CLEMENCY

ตอนที่ 12 : อาคารเสมอภาค 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 พ.ค. 49


ทุกคนกลับมาที่ล็อบบี้  และตรงไปยังเคาน์เตอร์ทันที

"ลงทะเบียนห้องพักครับ" วิลเลี่ยมพูดกับพนักงานสาวผมม้าสั้นสีดำในฟอร์มชุดสูทสีเขียวเข้มที่ก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่หลังเคาน์เตอร์  เมื่อได้ยินเสียงวิลเลี่ยม  เธอเงยหน้าขึ้นทันที

"อะไรนะ...เธอหาเพื่อนร่วมห้องตามกติกาได้แล้วเหรอ?!" พนักงานสาวถามเสียงดัง  สีหน้ากึ่งประหลาดใจเจือตกใจ  ทำให้เพื่อนพนักงานอื่นๆกรูกันมาที่เธอทันที  และกลุ่มนิสิตรอบๆต่างหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน  เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจหยุดลงหมด  ทุกคนต่างเงียบฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

"ครับพวกเราขอห้องพักห้าเตียงครับ" วิลเลี่ยมพูด

"โอไม่อยากเชื่อเลยนี่เป็นปรากฎการณ์ที่แปลกพิสดารที่สุดนับแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเลย  นี่พวกเธอรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า?" พนักงานอีกคนซึ่งแก่กว่ามีผมสีน้ำตาลที่เริ่มหงอกขาว  เธอพูดเร็วปรื๋อจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน

"เอ่อ...ครับ" ลูฟี่ซึ่งตัวเล็กแค่ไหล่วิลเลี่ยมและยืนเกาะเคาน์เตอร์อยู่ข้างเขาช่วยตอบ

"นี่จ๊ะแผนผังห้องพัก  ที่เขียนเลขห้าเอาไว้น่ะมีห้าเตียง  พวกเธอเลือกได้เลยว่าจะพักห้องไหน  เพราะพวกเธอเป็นกลุ่มแรกแล้วก็เร็วมากด้วย...นี่เพิ่ง 11 โมงเอง" พนักงานสาวมองนาฬิกาข้อมือ  แล้วยื่นกระดาษแผนผังให้จินที่ยืนอยู่อีกข้างวิลเลี่ยม  แล้วพวกผู้ชายก็พากันไปมุงดูแผนผัง

"พวกเราก็ขอห้องพักสามเตียงค่ะ" เมซีเน่พูดกับพนักงานสาวคนเดิม  แล้วพวกพนักงานก็แสดงสีหน้าประหลาดใจอีกครั้ง

"เธอเป็นพวกเดียวกับห้าคนนั้นด้วยรึเปล่า" พนักงานชายซึ่งเป็นมนุษย์ม้าลายถามเมซีเน่

"ค่ะ  พวกเราเป็นเพื่อนกัน" เมซีเน่ตอบ

คำตอบของเธอทำให้คนอื่นฮือฮากันใหญ่  เสียงที่เงียบหายกลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง  แต่คราวนี้หัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาเป็นเรื่องว่าทำไมมนุษย์กับมนุษย์พิเศษพวกนี้ถึงมารู้จักกันได้

"จ๊ะ...นี่แผนผังห้องพักหอหญิง" พนังงานสาวส่งแผนผังให้เมซีเน่  ทั้งที่ยังตาค้างด้วยความประหลาดใจ "ห้องที่มีเลขสามนะ"

"เอเอาห้องไหนกันดีล่ะ" เมซีเน่ถามสองสาว

"เอาชั้นล่างๆเถอะนะจ๊ะ  เผื่อวันไหนลิฟต์เสียจะได้ไม่ลำบาก" ชาร์ลีนเสนอความเห็น

"ลิฟต์! จะใช้ไปทำไมกัน  ที่นี่ทุกคนมีรองเท้าบินนะ  ลิฟต์ไม่จำเป็นหรอก" วิลเลี่ยมหันมาพูดกับชาร์ลีน  แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจ

