CLEMENCY

ตอนที่ 32 : พายุทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ส.ค. 49



               ยามค่ำก่อนพายุใหญ่มาเยือน  ลมสงบ  อากาศเย็นเยือกกว่าทุกคืนที่ผ่านมา  ขณะประชากรโอเอซิสต่างตื่นตัวเตรียมการรับมือกันเต็มที่  และเมื่อย่างสู่ยามดึก  ขณะผู้คนกำลังนิทราด้วยเหน็ดเหนื่อยจากการงาน  บรรยากาศนิ่งสงบก็เริ่มเคลื่อนไหว 

               เริ่มจากสายลมอ่อน  แล้วแรงเร็วขึ้นทุกขณะจนกลายเป็นลมกรรโชกโหมกระหน่ำพัดหอบเอาทรายปนผงเหล็กจำนวนมหาศาลขึ้นสู่ท้องฟ้า  ควบแน่นหมุนวนกลายเป็นพายุทรายขนาดยักษ์เคลื่อนตัวด้วยพลังอำนาจมหาศาลหมายมุ่งกวาดล้างทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า

               โอเอซิสเป็นปราการใหญ่ที่ขวางกั้น  ทันทีที่พายุทรายเข้าปะทะก็กวาดเอาต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเป็นแนวรั้วป่าโดยรอบหักโค่นล้มระเนระนาด  แล้วตรงเข้าปะทะหมู่อาคารบ้านเรือนภายใน  บ้านขนาดเล็กโดนอำนาจวายุพังทลายพัดหอบสู่ท้องฟ้า  ตึกขนาดใหญ่สั่นสะเทือนโยกคลอนอย่างน่ากลัว  เสาไฟฟ้า  ป้ายโฆษณา  สิ่งปลูกสร้างกลางแจ้งถูกกวาดทำลายยับเยินไม่เหลือซาก

               ผู้คนที่หลับใหลพากันตื่นขึ้นอย่างตระหนก  และไม่มีใครหลับลงได้อีกจนกระทั่งพายุผ่านพ้นไป  อันเป็นเวลาเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่มืดครึ้มอึมครึม

          “ฮ้าวววว...ให้ตายเหอะ! ไม่อยากจะเชื่อว่านี่เก้าโมง ออตโตบ่น  พลางหาวตาปรือ

          “นั่นซิ...ครึ้มขนาดนี้  ถึงพายุผ่านไปแล้ว  แต่ทรายยังฟุ้งกระจายไปทั่ว  โชคดีนะที่เราได้เฝ้ายามแฮเบล  แล้วเจ้าหน้าที่ก็สร้างโดมแก้วปรับอากาศครอบไว้  ไม่งั้นถ้าต้องออกไปตระเวนข้างนอกล่ะตายแน่ เมซีเน่เสริม 

          “เราจะนั่งสบายอยู่กันแต่ข้างบนนี่ไม่ได้หรอกนะ  เดี๋ยวสักพักยายนั่นกลับมา  ฉันจะไปตระเวนรอบหอเผื่อมีอะไรผิดปกติ วิลเลี่ยมเอ่ยเสียงเนือย  มือท้าวคางอยู่บนโต๊ะหินท่าทีเบื่อหน่าย  แต่นัยน์ตาสีน้ำเงินสอดส่องตรวจตราไปทั่ว  พวกเขานั่งอยู่ในศาลาหินบนดาดฟ้าหอหญิงที่ทำการกรรมการนิสิตปีหนึ่ง

          “นายจะเรียกชื่อ ออโรร่า ไม่ได้รึไงนะ เมซีเน่ดุ  ออกรับแทนเพื่อนสาวที่ไม่อยู่ 

               ช่วงเช้าเป็นเวรทั้งสี่คอยดูแลความปลอดภัยแฮเบล  และเป็นหัวหน้าทีมตรวจตราบริเวณหอพักปีหนึ่ง

          “พูดถึงก็มา...อายุยืนแหะยายนี่ วิลเลี่ยมไม่สนนัยน์ตาสีนิลของเมซีเน่ที่ถลึงจ้องอย่างขุ่นเคือง  เขามองออโรร่าที่กำลังเดินออกมาจากสวนด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้  โดยเฉพาะม้วนเส้นเอ็นตกปลากับกล่องเครื่องมือเหล็กในมือเธอ

          “เธอหายไปไหนตั้งนานน่ะ ออตโตเอ่ยถาม นี่ถ้าเจ้าจินมันรู้เข้าว่าฉันกับวิลเลี่ยมปล่อยให้เธอหายไปคนเดียวนานขนาดนี้...โดนเทศนากัณฑ์ใหญ่แน่

          “ทำกับดัก  แล้วก็สัญญาณเตือนภัยน่ะ ออโรร่าตอบยิ้มๆพลางทรุดลงนั่ง

          “เอ๋! สัญญาณเตือนภัย  ก็ระบบไฟฟ้ามันรวนไม่ใช่เหรอ? เมซีเน่ถามน้ำเสียงประหลาดใจ  ใบหน้าคมสวยฉายชัดความฉงนฉงาย

          “ของโบราณพรรณนั้นมันจะไปช่วยอะไรได้ คนปากเสียแต่ชาญฉลาดออกปากตำหนิอย่างหงุดหงิด  วิลเลี่ยมสังเกตจากวัสดุอุปกรณ์ที่ออโรร่าถือมาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอทำสัญญาณเตือนภัย  และกับดักแบบไหน

