CLEMENCY

ตอนที่ 48 : เอาห้องชมรมพลองคืนมา 2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ธ.ค. 49



                เจมส์ควักไอดีการ์ดออกมาอีกครั้งหนึ่ง  ยื่นออกไปสุดแขนตรงหน้าซีลล์  สองสาวยื่นหน้าไปดูพร้อมกัน  แล้วหันกลับมามองซีลล์สลับกับเจมส์ด้วยสีหน้างุนงงเต็มไปด้วยคำถาม


          "
นายไม่ได้ทำไอดีการ์ดหล่นหาย  แต่ต้องการล่อพวกเราให้ห่างจากเครื่องสร้างควัน" เจมส์พูด  โยนไอดีการ์ดของซีลล์ที่เขาแอบจิ๊กมาเพื่อใช้เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง  กลับคืนเจ้าของ


               สองสาวตกตะลึง  นัยน์ตาแทบถลน  จ้องมองใบหน้าจริงจังเคร่งขรึมของเจมส์  ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน  แต่เมื่อหันกลับมามองหน้าซีลล์  และพบเห็นข้อพิรุจมากมาย  ทั้งใบหน้าขาวซีด  ปากสั่น  เหงื่อแตกพลั่กโทรมกาย  และมือไม้ปวกเปียกสั่นเทาที่ลนลานตระครุบไอดีการ์ดที่เจมส์โยนให้  สีหน้าอ่อนโยนเห็นใจที่เคยมีให้ก็แปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวถมึงทึง


          "
นายเป็นหนึ่งในพวกที่ทำเรื่องคืนนี้ซินะ! " เมซีเน่แผดเสียงตะคอกถามอย่างโกรธจัด  ชกกำปั้นขวาบนฝ่ามือซ้าย


          "
ฉะ...ฉัน...ฉันขอโทษ..." ซีลล์กล่าวคำขอโทษออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น  ขณะเมซีเน่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ใบหน้าถมึงทึง แล้วไม่ทันจะห้ามได้  ซึ่งที่จริงเป็นเพราะไม่อยากห้ามมากกว่า


          "
วะ...เหวอ...ไม่นะ...ฉันขอโทษ...อ๊ากกกก! " ซีลล์ก็ถูกเมซีเน่ลงมือล้างแค้นให้สาสมกับที่ทำให้เธอต้องอายเพราะเสียฟอร์มหลายครั้งในคืนนี้

...............................……………...................

                แสงสีส้มสองลำจากพลองแสงแหวกส่องนำทางกลางทางเดินมืดมิดเต็มไปด้วยหมอกควันหนาวเย็น 'ดานัน' กับ 'นันดา' แฝดชายหญิงมนุษย์แมวลายเสือขนสีส้ม  สมาชิกชมรมพลองปีหนึ่งเดินเคียงกันมา  พลางพูดคุยเสียงดัง


           "
ทำไมมันหมดเร็วนักนะ  เพิ่งแป๊บเดียวเอง" ดานัน  แฝดชายคนพี่บ่น


           "
ก็นายดันไปเร่งเครื่องมันน่ะซิ  มันถึงหมดเร็วน่ะ" นันดา  แฝดหญิงคนน้องตอบอย่างรำคาญ


           "
ทำไงได้ล่ะ  ก็พวกนั้นมากันตั้งแต่หัวค่ำ…" ดานันตอกกลับเสียงหงุดหงิด  แต่แล้วก็เงียบไป  หันไปจุ๊ปากบอกน้องสาวให้เงียบด้วย  แล้วหันมองรอบตัว


           "
มีอะไรเหรอ" นันดาถามเสียงเบาแทบกระซิบ


           "
เอ้อ...ฉันนึกว่าได้ยินเสียงฝีเท้าใครเดินตามน่ะ แต่สงสัยคิดไปเอง" ดานันพูดเสียงลังเล  ยังไม่วางใจหันมองด้านหลังอย่างหวาดระแวง


           "
ฮ่า  ฮ่า  กลัวล่ะซิ! เที่ยวหลอกชาวบ้านเขา  เลยกลัวจะโดนหลอกบ้าง" นันดาระเบิดเสียงหัวเราะ  เลิกทำเสียงกระซิบ  แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกล้อเลียนพี่ชาย


                ดานันไม่สนใจ  เชิดหน้าใส่  แล้วผลักบานประตูห้องที่เปิดอ้าทิ้งไว้  นันดาตามเข้าไปด้วย  แล้วทั้งคู่ต้องแปลกใจที่เครื่องสร้างควันถูกกดปุ่มปิดการทำงาน


                 แต่นั่นยังไม่น่าตกตะลึงเท่ากับใบหน้าถมึงทึงของคนสามคนที่ดึงประตูเปิดผางออกตามเข้ามาติดๆ  ยืนเท้าเอวจังก้า  จ้องมองแฝดแมวทั้งสองด้วยสีหน้ากราดเกรี้ยว

...............................……………...................


