CLEMENCY

ตอนที่ 11 : อาคารเสมอภาค 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 พ.ค. 49


               เช้าวันที่ 30 พฤษภาคม  ทุกคนนัดพบกันแปดโมงเช้า  ที่สนามบินดิไวฟ์ซึ่งอยู่ทิศตะวันออกของเมืองเฮฟเวน

               สนามบินดิไวฟ์ใหญ่โตโอ่อ่าตกแต่งสวยงามแปลกตายิ่ง  โดยการนำศิลปะผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย 

               เสาทุกต้นในอาคารผู้โดยสารแกะสลักเป็นรูปเทพเจ้าในอิริยาบถต่างๆเสมือนมีชีวิต  ที่ผนังไปจนจรดเพดานเป็นภาพวาดโทนสีทองและสีน้ำเงินบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองเฮฟเวนและสาธารณรัฐเมอซี 

               ขณะเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆล้วนนำสมัยแต่ก็เลือกสรรค์ให้เข้ากับปฏิมากรรมและภาพวาดอันงดงาม  เช่น  เก้าอี้นุ่มกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มลายทอง  เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์สีทองสลักลายเถาไม้ 

               แม้แต่ร้านค้าต่างๆในบริเวณสนามบินก็ต้องตกแต่งให้เข้ากันด้วย  ดังเช่นมินิมาร์ทที่ออโรร่ากับวิลเลี่ยมกำลังเลือกซื้อของนี้ก็ตกแต่งเป็นโทนสีทอง  ตามผนังมีภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการค้าขายในอดีต

แค่นี้พอวิลเลี่ยมแต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดสีขาวแขนยาว กางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินเข้ม  รับแซนวิชจากออโรร่าใส่ลงตะกร้าและหยิบขวดน้ำผลไม้ใส่ลงไป

ไปเครื่องบินชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว  มื้อเช้ากินกันแค่นี้ก่อน  เดี๋ยวเที่ยงไปกินที่โน่นกันวิลเลี่ยมพูดขณะทั้งคู่เดินไปที่แคชเชียร์ 

หลังจ่ายเงินค่าขนมกับเครื่องดื่มทั้งสองก็เดินกลับไปที่เก้าอี้นั่งรอบริเวณหน้าช่องทางเข้าเช็คอิน

 จินยังไม่มาอีกเหรอ?” ออโรร่าถามชาร์ลีนที่ผุดลุกผุดนั่ง  มองนาฬิกาข้อมือสลับกับมองไปยังทางเดินอย่างกระวนกระวาย  เธอสวมเสื้อยืดแขนยาวสีฟ้าเข้ารูป  กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบสีฟ้า

ยังเลยจ๊ะ  นี่ใกล้เวลาแล้วด้วยชาร์ลีนตอบ  ออโรร่านั่งลงข้างเธอ  ชาร์ลีนอยู่ในชุดแซกแขนสั้นสีขาวกระโปรงยาวระบายลูกไม้

เดี๋ยวเขาก็มา  เธอเลิกกังวลได้แล้ว  เอ้ากินนี่รองท้องซะหน่อยวิลเลี่ยมนั่งลงอีกข้างชาร์ลีน  ยื่นแซนวิชให้ นายด้วย  แซนวิชเกติไม่มีนะ  เลยเอาพายมาให้แทนแล้วส่งพายให้เจมส์ที่นั่งถัดไปจากเขา 

เจมส์ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำ  กางเกงยีนส์  รองเท้าผ้าใบสีดำกำลังนั่งอ่านหนังสือ  เมื่อวิลเลี่ยมยื่นห่อพายให้เขาก็วางหนังสือลง  รับพายมาแกะห่อกระดาษออกและเริ่มกิน

ออโรร่าลุกจากที่นั่งเดินมารับแซนวิชจากวิลเลี่ยม  เธอเห็นชาร์ลีนยังกระวนกระวายอยู่และยังไม่แกะห่อแซนวิชกินเสียทีจึงดึงเอาแซนวิชจากมือชาร์ลีนมาแกะให้  และเปิดขวดน้ำผลไม้พร้อมใส่หลอดให้เสร็จสรรพ  ก่อนจะยื่นคืนให้ชาร์ลีน

