ไฟละมุน

ตอนที่ 15 : บทที่ 12 อุ่นละไม 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    7 มี.ค. 56


บทที่ 12     อุ่นละไม 2



            กุณฑ์ ย้ายไปนั่งคุยอยู่กับลุงเม่นในที่นั่งคนขับ แล้วให้ลุงเม่นนั่งอยู่

ด้านข้าง โดยไม่สนใจผู้โดยสารใหม่ ที่กริชกำลังพาขึ้นเรือมา เมื่อทั้งหมดขึ้นเรือมา

เรียบร้อยแล้ว กุณฑ์จึงออกเรืออย่างช้าๆ เขาขับไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนอะไร เมื่อ

ถึงเกาะเขาตั้งใจขับวนรอบๆ เกาะ เพื่อให้ผู้โดยสารได้ชมความสวยงามและทิวทัศน์

น้ำทะเลสะอาดใสจนเห็นตัวปลา และแหล่งปะการังใต้น้ำ เสียงผู้โดยสารอุทานตื่นเต้น

กับความสวยงามของธรรมชาติแว่วมาเข้าหูเขาบ้างเป็นระยะๆ แต่เขาไม่ค่อยได้ใส่ใจ

นัก พลางคิด นี่ถ้าเขามีโอกาสพาบัวบุษย์มาเที่ยวที่นี่ได้คงจะดีไม่น้อย..




http://www.hotel-thailand.ws/central/prachuap-khiri-khan/attractions-prachuap-khiri-khan.html


           
ถ้ำทะลุ ที่เห็น บริเวณปลายแหลมด้านเหนือของเกาะนั้น เป็นหน้าผาชันสี

แดง ที่เกิดมีช่องขนาดใหญ่ทะลุไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่

สวยงาม บนเกาะทะลุ มีชายหาดอยู่ด้านเดียว คือด้านทิศตะวันตกที่หันหน้าเข้าหาชาย

ฝั่งนั่นเอง เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้น จำพวกเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังก้อน และ

ประการังจาน ชายหาดจะเริ่มตั้งแต่ ถ้ำทะลุ ไปยังหางเกาะ ที่มีทั้งชายหาดขนาดเล็ก

และขนาดใหญ่  เริ่มจาก อ่าวกรวด ที่มีชายหาดเป็นกรวดก้อนเล็กๆ สวยแปลกตา มี

ปะการังน้ำตื้นให้ได้ดำดูกันได้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งมากนักถัดไปก็จะเป็นหาดเทียน

ที่มีชายหาดยาวที่สุดของเกาะทะลุ มีโขดหินสวย เม็ดทรายขาวละเอียด บรรยากาศดี

เหมาะแก่การเดินเล่น ส่วนด้านหางเกาะนั้น จะเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล เป็นสุสาน

ปะการัง มีเศษปะการังที่แหลมคม ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำเพราะอันตราย พื้นที่บน

หาดของเกาะทะลุนั้นส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าว จึงร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวและปกคลุม

ไปด้วยป่าที่สมบูรณ์

            กุณฑ์ขับเรือวนมาด้านชายหาดเทียน ก่อนจะตีวงถอยเข้าจอดที่ชายหาดนี้  

กริชเดินเข้าไปหากุณฑ์ที่หัวเรือพลางถาม

            “ นายจะลงไปที่หาดรึ? “ 

            “ ใช่ นายจะเอาเรือออกไปตกปลาก็ได้นะกริช แต่กันอยากลงไปเดินที่หาด

มากกว่า  นายจะได้อยู่กับเพื่อนของนายยังไงหละ เอาลุงเม่นไปด้วยก็ได้นะ กันจะลง

ไปคนเดียว “

            เสียงของกุณฑ์ ทำให้บัวบุษย์หันกลับมาดูที่หัวเรือ ถึงแม้จะยังไม่เห็นตัวแต่

เธอคิดว่า เสียงแบบนี้ ทำไมคุ้นหูเธอเหลือเกิน จนเมื่อกริชหลบให้เขาเดินออกมาจาก

หัวเรือ เธอจึงได้เห็นว่าเขาเป็นใคร กุณฑ์เองก็ชะงักไปเมื่อเห็นว่า คนที่นั่งอยู่บนที่นั่ง

ผู้โดยสารนั้นเป็นใคร

            “ คุณบุษย์!..

            “ คุณไฟ!..

            กุณฑ์หันไปถลึงตามองกริช อย่างอยากจะเตะเพื่อนเต็มแก่ ที่ปิดเงียบไม่ยอม

บอกยอมกล่าวอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย ว่าคนที่จะมาด้วยนั้น คือบัวบุษย์กับภัชรธิดา

            “ เฮ้ย.. อย่านะเว้ย.. ก็นายไม่ถามนิหว่า “

            “ เออ.. ขอบใจนะ “ กุณฑ์ประชดเข้าให้ ก่อนเดินมาที่บัวบุษย์

            “ คุณบุษย์ จะลงไปที่ชายหาดกับผม หรือว่าจะไปตกปลากับเจ้ากริชมันหละ

ครับ “

            “ เอ่อ.. บุษย์ “  บัวบุษย์หันไปหาภัชรธิดาอย่างงงๆ เนื่องจากไม่ได้เตรียม

ใจมาก่อน ว่าจะได้เจอเขาที่นี่

            “ เราอยากดูปะการังมากกว่าอะ บุษย์จะลงไปกับคุณกุณฑ์ก็ได้นะ “ ภัชรธิดา

รีบบอก

            กุณฑ์หันกลับมามองหน้าหญิงสาวนิ่ง เหมือนรอคำตอบ จนบัวบุษย์เริ่มเขิน

ต้องหลบตาเขา ชายหนุ่มจึงจับมือหญิงสาวไว้ แล้วพาเดินไปที่ท้ายเรือ เขาปีนลงไป

ก่อนแล้วจึงหันกลับมารับหญิงสาวลงไปด้วยกัน บัวบุษย์เดินตามเขาไปพลางคิด นี่เรา

เป็นอะไรไปหนอ ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา ทำไมเราถึงเหมือนคนสมองหาย ไม่เคยขัดใจ

อะไรเขาได้เลยสักครั้ง แย่แล้วยัยบุษย์ เธอต้องหลงรักเขาแล้วแน่ๆ เลย..

            บัวบุษย์หันกลับไปดูที่เรืออีกครั้ง ก็เห็นว่ามันกำลังลอยลำออกไปจากชาย

หาด โดยมีภัชรธิดาโบกมือให้เธออยู่ไหวๆ เมื่อทั้งสองคนเดินขึ้นไปถึงหาดทรายขาว

สะอาดแล้ว

            “ คุณบุษย์ครับ.. “

            “ คะ! ..”