           "
ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก"  เสียงเคาะประตูกระจกเป็นจังหวะช้าๆ สามครั้ง


                ครู่ต่อมาประตูกระจกที่มีม่านหนาสีเทาด้านในบังตาก็ถูกผลักเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน  ความมืดทำให้มองเห็นใบหน้านั้นไม่ถนัด  แล้วร่างปีศาจขาวซีดที่ทั้งคู่ติดตามมาก็รีบผลุบเข้าไปในอดีตห้องชมรมพลองอย่างรวดเร็ว


                ออโรร่าหันมองวิลเลี่ยม  เลิกคิ้วซ้ายส่งสายตาเป็นเชิงถามว่าจะทำยังไงกันต่อ


                วิลเลี่ยมพยักหน้า  สายตามุ่งมั่น  แล้วเดินนำออกไปจากมุมกำแพงที่ทั้งคู่ซุ่มอยู่  มุ่งสู่ห้องชมรมพลอง  เคาะประตูกระจกสามครั้งเป็นจังหวะเดียวกันกับร่างปีศาจที่เพิ่งเข้าไปก่อนนั้น


          "
เอ๋!? ใครกันน่ะ" ปีศาจขาวซีดที่กำลังเสยปัดผมที่ปรกหน้าออก  ถามผู้เปิดประตู


           "
คงจะเป็นซีลล์น่ะค่ะ  ฉันให้เขาไปดูลาดเลาข้างนอกได้พักใหญ่แล้ว" ผู้เปิดประตูตอบ  แล้วรีบไปเปิดประตูรับโดยไม่ฉุกคิดสงสัยใดๆ


           "
เรเน่!" ออโรร่าอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ  เมื่อเห็นใบหน้านวล ผมม้าสั้นสีดำกับดวงตาหยีชั้นเดียวของคนเปิดประตู


                 เรเน่ตกใจสุดขีด  รีบดึงประตูกลับ  แต่วิลเลี่ยมยันไว้แล้วผลักเปิดเข้าไป


           "
นึกแล้วไม่ผิด" วิลเลี่ยมพึมพำ  เมื่อเห็นใบหน้าแท้จริงของปีศาจขาวซีดที่ปัดผมปรกหน้าออกไปได้ถนัดชัด


           "
คุณออโรร่า…" ปีศาจร่างขาวครางเบาๆ อย่างสำนึกผิด  เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังแกมโกรธของออโรร่า


           "
ทำไมถึงทำแบบนี้" ออโรร่าถามยูกิเสียงเข้ม


           "
ไม่ใช่วิธีที่ดีเลยนะ  พวกเธอทำทั้งมหาลัยปั่นป่วนไปหมดเพราะข่าวลือเรื่องผีที่โรงยิมหนึ่งนี่" วิลเลี่ยมว่า "แล้วยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นอีกซินะ  ถึงได้เปิดประตูรับเราอย่างไม่ลังเลเลยน่ะ" เขาคาดคั้นสองสาว


           "
ใช่...นี่อีกหนึ่งคนล่ะ" เมซีเน่ต่อประโยค  เมื่อผลักประตูกระจกเข้ามาทันได้ยินวิลเลี่ยมพูด


                ซีลล์เดินคอตกตามเข้ามา  ทรงผมตั้งที่เป็นหนามแหลมกระเซิงยุ่งเหยิง  ใบหน้าและแขนยับเยินเต็มไปด้วยรอยข่วน  รอยช้ำจากฝีมือเมซีเน่  ชาร์ลีนกับเจมส์ประกบท้าย


           "
มีคนอื่นอีกหรือเปล่า" เจมส์ถามยูกิกับเรเน่เสียงดุ


                เรเน่ชำเลืองมองยูกิด้วยดวงตาชั้นเดียวสีนิลที่มีน้ำตาเอ่อคลอ  สีหน้าสำนึกผิดพร้อมเปิดปากสารภาพในทุกสิ่งที่กระทำลงไป  แต่ใบหน้าขาวซีดที่ก้มอยู่นั้นส่งสายตาสีฟ้าใสตอบกลับมาว่าอย่าพูด  และเรเน่ก็เข้าใจยูกิทันที  ถ้าเพื่อนที่เหลือยังไม่ถูกจับได้  แล้วพวกเธอไม่เปิดปากพูด  พวกนั้นก็จะรอดไม่ต้องมีความผิดไปด้วย


                ทว่าความคิดนั้นกลับไร้ประโยชน์เสียแล้ว  เมื่อประตูกระจกเปิดผางออกอีกครั้ง  แล้วร่างแฝดแมวลายเสือขนสีส้มหลุดผั๊วะเหมือนถูกผลักเข้ามา  ล้มกระแทกลงคุกเข่าแทบเท้ายูกิกับเรเน่ที่กำลังก้มหน้า


          "
ไม่มีคนอื่นอีกแล้วล่ะฮะ" จินตามเข้ามา


          "
เราพยายามเค้นความจริง  ทั้งคู่ก็ไม่ยอมปริปากบอก  แต่พอเราจะขึ้นมาที่ห้องชมรมนี้เท่านั้นล่ะ..." ลูฟี่อธิบาย


          "
ทำบ่ายเบี่ยงมีพิรุธอย่างชัดเจนเลย" ออตโตต่อประโยค  ขณะเดินเข้ามาในห้องโถงชมรมเป็นคนสุดท้าย


          "
รู้รึเปล่าจ๊ะว่าที่ทำไปผิดแค่ไหน  ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงสภานิสิตล่ะก็..." ชาร์ลีนพูดอย่างอ่อนโยน


          "
โดนไล่ออกแน่!" เมซีเน่ต่อประโยคเสียงลั่น 


               ผู้ร่วมขบวนการทั้งห้าสะดุ้งเฮือก  หน้าซีด  เรเน่ถึงกับลมจับ ซีลล์ต้องรีบเข้ามาประคอง


          "
อย่าให้เรื่องถึงสภานิสิตเลยค่ะ  เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลยจริงๆ  ปล่อยพวกเราไปซักครั้งเถอะค่ะ" เรเน่ของร้องเสียงออดอ้อน


          "
พวกเธอไปเอาอุปกรณ์พวกนี้มาจากไหน" ออโรร่าสวบสวนเสียงเรียบ  พยายามสะกดกลั้นข่มอารมณ์โกรธและผิดหวังในการกระทำของพวกพ้อง


