CLEMENCY

ตอนที่ 13 : รับน้อง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 พ.ค. 49


          “ยายนั่นไม่เคยใช้รองเท้าบิน!” วิลเลี่ยมทิ้งตัวดิ่งตามออโรร่าลงไปอย่างรวดเร็ว  แต่ระยะห่างกันเกินไป  อีกไม่กี่เมตรออโรร่าก็จะตกถึงพื้น!!

          “โธ่โว้ย!” วิลเลี่ยมสบถอย่างสิ้นหวัง  ขณะพยายามเร่งสปีดตามไปให้ทัน

               แต่พออีกครึ่งเมตรจะถึงพื้นร่างออโรร่าก็ชะงักกึกกลางอากาศ  ลมไอพ่นที่ปล่อยออกมาใต้รองเท้าบินพุ่งกระทบพื้นทำฝุ่นตลบฟุ้งกระจาย  แล้วเธอก็ลอยขึ้นมาเนื้อตัวยังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นพลางหัวเราะอย่างเริงร่าถลาร่อนไปทั่วท้องนภาอันสดใส

               วิลเลี่ยมลงมายืนอึ้งอยู่บนพื้นหญ้าในสวนเบื้องล่าง  แหงนหน้ามองออโรร่าที่กำลังบิน  แล้วเขาก็บินกลับขึ้นไปสีหน้าโกรธจัด

           “เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!  พวกเราใจหายใจคว่ำกันหมดวิลเลี่ยมบินมาประชิดออโรร่า  เท้าเอวตั้งต้นเทศนา

           “หึ หึ ใช่...ดูชาร์ลีนซิช๊อคไปแล้วมั้งน่ะเมซีเน่บินเข้ามาใกล้พูดเสียงกลั้วหัวเราะ  หันมองหน้าต่างห้องที่ชาร์ลีนช๊อคทั้งยืน  สองมือปิดปากตาค้าง

           “ขอโทษไม่ได้ตั้งใจออโรร่าพูดเสียงเบาสำนึกผิด  แล้วเธอก็บินกลับไปหาชาร์ลีน

           “เธอใช้รองเท้าบินเป็นได้ยังไงวิลเลี่ยมบินตามมาถาม

           “ไม่เห็นยาก  มันก็เหมือนพรมบินใช่มั้ยล่ะ  นี่ไงมีปุ่มสามสีเหมือนกันออโรร่าแบมือขวาออกมีรีโมทอยู่

           “ใช่...แต่เธอก็ขับพรมบินไม่เป็น  แถมเคยขึ้นแค่ครั้งเดียวด้วยวิลเลี่ยมเริ่มอารมณ์เย็นลงเปลี่ยนเป็นสีหน้าฉงนแทน

           “เธอนี่เซ้าซี้จริงออโรร่าชักหงุดหงิดรีบบินหนีไป

           “ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น  เธอทำพวกเราจะหัวใจวายตายกันหมด  บินเป็นแล้วทำไมไม่บอกกันก่อน!” วิลเลี่ยมตะโกนไล่หลังออโรร่าที่กำลังบินกลับเข้าห้อง

...............................……………...................

           “ปีหนึ่ง...เราจะตั้งต้นทัวร์โอเอซิสกันที่นี่  ทุกคนคงรู้จักกันแล้วซ้ายมือเราคือหอประชุมใหญ่ที่เรามามอบตัว  ทางขวาคือตึกอธิการบดี  ใครไม่พอใจการสอนของอาจารย์คนไหนเชิญยื่นร้องเรียนได้  แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะว่าจะรอดไปจนเรียนจบหรือเปล่ามนุษย์หงส์รุ่นพี่ปีสองพูดสีหน้ายิ้มแย้ม  ประโยคท้ายของเธอทำให้ทุกคนฮาครืนกันทั้งคันรถบัสมหาวิทยาลัยสีเขียวเข้ม  ซึ่งวันนี้มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมต้อนรับปีหนึ่ง  และกิจกรรมแรกคือทัวร์แนะนำสถานที่ในมหาวิทยาลัย

            “หึ..หึ  ขำตายล่ะ  ที่นี่อะไรก็คะแนน  กับอาจารย์ใครจะกล้าหือเมซีเน่หัวเราะในลำคอแล้วบ่นเบาๆ  เธอนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างออโรร่ากับชาร์ลีนบนเบาะยาวหลังรถ

