CLEMENCY

ตอนที่ 43 : ประกวดกองเชียร์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ย. 49



                ฮาเวิร์ดสงบเสงี่ยมลงมากเมื่อเอลีย่าอยู่ด้วย  ทำให้การโต้เถียงกับวิลเลี่ยมลดลงไปด้วย  นอกจากนี้บรรยากาศชื่นมื่นอันมีคู่หมั้นใกล้แต่งงานเป็นศูนย์กลางก็สร้างความสุขสดชื่นให้กับทุกคน  และวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่สุดของงานกีฬาสหสัมพันธ์ 

               
                เช้าก่อนพิธีปิดสองวัน  กีฬาทุกประเภทงดการแข่งขัน  เพื่อเปิดทางให้การประกวดกองเชียร์  ไฮไลท์หลักของงานอย่างเต็มที่  อัฒจันทร์สนามกีฬากลางที่ใช้จัดการแข่งจึงเนืองแน่นด้วยผู้คน   


          "
หลงกันจนได้...พวกนั้นก็เดินเร็วชะมัดไม่รอเลย" เมซีเน่บ่น  สามสาวคราดกับหนุ่มๆขณะพยายามเบียดผู้คนผ่านประตูทางเข้า


          "
เราหาที่นั่งก่อนดีมั้ย" ออโรร่าเสนอความเห็น


          "
ใช่จ้ะ  ขึ้นไปบนอัฒจันทร์อาจจะเจอพวกเขา" ชาร์ลีนสนับสนุน  แล้วสาวเท้าถอยหลังจะเดินนำ "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ" แต่ไปเหยียบเท้าใครคนหนึ่งเข้า


          "
ไม่เป็นไรครับ...อ๊ะ! เมซี่" หนุ่มผิวคล้ำ  ใบหน้าคมเข้ม  ผมสั้นเรียบสีดำสนิท  คิ้วดก  นัยน์ตาสีฟ้า  ร่างสูงกำยำ  มีปีกแบบค้างคาวที่กลางหลัง  สวมเครื่องแบบสีขาวปีหนึ่งแฮร์เรนคีมเซ  ทักเมซีเน่อย่างดีใจ  สนิทสนม


               เมซีเน่กลับตีสีหน้าเฉยชา
"สเวอร์เรล่ะ" เธอถามกลับเสียงเย็น

          "เรียกห่างเหินแบบนี้ยังไม่หายโกรธเราซินะ" สเวอร์เรตอบแทน  เขาเพิ่งเดินมาถึงพร้อมถุงเครื่องดื่มขนมขบเคี้ยว


          "
เฮ้อฉันไม่เคยโกรธพวกนาย  แต่ทำใจยอมรับไม่ได้ต่างหาก" เมซีเน่ถอนใจ  ยอมเปิดใจพูดกับอดีตคู่หมายและเพื่อนรักเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่อง


          "
ฉันขอ..." สเวอร์เรหน้าสลด  เอ่ยปากจะขอโทษ 


               เมซีเน่แทรก
"ช่างเถอะ...นายไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย  นายด้วยอมาดิอุส" เธอตบหลังเพื่อนทั้งสองเบาๆ ให้อภัย "ที่พวกนายยอมสารภาพกับฉันก็นับว่ากล้าหาญมากแล้ว"


          "
ขอบใจ...เราไม่สบายใจเลยตั้งแต่วันนั้น" อมาดิอุสยิ้ม  แต่นัยน์ตาสีฟ้าคงเศร้าหมอง


          "
ฉันด้วย...และตอนนี้ฉันก็ยังทำใจอยู่  แต่เพื่อนๆจะช่วยปลอบใจฉัน" เมซีเน่โอบไหล่ชาร์ลีนกับออโรร่าที่ยืนขนาบข้าง "พวกนายไม่ต้องห่วง" แล้วยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งสองอย่างจริงใจ  แม้นัยน์ตาสีนิลยังคงมีแววรวดร้าวอยู่ก็ตาม


          "
เธอมีเพื่อนใหม่ที่ดีฉันก็ดีใจด้วย" สเวอร์เรส่งยิ้มให้ออโรร่า "ดูแลเมซี่แทนเราด้วย" เขาฝากฝังอย่างวางใจ  จำการต่อสู้ที่ผ่านมาได้  และน้ำใจอ่อนโยนที่ออโรร่าเคยมีให้


          "
เฮ้เมซี่!  ชาร์ลีน!  ออโรร่า!" วิลเลี่ยมโบกมือตะโกนเรียกอยู่ข้างหลังไกลๆ  สองหนุ่มแฮร์เรนคีมเซส่งยิ้มให้สามสาว  แล้วผละจากไปในฝูงชนที่เบียดเสียดล้นหลามมุ่งหน้าสู่อัฒจันทร์