กินซะหน่อย  ตั้งแต่เช้าเรายังไม่ได้กินอะไรเลยออโรร่าพูด

ขอบใจจ๊ะชาร์ลีนยิ้ม  รับแซนวิชกับน้ำผลไม้มาและยอมกินในที่สุด

ครู่ต่อมาจินก็วิ่งกระหืดกระหอบมายังเพื่อนๆที่นั่งรออยู่  แม้วันนี้จะไม่ต้องแต่งตัวสุภาพเหมือนวันมอบตัว  จินก็สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว  กางเกงขายาวสีดำกับรองเท้าคัดชูสีดำเหมือนทุกครั้ง

ขะ...ขอโทษ  ระ...รถคุณหวังจินพูดไปหอบไป

เฮ้อนึกว่าเธอจะมาไม่ทันซะแล้วชาร์ลีนถอนหายใจโล่งอก  แล้วขยับที่ให้จินนั่ง  ออโรร่าขยับถัดออกไป

รถคุณหวังเสียอีกแล้วล่ะซิ  เอาเถอะ..ยังเหลือเวลานิดหน่อยวิลเลี่ยมพูดพลางก้มลงควานหาพายในถุง เอ้า..รีบกินซะจะได้ไปกันเขายื่นพายให้จิน

ขอบใจ...นี่?” จินค่อยหายเหนื่อยจังหวะการหายใจเริ่มเป็นปกติขึ้น  เขารับพายมาแกะห่อแล้วนึกขึ้นได้หันไปถามวิลเลี่ยม

ฉันไม่ลืมหรอกว่านายเป็นมังสวิรัส  นั่นพายฟักทองน่ะวิลเลี่ยมตอบ  แล้วกินแซนวิชของตัวเองบ้าง

โฮ่! ไม่อยากเชื่อว่าคุณชายเฮอร์เรียตจะลดตัวลงไปกินแซนวิชถูกๆจากร้านมินิมาร์ทน้ำเสียงดูถูกที่คุ้นหูดังขึ้นตรงหน้าวิลเลี่ยมที่กำลังก้มหน้าก้มตากินแซนวิชอยู่อย่างเร่งรีบ

วิลเลี่ยมลุกขึ้นยืนเท้าเอวตาขวางเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทันที นายมีธุระอะไรกับพวกเราไม่ทราบเขากระแทกเสียงถาม 

ทุกคนลุกขึ้นยืนเช่นกันและต่างส่งสายตาไม่พอใจให้กับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ

ก็...แค่อยากทักทายตามประสาคนรู้จักเอ็ดมันด์ตอบกวนๆ  พลางไล่สายตามองพวกเขาทีละคน 

สายตาชิงชังมองสองพี่น้องเฮอร์เรียต  สายตาเหยียดหยามที่จิน  สายตาเฉยชามองชาร์ลีน  และสายตาเคืองแค้นที่ออโรร่า 

กลุ่มเพื่อนเอ็ดมันด์ก็เชิดหน้าท้าทายกวนอารมณ์  บางคนชูนิ้วกลางส่งสัญญาณหยาบคายมาให้ด้วย

โอ้โห! ไม่ยอมให้เงินทองรั่วไหลเลยนะ     ดื่มโกโก้รสห่วยของบริษัทตัวเองด้วยเอ็ดมันด์หยิบกล่องโกโก้เย็นจากถุงที่วิลเลี่ยมวางไว้บนพื้นขึ้นมาดู  มันเป็นกล่องโกโก้สีน้ำเงินสดใสยี่ห้อเฮอร์เรียต  มีตัวมาสคอทมังกรสีเงินถือแก้วโกโก้ชูนิ้วโป้งและแลบลิ้นเลียฝีปากทำท่าว่าอร่อย

วิลเลี่ยมเดือดดาลกำหมัดแน่นทั้งสองข้างพร้อมระเบิดอารมณ์  เอ็ดมันด์รู้ทันถอยหลังไปอยู่กับหมู่เพื่อนและบอดี้การ์ดซึ่งแต่ละคนล้วนตัวใหญ่  และพร้อมใจกันควักพลองออกมาเตรียมตัวประจันบาน