เจมส์ที่ยังอยู่ในวงสนทนาว่าจะเลือกห้องไหนดีกับออตโต  จิน  และลูฟี่  ได้ยินวิลเลี่ยมพูดก็หันมาร่วมวงกับสามสาวด้วย  และขณะกำลังหมุนตัวหันมาเขาก็กระทืบเท้าอย่างแรงเหยียบเท้าวิลเลี่ยมปรามไม่ให้หาเรื่องแซวชาร์ลีนอีก

"โอ๊ย!" วิลเลี่ยมอุทานเบาๆ  จังหวะเดียวกับที่ออโรร่าอุทานดีใจ

"ห๊า! ที่นี่มีรองเท้าบินแจกด้วยเหรอ?" ออโรร่าพูดน้ำเสียงและสีหน้าปลาบปลื้มดีใจ  นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกาย  เหมือนเด็กๆที่รู้ว่ากำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่ในไม่ช้านี้

"ก็ไม่เชิงแจกนะฮะ  เพราะเขาเก็บค่ารองเท้ารวมอยู่ในค่าลงทะเบียนเรียนแล้ว" จินก็เข้ามาร่วมด้วย

"รองเท้าบินนี่เป็นอะไรที่สะดวกสุดๆ  คิดดูนะเขาห้ามเราเข้าหอหญิง  แต่แค่มีรองเท้าบินเราก็บินไปหากันที่ระเบียงห้องได้"  ออตโตพูดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

"งั้นเราเลือกห้องชั้นเดียวกันนะ  จะได้บินไปเจอกันได้สะดวก" ลูฟี่พูดกับสามสาว  แต่ท่าทางเขาดูซื่อๆไม่ได้คิดอะไรแบบออตโตเลย

"จะมีรองเท้าบินหรือไม่ฉันไม่สนหรอก  ฉันบินด้วยปีกของตัวเองดีกว่า" เมซีเน่ออกความเห็น

"งั้นเราห้าคนเอาห้องมุมขวาสุดชั้น N แล้วกัน" วิลเลี่ยมเสนอความเห็นน้ำเสียงเนือยๆ "ส่วนพวกเธอก็ห้องมุมซ้าย"

"ดี! บินสะดวก" ออตโตพูดพลางตบมือชอบใจ

"เอ่อแต่ฉันจะไม่ไปหาพวกเธอด้วยการใช้รองเท้าบินหรอกนะจ๊ะ" ชาร์ลีนพูดเบาๆใบหน้าเริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความอาย

"ไม่ต้องห่วงเราไม่บังคับให้เธอมาหาเราด้วยวิธีนั้นหรอก" วิลเลี่ยมพูดกับชาร์ลีน  แล้วหันไปมองเจมส์ด้วยสีหน้าเซ็งๆ "นายยกเท้าออกไปซะที  นี่ฉันก็ไม่ได้แกล้งแซวอะไรชาร์ลีนแล้วนะ" ทุกคนก้มลงมองที่เท้าวิลเลี่ยมเห็นเจมส์ค่อยๆชักเท้าออกไป "เฮ้อนี่ถ้านายยกเท้าออกช้ากว่านี้ฉันคงเท้าบวมใส่รองเท้าบินไม่ได้หลายวันต้องใช้ลิฟต์ขึ้นลงแบบชาร์ลีน  หมดสนุกที่จะได้บินเล่นแน่" วิลเลี่ยมได้โอกาสแซวทันที

เจมส์ทำท่าจะกระทืบเท้าลงที่เท้าข้างเดิมของวิลเลี่ยมอีกที  แต่วิลเลี่ยมชักหลบแล้วไปแอบอยู่ข้างหลังจิน  เจมส์ได้แต่ถลึงตาใส่  เพื่อนๆคนอื่นจึงพากันหัวเราะ