          "
นายหาเราเจอได้ไงน่ะ" เมซีเน่ถาม  หลังหาที่นั่งบนอัฒจันทร์ได้แล้ว


          "
ลำพังพวกเธอน่ะเรามองไม่เห็นหรอก  แต่สองคนที่ยืนคุยอยู่ด้วยน่ะเด่นจะตาย" วิลเลี่ยมตอบ  ส่งกล่องชาเขียวจากถุงพลาสติกผ่านหน้าลูฟี่ให้เมซีเน่


          "
นั่นซิฮะ  สองคนนั่นหน้าตาดีมาก  สาวๆหยุดมองกันแทบทุกคนเลย" จินเสริม  รับกล่องน้ำผลไม้จากออโรร่าที่ชาร์ลีนส่งต่อมาให้


          "
บางคนมองพวกเธอด้วยสายตาอิจฉาอีกต่างหาก" ลูฟี่พูด ส่งถุงมันฝรั่งทอดให้เมซีเน่


          "
พวกเราชินแล้วล่ะจ้ะ" ชาร์ลีนยิ้ม  รับถุงมันฝรั่งทอดต่อจากเมซีเน่  แล้วแกะยื่นส่งให้ออโรร่า


          "
ชิน?!" วิลเลี่ยมเลิกคิ้วถาม  สีหน้าแปลกใจ


          "
หึ หึ ถามได้...นายกับเจมส์น่ะเด่นยิ่งกว่าสองคนนั่นอีก  เราสามคนชินซะแล้วสายตาอิจฉาริษยาน่ะ  ยังคิดอยู่ว่ายายพวกแฟนคลับของนายสองคนจะมาตบเราเข้าสักวัน  ข้อหาใกล้ชิดกับพวกนายเกินเหตุ" เมซีเน่พูดกลั้วหัวเราะ


               วิลเลี่ยมสำลัก
โก้โก้ยี่ห้อเฮอร์เรียตที่ดูดอยู่  เจมส์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบข้าวโพดคั่วเข้าปากค้าง


          "
แต่ไม่ต้องห่วงจ้ะ  เรามีออโรร่าอยู่ด้วย" ชาร์ลีนพูด  ส่งยิ้มให้ออโรร่าที่นั่งติดกัน  ด้วยเจตนาชื่นชมความนิยมในตัวออโรร่าที่มีไม่แพ้สองหนุ่ม


               ออโรร่ายิ้มตอบเขินๆ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันกับประโยคต่อมาของวิลเลี่ยม  ที่แปรความหมายความนิยมเป็นอื่น  และต่างกันโดยสิ้นเชิง


          "
นั่นซิ...ใครจะกล้าแหยมยัยโหด" วิลเลี่ยมหายสำลัก  แล้วไม่วายปากเสีย


          "
ใครให้นายตั้งฉายาน่าเกลียดอย่างงี้" เมซีเน่ว่า


          "
แถมเจ้าหญิงจอมบงการอีกคน  รับรองไม่มีใครกล้ายุ่งกับเธอแน่ชาร์ลีน" วิลเลี่ยมแขวะเมซีเน่อีกคน  ซึ่งถ้าไม่ได้เสียงเพลงเปิดงานมาช่วยมีหวังได้มีการเถียงกันอีกยกใหญ่


          "
สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ" พิธีกรชายหญิงทักทายพร้อมกันเมื่อเพลงจบ  ทั้งคู่อยู่ในห้องกระจกสำหรับผู้บรรยายการแข่งขันกีฬา


 

          "เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา...ลำดับแรกของการประกวดกองเชียร์กีฬาสหสัมพันธ์ในปีนี้ได้แก่ 'แอทแลนทิซ' ครับ" พิธีกรหนุ่มประกาศ  ผู้ชมที่สวมเสื้อผ้าสีน้ำเงินปรบมือกรีดร้องรับเสียงดังลั่น


                แถวกองเชียร์ในชุดผ้ายืดมันวาวครึ่งหน้าสีขาว  ด้านหลังสีน้ำเงิน  จำนวนสองร้อยคนทยอยเดินสู่สนาม  ตามด้วยผู้ถือธงหนุ่มร่างยักษ์สองคนสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม  และปิดท้ายด้วยหลีดเดอร์สาว  สวมเสื้อชุดสายเดี่ยว  กระโปรงบานบางสีน้ำเงินปักเลื่อมระยิบระยับยี่สิบคน


                 ทัพกองเชียร์จัดแถวหันหน้ายังทิศเหนือประจันกับห้องผู้บรรยาย  ซึ่งนอกจากพิธีกรมีกรรมการสิบคน  ห้าคนแรกคือตัวแทนจากแต่ละมหาลัย  อีกห้าคนที่เหลือคือกรรมการกิตติมศักดิ์คัดจากคนนอกที่เป็นกลาง


