ไฟละมุน

ตอนที่ 31 : บทที่ 23 วัดใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    7 มี.ค. 56


บทที่ 23  วัดใจ



            กุณฑ์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากหลับไปเพราะฤทธิ์ยา  เขานอนมอง

บัวบุษย์นั่งทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน มารดาของเขา

กลับไปแล้ว พร้อมป้าพินและนายเข้ม เขารู้สึกยินดีที่คนในครอบครัว ถูกใจคนที่เขารัก


บุคลิกสุภาพนุ่มนวลท่าทีที่เป็นมิตรโดยธรรมชาติของเธอ ไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ ก็สามารถ

ทำให้ผู้ที่พบเห็น เมตตาได้ไม่ยาก ประกอบกับบัวบุษย์เอง แสดงออกอย่างชัดเจน ว่า

เธอพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ นั่นยิ่งทำให้เขารักเธอมากขึ้น เขาไม่คิดว่าเธอจะ

เข้มแข็งได้ขนาดนี้ แววตาที่เขามองเธอจึงลึกซึ้ง มั่นคง

            ชายหนุ่ม ก็ต้องหลับตาลงทันควัน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมามอง เขาแกล้งทำเป็น

หลับเพื่อให้เธอได้มีเวลาในการทำงานของเธอเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวล

            บัวบุษย์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เธอรู้สึกเหมือนถูกมอง แต่ทำไม..  หญิงสาวลุก

ขึ้นเดินไปที่เตียงคนไข้ทันที  เธอเดินไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของเขา ก่อนจะไล่สายตา

ช้าๆ ขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลา ที่กำลังหลับตาพริ้ม หญิงสาวเห็นแพขนตาของเขา

ขยับน้อยๆ จึงแน่ใจว่าเขาแกล้งหลับแน่..

             หญิงสาววางมือไปที่ขาของเขาทันที กุณฑ์สะดุ้งเล็กน้อยแต่เสียงร้อง.. ดัง

กว่ามาก  “ โอ๊ยยย!!..  คุณบุษย์  เจ็บครับ “  พร้อมกับลืมตาโตขึ้นมามองหญิงสาว

            บัวบุษย์ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินมาที่ข้างเตียง “ ก็.. คุณหนะ ตื่นตั้งนานแล้ว

ทำไมต้องแกล้งหลับด้วยหละคะ บุษย์จะได้ให้ยาก่อนอาหาร “

             “ ก็..ผมเห็นคุณกำลังทำงานนี่ครับ ก็เลยไม่อยากกวน “ กุณฑ์บอกเสียงอ่อย

             “ ป้าพินบอกว่า คุณไม่ค่อยชอบทานยา “  หญิงสาวเดินไปที่โต๊ะหัวเตียงซื่ง

นางพยาบาลนำยาก่อนอาหารมาวางไว้ให้ เทน้ำใส่แก้ว แล้วจึงหันมาปรับเตียงคนไข้

ด้านศีรษะให้สูงขึ้น ขยับหมอนให้เขาอยู่ในท่าที่สบาย ก่อนจะส่งยาและน้ำให้

             “ ได้เวลาทานยาแล้วนะคะ.. คุณไฟ “

             “ แย่จัง..นี่.. ป้าพินกลายเป็นพวกคุณไปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย.. “  ชายหนุ่ม

ทำหน้าย่นอิดออด

             “ ทานเถอะค่ะ.. นะคะ จะได้หายเร็วๆ เดี๋ยวเข้มก็จะนำอาหารเย็นมาส่งแล้ว “

             “ ถ้าอยากให้ผมทาน.. งั้นคุณบุษย์ ป้อนผมที.. นะครับ “   ชายหนุ่มหันไป

อ้อนเธอแทน ด้วยประกายตาเว้าวอน

             บัวบุษย์ค้อนเขาเล็กน้อย ก่อนจะยอมป้อนยาใส่ปากเขา แล้วตามด้วยน้ำจน

หมดแก้ว วางแก้วแล้วจึงหันมาถามเขาอย่างห่วงใย

             “ คุณ.. ยังปวดแผลอยู่รึเปล่าคะ “  หญิงสาวกุมมือของเขาไว้แล้วบีบมือใหญ่

แข็งแรงนั้นเบาๆ

             “ ก็.. มีบ้างครับ แต่ว่าไม่เป็นไร ผมทนได้ครับ “   ชายหนุ่มเห็นความห่วงใย

ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ จึงพลิกมือของเธอมากุมไว้ ก่อนจะลูบไล้ไปที่สร้อยข้อมือ

เส้นบาง ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งการร้อยหัวใจของเขาและเธอไว้ด้วยกัน

             “ คุณบุษย์.. ครับ   ผมขอบคุณจริงๆ นะครับ ที่คุณมาอยู่ดูแลผม “

             “ ค่ะ บุษย์ ยินดีและเต็มใจที่จะดูแลคุณค่ะ  “  หญิงสาวประสานสายตาที่เต็ม

ไปด้วยความรักความห่วงใยและความเชื่อมั่น ว่าเขารักเธอจริงๆ จนเธอยอมที่จะเอาชีวิต

ทั้งชีวิตผูกพันไว้กับเขา แม้เขาจะไม่เคยบอกว่ารักเธอเลยสักครั้ง แต่ทุกสิ่งที่เขาทำ ก็

ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด

             กุณฑ์ดึงหญิงสาวเข้าไปกอด เขาลูบศีรษะของเธอเบาๆ

             “ คุณไฟคะ.. บุษย์ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ  “  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง

             “ ถามมาสิครับ.. คนดี “  เขาจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างนุ่มนวล

             “ คุณเคยบอกว่า คุณเอรี่เป็นเพื่อนของคุณ.. แล้วทำไม คุณถึงถามเธออย่าง

นั้นหละคะ  “  บัวบุษย์มองหน้าเขาด้วยความสงสัย ชายหนุ่มอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบีบ

จมูกเธอเบาๆ

             “ คุณ.. หึงด้วยหรือครับ “

             “ เปล่านี่ค่ะ.. บุษย์  ก็แค่สงสัยหนะค่ะ  “   หญิงสาวอุบอิบตอบ ผิวหน้าแดง

ระเรื่อ แล้วทำท่าจะถอยออกมาจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเธอ

             “ คุณบุษย์คร๊าบบบ.. คุณก็ทราบ ว่าเอรี่เขาไม่ได้คิดกับผมอย่างที่ผมคิดกับ

เขา ส่วนว่าถ้าจะให้ผมบอกว่าผมไม่ได้รักเขา เขาจะฟังหรือครับเพราะตลอดเวลาที่ผ่าน

มา เขาก็ทราบอยู่แล้ว ว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับเขา ผมถึงต้องพยายามทำให้เขายอมรับ

กับตัวเองให้ได้ไงหละครับ.. ว่าจริงๆ แล้ว เขารักผมจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งคุณ..ก็เห็นแล้ว

นี่ครับ.. ว่าผลมันเป็นยังไง “

             “ ค่ะ “  หญิงสาวพยักหน้า  “  เธอไม่ได้รักคุณ..  “

             “ อีกอย่าง..  ที่ผมกล้าถามเธอออกไปต่อหน้าคุณ.. เพราะผมคิดว่า คุณ.. จะ

เป็นคนที่เข้าใจผม ดีที่สุด.. “

             หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง เห็นความจริงใจและจริงจังในแววตานั้นอย่างเด่นชัด

“ ค่ะ.. บุษย์.. เชื่อใจคุณค่ะ “  น้ำเสียงเบา ตอบเขาอย่างอ่อนหวาน ก่อนซบลงบนอก

อุ่น

             กุณฑ์หัวเราะ ก่อนจะขยี้ศีรษะของเธอเบาๆ   “  เวลาคุณหึงเนี่ย.. ก็น่ารักไป

อีกแบบนะครับคุณบุษย์..  “

             “ งื้อออ!!.. เปล่าเสียหน่อยค่ะ  “  บัวบุษย์ขืนตัวออกมาจากอ้อมแขนแข็งแรง

อย่างเก้อเขิน ซึ่งกุณฑ์ก็ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระแต่โดยดี เขามองเธอด้วยประกาย

ตาแห่งความสุข

             “ คุณบุษย์ครับ พอทราบไหมครับ ว่าเจ้ากริชมันเป็นยังไงบ้าง “

             “ คุณกริช ได้รับบาดเจ็บที่ชายโครงด้านซ้ายค่ะ เห็นว่าคุณหมอผ่าเอาเศษ

ระเบิดออกหมดแล้ว เหลือแค่รักษาแผลไม่นานก็หายค่ะ ตอนนี้ยัยอั้มดูแลอยู่ค่ะ เห็นว่า

พอฟื้นขึ้นมา คุณกริชก็ถามหาคุณเป็นคนแรกเลยนะคะ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง “

             “ ครับ.. กริชมีผมเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว คุณพ่อก็เสียแล้วหนะครับ “

             “ แล้ว.. คุณแม่ หรือญาติคนอื่นๆ หละคะ “

             “ เห็นเคยบอกว่า พี่น้องชายนะครับ แต่ว่าพอพ่อกับแม่หย่ากันตอน 5 ขวบ

แม่กับน้องก็ไปอยู่ต่างประเทศ กริชก็เลยเหมือนตัวคนเดียว “

             “ อ๋อ.. ค่ะ แต่ตอนนี้ก็มียัยอั้มเพิ่มเข้ามาอีกคนนึง แล้วนะคะ “ 

             “ ครับ ก็หวังว่าเขาสองคนจะรักกันมากๆ แล้วก็เข้าใจกัน..เหมือนเรา นะครับ “

             กุณฑ์ส่งสายตาหวานละไมให้หญิงสาว จนเธอเริ่มเขิน จึงมีเสียงเคาะประตู

ขัดจังหวะ ขึ้นเบาๆ บัวบุษย์เดินไปเปิด พบนายเข้มยืนถือตะกร้าอาหารรออยู่ เธอส่งยิ้ม

ให้ก่อนจะเปิดประตูให้กว้างขึ้น คุณหญิงรดาจึงเดินตามเข้ามา

             “ เป็นอย่างไรบ้าง หนูบุษย์ พ่อลูกชายชั้น เอาใจยากไหมจ๊ะ “

             “ ออ.. “  บัวบุษย์อึกอัก ยังไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี คุณหญิงก็เดินเข้าไปถึง

เตียงคนไข้เสียแล้ว

             “ ไม่ยากหรอกครับคุณแม่ ผมเชื่อฟังพยาบาลพิเศษของคุณแม่นะครับ “

             “ จ้า.. พ่อตัวดี อะเนี่ย..แม่พินเค้าทำอาหารที่เราชอบมาให้ เดี๋ยวแม่จะไปคุย

กับคุณหมอเสียหน่อย หลังจากแผลหายก็ต้องทำกายภาพบำบัดนะลูก “

             “ ครับ   คุณแม่ครับ.. ผมอยากไปพักฟื้นที่หัวหินนะครับ “

             “ อืม..ได้สิ เดี๋ยวแม่ให้เขาไปเตรียมบ้านไว้ให้ แล้ว..หนูบุษย์เธอจะสะดวกรึ “

             สองแม่ลูกหันมามองเธอเป็นตาเดียว อย่างรอฟังคำตอบ มือที่กำลังจัดอาหาร

ให้เขาจึงชะงักไป  “ บุษย์ ไปได้ค่ะคุณแม่ พอดีบ้านของบุษย์อยู่ที่นั่น บุษย์จะได้กลับ

ไปหาคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ “  

             “ แล้วงานของหนูหละจ๊ะ “

             “ บุษย์ทำงานผ่านระบบออนไลน์ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา “

             คุณหญิงหันไปมองตาบุตรชายพลางยิ้ม   “ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวแม่ไปคุยกับคุณ

หมอก่อนนะลูก “

             “ ครับ “

             “ เข้ม เธอไปกับชั้น “  คุณหญิงรดาเดินออกไปพร้อมกับพาเข้มไปด้วยอย่าง

รู้ใจบุตรชาย ชายหนุ่มจึงยิ้มน้อยๆ มองตามมารดาออกไปจนลับตา

             บัวบุษย์จัดอาหารเสร็จจึงเข็นโต๊ะอาหารสำหรับคนไข้เข้ามาให้เขาที่เตียง แต่

กุณฑ์กลับไม่ยอมทานเอง

             “ คุณไฟค่ะ คุณบาดเจ็บที่ขานะคะ.. “

             “ ครับ.. แต่ว่า ผมอยากทานจากมือของคุณบุษย์นี่ครับ “  ชายหนุ่มอ้อนเต็มที่

จนบัวบุษย์อดที่จะนึกขำไม่ได้ ดูทีรึ.. ท่านเลขาฯ กุณฑ์  บทจะงอแงขึ้นมา..