          “กับดักสัญญาณเตือนที่ใช้เอ็นขึงต้นไม้  ถ้าไอ้พวกหัวขโมยมันบินมาก็จบ เขาวิจารณ์ตรงๆ   หงุดหงิดที่ออโรร่าฉายเดี่ยวไปทำคนเดียว  ไม่ใช่เพราะเสียฟอร์มที่โดนแย่งบทเด่น  แต่เพราะห่วงแทบคลั่งที่เธอหายไปนานในสภาวะที่เสี่ยงภัยอันตรายแบบนี้

          “อืม...อย่างงั้นเองเหรอ  แต่ฉันว่าลงมือทำอะไรบ้างก็ดีเหมือนกันนะ  ดีกว่ารออยู่เฉยๆ  ถ้าพวกขโมยแอบย่องเข้ามาตามแนวต้นไม้อย่างน้อยเราก็ไหวตัวเตรียมรับมือได้ทัน เมซีเน่เข้าใจได้ในที่สุดจากคำอธิบายอ้อมของวิลเลี่ยม

          “คงงั้นมั้ง...ฉันจะไปตรวจรอบๆ  เมซี่ไปกันเถอะ วิลเลี่ยมลุกขึ้น  แต่เมซีเน่กลับยังนั่งเฉย

          “ตาบ้า! ให้สุภาพสตรีอย่างฉันออกไปลำบากตากฝุ่นข้างนอกได้ไง...ออตโตไปซิ! ว่าแล้วเธอก็ตบป้าบเข้ากลางหลังเพื่อนชายผิวเข้มตัวโตที่กำลังตาปรือจะหลับมิหลับแหล่  แต่แทนที่จะสะดุ้งเขากลับทรุดเอาหัวหนุนแขนต่างหมอนหลับคาโต๊ะ

          “ให้ออตโตนอนเถอะ  ฉันไปเอง ออโรร่ารีบอาสา  ก่อนที่เมซีเน่จะโวยวายปลุกออตโตที่เหนื่อยเพลียกว่าทุกคนจากการประชุมเมื่อคืน  เพราะจัดกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนก่อนประชุมเพื่อดึงดูดคนให้เข้าประชุมกันมากๆ

               สภาพภายนอกโดมแก้วเต็มไปด้วยฝุ่นทรายฟุ้งกระจายทั่วไปในอากาศ  ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีมองเห็นได้ไม่ไกลกว่าหนึ่งเมตร  แต่ก็ไม่มีอะไรน่าดูเพราะทัศนียภาพที่เคยสวยงามดุจสวนสวรรค์ของโอเอซิสได้ถูกพายุทรายทำลายลงหมดสิ้น

               ระเบียงทางเดินหน้าห้องที่เคยเขียวขจีด้วยใบหญ้า  มีสีสันแต่งแต้มจากดอกไม้  ร่มรื่นด้วยพฤกษานานาพันธุ์  มีผีเสื้อ  หมู่ภมร  วิหค  มีธารน้ำตกใสไหลรินลดหลั่นไปตามชั้นอยู่ตรงกลาง  สวนหย่อมของทุกห้อง  ทั้งสวนสาธารณะบนดาดฟ้า  สวนป่ารอบอาคาร  ทางเดิน สนามกีฬากลางแจ้ง  ทุกสิ่งที่เคยสะอาด  ร่มรื่นเขียวขจี  มีธารน้ำใสหล่อเลี้ยงให้ความสดชื่น  แปรสภาพถูกทรายสีเทาขาวกลบสูงเกือบครึ่งเมตร  ต้นไม้หักล้มระเกะระกะ  สายน้ำปนตะกอนดินทรายขุ่นคลั่กกลายเป็นโคลน  มีแต่ซากปรักหักพังอยู่ทั่วไป  เต็มไปด้วยฝุ่นทรายแห้งแล้ง

               ชาวโอเอซิสตื่นจากนิทราอันไม่สงบจากเหตุพายุเมื่อคืน  บ้างซ่อมแซม  บ้างกวาดล้างทำความสะอาด  บ้างทำหน้าที่เวรยาม  ทุกคนไม่ได้อยู่ในชุดสีสันสวยงามตามใจเช่นทุกวัน  ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายเป็นมลพิษกับร่างกาย  ทุกคนจึงอยู่ในชุดสีเข้มเสื้อผ้าแขนขายาวสวมหมวกมีผ้าปิดปากอย่างมิดชิด  เหลือโผล่ให้เห็นแต่ลูกตา  บางคนกลัวฝุ่นเข้าตาก็สวมแว่นหรือหน้ากากเข้าไปอีก

          “มีอะไรผิดปกติมั้ย วิลเลี่ยมถามเพื่อนผู้ทำหน้าที่ยามบนระเบียงชั้น S

          “ทุกอย่างโอเคฉันว่าคงไม่มีใครกล้าลงมือตั้งแต่เช้าวันแรกอย่างนี้หรอก  เจ้าหน้าที่ซ่อมแซมทำความสะอาดเต็มไปหมด…” ผู้ตอบคือซีเลค  ไทริน  มนุษย์แมวเปอร์เซียขนสีน้ำตาล    แต่เมื่ออยู่ในชุดมิดชิดสีเทาจึงดูไม่ออกว่าเป็นใคร 

               เสียงคุ้นที่ตอบมาเล่นเอาออโรร่าแทบผงะ  ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นใครเธอคงห้ามวิลเลี่ยมไม่ให้ทัก  แต่ยังไม่ทันขาดคำ  พลุสัญญาณสีเหลืองก็ถูกจุดขึ้นกลางท้องฟ้า