            “ใช่...แค่ปฐมนิเทศน์ตอนค่ำเมื่อวานนี้ก็ซึ้งแล้ววิลเลี่ยมยื่นหน้ามากระซิบเบาๆสนับสนุนแค่พอให้ได้ยินกันในกลุ่ม  เขานั่งถัดไปจากชาร์ลีน  ติดกับเขาคือเจมส์และอีกสามหนุ่มที่ต่างพยักหน้าเห็นด้วย 

                 รถบัสหลายสิบคันแล่นตามกันไปตามถนนเส้นตรงสายหลักผ่านสนามบินและสถานีรถไฟมาหยุดลงที่วงเวียนกลางสี่แยก

            “วงเวียนนี้คือที่ตั้งอนุสาวรีย์กษัตริย์ฮิวท์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมนุษย์หงส์รุ่นพี่อธิบาย  รถบัสแล่นต่อไปอีก  ผ่านสี่แยกไปสองข้างทางเป็นป่าทึบ

            “นี่คือ ป่าเทพข้างในมีซากวิหารเทพที่คืนนี้เรามีกิจกรรมสนุกอีกอย่างรออยู่  แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าในวันปกติพวกเธออย่าได้คิดมาเดินเล่นแถวนี้เด็ดขาดเพราะในป่ามีสัตว์ร้ายอยู่มากมาย  อ้อแต่ถ้าใครคิดอยากลองของแล้วเก่งรอดกลับมาได้ถ้าพวกพี่รู้ก็โดนหักห้าสิบคะแนนนะจ๊ะพวกปีหนึ่งพร้อมใจกันโห่ทั้งคันรถ  หนึ่งในจำนวนนั้นคือออตโต  วิลเลี่ยม  และลูฟี่ด้วย 

                 รถบัสแล่นออกไป  ผ่านหมู่บ้าน  หอพักนิสิต  สภานิสิต  หอสมุด  โรงยิม  อาคารเรียนรวม  และตึกคณะต่างๆ  จบทัวร์ในเวลาเที่ยงตรงรถทุกคันกลับมาส่งที่หอพักปีหนึ่ง

...............................……………...................

           “ปีหนึ่งทุกคนฟังทางนี้หน่อยนิสิตหนุ่มปีสองร่างสูงผมยาวสีดำปะบ่าก้าวขึ้นเวทีหน้าห้องนั่งเล่นใต้ดินภายในหอพักที่เต็มล้นไปด้วยนิสิตปีหนึ่ง  สิ้นเสียงเขาเสียงเซ็งแซ่ก็เงียบลงทันที

            “กิจกรรมผจญภัยคืนนี้เรายังคงใช้กติกาเดิมกับทัวร์เมื่อเช้า  คือต้องเป็นกลุ่มเพื่อนนอนห้องเดียวกันเท่านั้น  จะจับกลุ่มรวมกันกี่ห้องก็ได้  แต่ทุกคนในกลุ่มต้องไปถึงจุดหมายคือซากวิหารเทพพร้อมกัน  กิจกรรมนี้เราไม่บังคับ  จะไม่เข้าร่วมก็ได้เพราะมันค่อนข้างเสี่ยงอันตราย  แต่หลังสองทุ่มพี่ปีสามจะเข้ามาตรวจหอพัก  ซึ่งถ้าพบใครอยู่ในหอก็...ถูกหักคะแนนเสียงโห่จากพวกปีหนึ่งพร้อมใจกันดังขึ้น

            “ขอให้เข้าใจที่พวกพี่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะอยากให้ทุกคนร่วมกิจกรรม  การได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจะทำให้เราได้รู้จักเพื่อนร่วมห้องมากขึ้นรุ่นพี่ตะโกนแข่งเสียงโห่  แต่ทันใดอีกเสียงหนึ่งซึ่งดังกว่าก็แทรกขึ้น