          "
ฉันอยู่ชมรมการแสดงด้วยน่ะ" นันดา  แฝดแมวสาวคนน้องยอมรับเสียงอ่อย


          "
หึ! วางแผนมาอย่างดีเลยนะ...อุปกรณ์เพียบเลยนี่  ถ้าฉันไม่ได้เห็นเครื่องสร้างควันนั่น  แล้วมาเจอยูกิเข้าล่ะก็คงช๊อคไปแล้ว" เมซีเน่พูด  กระแสเสียงยังแฝงความโกรธแค้น


          "
บอกแล้วไงว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้  แล้วครั้งแรกที่เกิดเรื่องน่ะก็เป็นเพราะพวกนั้นกลัวกันไปเอง" ยูกิตอบกลับเสียงดัง  เริ่มรู้สึกฉุน


               นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธการผีหลอกเพื่อทวงห้องชมรมคืน...

...............................……………...................


               คืนแรกหลังชมรมการต่อสู้ด้วยพลองเก็บของย้ายไปอยู่อาคารกิจกรรมห้า


          "
ให้ตายเหอะยูกิ! มันสำคัญมากนักรึไงนะ...มาเอาพรุ่งนี้เช้าไม่ได้เหรอไง" นันดา  ในชุดนอนผ้าฝ้ายกระโปรงยาวสีขาวลายดอกไม้สีชมพู  สวมรองเท้าแตะขนฟูนุ่มสีขาว  บ่นอุบอิบขณะเร่งฝีเท้าเดินตามเพื่อนๆไปตามระเบียงทางเดินยาวบนชั้นสามของโรงยิมฯหนึ่ง


          "
ไม่ได้...ขืนรอถึงเช้าพวกชมรมเทนนิสเจอเข้าล่ะก็เป็นเรื่องแน่" ยูกิตอบโดยไม่หันกลับมามอง  เธออยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวระพื้น  ระบายลูกไม้สีขาวสะอาด  สวมรองเท้าบิน  และด้วยความเร่งรีบร้อนใจ  ผมยาวสีขาวนั้นยิ่งดูยุ่งเหยิงรุงรังเหมือนเพิ่งตื่นนอน  ทั้งที่เธอยังไม่ได้นอนเลย  และนี่ก็เป็นเวลาสองทุ่มเศษเท่านั้น


          "
เอาเถอะค่ะ...มาถึงนี่แล้ว  รีบจัดการให้เสร็จเร็วๆ  เราก็จะได้กลับไปพักผ่อนกันแล้ว" เรเน่พูดปลอบ  ขณะหยุดรอให้นันดาเดินตามมาทัน  เรเน่สวมชุดนอนเสื้อแขนสั้นคอจีนกับกางเกงสามส่วนผ้าแพรสีบานเย็น  และใส่รองเท้าบิน


          "
อย่าบอกนะว่ามาเอาไอ้นั่นน่ะ" นันดานึกได้  อุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก


          "
ก็ใช่น่ะสิ! ฉันถึงต้องมาเอาตอนนี้ไง" ยูกิหันมาตอบเสียงหงุดหงิด  เมื่อหยุดยืนอยู่หน้าประตูกระจกห้องชมรมพลอง  แล้วก่อนที่จะผลักประตูเปิดเข้าไป  เธอแหงนหน้าขึ้นมองป้ายหินอ่อนสีขาวที่สลักอักษรสีมรกตว่า 'ชมรมการต่อสู้ด้วยพลอง' ด้วยสีหน้าอาลัย


          '
พรุ่งนี้มันก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชมรมเทนนิสแล้วซินะ' ยูกิคิด


               เพื่อนสาวทั้งสองก็ต่างแหงนหน้าขึ้นมองป้ายชื่อนั้นด้วยความรู้สึกเดียวกัน


          "
ซักวัน...เราจะต้องกลับมาห้องนี้อีกให้ได้" นันดากัดฟันพูด  น้ำเสียงบ่งชัดถึงความเจ็บแค้น


               เรเน่กับยูกิหันมาส่งยิ้มตอบ  พยักหน้าเข้าใจ  แล้วยูกิก็ผลักประตูอดีตห้องชมรมอันเป็นที่รักเดินนำเข้าไป


          "
โห...เชื่อเค้าเลยยูกิ! เธอน่าจะไปอยู่ชมรมนักสืบนะ" นันดาบ่น  ขณะช่วยปลดกล้องวีดีโอสอดแนมตัวจิ๋วขนาดเท่านิ้วโป้งตัวที่แปดซึ่งซ่อนอยู่ในกำแพงโยนลงกล่อง  กล้องวีดีโอจิ๋วที่ตอนแรกแนบสนิทเป็นเนื้อและสีเดียวกับกำแพงสีขาวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลสีเดียวกับกล่องกระดาษนั้น


          "
หวังว่าคงไม่มีภาพที่ไม่ดีหลุดออกไปด้วยหรอกนะคะ" เรเน่สำทับ  เธอกำลังคลำหากล้องสอดแนมจิ๋วอยู่แถวตู้ล๊อคเกอร์ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหญิง


          "
ฉันรู้หรอกน่า...ก่อนจะส่งออกไปฉันตัดต่อ  ดูแล้วดูอีกตั้งสี่ห้ารอบ  ไม่มีทางหลุดอะไรไม่ดีออกไปแน่" ยูกิตอบอย่างรำคาญ  ขณะก้มดูแผนผังแสดงที่ติดกล้องซึ่งบันทึกไว้ในมือถือ


