CLEMENCY

ตอนที่ 52 : รับน้องคณะ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ม.ค. 50





"ซ่า...ครืน...ซ่า...ซ่าครืน..." เสียงคลื่นสาดซัดสู่หาดทราย  แสงแดดยามสายต้องผืนมหาสมุทรสีครามเป็นประกายระยับ  สายลมที่มีกลิ่นไอเกลือจางๆ สดชื่นพัดผ่านต้องผิวกายขาวสะอาด  พาผมสั้นสีทองปลิวไสวตามแรงลม

แม้ฝีไม้ลายมือด้านศิลปะของเขาจะไม่โดดเด่น  แต่เมื่อได้จับพู่กันแต่งแต้มสีสันลงบนผืนผ้าใบ  บรรจงวาดเก็บรายละเอียดบรรยากาศอันงดงามสดใสเขาก็ทำได้ดีเยี่ยม  ทว่าภาพคงจะสวยงามกว่านี้...หากผู้เป็นแบบเบื้องหน้ามิใช่อริที่เมื่อเจอกันก็อยากปล่อยหมัดใส่หน้า!!

"ไหน...ดูซิ!" นายแบบผอมบาง  ผมสั้นสีแดงเรียบที่อดทนยืนเป็นแบบอยู่ไม่ถึงสิบนาที  ก้าวฉับๆมายืนกอดอก  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่มองภาพตัวเองบนผืนผ้าใบด้วยสายตาขุ่นเคือง

"ห่วยฝีมือนายมีแค่นี้เองเหรอ" นายแบบผมแดงวิจารณ์ด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม  กับภาพที่วาดทิวทัศน์ออกมาได้สวยสมจริง  แต่ภาพบุคคลซึ่งเป็นหลักด้านหน้ายังเป็นเพียงโครงร่างคร่าวๆเท่านั้น

"ถ้านายเป็นแบบดีๆ ไม่ยุกยิกตลอดเวลา  ฉันคงวาดเสร็จไปนานแล้ว" วิลเลี่ยมตอบกลับ  ในใจนึกอยากสวนพู่กันยัดใส่ปากมันให้รู้แล้วรู้รอด  แต่รู้ดีว่าไม่อยู่ในสถานการณ์ที่สามารถทำได้ดั่งใจ  จึงได้แต่ใช้ปากเป็นอาวุธตอบโต้

"ได้...ฉันจะคอยดูว่าฝีมือนายแน่แค่ไหน" เอ็ดมันด์กัดฟันกรอด  เดินกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจย่ำผืนทรายละเอียดสีขาวจนฟุ้งกระจาย  กลับไปยืนเป็นแบบอีกครั้ง

กว่ายี่สิบนาทีที่เหลืออยู่จึงมีการปะทะคารมตอบโต้กันไม่หยุดหย่อน  จนเมื่อครบกำหนดครึ่งชั่วโมง  ภาพเอ็ดมันด์ก็ยังคงเป็นเพียงโครงร่างวาดด้วยดินสอคร่าวๆเช่นเดิม

"หมดเวลาแล้วจ้ะ  เปลี่ยนให้อีกคนเป็นแบบแทนได้แล้ว" รุ่นพี่ปีสองสาวผิวดำ  ผมทองยาวสลวย  ร้องบอก

ผู้เป็นแบบเปลี่ยนสถานะเป็นผู้วาดบ้าง

"ฉันจะแสดงให้ดู...ว่าการวาดรูปน่ะเขาทำกันยังไง" เอ็ดมันด์หยอดคำดูถูก  พลางยิ้มหยันขณะเดินสวนกับวิลเลี่ยมที่เปลี่ยนไปเป็นแบบให้วาดบ้าง

วิลเลี่ยมได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน  กำหมัดแน่น  พยายามข่มอารมณ์  และขณะยืนกอดอกหน้าบูดเป็นแบบเบื้องหลังผืนผ้าใบ  เขาก็หันหน้าไปทางอื่นเพื่อจะได้ไม่เห็นใบหน้ากวนโทสะของเอ็ดมันด์

"เออ...เว้ย! วันนี้วิลเลี่ยมมันเก่งจริง  เป็นฉันล่ะป่านนี้ไม่เอามันไว้แน่" ออตโตที่ยืนเป็นแบบอยู่ไม่ไกลออกปากชมอย่างนับถือในความอดทนของวิลเลี่ยม

"ฉันว่าเขาน่าจะทำซะตั้งแต่แรก  จะได้ไม่โดนพวกรุ่นพี่แกล้งจับคู่ให้แบบนี้  แล้วถ้าคราวนี้มีเรี่องอีกล่ะก็...มีหวัง..." ลูฟี่พูด  กลืนน้ำลายลงคอ  ไม่อยากนึกว่าถ้าวิลเลี่ยมกับเอ็ดมันด์ระเบิดศึกกันอีกรอบรุ่นพี่จะเอามาตรการไหนมาแก้เผ็ดอีก

