เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองคับผมมีชื่อว่า ตูน คับเข้าเรื่องเลยล่ะกันนะคับ ตอนนั้นผมปิดเทอมภาคเรียนที่2ได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนผมที่ชื่อว่า คอส บ้านเพื่อผมคนนี้อยู่เเถวพระราม2 นะคับเเล้วเย็นวันนั้นเพื่อนผมที่ชื่อว่า คอส ได้ชวนพวกเพื่อนๆประมาณ5คนไปกินหมูกะทะเเถวๆบ้านหลังจากที่กินเสร็จ สัก4ทุ่ม ได้ ก็ชวนกันไปนั่งเล่นต่อที่ บ้าน คอส เเถวบ้านเพื่อน ที่ผมไปบ้านเพื่อนผมจะติดกับ วัด ชื่อวัดนั้นผมจำไม่ได้ หลังจากที่ไปนั่งสักพัก ก็ ได้เเยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อน กลับนั้นเพื่อนผมคนนึงที่ชื่อว่า ตือ ได้ท้าผมไว้ว่า ถ้าเเน่จริง เอ็งลองมอง ลอดหว่างขา ไปที่เมรุเผาศพ หลังจากที่เพื่อนตือ ท้า ความที่ผมไม่กลัวเลยลองมองลอดหว่างขาไปที่เมรุ เเต่ก้อไม่เจออะไรก้อเลยชวนกันกลับบ้าน หลังจากวันนั้นประมาณ3วัน จำได้ว่าเป็นคืนวันอาทิตย์ ห้องของผมที่ผมนอนนั้นเวลานอนขาผมจะหันไปทางประตูหัวของผมจะตรงกับหน้าต่าง คืนวันนั้นเองประมาณตี4 ขณะที่ผมนอนอยู่เป็นช่วงเวลาที่พลิกตัว ผมมีความรุสึกว่ามี คน มานอนอยู่ข้างๆเเล้วมือของผมก้อไปอยู่บนตัวเขาผู้นั้น ผมก็คิดว่าน้องผมหรือป่าวเเต่ไม่ใช่น้องผมเเน่ๆเพราะน้องของผมนอนอยู่อีกห้องนึง เเล้วลูกบิดประตูห้องของผมมัน ก็ พังถ้าปิดประตูเเล้วก้อจะล็อคเลย คนนอกไม่สามารถเข้ามาได้นอกจากคนที่อยู่ข้างในจะเปิดผม ก็ พยายามทบทวนว่าก่อนนอนใครมานอนหรือป่าวก้อคิดเเล้วคิดอีกว่าไม่มีใครมานอนนี่หว่าเเล้วใครว่ะ ตอนนั้นผมหลับตาอยู่เริ่มรู้สึกกลัวๆกล้าๆด้วยความอยาก รู้ ผมก้อหันไปดูเห็นเป็นผู้ชายร่างเล็กๆดำๆนอนคดตัวอยู่ข้างๆเเต่ผมไม่เห็นหน้าเขา ในระหว่างที่ผมเห็นนั้นผมตกใจมากทำอะไรไม่ถูกจะลุกขึ้นก็ไม่กล้าเลยแกล้งหลับ หยีตามองอยู่เป็นพักๆ เเละในระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะเอายังไงดีจะวิ่งหรือยังไง ผู้ชายร่างเล็กคนนั้นก้อ รู้ สึกตัวหันมามองผมผมก็เลยเเกล้งหลับ สักพักเเขนผมก้อเริ่ม ชา ขยับขเยื้อนอะไรไม่ได้ปากก้อขยับไม่ได้ ผมก้อเลยสวดมนต์อยู่ในใจเป็นยกใหญ่ผมคิดอยู่ในใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ จะไม่ลืมตาในขณะที่ตัวขยับขเยื้อนไม่ได้นั้น