CLEMENCY

ตอนที่ 17 : กรรมการนิสิตปีหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 มิ.ย. 49



              "โว้ย! หงุดหงิด!" วิลเลี่ยมโวยวายเสียงลั่น 

                     แต่ไม่ดังพอจะกลบเสียงในห้องนั่งเล่นใต้ดินที่นิสิตปีหนึ่งมาชุมนุมกันเนืองแน่น  เวทีด้านหน้ารุ่นพี่แต่ละชมรมกำลังผลัดกันขึ้นเวทีพูดแนะนำชมรม  ซึ่งปีหนึ่งทุกคนต้องเลือกเข้าอย่างน้อยหนึ่งชมรม 

              "มีอะไรกันเหรอจ๊ะ" ชาร์ลีนที่เพิ่งไปรับออโรร่าจากสถานพยาบาลพากันเดินมาที่โต๊ะ  ทันได้ยินเสียงวิลเลี่ยมกำลังโวยวาย

              "ชมรมพูดจบเราต้องขึ้นเวที" เจมส์ตอบ  ปรายตามองวิลเลี่ยมอย่างรำคาญหน่อยๆ

              "อ๋อ...ฮิ  ฮิ  พวกเราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะจ๊ะ  ถึงเธอจะไม่ชอบก็เถอะนะวิล" ชาร์ลีนพูดกลั้วหัวเราะ

              "อะไรเหรอ" ออโรร่าถามสีหน้าฉงน

              "จริงซิ...เมื่อคืนเธอสลบไปก่อนเลยไม่รู้  คือ...เมื่อคืนเราชนะใช่มั้ยล่ะ  แต่นอกจากได้รางวัลทั้งหมดนั่นแล้วพวกเราต้องรับตำแหน่งกรรมการนิสิตปีหนึ่งด้วยน่ะ" เมซีเน่อธิบาย  ทำเอาออโรร่าที่ยังตาปรืออยู่เนื่องจากความง่วงเพลียตาสว่างพรึ่บขึ้นทันที 

                     แต่ยังไม่ทันจะได้ซักถามต่อ  ออตโตก็วิ่งหน้าตื่นมาที่โต๊ะ

              "นะ...นายกับธะ...เธอ  เอ้ย! ไม่ใช่ต้องพูดว่าฝ่าบาท  เออ...ช่างเหอะ! คือฉันเพิ่งเดินผ่านบอร์ดหน้าเวทีที่ติดประกาศประวัติของพวกเราที่ชนะเมื่อคืนน่ะ  แล้วลูฟี่นายปะ..เป็นเจ้าชาย  เมซี่เธอก็เจ้าหญิง  ฉันงงไปหมดแล้ว  นี่พวกนายเป็นใครกันแน่...หา!" ออตโตพูดรวดเดียวจบแทบไม่หายใจด้วยความตื่นเต้นพลางแอ๊คท่าโอเว่อร์ชี้หน้าลูฟี่กับเมซีเน่

              "อ้อ...นึกว่าเรื่องอะไร  ฉันเป็นเจ้าชายจากสาธารณรัฐแอนโทรพอยด์  ส่วนเมซี่เป็นเจ้าหญิงจากเกาะปิรุสน่ะ" ลูฟี่ตอบหน้าตาเฉยไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญหรือน่าตื่นเต้นตรงไหน  แต่ออตโตกลับเปลี่ยนไปจากท่าทีโวยวาย

              "ทำไมฝ่าบาทไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะ  เอ่อ...ข้าพเจ้าพูดราชาศัพย์ไม่ค่อยเก่งขอทรงอภัยโทษด้วยนะฝ่าบาท" ออตโตพูดอย่างนอบน้อม  พลางก้มหัวปะหลกๆด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ

              "ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ตลกน่า...ออตโต  นายไม่ต้องพูดราชาศัพย์อะไรหรอก  พูดเหมือนปกติเถอะ" ลูฟี่หัวเราะตัวงอจนแทบจะตกจากโซฟาสีเขียวอ่อนที่นั่งอยู่

              "ฮิ  ฮิ  เชื่อเลยว่านายพูดราชาศัพย์ไม่เก่ง  แต่อย่างที่ลูฟี่พูดนายทำตัวเหมือนเดิมเถอะ  อย่าไปยึดถือเรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์เลย  เพราะถ้าจะว่ากันตามจริงนะที่นี่ก็มีแต่คนเด่นคนดังมารวมกันทั้งนั้น" เมซีเน่พูดกลั้วหัวเราะ 

              "ใช่ฮะ  ที่โอเอซิสน่ะไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน  ตั้งแต่เจ้าชายยันยาจก  มนุษย์หรือมนุษย์พิเศษทุกคนต้องอยู่กันอย่างเสมอภาคฮะ" จินวางหนังสือที่กำลังอ่านลงบนตักหันมาพูดเสริมจริงจัง

              "เฮ้อ...นั่นซินะ  คงมีแต่ฉันกับนายเท่านั้นล่ะมั้งที่เป็นคนธรรมดาไม่เด่นไม่ดังอะไรแล้วมานั่งเรียนอยู่ที่นี่น่ะ" ออตโตถอนหายใจ  พูดตัดพ้อน้อยอกน้อยใจตัวเอง

              "ใครว่าจ๊ะ  จินเขาไม่ธรรมดานะ  เขาเป็นถึง  เอ่อ...อะไรนะ  'เกมส์มาสเตอร์' เชียวนะจ๊ะ" ชาร์ลีนแกล้งแหย่ออตโต  แต่กลับเป็นเธอซะเองที่ปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม

              "ฮ่า  ฮ่า  'เวปมาสเตอร์' ต่างหากล่ะชาร์ลีน ไม่ใช่ 'เกมส์มาสเตอร์'" วิลเลี่ยมหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง  พาให้เพื่อนๆหัวเราะตาม

              "ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ใช่ฮะ 'เวปมาสเตอร์' แต่ก็เป็นแค่หนึ่งในทีมผู้ช่วยเท่านั้นล่ะฮะ" จินอธิบายพลางหัวเราะร่วนจนน้ำตาไหล