          “...ซะเมื่อไหร่ ซีเลคกลับคำทันควัน  เมื่อเห็นพลุสัญญาณ

          “สนามน๊อคบอร์ด! วิลเลี่ยมอุทาน  หันมองยังทิศที่พลุถูกจุด

          “สีเหลือง...ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม  ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บกวาดพวกหัวขโมยได้ ซีเลคพูดน้ำเสียงเบื่อหน่าย  ผิดหวังที่ไม่มีอะไรตื่นเต้น  หากพลุสัญญาณเป็นสีแดงหมายถึงฉุกเฉินขอความช่วยเหลือเขาคงได้สนุก  และพร้อมละทิ้งหน้าที่ยามอันน่าเบื่อสวมวิญญาณเหยี่ยวข่าวทันที

               แสงตะวันลาลับฟ้า  ทีมหัวหน้ารักษาความปลอดภัยเปลี่ยนเป็นเจมส์  ลูฟี่  ชาร์ลีน  และจิน 

               ออโรร่าตื่นขึ้นกลางดึก  ความห่วงเพื่อนทำให้เธอไม่อาจหลับได้สนิท  ในเมื่อตื่นแล้วแทนที่จะนั่งห่วงกังวลเธอจึงตัดสินใจไปพบให้สิ้นเรื่อง

               เธอออกไปที่ระเบียงทางเดินหน้าห้องอย่างเงียบกริบ  ขณะเมซีเน่ยังหลับสนิทอยู่บนเตียง  โบกมือทักทายเพื่อนผู้ทำหน้าที่ยามประจำชั้น N ทั้งสองคน  แล้วตรงไปยังลิฟท์  แต่เมื่อประตูลิฟท์เลื่อนเปิดออกก็พบว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ในนั้น

          “ดึกป่านนี้ทำไมเธอยังไม่หลับไม่นอน วิลเลี่ยมดุ  ทันทีที่ลิฟท์ปิดลงแล้วออโรร่าเปิดผ้าปิดหน้า

          “ฉันเป็นห่วงชาร์ลีน ออโรร่าตอบ

          “ดึกดื่นขึ้นลิฟท์คนเดียวอันตราย  เกิดพวกโจรมันบังเอิญใช้ลิฟท์เธอจะเป็นยังไง วิลเลี่ยมว่าอีก

               ออโรร่าไม่อยากต่อปากต่อคำจึงนิ่งเฉย  เธอเข้าใจดีว่าเขาเป็นห่วงพอกับที่รู้ดีถึงความปลอดภัยว่าหน้าลิฟท์ทุกชั้นมียามเฝ้าอยู่

               ในศาลาหินชาร์ลีนกำลังติวหนังสือสอบให้ลูฟี่  ทั้งคู่ดีใจมากเมื่อเห็นออโรร่ากับวิลเลี่ยม  ชาร์ลีนดีใจที่พบเพื่อน  แต่ลูฟี่ดีใจกับเสบียงในมือเพื่อนทั้งสอง

          “เจมส์กับจินล่ะ วิลเลี่ยมถามพลางมองหา

          “ออกไปลาดตระเวนจ๊ะ  เดี๋ยวสักพักคงกลับมา ชาร์ลีนตอบ เอื้อมรับถุงขนมจากวิลเลี่ยม  แต่ลูฟี่มาฉกเอาไปก่อน  แล้วแกะห่อกล้วยฉาบถุงใหญ่กินทันที

          “ข้าวเย็นนายก็กินตั้งเยอะหิวอะไรนักหนา วิลเลี่ยมนั่งลงตรงข้าม  มองลูฟี่ที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย

          “ใช้สมองมากมันก็เหนื่อยน่ะสิ ลูฟี่ตอบ  หยิบกล้วยฉาบแผ่นใหญ่เข้าปากอีกแล้วเกิดติดคอ  ออโรร่ารีบเปิดกระป๋องน้ำผลไม้ส่งให้ 

          “ค่อยๆกินซิจ๊ะ ชาร์ลีนว่า  จัดแจงเลื่อนสมุดหนังสือบนโต๊ะออกห่างก่อนจะเลอะมากกว่านี้

          “นายตัวแค่นี้เอาตรงไหนมาใส่ไอ้ที่กินเข้าไปนะ  กินจุพอกับจิน  ออตโตเลย  แล้วสองคนนั่นตัวใหญ่กว่านายเกือบสองเท่า วิลเลี่ยมแซว  หลังจากลูฟี่ซัดกล้วยฉาบถุงใหญ่ไปกว่าครึ่งภายในเวลาไม่ถึงห้านาที

          “อะแฮ่ม! นินทาแบบเผาขนเลยนะฮะ จินมาถึงพร้อมเจมส์

          “ฮ่า ฮ่า นายใส่เสื้อผ้าปิดมิดขนาดนี้ขนไม่ระคายหรอก วิลเลี่ยมส่งมุขตอบอย่างอารมณ์ดี

               แต่ยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อย  แขกไม่ได้รับเชิญก็มาเยือน  กลุ่มชายร่างยักษ์ห้าคนสวมชุดกับผ้าปิดหน้าสีดำทุบทำลายโดมกระจกแตก  โดดลงมาเผชิญหน้ากับทุกคน