            “ คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ..รู้ตัวไหมครับ.. ว่ามือคุณเย็นมากเลยนะครับ ”

            “ เอ่อ.. เปล่านี่คะ บุษย์สบายดีค่ะ “

            ชายหนุ่มหยุดเดินหันกลับมามองหน้าหญิงสาวอย่างพิจารณา ก่อนจะค่อยๆ

ยกมือขึ้นอังไปที่หน้าผากของเธอ เขาพยักหน้า แล้วจึงจูงมือหญิงสาวเดินต่อไป บัว

บุษย์รับรู้ได้ถึงความนุ่มนวล อ่อนโยนและห่วงใยของเขา

            หญิงสาวหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาด้วยแววตาลึกซึ้งชื่นชม นานจน

เขารู้สึกได้ว่าถูกมอง

            “ คุณบุษย์ครับ..” ชายหนุ่มเรียกเธอเสียงนุ่ม

            “ คะ!..”

            เขาหยุดเดินอีกครั้ง พร้อมกับหันมามองหน้าบัวบุษย์ จ้องลึกเข้าไปในดวงตา

ของเธอพลางยิ้มละไม ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปที่ปลายจมูกของหญิงสาว อย่างเอ็นดู

            “ อย่าใช้สายตาแบบนี้ ไปมองผู้ชายคนไหนอีกนะครับ รู้มั้ย “

            “ เอ่อ.. สายตา..แบบไหนคะ? “  หญิงสาวถามออกไปอย่างงุนงง

            “ ก็สายตาชื่นชม.. อย่างที่คุณมองผมอยู่นี่ไง..”

            “ ออ.. “

            “ รู้ไหมว่า ..มองแบบนี้มันหมายถึงอะไร “

            บัวบุษย์หน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที.. “ คือ..บุษย์..” หญิงสาวเกิดอาการประหม่า

เขินอายขึ้นมา.. ตายแล้ว.. นี่เราทำให้เขารู้สึกได้ ถึงขนาดนี้เลยหรอ จะเอาหน้าไปไว้ที่

ไหนหละที่นี้

            “ ไปเถอะครับ ไปหาที่นั่งเย็นๆ สบายๆ กว่านี้..แล้วค่อยคุยกัน..นะครับ “


            กุณฑ์รู้ว่าบัวบุษย์กำลังอาย จึงไม่อยากจะกดดันเธอ เขาอยากให้เธอปล่อย

ตัวสบายๆ
เป็นตัวของตัวเอง ให้มากกว่านี้

 

            ด้านกริช เขาให้ลุงเม่นขับเรือไปลอยลำอยู่ทางด้านหัวเกาะ ที่มีถ้ำทะลุ

ก่อนจะวางเบ็ดไว้ที่ท้ายเรือ ภัชรธิดาเดินมาดูเขาสักพัก เธอก็ย้ายตัวเองลงไปนั่งที่ท้าย

เรือกับเขา

           “ นี่คุณ... คุณจะตกปลาอีกนานมั้ยอะ ”

            กริชหันมามองหน้าหญิงสาว  “ คุณเบื่อแล้วหรือ “

            “ ก็ ชั้นอยากดูปะการังนี่ ไม่ได้อยากมาตกปลา “

            “ อ้าว.. ก็ผมชวนคุณมาตกปลานี่ครับ “

            “ แต่ชั้นอยากดูปะการังนี่.. คุณเลิกตกปลาแล้วพาชั้นไปดูปะการังไม่ได้หรอ

นะ ๆ ๆ “

            “ นี่คุณอั้ม.. ผมว่า คุณอย่ามาทำเสียงแบบนี้ใส่ผม นะ.. คุณ “

            “ เสียงแบบไหน..ไม่ทราบคะ “  หญิงสาวสะบัดเสียงเล็กน้อย แถมค้อนเขา

ไปด้วย

            “ ก็ ไอ้.. นะ ๆ  ๆ ๆ.. อะไรของคุณเนี่ย  ฟังแล้วมัน รู้สึกอยากทำอย่างอื่น

มากกว่า “

            “ อ๊ายยยยยย!! ..อีตาบ้า..”

            กริชหัวเราะเสียงดัง.. อย่างสนุกสนานที่ทำให้ภัชรธิดาอายได้ หญิงสาวหมั่น

ใส้จึงวักน้ำทะเลใส่เขา

            “ โอ้ยยย...คุณ ผมเปียกหมดแล้ว นะครับ “

            “ สมน้ำหน้า ..ชิส์  “  หญิงสาวสะบัดหน้าหนี พลางลุกขึ้น เดินไปนั่งยังที่นั่ง

ผู้โดยสารในเรือแทน กริชหัวเราะในลำคอ.. ก่อนจะเดินตามเข้ามา

            “ คุณอยากดูจริงๆ หรอ “

            ภัชรธิดาไม่ตอบ แถมหันหน้าหนีเขา มองออกไปข้างนอก อย่างคนแสนงอน

            “ ก็ได้ ๆ .. ว่าแต่ คุณพายเรือเป็นไหมหละ “

            หญิงสาวหันกลับมาอย่างสนใจ “ พายเรือหรอ.. ไม่เป็นค่ะ “

            “ อยากหัดไหม? “

            “ ชั้นอยากดูปะการัง ทำไมต้องพายเรือด้วยหละ คุณก็ขับเรือนี้ไป ก็ได้นี่ “

            “ คุณไม่อยากดูมันใกล้ๆ หรือ.. เรือเนี่ยไม่เหมาะจะเอาเข้าไปดูหรอก มันจะ

ทำลายปะการัง ถ้าคุณอยากดูใกล้ๆ ผมจะให้ลุงเม่นขับเข้าฝั่งแล้วหาเช่าเรือคายัคพาย

ออกมาดู คุณจะได้เห็นมันชัดๆ ที่นี่เป็นปะการังน้ำตื้นนะคุณ “

            “ ก็ได้..ชั้นหัดพายเรือก็ได้ “

            “ ถ้าอย่างนั้น รอให้แดดร่มลมตกกว่านี้ เราค่อยไปนะครับ ขืนไปตอนนี้มีหวัง

คุณได้เป็นนางแบบนิโกรแน่.”

