ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    พนันร้าย พันหลักใจ (พิมพ์กับ อะเมทิสต์ จ้า...)

    ลำดับตอนที่ #18 : ตอนที่ 18

    • อัปเดตล่าสุด 14 ม.ค. 52


    ตอนที่ 18 



    “พี่จินตื่นเช้าจังคะ?” จิณห์วราถามพี่ชายอย่างสงสัย เพราะเมื่อคืนไม่รู้ว่าพี่ชายเธอกลับมาตอนไหน รู้แต่ว่าหลังจากที่เธอหลับไปแล้ว และเธอไม่เห็นรถสีเงินจอดอยู่ด้วย 


    “พอดีว่ามีธุระน่ะ จินนี่ละตื่นเช้าจัง?” 


    “อ๋อ...วันนี้นัดกับสองคนนั้นไว้น่ะค่ะ” 


    “แล้วจะไปไหนกันละ?” 


    “ก็...จะไปเดินดูของกันหน่อยค่ะ พี่จินละคะจะไปไหน..แล้วรถไปไหน? จินนี่ไม่เห็นรถเลยหายเหรอ?คะ...” 


    “เฮ้ย! เปล่า...พอดีว่าพี่เมาอิ่มเขาขับมาส่งแล้วเลยขับกลับน่ะ คงเอารถมาให้ตอนสายๆ น่ะ แล้ววันนี้พี่กับอิ่มจะไปโรงงานด้วยเครื่องจักที่สั่งจะมาน่ะพี่ว่าจะไปดูหน่อย อาหารเย็นไม่ต้องรอนะคิดว่าคงค่ำน่ะ”
     

    “ไปดูเครื่องจักรแน่เหรอคะ ทุกทีไม่เห็นพี่จินไปดูเสียหน่อย แล้วมีอะไรรึเปล่าคะ” มองหน้าพี่ชายอย่างรู้เท่าทันความคิดเขา 


    “รู้แล้วก็เงียบเอาไว้เถอะน่า” เดินเข้าไปกอดคอน้องสาวให้เดินไปที่ห้องอาหารกัน เพื่อทานข้าวเช้า
     
    “แปลกนะคะพี่จินคอแข็งจะตาย ทำไมเมาได้ละคะ?” 


    “ก็พอดีว่ามันไม่ได้ทานอะไรไปน่ะก็เลยเมาเร็ว” ตักข้าวต้มปลาที่ป้าแช่มทำมาให้ทาน เสหลบสายตาน้องสาวอย่างมีพิรุธ
     

    “คงเชื่อหรอกค่ะ นี่คงวางแผนเอาไว้ละซิท่า” ถามพลางตักข้าวทานอย่างเอร็ดอร่อย 


    “เออ...รู้แล้วอย่าเอ็ดไปละ เดี๋ยวอิ่มเขารู้จะเอา” 


    “คนนี้จริงจังเหรอคะ” 


    “อืม...” 


    “พี่จิน...จินนี่ถามจริงๆ นะพี่อิ่มเนี่ยพี่จินรู้จักมานานแล้วใช่มั้ยคะ?” 


    “ก็ต้องแต่ที่เขาเริ่มงานน่ะ แต่เพิ่งได้มาใกล้ชิดกันเท่านั้นเอง” 


    “เหรอคะ...พี่เขาน่ารักดีนะคะ ดูไม่ร้ายกาจดี”
     

    “ใครว่าละ...อิ่มนั่นละตัวร้ายเลยละ” ขณะเล่าให้น้องสาวฟังเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเรื่องที่เขาต้องรู้จักตัวตนของมนปริยาให้มากขึ้น ละเขาคิดว่าเปิดใจเธอได้ไม่ยากนัก ถ้าเอาความจริงใจแต่อาจจะมีเล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย 


    “โห...เริ่ดมากๆ เลยละพี่จิน” จิณห์วราร้องออกมาอย่างทึ่งจัดเมื่อฟังพี่ชายเล่าจนจบ ไม่คิดว่าเธอจะแน่เอาการอยู่เหมือนกัน 


    “พี่ได้เห็นทีแรกยังตกใจเลย ตอนแรกนึกว่าอิ่มเขาจะยอมง่ายๆ เสียอีก แต่ผิดคาดเธอเอาเรื่องจนถึงที่สุดทีเดียวเธอบอกว่าไม่ชอบเสียเปรียบใครในเรื่องที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งๆ ที่คนอื่นตั้งใจหาเรื่องเราก่อน”
     

    “อันนี้จินนี่เห็นด้วยที่สุดค่ะ” ทำสีหน้าขึงขัง พยักหน้าอย่างเห็นด้วย 


    “บางครั้งราก็ต้องรู้จักปล่อยวางนะพี่ว่า…” 