              "อะแฮ่ม...อะแฮ่ม  ขอขัดจังหวะหน่อยนะจ๊ะน้องๆ" รุ่นพี่ปีสามสาวผมยาวสีทองคนเดียวกันกับเมื่อคืนเข้ามาทัก  เธออยู่ในชุดหรีดเดอร์สายเดี่ยวสีเขียวอ่อนกระโปรงบานสั้น  แต่เธอไม่ได้มาคนเดียวมีหนุ่มมนุษย์หมีดำตามมาด้วย

              "เชิญเลยครับ  เชิญ  เชิญ  สำหรับพี่คนสวยได้เสมอครับ  นี่ครับนั่งตรงนี้ที่ผมเลย" ออตโตกุลีกุจอสละที่นั่งตนเองให้รุ่นพี่ทันที  รุ่นพี่ตอบรับไมตรีนั่งลงพลางขำกับท่าทางเจ้าชู้ออกนอกหน้าของออตโต

              "โฮะ  โฮะ  ขอบใจจ๊ะ  ที่พี่มานี่ก็มีธุระกับเรานั่นแหละจ๊ะ  ขอแนะนำตัวเป็นทางการเลยนะจ๊ะ 'แอนนี่  มาเซย์' ประธานชมรมหรีดเดอร์  อยู่คณะมนุษยศาสตร์สาขาปรัชญาจิตวิทยา  ส่วนนี่ 'แบรี่  บิ๊กแบลค' ประธานชมรมเชียร์สาขาเดียวกันจ๊ะ"

              "มิน่า...เมื่อคืนถึงพูดหว่านล้อมพวกเราซะคล่องขนาดนั้น" เมซีเน่พึมพำ

              "หึ  หึ  ใช่จ๊ะ  ถึงได้เรียกว่าด่านทดสอบใจไงจ๊ะ  เพราะพี่นี่แหละกลุ่มแรกถึงได้แพ้ไป  พวกเธอเลยมีโอกาสจนชนะกันในที่สุดไง" แอนนี่พูดพลางหัวเราะ

              "พี่ขอเข้าเรื่องเลย  พูดตามตรง  ออตโต...พี่อยากให้นายเข้าชมรมเชียร์" พี่แบรี่ผู้จริงจังเอ่ยโพล่งตัดบทขึ้นมาอย่างรำคาญ  แสดงชัดว่าหงุดหงิดกับบทสนทนาที่หาสาระไม่ได้ "พี่เห็นพรสวรรค์ของนายตั้งแต่อยู่มัธยมที่เป็นประธานเชียร์ของโรงเรียน  เลยมาเชิญนายด้วยตัวเอง" แบรี่พูดจบ  ก็จ้องหน้าออตโตเขม็งเหมือนบังคับไม่ให้ปฏิเสธ

              "คือ...ผม..." ออตโตลังเล  มันปุบปับเกินไปที่จะมาเร่งรัดให้เขาตัดสินใจตอนนี้

                     โชคดีที่เสียงหนึ่งมาช่วยเขาไว้จากสถานการณ์ลำบากนี้  หรือจะโชคร้ายกันแน่!

              "นึกว่าใครที่ไหนมาตัดหน้า  ที่แท้ก็คู่พันธมิตรประธานชมรมหรีดกับชมรมเชียร์" รุ่นพี่ปีสามสาวผิวขาว  ผมยาวสีน้ำตาลหยักศกมัดรวบหางม้า  ดวงตาสีฟ้าสดใส  ท่าทางทะมัดทะแมงเก่งกล้าในชุดวอร์มสีดำเดินมาพร้อมกับรุ่นพี่ชีต้าร์ที่สู้กับออโรร่าเมื่อคืน

              "สวัสดีจ๊ะ...นีน่า, คูช่า" แอนนี่ทักเสียงใสสีหน้ายิ้มแย้ม  แต่ผู้มาเยือนไม่ทักตอบกลับทำเป็นไม่เห็นเธออยู่ในสายตาหันไปทักทายรุ่นน้อง

              "สวัสดีจ๊ะน้องๆ 'นีน่า  เอดาต้า' กับ 'คูช่า  มิวนิค' ประธานและรองประธานชมรมการต่อสู้ด้วยพลองจ๊ะ" นีน่าแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม "เมื่อคืนพี่ทำหน้าที่อื่นเลยไม่ได้เห็นความสามารถของพวกเธอ  โดยเฉพาะน้องออโรร่า  เอ...คนไหน" พูดพลางกวาดตามอง  ออโรร่าค่อยยกมือขวาขึ้นเหนือหัวช้าๆ "เธอเองเหรอ  อืม...รูปร่างบอบบางอย่างนี้แทบไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้คูช่ายอมแพ้ได้" นีน่ามองออโรร่าเพ่งพินิจ

              "ก็เป็นไปแล้วล่ะ  ถ้าเธอได้สู้เองจะรู้" คูช่าพูดสีหน้ายิ้มแย้ม

              "พวกเธอจะมาเป็นเพื่อนออโรร่าเข้าชมรมพี่ด้วยกันใช่มั้ยจ๊ะ" นีน่าสรุปบังคับเสร็จสรรพ  ทุกคนอึ้ง

              "ฝันไปเถอะยายขี้ตู่  น้องๆกลุ่มนี้ต้องอยู่ชมรมเชียร์กับหรีดของฉันย่ะ" แอนนี่ทิ้งหน้ากากแม่พระกลายร่างเป็นนางมาร  ลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่านีน่ากลางวงทันที 

                     ทุกคนในกลุ่มตาโตอ้าปากค้างตั้งตัวไม่ติดที่ต้องมาตกอยู่ในวงศึกระหว่างชมรม

              "ในที่สุดก็ยอมถอดร่างซะทีนะ  คิดจะใช้เสน่ห์หลอกเด็กน่ะไม่สำเร็จหรอกรู้ไว้ด้วย  เดี๋ยวนี้น้องๆเค้ามีสมองกันแล้วไม่ใช่มีแต่ตาไว้ดูหน้าสวยๆแล้วโดนจูงจมูกอย่างเมื่อก่อน" นีน่าโต้กลับเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน  ประโยคหลังเล่นเอาออตโตที่หลงเสน่ห์แอนนี่ตั้งแต่แรกพบถึงกับสะดุ้ง

              "โฮะ  โฮะ  หล่อนอิจฉาฉันล่ะซิ" แอนนี่แสร้งหัวเราะดัจริตเสียงลั่น  ทุกคนในห้องนั่งเล่นเริ่มหันมาสนใจ