             “ ไหนเพิ่งจะบอกคุณแม่ ไม่ใช่หรอคะ ว่าคุณ.. เชื่อฟังพยาบาลพิเศษ.. “

             “ ก็เชื่อฟังไงครับ.. คุณบุษย์อยากให้ทานข้าวผมก็ทานนี่นา เพียงแต่.. คุณ

บุษย์ ช่วยป้อนให้หน่อย อาหารก็จะอร่อยขึ้นอีกเยอะเลยหละครับ “   กุณฑ์พูดแล้วก็

อมยิ้มอยู่ในหน้า

             หญิงสาวตวัดสายตาค้อนเขานิดๆ “ ปกติ เวลาไม่สบาย คุณอ้อนแบบนี้เสมอ

หรอคะ “

             “ ก็ไม่นะครับ ยังไม่เคยอ้อนใครเลย เพิ่งจะมีคุณนี่หละเป็นคนแรก “

             อืมมม.. นะ แล้วแบบนี้ จะให้เธอใจแข็งอยู่ได้ยังไงในที่สุดบัวบุษย์ก็ต้องยอม

ตามใจเขา แต่กุณฑ์ไม่ยอมทานคนเดียว เขาคะยั้นคะยอให้เธอทานด้วยกัน สุดท้ายก็

เลยอิ่มด้วยกันทั้งคู่

             เมื่อเก็บทุกอย่างลงตะกร้าเรียบร้อย จึงให้เขาทานยาหลังอาหาร  ตลอดเวลา

หญิงสาวได้สัมผัสถึงความรัก ความอบอุ่น ความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา อย่างนี้แล้วเธอจะ

ทิ้งเขาไปได้อย่างไร


             สองสัปดาห์ต่อมา  กุณฑ์และกริชเดินทางไปพักฟื้นที่บ้านพักตากอากาศ

ของคุณหญิงรดาที่หัวหิน กริชนั้นอาการดีขึ้นมากแล้วสามารถลุกขึ้นเดินเหินไปไหนมา

ไหนได้ แม้จะยังไม่คล่องตัวนัก แต่ก็ดีกว่ากุณฑ์ ที่ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา

             ภัชรธิดายอมงดรับงานเดินแบบต่างๆ เพื่อมาอยู่ดูแลชายคนรัก โดยที่ทั้งบัว

บุษย์ และภัชรธิดา ต้องพักอยู่ที่บ้านของบิดามารดาของเธอเอง เนื่องจากคุณพุฒไม่

เห็นด้วย ที่จะให้ลูกสาวไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่น เช้าๆ จึงเป็นหน้าที่ของลุงเม่น จะต้อง

ขับรถไปรับหญิงสาวทั้งสองมา แล้วค่ำๆ จึงจะไปส่ง

             แม้ว่าคุณพุฒจะถูกชะตา และชื่นชมกุณฑ์ เป็นทุนเดิม แต่การที่บุตรสาวจะ

วางอนาคตของเธอ ไว้ในมือของคนที่มีสภาพร่างกายที่ไม่แน่นอนว่าจะกลับมาเดินได้

อีกหรือไม่ ก็ทำให้คุณพุฒคิดหนักเหมือนกัน เพราะความเป็นพ่อแม่ ก็ยอมต้องการสิ่ง

ที่ดีที่สุด สำหรับลูก

             “ บุษย์ หนูคิดดีแล้วหรือลูก “

             “ คุณพ่อขา หนูทราบค่ะ ว่ามันอาจจะเร็วเกินไป สำหรับคุณพ่อที่จะยอมรับ

หรือเชื่อได้ว่า ระหว่างหนูกับคุณไฟ มันจะเป็นความรักจริงๆ เพราะเราเพิ่งจะได้พูดคุย

คบหากันยังไม่ถึงสองเดือน แต่สำหรับหนู แม้เวลามันจะน้อยนิด แต่หนูก็มั่นใจและเชื่อ

มั่นในความรู้สึกของคุณไฟที่มีต่อหนูค่ะ “

             “ พ่อไม่ได้รังเกียจเขาหรอกนะลูก แต่ว่า.. พ่ออยากให้หนูแน่ใจในตัวเองเท่า

นั้น ว่าหนูรักเขาจริงๆ เพราะสิ่งที่หนูตัดสินใจในวันนี้ มันหมายถึงอนาคตและชีวิตทั้งชีวิต

ของหนูที่จะต้องอยู่กับเขา หากว่าเขารักษาไม่หายหละ หนูจะยอมรับสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต

ได้หรือ.. เข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหมลูก “

             “ เข้าใจค่ะ.. คุณพ่อ แต่หนูอยากจะบอกคุณพ่อว่า.. หนูมีความสุข ทุกครั้งที่

อยู่ข้างๆ เขา ได้มอง ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความคิด หนูไม่ได้รักเขาที่รูปร่างหน้าตาหรือ

สิ่งที่เขามี แต่หนูรักตัวตนของเขา หัวใจและความคิดของเขาต่างหากหละคะ ที่มีคุณค่า

สำหรับหนู.. คุณพ่อขา “  บัวบุษย์เดินเข้าไปสวมกอดบิดาเหมือนตอนเด็กๆ “  คุณพ่อ

เคยมีความรัก มาก่อน.. คุณพ่อต้องเคยรู้สึกใช่ไหมค่ะ ว่า.. เวลาที่เราได้อยู่กับคนที่เรา

