CLEMENCY

ตอนที่ 31 : ร้านอาหารชมรมพลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ส.ค. 49


                 ปลายเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิทยาลัยโอเอซิส  มีพิธีพระราชทานปริญญา  และเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย  ดังนั้นเพื่อความพร้อมในการเตรียมงานมหาลัยจึงได้หยุดการเรียนการสอนสิบวัน

                 จำนวนคนมหาศาล  ทั้งบัณฑิต  เพื่อนฝูง  ญาติพี่น้องที่มาร่วมแสดงความยินดี  และศิษย์เก่าที่มาร่วมพิธีสถาปนา  นี่จึงเป็นช่วงสำคัญในการหาเงินเข้ากระเป๋าของทุกชมรม

                 ทุกชมรมต่างสรรหาสินค้าและบริการสารพัดรูปแบบนำเสนอแก่ลูกค้าที่หลั่งไหลร่วมงาน  เพื่อกอบโกยเงินสนับสนุนเข้าชมรมให้ได้มากที่สุด  ชมรมจัดสวนนำช่อดอกไม้มาขายแถมด้วยบริการสั่งจองล่วงหน้าและส่งให้ถึงมือบัณฑิตผู้รับพร้อมเพลงประจำคณะ  ชมรมศิลปะรับปั้นและวาดภาพเหมือนเพื่อเป็นของขวัญกับของที่ระลึก 

                 แม้แต่ชมรมน๊อคบอร์ดซึ่งเป็นที่นิยมมีเงินสนับสนุนก้อนโตจากมหาลัยกับสปอนเซอร์มากพออยู่แล้วยังไม่ยอมพลาดโอกาสนี้  และวิลเลี่ยมก็ไม่พลาดโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของตระกูลขายให้ชมรมในราคาต่ำกว่าทุน  เพื่อนำไปขายได้กำไรมากกว่าร้านทั่วไป

            “ขอบใจมากจริงๆ  ถ้าไม่ได้นายสองคนชมรมเราคงพลาดโอกาสช่วงทำเงินนี่ไปอย่างน่าเสียดาย โรเจอร์พูดด้วยน้ำเสียงสีหน้าซาบซึ้งพลางเขย่ามือวิลเลี่ยมกับเจมส์อย่างลืมตัว  ลูฟี่พลอยยิ้มหน้าบานไปด้วย  ท่ามกลางสมาชิกชมรมที่ออแน่นห้องโถงกว้างหรูหราเพื่อร่วมประชุมวิธีหารายได้ในช่วงพิธีพระราชทานปริญญา

            “เอามาขายต่ำกว่าทุนแบบนี้พวกนายจะได้อะไร อิริคถามเสียงเรียบ  แต่ไม่อาจซ่อนประกายความสงสัยกึ่งหวาดระแวงในนัยน์ตาสีมรกต

            “ถือเป็นการโฆษณาครับ  แล้วได้ช่วยชมรมด้วย  พวกพี่อย่าห่วงเลยครับเราสองคนยินดีมากที่ได้ทำประโยชน์ให้ชมรม วิลเลี่ยมยิ้มประจบประแจง  แสดงท่าทางยินดี  ทำให้โรเจอร์ยิ่งซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล  และอิริคก็หายระแวงสงสัยไปได้

            “พูดได้ดี เจมส์แขวะ  ขณะทั้งคู่กำลังร่อนลงหน้าหอพักยามอาทิตย์อัสดงก่อนวันพิธี  และลูฟี่ปลีกตัวขอไปให้อาหารแฮเบลบนดาดฟ้าที่ทำการกรรมการนิสิตปีหนึ่ง  ซึ่งพวกแฮเบลคุ้นเคยกับทุกคนแล้ว  โดยเฉพาะลูฟี่ที่เข้ากับพวกมันได้ดีกว่าคนอื่น

            “หึ  หึ  จะให้บอกความจริงรึไงว่าเราขายราคาต่ำกว่าทุนได้  เพราะสั่งทำล๊อตพิเศษลดปริมาณลงน่ะ วิลเลี่ยมตอบกลั้วหัวเราะ

            “ไม่ได้ว่าอะไรนี่ เจมส์ตอบยิ้มๆ  รู้สึกอารมณ์ดีกับแผนการขายอันเยี่ยมยอดของน้องชายต่างสายเลือด  แล้วยิ่งขำกลิ้งกับประโยคถัดมา