เมื่อจัดการเลือกห้องพัก  ลงชื่อ  รับเอกสาร  และส่งไอดีการ์ดให้พนักงานเข้าเครื่องสแกนรหัสเพื่อจะได้สามารถใช้มันเป็นคีย์การ์ดเข้าห้องพักได้แล้ว  ก็กลับเข้าโรงอาหารอีกครั้งเพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน

โรงอาหารมีอาหารให้เลือกประมาณ 6-7 อย่าง  มีขนม  ผลไม้  และเครื่องดื่มพร้อม  มีพนักงานตักใส่ถาดให้  แต่เพราะเป็นโรงอาหารกินฟรี  จึงไม่ได้มีอาหารอยู่ตลอดเวลา  ป้ายแขวนห้อยที่หน้าเคาน์เตอร์มีเวลาบอกไว้ว่าจะมีอาหารแค่สามมื้อเท่านั้น  และที่สุดเคาน์เตอร์ทั้งสองด้านมีบอร์ดเขียนเมนูอาหารสามมื้อของวันนั้นๆเอาไว้

อาหารแต่ละอย่างมีอย่างละสองถาดใหญ่ๆซึ่งถ้าหมดก็ไม่มีให้อีก  แต่พนักงานก็ไม่หวงแต่อย่างใด  หากไม่อิ่มก็สามารถเติมได้เรื่อยๆ

"แหมไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะไม่ได้ทานหรอกจ๊ะ  อาหารที่นี่เหลือทุกวันแหละ  ปกติป้าทำแค่อย่างละถาดด้วยซ้ำ  วันนี้ทุกปีจะมีนิสิตใหม่มาทานกันเยอะ  แต่พอผ่านไปซักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ไม่ค่อยมีใครมากินแล้วล่ะ  ไปเสียเงินกินตามร้านกันหมดแหละจ๊ะ" ป้ามนุษย์หมูผมบ๊อบสีแดงในชุดเชฟสีขาวที่ดูจะถูกใจกับจิน  ออตโต  และลูฟี่ที่กินจุเป็นพิเศษพูดอย่างใจดีกับทุกคนเมื่อพวกเขาเอาถาดและแก้วมาคืนหลังทานเสร็จ

"อาหารอร่อยขนาดนี้ผมจะเป็นขาประจำของป้าทุกวันเลยฮะ" จินหยอดคำชม

"แหมๆว่าไปนั่นพ่อหนุ่ม  พอเอาเข้าจริงเมนูซ้ำไปซ้ำมาก็หนีหายหน้าหายตากันไปหมดแหละจ๊ะ" ป้าหมูพูดพลางยิ้มแก้มปริปลื้มกับคำชม

ออกจากโรงอาหารพวกเขาก็ตกเป็นเป้าสายตาอีกครั้ง  ตลอดระยะทางที่เดินผ่านฝูงชนพากันแหวกทางเดินให้ดุจเป็นบุคคลสำคัญ  พร้อมๆกับเสียงซุบซิบนินทา

เพื่อนทุกคนในกลุ่มไม่มีใครสนใจหรือแสดงท่าทีประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้  มีเพียงออโรร่าเท่านั้นที่สงสัยว่าทำไมพวกเธอจึงตกเป็นเป้าความสนใจนัก  จนเธอเก็บงำมันไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

"เกิดอะไรขึ้นทำไมคืนอื่นถึงมองเราแบบนั้น  แล้วยังพนักงานรับลงทะเบียนห้องอีก" ออโรร่าถามชาร์ลีน  ขณะทั้งหมดกำลังเดินซื้อของกันอยู่ที่โซนร้านค้าอีกฟากล๊อบบี้  ซึ่งมีร้านขายของทุกอย่างเหมือนย่านการค้าขนาดย่อม