            อืม..นั่นสิ หญิงสาวคิดตาม..แดดขนาดนี้มีหวังดำแน่ๆ เลยเรา จริงๆ นายนี่ก็

คิดอะไรๆ เข้าท่าดีเหมือนกันนะ พลางนึกขึ้นมาได้

            “ อ้อ.. คุณกริช “

            “ ครับ ..ว่า “

            “ ชั้นยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย เรื่องที่ภูเก็ตหนะค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยชั้น

ให้รอดจากฝีมือของคุณเอรี่ “

            “ ครับ.. ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะเอรี่เค้าก็ทำไม่ถูกจริงๆ “

            “ แล้ว คุณเอรี่เนี่ย เค้าเป็นแฟนกับคุณกุณฑ์จริงๆ หรอคะ “

            “ ไม่ใช่หรอกครับ.. เอรี่เป็นเพื่อนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กหนะครับ กุณฑ์ไม่ได้

คิดอะไรกับเอรี่ แต่ทางเอรี่ ก็อย่างที่คุณเห็นนั่นหละครับ “

            “ อืม.. แล้วคุณกุณฑ์เค้าไม่มีแฟนเลยหรอคะ “ กริชหันมามองหน้าภัชรธิดา

ก่อนจะถามกลับ

            “ คุณถามให้ตัวเองหรือครับ ..คุณอั้ม “

            “ บ้า!!.. ชั้นถามให้เพื่อนย่ะ “   ภัชรธิดาหันมาค้อนเขาเสียวงใหญ่ แล้วจึง

สะบัดหน้ากลับไป

            กริชยิ้มกว้าง..ก่อนจะหัวเราะออกมา “ มันยังไม่มีแฟนหรอกครับ.. แต่มีใคร

ในใจหรือเปล่าเนี่ย ผมคงตอบไม่ได้ ปกติกุณฑ์เป็นคนไม่ค่อยพูด ยิ่งเรื่องส่วนตัวด้วย

แล้วไม่ต้องไปถามเลย ถล่มกับโจรยังง่ายกว่า งัดปากให้มันพูดอีก คู๊ณ.. “

            “ ว่าแต่..ที่อยากรู้เนี่ย ไม่อยากรู้เรื่องผมบ้างหรอครับ รับรองผมตอบได้หมด

ทุกข้อแน่ “

            “ ชิส์..ใครเค้าจะไปอยากรู้เรื่องของคุณ “ ภัชรธิดาหันมาค้อนเขาอีกรอบ

            “ ช่วยอยากรู้หน่อยเถอะคุณ.. เผื่อเราเป็นแฟนกันในอนาคตไง..“

            “ คุณนี่.. ถ้าจะบ้า.. ใครเค้าอยากจะเป็นแฟนคุณ “

            “ ทำไมหละ คุณไม่อยากเป็นแฟนกับคนที่จูบคุณเป็นคนแรกหรอ “

            “ อื้ยยย!!.. คุณ.. หยุดพูดเดียวนี้เลยนะ คุณขโมยจูบชั้นต่างหาก “

            ภัชรธิดาอายจนหน้าแดงขึ้นมา

            “ ก็คุณส่งเสียงดังทำไมเล่าคร๊าบ.. ผมกำลังตามผู้ต้องสงสัยไป คุณก็มาโวย

วายใส่ผม อยู่นั่นแหละ ดีเท่าไหร่แล้วที่มันไม่เอาปืนยิงเข้าให้..”

            “ นี่.. อย่ามาโทษชั้นนะ ใครจะไปรู้ว่าคุณกำลังจะจับโจรเล่า “

            “ ผมไม่ได้โทษคุณหรอกคร๊าบ..คุณอั้ม ผมแค่จะอธิบายว่าทำไมผมถึงต้อง

ปิดปากคุณไว้ก็เท่านั้นเอง อีกอย่างเห็นท่าทางคุณออกจะเปรี้ยวปรี๊ดขนาดนี้ ใครจะไป

รู้หละว่า คุณยังไม่เคย.. โดนจูบ “

            “ ถึงชั้นจะเคยโดนจูบ หรือไม่เคยโดนจูบ ก็ไม่ได้หมายความว่าชั้นจะเต็มใจ

ให้คุณมาจูบชั้นนี่ .. ช่างเถอะๆ ชั้นไม่อยากพูดถึงมันแล้ว “

            กริชยิ้มๆ ก่อนจะทำหน้าทะเล้นใส่หญิงสาว  “ ไม่อยากพูดถึง ก็ไม่เป็นไร

คร๊าบ.. ว่าแต่ คุณไม่อยากลองอีกซักทีหรอ เผื่อจะติดใจนะครับ “

            “ บ้า.. คุณนี่.. บ้าจริงๆ เลย “ 


            หญิงสาวหันหน้าหนี มองออกไปด้านนอกแทน พลางอมยิ้มขำท่าทางทะเล้นๆ

ของเขา ส่วนกริชก็หัวเราะกับท่าทางของหญิงสาว เขามองเธออย่างเอ็นดู ก่อนจะเดิน

กลับไปที่ท้ายเรือ



            กุณฑ์พาบัวบุษย์เดินเลียบชายหาดมาจนถึงอ่าวกรวด ทั้งสองคนพากัน

เข้าไปนั่งหลบแดดอยู่บนหาดทราย ที่มีชะง่อนหินยื่นออกมาบังแสงแดดไว้ บรรยากาศ

ค่อยข้างร่มรื่นกว่าที่อื่น หญิงสาวนั่งพับเพียบอยู่ข้างๆ ชายหนุ่ม โดยกุณฑ์นั่งเหยียดขา

ออกไปทั้งสองข้าง แล้วไขว้ทับกันไว้ เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยใช้แขนทั้งสองข้างยัน

กาย เขามองหน้าบัวบุษย์ พลางถาม

            “ เหนื่อยไหมครับ คุณบุษย์ เราเดินมาไกลเหมือนกันนะครับเนี่ย “

            “ ไม่เหนื่อยค่ะ แต่ว่าร้อนนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็คงดีขึ้นเพราะว่าตรงนี้ร่มแล้วก็มี

ลมพัดเย็น สบายดีค่ะ “

            หญิงสาวมองออกไปที่ทะเลพลางสะบัดผมไปด้านหลัง กุณฑ์มองไปที่ผม

สลวยดำยาวของเธอ ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม เขามองด้วยความชื่นชม และยอมรับว่า

เธอเป็นคนที่มีเส้นผมที่สวยมาก แสดงถึงสุขภาพผมที่แข็งแรง

            “ ได้ข่าวว่าที่นี่มีตำนานด้วยหรือครับ คุณบุษย์ “

            หญิงสาวหันกลับมามองหน้าเขา ก่อนตอบ   “ ค่ะ เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่ ที่เล่า