              "ใครเค้าอิจฉายายผีหน้าขาวโบ๊ะหน้าหนาเป็นนิ้วกันยะ  ฉันสวยแบบธรรมชาติของฉันดีกว่าเยอะ" นีน่าโต้  พลางยิ้มเยาะ

              "กรี๊ด! แก..." แอนนี่กรีดร้องลั่น  กำลังนึกหาคำมาด่าให้สาสม  แต่เสียงประกาศจากไมค์โครโฟนบนเวทีดังแทรก

                     หนุ่มผิวขาว  ผมสั้นสีน้ำตาล  ดวงตาสีเขียวมรกต  รูปร่างหน้าตาดี  สวมเสื้อยืดสีเขียวอ่อนกางเกงยีนส์  ยืนเท้าเอวอยู่บนเวที

              "เธอสองคนตรงนั้นหยุดเดี๋ยวนี้!" สองสาวที่กำลังปะทะคารมกันหยุดกึกหันมองทันที

                     แอนนี่เปลี่ยนโหมดกลับไปเป็นแม่พระทันควัน เก่งยิ่งกว่านักแสดงมืออาชีพ  แม้แต่นัยน์ตาสีเขียวอ่อนคู่นั้นของเธอที่เมื่อครู่โชนแสงด้วยไฟโทสะก็ปรับเป็นมีน้ำตาคลอที่หนุ่มคนไหนได้เห็น  ใจต้องอ่อนระทวย

              "อิริค! ขอโทษจ๊ะ  แอนนี่ไม่ได้ตั้งใจรบกวนตอนชมรมเธอกำลังพูดนะจ๊ะ" แอนนี่ออดอ้อน

              "ตอนนี้เป็นเวลาของ 'ชมรมน๊อคบอร์ด' กรุณาให้เกียรติกันด้วย  ถ้าจะทะเลาะกันก็ออกไปข้างนอก...เชิญ" อิริคไม่แยแสท่าทางมารยาของแอนนี่  ออกปากไล่พลางผายมือไปที่ประตู

              "โธ่...อิริคคะ" แอนนี่ยังออดอ้อนขืนตัวไว้ขณะแบรี่ลากออกไป 

                     นีน่าหันไปส่งสายตาอาฆาตให้แอนนี่แล้วรีบเดินผ่านหน้าเธอออกไปจากห้องพร้อมกับคูช่าอย่างรวดเร็ว

              "ไงล่ะ! ซึ้งรึยังนายคนอยากเด่น" เมซีเน่ถามออตโตพลางยิ้มล้อเลียนเมื่อห้องนั่งเล่นกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง 

                     ออตโตแยกเขี้ยวแทนคำตอบ  เขายังตกใจไม่หายที่รุ่นพี่คนสวยที่เขาปิ๊งตั้งแต่แรกพบกลายร่างเป็นนางมารต่อหน้าต่อตา

              "ขอเชิญกลุ่มชนะเลิศและรองชนะเลิศการแข่งขันผจญภัยสู่วิหารเทพมาที่เวทีค่ะ" พิธีกรรุ่นพี่สาวปีสามผมบ๊อบแดงในชุดสูทสีเขียวประกาศเรียก

              "ไปกันเถอะ" เมซีเน่เดินนำ  ขณะเดียวกับที่พวกเธอกำลังเดินไปเวทีกลุ่มที่ได้รับรางวัลที่สองก็ลุกเดินออกมาพร้อมกัน

              "นึกแล้ว..." ออตโตบ่น  เห็นพวกคอร์เนอร์เดินมาเวทีอย่างที่นึกไว้ "หนีไม่พ้นพวกมันซะที  ไม่ว่าเรื่องอะไรในชีวิตที่มีการแข่งขัน  พวกนี้ต้องเป็นคู่แข่งทุกทีซิพับผ่า"  

              "หึ  หึ  แล้วก็ดีใจซะเถอะว่าพวกเราชนะทุกครั้ง" วิลเลี่ยมพูดเสียงเบาพลางหัวเราะในลำคอ  แต่ดังพอให้พวกคอร์เนอร์ได้ยินด้วย  เมื่อทั้งสองกลุ่มมายืนรวมกันรอประกาศเรียกขึ้นเวที

              "อย่าลำพอง  พวกนายมาทีหลังกลุ่มฉัน  ถ้าไม่มีการทดสอบบ้านั่นพวกฉันชนะแน่  แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าพวกฉันเหนือกว่า" เอ็ดมันด์กัดฟันกระซิบตอบกลับไป

              "งั้นเหรอ...แพ้ก็คือแพ้...จะมาก่อนมาหลังก็ค่าเท่ากัน...ยอมรับซะเถอะ" วิลเลี่ยมที่ใบหน้าปรากฎรอยยิ้มเยาะกวนอารมณ์โต้กลับเสียงยานยียวน  เอ็ดมันด์ทำได้เพียงแยกเขี้ยวกำหมัดโต้ตอบอะไรไม่ได้เมื่ออยู่ต่อหน้าคนมากมาย

              "ลำดับแรก  ขอเชิญกลุ่มรองชนะเลิศขึ้นรับรางวัลค่ะ" พวกคอร์เนอร์ทยอยขึ้นเวทีไป

              "ปีนี้เราเพิ่มรางวัลรองชนะเลิศเนื่องจากกลุ่มนี้มาถึงวิหารเทพเป็นกลุ่มแรกแต่ไม่สามารถผ่านด่านทดสอบสุดท้ายได้  ขอเชิญประธานสภานิสิต 'เฟรเดอริก  นาโต้' ขึ้นมอบรางวัลค่ะ" เอ็ดมันด์และเพื่อนขึ้นเวทีรับรางวัลกับรุ่นพี่หนุ่มปีสามผิวเหลืองผมดำคนเดียวกันกับเมื่อคืน  ท่ามกลางเสียงปรบมือ

              "และกลุ่มที่ได้รางวัลชนะเลิศ  ได้แก่  ชาร์ลีน  โรห์ดอน, ออตโต  เบลมอท, จิน  ปิงซาน, ลูฟี่  สโนว์, เมซีเน่  เอนลิล, ออโรร่า  เบลล์  และสุดท้ายพี่น้องเฮอร์เรียต  เจมส์กับวิลเลี่ยมค่ะ" พิธีกรประกาศชื่อ  พวกเขาขึ้นรับรางวัลซึ่งประกอบไปด้วยเหรียญตราสีเงินสลักคำว่า 'Oasis' สีเขียวแวววาวกับกระเป๋าสีดำแพ็คสวยหรูซึ่งข้างในเต็มไปด้วยรางวัลจากสปอนเซอร์  ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีกึกก้อง