รัก ต่อให้เขา ไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่รอยยิ้ม ก็สามารถทำให้เรามีพลังใจที่จะทำอะไรๆ

ได้มากมาย ใช่ไหมคะ “

             คุณพุฒ มองหน้าบุตรสาวนิ่งและนาน ก่อนจะสวมกอดเธอลูบศีรษะน้อยๆ ที่

เขา เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูมาอย่างดี “ ชีวิตเป็นของลูกนะ..บุษย์  ถ้าลูกแน่ใจ..ว่าอยู่กับเขา

แล้วมีความสุข พ่อก็.. แล้วแต่หนูจะตัดสินใจนะ   แต่ว่า.. ตอนที่เขายังต้องรักษาตัวอยู่

เนี่ย พ่ออนุญาต ให้หนูไปดูแลเขาได้เฉพาะช่วงกลางวัน แต่กลางคืนต้องกลับมานอน

ที่นี่ ไม่ใช่ว่าพ่อจะคิดอะไรไม่ดี แต่.. ใครรู้ใครเห็นมันจะไม่งาม เพราะบ้านเราก็อยู่แค่นี้

เอง  “

             “ ค่ะ คุณพ่อ.. หนูรักคุณพ่อค่ะ “ 

             “ พ่อก็รักลูกนะ.. “ 

             สองพ่อลูกกอดกันแน่นด้วยความรักที่อบอุ่น มีคุณบัวนั่งมองอยู่ไม่ห่าง


             เช้าวันที่ 2  ขณะกุณฑ์นั่งรอบัวบุษย์อยู่ในห้องทำงาน บนรถเข็นที่เขาเริ่มจะ

คุ้นเคย จนสามารถเลื่อนล้อไปทางซ้ายทางขวาได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทั้งหมดอยู่ใน

สายตาของกริชตลอดเวลา สัญชาตญาณของการเป็นตำรวจบอกเขาว่า มีบางอย่างผิด

ปรกติ คนที่เคยเดินได้อยู่ๆ ต้องมานั่งรถเข็นแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีอาการซึมเศร้า ท้อ

แท้กันบ้าง แต่ ไอ้นี่..แปลก มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่

             กุณฑ์หันมาเห็นกริชเดินทำหน้าตาพิกลเข้ามาจึงนึกขำ “ เป็นอะไรของแก วะ

กริช ทำหน้าตาเป็นหมาสงสัย.. ไปได้ “

             “ เอ๊า.. ไอ้นี่.. ก็สงสัยจริงๆ นิหว่า.. นี่! ไอ้คุณไฟ บอกมาซะดีๆ แกกำลังจะทำ

อะไร.. “

             “ ทำอะไร หมายความว่ายังไง “

             “ ขาของนาย ไม่ได้เป็นอะไร ใช่ใหม.. “

             กุณฑ์ถอนใจ ก่อนจะหันมามองกริชอย่างจริงจัง เขารู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะ

ปิดบังกริช   “  มันก็เป็นแผลเหมือนที่นายเป็นนั่นหละ เพียงแต่ไม่ได้หนักเหมือนอย่าง

ที่คุณแม่บอกคุณบุษย์ “

             “ แล้วนาย ทำอย่างนี้ ทำไม? “

             “ ก็.. ไม่มีอะไร  กันแค่.. อยากให้คุณแม่สบายใจ “

             “ แล้วคุณบุษย์หละ ถ้าเธอรู้ นายคิดว่าเธอจะสบายใจหรือเปล่า “

             กุณฑ์มองกริชอย่างหนักใจ “  นั่นหละประเด็น ว่ากันจะบอกเธอยังไง ที่จะไม่

ทำให้เธอโกรธ “

             ที่หน้าประตู บัวบุษย์ยืนถือถาดอาหารค้างนิ่งอึ้งอยู่กับเรื่องที่ได้ยิน ความน้อย

ใจ เสียใจ ประดังประเดเข้ามาในความรู้สึกจนน้ำตาเอ่อล้นขึ้นมากลบนัยน์ตาทั้งสองข้าง

หญิงสาวเดินนำถาดอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะริมระเบียง ก่อนจะหมุนตัวกลับ เดินลงไปด้าน

ล่างออกไปสู่ชายหาด หญิงสาวมุ่งหน้าตรงไปที่โรงแรมบัว โดยไม่บอกใคร ปล่อยให้

น้ำตาไหลลงอาบแก้ม เสียแรงที่เธอรักเขา เชื่อใจเขา แต่เขากลับทำเหมือนไม่เชื่อใจ

เธอ แล้วอย่างนี้ เธอจะอยู่ ดูเรื่องหลอกลวงนี้ต่อไปได้อย่างไร..

             เมื่อใกล้ถึงโรงแรมบัว หญิงสาวปาดน้ำตาให้แห้ง สูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ

ก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่บ้านด้านหลังโรงแรม

             “ อ้าว.. บุษย์ ลืมอะไรหรือลูก พ่อกำลังจะไปที่โรงแรมเลย “

             “ เปล่าค่ะ คุณพ่อ  คุณพ่อขา.. เดี๋ยวบุษย์มีงานด่วนนะคะ จะกลับกรุงเทพฯ 

เลย “

             “ อ้าว.. แล้ว “  คุณพุฒพูดได้เพียงเท่านั้น บัวบุษย์ก็แทรกขึ้น “  คุณกริชกับ

อั้มจะอยู่ดูแลเขาแทนค่ะ หนูไปเก็บของก่อนนะคะ.. คุณพ่อ แล้วหนูจะโทรฯ มานะคะ

คุณพ่อไปทำงานเถอะค่ะ “ หญิงสาวเดินเข้าไปกอดและหอมแก้มบิดา “  หนูรักคุณพ่อ

นะคะ “ 

             จากนั้นเธอก็เดินเลยเข้าไปด้านใน ทิ้งคุณพุฒยืนงง  จนคุณบัวเดินออกมา

             “ มีอะไรหรือคะคุณ “

             “ เออ.. เมื่อกี้.. ยัยบุษย์มันรีบกลับมาจากบ้านโน่น เห็นว่าจะไปกรุงเทพฯ มี

งานด่วนอะไรก็ไม่รู้ “

             “ อ้าว.. แล้ว “

             “ เห็นว่าหนูอั้มกับสารวัตรกริช ยังอยู่นะ ก็คงจะมีเรื่องด่วนจริงๆ หละมั้งคุณ คง

ไม่มีอะไร  ผมไปหละนะ “

             “ ค่ะ “

             คุณบัว มองตามร่างของสามีไปจนลับตา ก่อนจะหันกลับมามองไปที่ห้องของ

บัวบุษย์ แล้วเลยเดินไปนั่งรอหญิงสาวอยู่ที่ระเบียง

             ไม่นานบัวบุษย์ก็ออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง หญิงสาวทำเหมือนไม่มีอะไร

