เธอเท่านั้น...สุดที่รัก ตีพิมพ์กับ สนพ.สุวิมลกวี

ตอนที่ 23 : Special Scene 100% (ลงให้อ่านแล้วค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ต.ค. 56

 

 

 

ตกแต่งอาร์ตเวิร์คหัวใจ.jpg

 

 

 

 

 

 

Special Scene

               

 ส่วนหนึ่งในสมุดบันทึกของ

นางกีรณา อนพัชร

 

 

 

 

บ้านหลังใหม่ ชีวิตใหม่...

และสถานะเข้าสู่โหมดการเป็นภรรยาอย่างเต็มตัว พอเขียนมาถึงตรงนี้ ฉันกลับรู้สึกจั๊กกะจี้หัวใจอย่างไรพิกล จากนางสาวกีรณา กฤตลักษณ์ ก็กลับกลายมาเป็นนางกีรณา อนพัชร ประหนึ่งกำลังหลับฝันไป

แล้วตื่นขึ้นมาก็ได้พบกับคนข้างกาย ซึ่งแปลงสภาพจากบรรดาตุ๊กตาขนฟูในห้องนอน เป็นชายหนุ่มร่างสูง มีดวงหน้าคมคายและจมูกโด่งเป็นสันนูน กับริมฝีปากหยักสวยได้รูป ที่ส่งผลต่อเธออย่างน่าอัศจรรย์ใจ

วันนี้เป็นวันที่เท่าไรหลังจากผ่านพิธีการแต่งงาน เธอก็จนใจที่จะนับหรือคาดเดา ก็ไม่ได้อยากจะบ่นหรอกนะ แต่บางทีเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังเป็นของเล่นของสามีอย่างไรก็ไม่รู้ซี

เพราะตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เธอก็ยังคงโดนเขาไล่ต้อนจนหมดท่าและไม่สามารถที่จะต่อกรอะไรกับเขาได้เลย ตัวอย่างเช่นคืนแรกของวันแต่งงานของเรา

ผมช่วยอาบน้ำให้ดีไหม?”

เสียงทุ้มนุ่มของคุณมรุเดช กระซิบแผ่วบริเวณข้างใบหู ขณะที่ฉันกำลังนั่งแกะกิ๊ฟดำจากเส้นผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนตัวสุดท้ายออกจากเรือนผม

คะ?”

ฉันคิดว่าตนเองกำลังหูฟาด จึงหันดวงหน้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดันประจวบเหมาะพอดีกับริมฝีปากคู่นั้น ซึ่งเหมือนกำลังรอท่าให้ริมฝีปากของเราสองคนได้สัมผัสกันเหลือเกิน

ผมกลัวคุณเหนื่อย

เขางึมงำ ชิดริมฝีปากของฉัน พลางจุมพิตแผ่วเบาก่อนแปรเปลี่ยนเป็นขบเม้มอย่างหยอกเย้า ยั่วยวน จนสติของฉันเริ่มกระเจิดกระเจิง

เหนื่อยเรื่องอะไรคะ

เอ่ยถาม หลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ เพียงชั่วครู่ แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ร่างของฉันก็ถูกรั้งเข้าหาแผงอกหนาซึ่งดูเหมือนว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาจะเริ่มสูงขึ้นทุกที...ทุกที

ยามริมฝีปากหยักสวยได้รูปเริ่มพรมจูบ ประทับไปทั่วดวงหน้าก่อนซุกไซ้ไปตามใบหูและลำคอลาดเนินระเรื่อยไปจนถึงเนินอกอิ่ม จนลมหายใจของเธอขาดห้วงพอๆกับสติที่หลุดลอย

อยากรู้จริงๆหรือว่าเรื่องอะไร

คะ?”

ฉันถามอย่างคนสติไม่สมบูรณ์นัก และสิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มร่าแสนเจ้าเล่ห์ แต่เอ๊ะ!นี่ฉันขึ้นมานอนอยู่บนเตียงได้ยังไงกันเล่านี่ กลีบกุหลาบซึ่งถูกโรยเอาไว้เป็นรูปหัวใจยังไม่ได้เก็บใส่กล่องเลยด้วยซ้ำ

ทะ...ทำไมกี้มาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะคะ

ผมอุ้มมา

จะอุ้มทำไมล่ะคะ ยังไม่ทันได้หวีผม อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย กี้ยังไม่ง่วงนอนหรอกค่ะ