              "นอกจากรางวัลมากมาย  กลุ่มชนะเลิศจะเป็นกรรมการนิสิตปีหนึ่ง  เป็นผู้นำกิจกรรมต่างๆ  เป็นศูนย์รวมความสามัคคีของปีหนึ่งทุกคนตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนี้  ขอให้น้องๆปีหนึ่งร่วมแรงร่วมใจกันให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมเพื่อมหาวิทยาลัยกับพวกเขาเหล่านี้ด้วย" เฟรเดอริกรับไมค์จากพิธีกรมากล่าวสรุปปิดท้าย

              "เกลียดนักไอ้การเป็นหัวหน้าเนี่ย  ได้มีเรื่องวุ่นไม่หยุดหย่อนทั้งปีแน่" วิลเลี่ยมบ่นพึมพำหน้ามุ่ย  ขณะเพื่อนๆโปรยยิ้มยินดีปลาบปลื้มกับรางวัลที่ได้รับ

...............................……………...................

                     บ่ายวันจันทร์วันเดียวกันซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียน  วิชาแรกที่ปีหนึ่งทุกคนต้องเรียนคือกีฬา  เพราะลงทะเบียนไม่พร้อมกันทำให้แต่ละคนเรียนต่างกัน

                     เมซีเน่กับลูฟี่มาลงทะเบียนตั้งแต่วันแรกได้เรียนกีฬาแบดมินตัน

                     ออโรร่ากับจินที่ลงทะเบียนตามกันไปได้เรียนกีฬาน๊อคบอร์ด

                     ส่วนอีกสี่คนที่เหลือคือ...

              "เต้นรำ! โอย...อยากจะบ้า" วิลเลี่ยมโวยวาย  สองมือขยี้ผมสีทองของตัวเองจนยุ่งเหยิงท่าทางเซ็งสุดขีด

              "น่าสนุกออกจ๊ะ" ชาร์ลีนปลอบ

              "คงจะสนุกหรอก  ถ้าช่วงสองอาทิตย์ที่ออโรร่าเรียนพลองกับไอ้อาจารย์จอมวุ่นนั่นฉันกับเจมส์ไม่ต้องไปตะลอนทัวร์เต้นกับมันจนหมดแรงกลับบ้านทุกคืนน่ะ  คิดดูนะทั้งร๊อค  แร๊บ  ฮิบฮอป  สามช่า  แทงโก้  ไม่เว้นแม้กระทั่งวอลซ์  แล้วนี่ฉันยังต้องมาทนอีกเทอมนึงเหรอเนี่ย  โอย...พระเจ้า!" วิลเลี่ยมโวยเสียงดังจนเพื่อนแสบแก้วหูไปตามกันก่อนจะแยกกลุ่มกันไปเรียน

              "น๊อคบอร์ดชื่อแปลกจังเลยนะ  เป็นกีฬาแบบไหนเหรอ" ออโรร่าถามจิน  ขณะทั้งคู่กำลังไปที่สนามกีฬาน๊อคบอร์ดด้วยรองเท้าบินซึ่งเป็นการเดินทางปกติของชาวมหาวิทยาลัยโอเอซิส

              "อย่าให้อธิบายเลยฮะเพราะผมถนัดดูแต่ไม่ถนัดเล่น  เลยไม่ค่อยรู้พวกกติกาเท่าไหร่  แต่รับรองฮะถ้าออโรร่าได้สัมผัสกีฬานี้ล่ะก็ต้องชอบแน่ๆ  น๊อคบอร์ดน่ะเป็นกีฬาที่ฮิตที่สุดของมิติคลีเมนซีเลยล่ะฮะ" จินอธิบายน้ำเสียงตื่นเต้น  ดวงตาสีดำขลับเป็นประกาย

                     ไม่กี่นาทีทั้งสองก็มาถึงสนามกีฬาน๊อคบอร์ด  มันมีขนาดเท่าสนามวอลเล่ย์บอลแต่แทนที่จะมีเน็ตขึงกั้นแดนอยู่กลางสนามก็มีเพียงเส้นแบ่งเขตแดนสีขาวบนพื้นสนามคอนกรีตสีเขียว  และที่เส้นหลังเขตแดนของแต่ละฝั่งมีบอร์ดสี่เหลี่ยมสีขาวมีเป้าวงกลมตรงกลางสีทองตั้งเว้นระยะห่างเท่ากันอยู่ฝั่งละสี่บอร์ด 

                     ภายในอัฒจันทร์วงรีที่ทำเป็นชั้นลดหลั่นกันลงไปมีสนามน๊อคบอร์ดอยู่ทั้งหมดสามสนาม  ในสนามกลางมีนิสิตปีหนึ่งหลายคนที่เรียนวิชานี้มารอกันอยู่แล้ว  หนึ่งในนั้นคือ 'ซีเลค  ไทริน' มนุษย์แมวเปอร์เซียขนสีน้ำตาล

              "ฉันนี่โชคดีจังได้เรียนวิชาเดียวกันกับเธอ  พอกลับไปหอพักฉันจะเล่าให้อีกสองคนฟัง  พวกนั้นต้องอิจฉามากแน่ๆ" ซีเลคปราดเข้ามาหาออโรร่าแทบจะทันทีที่เธอกับจินร่อนลงสัมผัสพื้นสนาม  แต่ยังไม่ทันได้คุยกันอาจารย์ก็มาถึง

              "เอ้า...นิสิตปีหนึ่งมาทางนี้" อาจารย์หนุ่มมนุษย์ช้างสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงวอร์มสีดำ  ผู้สอนวิชาน๊อคบอร์ดร่อนลงมาบนอัฒจันทร์  เขาปรบมือเรียกนิสิตให้ไปหาที่อัฒจันทร์คอนกรีตชั้นล่างสุดที่เขายืนอยู่

