เธอเท่านั้น...สุดที่รัก ตีพิมพ์กับ สนพ.สุวิมลกวี

ตอนที่ 2 : เธอเท่านั้น...สุดที่รัก 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ส.ค. 54


เธอเท่านั้น...สุดที่รัก 1
 
            หัวใจของเธอกำลังจะหยุดเต้น กีรณาคิดขณะที่กำลังนั่งฟังคำสารภาพอย่างเขินอายของเพื่อนสนิทระหว่างขับขี่รถยนต์เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสว่า
 
            “ทัศน์กำลังจะขอเก้าแต่งงาน”
 
            “เหรอ...” เธอเอ่ยออกไปได้เพียงเท่านั้นหลังจากพยายามหาเสียงตนเองอยู่นาน และมันช่างเป็นเสียงที่เบาหวิวและแหบแห้งสิ้นดี ให้ตายสิ! นี่เธอกำลังฝันไปหรือไร?ทำไมอะไรๆดูช่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
 
            เพื่อนสนิทในวัยเด็ก ที่เธอแอบหลงรักเขามาตลอดเวลา คนที่เคยให้คำสัญญาว่าจะพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์แล้วพาไปเที่ยว แต่ตอนนี้ เขากำลังบอกว่ากำลังจะขอแต่งงานกับพี่สาวเธอ เรื่องจริงที่ได้รับรู้นั้นมันเจ็บยิ่งกว่าที่เธอประจักษ์ว่าความรักและห่วงใยที่เขาเคยมีให้แก่เธอเสมอมา มันเป็นเพียงความรักระหว่างเพื่อนที่ดีพึงกระทำต่อกันเท่านั้น หาใช่คนพิเศษอย่างที่ตนเคยเฝ้าฝันไปข้างเดียว
 
            “แปลกใจไหม?” ภูมิทัศน์ยังคงเอ่ยต่อไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี โดยหารู้ถึงความผิดปกติของคู่สนทนาซึ่งตอนนี้กลับเงียบงัน พูดน้อยลงไปไม่เหมือนเดิม
 
            “แปลก...แปลกใจ แปลกใจมากเลยล่ะ”
 
            “อย่าลืมให้กำลังใจทัศน์ด้วยนะ”
 
          “ทัศน์ยังต้องการกำลังใจเรื่องอะไรอีกงั้นเหรอ?”เธอตัดพ้อต่อว่าเขาในใจ น้ำตาจวนเจียนจะไหลซึมล้นขอบตาลงมาทุกทีจนต้องบ่ายหน้าหนีหันมองออกนอกตัวรถแทน พร้อมทั้งจำต้องสะกดความรู้สึกของตนลงไปแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น ว่า
 
            “อื้อ...กี้ขอให้ทัศน์โชคดีละกัน”
 
            “ขอบใจนะกี้”ชายหนุ่มตอบขณะที่ยังคงมองตรงไปยังด้านหน้าก่อนเอ่ยเสริมด้วยประโยคถัดมาที่ส่งผลให้น้ำตาของอีกฝ่ายรินไหลลงมาว่า “ตั้งแต่เรารู้จักและคบกันมา กี้เป็นเพื่อนที่ทัศน์รักมากที่สุดคนหนึ่งเลย”
 
            “ทัศน์ก็เป็น...เพื่อนที่กี้รักมากที่สุดเหมือนกัน” กีรณากัดริมฝีปากสะกดเสียงสะอื้นจนรู้สึกเจ็บ พลางยกมือขึ้นปาดธารน้ำตาอย่างช้าๆ แม้ในหัวใจจะร่ำร้องตะโกนออกไปให้คนข้างกายได้รับรู้ว่า เธอรักเขา รักมานาน รักจนไม่อาจสารภาพออกไปแม้จะอยากบอกเขาแค่ไหน เพราะเกรงกลัวว่าความรักฉันท์เพื่อนที่เขามีให้จะไม่หลงเหลืออีกต่อไป แม้กระทั่งความรู้สึกดีๆต่อกันและนั่นก็เป็นประโยคสุดท้ายของการสนทนาระหว่างกีรณาและภูมิทัศน์ซึ่งต่างเงียบงันกันไปตลอดการเดินทาง...
 
