ  คลายความระแวดระวัง  เฉกเช่นเจ้านายทั้งสองที่กำลงจะเข้าพิธีสยุมพรเป็นคนคนเดียวกัน

แต่บรรยากาศเฮฮาก็ต้องสะดุดหยุดลง  เพราะการมาเยือนโดยไม่ได้คาดหมายของบุคคลคนหนึ่ง

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!” เสียงเคาะประตูดังขึ้น  หยุดเสียงหัวเราะหยอกล้อของทุกคนในห้อง  ให้หันมองที่ประตูพร้อมกัน

ฮาเวิร์ดพยักหน้าบอกนัยอนุญาตให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาได้  อัลเฟร็ดจึงตรงไปยังประตู  เปิดรับบุคคลนั้นเข้ามา

ขอพระราชทานอภัยที่รบกวนเวลาพะยะค่ะ โจนาธาน  เฮอร์เรียต  รัฐมนตรีกิจการทหารและการต่างประเทศ  ก้าวพ้นประตูเข้ามา  โค้งคำนับนอบน้อมต่อหน้าฮาเวิร์ดกับเอลีย่า 

เขาคือบุรุษร่างสูงกำยำ  ผิวขาว  ผมสีนิลหวีเรียบ  ใบหน้าคมเข้ม  นัยน์ตาสีน้ำเงินดุดัน  ในชุดเครื่องแบบสำหรับพิธีการทหารสีขาว

โดยไม่คาดคิดต่อการปรากฎตัวของเขา  ทุกคนในห้อง  เว้นเพียงฮาเวิร์ดกับเอลีย่า  ต่างตกตะลึง  ลุกขึ้นยืนพรวดพราดพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ต้องนัดหมาย

หม่อมฉันมากราบทูลว่าพระองค์มีเวลาพักอิริยาบถอีกสิบห้านาที  จากนั้นท่านไอแซคจะมาทูลเชิญประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เพื่อเสด็จสู่วิหารหลวง เขายังทูลรายงานเรื่อยๆ  ด้วยน้ำเสียงท่าทางเป็นพิธีการ  ไม่มีทีท่าใส่ใจในบุตรชายทั้งสอง  รวมทั้งเพื่อนพ้อง  ที่ยืนตะลึงตัวแข็งทื่อกับการปรากฎตัวขึ้นโดยไม่คาดฝันของเขาแม้แต่น้อย

หม่อมฉันจึงขอพระราชทานอนุญาตล่วงหน้าไปก่อน  เพื่อเตรียมการรอรับเสด็จสองพระองค์ที่วิหารหลวงพะยะค่ะ กล่าวเสร็จเขาก็เงยหน้าขึ้น  แล้วก้าวถอยหลังอย่างนอบน้อมจะออกจากห้องไป

เดี๋ยว...ท่านโจนาธาน ฮาเวิร์ดเรียกให้หยุด

พะยะค่ะ โจนาธานโค้งศีรษะรับคำ

หลังเสร็จงานนี้  ท่านจะลงโทษเจมส์กับวิลเลี่ยมอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่าน  แต่ตอนนี้ถือว่าเราขอ...ให้ทั้งสองร่วมพิธีของเราจนจบ  ท่านจะอนุญาตได้หรือไม่ ฮาเวิร์ดเอยถามแทนพี่น้องเฮอร์เรียต  ด้วยรู้ดีว่าหากปล่อยให้โจนาธานออกไปทั้งที่ไม่เข้าใจกันเช่นนี้  พ่อลูกทั้งสามอาจขุ่นข้องหมองใจกันเกินแก้ไข

เมื่อเจ้าชายมีพระบัญชา  หม่อมฉันก็จำต้องอนุญาตพะยะค่ะ  ถึงแม้ไม่เห็นควรด้วยก็ตามที โจนาธานเอ่ยตอบเสียงเย็น  แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง  นัยน์ตาสีน้ำเงินของเขาจ้องมองบุตรชายทั้งคู่อย่างคาดโทษ

สองพี่น้องเฮอร์เรียตได้แต่หลบสายตาผู้เป็นบิดา  ก้มหน้านิ่งสำนึกผิด

เรารู้...เมื่อคืนท่านต้องตรากตรำตามหาพวกนี้ทั้งคืนไม่ได้พักผ่อนหลับนอน  ทั้งที่เหน็ดเหนื่อยกับงานมากมายมาตลอดวัน  ซ้ำพิธีวันนี้ท่านก็ต้องเป็นตัวแทนเรานำขบวนเรือสินสอดไปสู่ปิรุสแต่เช้าตรู่  และนำเสด็จเจ้าหญิงเอลีย่ามาที่นี่  แล้วท่านยังมีงานอื่นอีกมากมายให้ต้องเหน็ดเหนื่อย  แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้  เราคิดว่าการให้ทั้งสองร่วมพิธีอยู่ในสายตาเราตลอดเวลา  คงเป็นการดีกว่าที่จะขัดขวางให้เกิดการหลบหนีขึ้นอีก ฮาเวิร์ดอธิบายยืดยาว 