             “นิสิตรุ่นน้องทุกท่าน  นี่เป็นเสียงประกาศจากพี่ปีสี่  ขอให้ล้มเลิกการผจญภัยในค่ำคืนนี้ซะ  ไม่เช่นนั้นคงรู้กันดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เอ้อปีสองอย่าลืมบอกน้องๆด้วยนะว่าพวกพี่ใส่รองเท้าบินสีน้ำตาล  น้องๆปีหนึ่งข้างนอกนี่ตอนดึกหนาวนะใส่เสื้อผ้าให้หนากันหน่อย…” เสียงประกาศดังมาจากพี่ปีสี่ซึ่งเป็นหนุ่มมนุษย์ม้าขนสีน้ำตาล  พวกเขาขับรถกระบะมาจอดอยู่หน้าหอ โอ๊ย! อย่าซิฉันยังพูดไม่จบ…” มนุษย์ม้าถูกเพื่อนสาวผมทองซอยสั้นแย่งไมค์

             “พูดอะไรของนายน้องๆสับสนกันหมด  เอาไมค์มานี่...” เกิดศึกชิงไมค์บนรถกระบะขึ้น  แต่ในที่สุดสาวผมทองก็ชนะ การผจญภัยในป่าเทพคืนนี้เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย  แต่ทางผู้ใหญ่คัดค้านพวกพี่จึงต้องรับหน้าที่ขัดขวาง  ดังนั้นถ้าพวกพี่จับใครได้คนนั้นก็ถูกหักคะแนนจริง  แต่ยังไงก็ตามพวกพี่สนับสนุนงานนี้เต็มที่  ขอให้ทุกคนร่วมใจกันไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยให้ได้  และกลุ่มแรกที่ไปถึงจะได้รับรางวัล...ปีนี้เลิศมากขอบอก!” รุ่นพี่สาวผมทองเน้นเสียงสูงในประโยคท้าย  อะแฮ่ม...เอาล่ะ  หวังว่าคืนนี้พวกพี่คงไม่เจอพวกน้องๆในป่านะรุ่นพี่ดึงสติกลับมาปั้นเสียงดุ 

                    เสียงประกาศข้างนอกที่ดังมาจากเครื่องขยายเสียงในรถกระบะหยุดลง  รุ่นพี่ปีสี่ขับรถออกไป  เสียงเซ็งแซ่ในห้องนั่งเล่นใต้ดินดังขึ้นอีกครั้ง 

             “แค่รางวัลแรกได้กินฟรีทุกร้านตลอดปีผมก็ว่าน่าสนใจแล้วนะฮะจินพูด

             “นี่ถ้าไม่มีรางวัลนายคงไม่ยอมไปซินะวิลเลี่ยมถาม

             “แหงล่ะใครจะไปเสี่ยงฟรีล่ะ  ออตโตตอบ ฉันไม่สนหรอกไอ้รางวัลกินฟรีนั่น  ต้องไอ้นี่ซิที่พักในโรงแรมหรูริมหาดซาบรีน่าสาวสวยในชุดบิกินี่ตรึมเขาพูด  พลางส่งสายตาเจ้าชู้เหล่มองสาวๆไปทั่วห้อง

             “ในสมองนายนี่มีอยู่เรื่องเดียวเลยนะออตโต เมซีเน่แซว

                   แต่ออตโตไม่สน  กลับเป็นลูฟี่ที่ขำไม่หยุดแทน

             “สปารีสอร์ทก็น่าสนใจนะจ๊ะชาร์ลีนออกความเห็น  เพื่อนทุกคนหันมองเธอเป็นสายตาเดียวสีหน้าฉงน

             “ไหนเธอว่าจะไม่ไปเจมส์ถาม

                   ออโรร่าส่งสายตาทอดมองมาอย่างกังวล  เธอไม่เห็นด้วยเลยกับการต้องไปผจญภัยในป่ายามค่ำคืน

             “แหม...เขาอุตส่าห์จัดกิจกรรมนี้เพื่อพวกเราจะได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกัน  แล้วฉันจะไม่ไปได้ไงล่ะจ๊ะชาร์ลีนโปรยยิ้ม

             “ฉันว่าเพราะเธอเห็นลิสต์ของรางวัลบนบอร์ดนั่นมากกว่ามั้งวิลเลี่ยมรู้ทันยิ้มเจ้าเล่ห์

                   รุ่นพี่ปีสองคนเดิมคว้าไมค์กลางเวทีอีกครั้ง เอ้า...กลับมาต่อกัน  อย่างที่พี่เขาบอกนี่เป็นงานประเพณี  พี่ปีสี่ก็จะขัดขวางเราตามหน้าที่  แต่...เอาจริง!” ทุกคนหัวเราะ