          "
ช่าย...แถมยังเก็บก๊อปปี้ไว้อีกสองแผ่นเอาไว้ดูเอง  ฉันไม่เข้าใจจริงๆ เธอก็หน้าตาน่ารักขนาดนี้ทำไมไม่ไปชอบผู้ชาย  ดันมาชอบเพศเดียวกันอยู่ได้" นันดาแซว  ยักคิ้วให้อย่างรู้ทัน


          "
ปัง!" แล้วไม่ทันที่ยูกิจะโต้กลับ  ทั้งสามก็ได้ยินเสียงประตูกระจกหน้าห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรงกระแทกเข้ากับผนังห้องเสียงดัง  ตามด้วยเสียงฝีเท้าคนหลายคนเข้ามาที่ห้องโถงชมรม


               สามสาวเงียบเสียง  รีบซ่อนหลังตู้ล๊อกเกอร์ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปิดประตูอ้าทิ้งไว้สู่ห้องโถงรับแขก


           "
เฮ้ย! ใช้ได้นี่หว่า...สุดยอดเลยว่ะ" ชายร่างเตี้ยคนแรกที่เข้ามาในห้องพูด


          "
เห็นเปล่า...ข้าบอกแล้ว  กว่าชมรมข้าจะขนของย้ายเข้ามาก็อีกหลายวัน  ระหว่างนี้เราก็ยึดเป็นสถานบันเทิงส่วนตัวได้เลย" ชายร่างสูงผอมอีกคนหนึ่งว่า  พลางวางขวดเหล้าที่ถือมาบนโต๊ะกระจกสี่เหลี่ยมสีเขียวใสกลางหมู่โซฟาสีเขียวอ่อน


          "
มา...งั้นก็ตั้งวงกันได้แล้ว  เร็วๆเพื่อนข้าหิวเหล้า" ชายคนที่สามซึ่งตัวอ้วนใหญ่ที่สุดพูด  ขณะแกะถุงกับแกล้ม  ถั่วลิสงคั่ว  ขนมขบเคี้ยวใส่ในจานใบใหญ่ที่เตรียมมาวางลงบนโต๊ะข้างขวดเหล้า


          "
จะเมากันยังไงข้าไม่ว่าหรอกนะ  แต่ขอเหอะเก็บกวาดกันให้เรียบร้อยด้วยตอนเช้าน่ะ  ยังไงๆต่อไปข้ากับไอ้แฟรงค์ก็ต้องมาอยู่มาใช้ห้องนี้นะโว้ย" หนุ่มมนุษย์กบคนที่สี่บ่น


          "
เออน่า...รู้แล้วๆ  มา...ดื่มๆ" ชายร่างอ้วนตัดบท  ลงมือชงเหล้าใส่แก้วให้เพื่อนๆที่เข้ามานั่งล้อมวงกัน


          "
ฮึ่ม! ไอ้พวกนี้...มันจะมากไปแล้ว  กล้ามานั่งกินเหล้าในห้องชมรมเรา" ยูกิขบเคี้ยวเขี้ยวฟันพูดอย่างโกรธจัด  สาวเท้าเดินออกจากหลังตู้ที่ซ่อนเพื่อจะไปจัดการสั่งสอน


               แต่เรเน่คว้าแขนห้ามไว้
"
ห้องนี้ไม่ใช่ห้องชมรมของเราอีกแล้วนะคะ  ปล่อยไปเถอะค่ะ" เธอกระซิบปรามยูกิ


          "
ถึงอย่างนั้นก็เหอะ...เธอทนได้เหรอที่จะเห็นพวกนั้นนั่งกินเหล้ากันบนโซฟาที่เราเคยนั่งพักผ่อน  ทำความสะอาดทนุถนอมอย่างดี  ไม่เคยแม้แต่จะกล้าเอาน้ำเอาขนมมานั่งกินเล่นให้เลอะเทอะน่ะ" นันดาพูด  น้ำเสียงสีหน้ากราดเกรี้ยวไม่แพ้ยูกิ


               ภาพความทรงจำเมื่อครั้งทั้งสามเคยนั่งเล่นบนโซฟา  พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน  ภาพการประชุมหารือเครียดก่อนลงสู้ศึกในกีฬาสหสัมพันธ์ของสมาชิกทั้งหมดในชมรม  ภาพทุกคนทำความสะอาดครั้งใหญ่เพื่อเตรียมรับผู้คนที่จะเข้ามาเยี่ยมชมรมในงานทัวร์โอเอซิส  ผุดขึ้นมาในสมองเรเน่อย่างแจ่มชัดเหมือนเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน  เธอปล่อยมือที่จับแขนยูกิไว้ นัยน์ตาตี่ชั้นเดียวสีนิลแดงก่ำ  น้ำตาคลอ


               เพื่อนทั้งสองเข้าใจความรู้สึกเธอดี  ส่งยิ้มให้ปลอบประโลม


          "
ถึงที่นี่จะไม่ใช่ห้องชมรมของเราอีกต่อไปแล้ว  แต่ฉันก็ทนนิ่งดูดายเห็นพวกนั้นกระทำผิดในห้องนี้ไม่ได้  เธอเข้าใจแล้วใช่มั้ย" ยูกิถามเสียงอ่อนโยน  เรเน่พยักหน้าตอบ


               ยูกิถลาออกไปด้วยรองเท้าบินไปที่ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งเปิดทิ้งไว้  ด้วยสีหน้าถมึงทึงโกรธจัด  พร้อมเผชิญหน้าอย่างไม่กลัวเกรงสั่งสอนกลุ่มชายหนุ่มที่ดื่มเหล้าทำผิดกฎไม่เคารพสถานที่