          “วิ้ววว...มั่นใจในฝีมือเหลือเกินแหะ วิลเลี่ยมผิวปากอย่างเริงร่า  นัยน์ตาสีน้ำเงินพราวระริก  สนุกที่จะได้ออกกำลังต่อสู้

          “ใช่แล้วเจ้าหนู  ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยไป! หนึ่งในกลุ่มโจรขู่เสียงกร้าว 

               คำเรียก เจ้าหนู เป็นการสบประมาทอย่างแรง  กระตุ้นอารมณ์โกรธวิลเลี่ยมเข้าอย่างจัง

               สิ้นคำ  นัยน์ตาสีน้ำเงินแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์  คิ้วขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด  ตามด้วยหมัดขวาเข้าลิ้นปี่คนพูด  เปิดฉากการต่อสู้ขึ้นทันที 

               แต่ด้วยขนาดตัวแตกต่างหมัดเดียวไม่อาจล้มมันลงได้  และไม่กล้าใช้พลองเพราะอาจเกิดความเสียหายกับสถานที่  แล้วก่อนโจรร่างยักษ์หายจุกตัวงอ  วิลเลี่ยมถีบตัวขึ้นสูงสับศอกสองทีซ้อนลงกลางกระหม่อม  โจรยักษ์มึนงงถอยเซไม่เป็นท่า  ตามด้วยหมัดชุดรัวซ้ำกลางลำตัว  ก่อนจะล้มยักษ์ลงได้ด้วยเข่าขวาซ้ำที่จุดเดิม

               พร้อมกันเจมส์เข้าปะทะโจรร่างใหญ่สุดตรงหน้า  รัวลูกถีบชุดใหญ่กลางลำตัว  แต่มันแทบไม่สะเทือนเพียงถอยร่นตามแรงถีบไปเท่านั้น  ซ้ำจับรวบขาทั้งสองของเจมส์  แล้วหมุนเหวี่ยงไปรอบๆก่อนเขวี้ยงทิ้งเหมือนลูกตุ้ม  อันเป็นแผนที่เขากะไว้อยู่แล้ว 

               แรงเหวี่ยงส่งไปยังต้นไม้ใหญ่  เขากลับตัวถีบขาส่งตัวเองเด้งกลับมาหามัน  เพียงเสี้ยววิก่อนถึงตัวโจรยักษ์ที่ตั้งท่ารอ  เขาเปิดพลองปลดปล่อยพลังเย็นเยือกแข็งบังคับพุ่งใส่หน้ามันเต็มๆ  แล้วรีบปิดทันทีเพื่อไม่ให้ผลของพลังแผ่ไปจุดอื่น  เมื่อหัวถูกแช่แข็งโจรยักษ์ก็สิ้นฤทธิ์หมดสติล้มตึง  และเจมส์ม้วนหลังกลับมายืนอยู่บนพื้นด้วยท่วงท่าสง่างาม   

               ด้านจินคว้าไม้ท่อนยาวรัวฟาดฟันใส่ศัตรู  แต่มันก็ตั้งการ์ดรับได้หมด  สบจังหวะเอาคืนมันคว้าด้ามไม้ฉุดกระชากเข้าหาตัวลากเอาคนถือเข้าไปด้วย  แม้ขนาดตัวจินจะใหญ่โตกว่าหากเทียบกับคนปกติแต่ก็ยังเล็กกว่ามันจึงไม่อาจทานแรงได้  กำปั้นยักษ์ตั้งท่ารับรออยู่แล้ว  แต่ก่อนจะถึงตัว  จินก็เกิดสะดุดเซถลาหัวคะมำไปข้างหน้า  แล้วพุ่งชนเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง  ซ้ำยังล้มทับมันอีก  และเป็นคราวเคราะห์ของโจรอับโชคหัวกระแทกล้มทับหินก้อนใหญ่แตกน๊อคหมดสติไปอีกราย

               โจรร่างใหญ่อีกหนึ่งย่างสามขุมเข้าคุกคามสองสาว  ชาร์ลีนกลัวจนตัวสั่นแต่ยังยืดหยัดกางแขนปกป้องแฮเบลในกรงเบื้องหลัง  ออโรร่าจึงรับหน้าที่เข้าจัดการ 

               เริ่มกลยุทธ์ตัดกำลังเตะกวาดขา  โจรยักษ์ไม่ทันตั้งตัวหงายหลังล้มตึง  ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด  พอดีกับกำปั้นเล็กๆที่กำลังจะเสยเข้าปลายคาง  มันยกมือป้องกันเอาไว้ได้  แล้วปล่อยหมัดสวนกลับต่อยแก้มนวลที่เบือนหลบไม่พ้นเข้าเต็มๆ  ออโรร่ากระเด็นไถลครูดพื้นสนามหญ้าไปไกล

          “กรี๊ดดดดดดดดด! ชาร์ลีนกรีดเสียงร้องอย่างตระหนก  น้ำตานองหน้าเจ็บปวดแทนเพื่อนรัก

                เสียงร้องชาร์ลีน  กระตุ้นเตือนว่าเธอต้องเข้มแข็ง  ออโรร่าลุกขึ้นยืนปาดเลือดที่มุมปาก...ถึงเวลาใช้ท่าไม้ตาย!