กลางเดือนมกราคม  คณะการบริหารและการปกครองจัดพิธีต้อนรับน้องใหม่โดยพี่ปีสองซึ่งเป็นผู้ดำเนินการได้จองเกาะ 'โดเนีย' ทั้งเกาะ  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเฮฟเว่นในการทำกิจกรรมนี้  เพื่อรองรับนิสิตทั้งคณะทุกชั้นปีซึ่งมีเกือบพันคน 

แน่นอนจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมรับน้องภายในคณะนี้ก็เพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกัน  ทว่าตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขึ้นเครื่องบินที่โอเอซิส  วิลเลี่ยมกับเอ็ดมันด์ก็มีปากเสียงกัน  แม้ยุติลงได้โดยไม่มีการลงไม้ลงมือ  แต่ก็สายไปเสียแล้วที่ทั้งคู่จะไม่ถูกเพ่งเล็งจับตามองในฐานะตัวปัญหา  โดยเฉพาะวิลเลี่ยม

"ว๊าย! ดูซิ  คนอะไรหล่อชะมัด  ขนาดทำหน้าบึ้งนะเนี่ย" มนุษย์หนูสาวขนสีน้ำตาลร้องบอกเพื่อนอย่างดีอกดีใจออกนอกหน้า

"ใช่...ยิ่งมาอยู่กับตานั่นรัศมีความหล่อยิ่งเปล่งประกา..." เพื่อนสาวผมทองมัดแกละสนับสนุน  แต่ไม่ทันจบประโยคก็ต้องรีบหุบปาก  เมื่อเอ็ดมันด์จ้องมองมาด้วยสายตาปานจะกินเลือดกินเนื้อ

ไม่เพียงเฉพาะสาวๆปีหนึ่งด้วยกันเท่านั้น  พี่ปีอื่นต่างก็พากันหลงใหลปลื้มกับสองพี่น้องสุดหล่อรวยแห่งตระกูลเฮอร์เรียต  คอยแวะเวียนป้วนเปี้ยนเข้าใกล้ทั้งสองไม่ขาด  ยังความหมั่นไส้ให้กับหนุ่มๆทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่  ทำให้พี่น้องเฮอร์เรียตอึดอัดใจไม่น้อย  ยิ่งวิลเลี่ยมที่เคยก่อเรื่องในงานกีฬาสหสัมพันธ์ด้วยแล้ว  นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขายอมอดทนอดกลั้นกับเอ็ดมันด์

"น่าสงสารวิลเลี่ยมนะฮะ" จินถือพู่กันค้างหันมองวิลเลี่ยม  เห็นเขากำลังเดือดดาลหน้าแดงก่ำ  ตัวสั่น  กำหมัดแน่น  แต่ไม่สามารถทำอะไรเอ็ดมันด์ได้ดังใจ  ได้แต่เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน  แล้วถอนใจเป็นครั้งที่ร้อยพยายามข่มอารมณ์

"ใช่...เรารีบวาดให้เสร็จเถอะ  แล้วไปอยู่ใกล้เขาคอยช่วยปรามและให้กำลังใจ" ออโรร่าตอบ  ทอดสายตามองวิลเลี่ยมอย่างเป็นห่วง

"ฉันกับชาร์ลีนเสร็จแล้วล่ะ  ขอไปเป็นแนวหน้าห้ามทัพก่อนแล้วกัน" เมซีเน่เดินคู่มากับชาร์ลีน  มือขวาถือม้วนภาพที่วาดเสร็จแล้ว 

"ที่จริงเจมส์ก็วาดเสร็จนานแล้วจ้ะ  แต่อีกฝ่ายน่ะซิ" ชาร์ลีนพูด  ถอนหายใจส่ายหน้า  แล้วรีบตามเมซีเน่ไป

ออโรร่าหันมองเจมส์ที่ยืนเป็นแบบเยื้องไปด้านหลังไม่ไกล  ภาพที่เห็นทำเธอปิดปากกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน  ก่อนจะหันมาระเบิดเสียงหัวเราะลั่นพร้อมกันกับจินที่หันมองเช่นกัน

เจมส์ถูกจับคู่กับสาวน้อยผมเปียย้อมชมพูหน้าตาน่ารัก  แต่กลับไม่เป็นที่อิจฉาของหนุ่มๆอย่างที่คิด  หลังจากครึ่งชั่วโมงแรกที่เจมส์ได้แสดงฝีมือการวาดภาพเหมือนขั้นอัจฉริยะ  เมื่อถึงคราวสลับเป็นแบบเองบ้าง  สาวน้อยจอมจู้จี้ยืนกรานให้เจมส์ผูกโบว์สีชมพูไว้ที่คอไม่เช่นนั้นเธอจะไม่ยอมวาดรูปเด็ดขาด  และจะร้องไห้ฟ้องรุ่นพี่ว่าเขาไม่ยอมร่วมมือทำกิจกรรม  เจมส์จึงได้แต่จำยอมทำตาม