          "
หยุดทำเรื่องชั่วกันได้แล้ว!" ยูกิตะโกนก้อง  เท้าเอวจังก้าอยู่หน้าประตู

ชายทั้งสี่หันมามองพร้อมกัน  แต่แล้วสีหน้าหงุดหงิดที่จู่ๆมีคนมาขัดจังหวะการดื่มอันรื่นรมย์  ก็แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก  ดวงตาเบิ่งกว้างอย่างพรั่นพรึง  ใบหน้าแดงกล่ำจากฤทธิ์สุราพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีด


          "
ผะ...ผะ...ผี...ผีหลอก!" หนุ่มมนุษย์กบตะโกนลั่นเสียงสั่น  แก้วเหล้าหลุดมือหล่นแตก    แล้วด้วยสัญชาติญาณการกระโดดในสายเลือด   เขากระโจนทีเดียวไปถึงประตูกระจกเผ่นแน่บออกไปจากห้องก่อนเพื่อน


                 อีกสามคนต่างร้องตะโกนโหวกเหวกไม่เป็นภาษา  วิ่งกรูเผ่นตามออกไปไม่คิดชีวิต


                  เรเน่  นันดา  ออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้างงงันพอกับยูกิต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่แล้วสาวหมวยกับแมวสาวก็ขำกลิ้งเข้าใจทันทีเมื่อเห็นสภาพสาวหิมะ


                  ยูกิยืนเท้าเอวลอยอยู่เหนือพื้นด้วยรองเท้าบิน  แต่เพราะชุดนอนสีขาวระบายลูกไม้ที่ยาวจนคลุมเท้ามิดทำให้ดูเหมือนเธอไม่มีเท้า  ซ้ำชุดนอนนั้นก็เปื้อนฝุ่นเลอะเทอะ  แถมผิวซีดกับผมยาวยุ่งเหยิงสีขาว  และใบหน้าบึ้งตึงเข้าไปอีก  ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกนั้นมั่นใจว่ายูกิไม่ใช่คนคงจะเป็นนัยน์ตาสีฟ้าใสที่เครียดเขม็งกราดเกรี้ยวนั้น


                  นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธการผีหลอกเพื่อทวงห้องชมรมคืนนับแต่นั้น...

  

...............................……………...................

            “ทำไมไม่ใส่รองเท้าบินล่ะ  ถ้าเธอใส่ฉันก็อาจจับเธอไม่ได้ วิลเลี่ยมถาม  หลังฟังยูกิเล่าเรื่องจบ


            “
จับได้ง่ายกว่าเดิมซิไม่ว่า  ใช้ฐานเลื่อนทำให้ดูสมจริงกว่า  คิดดูซิ...เห็นเท้าเปล่าลอยอยู่เหนือพื้นย้ำให้รู้กันไปเลยว่าไม่มีอุปกรณ์อย่างพวกรองเท้าบินช่วยมันดูน่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ ดานัน  แฝดแมวหนุ่มคนพี่ตอบแทนยูกิ


            “
อืม...จริงของนาย  แต่ฉันว่าถ้าหยอดน้ำมันกันล้อฝืดซะหน่อยจะดีมากเลย วิลเลี่ยมแนะนำแกมประชด


            “
เดี๋ยวนะฮะ  พวกเธอมาเก็บกล้องสอดแนม...ถ้าอย่างนั้นวีซีดีเรียลริตี้ออโรร่าที่ระบาดอยู่ตอนนี้ก็... จินตั้งข้อสันนิษฐาน


            “
เป็นฝีมือพวกเธอหรือจ๊ะ ชาร์ลีนต่อประโยค  สีหน้างงงันไม่อยากเชื่อแม้เป็นเสียงตัวเองที่พูดออกไปก็ตาม


            “
ไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรอก  ฉันทำคนเดียว ยูกิสารภาพ  แล้วสบตาออโรร่าอย่างสำนึกผิด ขอโทษค่ะคุณออโรร่า


                  ออโรร่าไม่อยากเชื่อ  นัยน์ตาสีน้ำตาลจับจ้องใบหน้าเพื่อนร่วมชมรมอย่างปวดร้าว  ตลอดเวลานับตั้งแต่วีซีดีภาพชีวิตประจำวันของเธอถูกเผยแพร่  เธอสืบเสาะพยายามหาตัวผู้กระทำ  เมื่อจับใครไม่ได้  คนที่เธอสงสัยคือ
ซีเลค  ไทรินมนุษย์แมวเปอร์เซีย  แต่เมื่อไม่มีหลักฐานมัดตัวเขา  เธอจึงทำได้เพียงโกรธเกลียดชังเขาอยู่ในใจ  ทว่าการณ์กลับกลายเป็นว่าคนใกล้ชิดเธอที่สุดเป็นคนทำ  เธอรู้สึกโกรธและอยากจะเกลียด  แต่ไม่สามารถทำได้  ที่เหลืออยู่ในจิตใจจึงมีแต่ความรวดร้าวเท่านั้น


            “
เพราะวีซีดีนี่ซินะ  ช่วงนี้เศรษฐกิจชมรมพลองถึงได้พอมีพอใช้ขึ้นมาบ้าง วิลเลี่ยมสรุป


            “
งั้นเธอก็อย่าโกรธยูกิเลย  แล้วฉันว่าวีซีดีกับภาพถ่ายเธอที่เกลื่อนมหาลัยอยู่ตอนนี้มันก็มีแต่ช๊อตสวยๆทั้งนั้นด้วย ออตโตพูด  ตบหลังออโรร่าเบาๆปลอบ