แน่ใจนะ ว่าไม่ง่วง

ไม่ง่วงค่ะ ปกติเวลาเปิดร้านกี้ก็นอนดึกอยู่แล้ว

ดึกสุดกี่ทุ่มล่ะครับ

ตีสามค่ะ บางทีมีเด็กมาจ้างทำรายงานหลายๆคนเข้าก็ต้องเร่งให้เสร็จเหมือนกัน

อืม...เขาทำท่าคิด นิ่งเงียบไปสักพัก แต่ดวงตาที่มองจ้องมากลับมีประกายวิบวับ เคยไม่ได้นอนถึงเช้าบ้างไหม

นานๆทีค่ะ แต่กี้เคยลองแล้ว อีกวันกี้ก็ไข้ขึ้นไม่ก็หลับเป็นตายเลย ลำบากน่าดู

ไข้ขึ้นเลยหรือ

เสียงของเขาแฝงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด จนฉันต้องกล่าวคำพูดเพื่อปลอบใจเขาออกมาอย่างอดเอาไว้ไม่ไหว

ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นเมื่อไร คุณแม่ก็จะเอายาลดไข้มาให้ทานแล้วก็เอาแผ่นเจลแปะลดความร้อนมาแปะหน้าผาก แล้วก็คอยปลุกกี้มาทานข้าวน่ะค่ะ

แล้วเวลาคุณไม่สบายอยากทานอะไรบ้างหรือ

ข้าวต้มกุ้ยค่ะ ข้าวต้มร้อนๆ ทานกับยำไข่เค็มเปรี้ยวๆหวานๆ ไข่ผัดหัวไชโป้ว แล้วก็หมูแดดเดียวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆฉันสาธยาย จนน้ำลายแทบหก อยากทานขึ้นมาตะหงิดๆ

แค่นั้น?”

ก็แค่นั้นล่ะค่ะ ส่วนมากอาหารที่คุณแม่ทำมักจะอร่อยถูกปากกี้ทุกอย่าง

ถ้าอย่างนั้นผมก็เอาแต่ใจได้สินะ

เขาเอ่ยถามฉันด้วยรอยยิ้ม ด้วยคำถามที่ฉันไม่เข้าใจ หรือจะพูดง่ายๆว่าฉันตามเขาไม่ทัน ว่าอาหารที่ฉันอยากทานเวลาไม่สบายมันเกี่ยวกับการ เอาแต่ใจของเขาตรงไหน

คะ?”

ผมคิดว่าคุณน่าจะทนไหว

ฉันต้องทนอะไรไหว?

เอ่อ...เอ่ยปาก แหงนเงยใบหน้าขึ้นถามคนที่ขนาดนั่งอยู่เคียงกันแบบนั้นก็ยังสูงท่วมหัว

คืนนี้ มันอาจจะยากอยู่สักหน่อยเขาว่าพลางพยักหน้าหงึกหงัก มองฉันอย่างเห็นใจนิดๆ แค่...นิดๆเท่านั้น แต่ผมสัญญา ว่าวันต่อไปผมจะเอาแต่ใจตัวเองให้น้อยลง เอาใจใส่คุณให้มากขึ้น แต่กว่าจะถึงวันนั้น คุณอาจจะชินไปแล้วก็ได้

ณ เวลานั้นฉันคิดเพียงว่า นี่เขากำลังห่วงว่าฉันอาจจะรับนิสัยเอาแต่ใจของเขาไม่ได้ใช่ไหม? แต่เท่าที่ผ่านมา คุณมรุเดชก็ไม่เคยทำอะไรที่ฉันขัดใจเลยสักครั้งนี่นา แม้อาจจะเผด็จการไปบ้าง อารมณ์หงุดหงิดใส่ฉันแบบไม่มีเหตุผลในบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยถึงขนาด รุนแรง จนฉันรับเอาไว้ไม่อยู่เสียที โดยรวมแล้วเขาดูแล เทคแคร์ฉันดีที่สุด จนแทบตัวลอยเลยล่ะ

คุณเป็นคุณก็ดีอยู่แล้วนี่คะ กี้ก็ไม่เห็นว่าคุณจะเอาแต่ใจตัวเองสักเท่าไรเลย

แน่ใจนะเขาถามด้วยรอยยิ้มหวาน จนฉันเผลอยิ้มตามพลางยื่นริมฝีปากเข้าไปสัมผัสกับแก้มสากของคนตรงหน้าไม่ได้

แน่ใจค่ะ

ถึงผมจะเอาแต่ใจไปบ้าง คุณก็ยังจะบอกว่าไม่เป็นไร

กี้รักคุณนี่คะ

กีรณาเอ่ยเรียกเสียงเข้ม จริงจัง

ขา...ฉันขานรับอย่างอ่อนหวาน พลางหัวเราะคิกคัก

คุณพลาดแล้วล่ะ

หือ?