            พิธีจัดเลี้ยงฉลองสมรสบริเวณสนามหน้าบ้านของจิตรา คราคร่ำไปด้วยแขกเหรื่อสำคัญๆและบรรดาญาติพี่น้องรวมไปจนถึงเพื่อนสนิทของเจ้าของงาน คู่บ่าวสาวยืนต้อนรับแขกอยู่บริเวณหน้างานใต้ซุ้มดอกไม้ที่ออกแบบและตกแต่งด้วยมือของเจ้าสาว แถมด้วยน้ำแข็งแกะสลักรูปหงส์อีกหนึ่งคู่ซึ่งแกะสลักด้วยฝีมือของเจ้าบ่าวอย่างไม่ยอมน้อยหน้ากัน บรรยากาศโดยรวมจึงอบอวลไปด้วยความรักและอิ่มเอมใจยามได้เห็นเจ้าบ่าวช่วยจับกระโปรงเจ้าสาวยกขึ้นเพื่อให้คนรักของตนสะดวกในการเดิน
 
            “ยินดีด้วยนะเจี๊ยบ ฝากเพื่อนด้วยนะครับพี่ต้น ถึงบางครั้งเจี๊ยบมันจะซ่าส์แล้วก็เฮ้วไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นกุลสตรีที่ดีคนหนึ่ง” ภูมิทัศน์เอ่ยกับคู่บ่าวสาวหลังจากเดินเข้ามาในงานด้วยรอยยิ้มสดใสขณะที่ยื่นกล่องของขวัญขนาดใหญ่ให้เจ้าสาวที่กำลังมองเขาตาเขียวปัด พร้อมทั้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพี่ฟังดูข่มขวัญว่า
 
            “พูดให้ดีๆนะทัศน์ ไม่งั้นโดนหมกไว้แถวนี้แน่!
 
            “อย่าพูดแบบนั้นสิ เป็นเจ้าสาวต้องสงบปากสงบคำนะเจี๊ยบ” เอ่ยเย้าพลางหัวเราะร่าในขณะที่เจ้าสาวส่ายหน้าอย่างระอา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นว่า “ย่ะ!” แล้วร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นยามเห็นกีรณาในลุคที่แปลกใหม่ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
 
            “ว้าว...ใครพานางฟ้ามางานแต่งงานฉันนี่ อย่างนี้ไม่งามเกินหน้าเกินตาเจ้าสาวไปหน่อยเหรอกี้”
 
            “พูดบ้าๆ ก็ใครกันล่ะมาขอให้เราร้องเพลงให้ในงานน่ะ” กีรณากล่าวด้วยรอยยิ้มทั้งหมดเท่าที่ใจอันเจ็บช้ำของหล่อนจะทำได้พลางตรงเข้าสวมกอดเพื่อนรักแน่น “ขอให้มีความสุขมากๆนะเจี๊ยบ ดูแลเพื่อนกี้ดีๆนะคะพี่ต้น”
 
            “ครับ ด้วยชีวิต...”ตระการตอบรับหนักแน่นพลางส่งรอยยิ้มและแววตาหวานเชื่อมให้จิตราที่มองตอบกลับมาอย่างรักใคร่ไม่แพ้กัน
 
            “เอ้อ! แล้วเก้าล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันหรอกเหรอ”
 
            “เก้าไม่ค่อยสบายน่ะเจี๊ยบ ทัศน์เลยพากี้มาที่นี่ก่อนแล้วค่อยกลับไปดูเก้าน่ะ เพราะรายนั้นเวลาไม่สบายทีไร อยากกินแต่โจ๊กใส่ไข่เจ้าประจำทุกที”
 