ไม่ใช่การพยายามเกลี้ยกล่อมโจนาธานให้ใจอ่อนยอมผ่อนโทษให้สองพี่น้อง  แต่เป็นการตอกย้ำให้ทั้งคู่สำนึกในการกระทำอันบุ่มบ่าม 

แล้วก็ได้ผลดังประสงค์  ประโยคพูดเหล่านั้นกระทบจิตใจพี่น้องเฮอร์เรียตทุกถ้อยคำ  ทั้งสองได้แต่ก้มหน้า  รู้สึกผิดทั้งเจ็บปวดในการกระทำของตน  และยิ่งตอกย้ำสร้างความระทมกับการถูกเพิกเฉยจากบิดา

ขอบพระทัยที่ทรงเข้าพระทัยหม่อมฉัน  ทั้งที่เมื่อคืนพระองค์เองก็กังวลพระทัยไม่แพ้กัน  หม่อมฉันรบกวนเวลามากแล้ว...ขอทูลลา กล่าวเสร็จโจนาธานก็โค้งคำนับ  ก้าวถอยหลัง  แล้วเร่งฝีเท้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว  ไม่แม้แต่จะชำเลืองมองบุตรชายทั้งคู่  ทำเสมือนไม่มีพวกเขาอยู่ในห้อง... 

ทิ้งความรู้สึกผิดรวดร้าวไว้ในใจทั้งสอง  และเหล่าเพื่อนพ้องที่ร่วมขบวนการช่วยพวกเขาให้หลบหนี

ในเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับในผลที่เกิดตามมา  เอาเถอะ...วันนี้เฮฮากันไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ฮาเวิร์ดพยายามพูดปลอบ  ปลุกระดมความสดชื่นให้คืนกลับมา

ฮาเวิร์ดอุตส่าห์ช่วยขออนุญาตให้  และพวกเราก็มาอยู่ด้วยกันตรงนี้แล้ว  ถ้ายังเศร้ากันแบบนี้  พี่จะไม่ให้ร่วมขบวนไปวิหารหลวงด้วยนะจ๊ะ มีเอลีย่าใช้ไม้ขู่  กระตุ้นบรรยากาศอีกคน  พร้อมโปรยรอยยิ้มสดใส

ทั้งหมดจึงส่งยิ้มตอบให้อย่างฝืดฝืนในทีแรก  ทว่าเมื่อการสนทนาเริ่มต้นขึ้นอีกคราความสนุกสนานครื้นเครงก็กลับคืนมาสู่ทุกคน...

...............................……………...................

ขบวนสู่วิหารหลวง  นำโดยตำรวจในเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม  พาหนะสีขาว  ทั้งมอเตอร์ไซค์  และสเก็ตบอร์ดบินยานพาหนะใหม่ล่าสุดสำหรับตำรวจนครบาล  ซึ่งนำออกมาใช้อย่างเป็นทางการงานนี้งานแรก  เพื่ออารักขาดูแลความปลอดภัยบ่าวสาวองค์รัชทายาทสองประเทศทั้งจากฟากฟ้า  และผืนดิน

ตามด้วยรถยนต์พระที่นั่งสีน้ำเงินที่เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ  ให้ประชาชนได้ชื่นชมพระสิริโฉมอันงดงามของว่าที่เจ้าสาว  ในชุดฉลองพระองค์ประจำชาติปิรุสสีขาวบริสุทธิ์  และทั้งสองพระองค์ยังได้โบกพระหัตถ์  แย้มสรวลแก่พสกนิกรที่เฝ้าชื่นชมพระบารมี  และเอ่ยคำถวายพระพร มิรู้เหน็ดเหนื่อย

ต่อจากรถยนต์พระที่นั่ง  คือขบวนรถยนต์ตามเสด็จสีขาวที่แล่นตามกันไปเคียงคู่เป็นแถวยาวเหยียด  ของพระญาติ  และข้าราชบริพารทั้งสองฝ่าย

ถึงวิหารหลวงอย่างปลอดภัยตามกำหนดการ  บ่าวสาวถูกเชิญเสด็จแยกที่ประทับ  เพื่อทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์สำหรับพิธีอภิเษกสมรสทางศาสนา