เกิดขึ้น เธอเดินเข้าไปกอดมารดาอย่างรักใคร่

             “ บุษย์ กลับก่อนนะคะ คุณแม่ “

             “ ทำไมต้องรีบขนาดนี้หละลูก “

             “ พอดี พี่เอ้ ตามตัวด่วนหนะคะ กลับถึงกรุงเทพฯ แล้ว หนูจะโทรฯ มานะคะ “

             “ จ่ะ.. ลูก  ขับรถดีๆ หละ แม่เป็นห่วงนะ รู้มั้ย “

             “ ค่ะ คุณแม่ “

             หญิงสาวหอมแก้มมารดา ก่อนจะลุกขึ้นหิ้วกระเป๋าเดินออกไปที่รถ นำกระเป๋า

ไปใส่ท้ายรถแล้วจึงขึ้นรถ ติดเครื่องยนต์ขับออกไปช้าๆ ในเวลานี้ หญิงสาวต้องการแค่

การได้อยู่เพียงลำพังเท่านั้น  เหมือนเป็นการขอเวลานอกให้กับตัวเอง เธอยังไม่พร้อม

ที่จะพูดคุยกับใคร บัวบุษย์ไม่ใช่คนฟูมฟาย เธอมักใช้สติมากกว่าอารมณ์ ดังนั้น การ

ถอยออกมา เพื่อคิดและไตร่ตรอง จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้..


             กุณฑ์ยังคงสนทนาอยู่กับกริช รอบัวบุษย์อยู่ในห้อง จนภัชรธิดา ยกถาด

ผลไม้เข้ามา

             “ อ้าว.. บุษย์ไปไหนหละคะ “

             ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงๆ  “ ยังไม่เห็นเข้ามานี่ครับ คุณอั้ม “ กริช

ตอบ

             “ ยังไงกันหละคะ ก็..ยัยบุษย์ยกถาดอาหารเข้ามาก่อน เห็นบอกว่าเดี๋ยวคุณๆ

จะหิว พอดีชั้นช่วยป้าศรีปลอกผลไม้อยู่ “  ภัชรธิดาทำหน้าสงสัย

             “ ไม่นี่ครับ ยังไม่เห็นเลย “

             “ เอ๊ะ.. ยังไง  งั้นเดี๋ยวชั้นออกไปดูก่อนนะคะ “   ว่าแล้ว ภัชรธิดาก็เดินออก

มาทันที  พบถาดอาหารของบัวบุษย์วางอยู่บนโต๊ะริมระเบียง แต่มองหาเจ้าตัวไม่เห็น

จึงเดินลงไปด้านล่าง

             “ ลุงเม่นขา  ลุงเม่นเห็นคุณบุษย์ไหมคะ “

             ลุงเม่นได้ยินเสียงภัชรธิดาแว่วๆ จึงเดินออกมาดูจากทางหลังบ้าน  “ ไม่เห็น

ครับคุณอั้ม พอดีผมกำลังรื้อไม้จะเอามาซ่อมเก้าอี้อยู่อะครับ “

             “ เอ๊ ! แล้วยัยบุษย์หายไปไหนเนี่ย.. “  หญิงสาวรีบเดินกลับขึ้นไปข้างบน

เจอกริชกำลังเดินออกมาจากห้องทำงานของกุณฑ์

             “ เป็นยังไงครับคุณอั้ม เจอไหมครับ “

             “ ไม่อะคะ เจอแต่ถาดอาหารวางอยู่ที่โต๊ะริมระเบียง “

             กริชทำหน้าฉงน เอ.. จะหายไปเฉยๆ ได้ยังไง ถ้า...“ เฮ้ย!.. หรือว่า.. งานเข้า

แล้วไหมหละ ไอ้คุณไฟ “   กริชรีบเดินกลับเข้าไปในห้องของกุณฑ์ทันที “  ไฟ กันว่า

คุณบุษย์ต้องได้ยินที่เราคุยกันแน่ เพราะตอนที่กันเข้ามาตอนแรกกันลืมปิดประตู “

             “ อะไรนะ!.. "  กุณฑ์นิ่งอึ้งไป เขาลุกขึ้นเดินออกมาจาก เก้าอี้รถเข็น แม้จะยัง

เจ็บแผลที่ขาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าความห่วงใย ที่มีต่อบัวบุษย์ 

             ภัชรธิดายืนอ้าปากค้างมองกุณฑ์  “ คุณกุณฑ์ คุณเดินได้แล้วนี่คะ “

             “ คุณอั้มครับ.. เรื่องมันยาว เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง ตอนนี้เราออกตามหาคุณบุษย์

ก่อนดีกว่าครับ “  กริชพูดพลางจูงมือภัชรธิดาพาเดินลงไปตามหาบัวบุษย์ที่ด้านล่าง

             “ ชั้นถามลุงเม่นแล้ว ไม่มีใครเห็นเลยค่ะ หรือว่าบุษย์จะลงไปที่ชายหาด “

             ทั้งสามคนจึงรีบตามกันไปที่ชายหาดทันที ทั้งวิ่งทั้งตะโกนหา ก็ไม่พบแม้แต่

เงา ภัชรธิดาจึงโทรฯ เข้ามือถือของบัวบุษย์ สัญญาณโทรทัพท์ดังแต่ไม่มีคนรับ โทรฯ

ไปกี่ครั้งก็เป็นเหมือนเดิม

             “ บุษย์ เป็นอะไรไปนะ ไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย.. รับสายซิเพื่อนรัก “  ภัชรธิดา