                 หน้าแถวกองเชียร์คือผู้ถือธงหนุ่มทั้งสอง  และด้านหน้าสุดคือแถวหลีดเดอร์สาว 


                 ทันทีที่สองหนุ่มผู้ถือ
ธงพื้นสีน้ำเงินมีตรารูปคลื่นน้ำสีฟ้าขาว  ธงสัญลักษณ์แอทแลนทิซ  โยนธงสูงขึ้นสู่ฟ้าแล้วแลกกันรับ  เสียงเพลงเชียร์ทำนองตื่นเต้นจากทัพกองเชียร์ก็ดังก้องสนามโดยไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง  และหลีดเดอร์ก็เต้นเข้าจังหวะเพลง


           "
คุณออโรร่ารับน้ำพั้นช์หน่อยมั้ยคะ" เสียงใสที่คุ้นเคยทักทาย


           "
ยูกิ" ออโรร่าหันไปมอง  แล้วส่งยิ้มทักตอบ 


           
สาวผมยาวสีขาว  ผิวซีด  ร่างบาง  อยู่ในชุดเมทสีเขียวชุดเดิม  ถือถาดที่มีแก้วน้ำพั้นช์ใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำซีนฝาปิดอย่างดี  และมีหลอดปักพร้อม  ขอบถาดติดป้าย 'รายได้สนับสนุนชมรมการต่อสู้ด้วยพลอง  มหาวิทยาลัยโอเอซิส'


           "
อุ๊ย!
ไม่ต้องค่ะคุณออโรร่า...นั่งเถอะค่ะ...ฉันถือได้  เรื่องหาเงินเข้าชมรมให้พวกเราที่ไม่ได้ลงแข่งจัดการดีกว่า  วันนี้คุณพักผ่อนดูแข่งกองเชียร์ให้สนุกเถอะค่ะ" ยูกิพูด  ยกถาดหนีมือออโรร่าที่ยื่นมาจะช่วย


           "
อยากช่วยซื้อนะฮะ  แต่พวกเราซื้อมาจากข้างนอกเพียบเลย" จินพูด เขานั่งริมติดแถวทางเดินถัดจากออโรร่า


               
"ขอสิบแก้วค่ะ" เสียงจากแถวที่นั่งด้านหลังเรียกซื้อ


           "
ได้ค่ะ  เหลือสิบแก้วพอดี" ยูกิหันไปยิ้มให้ลูกค้าขายของทันที


           "
ไม่ต้องทอนนะคะ"


           "
โอ...ขอบคุณมากค่ะ" ยูกิพูดเสียงดังน้ำเสียงซาบซึ้ง  ทำให้ทุกคนต้องหันหลังไปมอง 


                เห็น
สาวมนุษย์หงษ์สวมเชิ้ตสีเขียวแขนยาวยื่นแบงค์หนึ่งพันมาซส่งให้ยูกิ  จ่ายค่าน้ำพั้นช์สิบแก้วซึ่งราคาเพียงแก้วละสิบมาซ  ยูกิรับมาแล้วจากไปพร้อมถาดเปล่าด้วยสีหน้าดีใจสุดขีด 


                จากนั้นสาวมนุษย์หงษ์ส่งพั้นช์สองแก้วให้เจ้านายสาว  ที่เหลือส่งให้เพื่อนบอดี้การ์ดที่คอยอารักขาเจ้านายชายหญิงคนสำคัญอยู่รอบๆ


          "
อย่าดื่มซี้ซั้ว" วิลเลี่ยมหันไปกระซิบดุหนุ่มผมทองที่ซ่อนใบหน้าใต้หมวกแก๊บสีเขียว  สวมเสื้อยืดแขนยาวสีเดียวกัน  เขาเพิ่งรับแก้วพั้นช์จากสาวผมยาวสีดำมีปีกสีขาวกลางหลังซึ่งสวมหมวกแก็บสีเขียวปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง  เธอสวมเสื้อยืดสีเขียวอ่อนกับกระโปรงยาว


                ได้ยินวิลเลี่ยมกระซิบเสียงดุใส่  เพื่อนๆก็รู้ทันทีว่าหนุ่มผมทองคนนั้นคือใคร  แล้วรีบหันกลับไปสนใจกองเชียร์แอทแลนทิซต่อ


           "
พั้นช์ของเราไม่ผสมยาพิษหรอกนะ" ออโรร่าพูดเสียงเย็น  เคืองวิลเลี่ยมจนทนสงบคำไม่ไหว


           "
ช่ายยย...อร่อยมากซะด้วย" ฮาเวิร์ดเปิดหมวกแก๊บเผยใบหน้าที่ซ่อนอยู่  พลางดูดน้ำพั้นช์   แล้วส่งยิ้มยักคิ้วกวนๆให้วิลเลี่ยม