ผู้ร่วมขบวนเสด็จต่างทยอยเข้าประตูโลหะบานยักษ์สีทอง  ประตูใหญ่แห่งวิหารหลวง  สู่โถงกลางวิหารขนาดมหึมาซึ่งทอประกายแสงสีทองเรืองรอง  แล้วผ่านเข้าไปยังระเบียงทางเดินหินสีขาว  เพื่อเข้าสู่ห้องโถงพิธีในหอระฆังทองทางทิศตะวันออก

สมเป็นวิหารหลวงของเมอซี...งดงามใหญ่โตจริงๆฮะ จินพูด  นัยน์ตาสีนิลเบิ่งโพลง  ประทับใจในรูปสลักอันวิจิตรงามสง่าขององค์เทพเทพี ณ ห้องโถงกลางอันสว่างสดใส  ขณะทั้งหมดเดินตามขบวนผ่านเข้ามา

ห้องนี้น่ะเรียบง่ายธรรมดา  ถ้าเทียบกับโถงตะวันออกที่เรากำลังจะไปถึงกัน ออตโตคุยโอ่  พลางฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ

ใช่ๆ ก่อนมานี่ฉันลองหาข้อมูลภาพจากหนังสือกับอินเตอร์เน็ต  สวยมากๆเลยล่ะ ลูฟี่ยืนยัน  ด้วยท่าทางตื่นเต้นอยากเห็นสถานที่จริงกับตาโดยไว  ติดที่จำนวนคนมาก  ทำให้การเดินผ่านไปตามระเบียงทางเดินแคบๆเป็นไปอย่างเชื่องช้า

พูดแบบนี้ฉันก็ชักอยากเห็นไวๆเหมือนกัน  ออโรร่าล่ะเคยมาที่หอระฆังทองนี่รึยัง เมซีเน่พูด  พลอยยิ้มตื่นเต้นในบรรยากาศแห่งความปิติ  เฉกเช่นผู้คนมากมายรอบกาย

ยัง...เคยมาแต่ที่โถงกลางน่ะ ออโรร่าตอบ  อดที่จะยิ้มกว้างไปด้วยไม่ได้

อย่ามัวคุยกันอยู่เลย  เรารีบแทรกคนไปทางโน้นเถอะ วิลเลี่ยมเร่ง  แล้วสาวเท้าแหวกฝูงชนนำไปก่อนทันที

เมซีเน่กำลังจะหันไปดุที่วิลเลี่ยมทำลายบรรยากาศ  ก็พอดีเห็นชาร์ลีนโบกมือเรียก  ยืนรออยู่ที่ประตูเล็กสำหรับเจ้าหน้าที่  ถัดจากประตูสู่ห้องโถงพิธีซึ่งผู้คนต้องหยุดให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นก่อนผ่านเข้าไป

ชาร์ลีนเปล่งประกายจรัส  เรือนผมสีทองยาวเป็นลอนรวบครึ่งศีรษะด้วยริบบิ้นลูกไม้สีขาว  นัยน์ตาสีฟ้าใสเป็นประกายรับกับสีสันโทนชมพูบนใบหน้า  ริมฝีปากบางทาลิปสีเดียวกัน  เข้ากันกับชุดแขนตุ๊กตา  กระโปรงบานยาวถึงเข่าลายลูกไม้ขาวบริสุทธิ์  เสริมด้วยเครื่องประดับมุขช่วยเน้นความสง่า

เจมส์มาถึงตัวชาร์ลีนเป็นคนแรก  ตามด้วยวิลเลี่ยม  และทุกคน

เป็นยังไงบ้างจ้ะออโรร่า ชาร์ลีนเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

ออโรร่าเพียงแต่ยิ้มตอบ  เมซีเน่จึงอาสาพูดแทน

ออโรร่าก็ต้องลำบากอยู่แล้วล่ะไปกับสองคนนี้น่ะ เมซีเน่ตอบแทนออโรร่า

ก็อาจใช่...แต่อย่างน้อยฉันก็สบายใจนะที่เป็นออโรร่า  เพราะถ้าเป็นใครบางคนคงบ่นจนฉันแสบหูไปตลอดทางวิลเลี่ยมโต้กลับทันควัน

แล้วสองคู่กัดก็ระเบิดศึกปะทะคารมอันเป็นปกติวิสัย  ทำให้ผองเพื่อนชาชินไม่ใส่ใจห้ามปราม  หันไปพูดคุยถามไถ่ความเป็นไปซึ่งกันและกัน

ที่จริงก็อยากชวนเข้าไปทางประตูนี้เหมือนกันนะจ๊ะ  แต่ต้องรักษากฎความปลอดภัยน่ะจ้ะ ชาร์ลีนพูด พยักเพยิดไปยังประตูสำหรับเจ้าหน้าที่เบื้องหลัง