               ไม่รอช้าเธอวิ่งตรงเข้าหามันอย่างรวดเร็ว  มันตั้งการ์ดรอรับพร้อมอยู่แล้ว  เธอเปิดพลองแสงกระโดดตัวลอยทำท่าจะโจมตีมันด้านบน  แต่ก่อนจะเข้าประชิดก็เปลี่ยนทิศกระทันหันทิ้งตัวลงกับพื้น  แล้วตีเข่าอย่างแรงเข้ากลางหว่างขาของมัน 

          “อ๊ากกกกกกกกกกกกกก! โจรยักษ์ร้องเสียงหลง  หน้าเขียว  สองมือกุมกล่องดวงใจกระโดดเหยง 

                ออโรร่าไม่รอช้า  ปิดฉากการต่อสู้  กระโดดขึ้นโถมกำลังทั้งหมดฟาดแข้งเข้าก้านคอ  โจรยักษ์สลบเหมือดล้มตึงลงทันทีทั้งสีหน้ายังบิดเบี้ยวเขียวคล้ำ  และสองมือยังกุมกล่องดวงใจอยู่อย่างนั้น 

                ส่วนลูฟี่วาดลวดลายได้น่าดูยิ่งกว่าใคร  เขาเตรียมสนับมือปุ่มหนามพร้อมต่อสู้  ทั้งใช้ความไวกว่าให้ได้เปรียบ 

                เพียงวิ่งรอบตัวศัตรูด้วยความเร็ว ใช้ทีเผลอรัวหมัดสวมสนับปุ่มหนามก็เล่นเอามันแทบประสาทกิน  เพราะไม่รู้จะโดนโจมตีจากตรงไหน  แม้หมัดที่รัวต่อยสร้างความเจ็บปวดไม่มากนัก  แต่หนักเข้าและซ้ำจุดเดิมก็อาจแย่ 

                มันพยายามคิดหาวิธีตอบโต้  และโอกาสมาถึงเมื่อหมัดเล็กๆรัวมาอีกระลอก  มันใช้แขนหนีบรัดลูฟี่ไว้ได้  แล้วแก้แค้นด้วยหมัดหนักอัดใส่เขาเข้ากลางตัว  ลูฟี่ถึงกับกระอักเลือดทรุดลงกองกับพื้น  ทำให้มันเลิกสนใจแล้วหันเหไปที่กรงแฮเบลซึ่งชาร์ลีนเฝ้าอยู่  แต่เขาไม่มีทางปล่อยมันให้ทำร้ายเพื่อน

           “วอเตอร์บับเบิล! ลูฟี่เปิดพลองเรียกพลัง  บอลน้ำพุ่งเข้าจับหุ้มโจรร่างยักษ์ขังมันไว้ให้อึดอัดหายใจไม่ออก 

                  แล้วก่อนมิจฉาชีพร่างใหญ่จะขาดลมจนสิ้นใจลูฟี่ก็ปลดพลัง...โดยลืมนึกถึงผลที่จะตามมา! 

                  บอลแตกออก  น้ำทะลักท่วมทั่วบริเวณพร้อมกับร่างหมดสติเปียกปอนกองอยู่กับพื้นของทั้งผู้บุกรุก  ผู้ที่ฝืนร่างกายใช้พลัง  และเพื่อนๆกับแฮเบลที่โดนลูกหลงเปียกแฉะกันถ้วนหน้า

...............................……………...................

            “ต้องขอบคุณจริงๆ เพราะนายทำให้วันนี้เราไม่ต้องเข้าเวร ออตโตประชด  ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงหงุดหงิด  งอนที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในห้องไม่ได้ออกมาสนุกด้วย

            “นั่นซิ...เพราะวอเตอร์บับเบิลของนาย  กับไอ้พวกโจรที่ทุบกระจกโดมแตก  เจ้าหน้าที่เลยต้องซ่อมแซมเก็บกวาดยกใหญ่  เช้านี้เราเลยไม่ต้องเข้าเวรแต่โดนเทศนาเกือบชั่วโมงแทน เมซีเน่หน้ามุ่ย  ถลึงตาจ้องลูฟี่อย่างเอาเรื่อง  ปกติตาเธอก็คมดุอยู่แล้ว  มองจ้องแบบนี้ยิ่งน่ากลัว  เธอโกรธที่ไม่ได้รู้เรื่องเลยแล้วตอนเช้ากลับถูกปลุกให้มาโดนด่าด้วย

                  ตัวก่อเรื่องก้มหน้าสำนึกผิด  แต่แอบส่งสายตาแป๋วอ้อนวอนจินเพื่อขอความช่วยเหลือ   

            “เอาเถอะฮะ...ลูฟี่ไม่ได้ตั้งใจ  แล้วเราก็ได้พักผ่อนกันด้วยไม่ใช่เหรอฮะ  ผมว่ามาติวสอบกันสักหน่อย  พอสี่ทุ่มกลุ่มเวรเช้าพรุ่งนี้จะได้ไปนอน จินเข้ามาไกล่เกลี่ย 

                  ตลอดวันนี้ทุกคนไม่ต้องทำหน้าที่เฝ้ายามแฮเบล  เพราะเจ้าหน้าที่เก็บกวาดซ่อมแซมกับผู้ดูแลแฮเบลเข้ามาทำงานเต็มพื้นที่  ค่ำนี้ทุกคนจึงอยู่พร้อมหน้าในศาลาหิน  รับประทานอาหารเย็น  และจะติวสอบกัน

                  แต่ผู้บุกรุกไม่เคยเลือกเวลา  มันไม่สนว่าใครจะต้องการเวลาพักหรือติวสอบ  ทันใดเสียงกระพรวนใหญ่ที่แขวนไว้ในศาลาซึ่งขึงกับเส้นเอ็นก็ดังก้อง  บ่งบอกถึงการมาของแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งบุกมาทางสวน  ทุกคนตั้งท่าเตรียมตัวสู้กับผู้บุกรุกที่กำลังจะมาเยือน