            “แน่น๊อน...ในตัวฉันมีสายเลือดเฮอร์เรียตอยู่เต็มเปี่ยม  ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อความรุ่งโรจน์ของตระกูล วิลเลี่ยมตอบเสียงมั่น

                  เจมส์ยิ่งขำหนักเข้าไปอีก มันมีสายเลือดเฮอร์เรียตตั้งแต่เมื่อไหร่เป็นความคิดในใจที่ไม่สามารถพูดออกมาได้  เพราะรู้ดีว่าหากพูดจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ  แล้วทำลายบรรยากาศครื้นเครงยินดีนี้ลง

                 แฝดเฮอร์เรียตมุ่งไปยังห้องนั่งเล่นใต้ดินในหอพักที่โต๊ะประจำกลุ่ม  ทั้งคู่มาถึงก่อนเพื่อนที่ต่างไปประชุมที่ชมรม 

                 ครู่ต่อมาออโรร่าก็มาถึง  วิลเลี่ยมทันเห็นเธอที่กำลังเดินมาพยายามเก็บซ่อนบางสิ่งยัดลงเป้ก่อนมาถึงโต๊ะ

            “มานานแล้วเหรอ ออโรร่าถามทั้งสอง  แล้ววางเป้ลงบนโต๊ะ

            “สักพัก เจมส์เงยหน้าจากหนังสือตอบ

                  ฉับพลันด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ  วิลเลี่ยมคว้ากองผ้าจากเป้ออโรร่าที่ปิดไม่สนิทมาสลัดออกดู

            “เธอเอาชุดนี้มาทำอะไรน่ะ วิลเลี่ยมถามหน้าฉงน  เมื่อเห็นชัดว่าชุดนั้นเป็นชุดเมทกระโปรงบานสีเขียวอ่อนมันวาว  มีผ้ากันเปื้อนสีขาว  ติดโบว์  และมีระบายลูกไม้สีเดียวกัน

                  ออโรร่ารีบคว้ากลับ  แต่ก็ไม่ทันที่เพื่อนคนอื่นในกลุ่มมาถึงและเห็นเข้าพอดี

            “ชุดน่ารักจังเลยจ๊ะออโรร่า ชาร์ลีนชมอย่างจริงใจ  เมื่อกางชุดลงบนโต๊ะ  ขณะออโรร่าถอนหายใจอย่างปลงตก

            “นี่ซินะชุดที่เธอจะใส่พรุ่งนี้...น่ารักมาก  อย่างนี้ลูกค้าเข้าร้านเพียบแน่ เมซีเน่ออกความเห็นจริงจัง 

                  เพื่อนสาวทั้งสองไม่ได้สมัครเข้าชมรม  แต่ทำงานกับสภานิสิตด้วยตำแหน่งกรรมการนิสิตปีหนึ่ง  จึงทำให้ทั้งคู่ซึ่งดูแลระเบียบความเรียบร้อยของงานรู้ข้อมูลของทุกชมรมว่าจะเปิดร้านหรือบริการแบบไหน 

            “นี่เธอกำลังจะบอกว่าชมรมพลองเปิดร้านอาหาร  แล้วให้สมาชิกชมรมแต่งตัวแบบนี้เสิร์ฟเหรอ  ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า วิลเลี่ยมหัวเราะเสียงดัง

            “นายขำอะไรมิทราบ!” เมซีเน่วีนแทนออโรร่า

            “ฮ่า ฮ่า ก็...ก็...ไม่รู้ซิ  ฉันว่าไอ้ชุดรุ่มร่ามกุ๊กกิ๊กแบบนี้มันไม่เหมาะกับยัยห้าวอย่างออโรร่า วิลเลี่ยมพูดพลางขำไม่หยุด  หัวสั่นหัวคลอนโยกตัวไปมาบนโซฟา

            “ขอบใจที่ออกความเห็น ออโรร่าพูดเสียงเย็น  สีหน้าบึ้งตึงพยายามข่มอารมณ์โกรธเต็มที่  เธอยืนขึ้นคว้าชุดยัดลงเป้  แล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นกลับขึ้นห้องพักไป  ท่ามกลางความตึงเครียดของเพื่อนในกลุ่ม  ยกเว้นบางคนที่ยังหัวเราะไม่เลิก