            “อ้าวเหรอ” จิตราทำเสียงสูง ตาโต พลางเหลือบสายตามองเพื่อนสนิทที่ยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถ้างั้นฝากบอกให้เก้าหายไวๆด้วยละกันนะ”
 
            “ขอโทษนะเจี๊ยบ”
 
            “ไม่เป็นไร เหตุสุดวิสัยนี่นา”
 
            “เฮ้ย! แต่เราใส่เงินตรงตามจำนวนที่เจี๊ยบวงเล็บไว้บนมุมซองเลยนะ”
 
            “ย่ะ! ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ ไม่จำเป็นต้องออกตัวล้อฟรีขนาดนี้หรอก”
 
            “ทัศน์...” กีรณาเอ่ยปรามพลางยกมือขึ้นแตะต้นแขนหนา มองเจ้าบ่าวด้วยความเกรงใจ “เลิกแหย่เจี๊ยบเสียทีเถอะ แขกเหรื่อเริ่มมากันเยอะแล้วนะ”
 
            “อ่า...นั่นสิ ทัศน์ก็ลืมเสียสนิท ต้องขอโทษด้วยนะครับพี่ต้น”
 
            “ไม่เป็นไรครับ ทัศน์พากี้เข้าไปนั่งข้างในก่อนเถอะ พี่ไม่อยากให้ท้องของนักร้องกิตติมศักดิ์ส่งเสียงโครกครากออกไมค์ เพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”ตระการเอ่ยเย้าก่อนจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นกีรณาทำสีหน้ากึ่งบึ้งกึ่งยิ้มจนไม่เหลือมาดสาวงามที่เจ้าตัวพยายามเปลี่ยนแปลงตนเอง
 
            “พี่ต้นอย่าล้อเพื่อนเจี๊ยบซีคะ”จิตราเอ่ยกับเจ้าบ่าวก่อนหันมากล่าวกับภูมิทัศน์ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ทัศน์จะไปซื้อโจ๊กให้เก้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเราพากี้เข้าไปในงานเองก็ได้ เสร็จธุระแล้วทัศน์ค่อยกลับมารับ”
 
            “จะดีเหรอเจี๊ยบ” กีรณาแย้ง สบดวงหน้าของเพื่อนชายที่มีร่องรอยครุ่นคิดลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด
 
            “ดีสิ”พยักหน้ายืนยันก่อนหันไปเอ่ยย้ำกับอีกฝ่าย “รับไปเถอะทัศน์ จะได้กลับมาทันฟังกี้ร้องเพลงไง”
 
            ภูมิทัศน์พยักหน้ารับอย่างตัดใจ พลางเอ่ยลาคู่บ่าวสาวพร้อมทั้งขอโทษขอโพยที่ต้องเสียมารยาทออกจากงานก่อนกลางคันและกล่าวยืนยันกับกีรณาที่กำลังส่งยิ้มเให้ด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่นว่า ตนเองจะรีบกลับมาให้ทันหญิงสาวขึ้นร้องเพลงอย่างแน่นอน ซึ่งกีรณาเองก็ทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและมองตามแผ่นหลังของเขาไปจนหายลับตา
 
            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” จิตราเอ่ยถามเพื่อนสนิทระหว่างเดินเข้าไปภายในบริเวณงานเลี้ยงด้วยน้ำเสียงห่วงใย ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำได้แค่เพียงส่งยิ้มฝืดเฝื่อนให้เพื่อนสาวอย่างพยายามเต็มที
 
            “ไม่มีอะไรหรอก เจี๊ยบคิดมากไปหรือเปล่า”
 
            “โอ้ย! ทำไมเวลาซื้อหวยมันไม่ได้อย่างนี้นะ ฉันคิดไว้แล้วว่าแกต้องพูดอย่างนี้แน่นอน อย่ามาหลอกสายตาฉันหน่อยเลย” หล่อนโอดพลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆกันบริเวณซุ้มดอกไม้ด้านหน้าเวที “ไม่สบายใจเรื่องทัศน์กับเก้าใช่ไหม?”
 