    “ไม่ได้หรอกค่ะพี่จินเราไม่ผิด” น้องสาวเถียงอย่างไม่เห็นด้วยกับพี่ชาย
     

    “เถอะ..รีบทานข้าวก่อนเดี๋ยวจะเย็นก่อน” พี่ชายตัดบทเมื่อเห็นว่าน้องสาวทำท่าอินกับเรื่องที่เขาเล่ามากๆ ยังไม่รู้เลยว่าถ้าเห็นคนๆ นั้นแล้งน้องสาวเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง 





    ต้องติดอยู่ในฤดูอกหัก ติดในห้วงความรักที่มันเลวร้าย.... 


    เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กของมนปริยาดังขึ้นมาในตอนสายหลังจากที่เธอตื่นนอนและอาบน้ำเสร็จแล้ว เธอเดินมาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียงด้วยชุดอยู่บ้านกางเกงขาสั้นสีเหลืองสดกับเสื้อยืดสีขาวตัวเล็กเข้ารูป
     

    “ฮัลโหล...มีอะไรเหรอวิชชี่?” ถามอย่างสงสัยเพราะเพื่อนสาวจะไม่ค่อยโทรหาเธอในวันหยุดอย่างนี้ 


    “เออ...เมื่อคืนกลับตอนไหนวะ ไม่เห็นเลย?” 



    “โทรมาถามแค่เนี้ยะ...” 


    “เปล่าแค่เป็นห่วงว่าแกกลับยังไงน่ะ พี่ชลเองก็เป็นห่วงนะ” 


    “ก็ตอนซักห้าทุ่มมั้ง ไม่แน่ใจ”
     

    “แล้วแกกลับยังไง?” 


    “ก็กลับพร้อมคนที่มาน่ะซิ แกจะให้ฉันนั่งแท็กซี่กลับรึไง” ตอบกวนๆ
     

    “ยัยอิ่ม!” เรียกเพื่อนสาวเสียงต่ำ 


    “เออ..ฉันกลับพร้อมคุณจิน เมื่อคืนดุท่าว่ามึนๆ ฉันเลยเป็นคนขับรถลับน่ะ มีอะไรมั้ย?” 



    “เปล่าแกมีอะไรทำมั้ยวันนี้?”
     

    “เอ...วันนี้ตอนเย็นฉันจะไปที่โรงงานน่ะ แกมีอะไรเหรอ?”ถามกลับบ้าง 



    “เปล่า ว่าจะชวนแกไปค้างที่บ้านสวนน่ะ”
     

    “เหรอ...งั้นเอาอย่างนี้ละกัน แกไปโรงงานตอนเย็นกับฉันแล้วเราค่อยไปที่บ้านสวนด้วยกัน” 


    “เอางั้นเหรอ จะขวางงานแกมั้ย?” ถามอย่างไม่แน่ใจ 


    “ไม่เห็นเป็นไรเลย แค่ไปดูเครื่องจักรเฉยๆ ไม่ได้ลงมือทำเองน่า คุณจินก็ไปนะ” 


    “แน่ใจนะ” 


    “เออ...คุณจินไม่ว่าหรอกนี่ก็วันหยุดเรานะ ว่าแต่ทีบ้านสวนมีใครบ้างวะ?”
     

    “ก็...มีตากับยายเท่านั้นละ ป้าไม่อยู่น่ะ” 


    “เหรองั้นค่อยน่าไปหน่อย..”
     

    “งั้นเดี๋ยวฉันไปหาแกที่ห้องแล้วเราออกไปซื้อของกันนะอิ่ม”
     

    “เอางั้นก็ได้ แค่นี้ก่อนนะมีสายซ้อนน่ะ” 


    “อืม..บาย” 



    หลังจากที่วางสายไปแล้ววิชญาดายังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ที่เธอโดนเรียกให้กลับบ้านในครั้งนี้ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องออะไรรึเปล่ากันแน่ ถึงป้าเธอจะไม่อยู่ก็ตามที แต่ใช่ว่าจะไม่กลับมานี่นา ทุกครั้งหากวันไหนที่ต้องกลับไปที่บ้านสวนเธอจะชวนมนปริยาไปด้วยทุกครั้ง และเพื่อนเธอก็ไม่เคยปฏิเสธการไปด้วยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งช่วยเธอได้มากทีเดียว สำหรับการกลับไปเผชิญหน้าป้าที่เกลียดเธอเข้าไส้คนนั้น... 