ฉันอุทานในลำคอได้เพียงแค่นั้น ก่อนร่างสูงของคนตรงหน้าจะโถมเข้าใส่ ตะปบจุมพิตลงบนริมฝีปากนุ่มและฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาเริ่มปลุกเร้าลามเลียแผ่ความรู้สึกวาบหวามไปทั่วสรรพางค์กาย พร้อมทั้งชุดแต่งงานผ้าไหมฝรั่งเศสสีขาวเลื่อนหลุดออกจากตัวฉันอย่างไร้เรี่ยวแรงจะฉุดรั้งหรือขัดขืน

แน่ล่ะ ว่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกระะหว่างเขากับฉัน แต่ดวงตาสีนิลเข้มตามแรงอารมณ์คู่นั้น ก็ส่งผลให้ฉันรู้สึกเขินอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เมื่อเขาใช้สายตาพินิจบราเซียและอันเดอร์แวร์สีเนื้อ ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายบนเรือนกายของฉันด้วยประกายตาชื่นชมและปรารถนา

กี้ยังไม่ได้อาบน้ำฉันพยายามร้องอุธรณ์และดึงผ้าห่มขึ้นปิดเรือนร่างอย่างไร้ผล เมื่อมือหนายังคงยึดข้อมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้อย่างแน่นหนา

ผมก็ยังไม่ได้อาบ

งั้นดีเลย ปล่อยกี้ไปอาบน้ำก่อนนะคะ หรือคุณจะอาบก่อนก็ได้ฉันเสนอทางเลือกให้เขาอย่างใจปล้ำ

แน่ใจ?”

แน่สิคะ ว้าย!” พยักหน้าหงึกหงักเพื่อยืนยัน ก่อนฉันจะหวีดร้องสั้นๆเมื่อถูกอ้อมแขนแข็งแรงช้อนตัวขึ้นจนขาลอย

คุณเลือกเองนะ

เลือก? เลือกอะไร? ฉันไม่เข้าใจ

คะ?”

ผมนึกว่าคุณชอบแบบบนเตียงเขาว่าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแบบเอาบุญเอาคุณ ในขณะที่ใบหน้าฉันเริ่มร้อนผ่าวกับประโยคถัดมาของเขา แต่ถ้าอยากให้ทำในห้องน้ำ ผมก็ไม่ขัดข้อง

คุณเดช!” ฉันตวาดก้อง พยายามโก่งตัวหนีให้หลุดจากอ้อมแขน

ครับผม

กี้ไม่ทำอะไรที่ไหนทั้งนั้น กี้จะอาบน้ำ!

แล้วผมห้ามไม่ให้คุณอาบหรือ

แต่เมื่อกี้คุณบอกกี้ว่าจะทำ...เอ่อ...ทำแบบนั้น

แบบไหน?” เขาแกล้งทำไขสือ

เอ้อ...ก็แบบที่จะทำให้กี้อาบน้ำไม่สะดวกน่ะสิคะ

อาบพร้อมกันสองคน ทำไมจะไม่สะดวก

วันนี้กี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะคะ ขอแช่น้ำสบายๆหน่อยเถอะ

ผมก็ไม่ได้ห้ามนี่

เขาแย้ง ขณะอุ้มฉันเดินดุ่มๆเข้าห้องน้ำอย่างไม่ยอมฟังเสียง ก่อนวางร่างฉันลงบนริมขอบอ่างอาบน้ำซึ่งมีน้ำอุ่นและกลีบดอกไม้ พร้อมด้วยตะเกียงน้ำมันหอมระเหยจุดอยู่

นี่คุณเตรียมไว้หมดเลยหรือไงคะ

เปล่าเขาปฏิเสธ เก้าเตรียมให้ฉันทำปากยื่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าแดงซ่านยามเขากล่าวเสริมพร้อมทั้งส่งกระดาษโพสอิทสีเขียวให้ฉันดู พร้อมคำอวยพรให้เรามีเจ้าตัวน้อยไวๆ จะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน

ขี้โกงกันจัง พี่เก้าทะลึ่งชะมัด

ในเมื่อคุณรู้อย่างนั้น แล้วจะทำให้คนอื่นเสียศรัธทาทำไม

ว่าขณะที่เริ่มปลดเสื้อผ้าของเขาออก จนเผยให้เห็นอกเปลือยเปล่า กล้ามท้องหนั่นแน่น และ เอ้อ...สิ่งที่แสดงถึงความเป็นบุรุษเพศซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้อันเดอร์แวร์เนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม ท้าสายตาจนฉันต้องเบี่ยงดวงหน้าหนีไปอีกทาง