"เพราะกลุ่มเรามีทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษอยู่ด้วยกันไงจ๊ะถึงได้เป็นที่สนใจขนาดนี้" ชาร์ลีนตอบพลางเลือกเสื้อผ้าลายลูกไม้สีหวานไปด้วย

"ก่อนมาที่นี่มนุษย์และมนุษย์พิเศษแยกกันอยู่ไม่ข้องเกี่ยวกัน  เป็นเรื่องยากที่จะเคยรู้จักหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อน" วิลเลี่ยมเสริม  แล้วดึงเสื้อในมือชาร์ลีนวางกลับลงกระบะเสื้อผ้าลดราคา

"ไม่ใช่แค่ต่างคนต่างอยู่แล้วจะสงบสุขนะฮะ  ความแตกต่างทางเผ่าพันธุ์ทำให้เราต่างหวาดระแวงไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน" จินช่วยเสริมแล้วดันหลังวิลเลี่ยมเบาๆให้เดินนำไปร้านหนังสือตรงข้าม

"อย่างที่ฉันกับลูฟี่โดนเล่นงานที่เมืองเฮฟเวน  ถ้ากลับกันเป็นพวกมนุษย์ไปเดินที่เมืองของพวกมนุษย์พิเศษก็คงโดนแบบนั้นเหมือนกัน" เมซีเน่พูดพลางช่วยดึงแขนชาร์ลีนคนละข้างกับออโรร่าให้ห่างออกมาจากกระบะเสื้อผ้าที่ติดป้ายลดราคา 50% ตามจินกับวิลเลี่ยมไป

"ทุกปีนิสิตปีหนึ่ง 100% จะถูกสุ่มเลือกเพื่อนร่วมห้องให้ฮะ ไม่เคยมีกรณีอย่างเราที่มนุษย์กับมนุษย์พิเศษจะรู้จักกันมาก่อน  และจับกลุ่มมากันเอง" จินอธิบายต่อขณะกำลังเลือกหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้น

"มนุษย์กับมนุษย์พิเศษแปลกแยกกันขนาดนั้นเลยเหรอ?" ออโรร่าถามคิ้วขมวด

"ไม่ใช่แปลกแยกแต่เฉพาะมนุษย์กับมนุษย์พิเศษหรอกนะ  มนุษย์พิเศษเองก็อยู่แยกกันแต่ละเผ่าพันธุ์ด้วย  มนุษย์ลิงก็อยู่กับพวกมนุษย์ลิงด้วยกัน" ลูฟี่พูด

"ใช่ฮะ  อย่างหมู่บ้านผมก็มีแต่มนุษย์แพนด้า" จินวางหนังสือกลับลงชั้น  หันมาพูดพลางพยักหน้าเห็นด้วย

"แล้วอย่างฉันที่เป็นพวกผสมน่ะเป็นที่รังเกียจจากทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษเลยล่ะ" เมซีเน่พูด  น้ำเสียงแม้เป็นปกติแต่แววตากลับดูเศร้า

"ใคร? ใครทำท่ารังเกียจเธอ  บอกฉัน...ฉันจะไปจัดการมันให้เอง" ออตโตพูดเสียงดัง

"พวกเราไม่มีใครคิดอย่างนั้นกันเลยนะจ๊ะ" ชาร์ลีนพูดและกุมมือขวาของเมซีเน่เพื่อปลอบประโลม

"ใช่! ไม่แต่เฉพาะเธอ  ทั้งจินและลูฟี่ด้วย  เราเป็นเพื่อนกันไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรอก" ออโรร่าพูดเสียงหนักแน่น  สีหน้าขึงขัง

"แน่นอนทั้งเธอ ออตโต ชาร์ลีน วิลเลี่ยม และเจมส์ด้วย  ความเป็นเพื่อนไม่มีมนุษย์หรือมนุษย์พิเศษมาเกี่ยว" ลูฟี่พูด  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเริ่มมีน้ำตาคลออินไปกับสถานการณ์ซึ้ง