บ่นพึมพำ อย่างร้อนใจ

             “ เดี๋ยวผมลอง โทรฯ บ้างนะครับ “  กุณฑ์โทรฯ หาหญิงสาวทันที สัญญาณ

โทรศัพท์ดังอยู่ 2 -3 ครั้ง ก็ถูกตัดสายไป เมื่อโทรฯ ใหม่ คราวนี้ กลายเป็นไม่สามารถ

ติดต่อได้ในขณะนี้

             “ เธอปิดมือถือ ไปแล้วครับ คุณอั้ม.. “  กุณฑ์พูดเสียงเบา อย่างเศร้าสร้อย

ความรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ถาโถมเขาสู่หัวใจ มันกระหน่ำตีจนคิดอะไรไม่ออก เขา

ควรจะทำอย่างไรดี.. นี่.. เป็นครั้งแรก ที่เขาต้องเผชิญต่อความโกรธของเธอ หากเป็น

ผู้หญิงคนอื่น ก็อาจจะเสียใจร้องไห้มาถามเขา มาโมโห มาเหวี่ยง มาอาละวาด หรือจะ

โกรธจนถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายทุบตีเขา จะยังไงก็ได้ เขาจะไม่ว่าอะไรเธอเลย

สักคำ เพราะมันเป็นความผิดของเขา แต่นี่.. บัวบุษย์กลับเลือกที่จะหายไปจากเขาเฉยๆ

ชายหนุ่มรู้สึกใจหาย แล้วถ้าหาก..เขาต้องสูญเสียเธอไป เขาจะทำอย่างไร..ความเงียบ

เข้ามาแทนที่  กริชเดินมาตบบ่ากุณฑ์เบาๆ ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดใดมาปลอบใจ

             ภัชรธิดา เดินมาลากกริชออกไป  “ คุณกริช เล่าทุกอย่างให้ชั้นฟังเดี๋ยวนี้เลย

นะคะ  ว่ามันเกิดอะไรขึ้น บุษย์ไม่เคยเป็นอย่างนี้ แสดงว่าต้องโกรธมาก แถมโกรธคุณ

กุณฑ์ด้วย  ตกลงแล้ว คุณกุณฑ์ไปทำอะไรให้ยัยบุษย์โกรธกันแน่คะ "

             กริชจูงมือภัชรธิดาเดินห่างออกมา ปล่อยให้กุณฑ์นั่งหน้าเครียดอยู่คนเดียว


             กริชเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ภัชรธิดาฟัง หญิงสาวคิดไม่ถึงว่ากุณฑ์จะทำ

แบบนี้ เธอรู้สึกโกรธแทนเพื่อน แต่ก็เข้าใจ ว่ากุณฑ์ยังไม่รู้จักบัวบุษย์ดีพอ เพราะเวลา

เพียง 2 เดือน ที่ได้พูดคุยกัน มันไม่มากพอที่จะทำให้คนสองคน รู้จักตัวตนของกันและ

กัน แม้กุณฑ์จะแอบชอบหรือรักบัวบุษย์มานาน แต่ก็เป็นเพียงการเฝ้ามองอยู่ห่างๆ ไม่

ได้เรียนรู้ถึงความรู้สึกและความนึกคิดของเธอจริงๆ มันเป็นเรื่องยากที่จะให้เขา เข้าใจ

บัวบุษย์ดีเหมือนอย่างที่เธอรู้จัก

             “ คุณกุณฑ์ ไม่น่าทำอย่างนี้เลย  “ ภัชรธิดาถอนใจ สีหน้าเคร่งเครียด “ บุษย์

คงเสียใจมาก “

             “ เราจะทำยังไงดีหละครับคุณอั้ม “ กริชถามขึ้นอย่างร้อนใจแทนเพื่อน เพราะ

เขารู้ดี ว่ากุณฑ์นั้น รักบัวบุษย์มากขนาดไหน

             “ คุณพอจะขับรถไหวไหมคะ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวชั้นขับเองค่ะ “

             “ คุณจะไปไหนหรอครับ “

             “ บุษย์ น่าจะกลับไปที่บ้านนะคะ เรารีบไปกันเถอะค่ะ “

             กริชรีบพาภัชรธิดาเดินไปที่รถของเขา

             “ กันไปด้วย.. “  กุณฑ์รีบตามมาทันที เขาเดินไม่ค่อยถนัดนัก เพราะแผลยัง

ไม่หายดี กริชรอให้กุณฑ์ขึ้นรถเรียบร้อยจึงออกรถ ขับตรงไปที่โรงแรมบัว

             เมื่อกริชนำรถเข้าจอดภายในรั้วบ้านด้านหลังโรงแรมเรียบร้อย ภัชรธิดารีบลง

จากรถ มองหารถของบัวบุษย์ไม่พบ จึงวิ่งเข้าไปในบ้านทันที พบคุณบัวกำลังนั่งอ่าน

หนังสือพิมพ์อยู่ที่ชานเรือนอย่างสงบ นางเหลือบตาขึ้นมองผู้มาเยือน พลางขมวดคิ้ว

             “ อ้าว!.. หนูอั้ม มีอะไรหรือลูก วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว “

             “ คุณแม่ขา.. ยัยบุษย์หละคะ “

             “ บุษย์รึ.. เพิ่งขับรถออกไปเมื่อตะกี๋นี้เอง.. มีอะไรรึเปล่าลูก “

             “ ออ.. คือ “ คุณบัวเห็นภัชรธิดาอึกอัก ก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น และก่อนที่จะได้ซัก