อาบน้ำเฉยๆนะคะ ห้ามซนด้วย

ฉันยื่นข้อเสนอ ระหว่างที่เขาจัดการกับร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเรียบร้อยแล้วเริ่มหันมาปลดเปลื้องทูพีซซึ่งอยู่บนเรือนร่างของฉัน แล้วลากให้ลงไปแช่น้ำอุ่นด้วยกัน โดยมีฉันนั่งเกยอยู่บนตักเขาอีกที

ผมไม่ซนเขาว่าในขณะที่มือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเนินอกอิ่มอย่างถือสิทธิ์

คุณเดชน่ะ กี้จะอาบน้ำนะ

ก็อาบให้อยู่นี่ครับ

แต่แบบนี้เค้าเรียกว่าลวนลามนะคะ ไม่ใช่ช่วยอาบน้ำ

ชู่ว...กระซิบริมใบหูก่อนกดริมฝีปากหนักๆลงบนพวงแก้มนิ่ม ลมหายใจอุ่นๆที่แนบคลอส่งผลให้ขนลุกซู่ ทั้งๆที่ยังคงแช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่นที่ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกว่ามันกำลังร้อนจัด คุณรู้ไหมว่าวันนี้สวยน่ารักแค่ไหน

ไม่รู้ค่ะ

เหมือนอะโฟรไดต์ ทั้งๆที่ตอนที่ผมพบคุณครั้งแรกผมคิดว่าตัวเองกำลังได้เจอกับนางไซเรน

กี้ไม่เคยหลอกจับใครไปกินเสียหน่อย จะเหมือนกับไซเรนได้ไง

เหมือนสิ

หือ?” ฉันหันหน้าไปมองเขาอย่างเอาเรื่อง คนบ้าอะไรไม่รู้กำลังชมฉันว่าสวยดังอะโฟรไดต์อยู่ดีๆ  ก็ดันมาบอกอีกว่าตอนแรกฉันเหมือนนางไซเรน

คุณหลอกจับผมมากินไงเขาเฉลยให้ฉันได้อาย(อีกแล้ว...) จะขยันเกี้ยวอะไรกันนักหนาไม่รู้ อย่างตอนนี้ก็กำลังจะ ‘กิน’ ผมอยู่

พูดผิดแล้วล่ะค่ะฉันแย้งพลางย่นจมูกใส่ คุณต่างหากที่ทำหน้าเหมือนจะกินกี้อยู่ตลอดเวลา

แล้วยอมไหมล่ะครับ

“...” ฉันเลือกที่จะเงียบ

ว่าไง ผมถามว่าผมหิว อยากจะกินกี้ กี้จะยอมผมไหม

โอย เขาทำแบบนั้นกับฉันอีกแล้ว ทำให้ฉันหวั่นไหวและยอมโอนอ่อนผ่อนตามยามเขาส่งสายตาเว้าวอน อ่อนหวาน เชิญชวนผสานกับเสียงทุ้มนุ่มริมใบหู และผิวกายเปลือยเปล่าที่ยังคงสัมผัสกันมันก็ทำให้ฉันเหลือทางเลือกเพียงแค่

พยักหน้ารับอย่างอายๆ

และปลดปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินต่อไปตามครรลอง โดยมีเขา... ‘สามี’ ของฉันเป็นคนนำทางผ่านเส้นทางอันหอมหวานของบุรุษและสตรีอันเป็นที่รักและเป็นคู่ชีวิตพึงกระทำต่อกัน

คอยกำกับและกระซิบถ้อยคำปลอบโยน อ่อนหวานชิดริมใบหูของฉัน ยามเรือนกายหนาที่ถาโถมเข้ามาจนเรือนร่างของฉันแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว

สิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้ก่อนที่หนังตาจะปิดลงเนื่องจากร่างกายนั้นอ่อนเพลีย ก็คือเสียงทุ้มนุ่มของผู้เป็นสามีที่ส่งเสียงกระซิบอย่างเว้าวอน ขอความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง ยามเขาเริ่มยุ่มย่ามกับร่างกายของฉันอีก หลังจากที่เขานำพาฉันโผนบินไปในห้วงแห่งอารมณ์พิศวาสว่า

พรุ่งนี้...ผมสัญญา ว่าจะทำข้าวต้มให้คุณ...

น่ะ...นี่มันบ้าชะมัดเลย!!