ใบหน้าขาวสลักบูดบึ้งกระอักกระอ่วน  นัยน์ตาสีเทาเหม่อมองสู่ท้องทะเลกว้างไกลไม่อยากรับรู้ความจริง  ขณะแม่สาวจอมจู้จี้ผูกโบว์สีชมพูแปร๋นโอบรอบลำคอขาว  ทั้งถือวิสาสะเปลี่ยนทรงผมเสยเรียบสีนิลของเขาปัดลงมาปรกหน้า

"เฮ้อ..." เจมส์ได้แต่ถอนใจ  และคิดว่าวิลเลี่ยมยังดีกว่าเขามากนักที่จับคู่กับเอ็ดมันด์  อย่างน้อยก็แสดงอารมณ์โกรธเคืองออกมาทางสีหน้าได้  แต่ถ้าเขาทำบ้างแม่สาวเปียชมพูคงร้องไห้ฟูมฟายให้เดือดร้อนวุ่นวาย  และผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงร้องไห้ก็ต้องถูกมองว่าผิดอยู่วันยังค่ำ

ครึ่งวันแรกผ่านไป  แต่ละคนได้ภาพเหมือนตัวเองพร้อมทิวทัศน์อันงดงามของหาดทรายขาวกับท้องทะเลสีครามเป็นฉากหลัง  หลายคนต่างพอใจ  ยกเว้นบางคน

"โธ่...นึกว่าฝีมือมันจะแน่เหมือนปาก  ที่ไหนได้..." วิลเลี่ยมกางภาพตัวเองที่เอ็ดมันด์วาดให้แผ่หลาบนโต๊ะอาหาร 

ภาพนั้นไม่ต่างจากที่วิลเลี่ยมวาดให้เอ็ดมันด์เท่าไรนักคือเน้นวิวไม่เน้นคนที่เป็นแบบ  ผิดตรงที่ภาพนี้วาดคนเป็นจุดดำๆ เหมือนยืนห่างกันไกลลิบ  ทั้งที่แท้จริงยืนอยู่ใกล้กันไม่เกินครึ่งเมตร

"ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ฉันวาดเก่งกว่ามันเยอะ" วิลเลี่ยมหัวเราะร่า "เออ..แล้วของนายล่ะเจมส์" เขาหันมาถามเจมส์ที่เอาแต่ตักข้าวใส่ปากไม่พูดจา  และเป็นคนเดียวในโต๊ะที่ไม่ยอมแกะม้วนภาพออกมาให้เพื่อนๆดู

เจมส์เหลือบตาขึ้นมองนิดหนึ่ง  วางช้อนลง  แล้วถอนใจ  พลางหยิบม้วนภาพโยนส่งให้วิลเลี่ยม  และกลับไปกินต่อ

วิลเลี่ยมแกะม้วนภาพออกดู  แล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะกับภาพที่เห็นซึ่งวาดออกมาลายเส้นเหมือนการ์ตูนผู้หญิงไม่มีผิด

นัยน์ตาสีเทากลมโตเป็นประกายปิ๊งๆ  ผมสีนิลปรกลงมาครึ่งหน้ายุ่งนิดหน่อย  รอยยิ้มที่ดูหวานเลี่ยนยิงฟันเห็นประกาย  และตลกที่สุดคือผ้าพันคอสีบานเย็น

"เอาน่า...มองในแง่ดีอย่างน้อยก็ดูออกว่าเป็นภาพนายนะเจมส์" ออตโตที่ชะโงกหน้ามาดู  ออกความเห็นพลางกลั้นหัวเราะ

"นั่นซิฮะ...ไม่เหมือนภาพวิลเลี่ยมดูไม่ออกเลยว่าเป็นใคร" จินสนับสนุน  เขาไม่หัวเราะแต่ก็อดยิ้มไม่ได้

ส่วนลูฟี่ที่ลุกจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามมายืนดูข้างหลังวิลเลี่ยมถึงกับปล่อยก๊ากออกมาไม่หยุด  น้ำหูน้ำตาไหลพราก

"เอ้า...พวกเธอก็ดูด้วยซิ" วิลเลี่ยมหันภาพให้สามสาวที่นั่งกินเงียบๆดูบ้าง

"ไม่ตลกนะจ๊ะวิล" ชาร์ลีนปราม  นัยน์ตาสีฟ้าที่ปกติอ่อนโยนกลับกลายเป็นขึงขัง

"ใช่...ฉันก็ไม่ขำด้วยหรอก  แล้วพวกเราก็ซีเรียสเรื่องนายมากกว่า  บ่ายนี้มีแข่งกีฬากันด้วย  ถ้าเจอเอ็ดมันด์อีกนายก็คุมอารมณ์ให้ได้เหมือนเช้านี้แล้วกัน" เมซีเน่ว่า 

นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาหยกๆ ถ้าเธอกับชาร์ลีนไม่รีบรุดไปห้ามทัพไว้ทัน  ป่านนี้สองอริคงนองเลือดไปแล้ว

"เราไม่ควรทะเลาะกัน  โดยเฉพาะวันแรกอย่างนี้" ออโรร่าพูด  นัยน์ตาสีน้ำตาลเขม่นมองหนุ่มๆทีละคนอย่างย้ำเตือน

สามสาวต่างตระหนักดีถึงความมุทะลุรักพวกพ้องของหนุ่มๆ  เพราะการรับน้องคณะครั้งนี้ไม่ได้มีแต่เอ็ดมันด์มาคนเดียว  พรรคพวกของเขาซึ่งอยู่คณะเดียวกันก็มาด้วย  และความเจ็บแค้นครั้งก่อนระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่เคยได้ชำระสะสาง  แล้วพวกเธอก็ไม่ต้องการให้มาชำระแค้นกันในงานนี้

แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง  หรืออาจเป็นเพราะรุ่นพี่ก็เป็นได้  การแข่งกีฬาตลอดบ่ายเกือบทุกประเภทวิลเลี่ยมกับเอ็ดมันด์ต้องถูกจับมาเจอกัน  หากเป็นฝ่ายตรงข้ามยังพอรับได้  แต่กลับต้องมาอยู่ทีมเดียวกันร่วมมือกัน

ทีมที่มีทั้งคู่อยู่จึงแพ้เกือบทุกนัด  เว้นบางนัดที่ทีมตรงข้ามเป็นสาวๆหรือหนุ่มหัวใจสาว  ซึ่งยอมอ่อนข้อแพ้ให้เพราะมัวแต่หลงเสน่ห์วิลเลี่ยม

ดังนั้นเมื่อตกค่ำถึงเวลาพักผ่อนทั้งกลุ่มจึงเหนื่อยอ่อนไปตามๆกัน  แต่ไม่ใช่เพราะกิจกรรมกีฬาที่เล่นกลางแดดมาตลอดวัน  ทว่าเป็นเพราะผลัดเปลี่ยนป้วนเปี้ยนใกล้ๆวิลเลี่ยมคอยห้ามปราม  และมีหลายครั้งที่พวกหนุ่มๆอดรนทนไม่ได้  กระทบกระทั่งกับพวกเอ็ดมันด์ให้สามสาวต้องออกโรงห้ามด้วย

"โอย...ห้าวันที่เหลือ...ฉันตายแน่" เมซีเน่คราง  ขณะนอนคว่ำหมดสภาพอยู่บนเตียงในห้องพัก  เธอสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม  เสื้อแขนสั้น  กางเกงสี่ส่วน

"นั่นซิจ๊ะ..." ชาร์ลีนที่นอนคว่ำติดกันสนับสนุนเสียงอู้อี้  ตาปรือจวนจะหลับ  เธออยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวผ้าฝ้ายสีชมพูระบายลูกไม้

ออโรร่าในชุดนอนเสื้อยืดแขนยาวสีฟ้า  กางเกงวอร์ม  คลานเข้ามาแทรก

"แต่ที่นี่สวยมาก  อากาศก็ดี...อยากอยู่นานๆจัง..." เธอพูดงึมงำเหมือนบ่นกับตัวเอง  แล้วหลับไปทันทีระหว่างเพื่อนทั้งสอง  โดยหัวยังไม่ถึงหมอนด้วยซ้ำ

"ตายจริง...ออโรร่าจ๊ะหลับตรงนี้ไม่ได้นะ" ชาร์ลีนบ่นกลั้วหัวเราะ  ขำกับสภาพเพื่อนรักที่หลับเป็นตายทันทีที่ตัวสัมผัสเตียงนุ่ม  พลางช่วยห่มผ้านวมให้

"ปล่อยให้นอนไปเถอะ...วันนี้ออโรร่าเหนื่อยกว่าใครเพื่อนเลยนี่  ไหนจะแข่งกีฬา  ไหนจะถูกลากไปถ่ายรูปทางโน้นทางนี้  แถมเรายังต้องคอยกันวิลเลี่ยมกับเอ็ดมันด์อีก  เป็นใครก็ต้องเหนื่อยล่ะ" เมซีเน่พูด  ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปปิดสวิตช์ไฟ

...............................……………...................

"ถึงเป็นแผนตื้นๆ...

แต่ก็เป็นหัวใจสำคัญของแผนการทั้งหมด...

ทำให้ดีที่สุด...

ถ้าสำเร็จ...แผนต่อไปก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีก...