            “นายนี่มันแย่มาก  ออโรร่ายิ่งไม่มั่นใจอยู่ด้วยเมซีเน่หันมาว่าตัวต้นเรื่องทันที

            “อะไร...พูดความจริงก็โกรธ วิลเลี่ยมตอบ  เมื่อหยุดขำได้ในที่สุด

            “ถ้าความจริงทำให้รู้สึกแย่  ไม่พูดเลยจะดีกว่าฮะ จินพูดเสียงขุ่น  เคืองวิลเลี่ยมแทนออโรร่าอยู่เหมือนกัน

            “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย  แต่บางทีคนพูดอาจตายได้ ออตโตสำทับ

            “ฉันว่าออโรร่าสวย  ชุดก็น่ารัก  ไม่เห็นจะน่าขำเลย ลูฟี่ออกความเห็นเข้าข้างออโรร่าอีกคน

            “เออ...เข้าข้างกันเข้าไป วิลเลี่ยมตัดพ้อเมื่อโดนรุมชุดใหญ่

            “พรุ่งนี้นายเห็นแล้วตะลึง  จะหัวเราะไม่ออก แม้แต่เจมส์ก็ไม่เข้าข้าง

            “เออ...เออ...ฉันผิดไปแล้ว  ขอโทษก็ได้วิลเลี่ยมหน้ามุ่ย

            “นายต้องไปขอโทษออโรร่าโน่น  แต่ก็อย่างที่เจมส์ว่าแหละ  พรุ่งนี้นายเห็นแล้วจะตะลึงจนหัวเราะไม่ออกเมซีเน่พูด  พลางยักคิ้ว  นัยน์ตาคมสีนิลแฝงเลศนัย

   ...............................……………...................

                  ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานแต่เช้าตรู่  เมซีเน่กับชาร์ลีนคอยประสานงานการจัดงานที่สภานิสิต  ชมรมห้องสมุดของจินออกร้านขายหนังสือ  ชมรมเชียร์ของออตโตบูมร้องเพลงคณะให้พี่บัณฑิต  พี่น้องเฮอร์เรียตกับลูฟี่ขายเครื่องดื่มให้ชมรมน๊อคบอร์ด  และออโรร่าก็รีบไปชมรมตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า 

                 ตอนเที่ยงทุกคนนัดพบกันที่ร้านอาหารชมรมการต่อสู้ด้วยพลองซึ่งตั้งอยู่ในทำเลดีที่สุด  คือบริเวณสวนด้านหลังหอประชุมอันเป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญา  และเป็นจุดนัดพบยอดนิยม

                  เพิงเล็กๆสีขาวที่ประกอบขึ้นมาอย่างง่ายๆด้วยผืนผ้าใบ  มีม้านั่งกลมกับโต๊ะสี่เหลี่ยมสีเดียวกัน  อัดแน่นไปด้วยผู้คนจนต้องเสริมโต๊ะกับเก้าอี้ยื่นล้ำออกมาหน้าร้าน

            “เจมส์ วิลเลี่ยม พวกนายมองอะไรน่ะ เมซีเน่ถาม  ขณะมองตามสายตาทั้งสองไป 

            “อืม...ไม่รู้ซิ  ฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้  เมื่อกี้มีคนชุดดำน่าสงสัยเดินผ่านแถวรถดาวเทียมน่ะ วิลเลี่ยมตอบ  ยังคงมองรถดาวเทียมที่จอดอยู่กลางลานหน้าสวนหลังหอประชุมเพื่อเตรียมการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานปริญญา

            “คิดมากไปรึเปล่าจ๊ะ  วันนี้วันซ้อมไม่ใช่วันจริง  ประธานในพิธีก็ยังไม่มาวันนี้  แล้วปีนี้บรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายทายาทจากประเทศสำคัญๆก็จบกันเยอะ  บางทีคนน่าสงสัยที่เห็นอาจจะเป็นบอดี้การ์ดของใครสักคนล่ะมั้งจ๊ะ ชาร์ลีนออกความเห็น  เมื่อมองตามสายตาสองหนุ่มแล้วไม่เห็นคนน่าสงสัยสักคน