แน่จริงมาสู้กันตัวต่อตัวซิ!” วิลเลี่ยมถลาจะเข้าไปคว้าตัวเอ็ดมันด์แต่เจมส์กับจินรั้งตัวเขาไว้  เขาจึงได้แต่คว้ามือไปมาในอากาศอย่างกราดเกรี้ยว

ทำไมนายต้องโกรธล่ะ  ก็..มันรสชาติห่วยจริงๆเอ็ดมันด์ตะโกนก้องอย่างท้าทาย คนอื่นรอบๆเริ่มหันมาสนใจ  แล้วเขาก็ทิ้งกล่องโกโก้ลงพื้นและกระทืบจนน้ำนมผสมโกโก้ทะลักแตกกระจายนองพื้น  เพื่อนของเขาก็พากันหัวเราะสนับสนุนด้วย 

มันเป็นการจุดอารมณ์โกรธของเจมส์ให้ประทุ  ดวงตาสีเทาที่มักเย็นชาไม่แสดงอารมณ์กับสิ่งรอบข้างที่มากระทบกลับมีประกายไฟแห่งโทสะแรงกล้า     เขาปล่อยมือที่รั้งวิลเลี่ยม  ปล่อยให้จินรั้งไว้คนเดียว  แล้วดึงพลองออกมาถือตั้งท่าพร้อมต่อสู้

อย่านะเจมส์!”  ชาร์ลีนตกใจสีหน้าท่าทางโกรธจัดของเจมส์  พุ่งตัวจะเข้ามาขวาง  ทั้งที่รู้ว่าคงไม่ทัน 

หยุดนะเอ็ดมันด์!” เสียงทรงพลังอำนาจดังมาจากด้านหลังกลุ่มคอร์เนอร์ 

ทุกคนชะงัก  เอ็ดมันด์หน้าซีดเผือดลงทันที  ทุกคนรวมทั้งเจมส์เก็บพลองไปอย่างรวดเร็ว  แล้วแหวกทางให้เจ้าของเสียง  ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผิวขาว     ผอมสูง     ผมสั้นสีแดงเรียบ     ดวงตาสีเทาเยียบเย็น    เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าวิลเลี่ยมกับเจมส์ 

จินปล่อยแขนวิลเลี่ยมลงโดยอัตโนมัติ  ทั้งที่ไม่รู้จักแต่เขาก็พออนุมานได้ว่าคนคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา  ทุกคนพากันก้มหัวโค้งคำนับให้ชายคนนี้  จินกับออโรร่าจึงทำตาม

หยุดนิสัยแย่ๆ ของแกซะที  แล้วขอโทษวิลเลี่ยมกับเจมส์ซะเขาหันไปสั่งเอ็ดมันด์เสียงเด็ดขาด

เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ  เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นวิลเลี่ยมพูด  เปลี่ยนจากท่าทีเกรี้ยวกราดเป็นสุภาพ

ไม่ได้...ไม่ได้  ฉันเห็นอยู่ว่าเจ้านี่มันหาเรื่องเธอเขาพูดกับวิลเลี่ยมอย่างอ่อนโยน

ไม่เป็นไรจริงๆครับท่านไอแซควิลเลี่ยมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

ถึงเธอยอม  แต่ฉันยอมไม่ได้  ลูกชายฉันมันนิสัยเสียชอบหาเรื่องไปทั่ว  เอ้อ...วันนั้นในเมืองฉันต้องขอบใจเธอด้วยที่ช่วยสั่งสอนมันกับฟิเลียให้ไอแซคพูดแล้วหันไปคว้าไหล่เอ็ดมันด์ลากออกมาจากกลุ่มเพื่อน ขอโทษซะ...เร็ว!” เขาตวาดเอ็ดมันด์

ขอโทษ!” เอ็ดมันด์พูดกระแทก

แค่นั้นแหละ  ทีหลังอย่าก่อเรื่องอีก  ไป! เครื่องใกล้ออกแล้วไอแซคไล่เอ็ดมันด์ไปที่หน้าช่องทางเข้าเช็คอิน  ซึ่งที่นั่นฟิเลียกับหญิงวัยกลางคน  ร่างบอบบาง  ผิวขาว  ผมสีแดงยาวเป็นลอน  น้องสาวและแม่ของเอ็ดมันด์รออยู่