ไม่เป็นไรฮะ จินตอบ  ยิ้มให้ชาร์ลีนอย่างเข้าใจ

ขณะผู้คนผ่านเข้าประตูใหญ่ห้องโถงพิธีไปช้าๆ  และวัตถุต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบได้จากเครื่องสแกน  และยึดเอาไว้ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆในกล่องข้างโต๊ะ  ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสาร  อาวุธพกชิ้นเล็กๆ เช่น มีดพับ  กรรไกรตัดเล็บ  ปิ่นปักผมที่ยาวหรือแหลมคนเกินไป  หรือกล่องรูปทรงแปลกๆที่มีแนวโน้มอาจเป็นระเบิด

ยังไงที่นั่งประจำก็มีอยู่แล้วเราเข้าที่หลังสุดก็ได้ ลูฟี่เสริม

ว่าแต่...เธอไม่ต้องรีบเข้าไปเตรียมตัวก่อนเหรอออตโตถาม  ชะเง้อมองเข้าไปในห้องโถง  ยังเปียโนสีขาวหลังใหญ่บนเวที  แต่ก็เห็นเพียงแว่บเดียว  เพราะผู้คนที่เนืองแน่นบดบัง

อยู่ได้อีกแป๊บจ้ะ ชาร์ลีนตอบสั้นๆ ฝืนยิ้มออกไป  ทั้งที่ในใจอยากตะโกนว่าไม่อยากกลับเข้าไปในงาน  เพราะรู้สึกประหม่าเหลือเกินกับหน้าที่สำคัญที่ได้รับ

แต่ออโรร่าก็รับรู้ได้  แม้เพียงแว่บเดียวจากความหวาดหวั่นในแววตาสีฟ้าคู่นั้นของชาร์ลีน  ทั้งมือเล็กๆที่เย็นเยียบซึมชื้นไปด้วยเหงื่อนั้นด้วย

เธอซ้อมมาอย่างหนัก  และทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้หมดแล้ว  พวกเราจะเป็นกำลังใจให้เธอเอง ออโรร่าพูด  กุมมือเล็กๆของชาร์ลีนมาบีบแน่นอย่างให้กำลังใจ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

ที่เหลือคือความมั่นใจของเธอ เจมส์เสริม  และส่งยิ้มให้  เขาคืออีกคนที่เฝ้าสังเกตเป็นห่วงชาร์ลีนเสมอ

เพื่อนอีกสี่คนที่เพิ่งรับรู้ถึงความประหม่าตื่นกังวลของชาร์ลีนก็ต่างส่งยิ้มให้กำลังใจ

ชาร์ลีนซาบซึ้งน้ำตาคลอ  ไม่อาจเอ่ยคำใดอีก  ได้แต่พยักหน้ารับกำลังใจเหล่านั้น แล้วกลับเข้าประตูสำหรับเจ้าหน้าที่  ตรงไปประจำยังเปียโนหลังใหญ่ด้วยความมั่นใจ

งั้นเราก็เข้าไปกันได้แล้วมั้ง ลูฟี่ชวน

สองคนนั่นทะเลาะกันเสร็จรึยังล่ะ  ขืนเข้าไปต่อกันข้างในอายชาวบ้านชาวช่องแย่ ออตโตถามโดยไม่เหลียวไปมองคู่กัดทั้งสอง

ด้วยใจหนึ่งรู้สึกหึงหวงเมซีเน่  อีกใจก็เป็นห่วงสวัสดิภาพวิลเลี่ยม  เพื่อนจอมปากเสียที่ไม่เคยลดราวาศอกให้ใคร  แม้ผู้ที่เถียงด้วยนั้นจะเป็นสตรีที่มียศฐาเป็นถึงว่าที่มกุฎราชกุมารี  ซึ่งรายล้อมด้วยข้าราชบริพารมากมาย

ออโรร่ากับเจมส์ช่วยห้ามหน่อยซิฮะ  วันนี้เป็นงานพิธีสำคัญ  สองคนนั่นเถียงกันไม่หนักหน่วงเหมือนทุกทีก็จริง  แต่ถ้าปล่อยให้นานกว่านี้คงไม่ดีแน่ฮะ จินเอ่ยเสียงหวาดหวั่น  นึกห่วงวิลเลี่ยมขึ้นมาจับใจ  ทั้งห่วงภาพพจน์เมซีเน่  ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของเจ้าหญิงเอลีย่าด้วย

คงไม่ต้องห้ามหรอก เจมส์ตอบ  นำทุกคนตรงไปยังโต๊ะเจ้าหน้าที่หน้าประตู  และภาพที่ปรากฎทำให้ทั้งหมดต้องแปลกใจ