            “
ใช่...ฉันยังมีเลย  ตอนนี้ในมหาลัยถ้าใครไม่รู้จักเธอล่ะเชยแย่ ลูฟี่สนับสนุนอย่างร่าเริง


            “
ที่ผ่านมาก็ให้แล้วไป  ต่อไปอย่าทำอีก เจมส์สั่งสอนยูกิเสียงเข้ม


                   ออโรร่าถอนหายใจ  คิดได้จากคำพูดเจมส์ว่าการให้อภัยเป็นหนทางที่ดีที่สุด


             “
แล้วอย่าทำอีกนะออโรร่าพูด  ฝืนยิ้มให้ยูกินิดหนึ่ง


                    นั่นเพียงพอแล้วสำหรับยูกิ  เธอส่งยิ้มตื้นตันตอบกลับไป  และสัญญากับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันทำให้ออโรร่าคนที่เธอรักและศรัทธาต้องผิดหวังเสียใจอีก


             “
นอกจากยูกิแล้วนายก็ช่วยหลอกด้วยซินะ  มีหลายคนแจ้งไปว่าถูกผีชายหนุ่มหลอก เมซีเน่ถามซีลล์ที่ยืนนิ่งก้มหน้า


                   ซีลล์เงยหน้าขึ้นตอบ
ไม่นะ...มีแต่ยูกิคนเดียวที่แต่งเป็นผี  พวกเราแค่ช่วยจัดการเอฟเฟคกับดูลาดเลาเท่านั้น เขาปฏิเสธจริงจัง  นัยน์ตาสีน้ำตาลตรงไปตรงมาไม่มีแววโกหกแม้แต่น้อย


            “
งั้นพวกนั้นเห็นใครกัน เมซีเน่พึมพำ  ลูบคางสีหน้าครุ่นคิด  พลางจับจ้องใบหน้าผู้ร่วมขบวนการหลอกผีทีละคนอย่างพยายามจับผิด  แต่สีหน้าแววตาทั้งห้าคนก็ไม่แสดงพิรุธใดๆ


                   ทว่าครู่ต่อมาใบหน้าทั้งห้าที่อยู่ในอาการสงบสำนึกผิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นหวาดหวั่นพรั่นพรึง  ปากอ้า  ตัวสั่น


                   ลูฟี่  จิน  และออตโตที่หันหน้าไปยังทิศเดียวกันก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน


                   เมซีเน่  วิลเลี่ยม  ชาร์ลีน  เจมส์  และออโรร่าจึงหันกลับไปมอง


                   เห็นชายหนุ่มผิวเข้ม  ร่างล่ำสัน  ผมสั้นสีน้ำตาลเรียบแปล้  นัยน์ตาสีมรกต  ในชุดรัดรูปมันวาวสีเขียว  มีเกราะสีเดียวกันที่อก  ศอก  เข่า  และ
สวมรองเท้าบู้ตยาว  ซึ่งเป็นชุดแข่งขันการต่อสู้ด้วยพลอง  ร่างนั้นแสยะยิ้ม...ลอยเด่นอยู่กลางอากาศนอกหน้าต่างห้องชมรมชั้นสาม!!


                   แล้วขณะวิลเลี่ยมกับเจมส์กำลังนึกสงสัยว่าอาจเป็นภาพโฮโลแกรม  เมซีเน่กับออโรร่าคิดว่าเป็นการใช้กลหุ่นชัก  เสียงทุ้มแต่ยานคางเยือกเย็นเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกลก็พูดขึ้นว่า


            “
ฉัน~เอง~ที่~ทำ~” ร่างปริศนาที่ลอยอยู่นอกหน้าต่างขยับปากพูด


                  ทั้งหมดตกอยู่ในอาการหวาดหวั่นพรั่นพรึง  ดวงตาเบิ่งกว้างตื่นตระหนก  ร่างสั่นสะท้าน  แล้วภาพที่เห็นต่อมาก็ทำทุกคนโกยอ้าวกระเจิงหนีไม่คิดชีวิต


                  ลูกตาสีเขียวข้างซ้ายของร่างที่ลอยอยู่นอกหน้าต่าง  หลุดผลั๊วะออกจากเบ้า  กระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่าง  แล้วไถลเลื่อนลงไปสู่เบื้องล่าง  ทิ้งรอยเลือดสีแดงฉานเป็นทางยาวบนกระจกบานใส
!!


                   ชาร์ลีนเป็นลมหมดสติร่วงลงไปกองกับพื้น  เมซีเน่ปากอ้า  ตาค้าง  เข่าอ่อน  ทรุดลงไปกองอยู่ข้างกัน  ลูฟี่ช๊อคหงายหลังล้มตึงไปทั้งยืน  เรเน่สลบเหมือดคาอกซีลล์  แล้วที่เหลือที่ยังพอมีสติก็ต่างกระเจิง


             “
เหวอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ!!”


             “
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!”


             “
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”


             “
ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!”


                     วิลเลี่ยม  เจมส์  ออโรร่า  กึ่งพยุงกึ่งอุ้มชาร์ลีนกับเมซีเน่เผ่นพรวดไปที่ประตูห้องชมรม  ออกไปเป็นกลุ่มที่สองตามขบวนการหลอกผีทั้งห้าไปติดๆ


                      ออตโตแบกลูฟี่ขึ้นบ่า  อีกมือคว้าแขนจินที่สติแตกกระเจิงหนีไม่รู้ทิศ  แล้วพาทั้งสองเผ่นพรวดออกไปเป็นกลุ่มสุดท้าย

...............................……………...................