ฉันขอโทษแทนลูกชายด้วย  แล้วพบกันนะไอแซคพูดกับวิลเลี่ยมแล้วเดินตามเอ็ดมันด์ไป  ทุกคนโค้งคำนับให้เขาอีกครั้งหนึ่ง

ไอแซคคนที่เคยเล่าว่าเกลียดพวกมนุษย์พิเศษใช่รึเปล่าออโรร่าถามวิลเลี่ยมเมื่อไอแซคเดินจากไปไกลแล้ว ไม่เห็นเขาแสดงท่าทีรังเกียจอะไรกับจิน  แล้วฉันว่าเขาก็ดูเป็นคนดี

ฉันไม่เถียง...เขาดีจริง!  ก็เพราะเขาเป็นรัฐมนตรีกิจการภายในประเทศที่เก่งกาจทำให้ประเทศเราเจริญขนาดนี้  แต่การที่เขาไม่แสดงอะไรกับจินไม่ได้หมายความว่าเขาจะชอบจินหรอกนะ  ผู้ใหญ่น่ะมีวิธีการแสดงออกที่เจ็บแสบยิ่งกว่าการโวยวายเปิดเผยแบบวัยรุ่นอย่างพวกเราวิลเลี่ยมพูดเสียงเนือย

วิธีอะไร?” ออโรร่าขมวดคิ้ว  จินจ้องตรงไปที่วิลเลี่ยมอย่างสนใจจดจ่อรอคำตอบ  ขณะเจมส์กับชาร์ลีนซึ่งรู้คำตอบอยู่แล้วช่วยกันเก็บกล่องโกโก้บนพื้นและรวบรวมห่อขนมที่กินกันไปทิ้งถังขยะ

ก็...ทำเป็นมองไม่เห็น  ทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้น่ะซิวิลเลี่ยมตอบพลางยักไหล่ 

ออโรร่ากับจินอ้าปากค้าง  การทำเช่นนั้นมันเลวร้ายกว่าการแสดงท่าทีรังเกียจจริงๆ  มันสื่อความนัยออกมาได้ว่าสิ่งนั้นมันต่ำจนไม่มีค่าควรแม้แต่จะมอง...

...............................……………...................

ลงจากเครื่องที่สนามบินในมหาวิทยาลัยโอเอซิส  และนั่งรถประจำทางต่อไปยังหอพัก

ภายในมหาวิทยาลัย  ถัดจากสนามบินและสถานีรถไฟซึ่งอยู่ด้านหลังหอประชุมกับตึกที่ทำการอธิการบดีสีขาวที่อยู่คนละฝากถนนคือป่าทึบกว้างใหญ่ 

ถัดจากป่ามาเป็นหมู่บ้าน  เลยไปอีกเป็นเขตหอพัก  อาคารเรียน  ที่ทำการต่างๆท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่นที่ไม่เหลือให้เห็นเค้าว่าอยู่กลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง  ซึ่งรูปแบบบ้านเรือนและอาคารน่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง 

มันไม่ใช่ตึกคอนกรีตรูปทรงทันสมัยเหมือนอาคารหอประชุมกับตึกอธิการบดี  แต่ทุกตึกเป็นสีน้ำตาลที่ทุกชั้นเหลื่อมกันเล็กน้อยมีธารน้ำตกไหลลงมาเป็นสายจากชั้นบนสู่ด้านล่างซึ่งเป็นลำธารล้อมรอบ  โดยแต่ละชั้นถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวและดอกไม้สีสดใส  มองไกลๆเหมือนเป็นภูเขาสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์  มีผีเสื้อและนกนานาชนิดอยู่ทั่วไป  บนท้องฟ้ามีมนุษย์กับมนุษย์พิเศษสวมรองเท้าบินสัญจรไปมาระหว่างตึก  ทุกคนทักทายพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร

รถบัสประจำทางสีเขียวเข้มของมหาวิทยาลัยทุกคันเต็มแน่นด้วยฝูงชนที่ต่างหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระของตนทั้งเล็กและใหญ่ 

ออโรร่ามีกระเป๋าเป้ใบเล็กของเธอที่ติดตัวมาจากโลกกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ใบหนึ่ง  พวกผู้ชายมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่คนละใบ  ส่วนชาร์ลีนมีกระเป๋าใบใหญ่สองใบกับกระเป๋าสะพายใบเล็กอีกหนึ่ง

เธอหอบอะไรมาเยอะแยะเนี่ย  ถ้าขาดเหลืออะไรก็ให้ที่บ้านส่งมาให้ทีหลังก็ได้วิลเลี่ยมที่ช่วยถือกระเป๋าใบหนึ่งให้ชาร์ลีนบ่น  เนื่องจากรถแน่นมาก  พวกเขาที่ขึ้นมาทีหลังจึงไม่มีที่นั่ง

หอพักปีหนึ่งป้ายหน้าครับ  ตรวจดูสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนลงนะครับคนขับรถประกาศ

พวกเขาจึงขยับตัวจากกลางรถไปที่ประตูด้านหน้า  นิสิตรุ่นพี่มีน้ำใจมากช่วยกันส่งต่อกระเป๋าของน้องปีหนึ่งลงไปส่งที่ป้ายข้างล่าง

ขอบคุณครับ/ค่ะพี่นิสิตปีหนึ่งทุกคนโค้งคำนับขอบคุณ

ไม่เป็นไรน้อง  โชคดีนะพวกรุ่นพี่โบกมือให้  และกลับขึ้นรถซึ่งตอนนี้ว่างมากและมีที่นั่งเหลือหลายที่

หอพักปีหนึ่งใหญ่โตกว้างขวางมาก  เป็นอาคารแฝดที่มีส่วนเชื่อมตรงกลางสามชั้นแรก  หน้าทางเข้าเป็นลานคอนกรีตกว้างสำหรับจอดรถหรือทำกิจกรรม  เหนือประตูกระจกเลื่อนอัตโนมัติที่เป็นทางเข้ามีป้ายยักษ์สีเขียวเข้มสลักอักษรสีขาวว่า อาคารเสมอภาค

จำนวนนิสิตปีหนึ่งมากมายทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษหลั่งไหลมาไม่ขาดสายทำให้ลานกว้างเต็มไปด้วยฝูงชน  และประตูเลื่อนที่ทางเข้าแทบจะไม่ได้เลื่อนปิดเลย 

ทุกคนต่างมุ่งเข้าไปในอาคารสู่บริเวณล็อบบี้  ซึ่งเป็นห้องโล่งกว้างสีขาว  ผนังด้านในสุดเป็นเคาน์เตอร์ไม้ยาวขัดมันที่ด้านหลังมีเจ้าหน้าที่นับสิบคนนั่งอยู่  และบอร์ดที่กำแพงติดประกาศไว้

ระเบียบการลงทะเบียนหอพัก

10.00 15.00. จับกลุ่มเลือกห้องพัก  ห้องละ 3-6 คน

15.00 17.00. ผู้ที่ไม่สามารถจับกลุ่มเลือกห้องพักได้  เจ้าหน้าที่
จะทำการสุ่มเลือกให้

หมายเหตุ 

1.ในแต่ละห้องต้องมีมนุษย์และมนุษย์พิเศษพักร่วมกัน

2.นิสิตทุกท่านต้องเช็คอินเข้าห้องพักก่อนเวลา 18.00.