 

 

หนึ่งเดือนผ่านไป

ฉันไม่เคยได้ไปฮันนีมูน!! นี่คือสิ่งที่ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้หลังจากที่แต่งงานผ่านมาหนึ่งเดือน แล้วได้อ่านกระทู้หนึ่งในบอร์ดดังของประเทศไทย ซึ่งเจ้าของกระทู้ที่ตั้งนั้นได้ลงรายละเอียด สถานที่ท่องเที่ยวพร้อมรูปภาพไว้

ภายใต้การรีวิว อันประกอบไปด้วยภาพถ่ายและทิวทัศน์อันงดงามของท้องทะเลทีครามกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง ยิ่งมาเปิดเจอรายการทีวีที่พาไปเที่ยวสถานที่เดียวกันอีก มันก็ส่งผลให้ฉันเริ่มรู้สึกตัว ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฉันยังแทบไม่เคยได้ออกจากนอกรั้วบ้านหลังนี้เลยสักที ยกเว้นช่วงแรกๆที่ต้องไปบ้านคุณพ่อคุณแม่และทักทายญาติเท่านั้นเอง

กี้จะไปฮันนีมูน!

            ฉันร้องบอกสามีในเย็นวันนั้นหลังจากที่เขาเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านแล้วพบกันฉันที่ยืนจังก้ารอพบตั้งแต่บ่าย

ฮันนีมูน?” เขาทวนคำพูดของฉัน ขณะที่ถอดเสื้อตัวนอกออก วันนี้ไปดูรายการอะไรมาอีกล่ะ

ตะลอนเที่ยว ตะลอนทัวร์ อ๊ะ!ไม่ใช่สิ คุณอย่ามาเบี่ยงประเด็นนะ

ผมหิว

ม่ะ...ไม่มีทางฉันเอ่ยตะกุกตะกักดวงหน้าแดงซ่าน ยังไงกี้ก็ไม่ยอมให้คุณกอดเด็ดขาด ถ้าวันนี้เราคุยกันไม่รู้เรื่องคืนนี้ห้ามจริงๆด้วย

“...”

ว่าไงคะฉันรบเร้า ในขณะที่เขายกมือขึ้นกอดอก ยกมือขวาขึ้นกุมขมับ ริมฝีปากหยักสวยได้รูปคู่นั้นอมยิ้ม พลางกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นจนฉันต้องเดินเข้าไปหาแล้วยกมือขึ้นจับแขนข้างขวาเขย่า กี้ซีเรียสนะ

ดูเหมือนเราจะเข้าใจกันคนละอย่าง

คะ?”

ผมหิว

กี้รู้แล้วค่ะ ก็บอกแล้วไงคะว่าถ้าไม่รู้เรื่องคืนนี้ก็ห้าม

อ่า...เขาอึกอักอย่างผิดวิสัย สีหน้าและท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด ที่บอกว่าหิวคือ...เฮ้อถอนหายใจออกม้าฮือกใหญ่ ก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างออกมายึดไหล่ฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าฉันจะล้ม ผมหิวข้าว

และนั่น ก็ทำเอาหัวเข่าฉันแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเลยทีเดียว...

แล้วก็ไม่บอกฉันค้อนเขาวงโต สะบัดตัวให้หลุดออกจากการเกาะกุม

ผมบอกแล้ว แต่คุณเข้าใจผิดไปเอง

ก็ปกติคุณชอบพูดให้กี้คิดไปถึงเรื่องนั้นอยู่เรื่อยนี่!

ในฐานะสามี ถ้ากี้ต้องการผมก็จะตอบรับให้ตามความคิดนะเขาว่าพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต ในขณะที่ฉันถอยกรูด ส่ายศีรษะอย่างไม่คิดชีวิต

เปล่านะ

อยากให้ทำยังไงล่ะครับ

เขาถามขณะที่ยังคงก้าวเท้าเข้าหาฉันอย่างคุกคาม แววตาหื่นกระหาย(เอ้อ...อันที่จริงมันก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกนะ แต่ไอ้ลูกกะตาวิบวับแบบนั้น ฉันก็ไม่เคยรอดพ้นเงื้อมมือเขาเสียทีนี่สิ)

อยากให้ทำในห้อง บนเตียง ระเบียง หน้าเฉลียงหรือในห้องน้ำดี?”

ไม่มีทางคุณถอยไปห่างๆกี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!