"ถูกต้องที่สุด" วิลเลี่ยมสนับสนุน  เจมส์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็พยักหน้าเห็นด้วย

"แต่เราเลิกซึ้งกันแค่นี้ดีกว่านะ  ฉันว่าเราเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องก่อนดีกว่า" วิลเลี่ยมพูด  แล้ววางกระเป๋าเสื้อผ้าใบยักษ์ของชาร์ลีนกับถุงของจากการช้อปปิ้ง 4-5 ถุงลงบนพื้นอย่างหมดแรง

พวกผู้ชายเห็นวิลเลี่ยมดังนั้นก็มองตัวเอง  แต่ละคนนอกจากกระเป๋าหรือเป้เสื้อผ้าของตัวเองก็ต้องหิ้วถุงของช้อปปิ้งของทั้งสามสาวคนละถุงสองถุง  ทว่าวิลเลี่ยม  เจมส์  และลูฟี่หนักกว่าเพื่อนเพราะนอกจากเป้เสื้อผ้าตัวเองแล้ว  ยังต้องช่วยหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของสาวๆด้วย  วิลเลี่ยมและเจมส์หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าชาร์ลีนคนละใบ  ลูฟี่ถือให้เมซีเน่  แล้วช่วยถือถุงของที่เพิ่งซื้อมาด้วย

"โทษทีจ๊ะ  งั้นเราเอาของขึ้นไปเก็บกันเถอะนะ" ชาร์ลีนยิ้มแหยๆ

"อืม...แต่เราไปเอารองเท้าบินที่ล๊อกเกอร์กันก่อนนะฮะ" จินออกความเห็น

"นายรู้ได้ไงว่ามันอยู่ในล๊อกเกอร์  แล้วล๊อกเกอร์น่ะมันอยู่ที่ไหน" วิลเลี่ยมหันไปถามจิน  สีหน้าฉงน

"นี่ฮะ...หนังสือคู่มือนิสิต  แล้วก็เอกสารที่ได้รับมาตอนลงทะเบียนหอพัก  นอกจากแผนที่มหาวิทยาลัยกับหอพักแล้วมันยังมีอะไรอีกเยอะแยะเลยฮะ" จินพูดพร้อมชูหนังสือกับปึกเอกสารใบปลิวให้ทุกคนดู

"โห! นายอ่านด้วยเหรอ  มันเยอะซะขนาดนี้แค่เห็นฉันก็แทบลมใส่แล้ว" ลูฟี่ทึ่ง  อ้าปากเหวอกับความเพียรของจิน

"นั่นซิ  แล้วเอกสารที่แจกมันก็มีพวกใบปลิวโฆษณาร้าน  โฆษณาชมรมปนอยู่ด้วย  พอรับมาฉันก็ยัดใส่กระเป๋าหมด  ไม่คิดจะหยิบมาดูด้วยซ้ำ" ออตโตพูด  เขาก็ทึ่งจนอ้าปากเหวอเหมือนกัน

"เอาเป็นว่า...เพราะความชอบอ่านของนายทำให้กลุ่มเราพอจะมีคนที่รู้เรื่องอะไรๆอยู่บ้าง  ไม่งั้นคงพากันเอ๋อทั้งแก๊งค์แน่  ต้องขอบใจนายมากจิน" เมซีเน่พูด "หึ หึ แล้วนายสองคนก็หุบปากได้แล้ว" เธอหันไปสั่งออตโตกับลูฟี่เสียงกลั้วหัวเราะ

...............................……………...................