หึ...หึ...หึ..." เสียงเยือกเย็นเปี่ยมอำนาจสั่งการ  แล้วหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ

น้ำเสียงนั้นก้องสะท้อนจับจิตผู้ฟังที่พร้อมรับคำสั่งใส่ใจโดยไม่มีข้อโต้แย้ง  เขาโค้งต่ำแสดงความเคารพ  เช่นเดียวกบหัวใจที่ภักดีพร้อมพลีชีพปฏิบัติตาม


...............................……………...................

"ว้าวดูซิ!" ลูฟี่อุทาน  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายสดใส  สีหน้าเบิกบาน  แม้เหงื่อโทรมเปียกขนทั่วใบหน้าและร่างกาย  แต่เมื่อได้มาเห็นทิวทัศน์อันงดงาม  ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็มลายหายเป็นปลิดทิ้ง

"คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆฮะ" จินตามมาถึงบนยอดเขาเป็นที่สอง  ทรุดนั่งลงพักผ่อนรับลมเย็น  ยิ้มรับกับบรรยากาศโดยรอบอย่างชื่นบาน

"ถ้านายสองคนไม่มัวแต่รีบจ้ำอ้าวแข่งกันให้ถึงยอดเขา  ก็จะได้เห็นว่าระหว่างทางมาถึงนี่ทิวทัศน์งดงามไม่แพ้บนนี้เลย" วิลเลี่ยมมาถึงคนที่สาม  แต่เขาค่อยๆเดินขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน  จึงไม่ปรากฏอาการเหนื่อยให้เห็น

"ไม่ยักรู้ว่าคนอย่างนายจะมีอารมณ์สุนทรีย์กับเขาด้วย" เมซีเน่แซว  เธอเดินถือดอกไม้สีชมพูสดตามขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี  พร้อมกันกับออโรร่า  และชาร์ลีน

"เธอไม่ควรเด็ดดอกไม้นั่น" เจมส์ดุเสียงขุ่น  เดินตามหลังสาวๆมา  คิ้วขมวดมุ่น  สีหน้าไม่พอใจ

"เถอะน่า..ดอกเดียวเอง  ทิ้งไว้เดี๋ยวมันก็โรยแล้ว" เมซีเน่แก้ตัว

"ถ้าทุกคนคิดเหมือนเธอ  เด็ดกันคนละดอกสองดอกมีหวังหมดป่า" วิลเลี่ยมว่า  แล้วหย่อนก้นลงจะนั่งพักข้างจิน  แต่เมซีเน่มาถึงผลักเขาออกไป

"โอ๊ย!  ทำอะไรของเธอน่ะ" วิลเลี่ยมที่หน้าคะมำลงกับพื้นหญ้า  รีบลุกขึ้นมาโอดครวญ

"ฮิ  ฮิ  เธอกำลังจะนั่งทับดอกไม้น่ะซิจ๊ะวิล" ชาร์ลีนหัวเราะในลำคอตอบ  ขณะเดินผ่านไปสมทบกับเพื่อนสาวที่ริมผา

"เชอะ!  ตั้งใจจะแกล้งฉันล่ะไม่ว่า" วิลเลี่ยมหน้ามุ่ย  ชักสีหน้าหงุดหงิด  จ้องเมซีเน่ที่ยืนชมวิวอยู่กับออโรร่า  และชาร์ลีน

แต่แล้วสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเป็นนิ่งงันกับภาพทิวทศน์อันงดงามที่มีออโรร่าเป็นส่วนสำคัญ

ใบหน้าขาวนวลน่ารักที่เห็นเพียงด้านข้าง  ต้องแสงตะวันยามอรุณรุ่งเป็นประกาย  นัยน์ตาสีน้ำตาลสดใสสะท้อนแสงสีทองดูอบอุ่น  ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อที่กำลังแย้มยิ้มชวนหลงใหล  เรือนผมยาวตรงสลวยสีน้ำตาลแดงที่พลิ้วไหวตามแรงลมเย้ายวนให้จับต้อง  ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงรูปร่างอันงดงามบอบบางในชุดเสื้อยืดสีขาวรัดรูปกับกางเกงยีนส์ที่ทำให้เธอยิ่งโดดเด่น

นาทีนั้นวิลเลี่ยมไม่เห็นใครอื่นในสายตานอกจากออโรร่า  ทว่าภาพอันงดงามก็มีอันต้องถูกบดบังสิ้นไป...ด้วยเงาร่างมืดทะมึนของออตโต!!