            “นั่นซิฮะ  ถึงจะมีใครคิดทำเรื่องไม่ดีก็คงหนีไปไม่รอดแน่  ทั้งบอดี้การ์ด  ตำรวจ  ทหารในและนอกเครื่องแบบยกโขยงกันมาขนาดนี้จินเสริม  ท้องร้องโครกครากเสียงสนั่นด้วยความหิว  ขณะนั่งรอออโรร่าอยู่ที่โต๊ะหน้าร้านซึ่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คน

            “ขอโทษนะ  รอนานมั้ย ออโรร่าแทรกฝูงชนออกมาได้ในที่สุด

            “โห...แม่เจ้าโว้ย!” ออตโตอุทาน  ตาโต  จ้องออโรร่าตาไม่กระพริบ  กับรูปลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นของเพื่อนสาว

            “อู้ฮู!” ลูฟี่พลอยตื่นเต้นไปด้วย

            “ป๊าบ!” เมซีเน่ตีแขนวิลเลี่ยมที่มัวสนใจอยู่แต่กับรถดาวเทียม

            “โอ๊ย! เจ็บนะยายบ้า  อะไรของเธอ วิลเลี่ยมหันมาว่า  แล้วก็ต้องอึ้งกับภาพสาวน้อยน่ารักที่ยืนอยู่ข้างเมซีเน่  สาวผิวขาวอมชมพู  ผมยาวตรงสลวยสีน้ำตาลแดงสวมที่คาดผมโบว์สีเขียวระบายลูกไม้สีขาว  กับชุดเมทกระโปรงบานเข้าชุดกัน  แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น
                  
                  รูปตัวอย่างชุดเมท
                   
                                

            “ไง! อึ้งไปเลยล่ะซิ  น่ารักใช่มั้ยล่ะ เมซีเน่แซว  ขณะออโรร่านั่งลง 

            “ก็...งั้นๆแหละวิลเลี่ยมปากแข็ง  เบือนหน้าสีแดงก่ำหนีไปทางอื่นซ่อนไม่ให้ใครเห็น

                 แต่ก็ไม่พ้นสายตาคมสีนิลของเมซีเน่ไปได้  เธอทั้งสงสารทั้งสะใจที่เห็นใบหน้าสลักช่างวางฟอร์มนั้นแดงก่ำ  และพยายามเบือนหนีปิดบังความจริง  ผลคือทำให้ตัวเธอเองต้องกลั้นหัวเราะไว้จนปวดท้อง  และเกือบสำลักน้ำเปล่าตายเมื่อแกล้งดื่มน้ำเพื่อกลบเกลื่อน

                 สักครู่อาหารก็มาเสิร์ฟ  ร้านนี้ไม่มีเมนู  เพราะอาหารมีอย่างเดียวเท่านั้นคือสปาเก็ตตี้  ส่วนเครื่องดื่มก็คือน้ำพั้นช์ผลไม้รวมสูตรพิเศษของโจว  เอินหนาน  ซึ่งเป็นเมนูสำคัญที่ดึงดูดลูกค้า  ใครที่ได้ดื่มน้ำพั้นช์นี้เข้าสักครั้งจะติดใจจนยากจะลืมเลือน 

           “สปาเก็ตตี้กับน้ำพั้นช์สูตรมหัศจรรย์มาแล้วค่าสาวเสิร์ฟสวมชุดแบบเดียวกับออโรร่า  วางอาหารเจ็ดชุดลงกลางโต๊ะ มาเถอะค่ะคุณออโรร่า  คนมารอถ่ายรูปคุณเยอะเลยค่ะ เธอคือยูกิสาวหิมะ  ที่ผิดหวังจากชมรมน๊อคบอร์ดแล้วมาเข้าชมรมพลอง  ซึ่งตอนนี้เป็นแฟนคลับออโรร่าไปเรียบร้อยแล้ว  สังเกตได้จากสรรพนาม คุณ ที่เธอใช้เรียกออโรร่า

           “ฉันไปทำงานก่อน  เย็นนี้เจอกัน ออโรร่าลุกขึ้น  แต่ชาร์ลีนรั้งแขนเธอไว้

           “ออโรร่ายังไม่ได้กินอะไรเลยนะจ๊ะ ชาร์ลีนบอกยูกิน้ำเสียงเป็นห่วง

           “ให้พักกินมื้อเที่ยงหน่อยเถอะ  หิวมากใช้แรงเยอะเดี๋ยวก็เป็นลม  ว่าแต่ร้านนี้ขายอาหารไม่ใช่เหรอ  ทำไมมีคนมารอถ่ายรูป วิลเลี่ยมถามสีหน้าฉงน 