           "
ที่อื่นมีเยอะแยะทำไมไม่นั่ง  มานั่งแถวหลังพวกฉันทำไม" วิลเลี่ยมเปลี่ยนเรื่องว่า


           "
เผื่อเกิดเรื่อง...นายอยากช่วยฉันจะได้ไม่ต้องหากันนานไง" ฮาเวิร์ดตอบยียวน  วิลเลี่ยมตั้งใจจะโต้กลับ  แต่ต้องยั้งเพราะประโยคถัดมา "แล้วถ้านายยังไม่หันกลับไปสนใจการแสดง  มัวเถียงฉันอยู่...เราคงเป็นจุดสนใจ" ฮาเวิร์ดส่งยิ้มกวนให้อีก


                วิลเลี่ยมหันกลับไป  กัดฟันกรอดเจ็บใจ  คิดหาวิธีแก้เผ็ด  แต่ไม่ต้องคิดนาน  เจมส์ส่งมันฝรั่งทอดถุงใหญ่ให้เขา  ยิ้มมุมปาก  แล้วยักคิ้วพยักเพยิดไปด้านหลัง


                วิลเลี่ยมยิ้มตอบ  ส่งสายตารู้ทัน  แล้วโยนถุงมันฝรั่งไปด้านหลัง


          "
เฮ้ย!
" ฮาเวิร์ดตกใจที่จู่ๆมีของหล่นลงมาบนตัก  แต่เมื่อเห็นว่าเป็นถุงมันฝรั่งทอดที่บนห่อมีรูปวาดแลบลิ้นปลิ้นตาก็ขำ "ขอบใจ" เขาแสร้งกระซิบขอบคุณ  แล้วหย่อนน้ำแข็งใส่หลังเสื้อสองพี่น้องคนละก้อนแก้แค้นกลับ


                ท่ามกลางแสงแดดแผดจ้าบนอัฒจันทร์ทำให้ร้อนอบอ้าว  น้ำแข็งที่หย่อนลงมาในเสื้อไหลร่วงผ่านสันหลังทำสองพี่น้องสะดุ้งโหยง  เย็นสยิวไปทั้งร่าง 


                 ทั้งคู่จะหันมาเอาคืน  แต่ได้ยินเสียงฮาเวิร์ดร้องโอดโอยเบาๆเพราะถูกเอลีย่าหยิกสั่งสอน  เลยเปลี่ยนใจหันไปสนใจกองเชียร์แอทแลนทิซ  พลางยิ้มอย่างสะใจ


                 ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายการแสดงพอดี  ทัพกองเชียร์ในสนามร้องเพลงมหาลัยเป็นเพลงสุดท้าย  ผู้ชมชุดสีน้ำเงินบนอัฒจันทร์ต่างยืนขึ้น  แล้วเปล่งเสียงร้องเพลงมหาลัยไปพร้อมกัน


                  กองเชียร์สองร้อยคนในสนามแปรอักษรเป็นรูปคลื่นน้ำสีฟ้าขาว  พื้นสีน้ำเงิน  ธงสัญลักษณ์แอทแลนทิซ  พร้อมส่งเสียงร้องเพลงมหาลัยสุดเสียงอย่างฮึกเหิม  ผู้ถือธงหนุ่มร่างยักษ์หน้าแถวทั้งสอง  ควงสะบัดธงไปมาเข้าจังหวะ  หลีดเดอร์สาวเต้นประกอบด้วยท่วงท่าสง่างาม  และต่อตัวสูงขึ้นไป  แล้วเมื่อเพลงจบลงเสียงปรบมือจากผู้ชมไม่ว่าจากมหาลัยไหนก็ดังก้องสนามด้วยความชื่นชม


            "
จบไปแล้วค่ะ  การแสดงอันสง่างามจากมหาวิทยาลัยแอทแลนทิซ  มาต่อที่ลำดับต่อไปกันเลยค่ะ...เคปเปอโดเชีย!"


                   กองเชียร์สองร้อยคนในชุดผ้ายืดสีทอง  สวมแจ๊คเก็ตสีเทาทับ  และผู้ถือธงหนุ่มสองคนสวมสูทสีทอง  เดินลงสู่สนามแล้วตั้งแถว  แต่ไม่ปรากฎหลีดเดอร์สักคน  สร้างความแปลกใจให้คนดูอย่างยิ่ง


                   ทว่าครู่ต่อมา  กองเชียร์เริ่มร้องเพลงแรกเป็นท่วงทำนองตื่นเต้นชวนฮึกเหิม  ผู้ชมก็ได้ตื่นตากับหลีดเดอร์ชายหญิงที่ปรากฏตัวขึ้นบนฟากฟ้า  ทุกคนสวมรองเท้าบิน  ใส่ชุดสีทอง  และเต้นเข้าจังหวะกับเสียงเพลงอยู่เบื้องบนกองเชียร์ที่แปรอักษรและร้องเพลงอยู่ด้านล่าง