 

พวกเธอแย่แน่  เราไม่มีเพื่อนผู้หญิงเป็นมนุษย์พิเศษเลยออตโตในชุดเสื้อยืดสีน้ำตาล กางเกงยีนส์  เสื้อกั๊กกับรองเท้าหนังสีดำ เขามารถไฟตามมาสมทบทีหลัง  ออกความเห็นด้วยสีหน้าเป็นห่วงเมื่ออ่านประกาศจบ

อย่ากังวลเลยฮะ  มีเวลาตั้งเยอะ  เราหาที่นั่งกันก่อนดีกว่าจินพูด  แล้วหันหลังจะเดินไปแต่ไปชนกับใครคนหนึ่งเข้า โอ๊ะ! ขอโทษครับจินก้มลงช่วยพยุงผู้ที่เขาชนล้มลงไป

อูยไม่เป็นไรครับมนุษย์ลิงขนสีขาว  ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่าจินมากค่อยๆลุกขึ้นยืนพลางลูบขนหางตัวเองที่เพิ่งล้มทับลงไป  เขาสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีครีม  กางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบสีขาว  และพอเงยหน้าขึ้นเห็นวิลเลี่ยมก็ยิ้มดีใจ

อ้าวพวกคุณน่ะเอง  บังเอิญจริงๆ  ผมไงครับที่คุณเคยช่วยไว้ตอนสู้กับพวกผมแดงที่เมืองเฮฟเวน

อ๋อคุณน่ะเอง  คุณเป็นนิสิตใหม่ที่โอเอซิสด้วยเหรอวิลเลี่ยมยิ้มตอบ

ครับ..วันนั้นไม่ทันได้แนะนำตัว  ถือโอกาสนี้เลยล่ะกัน ลูฟี่  สโนว์ครับ  ยินดีที่ได้รู้จักลูฟี่พูดพร้อมกับยื่นมือให้วิลเลี่ยมจับ

วิลเลี่ยมจับมือ เรารุ่นเดียวกัน  กันเองเถอะนะ

...............................……………...................

โชคดีจริงๆที่มาเจอกันอีก  ไม่งั้นคงต้องรอจนโดนสุ่มเลือกห้องแน่ลูฟี่พูด  ขณะเดินนำแหวกฝูงชนที่มีทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษไปโรงอาหารที่อยู่ด้านขวาล็อบบี้ 

ทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษยืนแยกกลุ่มกันไปคนละฟากห้องอย่างเห็นได้ชัด  และทั้งหมดต่างก็ตกอยู่ในอาการกระวนกระวายกลุ้มใจกับกติกาการลงทะเบียนห้องพักกันทั้งสิ้น

แย่จริง  จะให้ไปนอนร่วมห้องกับพวกมนุษย์น่ะเหรอ  ฝันไปเถอะ!” มนุษย์เสือหนุ่มพูดกับเพื่อนเสือสาว  พวกเขายืนอยู่ในหมู่มนุษย์เสือด้วยกัน

พวกสัตว์ป่าเถื่อนไร้อารยธรรมที่เดินได้สองขา  ไปนอนด้วยไม่รู้พรุ่งนี้เช้าฉันจะมีชีวิตรอดกลับมาเจอพวกเธออีกรึเปล่าสาวผมบ๊อบสีน้ำตาลอ่อนพูดกับกลุ่มเพื่อนสาว

จะมนุษย์หรือมนุษย์พิเศษเผ่าอื่นก็แย่พอกันนั่นแหละ ช่วยกันคิดหน่อยสิจะทำไงกันดี  ไม่งั้นถ้าโดนสุ่มยิ่งแย่เข้าไปใหญ่  พวกเราอาจไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันเลยสักคนนะมนุษย์หนูหนุ่มพูดกับเพื่อนกลุ่มมนุษย์หนูของเขา  พวกเขาตัวเล็ก  สูงแค่ประมาณเอวของมนุษย์เท่านั้น

จะเข้าไปในโรงอาหารได้ต้องรูดไอดีการ์ดที่ช่องหน้าประตูเลื่อน  เมื่อรูดบัตรผ่านสัญญาณสีเขียวจะปรากฎบนปุ่มเหนือช่องรูดบัตร  แล้วประตูจึงเลื่อนเปิดออก  เหตุที่ต้องเป็นเช่นนั้นเพราะโรงอาหารมีไว้เพื่อบุคลากรและนิสิตปีหนึ่งในหอพักนี้เท่านั้น  โดยมีป้ายเหล็กแขวนอยู่เหนือประตูข้อความว่า โรงอาหารเฉพาะนิสิตปีหนึ่ง  และบุคลากรในหอพัก  