ตอนแรกผมก็หิวข้าว แต่พอพูดมากๆแล้วคอแห้ง จนหิวคุณ

กี้ไม่ใช่น้ำนะ ที่จะให้คุณดื่มกินดับกระหายน่ะ

ฉันเถียงคอเป็นเอ็น โชคดีที่บ้านหลังนี้ถึงจะใหญ่แต่ก็ ไม่ใหญ่เท่าบ้านเดิมของคุณมรุเดช คนทำงานบ้านเลยเป็นแบบเช้ามาทำงานแล้วเย็นก็กลับ ไม่งั้นบทสนทนาน่าอายนี้ต้องทำเอาเธอคลั่งด้วยความอายอย่างแน่นอน

ก็ดับกระหายได้เหมือนกันนี่ครับ

นั่นมันคนละความหมายแล้วค่ะ

ไหนคุณพูดถึงฮันนีมูน

ก็ใช่น่ะสิคะฉันตอบรับเสียงแข็งเมื่อเขากลับเข้าประเด็นที่ฉันตั้งไว้เสียที

แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าฮันนีมูนน่ะเป็นยังไง

กี้ไม่ใช่เด็กสามชวบนะจะได้ไม่รู้

แล้วมันต่างจากที่เราอยู่ด้วยกันตามปกติตรงไหนล่ะครับ

ก็ไปเที่ยวกันสองต่อสอง ไปพักผ่อนที่ที่มันมีบรรยากาศดีๆ ทานอาหารนอกบ้านอร่อยๆ แล้วก็ทำอะไรร่วมกันไงคะ

หมายถึง กี้แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ?”

คุณเดชน่ะใจจะไม่คิดถึงเรื่องอื่นเลยหรือคะ

อ่า...

เขาอ้ำอึ้งไปอีกครั้ง มองฉันอย่างเอ็นดูแกมขบขัน

 “ผมหมายถึง กี้เบื่อบ้าน อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ออกไปเที่ยวข้างนอกบ้างเท่านั้นเอง ไม่ได้หมายถึงเรื่องบนเตียงหยุดพูด สีหน้าคมเข้มเริ่มครุ่นคิด แต่ถ้ากี้พยายามจะสื่อให้ผมเข้าใจในแง่นั้น ผมก็พร้อมจะสนับสนุนและ ‘ทำ’ อย่างสุดความสามารถ

เฮ้อ...จริงๆฉันก็รู้นะว่าไม่เคยตามคำพูดเขาทัน แต่พออยู่ไปด้วยกัน นับวันทำไมฉันยิ่งเป็นฝ่ายที่ต้องถูกไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่รู้

แล้วไอ้ ‘ทำอย่างสุดความสามารถ’ น่ะ ฉันก็ไม่อยากจะไปขัดคอเขาหรอกนะ ว่าทุกวันนี้นี่เขายังไม่ ‘สุดๆ’ กับเรื่องนั้นอีกหรือ ในเมื่อไม่เคยปล่อยให้ฉันได้หลุดรอดจากอ้อมกอดและเรือนร่างของเขาสักวัน แต่ที่ฉันไม่พูดแย้งออกไปนั้นก็เพราะรู้ว่ามันจะเข้าตัวเปล่าๆน่ะสิ

กี้จะไปทะเลฉันยื่นเจตน์จำนง เพราะคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขา

ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องหยุดยาว

ไปนะคะ...นะ ไม่ต้องหยุดนานๆหรอกค่ะ แค่สองสามวันก็ยังดี กี้อยากไปเที่ยวที่ที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส คนไม่พลุกพล่าน แล้วก็บรรยากาศเงียบสงบ เอาแบบที่ผูกแปลนอนใต้ร่มไม้ก็ไม่มีคนเดินไปมาอย่างกับมดรบกวน

คุณจะไปนอนหรือไปเที่ยว?”

ไปเที่ยวสิคะ คุณอย่าดับฝันกี้ได้ไหม

ฉันตีเพี้ยะลงบนต้นแขนหนั่นแน่น ก่อนจะใช้มือบีบๆจับบริเวณนั้นเบาๆ ยอมรับล่ะว่าบอดี้และกล้ามเนื้อของสามีฉันงดงามน่าลูบคลำและขยำเล่นจริงๆ

กีรณา

ขา...

ถ้าคุณไม่เลิกจับๆบีบๆ ผมคงต้องกินคุณ

ค่ะๆฉันสะดุ้ง รีบปล่อยมือจากต้นแขนเขาทันที ทานข้าวนะคะ เดี๋ยวกี้จะตักข้าวรอฉันบอกก่อนจะรีบวิ่งปราดไปที่ห้องครัวทันควันเนื่องจากไม่ไว้ใจเขา และ...ไม่ไว้ใจตัวฉันเองเช่นกัน จนบางครั้งฉันก็เริ่มจะสงสัยว่า

ฉันกำลังหมกหมุ่นเกินไปหรือเปล่านะ? แล้วคนที่ทำให้ฉันกลายเป็นเหมือนผู้หญิงลากมกแบบนี้ล่ะ เขาจะรู้ตัวไหมล่ะนี่!?