            “โอ๊ย! เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังมาจากสวน  แสดงว่าผู้บุกรุกติดกับดักเข้าให้แล้ว

            “หวาช่วยด้วย! อีกเสียงตามมาติดๆ

            “กรี๊ดดดด! ตามด้วยเสียงกรีดร้องจากโจรสาวอีกรายที่ติดกับ

            “อ๊ากกก! เสียงที่สี่ตามมา  เล่นเอาทุกคนหมดอารมณ์ที่ยืนตั้งรับเก้อ 

                  จากนั้นก็มีแต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือของโจรกระจอกทั้งสี่  ทุกคนจึงกลับไปตั้งหน้าตั้งตาติวสอบกัน  กะเรียกทีมมาเก็บกวาดตอนเช้าเพราะถ้าไปตอนนี้อาจโดนกับดักเข้าซะเอง

                  วางใจได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  เสียงกระพรวนเตือนภัยก็ดังขึ้นระลอกสอง  คราวนี้ไม่ใช่โจรกระจอกเหมือนครั้งแรก  มันฝ่ากับดักออกมาได้ด้วยความไวกับร่างกายอรชรบอบบาง 

            “เมื่อคืนพวกนายเหนื่อยกันมากแล้ว  คู่หูโจรสาวนี่ฉันจัดการเอง ออตโตรีบอาสา  ทันทีที่เห็นสองโจรสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม  รูปร่างอรชรในชุดรัดรูปสีดำ  ฝ่ากับดักออกมายืนประจันหน้า

                  แล้วการต่อสู้ที่เหมือนเป็นการเล่นไล่จับระหว่างอีหนูกับเฒ่าหัวงูก็เริ่มขึ้น  ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีคู่หูโจรสาวก็ยอมแพ้รีบเผ่นแน่บกลับทางเก่าแทบไม่ทัน

                  เห็นดังนั้นลูฟี่ถึงกับตะลึง  จินตบมือเชียร์เสียงดังทึ่งฝีมือ  เมซีเน่ส่ายหน้าอย่างเอือม  เจมส์ถอนหายใจอย่างปลง  วิลเลี่ยมกับชาร์ลีนหัวเราะคิก  ส่วนออโรร่ายิ้มดีใจที่เพื่อนหายงอนกลับมาอารมณ์ดี

                 หากแต่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น... 

                  เมื่อทีมเวรเช้ากลับไปพักผ่อน  ดึกสงัดคืนนั้นการรวมกลุ่มเฉพาะกิจของเหล่ามิจฉาชีพก็เกิดขึ้น  พวกมันรวมตัวกันบุกเข้ามาทุกทิศทุกทาง  ทั้งบินจากฟ้า  ไต่ตึกขึ้นมา  และบุกทางประตูหน้าเพื่อใช้ลิฟท์  พวกมันมีจำนวนมากหลายร้อยคน  ความโกลาหลวุ่นวายจึงเกิดขึ้นกับหอพักปีหนึ่ง  คืนนั้นไม่มีใครได้นอน  ทั้งนิสิตทั้งเจ้าหน้าที่ตื่นขึ้นมาช่วยกันต่อสู้  กว่าพลุสัญญาณสีเหลืองจะถูกจุดขึ้นฟ้าก็เป็นเวลารุ่งสาง  ทุกคนเหนื่อยเพลียหมดสภาพไปตามกัน        

                 รุ่งขึ้นสภานิสิตจึงมีคำสั่งให้รุ่นพี่มาช่วย  ทั้งจัดระบบวางกำลังป้องกันให้รัดกุมมากขึ้น  เนื่องจากคืนที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงหอพักปีหนึ่งเท่านั้นที่โดนเล่นงานอย่างหนัก  สนามน๊อคบอร์ดกับตึกสภานิสิตก็เช่นกัน 

                 กระนั้นจนบัดนี้พลุสัญญาณสีแดงก็ยังไม่เคยถูกจุด  เพราะทุกฝ่ายต่างพยายามป้องกันเองอย่างเต็มที่  และเช้านี้อากาศก็ดีขึ้น  ฝุ่นทรายที่ฟุ้งกระจายในอากาศจางลงมากเปิดฟ้าให้แสงตะวันลอดผ่านเข้ามา  ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน

                  แต่ยิ่งอากาศดีขึ้นมากเท่าไหร่  จำนวนมิจฉาชีพยิ่งมากขึ้น  ทั้งทีมเช้าทีมเย็นเหนื่อยไม่แพ้กัน  บางครั้งแทบไม่มีเวลาพัก  และบ่อยครั้งที่โดนโจมตีหนักช่วงเปลี่ยนเวรให้สองทีมต้องร่วมกันต่อสู้  ไม่ต่างอะไรกับภาวะสงคราม  หากเพลี้ยงพล้ำก็บาดเจ็บ  หรืออ่อนแอก็ย่ำแย่ 

                  ทีมแพทย์พยาบาลจึงต้องทำงานอย่างหนัก  และเป็นที่รู้กันดีว่าช่วงนี้โรงพยาบาลโอเอซิสไม่รับผู้ป่วยนอกเข้ารักษา