ขอบคุณคุณชายเฮอร์เรียตมากเลยครับ  ถ้าไม่ได้คุณชายกับเจ้าหญิงช่วยจับเจ้านี่ไว้ล่ะก็  พวกผมคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมัน ตำรวจหนุ่มร่างสูง  ในเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม  เอ่ยขอบคุณเป็นการใหญ่

เอ่อ...เรียกวิลเลี่ยมเถอะครับ  อย่าเรียกคุณชายเลย  ฟังแล้วแปลกๆน่ะครับ วิลเลี่ยมพูดพลางเกาศีรษะ  ยิ้มเขิน  ในอ้อมแขนมีแฮร์เบล  สัตว์คล้ายกระต่าย  แต่มีสามตา  ขนสีฟ้า  และขนาดเล็กเท่าลูกกระต่ายเท่านั้น

ใครเอามันมาเหรอคะ เมซีเน่ถาม  นึกสงสารตำรวจที่ต้องคอยตรวจค้น  และเก็บยึดสิ่งของต้องสงสัยต่างๆ ซึ่งตอนนี้เมื่อแถวคนรอเข้าห้องโถงพิธีสั้นลงจนเกือบหมด  กองข้าวของที่ยึดได้ก็กองสูงเต็มกล่องใบใหญ่จนเกือบล้น

บุตรสาวของท่านทูตประเทศหนึ่งเพคะ  แกร้องไห้ยกใหญ่ตอนเราบอกว่าห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในงาน ตำรวจหญิงผิวคล้ำ  ผมซอยสั้น  ในเครื่องแบบกระโปรงสอบสั้น เสื้อเชิ้ตคอปก  แขนยาวสีน้ำเงินเข้ม  สวมถุงมือสีขาว  เอ่ยตอบเมซีเน่อย่างนอบน้อม

แล้วเจ้าตัวนี้ก็ไม่ยอมเชื่องกับใครเลย  พอออกจากมือเจ้าของมันได้ก็กระโดดหนีให้เราต้องวิ่งตามจับกันจนเหนื่อยนี่ล่ะพะยะค่ะ นายตำรวจร่างท่วม  ค่อนข้างสูงวัย  กล่าวเสริม  ขณะยังหายใจหอบถี่  ด้วยยังไม่หายเหนื่อยที่ต้องออกแรงวิ่งไล่จับแฮร์เบลเมื่อครู่

แต่เราคงดูแลมันได้แค่นี้ล่ะค่ะ  เพราะเราคงนำมันเข้าไปในงานด้วยไม่ได้เหมือนกัน เมซีเน่พูด  ส่งสายตาอาวรณ์ให้แฮร์เบลตัวน้อย  แล้วเอื้อมมืออุ้มมันออกจากอ้อมแขนวิลเลี่ยม  นำมาโอบอุ้มลูบขนนุ่มสีฟ้าของมันอย่างเอ็นดู

ต้องหากรงมาใส่มันไว้ เจมส์มาสมทบ  บอกทางเลือกที่เหมาะสมให้  แม้เป็นทางที่เขาไม่อยากเลือกให้กับสัตว์น้อยที่น่าสงสารตัวนี้ก็ตาม

ใช่แล้วค่ะ  งั้นรอเดี๋ยวนะคะ ตำรวจหญิงพูด  รีบเข้าไปยังประตูสำหรับเจ้าหน้าที่ประตูเดียวกับที่ชาร์ลีนเข้าไป  ครู่ต่อมาก็นำกรงใบหนึ่งติดมาด้วย

แล้วก่อนที่แฮร์เบลจะถูกจับใส่กรงแคบๆที่มันไม่ชอบ  ทั้งแปดซึ่งรู้ในข้อนี้ดีก็ต่างผลัดกันโอบกอดให้กำลังใจมัน

วิลเลี่ยมเป็นคนสุดท้ายที่อุ้มมันขังไว้ในกรง  แม้เขาจะลูบปลอบให้มันสงบที่สุด  ก่อนจะลั่นกลอนขังมันไว้ในกรงเหล็ก  แฮร์เบลตัวน้อยที่เชื่องกับเขามาตลอดก็ยังส่งเสียงร้องอย่างตระหนก  ทั้งพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างสุดกำลัง

ดุจล่วงรู้ถึงพิบัติภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า...

...............................……………...................