               “
ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  พวกปีหนึ่งเอ๊ย!”  คูช่าหัวเราะสะใจ  ขณะจ้องมองภาพในหน้าจอโน๊ตบุ๊คบนตัก  เห็นขบวนการหลอกผีกับกรรมการนิสิตปีหนึ่งเผ่นกระเจิงออกจากห้องชมรมอย่างไม่คิดชีวิต


               “
พวกนั้นไปกันแล้ว...คืนนี้พอแค่นี้เถอะ  ฉันง่วงเต็มแก่แล้ว โจวเดินไปเก็บลูกตาสีเขียวที่อาบหมึกแดง  ซึ่งร่วงลงบนพื้นหญ้าใต้หน้าต่างห้องโถงชมรม  โดยใช้ผ้าหยิบมันขึ้นมาเพื่อไม่ให้มือเลอะหมึก


                      คูช่าไม่ตอบ  เพราะยังมัวขำกับภาพที่เห็น  ซ้ำยังรีเพลกลับไปดูอีกรอบ


                      โจวส่ายหน้าเบื่อหน่าย  ก้มลงหยิบรีโมทวิทยุบังคับขนาดใหญ่บนพื้นสนามหญ้าข้างคูช่า  บังคับหุ่นตัวแทนอดีตประธานชมรมพลองรุ่นแรกลงมา  และบรรจงวางหุ่นนั้นกลับลงกล่องพลาสติกใส  ซึ่งมีลักษณะคล้ายโรงแก้ว  จัดท่าวางให้เหมาะสม  เช็ดลูกตาสีเขียวที่เปื้อนหมึกจนสะอาด  แล้วใส่กลับเข้าไปในเบ้าเดิม


               “
ฉันแบกกลับไปคนเดียวไม่ไหว โจวพูดเสียงเข้ม  สีหน้าเริ่มหงุดหงิด


                      คูช่ากดปุ่มปิดโน๊ตบุ๊ค  แต่สีหน้ายังปรากฎรอยยิ้มขบขัน  ขณะคีย์บอร์ดพับหดลงเป็นกล่องขนาดเล็ก  แล้วเขายัดมันลงในกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์  จากนั้นเขาก้มลงหยิบรีโมทหันไปทางหุ่นที่ลอยนิ่งอยู่ตรงหน้า  แล้วกดปุ่มบังคับมัน  แต่...มันไม่ขยับ
!!


               “
เป็นอะไรวะ  สงสัยแบตหมด คูช่าบ่น  แล้วทำท่าจะแกะช่องด้านหลังเช็คแบตเตอรี่


                      เสร็จจากการจัดเก็บวางหุ่นลงในกล่อง  โจวหันมาควานหารีโมทที่วางทิ้งเอาไว้  เมื่อเห็นคูช่าถืออยู่ก็เดินเข้าไปหา


              “
เอามานี่... โจวว่า  พลางแย่งรีโมทจากมือคูช่า  แต่แล้วก็ชะงักค้างตาตั้ง  แข็งทื่ออยู่ในท่านั้น  เมื่อเงยขึ้นมองเห็นภาพเบื้องหน้า


                    คูช่าเห็นใบหน้าเพื่อนขาวซีดผิดปกติก็นึกแปลกใจ  แต่กลับคิดไปว่าโดนอำ


             “
ไม่เอาน่าโจว...นายอย่ามาอำฉันซะให้ยากเลยฉันไม่กลัวหรอก  ฮ่า  ฮ่าคูช่าพูด  ปล่อยก๊ากอย่างสุดกลั้น


                    โจวไม่ตอบ  เขายกมืออันสั่นเทาชี้ไปด้านข้างที่ซึ่งกล่องบรรจุหุ่นวางอยู่...และภายในกล่องพลาสติกใสนั้นก็มีร่างหุ่นในชุดเขียวนอนสงบนิ่งอยู่เรียบร้อย
!!


                    คูช่าเข้าใจทันที  ขนทั่วตัวลุกซู่ตั้งชัน  หางชี้ตั้งตื่นตระหนก  แล้วทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงนุ่มๆ สะท้อนก้องอยู่ในหัว


             “
ขอบใจ~ที่ช่วย~ปกป้อง~ดูแล~ห้องชมรม~พลอง แล้วอดีตประธานชมรมพลองรุ่นแรกก็ยิ้มให้ทั้งสองอย่างอ่อนโยน  ก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นควัน  แล้วหายวับไปต่อหน้าต่อตา


                   สององครักษ์พิทักษ์นีน่าแตกกระเจิงโกยอ้าวหนี  ทิ้งหุ่นอดีตประธานสมบัติล้ำค่าหนึ่งเดียวของชมรมพลอง  ไม่คิดสนคำขู่ของนีน่าเพื่อนสาวประธานชมรมคนปัจจุบันที่ผุดแวบขึ้นในสมอง  ว่าให้ถนอมดูแลหุ่นนั้นเท่าชีวิต  เพราะตอนนี้ทั้งคู่พยายามรักษาชีวิตด้วยการหลบลี้หนีผี...

...............................……………...................