            กีรณานิ่งอึ้ง เงยดวงหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทอย่างตกตะลึงเมื่ออีกฝ่ายสามารถคาดคะเนเรื่องราวได้อย่างแม่นยำ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังคงกัดริมฝีปากตนเองนิ่ง ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกไปจนอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยื่นมือออกมาวางทับลงบนมือของเธออย่างนุ่มนวล
 
            “กี้...กี้ก็รู้นะว่ากี้สามารถพูดกับเราได้ทุกเรื่อง”
 
            “ระหว่างทางที่มา ทัศน์บอกกี้ว่าเขาจะขอพี่เก้าแต่งงาน” จิตราอ้าปากค้างอับจนด้วยคำพูด เนื่องจากไม่เคยคิดว่าเรื่องราวต่างๆมันจะดำเนินไปในรูปแบบนี้ แม้ตนเองจะระแคะระคายในความสัมพันธ์ที่ห่วงใยกันมากมายระหว่างกีรติและภูมิทัศน์แต่ก็มิเคยปริปากให้กีรณาทราบ เพราะตนรู้อยู่เต็มอกว่าเพื่อนสนิทของเธอคนนี้แอบหลงรักชายหนุ่มมาถึง 8 ปีเต็มแม้อีกฝ่ายจะไม่เคยทราบก็ตาม
 
            “แล้วกี้จะกลับบ้านไปก่อนไหม วันนี้ไม่ต้องขึ้นไปร้องเพลงก็ได้เราเข้าใจ”
 
            “ไม่เป็นไรหรอกเจี๊ยบ วันนี้เป็นวันสำคัญของเจี๊ยบนะ เราอยากทำเพื่อเพื่อนรักของเราให้ถึงที่สุด”
 
            “แต่มันต้องไม่ใช่เวลาที่แกอยู่ในอารมณ์แบบนี้”
 
            “จะอารมณ์แบบไหนฉันก็แยกแยะได้ทั้งนั้น แกไปอยู่หน้างานเถอะเดี๋ยวผู้ใหญ่เขาจะว่าเอา” สรรพนามแทนตนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่ออีกฝ่ายต่างดื้อดึง
 
            “แน่ใจนะว่าไหว” จิตราถอนหายใจก่อนเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ซึ่งกีรณาก็ยิ้มรับพร้อมพยักหน้ายืนยันทันที
 
            “ไหวสิ สู้ๆ!” กำมือชูขึ้นไปในอากาศ ในขณะที่จิตราได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะทำอะไรไปมากกว่านี้
 
            “แกยังมีฉันอยู่นะกี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันพร้อมจะเป็นกำลังใจให้แกเสมอ”
 
            “ฉันรู้...แต่มันต้องไม่ใช่วันนี้ ฉันอยากให้แกมีความสุขมากกว่าจะมาคิดเรื่องไร้สาระของฉันมันไม่ควรหรอกนะเจี๊ยบ”
 
            “ยัยดื้อเอ้ย” จิตราว่า ในขณะที่กีรณายกมือขึ้นโบกไล่แล้วชี้นิ้วไปในทิศทางที่มีร่างสูงโปร่งของเจ้าบ่าวซึ่งกำลังเดินตรงมายังทางที่ตนเองและจิตรากำลังนั่งสนทนากันอยู่
 
            “ไปหน้างานได้แล้ว พี่ต้นเดินมาตามแล้วนั่น”
 
            “งั้นฉันไปก่อนนะ” เจ้าสาวกล่าวก่อนหันไปเรียก บริกรที่เดินอยู่บริเวณนั้นแล้วสั่งความให้นำอาหารมาเสิร์ฟให้กีรณา เนื่องจากตามสคริปต์งานที่วางไว้จะให้กีรณาขึ้นไปร้องเพลงสลับกับการบรรเลงเปียโนโดยพี่ชายของเจ้าสาวเอง
 