                  ทุกเช้ารถบรรทุกผู้ต้องขังหลายสิบคันจากสถานีตำรวจเมืองฟลานเดอร์จะมารับผู้บุกรุก  พร้อมขบวนคุ้มกันอย่างหนาแน่น 

                  ทีแรกตำรวจตกตะลึงกับจำนวนโจรที่ถูกจับได้หลายร้อยคน  รีบอาสาส่งกำลังมาช่วยเหลืออย่างเห็นใจ  แต่อธิการบดีกับประธานสภานิสิตพูดเป็นเสียงเดียวว่าไม่ต้องการเนื่องจากนี่เป็นเรื่องภายใน  เพราะหากปล่อยให้ตำรวจหรือทหารจัดการ  จริงอยู่ว่าความสงบเรียบร้อยจะเกิดขึ้นโดยเร็ว  แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น  ไม่นานมันจะแทนที่ด้วยความอึดอัดเพราะถูกบังคับให้อยู่ในกฎระเบียบเกินความจำเป็น

            “ฟิ้ววววปัง! พลุสัญญาณสีแดงถูกจุดขึ้นฟ้ายามพลบค่ำ  วันสุดท้ายก่อนที่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าระบบรักษาความปลอดภัยและควบคุมอุณหภูมิจะเปิดใช้งาน

            “พลุสีแดง! ซีลล์  สโมคกี้ เสียงตื่นหันมองยังทิศนั้นอย่างตระหนก

            “ฉันจะไปดูหน่อย วิลเลี่ยมพูด  แล้วออกบินไปทิศนั้น เธอไม่ต้องตามมาหรอก  กลับไปรวมกลุ่มกับเมซีเน่  ออตโต บนดาดฟ้า  เผื่อทางนี้เกิดอะไรขึ้น เขาสั่งออโรร่าที่บินตามมา  ทั้งคู่กำลังลาดตระเวนรอบหอพักครั้งสุดท้ายก่อนผลัดเวร

                  ออโรร่าทำตามอย่างว่าง่าย  เพราะเมื่อมองไปยังทิศที่พลุถูกจุดก็เห็นว่ามีหลายคนกำลังมุ่งไปทางนั้น  แต่ยังไม่ทันถึงดาดฟ้า  พลุสัญญาณสีแดงก็ถูกจุดขึ้นอีก  คราวนี้มันเกิดขึ้นอีกด้านตรงกันข้ามกับอันแรก  และทั้งสองจุดต่างก็ไม่ใช่สถานที่สำคัญจึงไม่มีการวางกำลังป้องกันเอาไว้ 

                  ครู่ต่อมาพลุสีแดงก็ถูกจุดขึ้นอีกหลายครั้งเกือบจะพร้อมๆกันกระจายไปทุกทิศ  รุ่นพี่หลายคนผละออกไปช่วยยังจุดเหล่านั้น

            ‘หรือจะเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ คิดดังนั้นเธอจึงรีบกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนบนดาดฟ้า

                  วิลเลี่ยมมุ่งไปยังที่ซึ่งพลุอันแรกจุดขึ้น สถานที่นั้นคือตึกชมรมวิทยุโทรทัศน์  ซึ่งมีเสาสัญญาณตั้งเด่นสูงตะหง่านอยู่เบื้องหน้า  และเป็นโรงเก็บรถดาวเทียมที่ใช้ในการถ่ายทอดสดพิธีสำคัญต่างๆ

                  เมื่อมาถึงก็พบว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว  รุ่นพี่ปีสามกับปีสี่ห้าคนกำลังเคลียร์พื้นที่ตรวจดูความเรียบร้อย

            “มีอะไรเสียหาย  หรือโดนขโมยบ้างหรือเปล่า โจว  เอินหนาน  สมาชิกชมรมพลอง  สอบถามมนุษย์นกกระจอกสมาชิกชมรมวิทยุโทรทัศน์

            “เอ่อ...ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ  คงต้องใช้เวลาสักพัก  พวกมันรื้อซะกระจุยไปหมด มนุษย์นกกระจอกตอบ  พลางกวาดสายตามองห้องชมรมที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย  ด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

            “เอางี้...ถ้ามีอะไรหายเราจะแจ้งไปแล้วกัน มนุษย์เหยี่ยวสาวปีสี่ประธานชมรมตัดสินใจ

            “ไม่ทราบว่าโรงรถถูกค้นด้วยรึเปล่าครับ วิลเลี่ยมถามแทรก

            “ก็ทั้งตึกแหละจ๊ะ  มันขโมยของที่จุดสำคัญไม่ได้เลยหาอะไรติดไม้ติดมือไปแทนล่ะมั้ง ประธานมนุษย์เหยี่ยวตอบโดยไม่หันมามอง  เริ่มลงมือหยิบเก็บจัดข้าวของเข้าที่          

            “ขอผมเข้าไปดูได้มั้ยครับ วิลเลี่ยมเอ่ยถาม  ขณะสองขาเริ่มขยับก้าวไปทางโรงรถ

            “ตามสบายจ๊ะ ประธานเหยี่ยวตอบเสียงเรียบไม่ใส่ใจ  ในเมื่อมันรกไปหมดแล้วก็ไม่รู้จะหวงห้ามไปทำไม

                  เมื่อได้รับอนุญาตวิลเลี่ยมแทบจะวิ่งไปโรงรถ  เขายังจำภาพชายชุดดำที่ป้วนเปี้ยนใกล้รถดาวเทียมในวันซ้อมพิธีพระราชทานปริญญาได้ติดตา  และสัญชาตญาณก็กระตุ้นเตือนว่าอาจเกิดเหตุไม่ชอบมาพากล