ทุกคนตามจินไปด้านหลังล๊อบบี้ซึ่งเป็นห้องโถงหน้าลิฟต์  มีบันไดกว้างปูพรมสีเขียวเข้มทอดลงไปชั้นล่าง

ชั้นล่างแบ่งออกเป็นสองส่วน  ส่วนแรกมีโซฟาสีเขียวอ่อนกับโต๊ะกระจกกลมหลายชุด  บอร์ดติดประกาศ  และเวทีพร้อมอุปกรณ์เครื่องเสียง  ไว้นั่งเล่นพักผ่อนหรือจัดประชุม  ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของพื้นที่เต็มไปด้วยตู้เหล็กนับพันแบ่งเป็นแถวเรียงตามตัวอักษร    และระหว่างแถวมีม้านั่งอยู่เป็นระยะ

ตู้ล๊อกเกอร์เป็นตู้สูงแคบ  เปิดโดยใช้ไอดีการ์ดรูด  แต่ละตู้แบ่งเป็นสองส่วน  ส่วนบนเป็นลิ้นชักมีช่องรับจดหมาย  ส่วนล่างแบ่งเป็นชั้นๆ  ที่ชั้นล่างสุดเป็นชั้นวางรองเท้า  มีรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่หนึ่งวางอยู่

ออโรร่าหยิบรองเท้าของเธอขึ้นมาดู  มองเผินๆมันก็คือรองเท้าผ้าใบธรรมดาที่ด้านข้างปักคำว่า 'oasis' ด้วยด้ายสีเขียวเข้มมันวาว  หากเมื่อผลิกดูข้างใต้จึงเห็นรูหลายรู  และมันยังมีรีโมทไร้สายอันเล็กที่มีปุ่มสีสามปุ่มคือ  เขียว  ฟ้า  แดง

"ดูไปมันก็เหมือนรองเท้าผ้าใบธรรมดาเท่านั้น" ออโรร่าพึมพำ

"โห! มันไม่ธรรมดานะฮะ  ราคามันแพงมากเลยล่ะ" จินพูดพลางลูบรองเท้าบินของตัวเองเบาๆอย่างหวงแหน

...............................……………...................

ทุกคนแยกกันที่หน้าลิฟต์  ชายแยกไปขึ้นลิฟต์ด้านซ้าย  หญิงไปด้านขวา  และก่อนขึ้นลิฟต์พวกเขาต้องรูดบัตรจึงเข้าไปได้

ก้าวออกจากโถงหน้าลิฟต์ชั้น N ห้อง N001 ห้องแรกริมซ้ายสุดเป็นห้องของสามสาว  พื้นระเบียงยาวหน้าห้องมีหญ้าสีเขียว  ปูกระเบื้องหินสีเทาสี่เหลี่ยมเป็นทางเดินตรงกลาง  ริมระเบียงมีต้นไม้  พุ่มไม้  และดอกไม้หลากสีสัน  ช่วงกลางคือสายน้ำตกไหลรินลดหลั่นลงไปแต่ละชั้น  ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ริมผาบนภูเขาอันอุดมสมบูรณ์

ระเบียงหน้าห้องว่าตื่นตายังเทียบกันไม่ได้กับในห้อง  เปิดเข้าไปคือห้องกระจกสำหรับนั่งเล่น  มีชุดโซฟาสีเขียวอ่อน  โฮมเธียเตอร์  มีระเบียงสวนหย่อม  ห้องครัวอยู่ด้านซ้าย  และเพราะเป็นห้องริม  สวนหย่อมจึงมีที่ด้านซ้ายติดครัวด้วย  สามารถจัดบาบีคิวปาร์ตี้ได้สบาย 

ห้องด้านขวาคือห้องหนังสือมีโต๊ะพร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เท่าจำนวนคนพัก  ผนังส่วนที่เหลือคือชั้นหนังสือสูงจรดเพดานมีหนังสือเก่าแต่สภาพยังใช้ได้ทิ้งไว้ตามชั้นต่างๆ 