"แสบมากนะวิลเลี่ยม!" ออตโตขึ้นมาถึงเป็นคนสุดท้าย  ใบหน้าสีเข้มถมึงทึง  เหงื่อโทรมกาย  พร้อมด้วยสัมภาระของทุกคนบนไหล่และหลัง  ยืนเท้าเอวค้ำหัววิลเลี่ยม  กัดฟันพูดสีหน้ากราดเกรี้ยว

วิลเลี่ยมเพียงแต่ยิ้ม  ลุกขึ้นช่วยออตโตปลดกระเป๋าเป้ของทุกคนลงวางบนพื้น

"นายเป็นคนเสนอความคิดนี้เองนี่" เมซีเน่เดินกลับจากริมผามารับเป้ของตัวเอง

"พวกเธอก็เลยรวมหัวกันโกงไพ่  ให้ฉันแพ้  แล้วเป็นเบ๊หิ้วของทั้งหมด" ออตโตบ่นอย่างน้อยใจ

"เราไม่ได้โกง" เจมส์เข้ามารับเป้ตัวเอง  ปฏิเสธสีหน้าจริงจัง  แต่แล้วก็อดขำไม่ได้เมื่อสบตากับวิลเลี่ยมเข้า  ทั้งที่นัยน์ตาสีน้ำเงินคู่นั้นของวิลเลี่ยมจงใจสบมาห้ามปราม  แต่กลับกลายทำให้เจมส์ทนกลั้นหัวเราะไม่ไหว  ได้แต่พยายามกระแอมไอกลบเกลื่อนเสียงหัวเราะ

"พวกเธอเล่นโกงจริงๆซินะ" ออโรร่าที่นึกสงสัยอยู่ก่อนแล้วพูดขึ้น  หยุดเสียงหัวเราะเจมส์ได้ชะงัด

วิลเลี่ยมถอนใจเฮือกใหญ่  "ถ้าเราไม่โกง  เธอคิดว่าใครจะแพ้ล่ะ" เขาเลิกคิ้วถามกลับสีหน้าขึงขัง  ไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อยในน้ำเสียง

ออโรร่าได้แต่อึ้ง  พูดไม่ออก  แน่นอนคนที่แพ้ต้องเป็นเธอ  เพราะเธอเล่นไม่เป็นเลย  แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่ถูกปลุกให้มาเล่นกันตั้งแต่รุ่งสาง  ทั้งที่เมื่อวานเพลียแทบตาย  เธอจะหลับคาโต๊ะไม่รู้ตั้งกี่รอบ

"เอาเถอะฮะ  ขากลับอาหารหนักๆพวกนี้ก็ลงไปอยู่ในท้องพวกเราหมดแล้ว  และเราก็ไม่ปล่อยให้ออตโตถือคนเดียวแล้วล่ะฮะ" จินเข้ามาปลอบออตโตที่นั่งหอบอยู่

กิจกรรมแรกของการรับน้องคณะวันที่สอง  คือการมุ่งสู่ยอดเขาของเกาะเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติยามอรุณรุ่ง  ทานอาหารเช้ากลางทุ่งหญ้าเขียวขจีรับแสงตะวันอันอบอุ่น

ผู้คนเริ่มทยอยมาถึงยอดเขามากขึ้นเรื่อยๆ  จนทิวทัศน์ทุ่งโล่งแทรกแซมด้วยบุปผาหลากสีนานาพรรณริมผากว้างอันงดงาม  เจือหมอกจางอบอุ่นด้วยแสงสุริยาสีทองถูกบดบัง  และอารมณ์สุนทรีย์ก็มีอันต้องขุ่นมัวเมื่อกลุ่มคอร์เนอร์มาถึง

"หึ! ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอคือสโลแกนของเฮอร์เรียต" เอ็ดมันด์ตะโกนแซวมาแต่ไกล  เพื่อนๆกลุ่มคอร์เนอร์หัวเราะสนับสนุน

วิลเลี่ยมอ้าปากจะโต้กลับ  แต่เจมส์ส่งสายตาปราม  และเมซีเน่ก็รับลูก  รีบหาเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจ

"พวกนายเห็นลานพิธีอภิเษกกันรึยังน่ะ" เมซีเน่ชวนคุย  พลางชี้ชวนไปยังริมผาทิศตรงข้ามกับที่พวกคอร์เนอร์นั่งพัก

วิลเลี่ยมตัดสินใจเลิกสนพวกคอร์เนอร์  ลุกเดินตามเมซีเน่ไป

"โอ้โห...จากตรงนี้เห็นทั้งปิรุสและเมอซีเลยนะฮะ" จินอุทาน  ตื่นตากับภาพทิวทัศน์งดงามเบื้องหน้า 

กอปรด้วยผืนแผ่นดินด้านขวา  ที่มีตึกรามสูงทันสมัยกับท่าเรือใหญ่หลายแห่ง  แทรกแซมด้วยพฤกษาเขียวขจี  ลึกถัดเข้าไปไม่ไกลนักอีกเมืองหนึ่งคือ 'เฮฟเวน' นครหลวงแห่งสาธารณรัฐเมอซีที่เห็นเด่นสะดุดตาด้วยอาคารบ้านเรือนสีส้มแดงเป็นเอกลักษณ์