ห้องโถงแห่งหอระฆังทองทิศตะวันออก  ประกอบด้วยประตูโค้งสำหรับเข้าออกสองบานตรงข้ามกัน  บานประตูทองด้านนอกสลักลายงามวิจิตรเป็นรูปเมฆากับวายุ  ด้านในประตูทั้งสองมีเทพเทพีอารักษ์  เป็นรูปสลักสีขาวนูนต่ำ  ประทับยืนในท่ามือทาบอกอธิษฐาน  หันพระพักตร์เข้าหากันสูงจรดเพดานขนาบประตู

พื้นห้องทั้งหมดเป็นหินอ่อนสีขาว  เฉกเช่นผนังรอบด้านที่ขาวบริสุทธิ์  ซึ่งถูกแต่งแต้มสีสันด้วยกระจกสีเป็นรูปเทพเทพี  งดงามด้วยกรอบโลหะสีทองทรงโค้งสลักลายเถาไม้  เพดานโค้งเบื้องบนคือภาพวาดสีสันงดงามของเหล่าทวยเทพในร่างมนุษย์ลอยล่องอยู่กลางนภา  และแสงสุริยาสีทองสดใส

ด้านในสุดของห้องคือรูปสลักเทพีหินอ่อนสีขาวประทับยืนเป็นสง่าสูงเด่นจรดเพดาน  ฉลองพระองค์เรียบง่ายด้วยภูษายาวคลุมพระเกศาจรดพระบาท  ผายหัตถ์ทั้งสองออกเล็กน้อยเพื่ออำนวยพรแด่คู่บ่าวสาว  ทั้งพระพักตร์ก็อ่อนโยนบ่งความเมตตา

ถัดลงมาคือเวทีกว้างสีขาวล้วน  ด้านซ้ายมีเปียโนหลังใหญ่ที่ชาร์ลีนประจำอยู่  และมีแท่นยืนหินอ่อนรูปตัวทีสีชมพูสำหรับพิธีกรอยู่ตรงกลาง  หันประจันกับแถวที่นั่งนับร้อยที่แบ่งออกเป็นสองฟากซ้ายขวา

เก้าอี้ทั้งหมดคลุมผ้าขาวผูกริบบิ้นทอง  ฝั่งซ้ายคือพระญาติและข้าราชบริพารฝ่ายเจ้าหญิงเอลีย่า  ฝั่งขวาคือฝ่ายเจ้าชายฮาเวิร์ด

เบื้องหน้าแถวที่นั่งทั้งสองฟาก  คือเก้าอี้พิเศษสีทองสองคู่สำหรับรัฐมนตรีกิจการทหารและการต่างประเทศกับภริยาหนึ่งคู่  อีกคู่สำหรับรัฐมนตรีกิจการภายในประเทศและภริยา  เพื่อเป็นตัวแทนองค์ราชาราชินี  รวมทั้งข้าราชการ  ประชาชนของฝ่ายนั้น

9.30 น.  ได้เวลาเริ่มพิธี  เสียงเปียโนทำนองแว่วหวานแฝงความศักดิ์สิทธิ์เคร่งขรึมก็ดังขึ้นเป็นอันดับแรก  ด้วยฝีมือนักเปียโนสาวผู้งดงามมากความสามารถคือชาร์ลีน

หัวหน้านักบวชชายหญิงในชุดปิดคลุมกายสีขาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  ค่อยๆเดินออกมาจากประตูเล็กด้านข้างบริเวณทางเดินด้านหลังห้องโถง

ทุกคนในห้องยืนขึ้นสงบนิ่ง  สำรวมกายกับพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

หัวหน้านักบวชชายสูงวัยออกมาจากประตูชวา  อัญเชิญลูกแก้วสีส้มเจิดจ้าดุจแสงตะวันออกมาพร้อมกัน

หัวหน้านักบวชหญิงชราออกจากประตูซ้าย  อัญเชิญพานลูกแก้วสีเหลืองนวลเย็นตาดุจจันทราออกมาด้วย

ทั้งสองค่อยๆเดินเชื่องช้าจนมาบรรจบกันที่ทางเดินกลางห้อง  จากนั้นก็เดินเคียงกันไปจนถึงรูปสลักเทพี  วางลูกแก้วลงพร้อมกันบนแท่นบูชาสีขาวแทบพระบาท  แล้วลงมาประจำยังแท่นพิธีกร

เสียงเปียโนปรับเปลี่ยนเป็นทำนองหวานแฝงความยินดีปรีดา

นักชวชหนุ่มอัญเชิญคฑาทองสูงจรดศีรษะที่ปลายบนสุดสถิตรูปดวงสุริยา  นำเจ้าชายฮาเวิร์ดเสด็จพระดำเนินออกจากประตูขวา