              "สวัสดีครับ/ค่ะ" นิสิตทุกคนโค้งทำความเคารพอาจารย์อย่างพร้อมเพียง

              "สวัสดีทุกคน  ขึ้นมา...ขึ้นมานั่งบนนี้กันเลย" อาจารย์ช้างเรียกนิสิตทั้งสามสิบคนให้ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์  ซีเลคตามมานั่งข้างออโรร่ากับจินด้วย "ผม 'ราจีฟ  คานธี' อาจารย์สอนวิชาน๊อคบอร์ดและเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมน๊อคบอร์ดด้วย" อาจารย์แนะนำตัวเมื่อนิสิตทุกคนได้ที่นั่งกันเรียบร้อยตามขั้นอัฒจันทร์รอบๆ "ผมแนะนำตัวแล้ว  ถึงคิวพวกคุณแนะนำตัวกันบ้าง  เอ้า...เริ่มจากเธอคนแรกเลย" อาจารย์ราจีฟชี้ไปที่นิสิตหญิงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด  แล้วการรายงานตัวก็ดำเนินไปจนครบหมดทุกคนในชั้น

              "ดีมาก...วันนี้มากันครบทุกคน  แต่วันนี้ผมจะยังไม่เริ่มสอน..."

                     อาจารย์ยังไม่ทันอธิบายเหตุผล  ลิลลี่สาวผมม้าสั้นสีทองร่างบึ๊กในชุดเสื้อกล้ามกางเกงวอร์มบ่งบอกความเป็นนักกีฬาก็แทรกขึ้น

              "ทำไมล่ะคะอาจารย์หนูอยากเรียนวิชานี้มากเลยนะคะ  ไม่อยากเสียเวลาไปเปล่าๆแม้วินาทีเดียวเลยค่ะ" เธอพูดน้ำเสียงอ้อนวอน

                     อาจารย์ยิ้ม "ผมเข้าใจดี  แต่มันมีเหตุผลอยู่  ข้อแรกก็คือสภาพของพวกคุณแต่ละคนในวันนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการเล่นกีฬา" อาจารย์พูดพลางกวาดตามองนิสิตทุกคน  แทบทุกคนมีร่องรอยความบาดเจ็บจากกิจกรรมรับน้องหฤโหดเมื่อคืน  บางคนมีพลาสเตอร์ปิดแผลตามใบหน้าและแขนขา  บ้างก็มีผ้าพันแผล  ออโรร่ามีผ้าพันรอบศีรษะ  จินก็ยังพันผ้าที่แขน

              "และข้อสองซึ่งสำคัญที่สุดวันนี้หลายคนยังไม่มีชุดฟอร์มสำหรับเล่นกีฬาน๊อคบอร์ด"

              "อาจารย์ครับ...โอเอซิสไม่มีชุดฟอร์มนะครับ  ใครจะใส่อะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ" วินเซนต์  นิสิตหนุ่มผมยาวประบ่าสีม่วง  รูปร่างผอมแห้ง  สวมเสื้อยืดตัวโคร่งสีเหลืองกับกางเกงขาก๊วยสีเลือดหมู  แถมยังสะพายย่ามเก่าสีดำฝุ่นเขรอะ  ที่ข้อมือมีเชือกถักกับกำไลหลากสี  ยกมือประท้วงสีหน้าไม่พอใจ

              "ใช่...มหาวิทยาลัยโอเอซิสไม่มีกฎข้อบังคับในการดำเนินชีวิตหรือการแต่งตัวใดๆทั้งสิ้น  ตราบเท่าสิ่งที่คุณทำหรือสิ่งที่คุณเป็นนั้นไม่ทำความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น  ดังนั้นหากคุณจะไม่ใส่ชุดฟอร์มมาเรียนวิชาผมคุณก็ย่อมทำได้" อาจารย์มองวินเซนต์ผู้ยกมือประท้วงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้การแต่งตัวของคุณอยู่ในชุดที่เหมาะสมกับการเล่นกีฬาน๊อคบอร์ด  ซึ่งพวกคุณทุกคนต่างรู้ดีว่ากีฬานี้เป็นยังไง" อาจารย์พูดจบ  วินเซนต์ก้มมองตัวเอง

              "แหะ แหะ ขอโทษครับอาจารย์" เขายิ้มเขินพลางเกาศีรษะกับสภาพชุดตัวเองที่ไม่ว่ากีฬาอะไรก็ไม่สามารถจะเล่นได้

              "ใช่...ทีนี้คงรู้แล้วว่าผมไม่สอนพวกคุณวันนี้เพราะอะไร วันศุกร์ผมอยากให้พวกคุณทุกคนพร้อมในชุดกีฬาน๊อคบอร์ด  ซึ่งหาซื้อได้ที่สหกรณ์มหาวิทยาลัย  วันนี้พอแค่นี้" พูดจบราจีฟก็บินจากไปด้วยรองเท้าบิน

              "ชั้นเรียนเลิกเร็วยังไม่ถึงเวลานัดกับทุกคน  ผมว่าเราไปซื้อชุดที่สหกรณ์กันเลยดีกว่ามั้ยฮะ" จินชวนออโรร่า

              "ดีเลย  ฉันก็ไม่มีนัดกับใคร  ไปสหกรณ์กันเลย" ซีเลคเข้ามาแทรกจินกับออโรร่าที่ยืนอยู่ด้วยกัน  เบียดจนจินต้องเซถอยห่าง  จินส่งสายตาเคืองเข้าให้แวบหนึ่ง  ออโรร่าถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

                     ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปที่สหกรณ์  อาคารสหกรณ์เป็นอาคารกว้างชั้นเดียวแม้กระนั้นก็ยังคงเอกลักษณ์รูปแบบอาคารของมหาวิทยาลัยโอเอซิส  โดยตัวอาคารทาสีน้ำตาลเข้มดุจสีผิวดินบนดาดฟ้าเป็นสวนป่ามีแอ่งน้ำซึ่งเป็นต้นน้ำของธารน้ำตกที่ไหลรินลงมาสู่ลำธารที่ล้อมรอบอาคารเบื้องล่าง 

                     ด้านในแยกออกเป็นแผนก  ตั้งวางสินค้าต่างๆเหมือนห้างสรรพสินค้า  ทั้งสามมุ่งไปที่แผนกอุปกรณ์กีฬา

              "ชุดน๊อคบอร์ดสามชุดครับ" ซีเลคบอกพนักงานประจำแผนก  พนักงานหยิบชุดส่งให้ทันทีโดยไม่ถามไซด์ สร้างความประหลาดใจกับออโรร่า