                    ถึงเพลงที่สองและสามซึ่งมีจังหวะเร้าใจกว่าเดิม  กองเชียร์เบื้องล่างใช้กลองเป็นอุปกรณ์ตีประกอบจังหวะดนตรี  หลีดเดอร์หนุ่มสิบคนข้างบนนำหินกลมโยนรับกันไปมา  หลีดเดอร์สาวสิบคนที่เหลือควงคทาไฟโยนรับกันเข้ากับจังหวะดนตรี


                    เพลงที่สี่กับห้าทำนองเชื่องช้าลง  กองเชียร์เบื้องล่างใช้ผ้าสีทองผืนยักษ์โบกสะบัดพลิ้วปลิวไสวกับสายลม  มองดูคล้ายหาดทรายระยิบระยับยามต้องแสงตะวัน  หลีดเดอร์ด้านบนใช้ผ้าทองเช่นกันประกอบการเต้นคู่เข้าจังหวะอย่างงดงาม


                    สุดท้ายเพลงประจำมหาลัย  หลีดเดอร์ทั้งหมดร่อนลงสู่พื้น  กองเชียร์ทั้งหมด  และผู้ชมชุดสีทองยืนตรง  ฝ่ามือขวาทาบอกซ้าย  เปล่งเสียงร้องเพลงพร้อมกันเป็นท่วงทำนองช้าๆแต่สร้างความรู้สึกให้รักพวกพ้อง  และสถาบัน


                    พร้อมกันนั้นกองเชียร์แปรอักษรชุดสุดท้ายเป็นรูปสามเหลี่ยมสีเทากลางพื้นสีทอง  หลีดเดอร์ยี่สิบคนต่อตัวสูงขึ้นไป  และมีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นอีกอย่าง  สร้างความประทับใจให้แก่คนดูกับกรรมการปิดท้าย 


                    ผู้ถือธงหนุ่มทั้งสองไต่ขึ้นไปยังยอดบนสุดของหลีดเดอร์  โบกสะบัดธงช้าๆเข้าจังหวะ  แล้วจบลงพร้อมเพลงด้วยการไขว้ธงกากบาทกัน  กางแขนออกไปด้านข้างอย่างสง่างาม 


             "
เคปเปอโดเชีย...สุดยอด!" ลูฟี่ออกปากชมเสียงดัง  ยืนขึ้นปรบมือให้อย่างชื่นชม


             "
อย่างงี้ออตโตจะไหวเหรอฮะ  แถมเคปเปอโดเชียยังมีรูปแบบใหม่มานำเสนออีก" จินพูดน้ำเสียงวิตก


             "
โอเอซิสไม่แพ้หรอกน่า" วิลเลี่ยมพูด  เขาปรบมือให้เคปเปอโดเชียอย่างชื่นชอบเหมือนกัน


             "
ใช่...พอถามว่าโอเอซิสเอาอะไรไปโชว์ทีไร  หมอนั่นก็เลี่ยงไม่ตอบทุกที  ทำเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม  บอกให้คอยดูเอาเอง" เมซีเน่เสริมหน้ามุ่ย  พลางปรบมือพอเป็นพิธี


             "
มีออตโตอยู่ด้วยโอเอซิสไม่แพ้แน่นอนจ้ะ" ชาร์ลีนพูด


             "
อ้อ...ฉายา 'ประธานเชียร์ไร้พ่าย' นั่นน่ะเหรอ" วิลเลี่ยมนึกขึ้นได้ถึงฉายาของออตโตสมัยมัธยม


             "
มหาลัยไม่ง่ายเหมือนตอนมัธยม" เจมส์พูดเสียงเรียบ  แต่นัยน์ตาสีเทาแฝงแววกังวล  เขาไม่เคยเห็นความพ่ายแพ้ของกองเชียร์ที่มีออตโตเข้าร่วม  และก็ไม่นึกอยากเห็น


             "
เชื่อมือออตโตเถอะ" ออโรร่าบอกน้ำเสียงร่าเริง  เธออยู่ในกลุ่มสุดท้ายที่ยังคงปรบมือให้เคปเปอโดเชียอย่างชื่นชมยาวนาน  กระทั่งเสียงเบาแล้วหยุดลงในที่สุดเมื่อพิธีกรพูดขึ้น


             "
เป็นการแสดงที่ตื่นเต้นประทับใจอย่างยิ่งค่ะ  ต่อที่ลำดับถัดไปกันเลย..." พิธีกรสาวพูดเสียงร่าเริง  แล้วเว้นจังหวะ