ที่ชั้นลอยคือห้องนอนมีเตียงไม้สีเข้มกับชุดผ้าปูที่นอนสีขาวนุ่มสามเตียง  ตู้เสื้อผ้า  และโต๊ะเครื่องแป้ง  ห้องติดกันด้านขวาคือห้องน้ำเล่นระดับผนังกระจกที่ข้างนอกมองเข้ามาไม่ได้  เปิดประตูเข้าไปคือพื้นไม้ปาร์เก้  มีตู้เสื้อผ้ารวม  และตระกร้าผ้าใช้แล้ว  ต่ำลงไปคือพื้นที่อาบน้ำมีอ่างอาบน้ำรวมขนาดใหญ่สีขาว  และด้านล่างสุดคือห้องสุขา

"เธอรู้จักกับลูฟี่ได้ยังไงน่ะเมซี่" ออโรร่าที่นั่งอยู่บนเตียงกลางถาม  ขณะทั้งสามกำลังเอาเสื้อผ้าในกระเป๋าออกมาจัดเข้าตู้

"อ๋อ...เรารู้จักกันตั้งนานแล้วล่ะ  เจอกันตอนไปออกค่ายสมัยยังเด็กๆอยู่เลย" เมซีเน่ตอบ  เธอนั่งอยู่บนเตียงด้านขวา

"ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก" เสียงเคาะกระจกหน้าต่างดัง  ทั้งสามหันมอง  เห็นพวกหนุ่มๆใส่รองเท้าบินกวักมือเรียกอยู่นอกหน้าต่าง  ออโรร่าเดินไปเปิดหน้าต่างทันทีด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดขีด

"พวกเธอออกมาบินเล่นด้วยกันซิ" ลูฟี่ชวน  ขนสีขาวและหางเรียวยาวของเขาโบกสะบัดไปมาตามแรงลม  แล้วเขาก็ไปเล่นไล่จับกับวิลเลี่ยมและออตโต  เจมส์กำลังประคองจินที่ทรงตัวไม่ค่อยอยู่เพราะเป็นครั้งแรกของจินที่ได้ใส่รองเท้าบิน

"เอ่อ…" ออโรร่าลังเลหันไปมองชาร์ลีน

"ไปเถอะจ๊ะ" ชาร์ลีนยิ้มให้

"ฉันอยู่กับชาร์ลีนดีกว่า  บินจนเบื่อแล้วล่ะ" เมซีเน่พูด  แล้วกลับไปจัดเสื้อเข้าตู้ต่อ 

                 ออโรร่ายิ้มรับแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบสีขาวที่วางข้างเตียงมาใส่อย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้นดีใจ  ตรงไปที่หน้าต่าง  ก้าวเท้าซ้ายขึ้นวางบนขอบสองมือจับกรอบหน้าต่างไว้มั่น  มองออกไปยังเบื้องล่าง  ลมแรงพัดกระพือขึ้นมาผมสีน้ำตาลแดงยาวสลวยของเธอพัดปลิวขึ้น  แล้วเธอก็กระโดดพรวดลงไปจากขอบหน้าต่างดิ่งลงไปยังเบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว  ทำเอาเพื่อนทุกคนตกใจ 

                 วิลเลี่ยม  ลูฟี่  ออตโต  ชะงักกึกในท่าที่กำลังฟัดกันอยู่กลางอากาศ 

                 จินอ้าปากตาค้างมองตามออโรร่าที่กำลังดิ่งลงไป  พลางกอดเจมส์ที่พยายามดิ้นรนเพื่อผละไปหมายช่วยออโรร่าไว้แน่น  ประหนึ่งว่าเป็นตัวเองที่กำลังตกลงไป 

                 ชาร์ลีนชะโงกออกมาดูแล้วร้องกรี๊ดตาเบิกโพลง  เมซีเน่รีบสยายปีกกว้างสีขาวโผบินออกจากห้องมาช่วยแต่เธอก็ช้าเกินไป 

           "ยายนั่นไม่เคยใช้รองเท้าบิน!" วิลเลี่ยมทิ้งตัวดิ่งตามออโรร่าลงไปอย่างรวดเร็ว  แต่ระยะห่างกันเกินไป  อีกไม่กี่เมตรออโรร่าก็จะตกถึงพื้น!!