              "ชุดน๊อคบอร์ดทำจากวัสดุชนิดพิเศษเมื่อใส่แล้วจะพอดีตัวเลยน่ะฮะ" จินอธิบาย  เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าฉงนของออโรร่า

              "อ้าว...นี่เธอไม่รู้หรอกเหรอ" ซีเลคที่ตั้งใจฟังอยู่  ถามด้วยความประหลาดใจ  ออโรร่าส่ายหน้า "แปลกนะ...น๊อคบอร์ดเป็นกีฬาที่ฮิตมาก  อุปกรณ์กับเสื้อผ้าก็แปลกกว่ากีฬาชนิดอื่นมาก  แม้แต่เด็กอนุบาลยังรู้เลย" ซีเลคทำสีหน้าสงสัยพลางจ้องออโรร่าเขม็ง

              "เอ่อ...เรารีบไปกันดีกว่าฮะ  ใกล้เวลานัดแล้ว" จินรีบตัดบทช่วยแก้สถานการณ์ที่ความลับว่าออโรร่ามาจากมิติอื่นจะถูกเปิดเผย

                     ทั้งสามตรงไปที่เคาเตอร์ด้านหน้าสุดส่งชุดพร้อมบัตรไอดีการ์ดให้กับพนักงานแคชเชียร์

              "สมัครสมาชิกสหกรณ์มั้ยคะ  ไม่เสียค่าธรรมเนียม  สิ้นปีมีเงินปันผลให้ด้วยค่ะ" พนักงานสาวถามพร้อมส่งรอยยิ้ม

                     ออโรร่ากับจินสมัคร  แต่ซีเลคไม่สมัครด้วย "ไม่ดีกว่าครับ  เพราะนอกจากชุดนี้แล้วผมคงไม่ได้มาซื้ออะไรอีก" ซีเลคพูดตรงๆกับพนักงาน

                     พนักงานส่งไอดีการ์ดคืนให้ซีเลค  ส่วนไอดีการ์ดของจินกับออโรร่าต้องนำไปผ่านเข้าเครื่องสแกนรหัส  ซีเลคจึงไม่รอขอกลับก่อน  แต่ไม่นานนักจินและออโรร่าก็ได้ไอดีการ์ดคืน

              "เฮ้อ...หัวใจผมจะวาย  ระวังหน่อยดีกว่านะฮะออโรร่า  ถ้าความลับว่าเธอมาจากมิติอื่นถูกเปิดเผยได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่" จินถอนหายใจพลางลูบหน้าอกตัวเองไปมา  ทั้งสองกำลังบินกลับหอพัก

              "ขอโทษนะ" ออโรร่าสำนึกผิด

              "เอ่อ...ไม่หรอกฮะ  ที่จริงเธอก็ไม่ได้ผิดอะไร  เจ้าซีเลคนั่นต่างหาก  คนอะไรไม่รู้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน  แล้วเราก็ไม่ได้เชิญซักหน่อยยังตามอยู่ได้...ว่ามั้ยฮะ" จินบ่นอุบ  ทำเอาออโรร่าขำกลิ้ง  เพราะที่จินพูดมันตรงกับในใจเธอกำลังคิดอยู่พอดี "ว่าแต่ออโรร่าเอาเข็มตรากรรมการนิสิตที่ได้รับเมื่อเช้ามาด้วยรึเปล่าฮะ" จินถามเมื่อออโรร่าหยุดเสียงหัวเราะได้

              "อืม..." ออโรร่าควักเหรียญตราสีเงินจากกระเป๋ากางเกงยีนส์  มันคือเหรียญอันที่ได้รับมาพร้อมกับรางวัลเมื่อเช้าแล้วเธอก็กลัดมันบนเสื้อยืดสีฟ้า "พี่ประธานบอกว่ามันเป็นเครื่องหมายของกรรมการนิสิตต้องติดตัวไว้ตลอด" 

              "ไม่ใช่แค่นั้นฮะ  เพราะที่ทำการของพวกเรามีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า  ถ้าเราไม่ติดเข็มกลัดนี่แล้วบินผ่านเข้าไปสัญญาณไซเรนได้ดังลั่นไปทั่วมหาลัยแน่ฮะ" จินอธิบายเสียงเข้ม "พี่ประธานบอกพวกเราเมื่อคืนตอนที่วิลเลี่ยมพาออโรร่าไปสถานพยาบาลน่ะฮะ" จินบอก  เขาอ่านสีหน้าได้ว่าออโรร่ากำลังสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง "ที่ต้องมีระบบเตือนภัยเข้มขนาดนี้เพราะบนดาดฟ้าฝั่งหอพักหญิงที่ทำการของเราเลี้ยงแฮเบลเอาไว้ด้วยน่ะฮะ"

              "แฮเบล! กระต่ายสามตาขนสีฟ้า" ออโรร่าอุทานเสียงตื่นเต้น  ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกาย "เลือดใช้รักษาพิษได้  ขนสีฟ้าเอาไปทำเสื้อผ้า  เป็นสัตว์หายาก  ราคาแพง"

              "ใช่ฮะ...เพราะเหตุนี้ที่ทำการของพวกเราเลยถูกคุมเข้ม" จินยิ้ม  ทึ่งในความรู้เรื่องสัตว์ของออโรร่า  พอดีกับที่ทั้งสองบินมาถึงหอพัก 

                     ดาดฟ้าหอพักอาคารแฝดของนิสิตปีหนึ่งทั้งฝั่งหญิงและชายกับอาคารเชื่อมตรงกลางเหมือนเช่นทุกอาคารในโอเอซิสคือเป็นสวนป่ามีแอ่งน้ำซึ่งเป็นต้นน้ำของธารน้ำตก  แต่จากความใหญ่โตกว้างขวางของตึกทำให้แอ่งน้ำกว้างจนเป็นทะเลสาบ 

                     ที่ทำการกรรมการนิสิตปีหนึ่งตั้งอยู่บนดาดฟ้าหอหญิง  แต่ดาดฟ้าหอพักชายและอาคารเชื่อมไม่ใช่เขตหวงห้ามมันจึงกลายเป็นสวนสาธารณะซึ่งเป็นที่นิยมของคนทั่วไป

                     บนดาดฟ้าหอหญิงเงียบสงบร่มเย็น  ริมทะเลสาบกว้างมีศาลาแปดเหลี่ยมหินอ่อนแบบจีน  ภายในมีโต๊ะกับม้านั่งหินอ่อนตั้งอยู่ที่ชาร์ลีนกับเมซีเน่กำลังนั่งคุยกันพลางจิบน้ำชา 