                  ประตูม้วนเปิดไว้  ภายในโรงรถถูกรื้อค้นกระจุย  กล่องเครื่องมือเปิดออก  ข้าวของกระจัดกระจาย  น้ำมันเครื่องหกเลอะนองไปทั่ว  ผ้าคลุมรถกองอยู่กับพื้น  รถทุกคันถูกเปิดประตูเพื่อรื้อค้นของข้างใน   

                  วิลเลี่ยมกวาดสายตามองหา แล้วมุ่งไปยังรถดาวเทียม  เขาเดินสำรวจโดยรอบเพื่อตรวจหาร่องรอยสิ่งผิดปกติ  แต่ยังไม่ทันได้ดูทั่วเขาก็ถูกดึงตัวไปซะก่อน

            “เฮ้! ไปกันได้แล้วที่นี่ไม่มีอะไรเสียหายเท่าไหร่  พลุสัญญาณสีแดงถูกจุดขึ้นหลายที่พร้อมกันฉันกลัวว่ามันจะเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ  นายรีบกลับไปเฝ้าหอของนายจะดีกว่า คูช่า  มิวนิค  มนุษย์ชีต้าร์  รองประธานชมรมพลองเข้ามาตาม

                 วิลเลี่ยมจำต้องไปทั้งที่ยังไม่วางใจนัก  แต่คูช่าก็พูดถูก  บางทีมันอาจเป็นแผนหลอกล่อให้เวรยามจุดสำคัญถูกดึงกำลังออกไปแล้วลอบเข้าโจมตี  เขาจึงรีบกลับหอพักอย่างร้อนรน  แล้วลืมเรื่องรถดาวเทียมไปสนิทใจ...

...............................……………...................

            “แฮเบลหายไป!! ทุกคนอุทานพร้อมกันอย่างตระหนก  เมื่อชายชราหัวหน้าทีมดูแลแฮเบลรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเที่ยงวันถัดมา  ซึ่งสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเปิดใช้แล้ว  และทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ

            “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยฮะว่าพวกมันท้อง จินถามสีหน้าฉงน 

            “ไม่ช่าย...ไม่ใช่พวกมัน...แต่เป็นตัวเดียวต่างหาก  มันออกลูกเมื่อคืนนี้สี่ตัว  แต่เช้านี้เหลือแค่สอง ชายชราอธิบายอย่างใจเย็น

            “แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะจ๊ะ ชาร์ลีนถามความเห็นอย่างร้อนรน

            “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ...แม่หนู  ถ้า...ลุงไม่พูด  พวกหนูไม่พูด...ก็ไม่มีใครรู้ ชายชราเอ่ยอย่างอ่อนโยน  ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก

            “แต่ว่า...แฮเบลไม่ชอบอากาศหนาว  แล้วต้องเลี้ยงด้วยนมผสมสูตรพิเศษเท่านั้น...อย่าลืมล่ะ ชายชราพูดลอยๆก่อนเดินจากไป 

                  ลูฟี่แสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้  แต่เหงื่อกลับแตกพลั่กขนสีขาวทั่วใบหน้าชุ่มโชก 

                  ถึงไม่บอกก็รู้ว่าฝีมือใคร  พวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่บกพร่องปล่อยให้โจรมาขโมยของไปได้  แต่เป็นคนกันเองนี่แหละที่ขโมย...

...............................……………...................

            “อ้าว...แย่เลยลูฟี่...ไหงกลายเป็นขโมยไปได้ล่ะเนี่ย!? ฉันจับมนุษย์ลิงร่างเล็กขนสีขาว  มาสอบสวนเสียงเครียด

            “คือ...เอ่อ...มันมีเหตุผล...นิดหน่อย ลูฟี่แก้ตัวตะกุกตะกัก  ยกแขนที่เต็มไปด้วยขนขาวฟูขึ้นปาดเหงื่อซึ่งเปียกชุ่มทั่วใบหน้าที่มีขนสีเดียวกัน

                  ฉันจับฐานโลหะของโคมไฟแสงสีส้มเจิดจ้าไว้มั่น  ยกขึ้นส่องหน้าลูฟี่ให้ยิ่งชิดเข้าไปอีก  จนเขาต้องก้มหน้าหลบแสงทั้งยกแขนขึ้นกั้นกันความร้อน 

            “จะเหตุผลยังไงก็ฟังไม่ขึ้นทั้งนั้นแหละ...เรารึอุตส่าห์เขียนให้เป็นถึงเจ้าชายเผ่าลิง...มาทำตัวเป็นขโมยแบบนี้ได้ไง! ฉันกระแทกเสียงขู่

            “ง่า...เอ่อ...ต้องติดตามตอนต่อไป... ลูฟี่ที่กริ่งเกรงจนสะท้าน  เหงื่อแตกพลั่กเปียกขนขาวชุ่มโชกไปทั้งร่าง  ใช้มุขตัดบทดื้อๆ

 

                  เสาร์หน้ามาติดตามกันต่อนะคะ

อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  ช่วยกันโพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ J

 

PS. ท่านที่แวะเข้ามาอ่านใหม่  หรือเข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ยังไม่เคย Add Favorite ถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วย Add ให้หน่อยนะคะ  จะได้เป็นกำลังใจให้ St. Pisces นะคะ  ขอบคุณค่ะ

 

1,454 ความคิดเห็น