             “กติกาการร่วมสนุกก็ไม่มีอะไรมาก  ให้ทุกคนไปถึงวิหารเทพให้ได้ก่อนเที่ยงคืน  กลุ่มแรกที่ถึงก่อนจะได้รับรางวัลทั้งหมดตามที่ติดอยู่บนบอร์ดนี้เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกัน

              “พี่ปีสองกับปีสามจะเป็นหน่วยช่วยเหลือ  ปีสองใส่รองเท้าบินสีฟ้า  ปีสามสีน้ำเงิน  ถ้าเกิดอันตรายให้จุดพลุสัญญาณขึ้นฟ้า  พวกพี่จะเข้าไปช่วย  เอ่อ...แต่พี่ปีสี่ก็อาจจะมาเหมือนกัน  เพราะงั้นก่อนที่จะเข้าไปขอความช่วยเหลืออย่าลืมดูให้ดีว่ารองเท้าสีอะไร...

...............................……………...................

                     คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด  หมู่ดาวพร่างพรายส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า  อากาศยามค่ำที่มหาวิทยาลัยโอเอซิสซึ่งอยู่กลางทะเลทรายหนาวเหน็บ  ยิ่งอยู่ในป่ายิ่งหนาวเย็นจับใจ  แม้อาณาบริเวณทั้งหมดของมหาลัยจะอยู่ภายในสนามแม่เหล็กช่วยปรับอุณหภูมิแล้วก็ตาม 

                    นิสิตปีหนึ่งสวมรองเท้าบินสีขาวบินตรงมายังจุดหมาย  แต่เมื่อมาถึงน่านฟ้าเหนือป่าเทพก็พบกองทัพรุ่นพี่ปีสี่รอคอยอยู่  ทุกกลุ่มจึงต้องร่อนลงสู่พื้น  หลบเข้าชายป่า  และถูกบังคับให้ฝากรองเท้าบินไว้กับพี่ปีสอง  เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบธรรมดา  ใช้วิธีเดินเท้าแทนการบินสบายตรงไปยังวิหารอย่างที่คิดหวังกันไว้ในตอนแรก

             “สบายเกินไปมั้งน้องที่จะบินไปน่ะ  ออกกำลังกายกันหน่อยซิยังหนุ่มยังสาว  ข้างล่างมีอะไรน่าสนใจเพียบ  เสร็จแล้วคืนนี้จะได้หลับสบาย  อย่าได้โผล่ขึ้นมาเชียวนะ!  เอ้า...รีบเดินกันเข้า...เร็ว!” เสียงห้าวจากรุ่นพี่ปีสี่หนุ่ม  ผมดำหยิก  หน้าเหี้ยม  กำลังตะโกนใส่โทรโข่งอยู่บนฟ้าเหนือป่า

             “ไอ้บ้านั่น!  มันตะโกนซะลั่นแบบนี้สัตว์ป่าได้ตื่นกันหมด  เดี๋ยวก็ได้มีใครตายเพราะโดนสัตว์มันเล่นงานเอาออตโตบ่น 

             “ไม่ต้องมีเสียงตะโกนของหมอนั่นสัตว์มันก็ตื่นอยู่แล้วล่ะ  มีคนมาบุกกันเป็นกองทัพแบบนี้ลูฟี่พูดพลางเหลือบมองขึ้นไปเบื้องบนที่พวกปีสี่บินวนเวียนอยู่

             “พวกเธอเดินช้าๆหน่อย  เราตามไม่ทันออโรร่าที่เดินรั้งท้ายอยู่กับกลุ่มสามสาว  จิน  และเจมส์  ตะโกนไล่หลังสามหนุ่มที่สาวเท้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ

             “มัวแต่ชักช้าแล้วเมื่อไหร่จะถึง  เอ้าเร็วๆเข้าวิลเลี่ยมย้อนกลับมาช่วยออโรร่าฉุดชาร์ลีนให้เดินเร็วขึ้น