                     ลูฟี่กับออตโตกำลังวิ่งไล่จับอะไรบางอย่าง  วิลเลี่ยมนอนเหยียดยาวสองมือประสานใต้ศีรษะต่างหมอนอยู่บนพื้นหญ้าริมทะเลสาบ  ข้างกันเจมส์กำลังนั่งจดบันทึกข้อความลงบนสมุด 

                     จินกับออโรร่ามาถึงร่อนลงใกล้ศาลา

              "จินกับออโรร่ามาแล้ว...มาดื่มน้ำชาด้วยกันซิจ๊ะ" ชาร์ลีนทักเสียงใส  จินกับออโรร่าเดินเข้าไปในศาลานั่งลงบนม้านั่งหินกลมตัวที่ว่าง  ชาร์ลีนรินน้ำชาส่งให้

              "สองคนนั่นกำลังไล่จับอะไรอยู่เหรอ" ออโรร่าถาม  สายตามองไปที่ออตโตกับลูฟี่

              "อ๋อ...แฮเบลน่ะ  มันเป็นสัตว์หายากขนสีฟ้าของมันนั่นราคาสูงลิบลิ่ว  ลือกันว่าขนมันนุ่มมาก  ออตโตกับลูฟี่เลยอยากสัมผัสดูสักครั้ง  แต่พวกแฮเบลมันกลัววิ่งหนีกันไปหมด  ผิดกับสองคนนั่นอยู่กันเฉยๆแท้ๆพวกแฮเบลมาหาเอง" เมซีเน่ตอบ  ประโยคหลังเธอพยักเพยิดไปทางวิลเลี่ยมกับเจมส์พลางส่งสายตาอิจฉานิดๆ

                     ออโรร่ามองตามออกไปเห็นแฮเบลหลายตัวอยู่รอบวิลเลี่ยมกับเจมส์  บางตัวกระโดดวิ่งเล่นไปมาอยู่บนตักเจมส์  หลายตัวนอนขดหลับอยู่ข้างวิลเลี่ยม  มันเป็นภาพที่น่าทึ่งจนเธออดอิจฉาสองหนุ่มไม่ได้  และรู้สึกอยากสัมผัสแฮเบลบ้างเหมือนกัน 

                     เธอตัดสินใจเดินย่องไปที่วิลเลี่ยมนอนอยู่  เอื้อมมือไปจะสัมผัสตัวหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวสบายอยู่บนอกวิลเลี่ยม  แต่อีกเพียงสองสามเซ็นเท่านั้นเจ้าแฮเบลตัวนั้นก็รู้ตัวกระโดดเผ่นหนีไป  มือออโรร่าจึงตะปบลงบนอกวิลเลี่ยม

              "นายเล่นอะไรน่ะเจมส์!" วิลเลี่ยมดุ  ตกใจตื่นคว้าหมับเข้าที่ข้อมือที่ตบลงมาบนหน้าอกเขาทั้งที่ยังไม่ลืมตา  เข้าใจว่าเป็นเจมส์  แต่ข้อมือที่เขาสัมผัสมันเล็กผิวเนียนนุ่มผิดกับข้อมือใหญ่หยาบกร้านที่เขาคุ้นเคย  เขาสะดุ้งพรวดลุกขึ้นลืมตาทันที

              "หวา...ขอโทษ" เมื่อเห็นชัดว่าเป็นข้อมือออโรร่าเขาหน้าแดงรีบปล่อยทันที  แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าใส่ใจหรือโกรธเคืองแม้สักนิดกลับรีบวิ่งตามแฮเบลตัวที่เพิ่งกระโดดหนีไป

                    ออโรร่าเข้าร่วมวงวิ่งไล่จับแฮเบลกับลูฟี่และออตโตด้วย 

              "ตัวแค่นี้ทำไมมันหนีไวนักวะ  ออโรร่า!  ลูฟี่!  อ้อมไปดักข้างหน้าเร็ว  เดี๋ยวฉันจะต้อนพวกมันไปทางนั้น" ออตโตตะโกนสั่ง 

                     ออโรร่ากับลูฟี่แยกกันสองทางวิ่งไปดักข้างหน้า  พอออตโตไล่ต้อนแฮเบลมาถึงก็ตีโอบล้อมเข้ามา  แต่ก็ยังไม่สามารถจับแฮเบลได้ซักตัว  พวกมันกระโดดหนีลอดแขนลอดขาไปได้

              "แฮ่ก  แฮ่ก  โอยไม่ไหวแล้ว" ออตโตเหนื่อย  ยอมแพ้ล้มตัวนอนแผ่ข้างวิลเลี่ยม

              "แฮ่ก  แฮ่ก  ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน" ลูฟี่ทรุดลงนั่งข้างออตโต  ยกแขนปาดเหงื่อที่ชุ่มโชกขนสีขาวบนใบหน้า "วิลเลี่ยม  เจมส์  บอกหน่อยซิพวกนายทำไงแฮเบลถึงได้เข้ามาหา" เขาหันไปถามพลางมองอย่างอิจฉา 

                     ออโรร่าก็ยอมแพ้ลงนั่งหอบเหนื่อยข้างหลังวิลเลี่ยมที่กำลังนั่งเล่นกับพวกแฮเบล  พวกมันตัวเล็กขนาดเท่าลูกกระต่าย  แฮเบลที่ล้อมหน้าล้อมหลังวิลเลี่ยมพอออโรร่ามานั่งลงใกล้ๆก็พากันหนีไป  ออโรร่าได้แต่มองตามพวกมันไปไม่เข้าใจว่าพวกมันกลัวอะไรเธอนักหนา

              "บอกหน่อยซิ" ออโรร่าอ้อนวอนพลางเขย่าแขนวิลเลี่ยม  ทำให้แฮเบลตัวที่วิลเลี่ยมกำลังอุ้มเล่นอยู่กระโดดลงไปบนพื้นทำตัวพองหูตั้งขู่ออโรร่า

              "ดูซิมันเข้าใจว่าเธอกำลังทำร้ายวิลเลี่ยม  โกรธใหญ่เลย" เมซีเน่นั่งลงข้างออโรร่ามองแฮเบลตัวนั้นด้วยสายตาเอ็นดู 