ขานต่อๆ กันมา ตั้งแต่โบราณหนะค่ะ “

            “ คุณพอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ “

            “ ถ้า.. เอาเท่าที่จำได้ ก็พอจะได้อยู่นะคะ “

            “ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยากฟัง นะครับ “

            “ ค่ะ.. เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีครอบครัวๆ หนึ่ง อาศัยอยู่ที่อ่าว

น้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีสมาชิกครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูก พ่อชื่อตาม่องล่าย

แม่ชื่อนางรำพึง ส่วนลูก ชื่อนางยมโดย ว่ากันว่า.. นางยมโดยนั้นเป็นสาวงามที่หนุ่มๆ

หมายปอง ทั้งใกล้และไกล ความงามของนางลือไกลไปถึงเมืองเพชรบุรี เมื่อจ้าวลาย

บุตรเจ้าเมืองเพชรบุรีทราบถึงกิตติศัพท์นี้ จึงปลอมตัวเป็นชาวประมงมา เพื่อพบปะกับ

สาวยมโดย แล้วเกิดรักใคร่ชอบพอกัน จึงได้เอ่ยปากสู่ขอ นางยมโดย จากนางรำพึงผู้

เป็นแม่ ซึ่งก็เต็มใจยกให้โดยที่ไม่ได้ปรึกษากับตาม่องล่าย
ผู้เป็นสามี ส่วนตาม่องล่าย

เองก็ออกเรือหาปลาไปจนถึงอ่าวบางสะพาน ได้พบกันกองเรือสำเภาค้าขายของพระ

เจ้ากรุงจีน จึงชักชวนให้มาเที่ยวที่บ้าน เมื่อบุตรชายพระเจ้ากรุงจีนได้พบนางยมโดย ก็

เกิดชอบนางยมโดยขึ้นมาในทันที จึงสู่ของนางยมโดยกับตาม่องล่าย ซึ่งก็มิได้บอกให้


นางรำพึงรู้เช่นกัน เมื่อถึงวันแต่งงาน ขบวนขันหมากของเจ้าลายและกองเรือสำเภาของ

บุตรชายเจ้ากรุงจีนยกมาถึงบ้านตาม่องล่ายในเวลาเดียวกัน เลยเกิดเรื่องราวใหญ่โต

เพราะทั้งตาม่องล่ายและยายรำพึง ต่างฝ่ายก็จะให้แต่งกับคนของตนเอง เมื่อตกลงกัน

ไม่ได้ ก็เกิดเหตุการทะเลาะกัน ยายรำพึงใจร้อนจึงคว้าหมวกขว้างใส่ตาม่องล่าย หมวก

ก็เลยลอยไปตกเป็นเกาะหมวก คว้ากระบุงขว้างใส่อีกก็ลอยไปเป็นเกาะกระบุง เมื่อตา

ม่องล่ายถูกทำร้ายก็เดือดดาล จึงคว้าสากตำข้าวขว้างใส่นางรำพึงบ้าง แต่ไม่ถูก สาก

นั้นก็ลอยละลิ้วไปถูกที่หัวเกาะๆ หนึ่งที่ทอดตัวขวางอ่าวบางสะพานอยู่ ทะลุเป็นรูใหญ่

แล้วเจ้าสากนั้นก็ลอยไปตกกลายเป็นเกาะสาก “

            “ แล้วยังไงต่อครับ “

            “ หลังจากนั้นก็ทะเลาะทุบตีกันหนะค่ะ นางรำพึงสู้ไม่ได้จึงวิ่งหนี และไปขาด

ใจตายกลายเป็นเขาแม่รำพึง นอนพิทักษ์อ่าวแม่รำพึงตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาค่ะ พอเมีย

ตายตาม่องล่ายเลยคลุ้มคลั่ง จับร่างนางยมโดยฉีกออกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งโยนให้เจ้า

ลายกลายเป็นเกาะนมสาว ที่จังหวัดเพชรบุรี ส่วนอีกซีกก็โยนให้บุตรชายเจ้ากรุงจีน

กลายเป็นเกาะนมสาวที่จังหวัดชลบุรี
เมื่อเจ้าลายเสียคนรักไปก็เสียใจยกขบวนขันหมาก

กลับเพชรบุรี แก้วแหวนเงินทองต่างๆ ที่นำมาเป็นของหมั้น ก็ขว้างทิ้งกลายเป็นเขาหัว

แก้วหัวแหวน เขาเพชร เขาพลอย แล้วเจ้าลายก็ตรอมใจตาย
กลายเป็นเขาเจ้าลายอยู่

ที่จังหวัดเพชรบุรีค่ะ “

            “ แล้วลูกชายเจ้ากรุงจีนหละครับ “

            “ ลูกชายเจ้ากรุงจีนก็เสียใจเช่นกันค่ะ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่นำมาด้วย

ก็ขว้างทิ้ง กระจกส่องหน้าก็ขว้างทิ้งลอยลิ้วไปตกกลายเป็นเขาช่องกระจก ตะเกียบที่

ใช้กินข้าวก็ขว้างทิ้งไปเป็นเขาตะเกียบ พวกเบี้ยต่างๆ ที่นำมาเป็นของหมั้นก็ทิ้งกระจัด

กระจายจนกลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย เกาะสิงห์ เกาะสังข์ จนตราบทุกวันนี้ไงหละคะ “

            “ ส่วนตาม่องล่ายก็ตรอมใจตายกลายมาเป็นเขาตาม่องล่ายที่เมืองประจวบ

คีรีขันธ์ สินะครับ “

            หญิงสาวหันมายิ้มให้เขา “ ใช่ค่ะ “

            “ คุณเชื่อนิทานปรำปราพวกนี้ไหมครับ “

            “ ก็ฟังไว้หนะค่ะ ถ้าพูดเป็นวิทยาศาสตร์ ก็ต้องบอกว่าไม่เชื่อใช่ไหมหละคะ “

            “ ก็คงจะอย่างนั้นหละครับ “

            หญิงสาวหันไปมองหน้าเขา พลางถาม “ เอ่อ.. คุณไฟคะ บุษย์ขอถามอะไร

หน่อยได้ไหมคะ “

            “ ได้สิครับ คุณบุษย์อยากทราบอะไร ถ้าผมตอบได้ผมก็จะตอบให้นะครับ “

            “ คุณไฟต้องตอบได้อยู่แล้วหละค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่คุณ เคยบอกมาแล้วครั้ง

นึง “

            “ เอาสิครับ คำถามคือ.อะไรเอ่ย “

            “ คุณเคยบอกว่า คุณรู้จักบุษย์ดี หมายความว่ายังไงคะ เพราะบุษย์มั่นใจว่า

บุษย์ไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน แน่ๆ ค่ะ “

            ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวนิ่งๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้บัวบุษย์อีกนิด