พวกเราก็มีปัญหาอยู่เหมือนกัน  ออโรร่ากับชาร์ลีนยังหามนุษย์พิเศษที่จะมาร่วมห้องไม่ได้เลยวิลเลี่ยมพูด  สีหน้าน้ำเสียงกังวลเมื่อเข้ามาในโรงอาหารกันแล้ว

สบายใจได้  กำลังจะพาไปหาอยู่นี่แล้วไงลูฟี่พูดสีหน้ายิ้มแย้ม 

พวกเขาเดินผ่านโต๊ะพลาสติกสี่เหลี่ยมสีขาว  แต่ละโต๊ะจัดเก้าอี้กลมสีขาวไว้รอบสี่ตัว  บางโต๊ะก็ถูกดึงมาติดกันและวางเก้าอี้ไว้หลายตัว  ด้านในสุดมีเคาน์เตอร์ยาวไปตลอดแนวกำแพง  บนเคาน์เตอร์มีครอบกระจกที่มีถาดอาหารหลายถาดอยู่ข้างใน  ส่วนผนังสองด้านที่เหลือเป็นกระจกที่มองออกไปภายนอกได้  แต่ภายนอกจะมองเข้ามาไม่เห็น  โดยที่กระจกมีสายน้ำตกบางๆไหลลงมาสู่ลำธารเบื้องล่างซึ่งล้อมรอบหอพัก  และมีสวนเขียวขจี

ลูฟี่พาไปที่โต๊ะเล็กติดผนังกระจกด้านในสุด เมซี่! ฉันหาคนนอนกับเธอได้แล้วเขาโบกมือตะโกนเรียกเพื่อนสาว  ซึ่งก็คือสาวผมยาวตรงสีดำ  นัยน์ตาสีนิล  มีปีกใหญ่สีขาวที่หลัง  เธอแต่งตัวชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าแขนยาวสีเขียวอ่อน  กระโปรงหนังสั้นสีดำ  สวมแจ๊กเกตหนังสีเดียวกัน  ถุงน่องสีเดียวกับสีผิวขาวอมชมพูของเธอ  และสวมรองเท้าบู๊ตหนังสีดำ  ดูเป็นสาวเปรี้ยวมั่นแต่น่ารัก

เนื่องจากเสียงดังของลูฟี่  ทำให้ทั้งหมดตกเป็นเป้าสายตาของทั้งมนุษย์และมนุษย์พิเศษที่มีอยู่ประปรายในโรงอาหารกว้างใหญ่สีขาวสะอาดตานี้ทันที  พร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาที่แม้ฟังไม่ได้ศัพท์แต่ก็พอจับเค้าน้ำเสียงได้ว่าไม่ได้วิจารณ์ไปในทางที่ดี

เพื่อนสาวของลูฟี่โบกมือตอบ  พลางยิ้มให้ทุกคนขณะมาถึงโต๊ะ

เมซี่จำได้มั้ย?  นี่คนที่เคยช่วยพวกเราในเมืองเฮฟเวนไงลูฟี่ถามสีหน้ายิ้มแย้ม

แน่นอนสวัสดีค่ะทุกคน  ฉัน เมซีเน่  เอนลิลเรียกง่ายๆว่าเมซี่ก็ได้ค่ะเมซีเน่ลุกขึ้นทักทายและยื่นมือให้

คร้าบ...ผม ออตโต  เบลมอท ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณครับออตโตเบียดแทรกระหว่างเจมส์กับวิลเลี่ยมเพื่อเข้ามาจับมือเมซีเน่ก่อนใคร  ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตของเขาทำเอาเจมส์กับวิลเลี่ยมกระเด็นไปคนละทิศ  แม้แต่จินที่ตัวโตพอกันกับออตโตยังถูกเบียดจนเซเกือบจะล้มไปทับวิลเลี่ยมเข้า  ดีที่เขาเบี่ยงตัวหลบไปโดนโต๊ะเข้าซะก่อน