ผมรู้สึกว่ามีคนวิ่งวนอยู่ในห้องเสียงดังมากๆในขณะนั้นเป็นความอยากรู้ผมก้อเลยหยีตาไปเห็นเป็นเงาดำๆยืนจ้องผมอยู่ผมขนลุกมากๆทำอะไรไม่ถูกสักพักคนคนนั้นก้อหายไปหลังจากที่ผมหลุดมาได้นั้นก้อรีบเปิดประตูวิ่งออกไป เเม่ผมมาเห็นก้อถามว่าเป็นอะไรผมก็เลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังท่าน ก็ ไปบอกทุกคนในบ้านพ่อก้อเลยบอกว่าให้ไปทำบุญตักบารตอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา ผม ก้อ ไม่เชื่อมองโลกในเเง่ดีว่า อาจจะฝันไปมั้ง ผมก้อไม่ได้ทำตามที่พ่อผมพูดเเต่ในใจผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันเเน่ๆ เเล้วมาอีกวันคืนนั้นผมก้อขึ้นไปนอนอีกในความที่กลัวๆอยู่ผมเลยเปิดโคมไฟไว้เเล้วก้อเผลอหลับไป ประมาณ ตี 4-5ได้ ผมมีความรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆมาทับที่เเขนตอนนั้นตัวผมนอนตะเเคลง หน้าหันไปหากำเเพงเเล้วก้อรู้สึกว่าตัวเองเหงื่อเเตกมากขยับตัวไม่ค่อยได้เหมือนมีอะไรหนักมากมาทับเเล้วก้อเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกผมทนไม่ไหวเลยลืมตาขึ้น เห็นคนมานั่งอยุ่บนแขนเเต่เห็นเป็นเงาดำๆ เห็นไม่ชัด ผมก้อจ้องมองอยู่พักนึงตัวสั่นเหงื่อเเตกไปหมดสักพักเงาดำๆนั้นก้อหายไปต่อหน้าต่อตาหลังจากนั้นก้อรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปเเต่คราวนี้ไม่ได้ เล่าให้ใครฟังผมก้อเก็บไว้ใจมองโลกในเเง่ดีว่าฝันๆต้องฝัน มาอีกวันคืนนั้นผมก้อขึ้นไปนอนอีกเเต่คราวนี้เปิดไฟไว้เริ่มกลัวมากขึ้นเเต่ยังมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เเล้วก้อเผลอหลับไป เเล้วก้อเจออีกเป็นช่วงเวลาเดิมคับ ตี 4 ตี 5 เเล้วผมก้อได้ยินเสียงกรอบรูปตกทั้งที่มันตั้งอยู่อย่างมั่นคงบนโต๊ะเขียนหนังสือผมมั่นใจได้ว่าไม่มีทางตกลงมาได้เเน่ได้ยินเสร็จในระหว่างที่จะลืมตาขึ้นดูก้อได้ยินเสียงเก้าอี้ล้มมาติดๆเเล้วก้อเสียงหนังสือล้มลงมาอีกคราวนี้ผมคิดเเล้วว่าไม่มีทางที่สิ่งของจะตกลงมาโดยบังเอิญเเล้วตกลงพร้อมกันเเบบนี้เเน่เเล้วก้อไม่คิดว่าจะใช่ หนู บ้านผมไม่เคยมีหนู ห้องผมอยู่ชั้น 2 สัตว์ ที่บ้านก้อไม่ได้เลี้ยง ผมก้อเลยหลับตาไม่ขยับตัวอะไรรอฟังเสียงอยู่ หลังจากที่หนังสือตกลงมานั้น ก้อไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวมากเหงื่อเเตกขนลุกทำอะไรไม่ ถูก จะวิ่งก้อไม่กล้า เเล้วก้อเริ่มเชื่อเเล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันจิงๆ ไม่ถึง 5นาที