             "
มหาวิทยาลัย 'แอนโดรมีดา' ครับ" พิธีกรหนุ่มต่อประโยค


                   เสียงดนตรีแว่วหวานดังนำมาก่อนจากแถวกองเชียร์หนุ่ม  แต่ละคนถือดนตรีคนละชิ้น  ทั้งขลุ่ย  ปี่  ไวโอลิน  ทรัมเปต ฯลฯ  ตามด้วยผู้ถือธงหญิงสองคน  และหลีดเดอร์  ทั้งหมดสวมเสื้อผ้าสีขาวสลับลายสีเงิน


                   การแสดงของแอนโดรมีดาไม่มีอะไรแปลกใหม่  แต่ความพร้อมเพรียงสอดคล้องกับลีลาการเต้นอ่อนช้อยของหลีดเดอร์สาวยี่สิบคน  และการบรรเลงดนตรีอันไพเราะจากกองเชียร์ดุจชมการแสดงดนตรีจากวงออเครตต้าก็สร้างความประทับใจให้ผู้ชมไม่น้อย


                    โดยเฉพาะเมื่อถึงเพลงสุดท้ายที่มีท่วงทำนองอ่อนหวานลึกซึ้งที่สุด  ผู้ชมสวมเสื้อผ้าสีขาวบนอัฒจันทร์ยืนขึ้นร้องเพลงมหาลัยพร้อมกันกับกองเชียร์  และทุกคนโบกสะบัดธงผืนเล็กพื้นขาวมีดาวห้าแฉกสีเงินตรงกลางอย่างพร้อมเพรียงกัน  ก็สร้างความรู้สึกทราบซึ้งตรึงใจให้กับผู้ชมทุกคน


             "
ท่วงทำนองอ่อนหวาน  แต่ลึกซึ้งจับใจผู้ชมครับ  มาที่ลำดับต่อไปกันเลย 'แฮร์เรนคีมเซ' ครับ" พิธีกรหนุ่มกล่าวเสียงทุ้ม  ยังคงประทับใจกับการแสดง


             "
แต่น  แต่น  แตน  แต๊น  แตน  แต่น แต๊น  แตน" เสียงแตรเรียกรวมพลแถวทหาร 


                   ทัพกองเชียร์หนุ่มในชุดเครื่องแบบเสื้อแขนยาวคอจีนกับกางเกงขายาวสีเหลืองออกมาโดยพร้อมเพรียงเข้มแข็ง  องอาจดุจเดินสวนสนาม  ตามด้วยผู้ถือธง  และหลีดเดอร์สาวซึ่งไม่ได้สวมชุดกระโปรงเหมือนมหาลัยอื่น  เพราะทั้งหมดสวมเครื่องแบบชุดกางเกงสีเหลืองเหมือนกัน


                  สองเพลงแรกทำนองคึกคัก  เป็นการแสดงสนุกสนาน


                   เพลงที่สามมีทำนองตื่นเต้นฮึกเหิม  กองเชียร์ทั้งสองร้อยจับคู่กันแสดงการต่อสู้พลองแสงไปด้วย  แม้แต่หลีดเดอร์สาวก็นำพลองมาประกอบการเต้น


                   เพลงที่สี่  ทำนองอบอุ่น  กองเชียร์แปรอักษรเป็นคำว่า
'ยามสุขเข้มแข็งใฝ่ศึกษา  ยามศึกกล้าหาญอดทน' ซึ่งเป็นคำขวัญของแฮร์เรนคีมเซ


                   เพลงที่ห้าจังหวะเร็วขึ้นทำนองปลุกใจ  ปูทางสู่เพลงสุดท้ายซึ่งเป็นจังหวะมาร์ช  ผู้ชมชุดเหลืองกับนิสิตแฮร์เรนคีมเซบนอัฒจันทร์ต่างยืนขึ้นร้องเพลงมหาลัย  กองเชียร์คลี่ธงผืนยักษณ์สีเหลือง  มีสัญลักษณ์รูปดาบไขว้กากบาทกับปืนสีดำ  จากกลางวงแผ่ขยายออกไปทีละน้อยจนสุดทั้งสี่ด้าน  หลีดเดอร์สาวสวมรองเท้าบินเกี่ยวแขนต่อตัวกันเป็นฐาน  ผู้ถือธงชายหญิงไต่ขึ้นยืนเบื้องบน  แล้วทั้งหมดเหินบินสู่เหนือผืนธงยักษ์  โบกธงสัญลักษณ์อันภาคภูมิใจพร้อมกับเปล่งเสียงร้องเพลงปลุกใจให้รักสถาบัน


                   การแสดงจบลง  เสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนานจากผู้ชมทุกสถาบัน  แฮร์เรนคีมเซสามารถคิดการแสดงที่บอกเล่าตัวตนได้ชัดเจน  สร้างความประทับใจชื่นชมแก่คนดูอย่างแท้จริง