           “แหม...ความน่ารักของคุณออโรร่าใครเห็นก็อดใจไม่ไหวค่ะ  ถ้าพวกคุณสนใจก็เชิญนะคะ  คนละร้อยมาซค่ะ  เอ่อ...เดี๋ยวจะยกอาหารมาให้  คุณออโรร่าพักทานอะไรหน่อยก็แล้วกัน สาวหิมะผละไป  แล้วกลับมาแทบจะทันทีพร้อมอาหารชุดพิเศษสำหรับออโรร่า  ถ้าไม่ติดงานเธอคงจะนั่งป้อนออโรร่าไปแล้ว

           “งานนี้ชมรมพลองคงได้เงินมากพอจนใช้หนี้ชมรมน๊อคบอร์ดหมดล่ะนะ เมซีเน่เห็นใจออโรร่าที่กำลังรีบกินเพื่อกลับไปทำงานต่อ

                พิธีพระราชทานปริญญาสิ้นสุดลง  หลังหักค่าใช้จ่ายชมรมพลองนำเงินไปใช้หนี้ชมรมน๊อคบอร์ดโดยไม่เหลือสักมาซเดียว  แต่ผลพวงจากความน่ารักในชุดเมทของออโรร่า  ภาพถ่ายของเธอจึงขายได้อีกหลายสัปดาห์หลังจากนั้น  ทำให้ชมรมพลองที่ยากจนมีรายได้เข้ามาบ้าง

...............................……………...................

                 เริ่มเดือนใหม่  ชีวิตประจำวันก็กลับสู่สภาวะปกติ  การเรียนหนัก  การบ้านกับรายงานมหาศาล  และการฝึกซ้อมในชมรมมหาโหด

                 ทั้งชมรมพลอง  น๊อคบอร์ด  และชมรมเชียร์  ต่างเร่งฝึกซ้อมเพิ่มศักยภาพสมาชิกเพื่อเตรียมตัวสำหรับงาน กีฬาสหสัมพันธ์ทำให้ทุกค่ำ  ออโรร่า  วิลเลี่ยม  เจมส์  ลูฟี่  และออตโต  กลับมาที่โต๊ะประจำกลุ่มในห้องนั่งเล่นใต้ดินด้วยสภาพสะบักสะบอมทุกวัน 

                หน้าที่ติวเตอร์จึงตกเป็นของสองสาวที่ไม่สังกัดชมรมกับจินชมรมห้องสมุด  ทั้งสามช่วยหาหนังสือสำหรับทำการบ้านและรายงาน  แล้วช่วยตรวจทานให้เมื่อเสร็จ

                 ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน  ออโรร่า  เจมส์  และวิลเลี่ยม  ก็ทำการบ้านรายงานจนเสร็จด้วยตัวเองทุกครั้ง  ผิดกับอีกสองคนที่ถ้าเป็นการบ้านต้องขอลอก  เป็นรายงานก็แทบจะไม่ได้ลงมือทำเองเลย

           “ถ้าพวกนายยังทำตัวแบบนี้รับรอง...สอบตกแน่!” เมซีเน่เหลืออดกับออตโต และลูฟี่ที่หันไปอ้อนวอนขอลอกการบ้านชาร์ลีนแทน  เมื่อเธอปฏิเสธไม่ให้ลอก

           “โธ่...นิดเดียวเองเมซี่  น่า...นะ ลูฟี่หันมาส่งสายตาอ้อนวอน  แล้วนัยน์ตาแป๋วสีน้ำตาลอ่อนใสซื่อนั้นก็ทำให้เธอใจอ่อนอีกจนได้

           “หึ! ก็ได้  แต่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ เธอตอบเสียงขุ่นยอมให้สองหนุ่มลอกการบ้านในที่สุด  แต่มันก็ไม่เคยเป็นครั้งสุดท้าย

                 สองสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายนเป็นช่วงสอบไฟนอลเทอมแรก   แม้ไม่มีการตัดเกรดแต่คะแนนนี้ก็สำคัญเพราะถูกนำไปรวมตอนสิ้นปีการศึกษา  และถ้าได้คะแนนรวมต่ำกว่า 60% ก็จะถูกไล่ออก