    ติ๊งต่องๆๆ วิชญาดากดเรียกซ้ำเมื่อเพื่อนสาวยังไม่ออกมาเปิดประตูเสียที 




    “เออๆ แกจะกดอะไรนักหนาเนี่ยฉันได้ยินแล้ว” มนปริยาเดินบ่นมาตามทางเมื่อยังคงได้ยินเสียงกดออดหน้าห้องของเธออยู่ 


    “เปิดช้ามากเลยนะแกซ่อนใครไวรึเปล่าเนี่ย” สอดส่ายสายตาตามที่ตนพูด 


    “ปากเหรอที่พูดเนี่ย” ประชดกลับ ก่อนจะเดินนำเพื่อนเข้าห้องไป
     

    “ว่าแต่แกจะค้างกี้คืนวะ? วันจันทร์เราต้องกลับมาทำงานนี่...”
     

    “ก็ค้างแค่คืนนี้เท่านั้นละพรุ่งนี้ก็กลับ ไม่อยากอยู่นานวะ” 


    “แก...ยังไม่ไหมดปัญหากับป้าแกอีกเหรอเนี่ย”
     

    “ยัง...” 


    “ทำไมวะ...บ้านแกนี่มีอะไรแปลกๆ นะ”
     


    “ทำไงได้ละ เขาไม่พอใจที่ตากับยายส่งให้ฉันเรียนสูงๆ น่ะ หาว่าเปลืองบ้างละ จิปาถะไปหมด เอาง่ายๆ เขาเกลียดฉันกับแม่ พอแม่ฉันไม่อยู่เขาก็พุ่งประเด็นมาที่ฉันไงละ” 


    “แปลกนะ ทั้งที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกันน่าจะรักใคร่กันมากๆ ที่บ้านฉันนะไม่เห็นมีเรื่องพวกนี้เลย” มนปริยาโตมาในครอบครัวที่รักใคร่กันดี ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการแก่งแย่งสมบัติกันเธอจึงไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวเดียวกันสายเลือดเดียวกันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย 


    “มันต่างกันน่ะ แต่ละบ้านก็มีปัญหาเหมือนกันละ แต่อยู่ที่ว่าเป็นเรื่องอะไรแค่นั้นเอง ปลงเถอะอิ่ม” บอกอย่างเซ็งๆ 


    “อืมใช่ ที่บ้านฉันเองก็มีปัญหานะ...” 



    “เรื่องอะไรเท่าที่แกเล่าก็ดูรักกันดีนี่นา?” ไม่คิดว่าครอบครัวพ่อแม่ลูกที่ดุรักกันดีจะมีปัญหากับเขาด้วย
     


    “ก็พ่อกับแม่รักกันจนเวอร์น่ะซิ” 


    “แกนี่.....เห็นเป็นเรื่องเล่นไปหมด”
     


    “เฮ้ย! ไม่ได้เล่นนะ นี่เป็นปัญหาใหญ่เลย” ร้องเสียงดังเมื่อเพื่อนคิดว่าเธอพูดเล่น
     


    “ยังไง?” ไม่เห็นว่าการที่ครอบครัวรักใคร่กันมากๆ จะเป็นปัญหายังไงเลย 



    “แกคิดดูนะ เกิดวันหนึ่งฉันไปเจอผู้ชายที่รัก แล้วฉันเห็นพ่อที่รักแม่ขนาดนั้น ถ้าผู้ชายคนที่ฉันรักไม่ได้รักฉันขนาดที่พ่อรักแม่แกคิดว่าฉันจะเป็นยังไง...” 


    “เออ...เรื่องนั้นฉันเองก็คิดไม่ถึง” 



    “แกรู้มั้ยที่ฉันไม่ยอมคบใครซักคนน่ะเพราะเหตุนี้ละ...กลัว”
     

    “ฉันว่าแกยังไม่เจอมากกว่านะ ซักวันถ้าคนที่ใช่สำหรับแกละก็รับรองว่าแกต้องหาทางออกได้แน่นอน” บอกอย่างปลอบว่าใจ เธอเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเพื่อนที่ดูไม่มีอะไรคนนี้ก็มีปัญหาเหมือนคนอื่นเขาเหมือนกัน 


    “ไม่รู้ดิ..ฉันว่าช่างมันเถอะเราไปกันดีกว่าต้องไปซื้อของอีก เดี๋ยวแกขับรถฉันตามไปนะฉันจะเอารถไปคืนคุณจินเวลาที่ไปบ้านสวนเอารถฉันไปละกัน ขืนไม่ขับเลยสนิมขึ้นแน่ๆ” 



    “ได้อยู่แล้ว”
     