เกาะใหญ่ด้านซ้ายคือสาธารณรัฐปิรุส  ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก  มีตึกอาคารสูงโผล่พ้นแนวต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ตึกกับท่าเรือใหญ่เพียงแห่งเดียว

"ออโรร่าจ๊ะ...เกาะด้านซ้ายคือสาธารณรัฐปิรุสบ้านเกิดของเมซี่และเจ้าหญิงเอลีย่าพระคู่หมั้นของเจ้าชายฮาร์เวิร์ดจ้ะ" ชาร์ลีนขยายความให้ออโรร่าที่ทำหน้างงงันกับคำอุทานของจินฟัง

"แผ่นดินด้านขวาคือสาธารณรัฐเมอซีฮะ  ดูซิฮะ...ที่เห็นลิบๆนั่น  ฝั่งเมอซีก็กำลังเตรียมพื้นที่จัดงานอภิเษกเหมือนกัน" จินช่วยอธิบาย  นัยน์ตาสีนิลทอดมองยังแผ่นดินใหญ่ด้านขวาที่อยู่ไม่ไกล  ซึ่งกำลังก่อสร้างปรับพื้นที่ขนานใหญ่  มีทั้งรถทั้งคนอยู่เต็มพื้นที่

"ดูซิ! เกาะนี้ก็กำลังเตรียมพื้นที่เหมือนกัน" ลูฟี่มองลงไปยังหาดทรายกว้างเบื้องล่างที่บรรดาผู้คนกำลังทำงานขมักเขม้น  บ้างติดตั้งเต้นท์พิธี  บ้างจัดสวนเกลี่ยทรายปรับพื้นที่รอบๆ

"เขาจะรับเจ้าสาวจากปิรุสไปเฮฟเวนเลยไม่ใช่เหรอ" ออตโตถามสีหน้าฉงน

"ตอนแรกก็จะทำอย่างงั้น  แต่จากปิรุสไปเฮฟเวนเลยก็ไกลพอดูในการเดินทางด้วยเรือ  แล้วอีกอย่างฤกษ์ยามก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย" วิลเลี่ยมตอบ

"นายนี่รู้ละเอียดจริงนะ" เมซีเน่ว่า  แต่ในใจเธอรู้ดีว่าวิลเลี่ยมเป็นถึงลูกชายรัฐมนตรีกิจการทหารและการต่างประเทศของสาธารณรัฐเมอซี  และด้วยความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเจ้าชายฮาร์เวิร์ดในฐานะญาติสนิท  เป็นธรรมดาที่เขาย่อมรู้ถึงข่าวคราววงในราชสำนัก

"ทางปิรุสเป็นไงบ้าง" เจมส์ถามอย่างสนใจ

"เราไม่ต้องจัดอะไรใหญ่โต  ก็เลยไม่วุ่นวายเท่าไหร่  แค่ส่งเอลี่ลงเรือที่เฮฟเวนเตรียมมารับ  แล้วก็มีพิธีนิดหน่อยในวัง  นี่ฉันว่าวันงานจะรอรับเอลี่ที่เกาะนี้เลย  หรือไม่ก็อาจไปรอที่ฝั่งเมอซี" เมซีเน่ตอบ

"วันสุดท้ายเรามีเวลาว่าง  ลงไปดูกันมั้ย" ออโรร่าชวน  นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายระริกตื่นเต้น  จับจ้องยังประรำพิธีที่กำลังเตรียมการขนานใหญ่เบื้องล่าง 

"แน่นอนจ้ะ" ชาร์ลีนรบปาก  ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

หลังมื้อเที่ยงที่เอร็ดอร่อยเป็นพิเศษกับอาหารง่ายๆอย่างข้าวผัดไข่กับต้มจับฉ่าย  เนื่องจากความหิวโหยเหนื่อยล้าจากการเดินทางกลับจากยอดเขา  นิสิตคณะการบริหารและการปกครองแต่ละชั้นปีต่างแยกย้ายกันไปประชุมเพื่อเตรียมการแสดงที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้

ด้วยตำแหน่งกรรมการนิสิตปีหนึ่ง  และเป็นผู้นำในการจัดประชุม  นี่จึงเป็นข้ออ้างอย่างแนบเนียนเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นผู้ร่วมแสดง  นับเป็นข้อดีที่เพิ่งค้นพบเป็นครั้งแรกในการเป็นกรรมการนิสิต

"ที่เสนอมาตอนนี้ก็มี 1.แสดงตลก  2.เต้นประกอบเพลงที่จะแปลงเนื้อเพลงใหม่ให้ตลก...มีใครจะเสนออะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยคะ" ชาร์ลีนรับหน้าที่เป็นผู้นำการประชุมเช่นเคย  โดยมีออตโตกับเมซีเน่เป็นผู้ช่วย