                 โดยปกติเมื่อย่างเข้าเดือนกันยายนบรรยากาศในมหาลัยจะเข้าสู่โหมดเตรียมสอบ  ไม่ว่าย่างก้าวไปที่ไหนก็จะเห็นแต่คนอ่านหนังสือ  หรือติวสอบกัน  ทว่าปีนี้ต่างออกไป  และถือเป็นคราวเคราะห์สำหรับนิสิตที่ไม่เคยทบทวนตำราอยู่เป็นประจำ  แต่ใช้วิธีเร่งอ่านติวเข้มก่อนสอบ

           “บ้าที่สุด!  ห้าปีจะมีสักครั้ง  แล้วทำไมมันต้องมาครบรอบเอาปีนี้ด้วย!!” ออตโตคลั่ง  ลุกพรวดขึ้น  กุมขมับ  ตะโกนลั่น จนพวกแฮเบลที่กำลังเล่นกับลูฟี่บนสนามหญ้านอกศาลาหินพากันตกใจจนตัวสั่น  บางตัวกระโดดหนีไปซ่อนอย่างหวาดกลัว

           “ฉันเตือนแล้ว...ให้ทำการบ้านกับรายงานเองอย่ามัวแต่ลอก  จะได้มีอะไรติดหัวไปสอบบ้าง  ทีนี้เป็นไงล่ะดันมาเกิดพายุทรายตอนใกล้สอบ  แค่หน้าที่ตรวจตราก็ทำให้แทบไม่มีเวลานอนแล้ว  จะเอาเวลาที่ไหนมาอ่านหนังสือ เมซีเน่อธิบายเรียบๆ  หวังว่าความจริงจะทำให้ออตโตหยุดคลุ้มคลั่ง  แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล  แถมยังทำให้คนขยันเกิดอาการกังวลขึ้นมาอีกคน

           “นั่นซิฮะ  ทำไมมันต้องมาเกิดพายุทรายตอนนี้ด้วย  เวลาอื่นไม่ว่าเลยแต่นี่มันช่วงสองสัปดาห์ก่อนสอบไฟนอล จินพูดเสียงเศร้า  น้ำตาปริ่มคลอเบ้าทำท่าจะไหลออกมา 

                ส่วนชาร์ลีนฟุบหน้ากับโต๊ะร้องไห้ไปเรียบร้อยแล้ว  ทำเอาเมซีเน่สำนึกผิดรีบปลอบเป็นการใหญ่

                พายุทรายที่เกิดขึ้นไม่ธรรมดา  เนื่องจากทรายที่นี่มีผงเหล็กปะปนมาก  เมื่อเกิดพายุผงเหล็กจะกระจัดกระจายฟุ้งไปในอากาศเป็นการรบกวนสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความปลอดภัยกับควบคุมอุณหภูมิในมหาวิทยาลัย รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลคทรอนิกส์อื่น  ทางแก้ปัญหามีเพียงวิธีเดียวคือปิดระบบทั้งหมดชั่วคราว

                ช่วงเวลาสัปดาห์กว่านี้โอเอซิสที่พึ่งพาเทคโนโลยีในการดำรงชีพจึงต้องอยู่ให้ได้โดยพึ่งพาธรรมชาติแทน  ก่อให้เกิดความวุ่นวายไปทั่ว 

                ทว่าปัญหาภายในเล็กน้อยนี้ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญของความโกลาหล  การประกาศหยุดสอน  และเกณฑ์เจ้าหน้าที่กับนิสิตให้ออกตรวจตราช่วยดูแลความสงบ  แต่เป็นเพราะโอเอซิสมีสมบัติสำคัญสามสิ่ง  ซึ่งบุคคลภายนอกปรารถนาจ้องหาโอกาสช่วงชิง  ดังนั้นช่วงเวลาที่ระบบรักษาความปลอดภัยอ่อนแอจึงเป็นเวลาที่พวกมิจฉาชีพเหล่านี้รอคอย

           “ยังดีนะที่พวกเราแค่ปีหนึ่ง  รับหน้าที่แค่ดูแลหอพักตัวเองกับพวกแฮเบลเท่านั้น เมซีเน่ออกความเห็น  หลังจากปลอบชาร์ลีนจนหยุดร้องไห้แล้ว  และทุกคนเริ่มประชุมวางแผนกัน