            “ คุณอยากทราบจริงๆ หรือครับ “

            “ ค่ะ บุษย์อยากทราบ “

            “ ถ้าอย่างนั้นผมมีข้อแลกเปลี่ยนนะครับ “

            “ ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ “

            “ ผมขอนอนหนุนตักคุณสัก 10-15 นาที ได้ไหมครับ ..บอกตรงๆ ว่าตอนนี้

ผมง่วงมาก นั่งตากลมเย็นๆ แบบนี้ ยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่ “

            “ เอ่อ.. บุษย์ “

            “ นะครับ.. คุณบุษย์ “

            “ ออ.. ก็ได้ค่ะ แล้วคุณจะตอบบุษย์ตอนไหนหละคะ “

            “ ไม่ต้องห่วงครับ.. คุณได้คำตอบแน่นอนครับ “


           ว่าแล้วกุณฑ์ก็ล้มตัวลงนอนวางศีรษะไว้บนตักของเธอ บัวบุษย์ทำอะไรไม่ถูก

จึงได้แต่นั่งนิ่งๆ ชายหนุ่มคว้ามือซ้ายของหญิงสาวมากุมไว้ที่หน้าอก พลางหลับตาลง

เขาลูบไล้ไป
มาบนหัวใจดวงจิ๋วสองดวงที่ข้อมือของเธอ บัวบุษย์ก้มลงมองหน้าเขา ไม่


นานเขาก็หลับไปจริงๆ ตายหละ.. นี่เขาง่วงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย หญิงสาวพิจารณาใบ

หน้าของเขาอย่างใกล้ชิด ผิวหน้าเนียนสะอาดแม้ไม่ละเอียดเหมือนผิวสตรี แต่ก็จัดว่า

ผิวดีมีไรหนวดขึ้นเขียวรำไรๆ ที่แสดงว่า
เขาต้องโกนมันทุกวันแน่คิ้วเข้มได้ส่วนจมูกโด่ง

ขึ้นเป็นสันลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาหญิงสาวใช้มือขวาเขี่ยปลายผมที่ลงมาปรกหน้า

ให้กลับขึ้นไป 

            บัวบุษย์นึกไปถึงเช้าวานนี้.. ที่เขาไปส่งเธอและภัชรธิดาที่คอนโดของเธอ

เขามีสีหน้าท่าทางที่ดูเครียดและเคร่งขรึม หลังจากนั้น ก็ไม่รู้ว่าเขาต้องเจอะเจอเรื่อง

อะไรมาอีกบ้าง คนที่ทำงานอย่างเขาคงเจอแต่เรื่องที่จะต้องแก้ปัญหาตลอดเวลา หญิง

สาวก้มลงพิจารณาใบหน้าของเขาอีกครั้ง เวลาหลับเขาดูสงบและผ่อนคลาย บัวบุษย์

ขยับตัวเล็กน้อยไล่อาการเมื่อยขบ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงอาการชาที่ปลายเท้า ขึ้นมาถึง

ช่วงขา เธอหันซ้ายหันขวาไม่พบอะไรใกล้ตัวเลย นอกจากทรายขาวสะอาดรอบๆ ตัว

กับชายหนุ่มที่กำลังหลับสบายอยู่บนตักของเธอ

            หญิงสาวนึกขึ้นมาได้ จึงรวบเส้นผมของเธอมาไว้ด้านหน้า แล้วลองสางดู

ด้วยมือก็ได้เส้นผมที่ร่วงออกมา 2– 3 เส้น  จึงนำมารวมผูกเข้าด้วยกันเป็นเกลียว และ

ทำวงไว้ที่ปลายจากนั้นจึงนำมาแหย่เข้าที่หูของเขา ปั่นผมเข้าไปในหู หญิงสาวคิดว่า

ยังไงเขาก็ต้องตื่น.. แต่กลับ ไม่เป็นไปอย่างที่คาด.. เขาก็ยังคงหลับต่อไป

            “ ว้า..ทำไม เค้าไม่รู้สึกเลยหละ.. “ หญิงสาวบ่นออกมาให้ได้ยิน

            กุณฑ์อมยิ้มน้อยๆ  “ กำลังสบายเลยครับ..คุณบุษย์ “  แล้วเขาก็ลืมตาขึ้น

มา บัวบุษย์ตกใจเพราะเธอกำลังจะก้มลงไปใช้ผมปั่นหูเขาอีกครั้ง

            “ ตื่นแล้วหรือคะ..  บุษย์เห็นคุณนิ่งๆ คิดว่ายังไม่รู้สึกตัวเสียอีก “

            “ ผมตื่นตั้งแต่คุณขยับตัวแล้วหละครับ.. “ ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นมานั่งข้างๆ

เธอ

            “ เมื่อยมากไหมครับ “

            “ ก็ .. นิดหน่อยค่ะ “

            “ แดดกำลังดีเลยนะครับ.. ตอนนี้ ผมว่าเราเดินกลับไปหาเช่าเรือคายัคมา

พายดูปะการังน้ำตื้นกันดีกว่าครับ คุณบุษย์ “  ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน และหันมาฉุดหญิง

สาวให้ลุกขึ้นตาม

            บัวบุษย์ลุกขึ้นตามแรงฉุดของเขา แต่พอเขาปล่อยมือ หญิงสาวก็เซจะล้ม

กุณฑ์จึงคว้าร่างของเธอไว้

            “ เป็นอะไรรึเปล่าครับ คุณบุษย์ “   ชายหนุ่มถามอย่างห่วงใย

            “ คือ.. บุษย์.. เป็นเหน็บชาหนะค่ะ “   หญิงสาวอ้อมแอ้มบอกออกมา

            “ หรือครับ ถ้าอย่างนั้นคุณยืนเฉยๆ สักครู่ เดี๋ยวก็คงจะดีขึ้น แย่จัง..ผมคง

หลับไปนานพอดูสินะครับ “

            บัวบุษย์ยิ้มให้เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ภายในใจของเธอตอนนี้ หัวใจของเธอ

มันเต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะอยู่แล้ว ชายหนุ่มประคองให้เธอยืนอิงเขาเอาไว้เพื่อพยุง

ตัว หญิงสาวไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาดูเขา

            และแล้ว..อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ตวัดร่างของเธอเข้าไปไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว

จนเธอตกใจ

            “ เอ่อ..คุณไฟคะ! .. “

            “ อยู่นิ่งๆ ครับ คุณบุษย์.. ด้านหลังคุณ งูกะปะมันกำลังเลื้อยผ่านไป “  

            “ คะ!.. งูหรอคะ “  หญิงสาวค่อยๆ หันไปดู ก็เห็นแค่หางของมัน ที่กำลัง

เลื้อยเข้าไปในป่าด้านหลัง

            กุณฑ์ ค่อยๆ ปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน พลางถาม  “ ตอนนี้..หายเป็น