ไซ้ไล่เลียงอะไรกันต่อไป กุณฑ์และกริชก็ก้าวตามเข้ามา แล้วยกมือขึ้นไหว้นาง

             คุณบัวรับไหว้ “ ไหว้พระเถอะ..คุณ  ว่าแต่.. มีอะไรกันรึ “ พลันคุณบัวก็นึกขึ้น

ได้  “ เอ๊ะ!.. คุณกุณฑ์  ไหนยัยบุษย์บอกว่า คุณบาดเจ็บเดินไม่ได้ไม่ใช่รึ? “

             กริชเดินไปยืนอยู่ข้างๆ ภัชรธิดา ส่วนกุณฑ์นั่งลงตรงหน้าคุณบัว “ คุณอาครับ

คุณบุษย์ไปไหนหรือครับ “

             “ อ้าว!.. นี่พวกคุณไม่รู้กันหรอกรึ.. เอ๊ะ..มันยังไงกันแน่ ก็ไหนยัยบุษย์บอกว่า

มีงานด่วนต้องรีบกลับไปกรุงเทพฯ ส่วนคุณก็ให้สารวัตรกริชกับหนูอั้มดูแล แล้วนี่.. เรื่อง

มันเป็นมายังไงกันแน่ ไหนเล่าให้แม่ฟังซิ หนูอั้ม “

             “ เออะ..คือ ผมจะเล่าให้ฟังเองครับคุณอา ว่าเกิดอะไรขึ้น “  กุณฑ์สารภาพ

ทุกอย่างให้คุณบัวฟัง อย่างรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป คุณบัวนิ่งฟังอย่าง

สงบ แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่นางก็เก็บความรู้สึกนั้นเสีย สีหน้าเรียบเฉยของนาง ทำ

ให้กุณฑ์ใจเสียมากขึ้น

             “ คุณกุณฑ์ คุณทำไม่ถูกนะ.. ฉันไม่ได้พูดเพียงเพราะเป็นแม่ของบัวบุษย์ ถึง

จะเป็นคนอื่นก็ตาม ก็ไม่มีใครเห็นด้วย ว่าสิ่งที่คุณทำ มันจะถูกต้อง สำหรับคนที่คุณบอก

ว่ารักเธอ “

             “ ครับ ผมต้องกราบขออภัยคุณอาด้วยครับ ที่ทำให้คุณบัวบุษย์ต้องเสียใจ “

ชายหนุ่มก้มลงกราบคุณบัว อย่างรู้สึกผิดจริงๆ

             “ เอาเถอะค่ะ ยังไงๆ มันก็ผ่านมาแล้ว ต่อให้ฉันโกรธคุณ ก็ไม่ได้ทำให้อะไรๆ

มันดีขึ้น   ตอนนี้..ฉันเป็นห่วงยัยบุษย์มากกว่า ว่าแกจะเป็นอย่างไรบ้าง ยัยบุษย์ไม่เคย

รักใคร แกเพิ่งจะรักคุณเป็นคนแรก ยอมขนาดว่า ต่อให้คุณจะเดินไม่ได้แกก็ไม่สนใจ..

คุณก็คิดดูเอาเองเถอะ..ว่าแกจะเสียใจขนาดไหน “

             “ ครับ ผมเข้าใจ.. ผมอยากจะขอโทษเธอจริงๆ ครับ ผมคงทนไม่ได้ ถ้าต้อง

สูญเสียเธอไป ผมรักเธอครับ คุณอา “  ชายหนุ่มพูดกับคุณบัวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

นัยน์ตาแดงก่ำแววตาเสียใจอย่างสุดซึ้ง

             “ เรา.. คงต้องช่วยกัน ทำให้ได้แกกลับมาก่อน ส่วนเรื่องอื่น.. ก็เป็นเรื่องของ

ยัยบุษย์ ที่เขาจะต้องตัดสินใจเอง ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับคุณ “

             คุณบัวพูดช้าๆ แต่เน้นหนักในคำพูด ก่อนจะหันไปหาภัชรธิดา  “ หนูอั้ม แม่จะ

ขึ้นกรุงเทพฯ ไปคอนโดฯ ยัยบุษย์กัน เผื่อว่ายัยบุษย์จะกลับไปที่คอนโดฯ “  พลางหัน

มาทางกุณฑ์   “ ส่วนคุณ.. ฉันขอคุยกับยัยบุษย์ก่อนนะ เพราะไม่รู้ว่า แกโกรธคุณมาก

ขนาดไหน ลูกสาวของฉันหนะ เวลาโกรธ.. ถ้าแกยังไม่พร้อม ที่จะคุยกับใคร ต่อให้คุณ

ทำอย่างไร แกก็ไม่คุยกับคุณหรอกค่ะ “

             “ ครับ.. คุณอา “

             กุณฑ์ยอมจำนนแต่โดยดี เขาไม่มีสิทธิต่อรองใดๆ เพราะทุกอย่างเป็น

ความผิดของเขาคนเดียว



 

=========================================

 

รบกวนแฟนคลับที่เข้ามาอ่าน Vote ให้ คะแนนในแต่ละ ตอน ได้ที่ด้านล่าง
ของแต่ละตอน
คลิกเลือก คะแนน ก่อนกดส่งคะแนนนะคะ
ไรเตอร์จะได้ทราบระดับความพอใจ
ของแฟนคลับ ต่อนิยายในแต่ละตอน ค๊าา  ขอบคุณ ค่ะ

 

ไรเตอร์ ฝากเพลงเพราะๆ นี้ให้ แฟนๆ ทุกคน ฟังนะคะ ระหว่างรอค่ะ
รัก - ปุ๊ อัญชลี



 

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

# ❤ ...❤ Numfonart ❤ ...❤  (✿◠‿◠)


อ่านนิยายแล้ว อย่าลืมกด บันทึกเป็น Favorite
เพื่อเป็นแฟนพันธ์แท้ กันด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า ค๊าาา

 

 
ตัวอย่างเว็บไซต์ .WS เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ ง่ายๆ ที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