    ณ สำนักงานใหญ่คอร์นกรุ๊ปที่นิวยอร์ก แค่ทีซึ่งเป็นเพื่อนรักกับมาร์โคนั่งอ่านรายงานเกี่ยวกับหลานสาวที่ออกไปอยู่คนเดียวเพียงลำพังโดยไม่ใช้เงินของครอบครัวหรือเงินของเธอเอง แต่ต้องหาใหม่หมด ยกเว้นที่อยู่ที่พวกเธอเป็นคนจัดเอาไว้ให้ และรายงานเกี่ยวกับที่เพื่อนของเธอส่งรถไปให้ลูกสาวด้วยความรักที่มี 


    “เป็นไงบ้างเคท” พิมพ์วลัญช์ถามอย่างสนใจ เธอมาหาเพื่อนและเห็นว่าแคทีสนใจอ่านอะไรอยู่ 


    “ก็ไม่ไงหรอก แต่มีอะไรน่าสนใจด้วยละ” บอกอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยื่นรูปถ่ายรูปหนึ่งให้เพื่อนดู
     

    “ใครเหรอ?” ถามกลับทันทีเมื่อเห็นรูปถ่ายของหลานสาว แต่คนที่ไม่คุ้นอยู่อีกคน 



    “ไม่แน่ใจเพราะยังไม่รับรายงาน แต่น่าสนใจนะ” ถามเพื่อนตาพราวอย่างมีความหมาย 


    “แฟนอิ่มเหรอ?” ก็หลานสาวคนนี้ไม่เคยมีรีแฟนนี่นา 



    “ก็บอกไม่รู้ยัยพิมพ์...แต่เดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ที่แน่ๆ นะฉันค่อนข้างจะมั่นใจเชียวละว่าพ่อหนุ่มคนนี้น่ะสนใจหลานสาวเราอยู่แน่นอน” 


    “แล้วแกว่ายังไง?” 



    “ไม่ว่าไง....ดูแล้วเขาก็น่าสนใจดี โสด รวย และที่สำคัญหล่อเสียด้วย” 


    “อย่าไปพูดให้พี่ริคได้ยินละ....หึงลมออกหูแน่ๆ” ดักทางเพื่อนรักอย่างรู้ทัน ก็สามีเพื่อนคนนี้ไม่วากี่ปีๆ ก็ยังหึงภรรยาอย่างแคทีอยู่ร่ำไป 



    “แหม...แกก็แก่ขนาดนี้แล้วไม่รู้จะมาหึงอะไร” 


    “แก่คนเดียวซิ...ว่าแต่...โสดแน่เหรอวะ?” 


    “อืม...รู้สึกว่าตั้งแต่หลานสาวเราไปทำงานที่นั่นเขาก็ไม่มีใครเลยนะ”
     

    “อันนี้น่าสน ว่าแต่เขาจะเอายังไงแกรู้รึยัง?” 



    “คงต้องรอดูกันต่อไปน่ะว่าคนนี้จะมาเป็นหลานเขยเรารึเปล่า” 


    “หว๋าย...อย่างยัยอิ่มเนี่ยนะ แกก็รู้นี่นาว่าอิ่มรับอิทธิพลมาจากมาร์คอยู่พอดู ผู้ชายที่จะมาเป็นสามีนะคงต้องได้อย่างพ่อเขานั่นละ” 


    “อ้าว?...พิมพ์ไม่แน่เขาอาจจะเป็นอย่างที่ยัยอิ่มต้องการก็ไม่แน่นะ” 


    “ดูเหมือนกับว่าแกจะเชียร์พ่อหนุ่มนี่เหลือเกินนะ?” เลิกคิ้วมองหน้าเพื่อนรักที่คบกันมานานอย่างรู้ทันความคิดกันและกัน 


    “มันน่าเชียร์นี่นา....” 


    “เอาเถอะ..ถ้าแกจะทำอะไรก็อย่าให้มันเกินหน้าไปนักละ...” 


    “ฉันไม่ทำอะไรหรอกอยากให้เขารักกันเองมากกว่าไม่งั้นเวลาที่ผิดใจกันมาแล้วจะโทษอาอย่างฉันได้” ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก เธอรู้ว่าหลานสาวอย่างมนปริยาทีเธอเลี้ยงดูมาหลายปีเป็นคนแบบไหน เธอเป็นคนที่เธอมั่นตัวเองพอควร และถ้าคิดจะทำอะไรแล้วย่อมต้องทำให้สำเร็จแน่ๆ และไม่ชอบให้ใครก้าวก่ายกับเรื่องของเธอ... 




    มาแล้วๆ วันนี้มาลงให้อีกตอนแล้วจ้า เร่เข้าๆ อ่านกันเยอะๆ แล้วก็ช่วยเม้นท์ด้วยน้า ดีจ้า....
    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×