            เสียงเมโลดี้อ่อนหวานที่ดังกังวานออกมาจากแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ ส่งผลให้กีรณาสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดก่อนเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยทั้งหมดจากหัวใจเคล้าคลอไปกับบทเพลง เพราะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ดีที่สุดเพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้เพื่อนรักอย่างจิตรา
 
If there were no words,no way to speak
I would still hear you
If there were no tears,no way to feel inside
I'd still feel for you
 
And even if the sun refuse to shine
Even if romance ran out of rhyme
You would still have my heart until the end of time
You're all I need my love, my valentine
 
All of my life
I have been waiting for all you give to me
You've open my eyes and shown me how to love unselfishly
I've dreamed of this a thousand times before
In my dreams I couldn't love you more
I will give you my heart until the end of time
You're all I need my love,my valentine...
 
And even if the sun refused to shine,
Even if romance ran out of rhyme,
You would still have my heart until the end of time
'Cause all I need is you, my valentine
You're all I need, my love, my valentine…
 
           
            เมื่อหญิงสาวร้องเพลงจบเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งงาน เนื่องจากความสามารถในการร้องเพลงของกีรณาและการบรรเลงเปียโนอันยอมเยี่ยมของพิชัยพี่ชายแท้ๆของจิตราในการถ่ายทอดท่วงทำนองอันอ่อนหวานลงตัวของบทเพลงออกมาได้อย่างดีเลิศจนแขกภายในงานต่างประทับใจไปตามๆกัน แต่ถึงกระนั้นแววตาของหญิงสาวก็ยังคงหม่นเศร้าอยู่ดีแม้ริมฝีปากชองเธอจะแย้มยิ้มพร้อมทั้งเอ่ยคำขอบคุณก็ตาม
 
            “ทัศน์ต้องพาเก้าไปโรงพยาบาล คงไปฟังกี้ร้องเพลงไม่ทัน”นั่นคือบทสนทนาทางโทรศัพท์ประโยคสุดท้าย เท่าที่เธอพอจะจับความได้ก่อนขึ้นเวที
 
            ผิดหวังหรือ? กีรณายอมรับว่าใช่ แต่ถ้าหากถามว่าเศร้าใจไหม เธอคงตอบว่าไม่ เพราะถึงอย่างไรเธอก็รักและห่วงใยพี่สาวฝาแฝดของเธอเช่นกัน ดังนั้นการที่ภูมิทัศน์รักและห่วงใยพี่สาวของเธอมากมายถึงเพียงนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีแม้ตนเองจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม เพราะเธอรักพวกเขาทั้งสองคนมากมายเหลือเกิน...
 
            “กี้ เดี๋ยวต่อไปร้องเพลง สารภาพ นะ” พิชัยเอ่ยกับเธอด้วยรอยยิ้มระหว่างที่ยกแก้วน้ำสีอำพันที่ใครสักคนส่งให้ขึ้นมาดื่ม
 
            “จะดีหรือพี่ชัย” เธอโอดเสียงอ่อย ถ้าเป็นยามปกติเธอคงไม่เกี่ยงงอน แต่ ณ เวลานี้มันช่างไม่ถูกกะเรื่องเอาเสียเลยเพราะเนื้อหามันช่างบาดลึกหัวใจของเธอเหลือเกิน
 
            “ดีสิ เราร้องเพลงนี้เพราะออก เห็นร้องออกบ่อยถือว่าเอาใจแขกในงานไง”
 