949 ความคิดเห็น

  1. #833 สายลมแห่งโชคชะตา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 13:21
    นั้นไง  หางานให้ตัวเองซะ คุณไฟนะคุณไฟ
    #833
    0
  2. #771 nunpanu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 08:38
    ล้อเล่นกับความรู้สึกของคนที่รัก ต้องให้ทุรนทุรายไปสักพักก็ดีนะค่ะ  จำไว้นะคุณไฟ!
    #771
    0
  3. #770 Mier :) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 00:52
    อยากจะสงสาร แต่ก็แอบสมน้ำหน้าเบาๆ 
    จริงๆจะลองใจ พอรู้ว่าเค้ารักจริงๆ แล้ว ควรจะรีบบอกซะตั้งแต่ตอนแรก ไม่ใช่ฟล่อยออกมาแบบนี้ เฮ้อออ
    #770
    0
  4. #766 supatthanan (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 18:51
    จริงๆก็ต้องบอกว่าสมน้ำหน้านะ เพราะเรื่องแบบนี้เอามาทำเล่นกับความรู้สึกมันก็เกินไป
    ลองใจอ่ะ แรงไป แต่นิยายก้คือนิยาย ยังไงก็เข้าใจกันอยู่ดี เหอๆ
    #766
    0
  5. #765 JustSasiwimol (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 03:04
    งานเข้าหนักเลย
    #765
    0
  6. #763 bigPizza (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 01:15
    สงสาร...................ใครดี....
    #763
    0
  7. #762 Numfonart (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 23:00
    เย้ยยย.!!!   สมน้ำหน้าเลยหรอ..............555
    #762
    0
  8. #761 nunpanu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 22:03
    สมน้ำหน้าคุณไฟ
    #761
    0
  9. #759 Of memory space (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 15:48
    ไอ๋ยะ เอาไงหละที่นี้คุณไฟ น้องบุษย์รู้ความจริงแล้ว ซวยแน่ๆเรย น้องบุษย์ก็โกรธนานๆนะ อยากเห็นคุณไฟง้ออ่า 555+
    #759
    0
  10. #757 ปาล์ม ปาม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 11:12
    งานเข้าแล้ว คุณไฟ 5555
    #757
    0
  11. #756 Mier :) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 08:09
    ซวยแล้วคุณไฟ 55
    #756
    0
  12. #755 nunpanu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 22:10
    งานงอกแล้วคุณไฟ น้องบุษย์รู้ความจริงแล้ววววววววววว
    #755
    0
  13. #754 แมวน้อยแสนซน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 21:40
    งานเข้าเลยคุณไฟ  คุณไฟจะทำไงเนี่ย อยากเห็นคุณไฟง้อ อย่าเพิ่งหายโกรธนะๆๆๆ  โกรธนานๆ อิอิ 
    #754
    0
  14. #753 Numfonart (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 21:09
    เอาหละสิ.. ความแตกซะแว้วว......... หนูบุษย์ โกรธแล้วน๊าา.............งื้ออ..
    #753
    0
  15. #752 pimpim (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 22:29
    ไม่กลัวหนูบุษย์แกโกรธเหรอนี่

    เล่นลองใจกันอย่างนี้ คุณไฟขา
    #752
    0
  16. #749 tookta12 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 09:44
    ชอบจังค่ะ  พระเอก นางเอก ที่มีเหตุ มีผล   เดี๋ยวนี้หานิยายแนวแบบนี้อ่านยากมาก   เพราะไม่รู้เป็นไง   แนว  เลิฟซีน  เเรงๆ  ตบ   จูบ  เยอะมากๆๆ   สงสารคนที่เริ่มมีอายุบ้างเถอะ   อยากอ่านนิยายที่   สบายๆๆๆ  ผ่อนคลาย   มีความสุขไปด้วยกับตัวละครทุกตัวค่ะ   ขอบคุณไรเตอร์นะคะที่แต่งแนวนี้ให้บรรดาแฟนคลับได้อ่านแบบมีความสุขค่ะ
    #749
    0
  17. #748 Numfonart (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 09:34
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณ nunpanu แฟนคลับที่น่ารักของไฟละมุน..

    ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ..
    #748
    0
  18. #746 nunpanu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 08:41
    หวานๆสดชื่นรับปีใหม่ อ่านแล้วอบอุ่นสดชื่น
    #746
    0
  19. #745 Numfonart (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 01:37
    ขอบคุณค่ะ..ที่ชอบนิยายแนวนี้.. รักอบอุ่น ละมุนละไม.. ดูเหมือนจะมีคนเขียนออกมาน้อย ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ออกมาแนวแรงๆ สะใจ เสียเยอะ.. ไรท์เตอร์เลยเขียนเองเสียเลย เพราะชอบแนวน่ารักๆ อ่านแล้วยิ้มๆ อะคะ..

    ขอบคุณแฟนคลับที่ชอบแนวเดียวกันค่ะ..
    #745
    0
  20. #744 ปีกสายหมอก (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 01:07
    มัวแต่งมอยู่กับการสอบและเตรียมตัวเข้าป่า พึ่งได้มาอ่าน สบายใจดีแฮะ

    พระเอกอบอุ่น นางเอกน่ารัก โรแมนติค รู้สึกอบอุ่นไปด้วย
    #744
    0
  21. #743 Numfonart (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 16:53
    สังคมไทยทุกวันนี้มันน่าเศร้า ก็ตรงที่ มีแต่อีพวกอยากจะใช้สิทธิ แต่ไม่รู้จักทำหน้าที่เสียก่อน ทั้งนั้น

    ด่าไปก็เสียแรงเปล่า หาจิตสำนึกไม่ได้.. ถือซะว่าทำบุญทำทานต้อนรับปีใหม่ก็แล้วกัน เน๊อะ..
    #743
    0
  22. #742 Numfonart (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 16:38
    เดี๋ยวจะหวานต่ออีกหน่อยแล้วน๊าาา........อิ อิ
    #742
    0
  23. #741 karn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 07:46
    ได้มาอ่านนิยายรัก อบอุ่น รับอากาศเย็นๆของเช้าวันปีใหม่ รู้สึกดีค่ะ ได้ยิ้มตั้งแต่เช้า



    สวัสดีปีใหม่ไรเตอร์และรีดเดอร์ทุกคนนะค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ



    อยากให้เขียนนิยายแนวนี้ออกมาอีกค่ะ อ่านแล้วประทับใจมากๆค่ะ
    #741
    0
  24. #740 nunpanu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 02:03
    หวานข้ามปีแล้วค่ะ
    ปีใหม่ขอให้เพื่อนๆมีความสุขมากๆค่ะ
    #740
    0
  25. #739 vivii_89 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 23:29
    หวัดดีปีใหม่ล่วงหน้าไป 22 นาทีจร้าไรเตอร์
    #739
    0