            "
อย่างงี้โอเอซิสจะเอาอะไรไปสู้เขาฮะเนี่ย" จินพูดอย่างกังวล  เขาประทับใจแฮร์เรนคีมเซมาก  ปรบมือให้ไม่หยุด


            "
ต่อไปนี่แล้ว  ต้องคอยดูอย่างเดียวนั่นแหละ" เมซีเน่ตอบ  เธอก็ประทับใจ  ยืนขึ้นปรบมือให้แฮร์เรนคีมเซด้วยความชื่นชม


            "
และ...ลำดับสุดท้าย...โอเอซิส!" สองพิธีกรประสานเสียง  ผู้ชมชุดเขียวที่มีจำนวนมากที่สุดบนอัฒจันทร์กรีดร้องต้อนรับเสียงสนั่น


            "
ตุ้ม  ตุ้ม  ตุ้ม  ตึง  ตึง  ตึง  ตึง" เสียงกลองรัวเร็วเร่งจังหวะขึ้นทุกขณะ 


                   ผู้ถือธงทั้งสองวิ่งนำขบวนกองเชียร์ชุดหนังสีเขียวเข้มที่แบ่งออกเป็นสองแถว  คนหนึ่งคือ
'แบรี่  บิ๊กแบลค' มนุษย์หมีขนสีดำ  ประธานชมรมเชียร์  และอีกคนคือออตโต  ซึ่งเป็นนิสิตปีหนึ่งคนแรกในประวัติศาสตร์โอเอซิสที่ได้รับเกียรติให้ถือธงนี้  ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุด 


                   เพราะผู้ถือธงไม่ได้ทำหน้าที่แค่โบกธง  แต่ทำหน้าที่เปรียบเหมือนวาทยากรที่คุมจังหวะวงดนตรี  ทุกท่วงท่าที่โบกสะบัดธงไม่เพียงแสดงความสง่างาม  แต่หมายถึงสัญลักษณ์ที่คอยให้จังหวะควบคุมการแสดงให้ดำเนินไปด้วยดี


                  ผู้ถือธงวิ่งนำแถวกองเชียร์สู่สนามแล้วมาบรรจบกันเป็นรูป
อันหมายถึงความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว  ก่อนจะกระจายออกตั้งแถวตามปกติ  โดยแบ่งเป็นแถวหญิงชายอย่างละครึ่ง


                  เพลงแรกทำนองสนุกสนาน  โอเอซิสนำเสนอสิ่งใหม่ด้วยการให้กองเชียร์เต้นรำขณะเปล่งเสียงร้องเพลงเชียร์และเล่นดนตรีเขย่าเคาะให้จังหวะไปด้วย  สร้างความครื้นเครงให้กับผู้ชมจนต้องลุกขึ้นมาเต้นตาม


                  เพลงที่สองทำนองหนักแน่นขึ้น  กองเชียร์ห่มผ้าสีแสดแปรอักษรเป็นรูปดวงอาทิตย์  กระจายออกตั้งแถวเป็นวงกลม  และมีแฉกรัศมีรอบๆ  พร้อมเต้นด้วยท่ารุนแรงบ้าคลั่ง  หลีดเดอร์สาวชุดกระโปรงสีเขียวผ้าบางพลิ้วปักเลื่อมพราวระยับนำโดยแอนนี่  ปรากฎตัวขึ้นจากฟากฟ้าร่อนลงกลางแถววงกลม  แล้วเต้นรำด้วยท่วงท่าที่เร็วหนักหน่วง  ใบหน้าบูดบึ้งแสดงความไม่สบายใจ


                  เพลงที่สามกองเชียร์ปลดผ้าสีแสดออก  แปรแถวเป็นรูปต้นไม้สีเขียว  ทำนองเพลงอ่อนเบาลง  เปลี่ยนจากการเต้นเดี่ยวบ้าคลั่งเป็นจับคู่กันลีลาศ  หลีดเดอร์สาวทั้งยี่สิบคนปรากฎรอยยิ้มบนใบหน้า  เหินบินสู่ฟ้าเต้นรำ  ใช้ผ้าบางผืนยาวสีเขียวสดสะบัดพลิ้วไปมา  และผูกโยงทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นผืนเดียวเมื่อจบเพลง


                  แต่โอเอซิสยังไม่หมดเซอร์ไพรส์  สองเพลงต่อมาทำนองสนุกขึ้น หลีดเดอร์นำบอลยักษ์สีเขียวเข้มมาประกอบการแสดง  และเมื่อจบเพลงลูกบอลแตกออก  ธงจิ๋วสีเขียวเข้มมีรูปใบไม้สีขาวตรงกลางหลายหมื่นอันพลิ้วกระจายเต็มฟากฟ้า