                   เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น  กรรมการนิสิตปีหนึ่งรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนต่อสภานิสิต  พร้อมหลักฐานทางกายยืนยันคำพูดว่าพบกับเรื่องอาถรรพ์เข้าจริงๆ


                   จินกับลูฟี่ขนแหว่งร่วงหลายกระจุก  ที่เหลือลุกตั้งชี้โด่เด่ทั่วทั้งตัว


                   ออโรร่า  วิลเลี่ยม  และเจมส์หน้าซีด  ขอบตาคล้ำ  นอนไม่หลับ


                   ออตโตที่รับบทหนักแบกลูฟี่และลากจินออกมา  จับไข้หัวโกร๋น  เข้าสถานพยาบาล


                    ชาร์ลีนยังสลบไสลไม่ยอมฟื้น  นอนเพ้ออยู่ที่หอ


                    เมซีเน่ที่ผมยุ่งเหยิงชี้ตั้งเพราะความตระหนกหวาดผวา  รับอาสาเฝ้าชาร์ลีน  ทว่าในกลุ่มรู้กันดีว่าเธอไม่ยอมแบกหน้าโทรมๆกับผมยุ่งๆ  ที่ทั้งหวีทั้งไดร์ก็ไม่ยอมกลับมาเรียบเป็นทรงเดิมออกไปให้คนอื่นเห็น


                    แต่ทั้งหมดไม่ได้พูดถึงขบวนการหลอกผี  เพราะออโรร่าขอร้องไว้  แล้วเธอก็รับอาสาเล่าข้อสันนิษฐานอันเป็นมูลเหตุอาถรรพ์  ว่าอาจเกิดจากอดีตประธานชมรมพลองรุ่นแรก  ที่ใครๆต่างรู้กันดีว่าบุรุษในตำนานผู้นี้เสียชีวิตในห้องชมรมพลอง  ภายหลังฝืนเอาชนะคู่แข่งร่างยักษ์  เพราะในการแข่งพลองสมัยแรกๆ ยังไม่มีการกำหนดน้ำหนักตัวผู้เล่น


             “
ท่านคงไม่พอใจที่จะเห็นห้องชมรมพลองตกไปเป็นของชมรมอื่น ออโรร่าสรุป


                    สมาชิกสภานิสิตที่นิ่งเงียบตั้งใจฟังจนจบหันไปปรึกษากัน  บางคนมีสีหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึงเชื่อคำพูดออโรร่า  บางคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอแต่งเรื่องขึ้นเพื่อหวังเอาเหตุการณ์นี้ทำให้ได้ห้องชมรมเดิมกลับคืน


             “
เอาล่ะ...ทุกคนเงียบ!” เฟรเดอริก  ประธานสภานิสิตลุกขึ้นยืน  ตะโกนปรามเสียงก้อง  ทุกคนเงียบเสียงลงทันที


             “
แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีเรื่อง  พอชมรมพลองย้ายออกไปก็เกิดเรื่องขึ้นทันที  แล้วเรื่องผีสางพรรค์นี้ก็รับมือยากด้วย  สงสัยเราต้องคืนห้องให้ชมรมพลองไปนั่นแหละถึงจบเรื่อง เฟรเซีย  เลขาสาว  ผมบ๊อบสีแดง  ออกความเห็น


                    เฟรเดอริกพยักหน้าเห็นด้วย  แล้วกวาดสายตามองใบหน้ากรรมการนิสิตปีหนึ่งทีละคนอย่างเพ่งพินิจก่อนตัดสินใจ


             “
คงต้องเป็นอย่างงั้น เขาเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม  หลังจากหยุดจ้องประสานสายตาแน่วแน่กับออโรร่าอยู่นาน


                    ออโรร่าดีใจเป็นที่สุด  แล้วขณะเธอถูกห้อมล้อมท่ามกลางหมู่เพื่อนที่ต่างเข้ามาร่วมยินดี  เธอก็เห็นอดีตประธานชมรมส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยนอยู่ด้านหลังเฟรเดอริก  เธอส่งยิ้มตอบ  ก่อนร่างในชุดเขียวนั้นจะสลายหายไป  เธอไม่ตื่นกลัวแม้แต่น้อย  เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องดี  และสมาชิกชมรมพลองทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผีอดีตประธานย่อมต้องดีใจ...

...............................……………...................

 

              “เป็นไงบ้างอ่ะ...ฉันพอเขียนแนวสืบสวนระทึกขวัญไหวมั้ย ฉันเอ่ยถามที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ


              “
จะให้ตอบตามจริงมั้ยล่ะคะ เมซีเน่  ตัวเอกสวยคมดุ  เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มหวาน


                     ฉันเพียงแต่พยักหน้าช้าๆอย่างลังเล  ในใจกล้าๆกลัวๆกับคำตอบที่จะได้รับ


               “
ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ  ปมปริศนาก็มุขเดิม แค่อ่านย่อหน้าแรกก็เดาได้ทั้งหมดแล้ว  แถมพอจะหักมุมจบก็ยังเป็นมุขเก่าอีก  ฉันว่าคุณเขียน Sci-fi Fantasy นี่แหละค่ะดีที่สุดแล้ว  ขืนเปลี่ยนเป็นระทึกขวัญสืบสวนล่ะไม่รุ่งแน่ เมซีเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง  ทว่ายังอุตส่าห์ใจดีหยอดยิ้มปลอบประโลมฉัน


                     ฉันตั้งใจฟัง  อ้าปากค้าง  หน้าซีดลงทุกขณะกับคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ได้รับ


              “
แต่คุณก็พยายามอย่างที่สุดแล้ว...คุณทำได้ดีแล้วล่ะค่ะ ยังมีออโรร่า  นางเอกสาวผมสีน้ำตาลแดง  คอยพูดให้กำลังใจอีกคน

 
                     แล้วท่านผู้อ่านล่ะคะ  คิดยังไงกับตอน
เอาห้องชมรมพลองคืนมา ทั้งสองตอนนี้บ้าง  ช่วยคอมเม้นท์ให้ทราบด้วยนะคะ  และเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ St. Pisces ค่ะ


                      ขอบคุณค่ะ

 

1,454 ความคิดเห็น