            “แต่...” ถ้อยคำโต้แย้งถูกกลืนลงไปในลำคอ เมื่อสายตาแลเห็นร่างสูงคุ้นตาของใครอีกคนกำลังเดินตรงเข้ามาภายในงาน กีรณาจึงพยักหน้าอย่างจำยอม ถือว่าเป็นการสารภาพความในใจทางอ้อม แม้อีกฝ่ายจะไม่มีวันรู้ตัวก็ตามที          โดยหารู้ไม่ว่าสายตาเว้าวอน และน้ำเสียงอ่อนหวานที่ตนเองกำลังส่งให้ภูมิทัศน์ที่กำลังเดินเข้ามาในงานนั้นกลับกระแทกหัวใจของชายหนุ่มอีกคนเข้าอย่างจัง และนั่น คือความประทับใจแรกเมื่อเขาได้มีโอกาสมาพบกับเธอ นางฟ้าแสนสวยนัยน์ตาโศก ผู้มีเสียงอันไพเราะอ่อนหวานดั่งนางไซเรนที่หลอกล่อให้ผู้ชายลุ่มหลงด้วยน้ำเสียงของพวกนาง
 
            หากมีคน อยากพูดความจริง
สารภาพทุกสิ่ง ในวันนี้
เรื่องในใจ ที่เขาเคยมี
และเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยบอกใคร
 
(แต่)(จึง)อยากจะขอ
ถ้าเธอนั้นได้ฟังแล้ว
ได้โปรดลืมมันไปได้ไหม
 
เขาอยากบอกว่ารัก ให้เธอนั้นได้ฟังไว้
ตั้งแต่ในวันนั้นจนวันนี้ ไม่รู้นานเท่าไหร่
แต่เรื่องราวชีวิตจริง ก็กั้นไม่ให้พูดไป
แม้ว่าเขาจะรักเธอสักเพียงไหน
 
อยากจับมือเธอ อยากพูดความจริง
อยากเปิดเผยทุกสิ่งในตอนนี้
แต่เจอะทีไรก็ไม่กล้าสักที
ที่จะให้คำนี้หลุดจากปากไป
 
(แต่)(จึง)อยากจะขอ
ถ้าเธอนั้นได้ฟังแล้ว
ได้โปรดลืมมันไปได้ไหม
 
เขาอยากบอกว่ารัก ให้เธอนั้นได้ฟังไว้
ตั้งแต่ในวันนั้นจนวันนี้ ไม่รู้นานเท่าไหร่
แต่เรื่องราวชีวิตจริง ก็กั้นไม่ให้พูดไป
แม้ว่าเขาจะรักเธอสักเพียงไหน
 
(แต่)(จึง)อยากจะขอ
ถ้าเธอนั้นได้ฟังแล้ว
ได้โปรดลืมมันไปได้ไหม
 
แค่อยากบอกว่ารัก ให้เธอนั้นได้ฟังไว้
แค่อยากบอกคำนี้ให้เธอรู้ และให้เธอเข้าใจ
 
อยากบอกคำว่ารักกับเธอนั้นจะได้ไหม
ตั้งแต่ในวันนั้นจนวันนี้ไม่รู้นานเท่าไหร่
แต่เรื่องราวชีวิตจริงก็กั้นไม่ให้พูดไป
แม้ว่าเขาจะรักเธอสักเพียงไหน
 
และเรื่องราวชีวิตจริง ก็กั้นหัวใจฉันไว้
แม้ว่าฉันจะรักเธอสักเพียงไหน...
 
@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

มาลงให้อ่านแล้วนะคะ ใครมีอะไรติดต่อบิวได้ทางเฟซบุ๊คเน้อ จุ๊บๆๆ http://th-th.facebook.com/sweet.romchalee
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #10 น้องพริก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2554 / 13:37
    โอ้โฮฝาแฝด อะไรจะเหมือนกันขนาดนั้นชนิดที่ ผู้ชายยังไม่เชื่อว่าไม่ใข่ แหะรักเขาจริงหรือ ขนาดว่าไม่ใช่ยังไม่เชื่อ
    #10
    0
  2. #9 muLaTAE (@maxxim69) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 18:01
    อย่าพึ่งน้อยใจเลย  มาเป็นกำลังใจให้แล้วนะคะ
    #9
    0