                    ขณะออโรร่ารู้สึกสลดหนักเข้าไปอีก 'นี่เรากลายเป็นศัตรูรังแกเพื่อนของมันไปซะแล้ว' ออโรร่าทอดสายตามองแฮเบลอย่างเหนื่อยใจ  แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

              "ช่างมันเถอะจ๊ะ  แตะตัวมันไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย" ชาร์ลีนปลอบใจ  นั่งลงอีกข้างออโรร่า

              "ใครว่าล่ะ  คิดดูซิพวกเรามีโอกาสได้มาอยู่กับแฮเบลสัตว์หายาก  ที่ทั้งชีวิตอาจไม่มีโอกาสแบบนี้อีกเลยนะ  แล้วทำไม่ได้แม้แต่แตะตัวมันนี่รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น" ออตโตลุกพรวดขึ้นมาพูด

              "ใช่ฮะ  ผมเห็นด้วย  พวกเรามีโอกาสแค่ปีนี้ปีเดียวเองนะฮะ  พอขึ้นปีสองต่อให้เราเป็นกรรมการนิสิตกันอีกก็มาที่นี่ไม่ได้แล้ว" จินสนับสนุน  เดินมานั่งลงข้างออตโต

              "อืม...ก็จริงนะ  วิลเลี่ยมบอกทีซินายทำไงให้แฮเบลเข้ามาหาได้" เมซีเน่เห็นด้วย  หันไปช่วยขอร้องอีกคน

              "เฮ้อ...ต่อให้บอกไปพวกเธอก็ทำไม่ได้หรอก" วิลเลี่ยมถอนหายใจ  อุ้มเจ้าแฮเบลที่ยังขู่ตัวพองอยู่ขึ้นมาลูบปลอบจนมันสงบ

              "บอกหน่อยเถอะจ๊ะวิล" ชาร์ลีนเริ่มเห็นด้วยกับทุกคน  ช่วยอ้อนวิลเลี่ยม

              "ก็ได้...คิดดูซิถ้าเป็นพวกเธอเจอยักษ์จะทำไง" วิลเลี่ยมใจอ่อนยอมบอก

              "วิ่งหนีซิ" ลูฟี่ตอบ

              "ช่าย...นั่นแหละ  พวกแฮเบลตัวเล็กๆนี่ก็คิดว่าพวกนายเป็นยักษ์เหมือนกัน  พวกมันกลัวจะแย่อยู่แล้ว  พวกนายยังพากันวิ่งไล่มันอีก" วิลเลี่ยมอธิบาย "เพราะงั้นแทนที่จะวิ่งไล่ทำให้มันตื่นกลัวก็เปลี่ยนเป็นอยู่เฉยๆรอให้พวกมันเข้ามาหาเอง"  ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ

                    พูดง่ายแต่ทำยาก  ทั้งหกพอได้รับคำแนะนำจากวิลเลี่ยมก็พยายามอยู่นิ่งให้แฮเบลเข้ามาหา  จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ไม่มีทีท่าจะสำเร็จ  ออตโตกับลูฟี่ที่ล้มตัวลงนอนรอแข่งกันกรนเสียงดังสนั่นยิ่งทำให้พวกแฮเบลสั่นกลัวไม่เข้าใกล้  เมซีเน่กับออโรร่าเบื่อที่จะนั่งรอเลยร่วมมือกันพยายามจับตัวที่เผลอแต่ก็ทำไม่สำเร็จ

              "ไม่ไหว  พอจะเข้าใกล้พวกมันก็รู้ตัวก่อนทุกที  เอ้า...พวกนายลุกขึ้นมาซิ  มาช่วยกันไล่จับมัน  ดีกว่านั่งรอเฉยๆ  ฉันว่าถ้าพวกเราร่วมมือกันต้องจับได้ซักตัวซิน่า" เมซีเน่สั่ง  ทั้งหกคนลุกขึ้นช่วยกันวิ่งไล่จับแฮเบลพลางตะโกนโหวกเหวกเสียงดัง  พวกแฮเบลวิ่งหนีกระเจิง

              "บอกแล้ว...บอกไปก็ทำไม่ได้" วิลเลี่ยมมองตามเพื่อนทั้งหกที่กำลังวิ่งไปทางโน้นทีทางนี้ที  ไม่นานก็เลิกสนใจหันมาป่วนคนข้างตัวแก้เซ็ง "ไง...เจมส์  นายจดบันทึกรายละเอียดแฮเบลแต่ละตัวไปถึงไหนแล้ว" เขาแย่งสมุดที่เจมส์กำลังจดบันทึกมาดู 

                     เจมส์ไม่ว่าอะไรยอมให้สมุดวิลเลี่ยมไปดู  เขากำลังมองเพื่อนทั้งหกพลางส่ายหน้า  คิดในใจว่าเพื่อนๆคงเหนื่อยเปล่า  แฮเบลตัวเล็กแต่ว่องไวมากไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับมันได้

              "นี่ใจคอนายจะไม่ตั้งชื่อให้พวกมันหน่อยเหรอ" วิลเลี่ยมดูสมุดของเจมส์ที่วาดภาพแฮเบลแต่ละตัวไว้พร้อมบอกตำหนิความแตกต่างของทุกตัวอย่างละเอียด "เรียกเบอร์หนึ่ง  เบอร์สองยังงี้นี่นะ"

                    สิ้นคำ  เจมส์หันมาส่งสายตาดุใส่วิลเลี่ยม  แล้วดึงสมุดของเขาคืนไปทันที

 ...............................……………...................

  ท้ายตอนนี้ไม่มีบทสัมภาษณ์ค่ะ  แหะ แหะ  'St. Pisces' ขอสารภาพว่ามัวแต่ติดดูบอล  เมื่อคืนมัวดูฮอลแลนด์กับไอเวอรี่โค้ดเตะบอลกัน (เย้ เย้ ฮอลแลนด์ชนะ 2 : 1)  เลยไม่ได้ทำบทสัมภาษณ์เลย  ขอโทษนะคะ  แต่มีคาแรกเตอร์ตัวละครมาให้อ่านกันค่ะ  ไปที่ตอนถัดไปกันได้เลย

 

  ติดตามตอนต่อไปกันได้เสาร์หน้านะคะ

  อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  ช่วยกันโพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ

  ขอบคุณค่ะ J

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น