ก้อได้ยินเสียงคนเดินเดินไปเดินมาอยู่รอบเตียงสักพักเสียงนั้นก้อหายไปเเล้วไฟก้อเริ่มติดๆดับๆเหมือนคนเปิดๆปิดๆไฟเเต่ไม่ได้ยินเสียงสวิต์เลย ไฟติดๆดับๆอยู่พักนึงไฟก้อดับไปเลย สติผมก้อเริ่มเเตกสวดมนต์เป็นยกใหญ่จนผมทนไม่ไหวเลยลืมตาขึ้นเห็นคนๆนึงรูปร่างเล็กนั่งหันหลังให้อยู่ที่ปลายเตียงผมผมมองตาค้างตอนนั้นผมทนไม่ไหวเลยหลับตาตะโกนเรียก พ่อ กะ เเม่ พ่อเเม่ก้อเอากุญเเจไขเข้ามาในห้องเเล้วถามว่าเป็นอะไรผมก้อหลับตาพูดเเต่ว่ามีคนอยู่ตรงนั้นๆตอนนั้นผมขอบอกว่ากลัวมากๆกลัวจนไม่กล้าลืมตา หลังจากนั้นผมก้อเล่าเรื่องให้ท่านฟัง พ่อก้อเลยพาผมไปตักบาตรตอนเช้านั้น พ่อก้อเลยเล่าเรื่อง ให้พระท่านฟัง พระท่านก้อบอกว่าโยมไปลบหลู่อะไรไว้หรือป่าว ผมก้อเลยบอกพระท่านไปว่าไม่ได้ทำอะไรไว้คับ หลังจากตักบาตรเสร็จก้อกลับเข้ามาในบ้านตัวผมเอง ก้อ มา นั่งทบทวนว่าเราไปทำอะไร ไปลบลู่อะไรไว้ว่ะ เเล้วก้อคิดขึ้นได้ว่าเมื่อครั้งก่อนเราไปกินหมูกะทะบ้านเพื่อนนี่หว่าเเล้วเราก้อ ไป ลบหลู่ ด้วยการมองลอดหว่างขาไปที่เมรุ ผมก้อคิดว่าคงเป็นเหตุนี้หรอ หลังจากคืนนั้นก้อไม่ได้ไปนอนห้องตัวเองอีกเลยผมก้อเลยไปนอนห้อง พ่อ กะ เเม่ เเต่ก้อยังไม่วาย เจอ อีก เเต่ไม่หนักเท่าครั้งที่เจอเเรกๆ หลังจากที่เกิดเรื่องนั้นไม่นานผมก้อไปนอนห้อง พ่อ กะ เเม่ น้องผมก้อมานอนด้วย มีอยู่คืนนึง ประมาณตี 1 ผมลุกไปเข้าห้องน้ำเเล้วกลับมานอนนอนได้สักพัก ระหว่างนั้นผมครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ดีๆก้อได้กลิ่นธูปฉุนมากๆสักพักตัวผมก้อโดน ผีอำ ขยับตัวไม่ได้จะเรียก พ่อ กะ เเม่ ผม ปากก้อไม่ขยับ เสียงอยู่ในลำคอเรียกเท่าไรปากก้อไม่ขยับสักพัก ก้อ รู้สักว่ามี คนมาเดินข้าม ขา ผม ข้ามไปข้ามมาเเล้วผมก้อหลุดจาก ผีอำ เเล้วก้อม่อยหลับไปตื่นเช้ามาก้อเล่าเรื่องเมื่อคืนนั้นให้ท่านฟังอีก หลังจากนั้นประมาณ3-4วัน พ่อ เเม่ ผมก้อทำบุญบ้าน นิมนต์พระท่านมาสวดที่บ้าน ผมก้อเลยไปชวนเพื่อนมาด้วยเเล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง หลังจากที่ทำบุญเสร็จ ก้อไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกจนถึงปัจจุบัน เเต่ถึงยังไงตัวผมเองก้อคงไม่กล้ากลับไปนอนห้องนั้นอีก เเล้ว ที่ สำคัญ คงไม่กล้าไปลบหลู่ หรือ ลองของอะไรอีก ผมเตือนตัวเองเสมอว่า ** ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ !!!!
ความคิดเห็น