เหน็บชาแล้วรึยังครับ คุณบุษย์ “

            “ หายแล้วค่ะ “

            “ เอาหละเราเดินกลับไปที่บังกะโลโน่นกันดีกว่าครับ หาน้ำเย็นๆ ทาน แล้ว

เราออกไปพายเรือดูปะการังกันนะครับ “

            “ แต่ว่า .. คุณไฟ.. ยังไม่ได้เล่าเรื่องที่บุษย์ถามไปเลยนะคะ “

            ชายหนุ่มยิ้มละไม พลางจูงมือเธอเดินออกมา

            “ ผมไม่ลืมหรอกครับ เพียงแต่ว่าเรื่องมันยาวต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วอีก

อย่างผมว่าตรงนี้มันก็ ไม่ค่อยจะปลอดภัยเสียแล้ว ผมก็เลยคิดว่า ให้มีเวลามากกว่านี้

แล้วผมจะเล่าให้ฟังดีกว่านะครับ คุณบุษย์ “

            “ ก็ได้ค่ะ “ หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย

            กุณฑ์ยิ้มอย่างพอใจ เขารู้สึกดีที่บัวบุษย์เข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่ใช่ผู้หญิงประ

เภทที่ชอบเซ้าซี้หรือเจ้าแง่แสนงอน เพราะตัวเขาเองก็เป็นคนไม่ค่อยชอบอธิบายอะไร

ยาวๆ ซึ่ง ดูเหมือนบัวบุษย์จะเข้าใจเขาได้ดีกว่าคนอื่นๆ


            กริชขับเรือเข้าฝั่งแล้ว เขากำลังถอยท้ายเรือเข้าหาชายหาด  เรียบร้อย

แล้วจึงเดินไปท้ายเรือ ปีนลงไป แล้วจึงหันมารับภัชรธิดาลงไปด้วย ทั้งสองคนเดินมา

ตามชายหาด จนมาเจอกุณฑ์และบัวบุษย์ กำลังนั่งทานน้ำอยู่ที่ร้านค้าใกล้ๆ กับที่เช่า

เรือคายัค

            “ อ้าว..ไฟ กันกำลังจะมาเช่าเรือคายัคพาคุณอั้มไปดูปะการัง.. ไม่ไหวตก

ปลาไม่มีอันเป็นสุข พอปลาจะกินเบ็ด ก็มีคนมาคอยไล่มันซะงั้น “

            “ ก็ชั้นไม่อยากให้คุณทำบาปนี่ .. “  ภัชรธิดารีบบอก

            “ อืม!..เป็นไงหละ ว่าที่คุณนายของกัน..เริ่มชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนกซะแล้ว มั้ยหละ “

            “ บ้า.. ใครเป็นว่าที่คุณนาย..พูดดีๆ นะ คุณ “

            “ ก็คุณไง.. ผมมัดจำไว้แล้ว คุณยังไม่รู้ตัวอีกหรอ “

            “ งื้อ!!! .. คนบ้า “

            กริชหัวเราะเสียงดัง อย่างสนุกสนาน เขามองตามภัชรธิดาที่เดินสะบัดสะโพก

ไปหาบัวบุษย์อย่างงอนๆ ก่อนจะหันมายักคิ้วให้กุณฑ์

            “ ว่าไง ไอ้เสือ .. นายจะพาคุณบุษย์ไปพายเรือเหมือนกันรึ “

            “ ใช่ นายกำลังจะไปเช่าเรือรึ ไปด้วยกันสิ “

            เมื่อชายหนุ่มทั้งสองคนไปแล้ว

            “ เป็นยังไงบ้างบุษย์ คุณกุณฑ์เค้าเป็นยังไงบ้าง “

            “ ก็.. ไม่เป็นยังไงนี่.. ว่าแต่เธอเถอะ อยู่กับคุณกริชตั้งเป็นนานสองนาน ยัง

ไม่เลิกทะเลาะกันอีกหรอ “

            “ ชั้นก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับเขาเสียหน่อย แต่เค้าชอบพูดจากวนประสาท

ชั้นหนะสิ “

            “ ชั้นว่า เค้าสนใจแกอยู่เหมือนกันนะ อั้ม “

            “ แกคิดว่าอย่างนั้นหรอ “

            “ อืม!!.. ใช่ “

            “ ไม่รู้สิ รู้แต่ว่า เค้าชอบพูดจาวกไปวนมา กวนประสาทให้ชั้นโมโห ตลอด

เวลา “

            “ ก็คอยดูกันต่อไป นี่แกจะออกไปพายเรือคายัคเหมือนกันหรอ “

            “ น่าจะสนุกนะ บุษย์ “ ภัชรธิดายิ้ม อย่างนึกสนุก ที่จะได้หัดพายเรือ

            หนุ่มสาวทั้งสองคู่ ต่างพากันลงไปพายเรือเล่นและชมธรรมชาติปะการังใต้

น้ำ อย่างสนุกสนาน สร้างความใกล้ชิดแก่กันและกัน บัวบุษย์รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ที่

จะพูดคุยกับกุณฑ์ และภัชรธิดาเอง ก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกริชมากกว่าแต่ก่อน  จนเวลา

ล่วงเลยใกล้พระอาทิตย์ตกดิน บัวบุษย์จึงชวนกุณฑ์กลับ

            “ คุณไฟคะ.. พาบุษย์กลับเถอะค่ะ ใกล้เวลางานเลี้ยงที่บ้านบุษย์แล้วหละค่ะ

คุณพ่อ
ท่านจัดเลี้ยงตอนรับยัยอั้มหนะค่ะ บุษย์ไม่อยากให้ท่านรอ “

            “ ได้สิครับ “

            “ บุษย์ เชิญคุณไฟด้วยนะคะ คุณพ่อเชิญคุณกริชไว้แล้วหนะค่ะ “

            “ นี่เจ้ากริชมันไปพบคุณพ่อคุณบุษย์มาแล้วหรือครับ “  กุณฑ์ถามอย่างฉงน

            “ ค่ะ .. “ บัวบุษย์ตอบแล้วอมยิ้มน้อยๆ นึกไปถึงหน้าของกริช ตอนที่ไปพบ

คุณพ่อของเธอ

            “ ถ้าอย่างนั้น ผมไปส่งคุณบุษย์ก่อนแล้วจะกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านแล้ว