           “แฮเบลนี่แหละตัวปัญหาเลย  มันเป็นหนึ่งในสามสิ่งที่ถูกจ้องจะขโมย  แค่ได้ไปตัวสองตัวก็รวยแล้ว  ไหนจะขนสีฟ้าของมัน  แล้วเลือดมันยังรักษาพิษได้  เพาะพันธุ์ก็ยาก  มีแต่โอเอซิสแห่งเดียวที่เพาะพันธุ์มันสำเร็จ วิลเลี่ยมค้านเสียงเครียด  คิ้วขมวดมุ่นหน้ามุ่ย

           “ก็ยังดีกว่าพวกสภานิสิตนะฮะ  ที่ต้องปวดหัวกับการรักษามรกตยอดธงมหาลัยบนดาดฟ้าตึกสภา  แค่มูลค่าของมันก็เรียกกองทัพขโมยมาเป็นโขยง  ไหนจะพวกอยากลองของประลองฝีมือกับสภานิสิตซึ่งได้ชื่อว่าสุดยอดด้านรักษาความปลอดภัยของคลีเมนซีอีก จินเสริม

           “อีกอย่างก็ใช่เล่นนะจ๊ะ  ซากเรือโบราณใต้สนามกีฬาน๊อคบอร์ดนั่น  ปัจจุบันภาพถ่ายดาวเทียมพบว่ามันมีทองคำห่อหุ้มไว้ทั้งลำขนาดยักษ์ ทำให้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นคลังสมบัติมหาศาลด้วย  แบบนี้ชมรมน๊อคบอร์ดคงเจอปัญหาใหญ่ ชาร์ลีนพูด  ความกังวลฉายชัดออกมาทางสีหน้า  เมื่อมองเพื่อนชายทั้งสามที่อยู่ชมรมน๊อคบอร์ด

           “งานนี้ต้องขอความร่วมมือจากเพื่อนๆ วิลเลี่ยมเสนอความคิด

           “ประชุมรวมพลปีหนึ่ง! ทุกคนประสานเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน

...............................……………...................

 

                 พายุทรายเรื่องนี้มีหรือจะธรรมดา!

                 ตอนหน้ามีบทบู๊มาให้อ่านกันสนุกๆอีกแล้วค่ะ

 

           “สะใจล่ะซิ! ทรมานตัวละครอีกแล้วนี่เสียงทุ้มเจือความขุ่นเคือง  และประชดประชันจากวิลเลี่ยม  ตัวเอกผมทอง  ผิวขาว  นัยน์ตาน้ำเงิน  ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรขัดกับนิสัยช่างโวยวาย  ปากเสีย

           “หึ! กว่าจะจบเรื่องคงมีตัวละครสักตัวพิการเสียงหวาน  ทว่าดุดัน  ตำหนิติเตียนมาอีกราย  จากเมซีเน่  ตัวเอกสาวผิวขาวอมชมพู  ผมยาวตรงสลวยสีนิล  นัยน์ตาคมสีเดียวกัน  โดดเด่นด้วยปีกใหญ่สีขาวที่กลางหลังดุจเทพธิดา  พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าหญิงแห่งสาธารณรัฐปิรุส  จนได้รับฉายา เจ้าหญิงจอมบงการ

           “เอ่อ...อย่าไปสนใจพวกเขาเลยค่ะฉันทำเป็นหูทวนลม  ไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาที่ตะโกนมา

           “จะตัดบทไปดื้อๆแบบนี้เลยเหรอฮะ  แล้วคุณจะเสียเวลาบรรยายลักษณะตัวละครทำไมฮะเนี่ย จิน  มนุษย์หมีแพนด้าร่างอ้วนใหญ่  นัยน์ตาสีดำ  ตัวมาสคอร์ทประจำกลุ่ม  ส่งเสียงค้านอย่างไม่สบอารมณ์ 

 

                 ปล่อยให้พวกเขาบ่นไปเถอะค่ะ

                 เสาร์หน้าติดตามกันนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  ช่วยกันโพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ J

 

PS. ท่านที่แวะเข้ามาอ่านใหม่  หรือเข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ยังไม่เคย Add Favorite ถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วย Add ให้หน่อยนะคะ  จะได้เป็นกำลังใจให้ St. Pisces นะคะ  ขอบคุณค่ะ

 

1,454 ความคิดเห็น