...............................……………...................

"สวัสดีค่ะทุกท่าน  วันนี้เราจะมาสัมภาษณ์ว่าที่นางเอกคุณ 'เมซีเน่  เอนลิล' ค่ะ…" 

"เดี๋ยวก่อนค่ะ  เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าคะ  ดิฉันเพิ่งจะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการบทที่แล้วนี่เองนะคะ" เมซีเน่ตัวเอกสาวสวยค้านทันควัน

"ไม่มีการเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ  ก็ดูคุณสิคะออกจะเลิศเลอ Perfect ซะขนาดนี้  นี่เลยค่ะ (ว่าพลางฮัมเพลง "พ่าม  พาม  พ้ามมมม!"  และผายมือออกไปด้วย  ภูมิใจนำเสนอมากๆ) 'นัยน์ตาคมสีนิล  ใบหน้าเก๋  ผมยาวตรงสลวยสีดำขลับ  สไตล์การแต่งตัวแบบสาวเปรี้ยว  บุคลิกมั่นใจ  โดดเด่นด้วยปีกใหญ่สีขาวที่กลางหลัง'  เห็นมั้ยคะสวยยังกับเทพธิดาก็ไม่ปาน"

"แล้ว 'ออโรร่า' ล่ะคะ" ว่าที่นางเอก (ที่ถูกยัดเยียด) ตั้งคำถาม  ใบหน้าเก๋นั้นดูยุ่งเหยิงขึ้นทุกที  บ่งถึงความคับข้องลำบากใจ

"อ้าว...ก็ตกตึกตายไงคะ  แล้ว (ว่าที่) พระเอกจอมป่วนก็ตามไปช่วยไม่ทันอีกต่างหาก  จะเหลือหรือคะนั่น  นี่ก็ไม่ใช่นิยายแนวที่มีเวทย์มนต์ชุบชีวิตซะด้วย  ก็เลยต้องหานางเอกใหม่อยู่นี่ไงคะ"

"ยังไงดิฉันก็รับไม่ได้ค่ะ  ออโรร่าเป็นเพื่อนใหม่ที่นิสัยดีมากคนนึง  อยู่ๆคุณจะมาเขียนให้เธอมีจุดจบดื้อๆแบบนี้ไม่ได้ค่ะ  ดิฉันไม่ยอมแน่" ใบหน้าเก๋เริ่มบิดเบี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้ง  นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ 

ฉันถึงกับผงะอึ้งไป  นี่ถ้าไม่เห็นปีกขาวดุจเทพธิดาที่กลางหลังนั่น  ฉันคงกระเจิงหนีด้วยตกใจในใบหน้าสวยเก๋ที่ถึงบทพิโรธก็เปลี่ยนเป็นยักษ์ขึ้นมาได้

"อะ...เอ่อ...ไม่อยากเป็นนางเอกจริงๆเหรอ" ฉันเริ่มเสียงอ่อนลง

"ค่ะ...ไม่อยากเป็น  ตอนหน้าเขียนให้ดีๆด้วยนะคะ  อย่ารังแกตัวเอกบ่อยนักล่ะ  สวัสดีค่ะ" ว่าแล้วเธอก็เดินจากไป

แต่สายตาคมกริบที่เธอมองอย่างเชือดเฉือนข่มขู่ก่อนจากไป  ทิ้งความหวั่นเกรงไว้ในใจฉัน "ใคร!  ใครคิดตัวละครนี้ขึ้นมา...ฮือ...ฮือ...เราเอง...กลัวอ่ะ...ดุจัง...ฮือ  ฮือ  ฮือ"

ติดตามตอนต่อไปกันได้เสาร์หน้านะคะ

อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  ช่วยกันโพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ J

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น