โอย...ไม่อยากจะคิดเลย

 

และแล้วฉันก็ได้มาฮันนีมูนสมใจ

 

    สมใจคุณเดชนะ ไม่ใช่สมใจฉัน เพราะเขาเอาแต่ใจทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องที่พักซึ่งสามีของฉันเลือกให้มานอนบ้านพักตากอากาศที่บางสะพาน อันเป็นของขวัญวันแต่งงานที่คุณลุงของเขามอบให้มา

            ก็...ตอนแรก ฉันก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้รู้ล่ะนะ ยิ่งพอได้มาเห็นบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น ที่ออกแบบเน้นรับแสงจากธรรมชาติตั้งตระง่านอยู่บนริมชายหาด อันไร้ผู้คนพลุกพล่าน มันก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจ ว่าแผนการผูกเปลนอนกินลม อ่านหนังสือชมวิว มันจะต้องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม และสมบูรณ์พร้อมอย่างแน่นอน

            แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่วาดหวังไว้เหือดหาย โปรแกรมเกาะทะลุที่ฉันมุ่งมั่น หมายตาว่าจะไปดำน้ำดูปะการังให้ได้ ก็เป็นอันต้องโยนทิ้งลงตะกร้าอย่างไม่น่าให้อภัย

เพราะว่า ตอนนี้ฉันได้ ดื่ม น้ำผึ้งพระจันทร์จริงๆ ดื่มจนอิ่มเกินไปด้วยซ้ำ...

กี้อยากออกไปเดินเล่นบ้าง

 ฉันบ่นอุบอิบอยู่กับแผงอกหนาซึ่งเปลือยเปล่าของคุณเดช อย่างอ่อนล้า และดูท่าว่าจะได้กินข้าวต้มกุ้ยพร้อมทั้งยาแก้ปวดอีกหลายขนาน หากยังยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เอกเขนกอยู่ใกล้เขาเช่นนี้

            “คุณเดินไหวหรือ

            เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างล้อเลียน พลางริมฝีปากหยักสวยได้รูปคู่นั้นก็ฉกวูบลงมาย้ำหนักๆบนพวงแก้มของฉันอีก

ฝีมือใครละคะฉันบ่น

ฝีมือผมคนเดียวเสียเมื่อไรเขาเถียงด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ส่อความหมายให้ฉันได้อาย(อีกแล้ว)

เอาล่ะฉันยอมรับก็ได้ว่า บางครั้ง เวลาที่อารมณ์มันเตลิดและเพลิดไปบ้าง ยามโดนอีกฝ่ายจัดท่าทางให้ทำอะไร ฉันก็ทำตามอย่างไม่มีเกี่ยงงอน

มารู้ตัวอีกทีว่าฉันกลายเป็นสาวก๋ากั่นก็ต่อเมื่อคุณเดชนั่นล่ะที่ชอบมาจุมพิตริมฝีปาก ก่อนจะกระซิบชิดริมใบหูฉันทุกครั้ง ว่าเขารู้สึกดีกับสิ่งที่ฉันกระทำลงไปมากแค่ไหน

ให้ดิ้นตายสิ ฉันไม่ได้เป็นสาวร้อนแรงโดยสันดานเลยจริงๆ

ฉันโดนเขาล้างสมองมาชัดๆ!

มันก็เหมือนกับเวลาที่เขาเสนอ แล้วร่างกายของฉันก็สนองแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะมันเป็นไปโดยอัตโนมัติ  ผิดกับเขาที่เวลาฉันเสนอ คุณเดชก็จะตั้งอกตั้งใจสนองมาก จนฉันคิดได้ว่าการยั่วยวนสามีตัวเองบ่อยครั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย เพราะจะทำให้ฉันหมดประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยตนเองในทันที

ฝีมือกี้บ้างนิดหน่อยก็ได้ค่ะ

ฉันยอมรับง่ายๆ ก่อนจะซุกหน้าลงกับแผงอกหนาอีกครั้ง อย่างรู้สึกเขินอาย และก็ต้องยอมรับว่า การที่ได้นอนอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา มันเป็นอะไรที่อิ่มตา และอุ่นใจจริงๆ

อิ่มตา...กับหุ่นที่แสนจะเพอร์เฟ็ค และซิกแพคเป็นลอนอันน่าลูบไล้(เอาจริงๆฉันก็ลูบๆไล้ๆไปตั้งหลายครั้ง)

อิ่มใจ...เพราะ รับรู้ได้ถึงการเป็นที่รัก ยามเขากอดกระชับร่างของฉันเอาไว้แนบกาย ไม่ยอมปล่อยให้ห่างไปไหนเลย

พอคิดได้แบบนั้น แล้วฉันจะบ่นไปทำไมล่ะ?