โห...ไม่ค่อยจะหม้อเลยนะเพื่อนเราวิลเลี่ยมบ่น  เมื่อทรงตัวได้แล้ว

ทุกคนกลับมาที่ล็อบบี้  และตรงไปยังเคาน์เตอร์ทันที

ลงทะเบียนห้องพักครับวิลเลี่ยมพูดกับพนักงานสาวผมม้าสั้นสีดำในฟอร์มชุดสูทสีเขียวเข้มที่ก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่หลังเคาน์เตอร์  เมื่อได้ยินเสียงวิลเลี่ยมเธอเงยหน้าขึ้นทันที

อะไรนะ...เธอหาเพื่อนร่วมห้องตามกติกาได้แล้วเหรอ?!” พนักงานสาวถามเสียงดัง  สีหน้ากึ่งประหลาดใจเจือตกใจ  ทำให้เพื่อนพนักงานอื่นๆกรูกันมาที่เธอทันที  และกลุ่มนิสิตรอบๆต่างหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน  เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจหยุดลงหมด  ทุกคนต่างเงียบฟังว่าเกิดอะไรขึ้น...

  ...............................……………...................

 

เอ่อ...ฉันไม่อยากจะบ่นหรอกนะ  แต่ว่านายจะใจเย็นๆหน่อยได้มั้ย      วิลเลี่ยม  ชอบหาเรื่องให้ฉันต้องเขียนบทบู๊อยู่เรื่อย  มันเขียนยากนะยะ ว่าจะไม่บ่น  แต่ฉันก็อดไม่ได้

เชอะ! แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เขียน  ปล่อยให้ฉันโมโหไม่ได้ล้างแค้น  เธอเป็นนักเขียนยังไงน่ะ  ชอบเขียนให้พวกตัวโกงมาแหย่ให้ฉันโมโหอยู่ได้ วิลเลี่ยม  เจ้าตัวเอกผมทอง  หน้าหล่อ  จอมหาเรื่อง  หันมาเถียงทันควัน

อะ...เอ่อ...ก็....ช่างเถอะ! เออ...วันนี้เราจะมาสัมภาษณ์เจมส์กันนะ  ไม่ได้สัมภาษณ์นาย  ไปไป๊...ถอยไปซิ ถูกของเค้า...เถียงไม่ออก  ฉันเลยเปลี่ยนเรื่องไล่ไปให้พ้นๆ  แต่จะว่าไล่ก็ไม่ถูก  เพราะเจ้าตัวเอกจอมหาเรื่องด่าฉันเสร็จก็เดินหนีไปแล้วก่อนฉันจะออกปากไล่ซะอีก

 เป็นไงบ้างคะ...เหนื่อยมั้ยที่ต้องมารับบทเป็นพี่ชายคอยดูแลวิลเลี่ยมน่ะค่ะฉันปรับสีหน้าถมึงทึง  หันกลับมายิ้มหวานสัมภาษณ์เจมส์  ตัวเอกผมดำ  นัยน์ตาสีเทา  หน้าหล่อ  ผู้น่ารัก

ไม่เหนื่อยครับ เจมส์ตอบเสียงเรียบ  ใบหน้าเฉยสนิทไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

อืม...จะฝากอะไรถึงแฟนๆที่ชื่นชอบหน่อยมั้ยคะ  มีหลายคนเม้นท์มาว่าปลื้มเจมส์เหลือเกิน ฉันถามเสียงอ่อนโยน  ยังคงสีหน้ายิ้มแย้ม

ไม่มีครับ เจมส์ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  ใบหน้าเฉย  เล่นเอาฉันคอตก  หมดอารมณ์สัมภาษณ์  ซึ่งตัวเอกผู้มีบุคลิกเฉยชาเป็นอาจิณคงรับรู้ได้  จึงผละจากไปเงียบๆ โดยฉันไม่ต้องบอก  เป็นอันต้องจบบทสัมภาษณ์โดยปริยาย 

เออ...ให้มันได้อย่างงี้ซิ!  ใครฟะดีไซน์คาแรกเตอร์สองตัวนี้ขึ้นมาน่ะ  คนนึงก็กวน  คนนึงก็ไร้อารมณ์  อ้าว...เราเองนี่หว่า!” แหะ แหะ ด่าตัวเอง

 

ติดตามตอนต่อไปกันได้เสาร์หน้านะคะ

อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  ช่วยกันโพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ J

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,454 ความคิดเห็น