             “พลองของเธอนี่สว่างจ้าบาดตาจังเลยนะ...พลังอะไรน่ะเมซีเน่เดินเคียงมากับออโรร่า 

                   ตอนนี้ทุกคนเปิดพลองแสงของตัวเองเพื่อใช้เป็นแสงส่องทาง  และเพื่อให้เกิดแสงสว่างสูงสุดออโรร่าจึงไม่ได้เพ่งสมาธิไปที่พลังใดแค่ปล่อยให้มันเป็นพลองแสงสีฟ้าขาวเท่านั้น

              “เอ่อ...มันเป็นพลองบลูจีเวลบริสุทธิ์น่ะออโรร่าบอก  เมซีเน่ที่กำลังเอื้อมมือจะมาสัมผัสพลองชะงักทันที 

              “ห๊า...บลูจีเวลบริสุทธิ์!” ออตโตกับลูฟี่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าหันกลับมาร้องเสียงหลงด้วยความแปลกใจพร้อมกัน

              “เป็นไปได้ไงฮะ!” จินที่เดินอยู่ข้างเมซีเน่ตาโตประหลาดใจ

              “ใช่! มันเป็นไงมาไงน่ะเมซีเน่ที่ชะงักอึ้งไปอึดใจหนึ่งกลับมาตั้งสติ

                     แล้วออโรร่าก็เลยต้องเล่าเรื่องที่เธอมาจากมิติอื่น  แต่เธอไม่ลืมรักษาสัญญาที่จะไม่เล่าเรื่องของวิลเลี่ยมออกไปให้คนอื่นได้รู้

             “อย่างนี้ถ้าคำทำนายเป็นจริง  เธอก็จะได้เป็น...” เมซีเน่พูดสีหน้าตื่นเต้นดีใจ  แต่วิลเลี่ยมแทรกขึ้น

            “เงียบก่อน!  ปิดพลองด้วย!” วิลเลี่ยมดุแล้วทำสัญญาณมือให้ทุกคนหมอบลงหลังพุ่มไม้ 

            “อะไรเหรอฮะ?” จินคลานมาหาวิลเลี่ยม  แต่ไม่ต้องรอคำตอบเขาก็ได้เห็นว่าวิลเลี่ยมให้หมอบหลบอะไร 

                  งูยักษ์ตัวดำเมี่ยมมีปีกเป็นพังผืดแบบค้างคาว  กำลังเขมือบลูกกวางสามตาเคราะห์ร้าย  เสร็จจากเหยื่อโอชะที่คงทำให้มันอิ่มไปอีกนานงูยักษ์ก็ค่อยบินต่ำท้องป่องแทบจะเรี่ยติดพื้นผ่านไป

                 วิลเลี่ยมลุกขึ้นยืน ถ้าเราขืนคุยกันเสียงดังแบบนี้คงเรียกสัตว์ป่าออกมาหมด  มีหวังไปไม่ถึงจุดหมายแน่เขาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย  แล้วเปิดพลองแสงอีกครั้ง

            “กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังมาจากทางข้างหน้าที่งูยักษ์ตัวเมื่อครู่บินไป  พลุสัญญาณสีแดงถูกจุดขึ้นกลางอากาศ  บนท้องฟ้าพี่ปีสี่รีบไปยังจุดเกิดเหตุ  ครู่ต่อมาพี่ปีสามที่บินในระดับไม่สูงเกินยอดไม้ก็บินผ่านพวกเขาไปที่จุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว  ตามมาด้วยพี่ปีสอง

             “พวกเธอระวังกันหน่อยล่ะ  ข้างหน้าตรงไปนี่ก็เพิ่งมีกลุ่มนึงโดนทิกเกอร์เล่นงานไปมนุษย์หมีดำสาวปีสองเตือนพวกเขาก่อนจะรีบบินตามเพื่อนไป

             “ทิกเกอร์?” ออโรร่าดึงสมุดภาพสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อแจ๊กเกตกันหนาวสีน้ำเงินของเธอออกมาเปิดดู

             “เชื่อเค้าเลย...หน้าซิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังมีแก่ใจพกมาเปิดดูอีกวิลเลี่ยมแซว 

                    ออโรร่าเปิดหาจนพบว่ามันคือสัตว์ที่คล้ายเสือแต่ตัวสีแดงและมีปีกเหมือนนก

             “ฉันไม่อยากรบกวนถามเธอ  เลยต้องหาคำตอบเองน่ะออโรร่าตอบกลับ  แล้วเชิดหน้าเดินนำไปพลางเก็บสมุดภาพ