ค่อยกลับไปที่งานแล้วกันนะครับ “

            “ ค่ะ “

            กุณฑ์หันไปตะโกนเรียกกริช แล้วจึงพายเรือเข้าฝั่งนำเรือคายัคที่เช่ามาไป

คืน แล้วจึงพากันไปขึ้นเรือของกุณฑ์ที่จอดรออยู่ ครั้งนี้กุณฑ์ปล่อยให้ลุงเม่นทำหน้าที่

ขับเรือกลับ ไม่นานทั้งหมดก็กลับมาถึงชายหาดหน้าโรงแรมบัว เขาและกริชลงไปส่ง

ทั้งสองสาวจนถึงหน้าโรงแรมแล้วจึงขอตัวกลับ

            “ เดี๋ยวพบกันนะครับ คุณบุษย์ “

            “ ค่ะ “

            กริชโบกมือให้ภัชรธิดาและบัวบุษย์ “ เดี๋ยวผมมานะครับ “  แล้วจึงเดินตาม

กุณฑ์กลับไปที่เรือ

            “ เฮ้ย! ไฟ นายมีอะไรรึเปล่า “

            “ กันได้รหัสลับส่งมาในข้อความ เดี๋ยวกลับไปเช็คก็คงรู้ว่าเรื่องอะไร “

            กริชเงียบไปทันที ทั้งสองหนุ่มกลับมามีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง อีกครั้ง


            เมื่อทั้งสองคน กลับถึงบ้าน กุณฑ์รีบไปที่ห้องทำงานเขา เปิดคอมพิวเตอร์

เข้ารหัสลับไปที่หน่วยข่าวกรอง ลับสุดยอดของส่วนความมั่นคง เขาอ่านด้วยความสงบ

สีหน้าเรียบเฉย

            “ เป็นยังไงบ้างวะ ไฟ “

            “ มันจะลงมือพรุ่งนี้ ที่สุวรรณภูมิ “

            “ สุวรรณภูมิรึ!..ท่านนายกฯ กลับ เฮ้ย..มันคิดที่จะ.."

           " อืม.. มันคิดจะจับตัวท่านนายกฯ อาจจะต้องการปฏิวัติเงียบ บังคับให้ท่าน

เซ็นลาออกเพื่อล้มรัฐบาล “

            “ แล้ว ทางเรามีแผนรับมือยังไง “

            “ ต้องให้ท่านนายกฯ เปลี่ยนเที่ยวบิน ไปลงที่ฮ่องกงก่อน แล้ววันรุ่งขึ้นค่อย

ไปรับที่สนามบินเชียงใหม่ "

            “ อืม.. แล้วยังไง “

            “ วันอังคาร มีประชุมคณะรัฐมนตรี กันจะให้สัญจรไปที่เชียงใหม่ แทนอิสาน

ก่อน “

            “ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราก็ต้องกลับ แล้วเย็นก็บินไปเชียงใหม่ ใช่ไหม..”

            กุณฑ์พยักหน้า “ เราเปลี่ยนแผนการประชุมกระทันหันนักข่าวอาจสงสัย กัน

ว่า จะชวนคุณบุษย์ขึ้นไปทำข่าวที่เชียงใหม่ด้วย “

            “ นายคิดดีแล้วรึ ไฟ.. งานนี้มันอันตรายสำหรับคุณบุษย์นะ “

            “ เรื่องนั้นกันรู้ดี แต่...เราจะไว้ใจสื่อไหนได้หละ เราไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใคร

สื่อเดี๋ยวนี้ ก็มีนายทุนเป็นสปอนเซอร์โฆษณาสนับสนุนทั้งนั้น นายคิดว่าข่าวจะไม่รั่วรึ.. “

            “ แล้วนายจะทำยังไง ถ้ามันตามล่าคุณบุษย์ “

            “ คุณบุษย์จะอยู่ในสายตาของกันตลอดเวลา นายไม่ต้องห่วง “

            “ ก็แล้วแต่นายก็แล้วกัน เดี๋ยวกันไปอาบน้ำก่อน “

            “ อืม..”

            เมื่อกริชเดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงพลาง

ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด


             “ คุณบุษย์ ผมสัญญา..ว่าผม.. จะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผมเอง “

 

=========================================

 

รบกวนแฟนคลับที่เข้ามาอ่าน Vote ให้ คะแนนในแต่ละ ตอน ได้ที่ด้านล่าง
ของแต่ละตอน
คลิกเลือก คะแนน ก่อนกดส่งคะแนนนะคะ
ไรเตอร์จะได้ทราบระดับความพอใจ
ของแฟนคลับ ต่อนิยายในแต่ละตอน ค๊าา  ขอบคุณ ค่ะ

 

ไรเตอร์ ฝากเพลงเพราะๆ นี้ให้ แฟนๆ ทุกคน ฟังนะคะ ระหว่างรอค่ะ
ไม่มีตรงกลาง - จิรากร



 

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

# ❤ ...❤ Numfonart ❤ ...❤  (✿◠‿◠)


อ่านนิยายแล้ว อย่าลืมกด บันทึกเป็น Favorite
เพื่อเป็นแฟนพันธ์แท้ กันด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า ค๊าาา

 

 
ตัวอย่างเว็บไซต์ .WS เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ ง่ายๆ ที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

949 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มกราคม 2556 / 11:55
    คุณไฟ น่ารักมาก เลยค่ะ
    #821
    0
  2. #450 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 21:58
    คุณไฟรุกอย่างเงียบๆแต่หวั่นไหว
    #450
    0
  3. #379 MumuMay (@s-may43) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2555 / 17:32
    คุณไฟน่ารักมากกกกเลยค่าาาา หลงรักคุณไฟสุดๆ
    #379
    0
  4. #345 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 21:48
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด

    นอนหนุนตัก

    ตาเค้าร้อนผ่าวหมดแล้ว

    ช่วยสาดน้ำใส่ตาเค้าที
    #345
    0
  5. #343 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 11:05
    แหมเจ้าไฟ ผัดผ่อนไปเรื่อยนะแก
    #343
    0
  6. #342 ปราบดา (@punmiles) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 08:01
    ท่ามากจริงคุณไฟ
    #342
    0
  7. #341 Numfonart (@numfonart) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 01:34
    มาลงให้แล้วนะคะ...วันนี้มาดึกนิดนึง....อิ อิ
    #341
    0
  8. #339 snows (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 13:51
    เห็นด้วยกับคุณ koffee ค่ะ