                   สู่เพลงมหาลัยลำดับสุดท้าย  แถวกองเชียร์แปรเป็นรูปธงสัญลักษณ์  ผู้ชมชุดเขียวยืนตรงเปล่งเสียงร่วมร้องเพลง  ทำนองเพลงอ่อนหวานสลับห้าวหาญ  โดยหญิงชายผลัดกันร้อง  ท่อนทำนองหวานผู้หญิงร้อง  ท่อนแข็งกล้าผู้ชายร้อง  ขณะเดียวกันหลีดเดอร์กับผู้ถือธงเหินบินสู่ฟ้า  แล้วเต้นด้วยกันตามจังหวะเพลง


                   จบลงท่อนสุดท้ายที่ชายหญิงร่วมประสานเสียงเป็นทำนองปลุกเร้าจิตใจให้สามัคคี  และรักสถาบัน  พร้อมกับหลีดเดอร์กับผู้ถือธงที่รวมตัวแอ๊คท่าจบปิดท้ายบนฟากฟ้า


                   เสียงปรบมือและกรีดร้องจากผู้ชมดังกึกก้องเนิ่นนานจนกลบเสียงพิธีกร  กระนั้นข้อความที่พิธีกรต้องการสื่อก็ไม่มีใครสนใจฟังอยู่แล้ว  ตอนนี้ทุกคนต่างพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์การแสดงที่ผ่านมาถกเถียงกันว่ามหาลัยไหนจะเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ  ระหว่างรอกรรมการตัดสิน...

             ...............................……………...................

            "หึ ลืมเราทุกที…" ออตโต  ตัวละครผิวคล้ำ  ร่างยักษ์  ผมทรงสกินเฮด  นัยน์ตาสีน้ำตาลแดง  นั่งกอดอก หันหน้าหนี  บ่นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจที่มักเป็นตัวละครที่ถูกฉันลืม


            "
เอาน่าอย่างอนเลยนะ นี่ไง...บทนี้ฉันให้ออตโตเด่นเต็มที่เลย...เห็นมั้ย" ฉันลูบหลังปลอบใจเขาเป็นการใหญ่


            "
แค่นี้ยังน้อยไป  ตอนต่อไปให้บทผมเยอะกว่านี้  แล้วต้องเป็นบทเท่ห์ๆด้วยนะ" ออตโตพูด  สีหน้ายุ่งหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันใดเมื่อเป็นฝ่ายได้เปรียบ  คิดกำกับบทแทนคนเขียนซะเลย


            "
จ้า...จ้า...ได้อยู่แล้ว" ฉันรับปากไปอย่างนั้น  ทั้งที่ในใจหงุดหงิดเป็นที่สุด  'ทำไมต้องมานั่งโอ๋มันอย่างนี้ด้วยนะ' แต่ฉันทำได้เพียงคิด  ด้วยไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อบานปลายไปกว่านี้  และยิ่งไม่หวังให้มีแนวร่วมมาเสริมกำลังด่าฉันเพิ่มแบบที่ผ่านมา


            "
คาแรกเตอร์ผมช่วยทำให้ดีๆด้วยล่ะ" ออตโตสำทับก่อนจากไป


                   ทิ้งให้ฉันนั่งเครียด  คิดหงุดหงิดอยู่ลำพัง 
'ทำไมตัวละครพวกนี้มันถึงเอาใจยากนักนะ  บทหนักก็ว่า  บทน้อยก็บ่น'


            "
เฮ้อ..." ฉันได้แต่ถอนใจยอมรับชะตากรรม

 
                  กลับมาอีกครั้งค่ะสำหรับตอนแถมท้ายบทให้ได้อ่านกันเล่นๆ  และก่อนขึ้นบทใหม่จะมีคาแรกเตอร์ออตโตมาให้อ่านกันด้วยนะคะ  แต่ขอเวลาทำนิดนึงค่ะ  พรุ่งนี้ค่ำจะได้อ่านกันแน่นอน

        
                  อ่านสนุกช่วยกันโพสท์คอมเม้นท์  วิจารณ์  ติชม  หรือสอบถามข้อสงสัยในเนื้อเรื่องกับตัวละครได้นะคะ  และผู้อ่านทุกท่านสามารถให้กำลังใจ
St. Pisces ด้วยการโพสท์คอมเม้นท์เยอะๆ จะได้ทำให้มีแรงกายแรงใจในการเขียนเรื่องสนุกๆมาให้อ่านกันเรื่อยๆนะคะ  ขอบคุณค่ะ


                  PS.
ท่านที่แวะเข้ามาอ่านใหม่  หรือเข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ยังไม่เคย 'บันทึกบทความเป็น Favorite' ถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วยบันทึกให้หน่อยนะคะ  จะได้เป็นกำลังใจให้ St. Pisces นะคะ  ขอบคุณค่ะ

1,454 ความคิดเห็น