             “เออแล้วอย่ามาถามอะไรฉันอีกแล้วกัน!” วิลเลี่ยมอึ้งไปนิด  แล้วตะโกนไล่หลังออโรร่า

              “ชู่ว์!” เพื่อนทุกคนหันมาจุ๊ปากบอกให้เขาเงียบเสียงลงพร้อมกัน  วิลเลี่ยมจึงได้แต่ฟึดฟัดอยู่คนเดียว

                     ออโรร่าเดินลิ่วนำเพื่อนทุกคนห่างออกมายังทุ่งหญ้าสูงท่วมหัว  สายตาคอยสอดส่องระมัดระวังอันตราย

            “ออโรร่าจ๊ะ  อย่าเดินไปคนเดียวซิมันอันตรายนะชาร์ลีนรีบเร่งฝีเท้าตามมาด้วยความเป็นห่วง 

                    ออโรร่าหยุดหันกลับมาหา  ทันใดนั้นเธอก็ต้องตกใจสุดขีด  สิงโตมีเขาสั้นสองเขา  เขี้ยวยาวกำลังวิ่งตรงมายังชาร์ลีน!!

            “ชาร์ลีนระวัง!”  ออโรร่าตะโกนสุดเสียง  และวิ่งเข้าไปช่วย 

ชาร์ลีนชะงักหันมองเห็นสิงโตกำลังวิ่งตรงมาที่ตัวเองก็ร้องกรี๊ดตกใจทำอะไรไม่ถูก  เข่าอ่อนลงไปกองอยู่กับพื้น  พลองที่เป็นอาวุธป้องกันหลุดมือหล่นลงข้างตัว  เพื่อนคนอื่นรีบวิ่งเข้ามาช่วยพร้อมกัน  แต่เจมส์กับวิลเลี่ยมเข้ามาขวางหน้ากันชาร์ลีนพร้อมกันกับออโรร่าก่อนคนอื่น

             “ไซโคลนบาเรีย! ออโรร่าตะโกนก้อง  เกิดลมหมุนล้อมรอบปกป้องเธอกับชาร์ลีน

             “ธันเดอร์!” วิลเลี่ยมเรียกสายฟ้าฟาดลงกลางตัวสิงโต

             “ฟรีสซิ่งแอโร่! จังหวะเดียวกัน  เจมส์ปล่อยลูกศรน้ำแข็งนับสิบดอกออกไป 

                     ผลคือเจ้าสิงโตมีเขากลายเป็นซากศพไหม้เกรียมจากสายฟ้าและทั่วร่างมีลูกธนูน้ำแข็งปักอยู่ซึ่งละลายลงช้าๆเหลือทิ้งไว้แต่รอยโหว่พรุนบนซากเท่านั้น

             “ไม่เป็นไรแล้วชาร์ลีนออโรร่าปลดบาเรีย  ก้มลงพยุงชาร์ลีนให้ยืนขึ้นพลางปัดเศษหญ้าออกจากเสื้อผ้าให้  และเก็บพลองซึ่งมันปิดไปแล้วตั้งแต่ตกลงพื้นใส่ในกระเป๋ากางเกงสีชมพูของชาร์ลีน 

                    ชาร์ลีนยังตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ  ค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางเพื่อนที่ต่างเข้ามาปลอบประโลม  แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจแทบช๊อคอีกครั้ง  นัยน์ตาสีฟ้าเบิกโพลง

             “นะ...นั่น!” ชาร์ลีนชี้ไปยังเบื้องหน้าตัวสั่นสะท้านหนักกว่าเก่า  เพื่อนๆหันมองตามแล้วก็ต้องตกใจแทบช็อคไปตามกัน

             “ซีออนล่าเหยื่อกันเป็นฝูงเจมส์พูด  ขณะทุกคนหันไปเผชิญกับฝูงสิงโตมีเขานับสิบตัวที่กำลังเยื้องย่างช้าๆจากรอบทิศตรงมายังพวกเขา!! 

...............................……………...................

 

ตอนนี้ไม่มีบทสัมภาษณ์นะคะ  แต่มีคาแรกเตอร์ของสองตัวเอก  เจมส์กับวิลเลี่ยมมาให้อ่านกันเล่นๆ

ไปที่ตอนถัดไปเลยค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น