    เวลาอ่านจะสะดุดตรงคำนี้ คิดจะทักอยู่หลายครั้งเลย



    คำว่า " ค๊ะ " .. ใช้แค่ " คะ " ก็พอค่ะ



    ชอบนิยายเรื่องนี้มาก เลยอยากช่วยส่องๆบอกๆกัน

    เพื่อให้นิยายเรื่องนี้ อ่านแล้วเพลิดเพลิน มีข้อสะดุดน้อยที่สุด
    #339
    0
  9. #338 aiyosara (@aiyosara) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 07:10
    กรี๊ดดดด จะน่ารักเกินไปแล้วนะคะคุณไฟ
    #338
    0
  10. #337 Numfonart (@numfonart) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 23:51
    รบกวน คุณ koffee ด้วยนะคะ  เห็นผิดตรงไหนบอกเลยค่ะ 

    ไรเตอร์ห่างไกลจากการเขียนแบบถูกต้องมานาน เล่นเฟส ก็เขียนเพี้ยนมานานค่ะ..ก็เลยติดมาด้วย

    ( สารภาพตรงๆ เลยค่ะ อิ อิ )
    #337
    0
  11. #336 Numfonart (@numfonart) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 23:41
    ขอบคุณค่ะ... คุณ koffee ข้อนี้ ไรเตอร์ พอทราบค่ะว่ามีปัญหา

    ก็พยายามจะเขียนให้มันถูกอยู่นะคะ .. แต่บางวันรีบมากๆ ก็ไม่ค่อยได้มาทวนเท่าไร

    ก็ต้องขออภัยแฟนๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เขียนจบไรเตอร์ก็จะต้องไปรีไรท์ อีกทีอยู่แล้วค่ะ

    คือ ไรเตอร์ทำงานทุกวัน มีเวลาเขียนแค่ช่วงก่อนนอนเท่านั้น จึงไม่มีเวลามาทบทวนเท่าไร

    ถ้าเห็นตรงไหนผิด ก็บอกได้ค่ะ จะได้เข้ามาแก้ไขให้นะคะ.. ขอบคุณล่วงหน้าค๊าาา
    #336
    0
  12. #335 koffee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 23:10
    อ่านมาหลายตอน ทนไม่ไหวขอแก้คำนิดนึงค่ะ



    คำว่า คะ ค่ะ สองคำนี้มีเสียงต่างกัน คำว่า คะ ใช้เป็นเสียงสูง ไม่ต้องมีไม่ตรีกำกับแล้วค่ะ เพราะ ค.ควายเป็นตัวสะกดที่ไม่มีรูปไม่ตรีกำกับค่ะ เหมือนกับ ม. ม้า เช่น มั้ย เนี่ยใช้ไม้โท ไม่ใช้ไม้ตรี แม้เสียงจะสูงฟังเหมือนเสียงไม้ตรี



    อย่างคำว่า คะน้า ก็ออกเสียงเป็น คะ ไม่เห็นต้องมีไม้ตรีเลยเห็นไหมคะ เช่น ไปนะคะ ชอบไหมคะ รักนะคะ



    แต่คำว่าค่ะ เป็นเสียงไม้เอก มันเป็นเสียงต่ำ ใช้บ่อยมากในบทสนทนาเวลารับครับ เช่น ใช่ค่ะ ไม่รับค่ะ ขอบคุณค่ะ (ไม่ใช่ ขอบคุณคะ อันนี้เขียนผิดค่ะ ยกเว้นจะเขียนว่า ขอบคุณนะคะ อันนี้สะกดถูกต้องค่ะ)



    คงไม่เคืองกันนะคะ ถือว่าช่วยกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง อ่านงานเขียนในเด็กดี เจอเขียนผิดแบบนี้เยอะมาก เสียดายความคิดสร้างสรรค์ของคนเขียนค่ะ เลยอยากให้ใช้ให้ถูกต้อง
    #335
    0
  13. #334 a-lala-sorry (@a-lala-sorry) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 22:58
    หวาน น่ารักมากๆเลย >0 #334
    0
  14. #333 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 21:35
    เห้อ เจ้าเล่ห์พอกันสองคนนี้
    #333
    0
  15. #331 Numfonart (@numfonart) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 23:13
    อ๊ายยยยยยยย.........!!! ...มีคนเปลี่ยนใจไปชอบคู่ การ์ดนายกฯ แล้วอะ...

    #331
    0
  16. #330 sodazaair (@sodazaair) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 22:06
    ชอบคู่รองอฮาดี
    #330
    0
  17. #329 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 21:36
    คู่รองก็น่ารัก
    #329
    0
  18. #328 Numfonart (@numfonart) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 20:45
    ส่งคู๋กัด..มาแทนความหวาน..กันสักหน่อยก่อนจะเลี่ยนกันจนเกินไป..อิ อิ

    ถึงขนาดจะมีคนตั้งโรงงานน้ำตาลที่เกาะนี้เสียแล้ว..ฮาาา...เอิ๊กกก

    บริโภคกันวันละนิด..เด้อ.. เดวจาเป็นเบาหวานกันเสียหมด..คริ คริ
    #328
    0
  19. #327 มนต์ฟ้า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 13:02
    น้ำทะเลเปลี่ยนรสไปเลย โรแมนติคแท้^^
    #327
    0
  20. #326 snows (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 09:32
    แค่พาร์ทแรก 20% ก้อเริ่มสำลักความหวาน น้ำตาลท่วมเกาะ



    แต่เรายอมเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ไรท์เตอร์จัดเต็มได้เลยค่ะ



    รอคู่แซ่บ กริช-อั้ม ด้วยยยย
    #326
    0
  21. #325 By_FaR (@sao-viengping) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 09:25
    so nice so sweet
    #325
    0
  22. #324 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 09:05
    เค้าเตรียมสร้างโรงงานน้ำตาลที่เกาะล่ะกัน 555รวยเละ
    #324
    0
  23. #323 Numfonart (@numfonart) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 06:22
    ใจเย็นๆ นะคะ...คุณ saypay  อิ อิ .. กลางวันไรเตอร์ต้องทำงาน Office อะค๊าา

    มีเวลาเฉพาะตอนเย็น เขียนเสร็จแล้วไรเตอร์ต้องเอามาจัดหน้าก่อนลงในเว็บอะจร้า

    ก็จะช้านิดดดดนุง...แบบว่าจะได้วันละนิดละหน่อย น๊าาา..
    แต่จะพยายามลงให้ทุกวันค๊าา
    #323
    0
  24. #322 saypay (@mayyanee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 01:39
    มันมีนิสเดียวจิงๆนะไรเตอร์ค้างๆๆๆๆอ่ะคะแต่คุณไฟน่ารักที่ซู๊ดๆๆๆๆๆเลยชอบค๊า
    #322
    0
  25. #321 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 21:06
    เซอร์ไพรซ์ของจริง
    #321
    0