เจ้าชายฮาเวิร์ดฉลองพระองค์ทักซิโด้สีขาว  คาดทับด้วยสายสังวาลสีทองประดับเพชรพาดลงมาจากพระอังสาซาย  บ่งพระยศมกุฎราชกุมาร

พร้อมกันที่ประตูซ้าย  นักบวชสาวอัญเชิญคฑาเงินสูงจรดศีรษะปลายด้านบนสถิตรูปดวงเพ็ญ  นำเจ้าหญิงเอลีย่าเสด็จ

เจ้าหญิงเอลีย่าฉลองพระองค์เจ้าสาวขาวบริสุทธิ์  ประกอบด้วยมงกุฎเงินประดับมุขบนพระเกศา  เรื่อยไปจนสร้อยพระศอกับพระกุณฑล  ภูษาลูกไม้ผ้าบางคอปาดกว้าง  แขนยาว  คอดเข้ารูป  ชายกระโปรงด้านหลังเป็นระบายยาวระพื้น  รับด้วยปีกสีขาวสยายกว้าง  ทั้งห่มคลุมทั่วพระวรกายด้วยแพรพรรณบางเบา

นักบวชทั้งคู่นำสองพระองค์พระดำเนินช้าๆ จากทางเดินสองฟาก  มาบรรจบกันที่ทางเดินกลางห้อง  แล้วเสด็จเคียงคู่กันไป

ทั้งสองพระองค์ต่างแย้มสรวลให้แก่กันอย่างอดไม่ได้  ด้วยปิติยินดีในพิธีสำคัญที่กำลังดำเนินไป  พิธีศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นประจักษ์พยานแด่ความรักพิสุทธิ์ที่ทั้งสองพระองค์มีแก่กัน

รอบด้านนั้น  ทั้งพระญาติทั้งข้าราชบริพารที่เฝ้าจับตามองสองพระองค์ก็ต่างปลาบปลื้มเฉกเช่นกัน

บางคนมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปิติเอาไว้ได้  เช่น  จิน  ลูฟี่  และเมซีเน่  บางคนก็มิอาจเลิกแย้มยิ้มดีใจไปกับคู่บ่าวสาว  ดังเช่นออโรร่า  เจมส์  วิลเลี่ยม  และออตโต

เสียงเปียโนหยุดบรรเลง  นักบวชหนุ่มสาวนำสองพระองค์มาประทับต่อหน้าหัวหน้านักบวช  แล้วแยกออกไปยืนประจำอยู่เบื้องหลัง  พร้อมด้วยคฑาตะวันกับจันทราสัญลักษณ์แทนชายหญิงที่กำลังจะเข้าพิธีสยุมพรเป็นคู่ชีวิต

จากนั้นสองพระองค์ต่างคำนับต่อรูปสลักเทพี  ด้วยการโค้งพระเกศา  พระหัตถ์ขวาทาบวางที่พระอุระซ้าย  พร้อมๆกันกับทุกคน

เสร็จสิ้นการสักการะองค์เทพีผู้ทรงพระเมตตา หัวหน้านักบวชชายเอ่ยเสียงกังวาน

องค์เทพีผู้ทรงอำนวยพรแด่เจ้าชายฮาเวิร์ด  และเจ้าหญิงเอลีย่าให้ทรงสำราญในการครองคู่ตราบนิรันด์กาล หัวหน้านักบวชหญิงกล่าวต่อด้วยเสียงอบอุ่น

สองพระองค์บ่าวสาวโค้งรับคำอวยพรพร้อมกัน  จากนั้นก็หันกลับมาประจันกันผู้ร่วมงานทั้งหมด

ทรงคำนับรับพรจากจิตใจอันวิสุทธิ์ผ่องใส นักบวชชายเฒ่ากล่าวเริ่มพิธีการขั้นต่อไป

โดยพระญาติวงศ์  ข้าราชบริพาร  และเหล่าผองชนอันเป็นที่รักยิ่งของทั้งสองพระองค์ นักบวชหญิงชราเอ่ยต่อ

เอลีย่ากับฮาเวิร์ดโค้งพร้อมกัน  ต่อหน้าทุกคนในห้องที่ต่างโค้งคำนับตอบ  และอธิษฐานจิตอวยพรแต่สิ่งดีๆแด่คู่บ่าวสาว

เสร็จสิ้นการรับพรจากพระญาติ  ข้าพระบาท  และมวลพสกนิกร นักบวชเฒ่าเอ่ย

ทั้งสองพระองค์ทรงคำนับสาบาน  ร่วมเป็นคู่ชีวิต  ให้เกียรติกันและกัน นักบวชหญิงชราต่อประโยค