เมซีเน่กำลังเขียนหัวข้อทั้งสองที่ชาร์ลีนพูดลงบนกระดานไวท์บอร์ดที่ตอกติดไว้กับต้นสน  ซึ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะปิคนิคไม้ที่ตั้งเรียงเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบบนผืนทรายขาวละเอียด  พร้อมด้วยเตาบาร์บีคิวด้านข้าง  ท่ามกลางร่มเงาหมู่สน  สายลมโชยเอื่อย  และเสียงคลื่นที่สาดซัดหาดอยู่ไม่ไกล 

ทว่าบรรดานิสิตปีหนึ่งที่เนืองแน่นอยู่ ณ ที่นั้น  บ้างนั่งบนโต๊ะ  บ้างยืนพิงต้นไม้  มิได้สนใจในบรรยากาศอันสุขสงบนั้น  กลับกำลังถกเถียงหารือกันอย่างเคร่งเครียด  เว้นเพียงพวกคอร์เนอร์ที่จงใจหลับไม่สนใครหรือการประชุมใดๆทั้งสิ้น

"ฉันว่ามันจำเจเกินไป...เอ้า! ใครมีความคิดอะไรดีๆนำเสนออีกบ้าง" ออตโตตะโกนถามเสียงดัง  ไม่ต้องใช้โทรโข่งช่วยเหมือนชาร์ลีน 

เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจหยุดชะงักลงชั่วขณะ  แต่แล้วกลับดังขึ้นอีกครั้งเมื่อทุกคนหันไปปรึกษาหารือกัน  แล้วก็มีคนยกมือขึ้น  หยุดเสียงเซ็งแซ่ให้เงียบกริบ

"มายากลค่ะ" 'แอนนิต้า  มารี'  สาวผิวขาว  นัยน์ตาสีฟ้า  ผมเปียสีชมพู  คนที่คู่กับเจมส์ในการวาดภาพเหมือนวันแรก  ยกมือขึ้นเสนอความเห็น  แต่ยังไม่ทันได้ขยายความต่อสปายทั้งสี่ที่ถูกส่งไปสืบความลับการแสดงของรุ่นพี่ปีอื่นๆก็กลับมาถึง

"พี่ปีสองจะแสดงตลกกันฮะ" จินโพล่งออกมาอยางตื่นเต้นหน้าที่ประชุม  เหงื่อแตกพลั่กเปียกขนกับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งจากการวิ่ง "คนแสดงคือพี่ฮานาอิกับพี่จิมมี่ฮะ"

คำประกาศของจินเรียกเสียงฮือฮาให้กลับมาดงขึ้นอีกครั้ง  ด้วยทุกคนต่างรู้ดีว่ารุ่นพี่ทั้งสองเป็นนักแสดงตลกดาวรุ่งที่กำลังมีชื่อเสียงในโอเอซิสขณะนี้  ทั้งยังเป็นตัวเกร็งประธานชมรมแสดงตลกในปีหน้าด้วย

"เป็นอันว่าการแสดงตลกตกไปซินะ" เมซีเน่ประกาศผ่านโทรโข่ง  พลางขีดฆ่าหัวข้อแรกบนกระดานไวท์บอร์ดทิ้ง

"แล้วพี่ปีสามล่ะจ๊ะลูฟี่" ชาร์ลีนหันมาถามลูฟี่ที่นั่งลงพักเหนื่อยอยู่ข้างออโรร่าบนม้านั่งแถวหน้าสุด

ลูฟี่ยืนขึ้น "เต้นประกอบเพลง...ลงมือซ้อมกันแล้วด้วย" เขากล่าว  พยักเพยิดไปยังหัวข้อที่สองบนกระดานให้เมซีเน่ขีดฆ่าไปอีกข้อ

"ปีสี่แสดงละคร" เจมส์พูด  ไม่ต้องรอให้ถาม

"ตอนแรกก็ตกลงกันจะเล่นตลก  แต่พอรู้ว่าปีสองจะเล่น ก็เลยเปลี่ยน" วิลเลี่ยมเสริม

"งั้นก็เหลือแต่มายากลซินะ" เมซีเน่พูด  ไม่ทันสังเกตสายตาชาร์ลีนกับออตโตที่จ้องมาห้ามปราม 

และนัยน์ตาลุกวาวอย่างตกตะลึงของแฝดเฮอร์เรียตที่เพิ่งรับรู้ในหัวข้อการแสดงใหม่ซึ่งไม่ได้เขียนไว้บนกระดาน...

...............................……………...................



                       ตอนหน้ามีเสียว! สวีท! หวาน...

                              จะเป็นเช่นไรต้องคอยติดตามค่ะ

                       อย่าลืมคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ

                       PS. ขอบคุณท่าน -PiNgๆ- (คอมเม้นท์ที่ 783) มาแก้ให้อ่านได้ง่ายขึ้นแล้วนะคะ


BG T b
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น