ในเมื่อความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา ของเราดำเนินมาได้ด้วยดี การกระทำแค่นี้ เพื่อแลกกับความสุขและรอยยิ้มของสามี ฉันก็ไม่ควรที่จะปริปากบ่นใช่ไหม?

ในเมื่อเขาเป็นคนที่ทำงานหนัก เพื่อเอาใจฉันทุกอย่าง หากภรรยาผุ้แสนดี แสนน่ารักอย่างฉัน จะยอมให้เขาลามก บ้ากามใส่เมียตัวเองบ้าง(ดีกว่าให้ไปบ้ากามกับคนอื่น) ฉันก็ควรจะต้องดีใจที่เขาขยันงานบ้าน งานเรือน และงานหลัก ไม่ให้น้อยหน้ากันไปเลยทีเดียว

ขอบคุณนะครับ ที่ยอมอดทนเพื่อผมเขาเอ่ย ขณะที่ใช้ปลายนิ้วลากไล้ไปตามริมฝีปากของฉัน

เรื่องอะไรคะ?”

เรื่องนี้ว่าพลาง ฉกริมฝีปากวูบลงมา พร้อมทั้งฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปตามผิวกาย

ต่ะ...แต่เรา เพิ่งจะทำไปเมื่อกี้เองนะคะ

ฉันกล่าวเสียงสั่น นึกก่นด่าร่างกายของตนเองเหมือนกัน ที่ช่างตอบสนองเขาอย่างง่ายดาย ยามเป็นฝ่ายพลิกกายขึ้นทาบทับร่างสูงใหญ่แต่โดยดี

ก็อย่าตอบสนองสิครับ

อ๊ะ

ถ้าร่างกายคุณ ไม่รู้สึกกับสิ่งที่ผมทำ ผมก็จะหยุด

เขากล่าว ยามฝ่ามือเริ่มเคล้นคลึงดอกบัวคู่งาม จนฉันเผลอส่งเสียงครวญด้วยความรันจวญ ยากเกินกว่าจะสกัดกั้นเอาไว้

ว่าไงครับเขาเอ่ยเร่งเร้า คลอเคลียชิดริมฝีปาก ในขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงทำงานของมันต่อไปไม่หยุดยั้งให้เธอได้มีเวลาคิดบ้างเลย

ม่ะ...ไม่รู้ค่ะฉันตอบ เผยอริมฝีปากออกรับเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาหา

ถ้าคุณไม่ห้าม ผมก็ไม่หยุด

ม่ะ...ไม่ค่ะ

ฉันครางผะแผ่ว ตอบออกไปอย่างคนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร ยามรู้สึกได้ว่ากลีบเกสรดอกงาม เริ่มโดนคุกคามด้วยปลายนิ้วของอีกฝ่ายเข้าไปทุกที...ทุกที

ไม่ปฏิเสธใช่ไหม?” เขายังคงมีแก่ใจยั่วเย้า ริมฝีปากร้อนรุ่มแนบลงบนต้นคอระหงจนทำให้ร่างกายฉันผวา สัมผัสของเขายังคงหนักหน่วง ตรึงตรา แต่ก็อ่อนโยนอยู่ในที

กีรณา...ผมอยากจะเอาใจ แต่ไม่ไหว ขอ...เถอะนะเขาเอ่ยเสียงขาดห้วง ยามเป็นฝ่ายพลิกกายของฉันลงบนเตียงนุ่ม ลมหายใจอุ่น ซึ่งเกี่ยวพันกันจนแทบเป็นหนึ่งเดียวไม่ต่างจากเรือนกาย

ผสานเข้ากับเสียงกรีดร้องผะแผ่วและเสียงคลื่นซัดซาด ยามพายุอารมณ์โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง หนักหน่วง อ้อยอิ่งในทุกช่วงจังหวะ

สิ่งสุดท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะของฉันจะขาดหายไป คือคำว่า รักที่ยังคงดังอ้อยอิ่งไปทั่วทั้งผิวกายและโสตประสาท จนกระทั่งฉันเข้าสู่นิทรารมย์

 

คงไม่ต้องบอกแล้วนะคะ ว่าหลังจากนั้น หลังจากที่เรากลับไปบ้านได้ไม่กี่สัปดาห์ ฉันและคุณมรุเดชก็ได้รับข่าวดีจากคุณหมอว่าเรากำลังจะมี เจ้าตัวน้อย มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตค่ะ

 

---- จบบริบูรณ์ ----

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

22 ความคิดเห็น