ทั้งสองโค้งคำนับกัน  แล้วต่างส่งยิ้มกับสายตาแห่งความปิติให้แก่กัน  ก่อนจะหันกลับมายังหัวหน้านักบวชทั้งสอง  ซึ่งขณะนี้ที่ด้านหลังมีนักบวชสาวรุ่นคนหนึ่งในชุดสีทอง  มายืนรออยู่พร้อมด้วยถาดทอง  และแก้วไวน์แดงผสมน้ำผึ้งสองใบ

ทรงเสวยพระสุธารสหวานชื่น นักบวชเฒ่าพูดนำสู่พิธีการต่อไป

เพื่อให้ชีวิตสมรสทรงสำราญบริบูรณ์สุขชั่วนิจนิรันดร นักบวชหญิงชราพูดต่อ  แล้วแย้มยิ้มอย่างมีความสุขไปกับสองพระองค์บ่าวสาวในขั้นตอนพิธีสุดท้าย

จบคำกล่าวจากหัวหน้านักบวชชายหญิง  นักบวชสาวชุดทองก็มายืนอยู่เบื้องหน้า  ทูลถวายถาดทองเหนือศีรษะแด่สองพระองค์

เจ้าหญิงและเจ้าชายทรงรับแก้วไวน์ผสมน้ำผึ้งขึ้นเสวยพร้อมกัน  แล้ววางกลับคืนลงบนถาดทอง  นักบวชสาวรับแก้วคืนแล้วถอยออกมาช้าๆ  ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างปิติยินดีโดยพร้อมเพียงกันจากทุกคนในห้องโถง

จากนั้นเจ้าชายฮาเวิร์ดทรงเปิดภูษาคลุมพระพักตร์เจ้าหญิงเอลีย่า  แล้วทั้งสองพระองค์ก็ทรงจุมพิตกัน  ก่อนผละจากด้วยสีพระพักตร์ชื่นบาน  แย้มสรวลกว้าง  พระหัตถ์หนึ่งของทั้งสองพระองค์จับกันไว้แน่น  อีกพระหัตถ์โบกรับกระแสความอิ่มเอมยินดีจากมวลชนในห้อง  ที่ยิ่งปรบมือจนเกิดเสียงดังก้อง  และต่างยิ้ม  บ้างหัวเราะเริงร่าเปี่ยมความสุข

แต่แล้วเพียงไม่กี่นาที  พระพักตร์ที่เปล่งปลั่งของสองพระองค์กลับแปรเปลี่ยนซีดเผือด  บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด  พระโอษฐ์ที่เคยแย้มสรวลกลับเม้มแน่นมีสายโลหิตไหลออกมา!!

เจ้าหญิงเอลีย่าทรงกุมพระหัตถ์ที่พระอุระด้วยท่าทีทุกข์ทรมาน  แล้วเอนล้มลงไป  เจ้าชายฮาเวิร์ดพยายามอย่างสุดกำลังที่จะประคองพระวรกายพระชายาไว้  แต่พระองค์ก็ทรงตกอยู่ในอาการทุรนทุรายไม่แพ้กัน  สองพระองค์จึงล้มลงไปทั้งคู่

ทรงถูกพิษ!!!”

 



เฮ้อ...ครบ 100% แล้วนะคะ

อย่างที่เห็นว่าตอนล่าสุดนี่ยาวมากๆ และคำราชาศัพท์ก็เยอะ 
เวลาแต่ง St. Pisces จะแต่งลงกระดาษก่อน  แล้วพิมพ์ลงคอมฯอีกทีเพื่อเป็นการตรวจทานเบื้องต้น เช็คคำผิด ประโยคหรือคำที่ซ้ำซ้อนกัน  แต่ก็ยอมรับค่ะว่าไม่ได้ตรวจอย่างถ้วนถี่อีกรอบ  ดังนั้นคงมีข้อผิดพลาดแน่นอน  ก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ

และตอนนี้ก็รายละเอียดเยอะมากๆ ทำให้ใช้เวลาแต่งนาน บวกสุขภาพอันย่ำแย่เข้าไปอีก  เพราะต้องไปทำงานและโดนฝนเล่นงานทั้งเช้าเย็น

ก็ต้องขอโทษจริงๆค่ะที่ทำให้ผู้อ่านทุกท่านรอนาน

ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของภาค 1 นี้แล้ว  คอยติดตามนะคะ

ขอบคุณค่ะ


 

สกอ บาร์ BG Trans mou se back

 

1,454 ความคิดเห็น

  1. #1444 k-iq (@k-iq) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:46
    เปลี่ยนแบคกราวน์เถอะ!!! ขอร้องจากหัวใจเลยนะเนี่ย ก่อนที่มันจะทำให้คนอ่านสายตาเจ๊งกะบ้ง
    #1444
    0